بيت / แฟนตาซี / Intention to Death เมื่อความตายกลายเป็นพลัง / บทที่ 8 คืนแรกในแมนชันของคิง

مشاركة

บทที่ 8 คืนแรกในแมนชันของคิง

مؤلف: Sapphiros S. N.
last update تاريخ النشر: 2026-02-04 14:55:09

บทที่ 8

คืนแรกในแมนชันของคิง

ไพเรนทร์และไทเรสเดินขึ้นบันไดตามเคนยูกับสาว ๆ ไปยังชั้นบนของคฤหาสน์ขนาดยี่สิบสามห้องด้วยความเงียบงัน สาวสวยคนหนึ่งเปิดประตูห้องให้กับเจ้าของบ้านแล้วพากันเข้าไป ภายในคือห้องนอนขนาดใหญ่เกินปกติหลายเท่า มุมหนึ่งของห้องมีเตียงนอนขนาดคิงไซส์ที่มีสาวสวยอกเอวสะบึมสามคนนอนทอดกายรออยู่ก่อนแล้ว

“ว้าว! คิงมาแล้ว”

“รอนานจนจะหลับแล้วน้า”

“วันนี้พาเพื่อนมาเล่นด้วยเหรอ?”

“ไม่ต้องไปสนใจพวกนั้นหรอก มาสนุกกันดีกว่า อุดอู้อยู่ในสถานีวิจัยเส็งเคร็งนั่นมาตั้งนาน เบื่อจะตายชักแล้ว”

“เอ๋ ไม่ได้เล่นด้วยกันแล้วพามาด้วยทำไมล่ะ รสนิยมใหม่เหรอ?”

เคนยูจิ๊ปากด้วยความขัดใจ เขาหันขวับไปชี้นิ้วใส่หน้าไพเรนทร์ “ไอ้หนูทดลอง ห้องนอนฉันทุบสองห้องรวมกัน ออกไปนอกห้องยังไงก็เกินสิบเมตร ดังนั้นจะไสหัวไปอยู่ตรงไหนก็อยู่ไป แต่อย่ามารบกวนฉันกับเด็ก ๆ ของฉัน เข้าใจ๊?”

“อะ อืม” ไพเรนทร์ตอบตะกุกตะกักอย่างทำตัวไม่ถูก

“คิง อย่าตะคอกสิ หนุ่มน้อยกลัวหมดแล้ว”

“พ่อหนุ่มคนนี้หน้าตาดีใช้ได้นะ ไว้หนวดเคราแล้วดูดิบเถื่อนดี ฉันชอบ”

ไพเรนทร์ผงะกับสาว ๆ ที่เข้ามาห้อมล้อมเขากับไทเรส ชายหนุ่มรีบยกมือขึ้นปัดป้องมือนุ่มนิ่มมากมายที่เอื้อมเข้ามาแล้วถอยหนีอย่างตื่นตระหนก

“คะ คุณเคน... คิงครับ” มนุษย์สันโดษผู้ไม่ถูกกับการโดนผู้คนห้อมล้อมและจับเนื้อต้องตัวอย่างไพเรนทร์พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“บอกแล้วไงว่าอย่ารบกวน!”

“แต่ แต่ว่า…”

“อะไรอีก ห๊ะ?!”

เสียงตะคอกดังลั่นจนไพเรนทร์สะดุ้ง เขากลืนน้ำลายทำใจกล้าเพื่อถามคำถาม

“จะให้ผมกับไทเรสนอนตรงไหนครับ?”

นอกจากเตียงหลังใหญ่ รอบ ๆ ห้องก็ยังมีโซฟา ฟูก และผืนพรมฟูฟ่องหนาชั้นวางไว้ทั่ว แต่ไม่ว่าไพเรนทร์หันไปมองมุมไหนของห้องก็มีแต่สาว ๆ จับจองพื้นที่กันหมดแล้ว

“จะนอนพื้นหรือนอนบนพรมเช็ดเท้าก็เรื่องของพวกนาย”

เคนยูตอบกลับอย่างไม่ใยดีแล้วโอบสาวขึ้นเตียงอย่างอดรนทนไม่ไหวแล้ว

“อื้อ อ๊า! คิง”

“อย่าจับตรงนั้นสิ คิง”

“นี่ เล่นกับฉันด้วยสิ”

ไพเรนทร์นั่งขดตัวอุดหูพิงผนังห้องฝั่งที่ไกลจากเตียงมากที่สุด กิจกรรมร่วมเพศส่งเสียงดังอย่างต่อเนื่องจนไพเรนทร์ข่มตาหลับไม่ลง นอกจากนี้ ห้องนอนของเคนยูยังลดอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศเสียหนาวจัด ไพเรนทร์ได้แต่ตัวสั่นงันงกอย่างควบคุมไม่ได้ เขาไม่เข้าใจเลยสักนิดว่า สาว ๆ เหล่านั้นทนอยู่ในห้องเย็นเฉียบโดยสวมใส่เพียงผ้าน้อยชิ้นได้อย่างไร

