LOGINหลายวันต่อมา
ในที่สุดฉันก็ได้สวมชุดนักศึกษาเหมือนคนอื่น ๆ สักที
ยืนหมุนตัวซ้ายขวาอยู่หน้ากระจกเพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยของเสื้อผ้าที่สวมอยู่ เสียงประตูห้องก็ดังขึ้น
"เชิญค่ะ"
"คุณเพลิงกัลป์ให้มาตามลงไปรับประทานอาหารเข้าค่ะ"
เธอคือแม่บ้านที่อยู่ประจำเพนท์เฮาส์นี้
"ค่ะ" ฉันพยักหน้าพร้อมขยับมุมปากยกขึ้นเล็กน้อย
หยิบกระเป๋าสะพายแบรนด์ดังที่เฮียเทพเอามาให้เมื่อวันก่อนพาดไหล่
จะว่าไปแล้ว ข้าวของเครื่องใช้ฉันที่เกี่ยวกับการไปมหาวิทยาลัยฉันไม่เคยได้จัดการเองเลยสักอย่างเดียว
แม้กระทั่งชุดนักศึกษาของตัวเอง คุณเพลิงกัลป์ก็ยังให้คนอื่นจัดการให้ โชคดีที่ไซซ์พอดีตัวฉันเลยไม่เป็นปัญหา
ลิฟต์จอดที่ชั้นล่างสุด ฉันเดินออกมาแล้วตรงดิ่งไปที่โต๊ะอาหารทันที
"วันนี้เรียนวันแรก ตั้งใจล่ะ" เสียงทุ้มเอ่ยบอก
มือเขายังถือแก้วกาแฟดำของโปรดขึ้นจิบตามกิจวัตรประจำวัน
แต่วันนี้ดูผิดแผกไปจากทุก ๆ วัน เมื่อเขาสวมเพียงแค่เสื้อยืดแขนยาวสีดำตัวเดียว
"ค่ะ" ตอบได้เพียงคำเดียวสั้น ๆ ทั้ง ๆ ที่ในใจอยากถามมากว่าวันนี้เขาไม่ได้ออกไปไหนเหรอ
"วันนี้เลิกเที่ยง เดี๋ยวเทชิจะเป็นคนไปรับกลับมาที่นี่"
เขารู้ตารางเรียนฉันหมดเลย
ก็นะ... เขาเป็นคนจัดการทุกอย่างให้เองนี่
"วันนี้คุณเพลิงกัลป์ไม่ได้ไปไหนเหรอคะ"
ในที่สุดก็เผลอถามออกไป
อีกคนตวัดสายตามองมาแต่ไม่ได้ดุมาก
"ฉันว่าจะพาเธอไปซื้อของใช้"
ของใช้?
ยังต้องมีของใช้อะไรอีก เท่าที่มีอยู่ฉันว่าก็มีครบทุกอย่างแล้วนะ
"ค่ะ"
แม้ในใจจะอยากถามว่าต้องซื้ออะไรเพิ่ม แต่เพราะเป็นเพียงผู้อาศัยเลยไม่กล้าถามซักไซ้ให้มากความ
"กินสิ"
คนตัวโตที่นั่งอยู่หัวโต๊ะส่งสัญญาณให้ฉันทานอาหารตรงหน้า วันนี้เป็นอาหารเช้าสไตล์ตะวันตกง่าย ๆ
ฉันตั้งใจลงมือทานอย่างมีมารยาท แต่ก็ยังมีเหลือบตามองอีกคนที่วัน ๆ ในเวลาเช้า ๆ เอาแต่จิบกาแฟไม่แตะอาหารใด ๆ
"มีอะไร"
เหมือนเขาจะรู้ว่าฉันแอบมองเลยถามขึ้น
"หนูเห็นคุณเพลิงกัลป์ทานแต่กาแฟทุกเช้า ไม่ดีต่อสุขภาพนะคะ"
อยากตีปากตัวเองอีกแล้ว ทำไมชอบยุ่งเรื่องคนอื่นด้วยนะ
เขามองหน้าฉันเล็กน้อย ก่อนจะสั่นกระดิ่งที่วางไว้บนโต๊ะ สักพักแม่บ้านก็วิ่งกระหืดกระหอบมา
"คุณเพลิงกัลป์ต้องการอะไรคะ"
"เอาอาหารมาเพิ่มอีกชุด"
ฉันได้แต่ทำหน้างง ๆ มองเขาตาปริบ ๆ
ไม่ใช่ว่าเอามาเพิ่มให้ฉันใช่ไหม?
