Beranda / เมือง / Just Say Nothing : โคตรคนปฏิเสธโลก (NC 18+) / บทที่ 14 : ความลับหลังเมือกเจล

Share

บทที่ 14 : ความลับหลังเมือกเจล

Penulis: L.sunanta
last update Terakhir Diperbarui: 2025-05-14 23:40:18

ตัดภาพกลับมาที่ฟากฝั่งของเจฟเฟอร์อีกครั้ง เขาค่อย ๆ พยุงตัวขึึ้นจากเตียงพร้อมกับลำควยที่เข้าที่เข้าทางดีแล้ว แม้ว่าความเจ็บปวดอันแสบระบม อันเป็นผลพวงมาจากขั้นตอนการรักษาจะยังคงอยู่ก็ตามที

.

"ตื่นแล้วเหรอคุณเจ้าหน้าที่ เป็นไงบ้างล่ะรู้สึกยังไงบ้าง?"

หมอยูมิโกะถามและขณะที่เจฟเฟอร์กำลังจะอ้าปากตอบ หูเจ้ากรรมก็ดันไปได้ยินเสียงฉึกฉัก ๆ คล้ายกับเครื่องยนต์อะไรสักอย่างเข้า แล้วเสี้ยวอึดใจที่หันไปหาต้นตอเท่านั้นแหละ โอ้พ่อเจ้าพ่อคุณเอ๊ย!

.

"นี่มึงยังอยู่อีกเหรอ!"

.

"พั๊ว!"

ฝ่าเท้าขนาดใหญ่จากเจ้าหน้าที่ภาคสนาม ประทับลงกลางอกของมันในทันที! เจ้าหุ่นยนต์นาริตะคอขาดล้มหงายท้องหงายไส้ในบัดดล! ครานั้นด้วยคุณภาพระดับสูงที่หมอยูมิโกะผลิตเอาไว้ เจ้าหุ่นกลับยังขยับแขนสาวดุ้นอากาศฉึกฉัก ๆ ๆ ต่อไปได้อย่างน่าเหลือเชื่อ

.

"ฉึกฉัก ๆ ๆ ฉึกฉัก ๆ ๆ"

.

"บ้าเอ๊ย! เวรแท้ ๆ !"

.

"ช่วยหยุดมันทีหมอ! ได้โปรดเถอะอวัยวะเพศผมโอเคแล้ว แต่ยิ่งผมเห็นมันน้องชายผมก็ยิ่งหดลง ถ้าหมอไม่ทำอะไรสักอย่างอีกไม่นานจากการรักษาโรคโด่ไม่รู้ล้ม มันจะกลายเป็นการรักษาโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศแทนเอานะครับ"

เจฟเฟอร์ร่ายยาว เขางอตัวคุดคู้จ้องมองมันสลับกับการเหลือบดูอวัยวะ ที่เหมือนเพิ่งผ่านการถูกข่มขืนมาหยก ๆ

.

"แหมคุณก็พูดเกินไป ไม่รุนแรงขนาดนั้นหรอกค่ะ แต่พฤติกรรมของคุณสิคะคุณเจ้าหน้าที่ ดูสิ! เห็นไหมว่าผู้ช่วยคนสนิทของฉันเขาทุกข์ใจแค่ไหน ไม่เป็นไรนะจ๊ะยูมิจังเดี๋ยวหมอจะสร้างนาริตะจังขึ้นมาใหม่่ เอาให้เหมือนเดิมเป๊ะเลย หมอบันทึกพิมพ์เขียวเอาไว้แล้วไม่ต้องห่วงนะจ๊ะคนดี.. โอ๋ ๆ "

.

ตัดภาพมาที่ยูมิจังที่บัดนี้กำลังนั่งคุกเข่าอยู่กับพื้น ก่อนจะช้อนตัวเอาร่างของน้องสาวขึ้นมากอด เธอร้องห่มร้องไห้ออกมาน้ำตาท่วม

.

"ฮือ ๆ ฮือ ๆ ค่ะหมอ หมอรับปากยูมิแล้วนะคะ ฮือ ๆ "

.

"ผู้ชายคนนี้ร้ายกาจที่สุดกับศพคนตายก็ไม่เว้น น้องนาริตะไม่มีหัวด้วยซ้ำยังถีบลงมาได้แย่ที่สุดเลย หมออย่าต่อแขนให้เขานะยูมิเกลียดคน ๆ นี้ อะไรที่พวกเราคุยกันไว้ยูมิขอลืมและยกเลิกทั้งหมดค่ะ เจ้าหน้าที่เจฟเฟอร์! "

.