แต่ไพเรนทร์ก็ไม่แน่ใจว่าที่เขาตัวสั่นเป็นเพราะอุณหภูมิหรือเพราะความกลัว

สุ้มเสียงแห่งการเสพสมขุดความทรงจำแสนบอบช้ำเมื่อครั้งยังอยู่ในเขตสิบเอ็ดขึ้นมา ไพเรนทร์แนบใบหน้าเข้ากับผนังเย็นยะเยือกแน่น หวังว่าความเย็นจะช่วยชะล้างความทรงจำเหล่านั้นออกไป

ความอบอุ่นคืบคลานเข้ามาอย่างฉับพลันจนไพเรนทร์สะดุ้งเฮือก เขาลืมตาขึ้นมาพบกับไทเรสกำลังใช้สองมือตะปบชายผ้าห่มที่ร่วงหล่นจากมืออย่างเงอะงะ พยายามดึงมันขึ้นมาห่มคลุมตัวเขาอยู่

“ไท… ไปเอาผ้าห่มมาจากไหนเนี่ย?”

ไทเรสชี้มือไปยังผู้หญิงคนหนึ่งบนโซฟา เธอส่งยิ้มให้ก่อนจะเดินไปร่วมสนุกกับผองเพื่อน

ไพเรนทร์หันกลับมามองไทเรส “แล้วของนายล่ะ?”

ซอมบี้เนื้อตัวแข็งขัดพยายามส่ายหน้า แต่ยิ่งอากาศหนาวเย็น ร่างไร้ชีวิตก็ยิ่งแข็งทื่อจนกลายเป็นส่ายไปทั้งตัวแลดูน่าขัน

ไพเรนทร์อมยิ้มเล็กน้อย น่าแปลกที่พออีกฝ่ายเป็นซอมบี้แล้วเขากลับไม่ได้รู้สึกอึดอัดที่จะต้องใกล้ชิดเท่าตอนไทเป็นมนุษย์ ความรักสันโดษมีผลแค่กับสิ่งมีชีวิตหรืออย่างไร หรือบางทีอาจจะเป็นเพราะในร่างของไทเรสมีไอทมิฬของเขาไหลเวียนอยู่จึงทำให้ไพเรนทร์รู้สึกคุ้นเคยกับไทเรสในสภาพนี้

สภาพที่เขายัดเยียดให้กับไทเรส…

“ไม่ได้หรอก หนาวขนาดนี้เดี๋ยวนายก็ขยับไม่ได้กันพอดี งั้นเรามาห่มด้วยกันก็แล้วกัน”

เคนยูปลดปล่อยจนสมใจอยากก็ผล็อยหลับไปด้วยความอิ่มเอม ฆาตกรอันดับสองตื่นขึ้นมากลางดึกเพื่อไปเข้าห้องน้ำ สายตาพลันเหลือบไปเห็นสองร่างขดตัวอยู่ในผ้าห่มที่มุมห้อง ชายหนุ่มผู้ยังตกอยู่ในภวังค์ฝันสาวเท้าไปข้างหน้าอย่างเลื่อนลอย มือเอื้อมออกไปหาใบหน้าซีดขาวที่โดดเด่นขึ้นมาเหนือสิ่งอื่นใดภายใต้ความมืดมนอนธการ

ศีรษะของหนูทดลองกลับเบนหลบมือของเขา ไถลลงไปซบกับบ่ากว้างของซอมบี้ด้านข้าง มือไร้สีเลือดกอบกุมศีรษะของเจ้านาย ปกป้องคุ้มครองจากภัยร้าย ดวงตาดำมืดที่เป็นรูม่านตาเกินกว่าครึ่งจดจ้องมองผู้บุกรุกพื้นที่ส่วนตัวของพวกเขาทั้งสองด้วยสายตาดุร้ายราวกับสัตว์ป่าหวงรัง

เคนยูยกยิ้มหยัน “ฮึ ซื่อสัตย์ขนาดนี้ หมอนี่เลยอยากชุบชีวิตนายสินะ”

สายตาดุร้ายของซอมบี้เมื่อครู่กลับกลายเป็นงุนงงโดยมิได้เสแสร้ง น่าแปลกที่ดวงตาไร้แววกลับสื่ออารมณ์ออกมาได้ดีคล้ายเมื่อครั้งยังมีชีวิตถึงเพียงนี้

