Masuk'เขาคงไม่ได้ทำแบบนั้นเพราะคำพูดฉันใช่ไหมนะ?'
บนโต๊ะอาหารยังคงเงียบเช่นเดิม จนเฮียเทพเดินเข้ามา
"วันนี้มีแขกมาขอพบนายตอนเที่ยงตรงครับ"
"ใคร?"
คนที่กำลังใช้มีดหั่นเนื้อบนจานปรายตาขึ้นมองลูกน้องที่ยืนรายงานแค่แวบหนึ่ง
"คุณเคโกะครับ"
ชื่อน่ารักจัง เหมือนชื่อคนญี่ปุ่นเลย
"เลื่อนนัด เที่ยงนี้ฉันต้องไปทำธุระ"
"แต่วันนี้นายไม่มีธุระที่ไหนนี่ครับ"
มือฉันเหงื่อออกเมื่อเผลอนึกเข้าข้างตัวเองถึงธุระที่อีกคนว่า
"ไม่ต้องรู้มาก บอกไปตามนั้น"
"แต่..."
"ไม่มีแต่!"
"ครับนาย"
เมื่อกี้ตกใจจนเกือบทำส้อมหลุดมือ คุณเพลิงกัลป์ตะคอกเฮียเทพจนเสียงดังสะท้อนก้องทั้งห้องอาหาร
"ตกใจเหรอ"
สายตาคมมองมาทางฉันอย่างสังเกตอาการ
"น...นิดหน่อยค่ะ"
ไม่หน่อยแล้วละ ใจฉันมันเต้นแรงมากเพราะอาการตกใจเสียงเขาเมื่อกี้
"ถ้าอิ่มแล้วก็ไปเรียนเถอะ"
ฉันรีบรวบช้อนกับส้อมไว้มุมจานอย่างไม่อิดออด ยกแก้วน้ำเปล่าขึ้นดื่มแค่จิบ ๆ ก่อนจะลุกขึ้นแล้วยืนตัวตรงยกมือไหว้อีกคนที่เพิ่งออกคำสั่ง
"เดี๋ยว!"
หันหลังให้เขาได้ยังไม่เต็มตัวดี คนตัวสูงก็เหมือนเดินมายืนอยู่ด้านหลังเพราะฉันรู้สึกเหมือนระยะห่างเรามันใกล้ลง
"เอานี่ไป ไว้ใช้จ่ายที่มหา'ลัย"
เงินจำนวนหนึ่งถูกยื่นมาให้ทั้ง ๆ ที่ฉันยังหันหลังให้เขา
พอเห็นจำนวนแบงค์ที่ค่อนข้างหนากว่าการให้ไปเรียนธรรมดาทำฉันรีบดันมือเขาพร้อมเงินนั้นกลับไป
"นี่มันเยอะไปค่ะ"
ถึงฉันจะเพิ่งมาอยู่ที่ไทยเกือบห้าเดือน แต่ฉันก็รู้จักศึกษาค่าเงินบาทรวมถึงมารยาทต่าง ๆ ที่นอกเหนือจากแม่ที่เป็นคนจีนสอนไว้เป็นอย่างดี
"นี่เรียกเยอะ?"
ใช่สิ ก็เขารวย เงินแบงค์สีเทาแค่ 5-6 ใบ คงเรียกเยอะสำหรับเขาไม่ได้
"ที่นั่นคงไม่ต้องพกเงินเยอะขนาดนี้มั้งคะ"
ฉันยังไม่ยื่นมือไปรับเงินก้อนนั้น ซ้ำยังก้าวถอยหลังเว้นระยะห่างออกมาอีกหนึ่งก้าว
"เอาไป ควักออกมาแล้วขี้เกียจเก็บเข้าที่เดิม"
แบบนี้ก็ได้เหรอ?
แค่เอาเงินเก็บไว้ในกระเป๋าสตางค์เหมือนเดิมมันยากขนาดนั้นเลย
"แต่ว่า..."
พึ่บ!
ยังไม่ทันได้ค้านอะไรออกไปอีกรอบ เงินจำนวนนั้นก็ถูกยัดเข้าที่มือฉันเรียบร้อยแล้ว
"ใช้ให้หมดเลยก็ได้นะ"
นี่เขาประชดฉันอยู่ไหม?
เงินตั้งเยอะแยะจะให้ฉันที่ไปเรียนใช้ให้หมดในเวลาไม่กี่ชั่วโมงใครจะไปทำได้
อีกอย่าง...