ลืมตาตื่นขึ้นมายูมิก็ได้สร้างความมึนงงให้แก่เจฟเฟอร์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ซะแล้ว ในหัวเขาคิดแต่เพียงว่านี่ร่างเทียมสังเคราะห์มีสิทธิ์จะทำหรือไม่ทำอะไรได้ด้วยเหรอ พวกเธอมีสิทธิเสรีภาพตั้งแต่เมื่อไหร่ เจฟเฟอร์ตั้งใจจะสวนคารมกลับไปเสียด้วยซ้ำ แต่ก็ยังดีที่มีหมอยูมิโกะอยู่ใกล้ ๆ แล้วเธอก็อ่านพฤติกรรมของเขาออก

.

"หยุดเลยทั้งคู่จะทะเลาะกันทำไมมิทราบ เอางี้เรื่องแขนซ้ายที่ขาดของคุณเจฟเฟอร์ เดี๋ยวคุณตามฉันเข้าไปด้านหลังม่านเจลฉันจะหาแขนที่เหมาะสมเปลี่ยนให้จะได้จบ ๆ แล้วก็จะได้ไปจากชั้น 4 นี่ซะที (อยู่มาหลายตอนแล้วนี่เราอ่ะ) ส่วนยูมิจังเดี๋ยวพอพวกเราเข้าไปข้างในแล้ว ให้เธอเอาร่างของนาริตะมานอนบนเตียงแทนนะ เก็บหัวเธอมาด้วยแล้วก็เอาป้ายงดให้บริการไปแขวนไว้ที่หน้าประตู"

.

"หมอคิดจะทำอะไรคะ?"

.

"เปล่าหรอกหมอก็แค่ต้องการจะใช้อะไหล่ มีพิมพ์เขียวอยู่ก็จริงแต่ถ้ามีชิ้นส่วนอะไหล่เดิมผสมอยู่ด้วย นาริตะจังคนเดิมจะออกมาสมบูรณ์แบบมากกว่า เพราะงั้นยูมิจังเฝ้าน้องไว้ดี ๆ ล่ะ"

.

"ได้ค่ะยูมิจะไม่กระพริบตาเลย รีบไปรีบมานะคะหมอ"

.

.

เวลาผ่านไปครู่ใหญ่หลังจากจัดแจงแต่งองค์ทรงเครื่องกันเสร็จ เจฟเฟอร์ก็พร้อมแล้วสำหรับภารกิจตะลุยแดนสนธยา เพื่อแสวงหาแขนซ้ายข้างใหม่ของตัวเอง เขาเดินตามชุดหนังรัดรูปสีเหลืองสดของหมอยูมิโกะเข้าไปติด ๆ ซึ่งในขณะที่แพทย์หญิงใช้เพียงฝ่ามือทั้งสองข้างแหวกเจลตึ๋งหนืดให้สยายออกแล้วก็แทรกตัวเข้าไป เจฟเฟอร์กลับต้องใช้ความพยายามมากกว่านั้นมาก

.

"เวรเอ๊ย! หมอลืมไปรึเปล่าว่าผมมีมือข้างเดียว อย่าเร็วนักสิรอผมด้วย"

เขาสบถในใจทันทีที่เริ่มรู้ตัวว่างานนี้แม่งไม่ได้ง่่ายอย่างที่คิด หมอยูมิโกะเดินเบียดกับเจลยางยืดเข้าไปลึกมากแล้ว แต่เขายังอยู่ที่ด้านนอกและเพิ่งสอดเพียงฝ่ามือเข้าไปได้เท่านั้น

.

"หยี! อะไรว่ะเนี่ยะเหนียวจัง น่าขนลุกชะมัด!"

เสี้ยววาบหนึ่งในภวังค์ความคิด เจฟเฟอร์ชักเร่ิมสงสัยว่าขนาดสิ่งมีชีวิตสังเคราะห์เทียมอย่างยูมิยังทำได้ แล้วทำไมเขาจะทำบ้างไม่ได้ ยิิ่งเจ้าตัวหันหลังกลับไปมองใบหน้าแสยะยิ้มแกมเย้ยหยันของจักรกลพยาบาล เขายิ่งเกิดแรงฮึด

.