"ของคุณเพลิงกัลป์หรือคุณฟางเซียนคะ"
แม่บ้านถามเสียงอ้อมแอ้ม
"ของฉัน"
ข...ของเขา!
ไม่ใช่แค่ฉันที่ตกใจ แม่บ้านเองก็ดูแปลกใจเหมือนกันที่เจ้านายสั่งเธอแบบนั้น
"เร็วสิ!"
"ค...ค่ะ"
แม่บ้านคนเดิมรีบค้อมหัวรับคำสั่งแล้ววิ่งกลับไปจัดการสิ่งที่เจ้านายต้องการ
"กินต่อสิ"
รีบก้มหน้าตักอาหารจานตัวเองทานต่อเงียบ ๆ พลางคิดในใจ
"มาหรือยัง"กันตพลไม่ตอบคำถามไน้สาระนั่นของลูกน้องมือขวาหรอกไอ้เทพน่ะ ถ้ายิ่งเดินตามหมากของมัน ยิ่งไม่จบง่าย"เพิ่งถึงเมื่อสามนาทีที่แล้วครับ"แม้ปากจะรายงานปกติ แต่แววตายังคงมีเลศนัยมองผู้เป็นนายเป็นระยะ ๆ"มึงเฝ้าเธอไว้"เขาหมายถึงเฝ้าขัติมากรแม้รู้ดีว่าเธอไม่กล้าเข้าไปวุ่นวายที่ชั้นสองห้องทำงานเขาแต่ก็ชะล่าใจไม่ได้งานสีเทาพวกนั้นเขาไม่อยากให้คนบริสุทธิ์อย่างเธอต้องมารับรู้หรือควรบอกว่า ลึก ๆ ในใจกันตพลกำลังหวาดกลัว กลัวว่าถ้าหากเด็กน้อยที่เขาช่วยชีวิตไว้ มารับรู้ถึงอาชีพที่เขาทำอยู่แล้วเธอจะหนีเขาไป"ครับนาย"ทัศน์เทพเองก็ไม่ชอบใจคนที่มาติดต่อธุรกิจกับนายเขาในวันนี้เช่นกันเลยไม่ต่อปากต่อคำทำตัวเป็นเด็กร้องโอดครวญเหมือนครั้งที่เขามอบหน้าที่พาทัวร์มหาลัยให้ในคราวนั้น"ว่าแต่นายไม่เป็นอะไรจริง ๆ ใช่ไหมครับ"ถ้าจะยั่วเยาะเขาขนาดนั้นก็ไม่ต้องมีแล้วล่ะหางเสียงน่ะ"ยังอยากเป็นอยู่ไหม มือขวาน่ะ"แทงใจดำที่สุดก็ประโยคนี้แหละเล่นเอาสิ่งที่เขากลัวที่สุดในชีวิตว่าจะถูกไล่ออกมาขู่แบบนี้เลิกล้อแล้วก็ได้"ผมไปหาน้องฟางเซียนก่อนดีกว่า"หางคิ้วร่างกำยำสวมชุดสีดำกระตุกกึก ๆ เมื่อได้ยินสรรพนามแส
"ฮะ...เฮีย เพลิง"แม้แต่ออกเสียงยังสั่นเครือเลย หายใจก็ติด ๆ ขัด ๆ เพราะรู้สึกเหมือนอีกคนจะโถมน้ำหนักตัวลงมาพิงฉันมากเกินไปจนต้องขืนร่างกายให้ดูมั่นคงแข็งแรงรับน้ำหนักเขา"ถ้าเบอร์นี้โทร.มา หนูต้องรับสาย ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด"ฉันทวนสิ่งที่เขาพูดตอนแรกในแบบที่ตัวเองเข้าใจ และดูเหมือนอีกคนจะพอใจแล้วเลยปล่อยฉันให้เป็นอิสระ เดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้ตัวเดิมก่อนออกคำสั่งต่อมา"กฏข้อที่สอง"แค่กฏข้อแรกหัวใจฟางเซียนก็จะวายอยู่แล้ว หวังว่าข้อสองของเขาคงไม่ยากนะ"ห้ามคบเพื่อนผู้ชายที่มหาลัย""แล้วถ้ามีงานกลุ่มล่ะคะ?"