LOGINอินทัชมองไปที่นัยน์ตาของภริดาด้วยความจดจ่อ เขาครุ่นคิดอยู่เล็กน้อยว่าทำไมหญิงสาวตรงหน้าถึงได้เอาแต่จ้องเขาอยู่แบบนั้น อินทัชกลอกสายตาไปมาเม้มปากเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถามเธอไปแบบตรงๆ
“คุณจ้องผมนานเกินไปแล้วนะ หรือคุณยังสงสัยในความเป็นหมอของผม”
เสียงทุ้มของชายหนุ่มทำให้ภริดาละสายตาจากเขาทันที เธอเบือนหน้าออกเล็กน้อยก่อนจะหันมาสบตาอินทัชอีกครั้ง
“ฉันแค่..มองเฉยๆ ค่ะ แล้วทำไมคุณถึงมาเป็นหมออยู่ที่นี่ล่ะคะ” ภริดารีบเปลี่ยนเรื่อง แววตาเธอดูล่อกแล่กเล็กน้อย
“ผมทำเรื่องอาสามาที่นี่เอง อยู่ในเมืองแลดูจะวุ่นวายสำหรับผมเกินไปไม่ค่อยเหมาะกับผมเท่าไหร่ อยู่เงียบๆ แบบนี้เหมาะกับผมมากว่า”
ระหว่างที่ทั้งคู่สนทนากันอยู่นั้น คำปูนก็ขับรถมาถึงพอดี อินทัชช่วยยกจักรยานของภริดาขึ้นท้ายกระบะรถของคำปูนและค่อยๆ ประคองภริดาขึ้นไปนั่งบนรถ
“ขอบคุณหมอมากนะคะ” ภริดายิ้มให้ชายตรงหน้าเล็กน้อย
“ไม่เป็นไรครับมันเป็นหน้าที่ผมอยู่แล้ว พรุ่งนี้อย่าลืมไปล้างแผลที่อนามัยด้วยล่ะ นี่!กล้องถ่ายรูปของคุณใช่มั้ย”
อินทัชยื่นกล้องถ่ายรูปที่ตกอยู่ตรงบริเวณพงหญ้าไปให้แก่หญิงสาว ภริดายื่นมือรับกล้องนั้นอย่างทะนุถนอม เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย คำปูนก็ขับรถพาภริดากลับไปยังบ้านพักทันที
อินทัชปั่นจักรยานกลับมายังบ้านก็รีบทำกิจธุระส่วนตัวแล้วเข้านอน วันนี้เขาดูจะล้ากว่าทุกๆ วัน เมื่อล้มตัวนอนลงบนเตียงก็ทำให้เขานอนหลับสนิทอย่างง่ายดาย
___________________________
เช้าวันต่อมา
กัญญาวีร์มาหาอินทัชที่ศูนย์อนามัยตั้งแต่เช้า เธอชะเง้อมองหาอินทัชให้ทั่วแต่ก็ไม่พบ ปกติเวลานี้อินทัชน่าจะมาถึงแล้ว แต่ทำไมป่านนี้เขาถึงยังไม่มาอีก ระหว่างที่นึกถึงชายหนุ่มอยู่นั้นหญิงสาวพยาบาลที่นั่งอยู่ตรงล็อบบี้ก็เดินมาหากัญญาวีร์พร้อมกับยิ้มให้เธอเล็กน้อย
“หมออินยังไม่มาเลยแก้ว วันนี้น่าจะเข้าสายๆ เมื่อเช้าโทรมาหาพี่บอกว่าต้องไปล้างแผลให้คนที่พักอยู่บ้านผู้ใหญ่น่ะ แก้วมานั่งรอหมออินข้างในก่อนมั้ย สักพักคงจะมาถึง” ฤดี สาวพยาบาลที่ทำงานร่วมกับอินทัชเอ่ยแจ้ง
“ไม่เป็นไรค่ะ พอดีแก้วต้องรีบไปหาชะเอมด้วย งั้นแก้วไปก่อนนะคะ”
กัญญาวีร์ยิ้มเจื่อนด้วยความผิดหวัง เมื่อวานเธอไปหาอินทัชก็ไม่ได้เจอเขา วันนี้มาหาถึงที่ทำงานก็ไม่ได้เจอเขาอีกเช่นกัน พอไม่ได้เจออินทัชแบบนี้เธอก็รู้สึกโหวงเหวงอยู่ไม่น้อย
อินทัชมาที่บ้านพักของภริดาตามคำขอของคำปูน เนื่องด้วยที่ภริดายังมีอาการเจ็บแผลอยู่และเดินได้ค่อนข้างลำบาก เกรงว่าถ้าต้องเดินทางไปล้างแผลที่ศูนย์อนามัยเองจะไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่
“ฉันขอโทษหมอด้วยนะคะที่ต้องให้ลำบากมาถึงที่นี่” ภริดาเม้มปากเล็กน้อย เธอเองก็รู้สึกขอบคุณอินทัชเช่นกันที่ต้องมาถึงที่นี่
“ไม่เป็นไรหรอกครับ เดี๋ยวหลังเลิกงานผมจะแวะมาล้างแผลให้คุณอีกรอบก็แล้วกัน วันต่อๆ ไปคุณก็คงล้างแผลเองได้แล้ว” อินทัชเอ่ยตอบขณะที่เก็บอุปกรณ์ทุกอย่างลงกระเป๋าแพทย์ที่เขาพกมาด้วย
“คุณหมอชื่อ…อินทัชใช่มั้ยคะ พอดีฉันถามจากลุงปูนมา”
“ครับ หรือคุณจะเรียกผมว่าหมออินก็ได้นะ คุณ….”