"เอาวะเป็นไงเป็นกัน สู้ตายโว๊ยไอ้เจฟ!"

กันกรามแน่นออกแรงสุดพลัง ดันตัวเองโดยใช้หัวไหล่แทนแขน แหวกข้างซ้ายไม่ได้ก็ช่างมันใช้แค่มือขวาข้างเดียวก็พอ เจลยางค่อย ๆ ยืดออกเมือกเหนียวเปรอะเปื้อนไปทั้งตัวตั้งแต่หัวจรดเท้า ซ้ำร้ายหนักขึ้นเมื่อเสื้อผ้าชุดผู้ป่วยที่เจฟเฟอร์ใส่อยู่เองก็แสนจะอุ้มน้ำ นั่นยิ่งทำให้ตัวเขาหนักอึ้งเป็นเท่าทวี หายใจก็ไม่ออก! กว่าจะก้าวได้แต่ละขาหมดพลังงานไปมากกว่า 8,000 แคลอรี่

.

เจ้าหน้าที่หนุ่มรู้สึกได้เลยว่าเหมือนตัวเองกำลังจะขาดใจตาย ม่านเจลตึ๋งหนืดนี่คืออะไรกันนะ ความหนาแน่นขนาดนี้อย่าว่าแต่กันคนเข้าเลย เขาว่ามันกันได้แม้กระทั่งแรงระเบิดไดนาไมซ์เลยด้วยซ้ำ

.

"เชี้ยเอ๊ย.. ทั้งเหนียวทั้งหนัก อึบ! ย๊ากกก! อึบ! หมอแม่งหลอกูมาฆ่าทิ้งรึเปล่าวะเนี่ยะ อึบ!"

.

"สติ! สติ! ตั้งสติไว้ไอ้เจฟ! อย่าไปยอมแพ้แขนซ้ายข้างใหม่รออยู่เฟ้ย! ย๊ากกกก! อั๊ก!"

ไม่มีคนบิ้วท์ก็ต้องบิ้วท์ตัวเอง กัดฟันหลับตาปี๋ ทุ่มเททุกอย่างที่ตัวมีทะลวงมันให้ทะลุอย่างไม่หยุดยั้ง

.

แล้วทันใดนั้นเอง ผลพวงจากความพยายามก็ออกดอกออกผล แน่นอนว่าหมอยูมิโกะไม่สละมือเรียวบางของเธอเข้ามาช่่วยแน่ ๆ หากแต่เป็นตัวเขาเองที่ไล่ตามเธอทัน ลมหายใจกำลังจะหมดปอดอยู่รอมร่อ และเขาเองก็กำลังจะหมดแรง จิตสุดท้ายเจฟเฟอร์ก็เลยต้องใส่สุด เขาพยายามทิ้งทั้งหัวไหล่กระเด้าบั้นเอว เอื้อมตัวไปข้างหน้าให้ไกลที่สุด เพียงเพื่อที่จะสะกิดหลังของหมอยูมิโกะให้ได้ เพราะอย่างน้อย ๆ ถ้าเธอรู้ว่าเขาอยู่ตรงนี้และกำลังจะตาย หมอสาวต้องหันกลับมาช่วยแน่

.

"หมอ.. ช่วยผมด้วย.. ผมไม่ไหวแล้ว.. อ๊ากกกกกก! ยืดสุดแขนแล้ว ขอให้ถึงตัวที่เถอะ!"

.

"วืดดด!"

.

คุณพระช่วย! เมื่อสิ่งที่เจฟเฟอร์จับได้ดันเป็นแค่ปอยผมบาง ๆ ของหมอยูมิโกะเท่าน้ัน มันเบาเกินกว่าที่เธอจะรู้สึกตัวซ้ำร้ายที่เธอเองก็ดันหลุดบุ๋มออกไปจากม่านเจลไปโผล่อีกฟากเป็นที่เรียบร้อย ทิ้งให้เจฟเฟอร์ค้างเติ่ง ติดแหงกและกำลังจะสำลักเมือกที่ซึมเข้าไปทางโพรงจมูก!

.

"อึกอัก ๆ ๆ อึก ๆ อัก ๆ ชะ.. ช่วย.. ด้วย..ย..ย"

.

