Masukช่วงต้นยุค80นี้เปรียบเสมือนยุคทองของการเริ่มต้นสร้างฐานะใครรู้ก่อนได้ก่อน คุณหมอหยางชิงโม่ที่เตรียมตัวมาอย่างดีที่จะใช้ชีวิตให้สุขสบายในปี80นี้แต่เธอกลับต้องเจอเรื่องเซอร์ไพส์ใหญ่หลวงซะแล้วสิ.
Lihat lebih banyakปีศาจส่วนใหญ่ก่อกำเนิดจากอารมณ์ของมนุษย์ นี่คือพลังที่แม้แต่ผู้สร้างอย่าง ‘มนุษย์’ เองก็ไม่รู้
นอกจากจะก่อกำเนิดอมนุษย์ต่างๆแล้ว มนุษย์ยังเป็นพลังงานหล่อเลี้ยงเผ่าพันธุ์วิเศษเหล่านี้อีกด้วย พวกมันมีชีวิตเกือบเรียกได้ว่าอมตะ และสามารถสร้างสิ่งวิเศษที่เรียกว่า ‘เวทมนตร์’
ถึงแม้จะมีเวทมนตร์ทรงพลังแค่ไหน แต่เมื่ออยู่ในมือในเผ่าพันธุ์ด้อยปัญญา พลังเหล่านั้นก็กลายเป็นสิ่งที่มีขีดจำกัด เนื่องจากไร้การสรรค์สร้างมากพอจะเอาไปใช้ทำอย่างอื่นนอกเหนือจากการสนองความอยู่รอดของตัวเอง
ทว่าก็นับว่าดีที่สิ่งทรงพลังอย่างเวทมนตร์นั้นไม่อาจถูกครอบครองด้วยมนุษย์ ไม่เช่นนั้นพวกเขาอาจใช้มันเพื่อทำลายล้างกันเอง และสร้างความโกลาหลยิ่งใหญ่เกินกว่าโลกทั้งใบจะรับได้
จวบจนทุกวันนี้ความัลบเหล่านั้นก็มีน้อยคนเท่านั้นที่จะรู้ เหล่าอมนุษย์ยังคงเร้นกายอยู่ท่ามกลางฝูงชน จุดมุ่งหมายเพียงเพื่อชักจูงบรรดาอาหารบุฟเฟ่ต์เหล่านี้ ให้มอบพลังให้แก่ตนเองเพื่อนำไปหล่อเลี้ยงนายเหนือหัวของพวกมันอีกที
ในหมู่มวลปีศาจที่โด่งดังคงหนีไม่พ้นพวกคิวบัส ปีศาจที่เข้าไปยุ่มย่ามกับตัณหาซึ่งเป็นอารมณ์พื้นฐานของมนุษย์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ บริสุทธิ์ไร้ซึ่งการปรุงแต่ง
เมื่อก่อนคิวบัสถูกขนานนามว่ามารสิงฝัน พวกมันจะดูดกลืนพลังงานได้แค่ยามนิทราเท่านั้น แต่หลังจากมีพลังมากพอพวกเขาก็ปรากฏตัวปะปนอยู่กับผู้คนได้อย่างแนบเนียน และไม่ต้องการดูดพลังจากแค่ในความฝันเบลอๆอีกต่อไป
************************
ตึกสูงใจกลางเมืองถูกตกแต่งอย่างสวยงาม ทางเข้าเชิญชวนพร้อมติดป้ายราคาค่าใช้บริการ อาบน้ำ นวดสปา ว่ายน้ำ และอื่นๆอีกมากมาย ดูผิวเผินแล้วเป็นสถานที่พักผ่อนทั่วไป แต่ในกลุ่มของเหล่ายอดชายฉกรรจ์จะรู้ดีว่าที่นี่ไม่ต่างจากร้านบุฟเฟต์ เพียงแค่ที่เติมไม่อั้นนั้นไม่ใช่อาหาร