“หวานค่ะ ฉันชื่อหวาน”
“ครับคุณหวาน งั้นผมขอตัวก่อนนะ”
ชายหนุ่มยิ้มตอบให้กับหญิงสาวอีกครั้งก่อนจะขอตัวกลับไปที่ศูนย์อนามัยเพื่อทำหน้าที่ต่อ ภริดามองตามชายหนุ่มจนละสายตา เธอรู้สึกถูกชะตากับหมอหนุ่มคนนี้นัก ความสุภาพและความเอาใจใส่ของอินทัชทำให้ภริดารู้สึกดีอยู่ไม่น้อยเลย
วันนี้ที่ศูนย์อนามัยมีคนไข้เข้ามารับการรักษาอยู่พอสมควร บ้างก็ปวดท้อง ปวดหัว บ้างก็มีไข้ เป็นหวัด แต่ทุกเคสก็ไม่ได้มีอาการหนักแต่อย่างใด อินทัชดูเวลาที่นาฬิกาข้อมือที่สวมใส่อยู่ นี่ก็ได้เวลาที่เขาจะเลิกงานแล้ว อินทัชมองสำรวจตรวจดูความเรียบร้อยอีกครั้งก่อนจะกลับบ้าน
“หมออิน พี่ลืมบอกไปว่าเมื่อเช้าแก้วแวะมาหาหมออินด้วยนะ” ฤดี หญิงสาวพยาบาลเอ่ยแจ้ง
“เอ้าเหรอ ตอนแก้วมาผมน่าจะยังอยู่ทำแผลให้คุณหวานก็เลยคลาดกัน แล้วแก้วได้บอกพี่ฤดีมั้ยครับว่ามีธุระอะไรกับผมหรือเปล่า”
“ไม่ได้บอกค่ะ แก้วก็คงจะแวะมาหาหมอเหมือนทุกๆ ครั้งแหละ ไม่น่าจะมีอะไร แต่..ดูสีหน้าไม่ค่อยยิ้มแล้วเท่าไหร่นะคะ”
“เหรอครับ เอ่อ..พี่ฤดีมีเบอร์โทรแก้วมั้ยครับผมขอหน่อย”
อินทัชเริ่มเป็นกังวลเมื่อฤดีบอกว่าสีหน้ากัญญาวีร์ไม่ค่อยสู้ดีนัก เพราะปกติคนแบบกัญญาวีร์เป็นคนที่มีรอยยิ้มสดใสอยู่เสมอ ตอนนี้อินทัชเริ่มจะกังวลกลัวว่ากัญญาวีร์จะไม่สบายซะแล้วสิ
“พี่ไม่มีเบอร์แก้วเลย พี่เห็นหมอสนิทกับแก้วก็นึกว่าจะมีเบอร์ติดต่อกันซะอีก”
“ผมก็ไม่มีเหมือนกันครับ นั่นนะสิ! รู้จักกันมาตั้งนานลืมขอเบอร์แก้วไว้ซะงั้น ไม่เป็นไรครับเดี๋ยวผมแวะไปหาแก้วที่บ้านก็ได้”
“งั้น..พี่กลับก่อนนะ” ฤดีเอ่ยลา
“ครับ” อินทัชยิ้มตอบรับอีกครั้ง
___________________________________
กัญญาวีร์นอนคว่ำหน้าที่เตียงนุ่มๆ ของธัญชนก วันนี้เธอดูไม่ค่อยสดใสเท่าไหร่ ธัญชนกนั่งอยู่ที่พื้นข้างเตียง กำลังจัดเตรียมเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเดินทางมองเพื่อนรักด้วยความเป็นกังวลเล็กน้อย เพราะเธอเองก็ไม่ค่อยได้เห็นกัญญาวีร์มีอาการแบบนี้เท่าไหร่นัก
“เป็นอะไร ตั้งแต่มาถึงก็ไม่พูดไม่จา ทำหน้าหงิกหน้างอไปได้” ธัญชนกลุกมานั่งลงที่เตียงข้างๆ กัญญาวีร์
“เดี๋ยวนี้ฉันไม่ค่อยเจอหมออินเลย พอไปหาก็ไม่อยู่ให้เจอทุกที ทั้งที่บ้านและที่ศูนย์อนามัย” กัญญาวีร์ดีดตัวลุกนั่งที่เตียงเอ่ยตอบเพื่อนรักด้วยท่าทางเอื่อยเฉื่อยนั่งหลังค่อมห่อไหล่