ความโง่เกาะกินสมองตะโกนไปก็มีแต่จะยิ่งสำลัก ในสภาพกึ่งเป็นกึ่งตายเจฟเฟอร์ตายแน่ถ้าไม่แก้ปัญหานี้ เวลาของเขาเหลืออีกไม่ถึง 10 วิ ก่อนที่มวลยางตึ๋งหนืดด้านข้างจะบีบรัดตัวคืนสภาพ สายตาฝ้าฟางเลือนลางหนัก แล้วก็เป็นตอนนั้นเองที่เจ้าตัวคิดออก!

.

"ไอ้สัดกูคือสายลับเบอร์หนึ่งของ Parallel นะโว่ย โหมดจู่โจม สวิซท์ออน!"

.

โชคดีที่แขนที่ขาดเป็นแขนซ้ายที่ใช้สำหรับการ Drain ก้อนความทรงจำ เพราะฉะนั้นแขนขวาที่ใช้สำหรับยิงกระสุนพลังจึงยังใช้การได้อยู่ มุมมองสายตาบุคคลที่หนึ่งเปลี่ยนทุกอย่างให้เห็นเป็นสิีแดง (ทั้งๆ ที่ข้างนอกเองก็เป็นสีแดงอย่างกับเลือดอยู่แล้ว) พร้อมกับตัวเลขยึกยือบอกพิกัดองศา กับสไตล์การยิงแบบต่าง ๆ ที่เด้งขึ้นมาเป็นออฟชั่นให้เลือก

.

"ช่างแม่งเถอะ ล็อคเป้าข้างหน้าแล้วยิงเลย!"

.

"ยิง!!!"

.

ปลายนิ้วชี้เจฟเฟอร์หักพับลงเหมือนตอนต้นเรื่อง ชั่วพริบตาเลเซอร์ทำลายล้างพลังงานสูงก็พุ่งตรงเป็นลำส่งเสียงดัง จิ้ววววววว!!!"

.

องศาความร้อนที่แผดพุ่งเผาผลาญม่านเจลให้ลุกเป็นไฟ จากที่เคยหนาแน่นอยู่ดี ๆ กลับยุบวูบไหวเว้าแหว่ง ไอ้เจ้าเมือกเหนียวเหนอะนี่ยิ่งแล้วใหญ่ มันคือเชื้อเพลิงอย่างดีเลย ผ่านไปแค่ไม่กี่อึดใจร่างของเจฟเฟอร์ก็หลุดจากการถูกพันธนาการ เขาล้มคะมำลงก่อนจะลุกขึ้นยืนได้โดยง่าย มองออกไปข้างหน้าเห็นเป็นอุโมงค์เจลโล่ง ๆ ที่มีแสงสว่างอยู่ตรงปลาย

.

"เฮ้อ.. รอดแล้วกู โคตรแม่งเอ๊ยเกือบตายห่าแล้วไหมล่ะ ไป ๆ เดินต่อยังไม่จบเรื่องเว่ย"

.

เปลวไฟลุกท่วมอยู่รอบตัว แต่ก็ยังดีที่บางส่วนของม่านเจลยังมีความหนาแน่นอยู่ก็เลยกันเปลวไฟไว้ได้บ้าง ระหว่างเดินตรงเข้ามาเจฟเฟอร์ก็เลยจินตนาการไปว่าตัวเองกำลังเดินอยู่ในวงล้อมของบ่วงบาศไฟของคณะละครสัตว์ เขาผายมือออกกว้างสุดไหล่ทั้ง ๆ ที่ตัวเองเหลือแขนอยู่ข้างเดียวก็ไม่สน

.

"เฮ้อ..สวยดีจังเลยเว๊ยยย! คือโคตรภูมิใจในตัวเองอ่ะ เรานี่แม่งไหวพริบดีเหมือนกันนะเนี่ยะ ภาพสวยงามเช่นนี้คือรางวัลแห่งความสำเร็จสินะ"

.

"วู้ววว! , ยะฮู้!"

.

ความเหน็ดเหนื่อยหายเป็นปลิดทิ้ง เจฟเฟอร์กำลังสนุกสนานกับการได้มีชีวิตเขาแทบจะเต้นระบำหมุนไปมากับอุโมงค์ไฟเลยมั้ง จนกระทั่งเริ่มสังเกตเห็นเงาตะคุ่มที่ปลายอุโมงค์

.

"โอ้ว.. ถึงแล้วสินะ ดินแดนสนธยาที่เขาร่ำลือกันว่าอยู่อีกฟากหนึ่งของชั้น 4 "

.