คุณค่าของเงิน ไม่มีใครรู้ซึ้งเท่าฉัน ฟางเซียน คนนี้แล้ว
"ไปเถอะ ตอนเที่ยงค่อยเจอกัน"
นี่ถ้าเขารวบฉันเข้าไปกอดจะได้ฟิวเหมือนพ่อส่งลูกไปเรียนเลยนะ
"หนูไปนะคะ"
ยกมือไหว้คนตรงหน้าอีกรอบ ยัดเงินนั้นเข้ากระเป๋าอย่างจำใจ เดินออกมาด้านนอกก็เจอคุณเทชิยืนเปิดประตูรถหรูรอแล้ว
ไม่ว่าจะตบหน้าตัวเองกี่ทีต่อกี่ที เรื่องราวทั้งหมดนี้ก็คือความจริงไม่ใช่ความฝัน
หนูไม่ได้ฝันอยู่ลูกกกกก แต่จะว่าไปแล้ว เฮียเพลิงก็เชื่องนะ น้องแค่พูดนิดเดียว รีบสั่งแม่บ้านจัดอาหารมาอย่างด่วนเลย เหม็นคนคลั่งน้อนนนนน
"มาหรือยัง"กันตพลไม่ตอบคำถามไน้สาระนั่นของลูกน้องมือขวาหรอกไอ้เทพน่ะ ถ้ายิ่งเดินตามหมากของมัน ยิ่งไม่จบง่าย"เพิ่งถึงเมื่อสามนาทีที่แล้วครับ"แม้ปากจะรายงานปกติ แต่แววตายังคงมีเลศนัยมองผู้เป็นนายเป็นระยะ ๆ"มึงเฝ้าเธอไว้"เขาหมายถึงเฝ้าขัติมากรแม้รู้ดีว่าเธอไม่กล้าเข้าไปวุ่นวายที่ชั้นสองห้องทำงานเขาแต่ก็ชะล่าใจไม่ได้งานสีเทาพวกนั้นเขาไม่อยากให้คนบริสุทธิ์อย่างเธอต้องมารับรู้หรือควรบอกว่า ลึก ๆ ในใจกันตพลกำลังหวาดกลัว กลัวว่าถ้าหากเด็กน้อยที่เขาช่วยชีวิตไว้ มารับรู้ถึงอาชีพที่เขาทำอยู่แล้วเธอจะหนีเขาไป"ครับนาย"ทัศน์เทพเองก็ไม่ชอบใจคนที่มาติดต่อธุรกิจกับนายเขาในวันนี้เช่นกันเลยไม่ต่อปากต่อคำทำตัวเป็นเด็กร้องโอดครวญเหมือนครั้งที่เขามอบหน้าที่พาทัวร์มหาลัยให้ในคราวนั้น"ว่าแต่นายไม่เป็นอะไรจริง ๆ ใช่ไหมครับ"ถ้าจะยั่วเยาะเขาขนาดนั้นก็ไม่ต้องมีแล้วล่ะหางเสียงน่ะ"ยังอยากเป็นอยู่ไหม มือขวาน่ะ"แทงใจดำที่สุดก็ประโยคนี้แหละเล่นเอาสิ่งที่เขากลัวที่สุดในชีวิตว่าจะถูกไล่ออกมาขู่แบบนี้เลิกล้อแล้วก็ได้"ผมไปหาน้องฟางเซียนก่อนดีกว่า"หางคิ้วร่างกำยำสวมชุดสีดำกระตุกกึก ๆ เมื่อได้ยินสรรพนามแส
"ฮะ...เฮีย เพลิง"แม้แต่ออกเสียงยังสั่นเครือเลย หายใจก็ติด ๆ ขัด ๆ เพราะรู้สึกเหมือนอีกคนจะโถมน้ำหนักตัวลงมาพิงฉันมากเกินไปจนต้องขืนร่างกายให้ดูมั่นคงแข็งแรงรับน้ำหนักเขา"ถ้าเบอร์นี้โทร.มา หนูต้องรับสาย ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด"ฉันทวนสิ่งที่เขาพูดตอนแรกในแบบที่ตัวเองเข้าใจ และดูเหมือนอีกคนจะพอใจแล้วเลยปล่อยฉันให้เป็นอิสระ เดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้ตัวเดิมก่อนออกคำสั่งต่อมา"กฏข้อที่สอง"แค่กฏข้อแรกหัวใจฟางเซียนก็จะวายอยู่แล้ว หวังว่าข้อสองของเขาคงไม่ยากนะ"ห้ามคบเพื่อนผู้ชายที่มหาลัย""แล้วถ้ามีงานกลุ่มล่ะคะ?"