“ที่แท้ก็คิดมากเรื่องผู้ชายนี่เอง แล้วทำไมไม่โทรไปหาเขาล่ะ”
“ฉันไม่มีเบอร์หมออินน่ะ ไม่ได้ขอเอาไว้”
“โธ่! ยัยกัญญาวีร์ เรื่องขอเบอร์ควรเป็นสิ่งแรกที่ควรจะขอจากคนที่เธอชอบไม่ใช่เหรอ เธอพลาดไปได้ยังไงเนี่ย อย่างน้อยไม่ได้เห็นหน้าเธอก็ได้ฟังเสียงเขาไง”
“ก็ฉันไม่คิดว่าต้องมีความจำเป็นอะไรที่ต้องโทรหาหมอนี่ หมู่บ้านก็เล็กแค่นี้ถ้าอยากเจอก็แค่ปั่นจักรยานไปหาก็ได้เจอแล้ว”
“แล้วได้เจอมั้ยล่ะ” ธัญชนกเบะปากใส่เพื่อนรัก
“อย่าตอกย้ำสิ คนยิ่งคิดถึงหมออยู่ ว่าแต่..นั่นเธอจะเก็บเสื้อผ้าไปไหน”
“ก็มะรืนนี้ฉันต้องกลับเชียงใหม่แล้ว เธอลืมไปแล้วเหรอว่าฉันต้องกลับไปเรียนต่ออ่ะ ต้องไปเตรียมตัวก่อนขึ้นปี3อีก ไม่รู้อะไรเยอะแยะวุ่นวายจะตาย อีก2ปีก็เรียนจบแล้วฉันล่ะอยากให้ถึงวันนั้นไวๆ”
กัญญาวีร์หน้าเจื่อนลงทันทีเมื่อธัญชนกอธิบาย เธอใช้เวลาอยู่กับเพื่อนรักทุกๆ วันจนลืมไปว่าใกล้ได้เวลาที่เพื่อนรักของเธอต้องกลับไปทำหน้าที่เป็นนักศึกษาต่อแล้ว
“แก้ว เป็นอะไร?” ธัญชนกเอ่ยถามด้วยความเป็นกังวลเมื่อเห็นกัญญาวีร์ดูไม่ปกติ
“ฉันแค่…รู้สึกเศร้าก็เท่านั้นที่เธอต้องกลับไปเรียน เหมือนเราพึ่งได้อยู่ด้วยกันเอง” น้ำเสียงกัญญาวีร์สั่นเครือเล็กน้อย
“โธ่!แก้ว….”
ธัญชนกเข้าไปสวมกอดเพื่อนรักเอาไว้ เธอเองก็รู้สึกไม่ต่างไปจากกัญญาวีร์เท่าไหร่ ทั้งคู่สวมกอดกันอย่างแนบแน่นเวลาแห่งความสุขมันผ่านไปเร็วจริงๆ
___________________________________
กัญญาวีร์ใช้เวลาอยู่กับธัญชนกสักพักก่อนปั่นจักรยานกลับบ้าน เมื่อมาถึงบ้านก็ทำให้กัญญาวีร์แปลกใจเป็นอย่างมากที่เห็นอินทัชนั่งอยู่ที่เก้าอี้ไม้ยาวใต้ต้นไม้ใหญ่หน้าบ้านของเธอ
“หมอมาที่นี่ได้ยังไงคะ” กัญญาวีร์เดินเข้าไปหาชายที่นั่งอยู่ในทันที
“ก็มาหาแก้วไง บ้านแก้วหาไม่ยากเลยนะ ระหว่างรอแก้วหมอก็ช่วยตากับยายของแก้วปิดร้านด้วยสนุกดี ที่บ้านของแก้วมีดอกไม้ที่หมออยากได้เยอะแยะเลย เดี๋ยวโอกาสหน้าคงต้องมาอุดหนุนบ้างแล้วล่ะ”
“แก้วไม่ได้อยากรู้เรื่องนั้น แก้วอยากรู้ว่าหมอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” กัญญาวีร์ย้ำถามอีกครั้ง
“ก็หมอพึ่งบอกไปเมื่อกี๊เองว่าหมอมาหาแก้วไง!”