ด้วยพื้นที่อาคารที่มีพอสมควร แต่ละชั้นจึงดัดแปลงให้ใช้งานตามวัตถุประสงค์ แบ่งแยกเป็นสัดส่วนราวสวนสนุกขนาดย่อม ต่างตรงที่ผู้เข้าใช้บริการแทบเปลือยการล่อนจ้อนเดินสวนกันอย่างไม่เขินอาย
โซนยอดฮิตคงเป็นตู้ซาวน่าขนาดใหญ่สามารถจุคนได้ราวห้าคน หรือหากจะยัดเข้าไปก็อาจถึงสิบคน และถึงแม้จะเป็นตู้ทึบทว่าผู้เดินผ่านไปผ่านมามักได้ยินเสียงแปลกประหลาดดังออกมาเสมอ
ชายตัวสูงใหญ่ร่างกายเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อแน่นปึก สีผิวเหมือนคาราเมลนั่งอ้าแขนขาอยู่ในห้องอบร้อน เหงื่อเม็ดพราวเกาะตามผิวหนังจนเป็นประกาย เนื้อตัวแวววาวดึงดูดสายตาน่ามอง
นัยน์ตาดำขลับสีเดียวกับเส้นผมและคิ้ว รวมไปถึงขนทุกเส้นบนร่างกายก็มีสีเข้มมันวาว ลำตัวสูงชะลูดหนาใหญ่น่าเกรงขาม ขัดกับใบหน้าหวานชวนค้นหา ดวงตากลมโตคมกริบราวใบมีด สันจมูกพุ่งโด่งรับกับสันกรามเหลี่ยม
หยดน้ำไหลซึมจากรูขุมขน ริมฝีปากหนาสีเข้มเผยอออกปล่อยลมหายใจลอดผ่านฟันซี่ขาวจนควันฟุ้งกระจาย ความอบอ้าวจากถ่านแดงสูบฉีดเลือดในร่างกายจนพุ่งสูง
เส้นเลือดตามท่อนแขนปูดโปนจากความร้อนภายในที่ใกล้ปะทุ หน้าอกแผ่นหนาใหญ่กระเพื่อม หน้าท้องชุ่มเปียกด้วยของเหลวสีใส
ท่อนบนเปลือยเปล่าพิงผนังไม้เทียมอุ่นๆ ท่อนล่างปกปิดด้วยผ้าขนหนูผืนเล็กจิ๋วชิ้นเดียว บางอย่างใต้นั้นดุดัน แข็งแกร่งพร้อมผงาด
เอาเข้าจริงในห้องซาวน่านี้ใครแวะเวียนเข้ามาก็ต้องหันไปมองเขาทั้งนั้น ไม่ใช่แค่เพราะขนาดตัวอันโดดเด่น แต่ขนาดของบางอย่างก็ชวนดึงดูดความสนใจเช่นกัน
ใกล้กันนี้มีหนุ่มหน้าใบหน้าละเอียดอ่อนเยาว์จ้องไม่กะพริบ ดวงตาเป็นประกายซ่อนอยู่ในหมอกควันจางๆ
“หัวใจนายเต้นแรงมากรู้ไหม” เสียงทุ้มใหญ่ดังลอดมาจากริมฝีปากที่แสยะยิ้ม เขี้ยวสีขาวซี่ใหญ่อวดโฉมอย่างภูมิใจ
“ขอโทษที สงสัยอากาศในนี้จะร้อนไปหน่อย” ชายหนุ่มหน้าตาละมุนเอ่ย พลางหาเรื่องคุย “ฉันอาร์เต้นะ ไม่เคยเห็นนายแถวนี้มาก่อน”
“อืม” ชายร่างใหญ่หลับตาไม่แย่แสอีกฝ่ายสักเท่าไหร่
“ฉันว่าหน้านายคุ้นๆอยู่นะ แต่นึกไม่ออกว่าเคยเจอกันที่ไหน” พูดพลางอาร์เต้ก็มองไปยังผนังของห้องซาวน่าทั้งสี่ด้าน “อันที่จริงเหมือนเราเคยเจอกันในนี้ด้วย”
“ถ้าไม่ใช่เดจาวู… เราก็คงเคยเจอกันในฝัน” ชายร่างใหญ่หัวเราะในลำคอ “อาร์เต้!”