“อย่าบอกนะว่า ไม่รู้?” เคนยูแค่นเสียงหัวเราะ เมื่อได้รับสายตาแสดงความสงสัยมากกว่าเดิมส่งกลับมายืนยันความคิด เขาก็ยิ่งหัวเราะชอบใจ ฆาตกรอันดับสองเดินไปเข้าห้องน้ำอย่างอารมณ์ดี

ไพเรนทร์ถูกสะกิดให้ตื่นขึ้น เมื่อลืมตาขึ้นมาก็พบหญิงสาวหน้าตาสะสวย ผิวสีน้ำผึ้ง เธอย้อมปลายผมเป็นสีม่วงเข้ม สวมชุดหนังรัดรูปสีดำสนิท ริมฝีปากอวบอิ่มของเธอทาลิปสติกสีแดงโลหิต ขับให้ใบหน้าสวยดุของเธอมีเสน่ห์น่าดึงดูด

“ตื่นได้แล้ว หมายเลขหนึ่งหนึ่งสาม”

“ครับ คุณโบอา”

ไพเรนทร์รีบลุกขึ้นตามคำสั่ง แต่ร่างของเขากลับไม่ขยับ ความผิดปกติทำให้อาการงัวเงียจางหาย ชายหนุ่มตื่นเต็มตาแล้วจึงได้รู้สาเหตุ รอบศีรษะของเขาถูกท่อนแขนเย็นเฉียบโอบพาด ลำคอปวดเมื่อยของไพเรนทร์ก็กำลังเอนพิงไหล่สูงของซอมบี้ด้านข้าง

นี่เขาเผลอนอนทับไทเรสหรือ สงสารไทเรสโดนทับทั้งคืนคงจะเมื่อยแย่ ถ้าซอมบี้เมื่อยได้น่ะนะ

“เอ่อ ไท ขอโทษที ฉันเผลอทับนาย”

“ฮึม”

ไทเรสส่งเสียงครืดคราดผ่านลำคอ ท่อนแขนแข็งทื่อเลื่อนออกจากศีรษะของเขาอย่างยากลำบาก ท่าทางดูราวกับหุ่นยนต์ขาดน้ำมันหล่อลื่น

“รีบหน่อย ระวังอย่าให้เสียงดังจนคิงตื่นด้วย ฉันขี้เกียจพูดกับหมอนั่น”

ไพเรนทร์พยักหน้าตอบรับแล้วขยับร่างกายปวดล้าจากการไม่ได้เอนกายนอนในท่าที่สบาย จากนั้นจึงช่วยฉุดไทเรสที่เนื้อตัวขัดแข็งเพราะอากาศหนาวเย็นให้ลุกขึ้นตาม

“ตามมา”

โบอาเดินนำตัวทดลองทั้งสอง ไพเรนทร์นึกบางอย่างขึ้นได้ก็ตื่นตระหนก เขารีบกระซิบบอกหญิงสาวด้านหน้า

“คุณโบอาครับ ผมออกไปจากห้องนี้ไม่ได้ คุณเคน…คิงบอกว่า ออกไปนอกประตูยังไงก็เกินสิบเมตร”

“ไม่ต้องห่วง ฉันให้สาว ๆ ช่วยเตรียมการตั้งแต่ก่อนพวกนายมาถึงแล้ว อ้อ ตอนเดินระวังอย่าเผลอเหยียบของพวกเธอล่ะ สาว ๆ พวกนี้ชอบนอนไม่เรียบร้อย”

ไพเรนทร์กับไทเรสเดินย่องหลบหลีกหญิงสาวที่นอนพาดแขนขาลากพื้นตามโบอาไปยังอีกฟากของห้อง ไพเรนทร์มองไทเรสด้วยความเห็นใจปนเป็นห่วง แค่เดินธรรมดาไทเรสก็เดินไม่ค่อยจะตรงอยู่แล้ว ยังต้องมาคอยระวังไม่ให้เหยียบคนอีก

โบอากดปุ่มที่ซ่อนอยู่ในผนัง เพดานเหนือศีรษะของพวกเขาทั้งสามเลื่อนเปิดออกพร้อมกับบันไดยื่นลงมายาวเหยียดจนถึงพื้นห้อง นำพาพวกเขาทั้งสามขึ้นไปสู่ห้องใต้หลังคา

หลังจากไพเรนทร์ช่วยดึงไทเรสขึ้นมาข้างบนเรียบร้อย โบอาก็กดปุ่มเก็บบันไดและเลื่อนปิดเพดาน พวกเขาขึ้นมาอยู่บนชั้นใต้หลังคาแล้ว