แบบนี้มันกดสิทธิส่วนบุคคลเกินไปนะ"ฉันหมายถึงคบเป็นแฟน"อ๋อ นึกว่าหมายถึงคบพูดคุยเป็นเพื่อนอะไรพวกนั้น"หนูไม่คิดเรื่องพวกนั้นตอนนี้หรอกค่ะ คุณเพลิงกัลป์ไว้ใจได้"ฉันตอบอย่างมั่นอกมั่นใจ แถมรอยยิ้มสวยให้อีกหนึ่งรอยเลย"แล้วเมื่อไหร่ถึงจะพร้อม""คะ?"ทำไมวันนี้เขาดูแปลก ๆ"ช่างเถอะ ทำให้ได้อย่างที่รับปากแล้วกัน"ฉันพยักหน้าสบตาเขาอย่างไม่ละไปไหนเพื่อแสดงความจริงใจว่าฉันจะไม่ผิดคำพูดตัวเองแน่นอน"ข้อสาม"ยังมีต่ออีกเหรอเนี่ย!"ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คนที่เธอต้องนึกถึงคนแรกคือฉัน"ข้อนี้เขา
ตุ้บ!เห็นไหม มือฉันสั่นจนทำโทรศัพท์หลุดมือไปแล้ว"หึ!"ได้ยินเสียงขำเบา ๆ ดังลอดออกมา จากนั้นร่างกายฉันก็แข็งทื่อราวถูกสาป เมื่อมือแกร่งเอื้อมเหมือนโอบกอดฉันข้างหนึ่งเพื่อมาคว้ามือถือไปถือไว้จากที่ตอนแรกมาแค่มือข้างเดียว แต่นาทีนี้เขาใช้มืออีกข้างเอื้อมโอบมาด้านหน้า กลายเป็นร่างบางของฉันอยู่กึ่งกลางแขนทั้งสองข้างของเขาใบหน้าเขายังคงวางตำแหน่งเดิมจนบางครั้งแอบเสียดสีแก้มฉันเบา ๆ แล้วก็ขยับออกห่างเล็กน้อยไม่ดี ๆ ตอนนี้ร่างกายฉันวูบวาบ หายใจไม่ทั่วท้องไปหมดแล้ว"พูดตามสิ"นึกว่าจะจบแล้ว แต่คนตัวโตที่ไม่รู้กำลังเล่นอะไรอยู่ออกคำสั่งให้ฉันอ่านตามสิ่งที่เขาพิมพ์"ยะ...ย.ยักษ์"นี่เขากำลังจะสอนพยัญชนะไทยให้อยู่หรือเปล่าเนี่ย"สระเอ" เสียงฉัน"อืม" ทำไมต้องครางตอบด้วยฉันถูกสอนเขียน สอนอ่านภาษาไทยมาตั้งแต่จำความได้จากแม่แท้ ๆ อยู่แล้ว ทำให้พื้นฐานแน่น ไม่ต้องมาหลอกวัดไอคิวฉันก็ได้ค่ะ"พูดต่อสิ"พอฉันเงียบเพราะรู้สึกสติสตังไม่ค่อยอยู่กับตัว คนด้านหลังก็ใช้ไหล่หนาเขาสะกิดไหล่บางฉันที่เหมือนถูกโอบกอดอยู่ให้อ่านพยัญชนะตัวต่อไป"พ.พาน"ทำไมต้องทำอะไรให้ยุ่งยากแบบนี้ก็ไม่รู้"ล.ลิง""...""สระอ
ตอนนี้ฉันกำลังถูกขนาบข้างด้วยบอดี้การ์ดของคุณเพลิงกัลป์ทั้งสองคน ส่วนด้านหน้ายังมีผู้ชายแสนเย็นชานั่งเฝ้าอีกต่างหาก"อะ สมัครให้ครบทุกอย่างแล้ว"เฮียเทพยื่นโทรศัพท์ที่คุณเพลิงกัลป์เพิ่งซื้อให้หมาด ๆ คืนฉัน"ส่วนนี่ รหัสพร้อมพาสเวิร์ดสำหรับเข้าใช้งานแอปต่าง ๆ"คุณเทชิเองก็ยื่นสมุดโน้ตขนาดเท่าฝ่ามือมาให้ฉันเช่นกัน"ฝึกเล่นให้ชิน" คุณเพลิงกัลป์สั่ง"จะพยายามค่ะ" ฉันตอบอย่างเรียบง่ายนั่งดูเฮียเทพเล่นเมื่อกี้ก็ไม่เห็นจะยากอะไร"เฮียครับ ได้เวลาแล้ว"ฉันเหลือบมองดูเวลาที่ผนังห้อง บ่งบอกว่าเที่ยงตรงพอดีเมื่อเช้าเขามีนัดนี่นะ..."