คำตอบของอินทัชทำให้กัญญาวีร์ยิ้มออกมาด้วยความดีใจ เพราะเธอเองก็ไม่คิดว่าอินทัชจะมาหาเธอถึงที่บ้านได้ จากที่กำลังเศร้าเรื่องที่ธัญชนกเพื่อนรักจะกลับไปเรียนต่อ แต่ตอนนี้กลับรู้สึกดีขึ้นมากเมื่อได้อินทัชมาเยียวยาความรู้สึกเศร้านี้แทน หัวใจกัญญาวีร์พองโตขึ้นอีกครั้ง
“ไหน…มาให้หมอดูหน่อยซิ!”
อินทัชเดินเข้าหากัญญาวีร์พร้อมใช้มืออุ่นๆ สัมผัสไปที่หน้าผากและแก้มใสนั้นของเธอ เขาเพียงแค่ต้องการตรวจดูให้แน่ใจว่ากัญญาวีร์ไม่ได้เป็นอะไร เพราะจากที่ฤดีเล่ามาว่าเธอมีท่าทางแปลกไปอินทัชก็เลยกังวลกลัวว่ากัญญาวีร์จะไม่สบาย แต่พอเห็นว่าเธอปกติดีก็หายห่วงได้หน่อย
“ตัวก็ไม่ร้อนนี่..” อินทัชยิ้มออกมาด้วยความโล่งใจ
“แล้วใครบอกว่าแก้วเป็นอะไรล่ะ” น้ำเสียงกัญญาวีร์ตะกุกตะกักเล็กน้อย เธอยังรู้สึกถึงมืออุ่นๆ ที่สัมผัสแก้มเธอเมื่อครู่ได้
“เห็นพี่ฤดีบอกว่าแก้วไปหาหมอตอนเช้าและดูไม่ยิ้มแย้ม หมอก็คิดว่าแก้วจะไม่สบายซะอีก”
“หมอเลยมาหาแก้วที่นี่เหรอคะ” กัญญาวีร์ยิ้มกว้าง เธอดีใจมากที่อินทัชแสดงความเป็นห่วงเธอ
“ใช่ แต่ไม่ได้เป็นอะไรก็ดีแล้ว” อินทัชยิ้มรับ
“เมื่อวานตอนค่ำแก้วไปหาหมอที่บ้านมาด้วยแต่หมอไม่อยู่”
“อ๋อ..หมอน่าจะออกไปตรวจดูคนไข้และก็มีเรื่องที่ต้องจัดการนิดหน่อย กว่าจะได้กลับก็เกือบดึกเลย”
“แล้วเมื่อเช้าหมอไปไหนมาคะ”
“ไปทำแผลให้คุณหวานที่พักอยู่ที่บ้านลุงผู้ใหญ่น่ะ เมื่อตอนเย็นก่อนจะมาหาแก้วหมอก็แวะไปล้างแผลให้เธออีกรอบ ว่าแต่…แก้วมีอะไรหรือเปล่าทำไมจี้ถามหมอจัง”
“แก้วก็แค่อยากรู้ ว่าวันๆ หมอทำอะไรบ้าง ว่าแต่คุณหวานที่หมอพูดถึงเธอเป็นผู้หญิงใช่มั้ย เธอสวยมั้ย?”
คำถามของกัญญาวีร์ทำให้อินทัชหลุดขำออกมาเล็กน้อย ท่าทางกัญญาวีร์ในตอนนี้เหมือนอยากรู้คำตอบเอามากๆ
“ใช่ เป็นผู้หญิง ถ้าถามว่าสวยมั้ย ก็สวยนะ ไม่ใช่สิ…สวยเลยแหละ หน้าหวานๆ ตัวขาวๆ สูงประมาณแก้วนี่แหละ”
“ทำไมหมอรู้ละเอียดขนาดนั้นคะ” กัญญาวีร์เริ่มงอแงใส่ชายตรงหน้า
“ก็แก้วถามหมอเองนะแล้วจะมาโกรธให้หมอทำไม”
“หมอก็รู้นี่ว่าแก้วชอบหมอ แล้วหมอยังจะมาชมผู้หญิงอื่นให้แก้วฟังอีก” กัญญาวีร์ยังคงหน้าหงิกใส่ชายที่ยืนยิ้มให้เธออย่างอารมณ์ดี
“เอาเถอะ..หมอไม่เถียงกับแก้วแล้ว ไหนเอามือถือแก้วมาหน่อยสิ”
“หมอจะเอาไปทำไมคะ”
“เหอะน่า…”
อินทัชแบมือรอรับมือถือจากกัญญาวีร์ เมื่อได้มือถือเธอมาแล้วก็กดเบอร์ตัวเขาเองแล้วโทรออกก่อนจะวางสาย แล้วยื่นมือถือกลับให้ผู้เป็นเจ้าของ
“เบอร์โทรออกล่าสุดเป็นเบอร์หมอนะ ต่อไปมีอะไรก็โทรหาหมอได้เข้าใจมั้ย?”