“ห้องลับใต้หลังคาน่ะ มีในแมนชันทุกหลังเลย พวกคนรวยในยุคก่อนคงจะมีความลับให้เก็บงำกันไม่ใช่น้อย ศาสตราจารย์ราชานส่งคนมาปรับปรุงห้องนี้เล็กน้อยตั้งแต่ก่อนที่พวกนายจะมาถึงแล้ว สาว ๆ ก็ช่วยกันเก็บกวาดเพื่อให้เราใช้ในการฝึกซ้อมโดยเฉพาะ”

ไพเรนทร์มองการปรับปรุง ‘เล็กน้อย’ อันประกอบด้วยผนังเสริมความหนาพิเศษเพื่อเก็บเสียงและป้องกันความเสียหาย ทั้งยังเคลือบด้วยพลังแห่งความตายเพื่อความปลอดภัยไม่ต่างจากกำแพงเขต แน่นอนว่าแค่นี้ก็มีมูลค่ามหาศาลมากแล้ว บางทีห้องของผู้นำบางเขตยังปลอดภัยไม่ได้เท่านี้เลยด้วยซ้ำ

“เขตหนึ่งนี่ร่ำรวยกันจังเลยนะครับ” ไพเรนทร์พึมพำ

“อยู่ไปเดี๋ยวก็ชิน” โบอายักไหล่ “นักเลงหน้าไม่อายนั่นกว่าจะตื่นก็คงจะผ่านไปครึ่งค่อนวันแล้ว ระหว่างนั้นถ้านายไม่ออกไปจากห้องใต้หลังคานี้ ก็ไม่มีทางห่างจากเตียงของหมอนั่นเกินสิบเมตร วางใจได้”

“เข้าใจแล้วครับ”

ไพเรนทร์กลับมาพูดเต็มเสียงตามโบอาหลังจากที่ไม่ต้องคอยระวังจะทำให้คนตื่น เขาเริ่มรู้สึกประหม่าจนไม่รู้จะวางสายตาไว้ตรงไหน

โบอามองประเมินนักเรียนของเธอ แม้จะได้อ่านข้อมูลการทดลองที่ศาสตราจารย์ราชานส่งมาแล้ว แต่เธอกลับไม่เห็นพลังอันยิ่งใหญ่ตามข้อมูลเหล่านั้นในร่างของชายหนุ่มผู้นี้เลยสักนิด ระดับไอทมิฬของชายหนุ่มเทียบเท่าได้กับผู้ปลุกไอทมิฬธรรมดาทั่วไปที่เคยฆ่าคนแค่ไม่กี่ครั้ง ไร้ซึ่งวี่แววของพลังมหาศาลอันประมาณค่าไม่ได้แบบที่ศาสตราจารย์ว่าไว้

“ก่อนอื่นฉันจะอธิบายว่าทำไมฉันถึงได้มารับหน้าที่สอนนายควบคุมไอทมิฬ”

ไพเรนทร์นั่งหลังตรงอย่างตั้งใจฟัง แม้จะยังหลบสายตาคมดุเหมือนงูอยู่เป็นระยะก็ตาม

“แต่เดิมวิธีในการสังหารตามแรงจูงใจของฉันคือการใช้พิษงู ดังนั้นไอทมิฬที่ถูกปลุกของฉันจึงมีคุณสมบัติเหมือนกับพิษงู หลังจากปลุกพลังฉันก็ฝึกฝนจนตอนนี้ไม่ได้ใช้ได้แค่เพียงพิษงูแล้ว พิษปลาปักเป้า พิษแมงกะพรุน พิษจากพืช พิษจากแมลง หรือแม้กระทั่งแก๊สพิษ ไอทมิฬของฉันก็สามารถสร้างได้และยังเสริมความแข็งแกร่งด้วยพลังแห่งความตายจนส่งผลร้ายแรงกว่าพิษตามปกติหลายเท่า”

ไพเรนทร์กลืนน้ำลายอึกใหญ่ด้วยความประหม่ายิ่งกว่าเดิม เพิ่มเติมความเครียดใส่เข้าไปอีกเท่าหนึ่ง เขาสังหรณ์ใจไม่ดีชอบกล

“การจะใช้พิษลอบเข้าสู่ร่างกายได้ จะต้องปกปิดร่องรอยของไอทมิฬให้เกลี้ยงเกลา เพื่อที่จะรุกล้ำผ่านกลไกการป้องกันตัวเองด้วยพลังแห่งความตายของเป้าหมายได้อย่างแนบเนียน สิ่งเหล่านี้จำเป็นต้องใช้การควบคุมในระดับสูง”

โบอาชูนิ้วขึ้น เธอหล่อเลี้ยงไอทมิฬไว้ที่ปลายนิ้วเป็นก้อนกลม ก้อนทมิฬแตกออกเป็นเส้นทมิฬหลายสาย เลื้อยคลานไปรอบห้องใต้หลังคาราวกับงูนับร้อยตัวกำลังแหวกว่ายอยู่ในแทงก์น้ำ

“ตรวจจับไอทมิฬของฉันให้ได้ และใช้ไอทมิฬของนายสร้างเกราะป้องกันไม่ให้พิษของฉันเจาะเข้าสู่ร่างกายของนาย”

“ดะ เดี๋ยวก่อนสิครับ ตอนนี้เลยเหรอ? แล้วถ้ากันไม่ได้ล่ะครับ มียาถอนพิษไหมครับ?!” ไพเรนทร์ตื่นตระหนก เขายังตายไม่ได้ นี่มันแย่กว่าที่ลางสังหรณ์ของเขาคาดการณ์ไว้อีก!