"แล้วนั่นเงาใครวะน่ะ ยืนกอดอกอยู่เชียว"

.

กระพริบตาแปร๊บ ๆ พลันใช้ม่านตาเรติน่าคลี่ตัวเป็นใบพัดเพื่อซูมภาพให้ชัดขึ้น

.

"แกร็ก ๆ ซึบบบบ!"

.

"อ๋อ.. คุณหมอยูมิโกะนางฟ้าซามูไรเสื้อเหลืองนี่เอง บัดโถ่ทีอย่างงี้ดันมายืนรอต้อนรับกอดอกโพสต์ท่าซะเหมือนเชียว ถ้าหมอรู้ว่าเมื่อกี้ผมเกือบตาย หมอคงไม่ได้ยืนเก็กแบบนี้หรอกบัดโถ่"

.

เจฟเฟอร์เร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น ใบหน้าเขาเปื้อนยิ้มพอ ๆ กับเปื้อนคราบเมือกเจลสกปรก แถมยังทำท่าทะเล้นเป็นเด็ก ๆ ดีใจเหลือเกินกับการพบหมอหนนี้ หนที่เกือบจะเอาชีวิตไม่รอด ซึ่งทันทีที่ฝ่าเท้าของเขาเหยียบย่ำลงมายังแผ่นดินที่ยูมิโกะเป็นประมุข!

.

"ไงครับหมอ มารอต้อนรับผมเหรอ? ต้องขอโทษด้วยนะครับเรื่องม่า... ! "

.

"เปรี๊ยะ!"

.

หน้าแหว่งไปครึ่งซีก! กระดูกกรามแตกยับ! มิหนำซ้ำทั้งเนื้อทั้งตัวยังปลิวละลิ่วไปอัดเข้ากับดงป่าละเมาะ พื้นดินบริเวณที่กระเด็นไปแตกระแหงเป็นทางยาวราวกับโดนซุนโกคูดักทำร้าย! แต่ไม่เลย! นี่คือแรงตบเพียงแค่ 1 กระพี้ฝ่ามือจากผู้หญิงที่เป็นหมอคนหนึ่ง บอกแล้วไงว่านี่คือดินแดนพิศวงของเธอ ใครที่มันทำกับสมบัติส่วนตัวของเธอ เธอไม่เคยให้อภัยเลยสักคน

.

.

"คิดว่าฉันตลกด้วยเหรอ! คิดว่าฉันใช้เวลาเท่าไหร่กว่าจะสร้างผนังเจลที่สมบูรณ์แบบขนาดนี้ขึ้นมาได้ คุณกลับเผามันจนไม่มีชิ้นดีไอ้สารเลว!"

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • Just Say Nothing : โคตรคนปฏิเสธโลก (NC 18+)   ภาคสถาบัน BPI / บทที่ 218 : ครูก็ต้องดวลกับครูสิวะ!

    วังเวงเงียบเชียบราวกับป่าช้า อาคารสถาบัน BPI เป็นตึกที่สร้างขึ้นมาใหม่ และทั้งหมดที่เห็นอยู่ก็เป็นเพียงเทคโนโลยีสร้างภาพเสมือน ใต้ฝ่าเท้าที่พวกเขาเหยียบอยู่จึงไม่มีกระดูกของวีรชนคนบรรพบุรุษ จะมีก็แต่ร่างที่ละม้ายคล้ายศพของเด็ก ๆ จากทีมเฟอร์นันโดทั้ง 3 คน ที่มิอาจประเมินความเป็นคนที่คงเหลือได้."ฟู่~!"(ควันยังคงขึ้นโขมง).และคุณครูมนุษย์ลาวาก็เงียบกริบ ต่อด้วยการกระดิกมือเป็นสัญญาณให้ลูกศิษย์ทั้ง 2 ถอยฉากออกมาก่อน.แกเเดินเข้าไปเช็คร่างของอันธการผู้นอนคว่ำหน้าอยู่ใกล้สุด ด้วยความสัตย์จริงมองปราดเดียวก็รู้ว่าหมอนี่คือคนที่เก่งที่สุดในตี้ จัดการเขาได้คนอื่นก็ไม่ใช่งานยากอะไร ร่างจิ๋วดำเมือบของอันธการจึงถูกจับชูแขนขึ้นกลางอากาศ เครื่องออนิวแทร็ปคือเป้าหมายด้วยข้อมูลพิกัดในนี้จะทำให้ล่วงรู้ตำแหน่งของคนเป็นครูที่ซ่อนตัวอยู่ได้ ส่วนการจับแขนชูไว้ให้เรือนร่างห้อยต่องแต่งลงมา ก็มีเจตนาเพื่อจะโชว์ให้ลูกศิษย์ของตัวเองได้เห็น."ฉันจะฉีกแขนแกให้ขาดตามออนิวแทร็ปออกมาเลย ไอ้เด็กเหี้ย!".โรคจิตสัด ๆ กับเด็กก็ไม่เว้น แม้จะสลบไสลอยู่แต่เสียงกระดูกหัวไหล่ที่เริ่มเลือนลั่นก็ทำเอาเสียววาบไปทั้งย่าน