พวกมึงออกไปก่อน"สิ้นคำสั่งทั้งสองคนก็ออกไปจากห้องนี้ทันทีส่วนห้องที่ว่าก็ไม่ใช่ห้องไหน เป็นห้องนั่งเล่นที่อยู่ชั้นล่างนี่แหละRrr...เสียงริงโทนที่เฮียเทพเพิ่งตั้งให้ฉันหมาด ๆ ดังขึ้นจากโทรศัพท์เครื่องที่ถืออยู่รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยว่าใครโทร.มา เพราะเครื่องเพิ่งเปิดใช้บริการ และในวินาทีต่อมาฉันก็กระจ่างแจ้งว่าเบอร์ที่ว่านี้คือเบอร์ใคร"รับสิ นั่นเบอร์ฉันเอง"เบอร์เขา?แล้วทำไมต้องให้ฉันรับสายด้วย บอกแค่นี้ก็รู้แล้ว"รับ" เสียงทุ้มดังขึ้นอีกรอบรีบลนลานสไลด์หน้
หมับ!อีกข้างก็ถูกคว้าไว้ด้วยมือหนาของคนที่มองตาขวางใส่น้องสาวเขาเช่นกัน"ไม่มีมารยาท ฉันยังทำธุระไม่เสร็จ"เสียงคุณเพลิงกัลป์ออกไปทางดุอีกคน แต่เหมือนหมอลิลณาจะไม่สะทกสะท้านทั้งสายตาเย็นชาและน้ำเสียงดุ ๆ นั่นของพี่ชายเธอเลยสักนิด"ฟางเซียนไม่มีเงินจ่ายของพวกนั้นหรอก เฮียจัดการเสร็จค่อยตามพวกเรามาแล้วกัน""อ๊ะ!"ร่างฉันเกือบจะลอยตามแรงกระชากของเธอ แต่ไม่ใช่กระชากให้เจ็บตัวอะไรนะ เธอแค่ดึงฉันให้เดินตามปกติ ผิดที่ฉันมัวแต่เหม่อจนเดินตามไม่ทันเอง"ตกลงนี่คบกันเหรอ?""คะ?"ไม่เข้าใจความหมายของคำถามนั้นจนคิ้วขมวดยุ่น"ไม่มีอะไรหรอก"หรือว่าเมื่อกี้ฉันจะหูแว่วไปเอง?"อยากกินอะไรเป็นพิเศษไหม"เราสองคนหยุดยืนอยู่ใจกลางโซนร้านอาหารที่มีให้เลือกหลากหลายร้านหลากหลายสไตล์"นั่นเป็นไง"หมอลิลณาชี้ไปยังร้านที่เป็นป้ายชื่อภาษาจีนฉันรีบขืนแรงไว้เพราะไม่อยากนึกถึงตัวตนของตัวเอง"หนูว่ารอคุณเพลิงกัลป์ก่อนดีไหมคะ"ยื้อเวลาไว้ก่อนฟางเซียน ไม่ใช่ว่ารังเกียจที่จะอยู่กับหมอลิลณาคนสวย แต่ฉันแค่รู้สึกว่าเธอมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ ถึงแม้จะไม่ได้รู้สึกถึงเจตนาไม่ดี แต่เธอกำลังมีลับลมคมนัยอะไรสักอย่างแน่ ๆ"ห่างก