ดวงตางูส่องประกายวาบอย่างเยียบเย็น

“นายก็จะตาย”

โบอาทำหน้าที่ของเธออย่างเต็มที่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นงานใด งานนี้เองก็เช่นกัน อีกทั้งเธอยังได้รับสารมาจากศาสตราจารย์โดยตรงว่า…

…ตัวทดลองนี้เป็นอมตะ ไม่ต้องยั้งมือ

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • Intention to Death เมื่อความตายกลายเป็นพลัง   บทที่ 126 บทสรุป

    บทที่ 126บทสรุปในขณะที่เขตการปกครองที่หนึ่งกำลังวุ่นวายกับการซ่อมแซมและบูรณะยกเครื่องครั้งยิ่งใหญ่ ร่างที่สวมผ้าคลุมตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าก็ปรากฏขึ้นในมุมมืดที่ถูกลืม ในหลอดทดลองขนาดใหญ่เกิดฟองผุดกรายอย่างตื่นเต้น“มาได้สักที คุณพ่อมาร์คัส!”ผ้าคลุมศีรษะเลิกลง เผยโฉมหน้าของชายชราผู้เงียบขรึม แขนซ้ายภายใต้ผ้าคลุมเย็นเฉียบด้วยอุณหภูมิของโลหะ“เหลือแค่สมองยังจะอุตส่าห์ลอบติดต่อออกไปได้ เลยต้องมาดูให้เห็นกับตาเสียหน่อย”“ฮึ! เป็นเพราะมนุษย์หน้าโง่พวกนั้นดูถูกฉัน คิดว่าฉันสิ้นฤทธิ์แล้วเลยเชื่อมต่อสมองเข้ากับระบบช่วยสื่อสาร คิดจะใช้งานฉันเป็นตัวหมากเปล่า! แต่แค่นั้นก็เพียงพอจะให้ฉันอาศัยช่องว่างแอบติดต่อไปหาคุณแล้ว”หากยังมีใบหน้า ตอนนี้อันเสียนคงจะฉีกยิ้มร่าสะใจกับชัยชนะ มาร์คัสเกลียดที่ตนจินตนาการใบหน้านั้นได้ แต่จากนี้ไปเขาไม่ต้องเห็นมันอีกแล้ว เพราะอันเสียนจะแสดงสีหน้าไม่ได้อีกมาร์คัสกางแขน ปลดชิ้นส่วนนับพันออกจากร่าง กระตุ้นไอทมิฬประกอบชิ้นส่วนเหล่านั้นขึ้นมาเป็นร่างของมนุษย์ ศีรษะของหุ่นมนุษย์โลหะเปิดออกเว้นช่องว่างข้างใน“บอกไว้ก่อน พ่อไม่คิดว่ามันจะได้ผล”“คิดว่าฉันเป็นใครกัน? ฉ

  • Intention to Death เมื่อความตายกลายเป็นพลัง   บทที่ 125 ครอบครัวผู้พลัดพราก

    บทที่ 125ครอบครัวผู้พลัดพรากนอกเขตศูนย์วิจัยและผลิตพลังงานจัดตั้งเป็นพื้นที่พักผ่อนชั่วคราวของผู้ใช้แรงงานทุกคน ภายในแน่นขนัดไปด้วยเหล่าผู้หิวโหยเหน็ดเหนื่อยกำลังเติมพลังก่อนจะไปลุยงานต่อไพเรนทร์ได้รับอาหารแล้วก็เดินไปนั่งโต๊ะตัวในสุดของแถวซึ่งหลบอยู่ในมุมมืดตามปกติ แต่เดิมเขาก็ไม่ชอบสุงสิงกับผู้คนอยู่แล้ว ยิ่งในตอนนี้ที่เขากลายเป็นบุคคลที่ใคร ๆ ต่างก็หวาดกลัว ยิ่งทำให้ไพเรนทร์พยายามทำตัวให้ลีบเล็กที่สุด ไทเรสถือถาดอาหารตามมานั่งด้านข้าง ร่างสูงของแฟนหนุ่มช่วยบดบังเขาจากสายตาผู้คนได้มิดชิดกว่าเดิมทว่า กลับมีชายวัยกลางคนคนหนึ่งถืออาหารเดินมานั่งฝั่งตรงข้ามกับไพเรนทร์ด้วยรอยยิ้ม เป็นวิศกรที่เขาช่วยในวันนี้“เมื่อเช้าต้องขอบคุณคุณไพเรนทร์มากเลยนะครับ ผมไม่เคยรู้สึกทำงานง่ายเท่านี้มาก่อน จนทำเสร็จในส่วนของวันนี้เข้าไปแล้ว แบบนี้การก่อสร้างต้องเร็วกว่ากำหนดแน่!”“ไม่หรอกครับ เป็นคุณที่ทำงานเก่งมากกว่า” ไพเรนทร์ตอบกลับอย่างกระอักกระอ่วน เขาละอายใจที่ไม่รู้จักชื่อคนที่ทำงานอาบเหงื่อมาด้วยกันตลอดทั้งเช้าด้วยซ้ำไม่รอให้เขาต้องละอายใจนาน ชายผู้นั้นหัวเราะแล้วยื่นมือมาตรงหน้าไพเรนทร์ “ผมชื่