  • Just Say Nothing : โคตรคนปฏิเสธโลก (NC 18+)   ภาคสถาบัน BPI / บทที่ 217 : วูบ..วาบ..บ..บ

    ฟ้าโล่งโปร่งสบายดินเรียบดั่งเม็ดทรายไร้อุปสรรค ว่าแต่มันหายไปไหน! ไอ้ก้อนหินลูกไฟที่พ่นออกจากปากราวกับแมกม่าเดือด ๆ นั่น มันพ่นไปไหนของมัน นี่คือสิ่งที่ทุกคนคิดหลังจากได้เห็นร่างกายของครูหัวเพลิงได้เปลี่ยนรูปร่างไป.แม่งเหมือนภูเขาไฟเวอร์ชั่นมีขาเนื้อตัวแตกกะเทาะล่อนเป็นกาบ ๆ ปากอ้ากว้างราวกับปากปล่อง แถมยังเดือดปุด ๆ ปะทุอยู่ตลอดเวลา จังหวะที่ครูโก่งตัวนี่ทุกคนรู้เลยว่าจะต้องเกิดอะไรขึ้น เศษหินดินกรวดได้ผสมปนเปกับมวลไฟที่อยู่ภายในเป็นที่เรียบร้อย ก่อนที่พวกมันทั้งหมดจะพุ่ง ปุด!.. ปุด!.. ปุด!.. ปุด! ออกมารวดเดียวราวกับห่ากระสุน.เด็กฝั่งนั้นต่างพากันก้มหลบวิถี เช่นกันกับอันธการกับสกายด์ที่ก็ต่างย่อตัวให้ต่ำลง พยายามกางบาเรียผลึกให้มั่นคงที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วสกายด์ก็ถามขึ้น."มันยิงไปไหนอ่ะพี่อัน? พวกเราอยู่ทางนี้ไม่ใช่เหรอ?"."ไม่รู้ดิ? พลาดมั้ง! ก้อนแม็กม่านั่นถ้าโดนเข้าล่ะก็เราคงไม่รอด"อันธการตอบ.กระทั่งหันหลังกลับไปอีกทีถึงได้รู้ความจริงว่า ที่แท้มันไม่ได้ยิงขึ้นข้างบนหรือลงข้างล่าง แต่มันยิงแบบไซร้โค้งออกมาด้านข้างเพื่อหลบกำแพงบาเรียของสกายด์ต่างหาก.บางทีครูหัวเพลิงอา

  • Just Say Nothing : โคตรคนปฏิเสธโลก (NC 18+)   ภาคสถาบัน BPI / บทที่ 216 : กูจะสู้..สู้จนขาดใจ