กัญญาวีร์พยักหน้าตอบรับ การเอาใจใส่ของอินทัชยิ่งทำให้เธอรู้สึกดีมากขึ้นกว่าเดิม ผู้ชายอบอุ่นเช่นอินทัชมีใครบ้างที่อยู่ใกล้แล้วจะไม่ตกหลุมรักบ้าง
“แก้ว…เลิกจ้องหน้าหมอได้หรือยัง” อินทัชดีดนิ้วเพื่อให้หญิงสาวได้สติ
“งั้นหมอกลับก่อนนะ หมอแค่อยากจะมาดูให้แน่ใจว่าแก้วไม่ได้เป็นอะไรก็เท่านั้น เข้าบ้านไปได้แล้ว"
อินทัชเอ่ยลาหญิงสาวก่อนจะขอตัวกลับไปยังบ้านของตัวเอง กัญญาวีร์มองตามหลังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างมีความสุข เพราะวันนี้เธอได้รู้ว่าอินทัชนั้นก็เป็นห่วงเธอเช่นกัน เหมือนอินทัชจะเริ่มใจอ่อนกับเธอแล้ว ต่อให้มันเป็นแค่ความรู้สึกที่เธอคิดเข้าข้างตัวเองก็ตาม
กัญญาวีร์ยังคงจ้องไปที่เบอร์โทรของอินทัชด้วยความดีใจ เธอบันทึกชื่อชายหนุ่มเป็นหมออินของแก้ว และเหมือนดูจะพอใจกับชื่อที่บันทึกอย่างยิ่ง ต่อไปเธอก็สามารถโทรหาอินทัชเมื่อคิดถึงหรือส่งข้อความบอกฝันดีเขาทุกคืนได้แล้ว แค่คิดก็ยิ่งทำให้กัญญาวีร์หัวใจพองโต เธอบิดตัวไปมาด้วยความอารมณ์ดี
“เป็นไรอ่ะเรา ถึงยิ้มอยู่คนเดียว”
เสียงชายหนุ่มบางคนดังขึ้นพร้อมกับเดินเข้ามาหากัญญาวีร์ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ในมือถือถุงบางอย่างที่ห่อเอาไว้อย่างมิดชิด กัญญาวีร์ยิ้มให้ชายหนุ่มดังกล่าวในทันทีเมื่อเห็นหน้า
“กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”
“เมื่อวาน แต่เข้าไปทำธุระในเมืองกับพ่อเลยไม่ได้มาหา อ๊ะ!นี่..ของฝาก”
“อะไรอ่ะ”
“ก็เปิดดูสิ พี่ตั้งใจเลือกมาให้แก้วเลยนะ”
กัญญาวีร์ยื่นมือไปรับถุงจากชายหนุ่ม พอเปิดออกมาก็พบว่าเป็นผ้าพันคอไหมพรมสีน้ำตาลอ่อนดูเหมือนจะถูกใจเธออยู่พอสมควร
“ขอบคุณนะพี่ไม้ที่ซื้อมาฝากแก้ว” หญิงสาวยิ้มรับด้วยแววตาสดใส
ไม้หรือธนิน เป็นรุ่นพี่ของกัญญาวีร์และธัญชนกในสมัยเรียนมัธยมต้นถึงมัธยมปลาย เมื่อจบการศึกษาระดับมัธยมก็จะย้ายไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยชื่อดังในกรุงเทพสาขาวิศวกรรมศาสตร์ พอเรียนจบก็กลับมาบ้านเกิดเพื่อช่วยธุรกิจรับเหมาก่อสร้างของครอบครัว
สมัยเรียนอยู่มัธยม ธนินเป็นที่ชื่นชอบของสาวๆ มากมาย ทั้งรูปร่าง หน้าตา ฐานะทางครอบครัวดูจะสมบูรณ์แบบไปหมดไม่เว้นแม้แต่กัญญาวีร์ก็เช่นกัน เมื่อก่อนกัญญาวีร์แอบปลื้มธนินจนหลังเลิกเรียนต้องแอบพาธัญชนกไปนั่งเชียร์ธนินเตะบอลกับเพื่อนๆ บ่อยๆ พอเริ่มโตขึ้นและต่างคนต่างแยกย้ายกันก็ทำให้กัญญาวีร์รู้ใจตัวเองว่าธนินก็เป็นคนที่เธอแค่ปลื้มไม่ใช่ชอบ ซึ่งถ้าเทียบกับอินทัชในตอนนี้เธอเข้าใจได้เลยว่าความรู้สึกที่เธอมีให้อินทัชมันต่างจากที่มีให้ธนิน
“พี่ไม้เรียนจบแล้วใช่มั้ยคะ ตอนนี้ก็กลับมาช่วยงานที่บ้านได้เต็มที่แล้วสิ ดีใจด้วยนะ เอาอย่างนี้มั้ยพรุ่งนี้เราชวนชะเอมไปหาของอร่อยๆ ในเมืองทานกัน”