  • Intention to Death เมื่อความตายกลายเป็นพลัง   บทที่ 124 ภารกิจแรงงานทาส

    บทที่ 124ภารกิจแรงงานทาสค่ำคืนหวานชื่นไม่ได้จบลงแค่ในคืนนั้น เมื่อต้องนอนบนเตียงเดียวกันทุกคืน ภายใต้ผืนผ้าเดียวกัน บนเตียงกว้างไร้ซึ่งหมอนหรือตุ๊กตากั้นขวาง มีเพียงสองกายที่แนบสนิทแบ่งปันความเร่าร้อนให้แก่กัน ก็ไม่มีอะไรสามารถหยุดยั้งการสร้างความสุขทางกายที่เชื่อมสองใจเข้าด้วยกันได้“อือ ไท ท่านี้มัน อ๊ะ! จะล้มแล้ว อึก”“ฉันจับนายไว้อยู่ ไม่ต้องกลัว”“แต่…”สะโพกนุ่มถูกยกสูงแล้วดึงรั้งลงมาครอบครองแก่นกายใหญ่จนมิดด้าม ลึกจนจุกไปทั้งท้อง ปลายแข็งครูดจุดอ่อนไหวสร้างความเสียวซ่านจนทั้งร่างอ่อนระทวย ไพเรนทร์ร้องเสียงหลงอย่างกั้นไม่อยู่ กล้ามเนื้อทุกส่วนในร่างกายช่วงล่างเกร็งขนัด บีบตอดแท่งเนื้อในกายสร้างความสำราญยิ่งกว่าให้กับผู้รุกราน “ไท อื้อ! เปลี่ยนท่าเถอะนะ ฉันจะไม่ไหวแล้ว”“ไม่ต้องห่วง นายก็เห็นความทรงจำฉันแล้วนี่ ยังมีอีกหลายท่าที่ฉันอยากลอง”“ไม่ใช่อย่างนั้น อ๊ะ!”ลิ้นอุ่นแลบเลียร่องกระดูกที่โคนลำคอ ดูดเม้มไปจนสัมผัสถูกลูกกระเดือก ก่อนจะไปหมุนวนขบกัดเยื้องไปด้านข้างเบา ๆ ตำแหน่งนั้นกลายเป็นจุดโปรดในเวลาร่วมรักของไทเรสไปเสียแล้ว จุดที่ไพเรนทร์ใช้แทงปลิดชีพตัวเองไปนับครั้งไม่ถ้วน

  • Intention to Death เมื่อความตายกลายเป็นพลัง   บทที่ 123 ความสุขทางกาย (NC)