แบบนี้มันกดสิทธิส่วนบุคคลเกินไปนะ"ฉันหมายถึงคบเป็นแฟน"อ๋อ นึกว่าหมายถึงคบพูดคุยเป็นเพื่อนอะไรพวกนั้น"หนูไม่คิดเรื่องพวกนั้นตอนนี้หรอกค่ะ คุณเพลิงกัลป์ไว้ใจได้"ฉันตอบอย่างมั่นอกมั่นใจ แถมรอยยิ้มสวยให้อีกหนึ่งรอยเลย"แล้วเมื่อไหร่ถึงจะพร้อม""คะ?"ทำไมวันนี้เขาดูแปลก ๆ"ช่างเถอะ ทำให้ได้อย่างที่รับปากแล้วกัน"ฉันพยักหน้าสบตาเขาอย่างไม่ละไปไหนเพื่อแสดงความจริงใจว่าฉันจะไม่ผิดคำพูดตัวเองแน่นอน"ข้อสาม"ยังมีต่ออีกเหรอเนี่ย!"ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คนที่เธอต้องนึกถึงคนแรกคือฉัน"ข้อนี้เขา
ตุ้บ!เห็นไหม มือฉันสั่นจนทำโทรศัพท์หลุดมือไปแล้ว"หึ!"ได้ยินเสียงขำเบา ๆ ดังลอดออกมา จากนั้นร่างกายฉันก็แข็งทื่อราวถูกสาป เมื่อมือแกร่งเอื้อมเหมือนโอบกอดฉันข้างหนึ่งเพื่อมาคว้ามือถือไปถือไว้จากที่ตอนแรกมาแค่มือข้างเดียว แต่นาทีนี้เขาใช้มืออีกข้างเอื้อมโอบมาด้านหน้า กลายเป็นร่างบางของฉันอยู่กึ่งกลางแขนทั้งสองข้างของเขาใบหน้าเขายังคงวางตำแหน่งเดิมจนบางครั้งแอบเสียดสีแก้มฉันเบา ๆ แล้วก็ขยับออกห่างเล็กน้อยไม่ดี ๆ ตอนนี้ร่างกายฉันวูบวาบ หายใจไม่ทั่วท้องไปหมดแล้ว"พูดตามสิ"นึกว่าจะจบแล้ว แต่คนตัวโตที่ไม่รู้กำลังเล่นอะไรอยู่ออกคำสั่งให้ฉันอ่านตามสิ่งที่เขาพิมพ์"ยะ...ย.ยักษ์"นี่เขากำลังจะสอนพยัญชนะไทยให้อยู่หรือเปล่าเนี่ย"สระเอ" เสียงฉัน"อืม" ทำไมต้องครางตอบด้วยฉันถูกสอนเขียน สอนอ่านภาษาไทยมาตั้งแต่จำความได้จากแม่แท้ ๆ อยู่แล้ว ทำให้พื้นฐานแน่น ไม่ต้องมาหลอกวัดไอคิวฉันก็ได้ค่ะ"พูดต่อสิ"พอฉันเงียบเพราะรู้สึกสติสตังไม่ค่อยอยู่กับตัว คนด้านหลังก็ใช้ไหล่หนาเขาสะกิดไหล่บางฉันที่เหมือนถูกโอบกอดอยู่ให้อ่านพยัญชนะตัวต่อไป"พ.พาน"ทำไมต้องทำอะไรให้ยุ่งยากแบบนี้ก็ไม่รู้"ล.ลิง""...""สระอ
ตอนนี้ฉันกำลังถูกขนาบข้างด้วยบอดี้การ์ดของคุณเพลิงกัลป์ทั้งสองคน ส่วนด้านหน้ายังมีผู้ชายแสนเย็นชานั่งเฝ้าอีกต่างหาก"อะ สมัครให้ครบทุกอย่างแล้ว"เฮียเทพยื่นโทรศัพท์ที่คุณเพลิงกัลป์เพิ่งซื้อให้หมาด ๆ คืนฉัน"ส่วนนี่ รหัสพร้อมพาสเวิร์ดสำหรับเข้าใช้งานแอปต่าง ๆ"คุณเทชิเองก็ยื่นสมุดโน้ตขนาดเท่าฝ่ามือมาให้ฉันเช่นกัน"ฝึกเล่นให้ชิน" คุณเพลิงกัลป์สั่ง"จะพยายามค่ะ" ฉันตอบอย่างเรียบง่ายนั่งดูเฮียเทพเล่นเมื่อกี้ก็ไม่เห็นจะยากอะไร"เฮียครับ ได้เวลาแล้ว"ฉันเหลือบมองดูเวลาที่ผนังห้อง บ่งบอกว่าเที่ยงตรงพอดีเมื่อเช้าเขามีนัดนี่นะ..."