    "อืม.. ไม่เลวนี่ Not bad! , Not bad! at all"ลูบคางครึงปากคือพฤติกรรมที่เฟอร์นันโดแสดงออก เขายืนกอดอกอยู่บนเนินเขาเฝ้ามองเด็กในสังกัดจากระยะไกล เปี่ยมล้นไปด้วยความภูมิใจอยู่ในที."อัธการดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นแล้วคงอยากจะพิสูจน์ตัวเอง งั้นก็จงแสดงออกมาเถอะไอ้หนู รอบตัวนายก็พี่น้องทั้งนั้น ฝั่งศัตรูก็ไม่เห็นจะสักเท่าไหร่"คุณครูพูดคนเดียวไม่ได้เหงาหรอก แต่ถ้าคิดอะไรที่มันปลุกใจขึ้นมาได้เฟอร์นันโดก็มักจะเผลอทำแบบนี้."ซึมมมม~!""จิ้ววว! , จิ้ววว! , ซึมมม~!""ตูมมมมม~!"."จิ้ววว! , จิ้ววว! , จิ้ววว!".เสียงระเบ็งเซ็งแซ่จากการปะทะกันดังก้องขึ้นมาถึงบนนี้ ฝ่าตีนที่รับน้ำหนักอยู่นี่ถึงกับสั่นโครม ๆ ในทุก ๆ ครั้งที่แง่งผาสั่นโยก ให้ตายเถอะนี่มันการต่อสู้ประเภทไหนกัน เกิดการเซอร์ไพรต์ขึ้นเล็กน้อยเจ้าตัวก็เลยต้องหลุบสายตาลงมามองข้อความบนออนิวแทร็ปเป็นการแก้เขิน."สกายด์ส่งข้อความมางั้นเหรอ? ตั้งแต่เมื่อไหร่?""อืม.. อืม.. อืม.. อ่าห๊ะ!""อืม.. ครูก็เห็นด้วยตามที่เธอบอกอยู่นะว่าตัวปัญหาของศึกนี้น่าจะเป็นไอ้คนที่เป็นครูของฝั่งโน้นนั่นแหละ มันไม่ยอมเบามือเลย ดูจากท่าทางการปล่อยหมัดกับออกอาวุธแล้ว

  • Just Say Nothing : โคตรคนปฏิเสธโลก (NC 18+)   ภาคสถาบัน BPI / บทที่ 215 : Fire Fighter!

    "เฮ๊ยยยย! , ย๊ากกกก!"."เปรี๊ยงงง!!!".เศษผลึกแตกกระจุยกระจาย อันธการสอดแขนพุ่งขึ้นมาราวกับลูกเจ๊ียบที่ทะยานตัวออกจากเปลือกไข่ เขาแหกปากตะโกนเพื่อเป็นการเสริมแรง เหยียดแขนถีบขากะเอาให้แม่งแตกออกทุกทิศทุกทางจะได้ลุกขึ้นได้ง่าย ๆ แล้วก็ทำได้จริง ๆ."เฮือกกก! ขอบใจมากสกายด์ช่วยฉันได้เยอะเลย"รุ่นพี่แห่งโลกวิญญาณพูดพลางเอื้อมมือมาตบที่ไหล่ ต่อด้วยการสืบเท้าขึ้นมายืนด้านหน้าพวกน้อง ๆ."เอ่อ..จะเอาเลยเหรอครับพี่อัน? พี่ไม่มีแผลหรือแตกหักตรงไหนบ้างเลยเหรอ?"สกายด์ชำเลืองสายตาถาม."กริ๊กกก! , กรุ๊บ! , กริ๊กกก!"."ไม่หรอกถ้าจะมีก็เห็นจะมีแต่ผลึกของนายที่ฉันเหยียบแตกไปเมื่อครู่ ฮึ่ยยย! นี่แหนะ!"."เปรี๊ยงงง!"ไม่มีปี่มีขลุ่ยมีแต่หลังตีนหนา ๆ ที่ตะบันเตะเข้าใส่เศษผลึกก้อนหนึ่งเต็มแรง หวังเป็นการเบิกทางการโจมตีให้แก่ฝั่งตนเอง.มันลอยแหวกอากาศด้วยพละกำลังที่แรงกว่าตอนที่สกายด์คอนโทรลถึง 3 เท่า มิหนำซ้ำทิศทางก็ตรงเป๊ะ อีกไม่ถึง 3 วิต้องตรงเข้าหน้าผาก ไอ้มนุษย์ไฟที่ยืนอยู่ตรงกลางเป็นแน่แท้.แต่แม่งพลาด!.จะเรียกว่าโดนหักหน้ายับเป็นหนที่สองติด ๆ กันก็คงไม่ผิด เพราะฝั่งนั้นแค่ขยิบตาการโจมตีแบ

  • Just Say Nothing : โคตรคนปฏิเสธโลก (NC 18+)   ภาคสถาบัน BPI / บทที่ 214 : เรามาช่วยแล้ว!