    บทที่ 123 ความสุขทางกาย ลิ้นอุ่นเลียปลุกแก่นกายน้อยที่ด้านชามานานจนไม่รู้จักความสุขสำราญ ชโลมน้ำลายเพิ่มความชุ่มชื้นก่อนเข้าครอบครองไว้ในโพรงปากอุ่น เรียวขาขาวซีดหนีบเข้าหากันอย่างตกใจ แรงบีบรอบศีรษะยิ่งทำให้ไทเรสรู้สึกแนบชิดกับคนรักมากขึ้น ปากทรงกระจับรูดขึ้นลงอย่างเนิบช้า สร้างสัมผัสให้อีกฝ่ายค่อย ๆ เรียนรู้อย่างนุ่มนวล มือหนึ่งนวดคลึงสะโพกนุ่มให้ร่างเกร็งขนัดผ่อนคลาย อีกมือเอื้อมไปกอบกุมมือสั่นเทาที่กำผ้าปูที่นอนแน่น ความอ่อนโยนของเขาได้ผล ตัวตนที่เหี่ยวเฉาตามสภาพจิตใจมาเนิ่นนานค่อย ๆ ตื่นขึ้นอย่างช้า ๆ ในปากของเขา ในขณะที่ปากขยับลิ้นอุ่นก็โลมเลียเพิ่มสัมผัสวาบหวามให้กับมันไปด้วย เสียงหลงแสนน่ารักหลุดออกมาจากคนถูกปลุกเร้า มือที่ลูบศีรษะของเขาชักกลับ แต่ไทเรสดึงรั้งมันกลับมาก่อน “ไพ ฉันอยากฟังเสียงของนาย” ไทเรสพูดทั้งที่ยังไม่ถอนปากไปจากปลายยอด พาให้ท้องน้อยวูบวาบจนเอวบางบิดแอ่น บางทีไทเรสก็รู้จักเขาดีเกินไป แม้กระทั่งว่าเขากำลังจะปิดปากอีกฝ่ายก็ยังรู้ทัน “แต่ แต่มันน่าอาย” “มันเพราะมากเลยต่างหาก ไพ ให้ฉันได้ฟังเสียงของนายนะ” มือบางลดแรงดึงลง ไทเรสจึงกดศีรษะกลับไปครอบครองแ

  • Intention to Death เมื่อความตายกลายเป็นพลัง   บทที่ 122 ถ้าเป็นนาย ต้องไม่เป็นอะไรแน่

    บทที่ 122ถ้าเป็นนาย ต้องไม่เป็นอะไรแน่“ไอ้สารเลวจอมฉวยโอกาสเอ๊ย!”ไทเรสเคี้ยวฟันด้วยความโมโหสุดขีด เขาอยากกระทืบกอริลลาที่กล้ามาแตะคนรักให้ตายคาที่ รอให้ตื่นขึ้นมาเป็นซอมบี้แล้วกระทืบซ้ำให้แหลกสลายคาเท้าต่อเลยด้วยซ้ำ แต่เขาต้องรีบพาไพเรนทร์ออกมาจากตรงนั้นให้เร็วที่สุด บาดแผลที่วิคเตอร์สลักไว้ยังฝังลึกอยู่ในจิตใจของไพเรนทร์ ไทเรสไม่คิดว่าการแก้แค้นที่เขตสิบเอ็ดจะลบล้างความทรงจำเลวร้ายพวกนั้นไปจากใจของไพเรนทร์ได้ทั้งหมด ไม่รู้ว่าตอนเผชิญกับเหตุการณ์เมื่อสักครู่ไพเรนทร์จะกลัวมากแค่ไหนยังไม่ทันจะได้กอดปลอบ ไพเรนทร์ก็หลับใหลในอ้อมแขนของไทเรสแล้วก่อนหน้านี้ไพเรนทร์อยากจะหายจากอาการง่วงเพลียเพราะร่างกายกับชีวิตไม่เข้ากันเพียงเพื่อที่จะได้ไม่เป็นภาระของคนอื่น ทว่าในตอนนี้ ไพเรนทร์ตระหนักได้แล้ว เขาไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ที่ตนเองอ่อนแอจนตอบโต้อะไรไม่ได้แบบที่คฤหาสน์ของเคนยูขึ้นอีก“…เรื่องนั้นง่ายจะตายไป ก็แค่สอนให้ร่างของนายรู้จักความสุขเหมือนที่ชีวิตของนายได้สัมผัสก็พอ…”ถูกของราชาน คำตอบของเรื่องนี้ไม่ได้สลักซับซ้อน เพียงแต่ต้องใช้วิธีไหนจึงจะสอนความสุขให้กับร่างกายได้กันเล่าสัมผัสจุมพ

  • Intention to Death เมื่อความตายกลายเป็นพลัง   บทที่ 121 ราชาเดียวดาย (2/2)