อาจเพราะความประหม่าและกลิ่นหอมประหลาดจึงทำให้อาร์เต้ไม่ทันได้คิดอะไรมากนัก คำพูดประหลาดจากชายท่าทางแปลกๆคล้ายหมอกควันจางๆที่พร่าเบลอ
เด็กหนุ่มเหลือบมองชายใกล้ตัวด้วยความเขินอาย ท่าทางจองหองและหยิ่งยโสนั้นหากเจอกันข้างนอกเขาเองคงไม่คิดชอบพอเท่าไหร่นัก แต่ในบรรยากาศครุกรุ่นแบบนี้ มันทำให้หัวใจในทรวงอกแทบละลาย
อีกทั้งพลังอำนาจบางอย่างใต้ผ้าขนหนูผืนบางจิ๋ว มันดึงดูดความสนใจจนแทบฉุดรั้งความคิดตัวเองไม่อยู่
“เข้ามาสิ” ชายร่างใหญ่เชิดคางขึ้น เปิดเปลือกตาเล็กน้อย เชื้อเชิญด้วยน้ำเสียงยั่วยวน “นายจะได้เห็นมันชัดๆ”
ร่างตรงหน้าสั่นเทิ้มด้วยความกล้าผสมความกลัว แก้มแดงแจ๋จนมองเห็นผ่านม่านหมอกอุ่นๆได้ น้ำลายอึกใหญ่ถูกกลืนลงคอจนดังอึก
เมื่อเห็นร่างเล็กซีดนั้นตอบสนองคำสั่ง แต่ก็ยังไม่กล้าขยับตัวเข้าหาเสียที ชายร่างใหญ่ก็ค่อยๆอ้าขาให้ฉีกออก ขยายพื้นที่ตรงกลางให้เปิดกว้าง
ไรขนเป็นแนวตรงจากสะดือลงไปเป็นกับดักล่อสายตา เหมือนถนนปูด้วยทองนำพาไปยังนครมรกต
ผ้าผืนจิ๋วห้อยติดกับส่วนปลายของแท่งใหญ่ยักษ์ มันไม่ร่วงลงพื้นแต่ก็เกือบ กลางลำถูกยืดขยายด้วยหลอดเลือดภายในโผล่พ้นออกมาเป็นเงามัน
ราวกับเส้นเลือดทั้งตัวถูกสูบฉีดส่งมายังจุดส่วนกลาง มันปูดโปนเด่นชัด… อันที่จริงค่อนข้างชัดกว่าปกติเสียด้วยซ้ำ
แท่งนั้นเต้นตุบๆราวกับมีชีวิตตามจังหวะของชีพจร และดูท่าจะรุนแรงขึ้น
นิ้วขนาดใหญ่กระดิกเรียกชายหนุ่มในม่านควันให้เข้าหา สั่นไปได้ไม่กี่ครั้งร่างขาวเนียนผู้เงอะงะก็ขานรับการเชื้อเชิญ
อาร์เต้เบียดกายเล็กลีบแทรกเข้าไปยังหว่างขาอันแน่นแกร่ง หัวเข่ายืนหยัดแนบสนิทบนพื้นอย่างมั่นคง ยิ่งมองใกล้ๆเจ้าสิ่งตรงหน้ายิ่งมีขนาดโตใหญ่กว่าที่คิดไว้มาก
กลิ่นหอมประหลาดเหมือนยางไม้จากดินแดนดิบชื้นโชยเข้าจมูก ความหลงใหลจู่โจมสัญชาตญาณดิบเถื่อนของชายหนุ่มเข้าอย่างจัง
ผ้าผืนเล็กถูกเปิดราวกับจานอาหารในภัตตาคารหรูถูกเปิดฝาครอบ แท่งเนื้อขนาดบิดตัวอย่างขี้เกียจต้อนรับเด็กหนุ่ม ส่วนปลายโผล่หัวออกมาเพียงครึ่งเดียว
ชายไร้นามเริ่มการตอบโต้เชิงรุกในทันที เขาคว้าผมเปียกชุ่มของอาร์เต้เอาไว้ในกำมือ กดหน้าอันเล็กจิ๋วนั้นเข้ากับแท่งขนาดเขื่อง
“ตามสบาย แล้วไม่ต้องขอบคุณ”