“ได้สิ ชะเอมกลับมาด้วยเหรอดีจัง งั้นพรุ่งนี้พี่เลี้ยงเองโอเคนะ”
“มันก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว” กัญญาวีร์ยิ้มกว้างตอบรับ
ทั้งคู่ใช้เวลาพูดคุยกันอยู่สักพักก่อนที่ธนินจะขอตัวกลับ กัญญาวีร์รู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยที่ธนินกลับมาเพราะทำให้เธอหวนนึกถึงวันวานที่เธอ ชะเอมและธนินเคยอยู่ด้วยกัน เมื่อธนินกลับไปแล้วก็ได้เวลาที่กัญญาวีร์จะต้องเข้าบ้านเช่นกัน
“หมอจะพาแก้วไปไหนคะ”กัญญาวีร์เอ่ยถามชายที่เดินกุมมือเธอลงเชิงเขาเพื่อตรงไปยังรถที่จอดเอาไว้ อินทัชเองก็ไม่ยอมบอกกล่าวอะไรกัญญาวีร์แม่แต่น้อย ชายหนุ่มได้แต่ยิ้มให้กับหญิงสาวเท่านั้น“ก็กลับเรือนหอเราไง”“เรือนหอที่ไหนคะ หมออย่าล้อเล่นกับแก้วแบบนี้สิ”“หมอพูดจริง เดี๋ยวแก้วไปถึงก็รู้เอง” แววตาอินทัชดูเจ้าเล่ห์นัก“หมอคะ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ หมอกับแก้วเข้าไปคุยกับตากับยายของแก้วให้ท่านรับรู้ด้วยได้มั้ยคะ ไหนจะแม่แก้วอีก แก้วไม่อยากให้พวกท่านมองว่าเราทำอะไรโดยที่ไม่รู้จักคิด ไม่เห็นผู้หลักผู้ใหญ่อยู่ในสายตา”“แก้วไม่ต้องห่วงเรื่องนี้หรอก งั้น…เราไปหาตากับยายและแม่ของแก้วตอนนี้เลยดีมั้ย ไปบอกพวกท่านว่าเราแต่งงานกันแล้ว”“หมอล้อเล่นอีกแล้ว แก้วไม่ได้จะบอกว่าไปตอนนี้ซะหน่อย” หญิงสาวหลุดขำเมื่อเห็นท่าทางที่จริงจังของอินทัช“งั้น…ก็ไปกัน แก้วจะได้รู้ว่าหมอล้อเล่นหรือเปล่า”เอ่ยจบ ชายหนุ่มก็กุมมือหญิงสาวไปขึ้นรถ ก่อนจะขับรถออกไปพาเธอไปยังสถานที่ที่หนึ่ง กัญญาวีร์รู้สึกแปลกใจมาก เพราะทางที่อินทัชขับมาเป็นทางเข้ามาในหมู่บ้านอองตอง และตอนนี้ชายหนุ่มก็กำลังจอดรถอยู่ที่หน้าบ้านหลังที่ทั้งคู่แสนจ
1 เดือนผ่านไปสวนแปลงดอกไม้ของกัญญาวีร์เริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น ตอนนี้หญิงสาวได้จ้างให้สะล้อเข้ามาช่วยดูแลสวนของเธอเพิ่มเติม เพื่อเป็นรายได้ให้กับครอบครัวของชายหนุ่ม ก่อนหน้านี้สะล้อทำงานรับจ้างทั่วไปตามหมู่บ้านและนอกหมู่บ้านเพื่อเอาค่าใช้จ่ายมาจุนเจือครอบครัว ด้วยความขยันขันแข็งชายหนุ่มเลยทำให้กัญญาวีร์เห็นความสามารถของชยหนุ่มในตรงนี้้กัญญาวีร์ยืนมองคนงานที่ลงแปลงดินอย่างขยันขันแข็งก็ยิ้มออกมาด้วยความพอใจ ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดหญิงสาวคงจะได้ลงพันธุ์ดอกไม้ในอีกไม่กี่วันนี้“ใกล้เสร็จแล้วนี่ สวนดอกไม้ของแก้วต้องมีดอกเบญจมาศสีขาวและดอกเดซีด้วยนะ” อินทัชที่เดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มสดใส เอ่ยทักทายหญิงคนรักที่ยืนยิ้มอยู่“ทำไมต้องเป็นเบญจมาศกับเดซีด้วยคะ” หญิงสาวหันมายิ้มก่อนจะถามกลับชายหนุ่มไป ทั้งที่เธอเองก็รู้คำตอบดีอยู่แล้ว“ก็ดอกไม้พวกนี้มีความหมายกับหมอไง เมื่อหลายปีก่อนมีเด็กสาวคนหนึ่งชอบเอาดอกไม้มาจีบหมออยู่เรื่อยเลยนะสิ”“อ๋อ…อย่างนี้นี่เอง แล้วเด็กสาวคนนั้นจีบหมอติดมั้ยคะ” หญิงสาวหยอกเย้ากลับอินทัชเดินเข้าไปสวมกอดหญิงสาวจากด้านหลัง มือหนาทั้งสองข้างกุมมือของเธอเอาไว้อย่างอบอุ่น