    “คุณเคนยู ช่วยปล่อยด้วยครับ ตอนนี้ผมต้องอยู่ภายใต้การจับตามองของรัฐบาลในคฤหาสน์หลังนั้น”เคนยูรู้ว่าไพเรนทร์ไม่ได้สนใจเรื่องนั้นสักเท่าไร แต่ใช้เป็นข้ออ้างที่จะผละไปจากเขาต่างหาก รอยยิ้มยินดีพลันขมขื่น ฟันสบเข้าคู่ขบกันแน่น เคนยูคิดเรื่องนี้มาไม่น้อย และเขาตัดสินใจมานานแล้ว“ฉันรู้ว่านายรักไอ้หน้าตายซากนั่น แต่นายจะแบ่งพื้นที่ในหัวใจมาให้ฉันสักเสี้ยวหนึ่งไม่ได้เลยเหรอ? ฉันเป็นผัวน้อยให้นายก็ได้นะ เป็นแค่ชู้ก็ยังดี!”ไพเรนทร์อึ้งจนอ้าปากค้างไปแล้ว เขาปลอบตัวเองว่าเคนยูคงจะพูดเล่น ทว่าแววตาหงอยเหงาแสนเศร้าที่ส่งออกมานั้นเป็นของจริง ไพเรนทร์ร้องเสียงเบาอย่างสลดใจ “คุณเคนยู อย่าทำแบบนี้เลยครับ”“ฉันรู้ว่าฉันในตอนนี้มันไม่แข็งแกร่งเท่าหมอนั่น แต่ฉันมั่นใจว่าฉันดูแลนายได้ดีกว่ามันแน่นอน”ดวงใจของไพเรนทร์ดั่งถูกบีบคั้น เขาไม่อยากทำร้ายน้ำใจคนที่ดีกับเขาอย่างเคนยูเลย แต่เรื่องนี้ เขาเองก็พูดให้ต้องชัดเจนเช่นกัน“คุณเคนยูครับ ถ้าไม่นับที่ซ้อมผมจนตายไปหลายครั้ง คุณก็เป็นไม่กี่คนที่ใจดีกับผม เป็นเพื่อนที่ดีต่อผม คุณเป็นคนที่สุดยอดมาก ทั่วทั้งโลกมีแต่คนชื่นชอบคุณ ผมเชื่อว่ายังไงคุณก็ต้องเจอคนที่ค

  • Intention to Death เมื่อความตายกลายเป็นพลัง   บทที่ 58 คาราวานสีเทา (2)

    บทที่ 58คาราวานสีเทา (2)แคปซูลลงจอดเบื้องหลังความโกลาหล ไพเรนทร์รีบวิ่งออกมาทันทีที่ประตูเปิด“ไท ทำอะไรน่ะ กระโดดลงมาแบบนั้นเดี๋ยวก็บาดเจ็บหรอก!”ไพเรนทร์มาถึงตัวเพื่อนซอมบี้ผู้ไม่รักตัวกลัวตายของเขากลับต้องผงะ ร่างสูงของไทเรสมีร่างน้อยเกาะติดหนึบอยู่“ฉันไม่เป็นไรหรอก ได้พลังของนายช่วยไว้ไงล่ะ

  • Intention to Death เมื่อความตายกลายเป็นพลัง   บทที่ 57 คาราวานสีเทา (1)

    บทที่ 57คาราวานสีเทา (1)ผู้ร้ายหลบหนีทั้งสามตระเวนขับแคปซูลตามร่องรอยที่ไทเรสชี้นำไปจนเข้าสู่วันที่สาม“นี่ แน่ใจนะว่ามาถูกทางน่ะ” ราชานผู้แม้จะผ่านภัยพิบัติมาหลายครั้งหลายหน แต่นักวิจัยเลื่องชื่ออย่างเขาก็มักจะได้รับการดูแลอย่างดีเสมอ ชายชราไม่เคยต้องอดมื้อกินมื้อ นอนหลังขดหลังแข็งในแคปซูลที่เขา

  • Intention to Death เมื่อความตายกลายเป็นพลัง   บทที่ 52 บทสรุปศึกสำนักงานใหญ่ดีซีโอ

    บทที่ 52บทสรุปศึกสำนักงานใหญ่ดีซีโอสำนักงานใหญ่แห่งดีซีโอ สถานที่รวบรวมการวิจัยซึ่งรัฐบาลโลกทุ่มทุนให้การสนับสนุนมากที่สุด สิ่งก่อสร้างที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกยุคโลกาวินาศ จากตึกสิบชั้นสูงสง่าที่ล้อมรอบด้วยกำแพงทมิฬซึ่งฆาตกรไร้อันดับฝากไม่ได้แม้แต่รอยขีดข่วน ถูกเสาสัญญาณมรณาต้นยักษ์ ณ ใจกลางล้มทับ

  • Intention to Death เมื่อความตายกลายเป็นพลัง   บทที่ 47 เพลย์เมคเกอร์

    บทที่ 47เพลย์เมคเกอร์ม่านหมอกสีแดงจางหายไปจากห้องทดลอง ทิ้งไว้เพียงร่องรอยแห่งไอทมิฬที่ตกค้างจากการต่อสู้ และผู้ที่เหลือรอดโดยการปลิดชีวิตผู้อื่นแผงไฟที่ถูกพลังงานมากมายก่อกวนจนดับไปนานแล้วกะพริบไหว ทั้งห้องกลับมาสว่างอีกครั้ง หน้าจอมอร์นิเตอร์ทุกตัวเสียหายจากแรงกระเทือนก่อนหน้า แต่ลำโพงประกาศฉุ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status