เสียงทุ้มดังจากลำคอหน้าใหญ่ ชายผู้นั้นยกแขนทั้งสองขึ้น พิงหัวไว้บนฝ่ามือด้วยท่าทางสบายใจ ในขณะที่ปล่อยให้ทาสหนุ่มลิ้มรสราคาจากปลายอาวุธดุดัน
บทส่งท้าย ส่งต่อแหวนมิติ2 วันต่อมาคู่สามีภรรยาหลังจากที่พากันไปจดทะเบียนเรียบร้อยแล้ว พวกเขาจึงขับรถไปที่บริเวณที่เป็นเรือนสี่ประสานที่พวกเขาเคยอยู่ตั้งแต่ในยุค 70 เมื่อขับรถผ่านและจอดมอง พวกเขาเห็นเรือนสี่ประสานที่ยังคงงดงามและมีมนต์เสน่ห์เช่นเดิม นั้นสามารถบอกได้ว่าลูกๆ หลานๆ ของพวกเขานั้นดูแลเรือนหลังนี้เอาไว้อย่างดี พวกเขาจอดรถและเฝ้ามองอยู่ที่ประตูตั้งแต่เช้าไม่นานก็เห็นรถโรลส-รอยซ์สีขาวคันใหญ่ค่อยๆ ขับออกมาขณะที่รถคันนั้นกำลังจะขับผ่านพวกเขาไป รถโรลส-รอยซ์คันนั้นก็หยุดกะทันหันเพียงไม่นานประตูก็เปิดออก คนที่ออกมาจากประตูรถเป็นเด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่แต่งกายเหมือนชุดอนุบาลเรียบร้อย เธอเปิดประตูออกมาแล้วรีบวิ่งกลับไปที่ประตูบ้านทันที ประตูเรือนสี่ประสานยังไม่ทันได้ปิดก็มีร่างสูงของชายหนุ่มคนหนึ่งรีบวิ่งมาในมือของเขานั้นมีกล่องเล็กอยู่ 2 สอง ดูเหมือนว่าจะเป็นกล่องข้าว เขายื่นกล่องข้าวใบเล็กนั้นให้กับเจ้าเด็กน้อยจากนั้นก็เดินจูงเธอมาและเปิดประตูรถให้เธอเมื่อเสร็จก็ยกมือขึ้นบ๊ายบาย 2-3 ครั้งก่อนจะปิดประตู และยืนมองจนกระทั่งรถคนนั้นหายไปจากสายตา เขากำลังจะกลับเข้าไปที่บ้านแต่เหมือนว่าเขา
บทที่ 103 จากฮีโร่สู้ผู้ร้ายเช้าวันต่อต่อมาเกิดข่าวใหญ่ที่สะเทือนเมืองหลวงปักกิ่งขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อหยวนเปียวน้องของภรรยารองของท่านผู้นำ จากที่เมื่อไม่กี่วันก่อนเขาคือฮีโร่ที่เข้าช่วยเหลือท่านผู้นำจนตัวเองได้รับบาดเจ็บอาการเป็นตายเท่ากัน มาวันนี้อาการของเขากลับมาดีขึ้นมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับเขาเลย และที่ทำให้ตกใจมากกว่าเดิมนั้นก็คือ เขาขอให้ทางหมอและพยาบาลช่วยอัดคลิปให้ ตอนแรกพวกหมอและพยาบาลนึกว่าเขาจะอัดคลิปเพื่อบอกให้คนที่เป็นห่วงเขาไม่ต้องห่วงเขาสบายดี แต่ที่ไหนได้คลิปที่เขาอัดกลับกลายเป็นการสารภาพความผิดทั้งหมดที่เขาเคยทำมา รวมทั้งการวางแผนกับพี่สาวของตัวเองซึ่งก็คือภรรยารองของท่านผู้นำเพื่อที่จะสังหารเขานั้นเอง