กัญญาวีร์ใช้เวลาอยู่ที่เชิงเขาค่อนข้างนาน หญิงสาวนั่งลงที่พื้นหญ้าเขียวขจี ลมพัดอ่อนๆ ในยามเย็นทำให้เธอรู้สึกดีมากนัก ที่ตรงนี้เป็นที่รวมความทรงจำมากมายของเธอและอินทัชเอาไว้เมื่อตะวันเริ่มตกดินก็ควรได้เวลาที่เธอควรกลับ กัญญาวีร์ปั่นจักรยานกลับเข้าหมู่บ้านอีกครั้ง ตอนนี้เริ่มมีแสงสว่างจากไฟตามข้างทางขึ้นมาบ้างแล้ว ในเวลาพลบค่ำแบบนี้มองเห็นไฟประดับที่มีทุกจุดของทางเดินก็ยิ่งทำให้ดูสวยงามนัก เพราะเมื่อก่อนดวงไฟตามจุดต่างๆ ไม่ได้มีมากมายขนาดนี้ ทุกอย่างที่นี่ล้วนแต่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่สะดวกสบายมากขึ้น แต่ก็ยังคงความเป็นธรรมชาติและความสงบไว้เช่นเมื่อก่อนกัญญาวีร์ปั่นจักรยานมาถึงต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งที่เธอจำได้ไม่เคยลืม หญิงสาวคิดย้อนไปเมื่อหลายปีก่อนที่เธอได้เจออินทัชที่ใต้ต้นไม้ใหญ่นี้เป็นครั้งแรก วันวานที่เป็นจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ของเธอกับอินทัชนั้นทำให้เธอมีความสุขมากจริงๆ อบอุ่นทุกครั้งที่ได้คิดถึงวันวันเหล่านั้นหญิงสาวมองรอบๆ ต้นไม้ด้วยความอาวรณ์ ผ่านมาหลายปีต้นไม้ยิ่งสูงตระหง่านมากกว่าเดิม ไฟประดับที่ระยิบระยับตามกิ่งไม้นั้นยังดูสวยงามไม่เปลี่ยน กัญญาวีร์เดินเข้าไปนั่งใต้ต้นไม้ใหญ
หญิงสาวในเสื้อเชิ้ตแขนยาวกับกางเกงยีนสีกรม กำลังยืนหลับตากางแขนรับลมและแสงแดดยามสายที่แสนจะอบอุ่นนี้ อากาศที่นี่ยังคงสดชื่นเหมือนเช่นเคยไม่ว่าเวลาจะเปลี่ยนไปนานเท่าไหร่ กัญญาวีร์ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาและมองไปยังทางข้างหน้าที่เป็นเส้นทางมุ่งสู่หมู่บ้านอองตองหญิงสาวยิ้มร่าออกมาด้วยความสุขใจ ในที่สุดวันที่เธอเฝ้ารอคอยก็มาถึง ใบหน้าหญิงสาวยิ้มแย้มและสดใสอยู่ตลอดเวลา กัญญาวีร์ยืนอยู่ไม่นานก็มีเสียงชายสูงวัยบางคนตะโกนออกมาจากข้างในรถ ทำให้หญิงสาวต้องหันไปมองตามเสียงนั้นในทันที“หนู…จะเข้าไปในหมู่บ้านหรือยัง ลุงต้องไปรับลูกค้าอีกนะ” ชายสูงวัยเอ่ยถามหญิงสาวที่ยืนยิ้มอยู่“อ่อจ้า ขอโทษด้วยจ้าลุง พอดีหนูดีใจไปหน่อยที่ได้กลับมาที่นี่ งั้นเราไปกันได้เลยจ้า” หญิงสาวยิ้มตอบรับก่อนจะเดินไปเปิดประตูขึ้นรถที่จอดอยู่กัญญาวีร์จ้างรถรับจ้างในตัวเมืองให้มาส่งเธอที่หมู่บ้านอองตอง ระหว่างทางก่อนเข้าหมู่บ้านหญิงสาวให้ลุงคนขับจอดรถเพื่อที่เธอจะลงไปสูดอากาศให้เต็มปอดตามที่เธอตั้งใจเอาไว้ จนเวลาล่วงเลยไปมากทำให้ลุงคนขับต้องเอ่ยท้วงติงกัญญาวีร์มาถึงบ้านก็เห็นตากับยายมายืนรอรับที่หน้าบ้าน หญิงสาวรีบวิ่งไปกอดตากับยา