    เคยเห็นแต่คลื่นน้ำทะเลที่โถมเข้ามากระทบหาดทรายดังครืด ๆ เพิ่งจะมีวันนี้แหละที่ได้เห็นคลื่นพลังเพลิงกับตาตัวเองเป็นครั้งแรก จากหนึ่งในสามต้องมีใครสักคนในนั้นที่ปล่อยมันออกมา เกลียวความร้อนหมุนวนตวัดตัวไต่เรี่ยมากับพื้นดิน พลันยกตัวเองขึ้นสูงเสียดฟ้า เตรียมจะโถมลงมากลบใส่อันธการ ที่เอาแต่ยืนนิ่งยอมรับชะตากรรมราวกับสารภาพบาป."ครืดดด.. ด.. ด.. ด! , ครืดดดด.. ด.. ด.. ด..!"."โถ่เอ๊ย! ไม่ทันแล้วสินะ เรามาได้แค่นี้เองเหรออันธการ"ตั้งคำถามกับตัวเองพลันแหงนหน้ามองเงาดำทะมึนจากเปลวเพลิงเหนือศีรษะ สาบานได้ว่าเจ้าตัวไม่แม้แต่จะยกมือขึ้นปิดป้องเลยด้วยซ้ำ."ฟึมมม~! ม.. ม.. ม~!"."ฟีบบบ~~!"."เอ๋..อะไรอ่ะ? มอดไปเองเฉยเลยแฮะ?".ใช่อย่างที่เขาพูดดูเหมือนการพิพากษาจากเปลวไฟจะจบสั้นกว่าที่ควรจะเป็น เพราะการมาถึงของเพื่อนร่วมทีมอย่างสกายด์และเรนโบว์ จากระยะไกลกว่า 20 เมตรแถว ๆ ตีนเขา ทันทีที่เห็นว่ารุ่นพี่ชักจะเสียท่า สกายด์จึงรีบส่งผลึกสีฟ้าอันเป็นพลังเฉพาะตัวของเขามุดแทรกลงไปใต้พื้นดิน พวกมันทั้งหลายพุ่งแหวกผ่านฐานล่างเสียดแทงเป็นกระสวยทะลุทะลวงสรรพส่ิง ก่อนจะโผล่พรวดขึ้นมาขวางกั้นม่านทะเลเพลิงจ

  • Just Say Nothing : โคตรคนปฏิเสธโลก (NC 18+)   ภาคสถาบัน BPI / ตอนที่ 213 : I WANA HELP!

    "ช่วยด้วย! , ช่วยฉันด้วย! , ฉันทนต่อไปไม่ไหวแล้ววว~!".กระเสือกกระสนดิ้นทุรุนทุราย การเปล่งวาจาเช่นนี้ออกมาดั่งบอกเป็นนัยว่าตัวเองไม่ได้อยู่ที่นี่คนเดียว อันธการพลาดอีกจนได้ ความร้อนทารุณกรรมเขาแล็วก็เปรียบดั่งทวยเทพที่ไม่มีใครหน้าไหนโกหกได้ ตรงกับที่ครูฝั่งโน้นโม้ไว้จริง ๆ."หอมน่ารับประทานเชียวคุณผู้ชม~"คุณครูประชดแกยิ้มมุมปากออกมาพลางหลุบสายตาไปมองลูกศิษย์ทั้งคู่ ที่ต่างก็ออกอาการสะใจอยู่ในที เพียงแค่นี้การตายของเพื่อนก็ถูกชำละล้างแล้ว."หนูจะกินเขาให้พุงกางเลยค่ะ.."."ใช่! ผมก็เหมือนกัน เราไม่ได้กินเนื้อดี ๆ มาเป็นอาทิตย์แล้ว ตั้งแต่ที่ด็อกเตอร์ J ห้ามไม่ให้ใช้งานแอพสั่งอาหาร.."เด็กชายพูดเสริม เขาวางมือลงที่พุง พลันสัมผัสได้ถึงเนื้อหอม ๆ แสนอร่อยที่ส่งกลิ่นโชยมาเตะจมูก.อันธการตกอยู่ในสถานะคอขาดบาดตาย เขาได้ยินสิ่งที่พวกนี้ถ่มถุยออกมาทุกคำ แล้วก็เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าตัวเองกำลังจะกลายเป็นอาหารอันโอชะ คนปี้คนยังได้แล้วทำไมคนจะกินคนไม่ได้เล่า ตรรกะก็สมเหตุสมผลอยู่โลกยุคปัจจุบันก็ปาเข้าไปปี ค.ศ. 2078 เข้าไปแล้ว สมัยใหม่โลกใหม่ ชุดความคิดที่ว่าคนกินคนเป็นเรื่องของคนป่าล้าหลังจึง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status