และยังได้บอกอีกว่าพวกเขาคือ ผู้ร้ายข้ามชาติที่แฝงตัวอยู่ในประเทศนานแล้ว และรอเพียงเวลาที่จะลงมือสังหารท่านผู้นำนั้นเองเมื่อคลิปการสารภาพของเขากระจายออกไป ทำให้เกิดคลื่นใหญ่ขึ้นในสังคมทันที เหล่าผู้รักษาความปลอดภัยต่างก็รีบเข้าเพื่ออารักขาท่านผู้นำและพวกเขาได้รวบตัวของภรรยารองของท่านผู้นำเอาไว้เพื่อสอบสวนต่อไป ถึงแม้ว่าเธอจะปฎิเสธทุกข้อหาที่น้องชายของเธอพูดก็ตาม ตอ
บทที่ 102ความทรงจำที่หวนคืนเมื่อหยางชิงโม่ออกจากห้องของเฉินหวังตงได้ เธอก็รีบยกหูโทรหาน้องสาวจางหมี่ของเธอทันที“พี่หมอให้หยดน้ำทิพย์ไปเขากินหรือคะ” จางหมี่เอ่ยถามมาตามสาย“ใช่แล้วน้องหมี่ พี่ก็เลยจะถามน้องว่าน้ำทิพย์จะมีผลต่อความทรงจำของเขาหรือไม่นะสิ”หยางชิงโม่เอ่ยออกมาเธอออกจะเป็นกังวลเล็กน้อย“มีผลค่ะ นั้นคือหากว่าเขาสูญเสียความทรงจำไปจริงๆ เขาก็จะกลับมาจำได้อย่างแน่นอน แต่หากว่าเขาไม่มีความทรงจำนั้นอยู่แล้ว น้ำทิพย์ก็เพียงจะทำให้เขาเฉลียวฉลาดมากขึ้นเท่านั้นเอง”จางหมี่บอกคุณสมบัติของน้ำทิพย์สวรรค์ของเธอให้กับพี่หมอหยางชิงโม่ไป ทั้งๆ ที่ความจริงแล้ว เธอไม่จำเป็นต้องใช้น้ำทิพย์เพื่อกระตุ้นความทรงจำเขาเลยด้วยซ้ำ เพราะอีกไม่นานเขาก็จะจำเธอได้แล้ว แต่ว่าแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน พวกเขาจะได้ไม่เสียเวลาดีๆ ในชีวิตไป จางหมี่คิด“เช่นนั้นแสดงว่าหากเขาเป็นเฉินหวังตงของพี่จริงๆ เขาก็จะจำพี่ได้แล้วใช่หรือไม่?"หยางชิงโม่ยังต้องการคำตอบเพื่อความแน่ใจ“ใช่แล้วค่ะ เขาจะจำพี่ได้แน่นอน ที่นี่ก็ขึ้นอยู่กับพี่หมอแล้วว่าจะตัดสินใจอย่างไร แต่ฉันก็อยากจะบอกพี่หมอเหมือนกันว่า คู่ชีวิตที่ดีนั้นหาไม่ได้ง่ายน
บทที่ 101 เป็นแฟนกันเถอะนะครับหยางชิงโม่ที่อยู่ในชุดกาวน์ของแพทย์ยืนมองดูร่างของคนไข้ที่ตอนนี้มีสายระโยงระยางเพื่อพยุงชีวิตเขาเต็มไปหมด หมอที่มาตรวจดูอาการของเขาต่างก็ตกอยู่ในอาการงวยงง กันมาก เพราะว่าแผลของเขาที่รับนั้นมันเล็กมาก ไม่ถึง10 เซนติเมตรด้วยซ้ำแต่ว่าอาการของเขานั้นมีหลายครั้งที่ถึงกลับมีอาการหัวใจล้มเหลว พวกเขาต่างพยายามเต็มที่ที่จะช่วยชีวิตของคนไข้รายสำคัญคนนี้ของท่านผู้นำเอาไว้ เพราะแน่นอนว่าพวกเขาทุกคนต่างก็ได้รับข่าวสารเรื่องการที่เขาเป็นผู้ช่วยเหลือท่านผู้นำเอาไว้จากผู้ร้ายหยางชิงโม่นั้นก่อนที่จะมาที่นี่เธอได้โทรหาน้องสาวจางหมี่แล้ว โดยถามว่ายาที่เธอให้มานั้นจะเกิดอาการอย่างไรกับคนที่โดนซึ่งจางหมี่ก็ได้บอกรายละเอียดมาจนครบและเด็กสาวคนนั้นยังบอกอีกว่าหากจะรักษาให้หายเพียงให้หยดน้ำทิพย์เข้าปากเพียง1หยดเท่านั้นเอง และหากว่าอยากจะให้คนร้ายสารภาพและซัดทอดไปถึงผู้บงการจำเป็นต้องมียาอีกตัวที่จะทำให้ประสาทของคนไข้หลอนและสารภาพออกมาเอง โดยการที่เขาจะสารภาพนั้นอาจจะใช้เวลา 1 หรือ 2 วันหลังจากที่เขาอาการดีขึ้น โดยที่พวกเธอไม่ต้องทำอะไร และแน่นอนว่าตอนนี้ยาเม็ดนั้นอยู่ในมือของเ
บทที่ 11 กำลังง่วงนอนก็มีคนส่งหมอนให้ทันทีเมื่อพิจารณาถึงสถานการณ์ปัจจุบันของตัวเองแล้วตอนนี้เธอไม่รู้จักใครที่นี้เลย ที่จะนำสินค้าของเธอไปขายได้ ดังนั้นเธอต้องวางแผนที่จะทำให้สินค้าของเธอเป็นสินค้าที่ขายส่งให้กับห้างร้านขนาดเล็กใหญ่และหาตัวแทนจำหน่ายเท่านั้น ดังนั้นเธอจึงได้ทำรายชื่อห้างร้านรวมถึ
บทที่ 3 เตรียมข้อมูลเหตุการณ์สำคัญในยุค60-จนถึงปีปัจจุบันไปด้วย เมื่อเตรียมความพร้อมด้านอาหารปัจจัยสี่พร้อมแล้ว หยางชิงโม่ได้ค้นดูข้อมูลใน internet เกี่ยวกับยุคสมัยปี 60-มาจนถึงปีปัจจุบัน ของประเทศจีน ซึ่งในปี 1976 จะเป็นปีที่เหมาเจ๋อตุงผู้นำคนเก่าได้เสียชีวิตแลเติ้ง เสี่ยวผิง ผู้นำคนใหม่ขึ้นสู่อำ
บทที่ 2 แหวนมิติเก็บของเตรียมพร้อมสำหรับการย้อนเวลาหยางชิงโม่ลูบคลำแหวนหยกบนนิ้วอย่างแผ่วเบาทันใดนั้นความเจ็บแปล๊บก็แล่นผ่านปลายนิ้วเธอก้มมองดูพบรอยแผลเล็ก ๆ เลือดซึมออกมาหยางชิงโม่เผลอเอานิ้วเข้าปากดูดเลือดที่ปลายนิ้ว ในเสี้ยววินาทีนั้นหยดเลือดก็สัมผัสถูกแหวนหยกสีเขียวนั้นเข้า ชิงโม่รู้สึกเหมือนม
บทที่ 1 ความฝันก่อนย้อนเวลา รีไรท์หยางชิงโม่ลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความอ่อนเพลียเหงื่อผุดขึ้นเต็มใบหน้าสวยหวานของเธอ ฝันร้ายยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเธอ ย้อนไปเมื่อเดือนก่อน ฝันประหลาดเริ่มคุกคามเธอหญิงสาวในฝันมีชื่อและหน้าตาคล้ายเธอมากถึง 70% นามว่าหยางชิงโม่ อายุเพียง 17 ปี ใช้ชีวิตอย่างยากลำบากในยุ












Peringkat
Ulasan-ulasanLebih banyak