กรพัฒน์ขับรถมาส่งธัญชนกที่คอนโดของหญิงสาวตามที่รับปากเอาไว้ ระหว่างทางชายหนุ่มได้แต่อมยิ้มตลอดทาง จะพูดออกมาก็ตอนที่หญิงสาวเอ่ยถามไถ่ก็เท่านั้น“นี่หมอ…จะพูดกับฉันแค่นี้จริงๆ เหรอคะ” หญิงสาวเริ่มงอแง“แล้วคุณจะให้ผมพูดอะไรล่ะ คุณอยากให้ผมมาส่ง ผมก็มาส่งแล้วไง คุณถามผม…ผมก็ตอบไป” ชายหนุ่มตอบกลับ“แล้วที่ผ่านมาที่หมอไม่ได้เจอฉัน ไม่ได้ยินเสียงฉัน หมอไม่คิดถึงฉันบ้างเหรอคะ”“ผมควรจะคิดถึงคุณด้วยเหรอ คุณเองก็หายเงียบไปเหมือนกัน ผมก็นึกว่าคุณจะไปจีนแล้วซะอีก” ชายหนุ่มเอ่ยประชด“แล้วทำไมฉันต้องไปอยู่จีนด้วยคะ”“ช่างเถอะ…คุณจะทำอะไรมันก็ไม่เกี่ยวกับผมสักหน่อยหน่อย” ชายหนุ่มบ่ายเบี่ยง“อ๋อ…ที่แท้หมอกรก็คิดว่าฉันไปหาคุณตรีที่จีนนี่เอง ไม่น่าล่ะ…หลายวันมานี้ไม่ยอมโทรหาฉันเลย” หญิงสาวยิ้มชอบใจที่รู้ทันชายหนุ่มกรพัฒน์เองได้ยินเสียงหัวเราะของหญิงสาวก็ไม่สบอารมณ์แม้แต่น้อย ชายหนุ่มหักรถเลี้ยวจอดที่ข้างทาง เขามองธัญชนกด้วยความสั่นไหว ทำไมในเวลานี้หญิงสาวถึงยิ้มร่าชอบใจไม่รู้สึกอะไรเลย อย่างน้อยเธอก็น่าจะเห็นใจเขาบ้าง“สนุกมากใช่มั้ยที่ทำแบบนี้ ทั้งๆ ที่คุณก็รู้ว่าผมชอบคุณมาก แต่คุณก็ยังมาเล่นกับควา
กัญญาวีร์นั่งรอธัญชนกอยู่ในรถอยู่หน้าบ้านของอินทัช หลังจากที่ธัญชนกเอ่ยลากับชนิศาเรียบร้อย เธอก็เดินตรงมาขึ้นรถในทันที หญิงสาวมองผู้เป็นเพื่อนรักที่นั่งร้องไห้ไม่ขาดสายด้วยความเวทนา“ชะเอม…ฉันว่าเราไปหาพ่อกับแม่ของหมออินดีกว่า พวกท่านน่าจะรู้เรื่องนี้ดี ยังไงฉันก็มั่นใจว่าหมออินจะไม่ไปแบบนี้แน่ๆ” กัญญาวีร์เอ่ยขอร้องเพื่อนรักที่นั่งอยู่เบาะคนขับ“เธอจะบ้าเหรอแก้ว นั่นมันจันทบุรีเลยนะ เธอไม่ต้องไปหรอก เมื่อกี๊..ฉันโทรไปที่บ้านหมออินแล้ว แม่หมออินก็บอกว่าหมออินไปแล้วเหมือนกัน ยอมรับความจริงเถอะนะแก้วว่าหมออินเขาไปแล้วจริงๆ”“ทำไมหมอถึงใจร้ายแบบนี้ อย่างน้อยเขาควรบอกฉันบ้างสิว่าจะไป เขาไม่ยอมให้ฉันเห็นหน้าเขาเลย แม้แต่เสียงของเขาฉันก็ไม่ได้ยิน” หญิงสาวสะอื้นร่ำไห้“ก็นี่มันเป็นสิ่งที่เธอต้องการไม่ใช่เหรอ ที่หมอจากไปโดยไม่บอกเธอ เพราะหมออาจจะทำใจไม่ได้ถ้าเห็นหน้าเธออีก เขาเลยเลือกทำแบบนี้ไง เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วเธอเองก็ต้องยอมรับให้ได้ เพราะนี่คือสิ่งที่เธออยากจะให้เป็นไม่ใช่เหรอ”ธัญชนกเอ่ยแจ้งต่อเพื่อนสาว เพราะเธอเองก็ไม่เห็นด้วยนักที่กัญญาวีร์จะร้องไห้ฟูมฟายแบบนี้ ทุกอย่างล้วนเกิดจากสิ่ง