"ผู้ชายพวกนั้น"เขาคงเพิ่งนึกได้ว่าคำถามตัวเองมันดูกว้างไปเลยถามอีกครั้งแบบระบุตัวตน"หนูไม่รู้ค่ะ แต่พี่แก้มกับชลเรียกพวกเขาว่าอันธพาล""ต่อไปฉันคงต้องให้ใครสักคนตามประกบเธอ""ไม่ได้นะคะ!"แย่แล้ว! ทำไมถึงกล้าปฏิเสธเขาเสียงแข็งแบบนั้นนะดูสิ! คุณเพลิงกัลป์คิ้วขมวดแล้ว"คือ... หนูไม่อยากให้คนอื่นมองหนูแบบเป็นลูกมาเฟียอะไรพวกนั้นค่ะ"ถ้าเขาให้คนตามประกบฉันจริงขอเลือกนอนอยู่บ้านไม่ต้องออกไปเรียนดีกว่า"อึดอัด?""..." ข้อนี้ถามตรง ฉันเลยพยักหน้าเบา ๆ แต่ยังไม่กล้าสบตาเขา"นายจะกลับเพนท์เฮาส์เลยไหมครับ" เสียงคุณเทชิถามขึ้น"ไปห้าง"แต่คำตอบผู้เป็นนายทำฉันขมวดคิ้วเป็นหนที่เท่าไหร่ไม่รู้"ฉันเคารพการตัดสินใจของเธอ แต่หลังจากนี้เราต้องมีกฏที่ต้องตกลงกัน"กฏเหรอ?คงไม่มีอะไรยากหรอกมั้งอย่างฉันจะทำอะไรได้นอกจากตอบตกลง "ค่ะ"เอาจริง ๆ มาอยู่ที่นี่ได้ห้าเดือน ฉันนับจำนวนครั้งที่ออกมาเดินห้างแบบนี้ได้เลยนี่เป็นครั้งที่สามในรอบห้าเดือนที่ฉันได้ออกมาเปิดหูเปิดตา"เอาเครื่องที่แพงที่สุด"สงสัยไหมว่าเขากำลังทำอะไรคุณเพลิงกัลป์พาฉันมาร้านโทรศัพท์มือถือ เขาสั่งพนักงานให้หยิบเครื่องที่แพงที่สุดมาให้ฉ
วี้ดวิ้ว~เสียงผิวปากดังลอยมาแต่ไกล จากนั้นก็ปรากฏกลุ่มผู้ชาย สูงยาวเข่าดี หน้าตาจัดว่าดีแต่ไม่เท่าลูกน้องคุณเพลิงกัลป์ที่ฉันรู้จัก"พาสาวสวยที่ไหนมาเอ่ย"ผู้ชายรูปร่างสูงผิวติดคล้ำนิด ๆ กระโดดมาขวางทางพวกเรา"ถอยไปเลยอันธพาล"ขอกลับคำนิดนึงตอนแรกบอกว่าพี่แก้มแกเหมือนกุลสตรี แต่ตอนนี้ฉันว่าไม่ใช่แ
"วันนี้มีนักศึกษาย้ายมาเรียนกลางเทอม ใครใจดีก็ช่วยบอกงานเพื่อนให้ตามเก็บด้วยนะ"อาจารย์ประจำคลาสแนะนำฉัน ก่อนจะบอกให้หาที่นั่งเองตามสบายด้วยความที่เพิ่งเคยเจอบรรยากาศในห้องเรียนแบบกลิ่นไอผู้ใหญ่แบบนี้ก็รู้สึกเกร็งนิดหน่อยพอหาที่นั่งได้ก็รู้สึกเหมือนใครสะกิดจากทางขวามือ พอหันไปมองเจอผู้หญิงคนหนึ่งห
"แลกกับอะไร"เซินเหยาถามชายที่วันนี้มาร่วมเล่นพนันเป็นเพื่อนเธอ“ได้ข่าวว่าบ้านนี้มีลูกสาวสวย”สองแม่ลูกมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ก่อนที่คนดังกล่าวจะพูดต่อ“อีกคนที่ไม่ใช่คนนี้”คำว่า ‘ไม่ใช่คนนี้’ ย่อมหมายถึงจิ้นหงที่ตอนแรกหลงหวาดกลัวคิดว่าตนเองจะถูกแม่แท้ ๆ ขายแลกเงินเสียแล้ว แม้จะเสียหน้าแต่พอเงินมากม
ฟิ้ว~สายลมเย็น ๆ พัดต้องร่างบางที่ยืนอยู่บนสะพานสูงที่พาดผ่านแม่น้ำจูในมณฑลกวางตุ้งของประเทศจีนค่ำคืนนี้พระจันทร์เต็มดวงส่องสว่างไสวทำให้ท้องฟ้าเต็มไปด้วยหมู่ดาวระยิบระยับแลดูสวยสดงดงามกว่าคืนไหน ๆหากแต่คนที่กำลังยืนอยู่ท่ามกลางบรรยากาศแสนโรแมนติกนี้กลับมีใบหน้าที่เหม่อลอยทอดมองไปข้างหน้าอย่างไม