พวกมึงออกไปก่อน"สิ้นคำสั่งทั้งสองคนก็ออกไปจากห้องนี้ทันทีส่วนห้องที่ว่าก็ไม่ใช่ห้องไหน เป็นห้องนั่งเล่นที่อยู่ชั้นล่างนี่แหละRrr...เสียงริงโทนที่เฮียเทพเพิ่งตั้งให้ฉันหมาด ๆ ดังขึ้นจากโทรศัพท์เครื่องที่ถืออยู่รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยว่าใครโทร.มา เพราะเครื่องเพิ่งเปิดใช้บริการ และในวินาทีต่อมาฉันก็กระจ่างแจ้งว่าเบอร์ที่ว่านี้คือเบอร์ใคร"รับสิ นั่นเบอร์ฉันเอง"เบอร์เขา?แล้วทำไมต้องให้ฉันรับสายด้วย บอกแค่นี้ก็รู้แล้ว"รับ" เสียงทุ้มดังขึ้นอีกรอบรีบลนลานสไลด์หน้
หมับ!อีกข้างก็ถูกคว้าไว้ด้วยมือหนาของคนที่มองตาขวางใส่น้องสาวเขาเช่นกัน"ไม่มีมารยาท ฉันยังทำธุระไม่เสร็จ"เสียงคุณเพลิงกัลป์ออกไปทางดุอีกคน แต่เหมือนหมอลิลณาจะไม่สะทกสะท้านทั้งสายตาเย็นชาและน้ำเสียงดุ ๆ นั่นของพี่ชายเธอเลยสักนิด"ฟางเซียนไม่มีเงินจ่ายของพวกนั้นหรอก เฮียจัดการเสร็จค่อยตามพวกเรามาแล้วกัน""อ๊ะ!"ร่างฉันเกือบจะลอยตามแรงกระชากของเธอ แต่ไม่ใช่กระชากให้เจ็บตัวอะไรนะ เธอแค่ดึงฉันให้เดินตามปกติ ผิดที่ฉันมัวแต่เหม่อจนเดินตามไม่ทันเอง"ตกลงนี่คบกันเหรอ?""คะ?"ไม่เข้าใจความหมายของคำถามนั้นจนคิ้วขมวดยุ่น"ไม่มีอะไรหรอก"หรือว่าเมื่อกี้ฉันจะหูแว่วไปเอง?"อยากกินอะไรเป็นพิเศษไหม"เราสองคนหยุดยืนอยู่ใจกลางโซนร้านอาหารที่มีให้เลือกหลากหลายร้านหลากหลายสไตล์"นั่นเป็นไง"หมอลิลณาชี้ไปยังร้านที่เป็นป้ายชื่อภาษาจีนฉันรีบขืนแรงไว้เพราะไม่อยากนึกถึงตัวตนของตัวเอง"หนูว่ารอคุณเพลิงกัลป์ก่อนดีไหมคะ"ยื้อเวลาไว้ก่อนฟางเซียน ไม่ใช่ว่ารังเกียจที่จะอยู่กับหมอลิลณาคนสวย แต่ฉันแค่รู้สึกว่าเธอมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ ถึงแม้จะไม่ได้รู้สึกถึงเจตนาไม่ดี แต่เธอกำลังมีลับลมคมนัยอะไรสักอย่างแน่ ๆ"ห่างก
"ผู้ชายพวกนั้น"เขาคงเพิ่งนึกได้ว่าคำถามตัวเองมันดูกว้างไปเลยถามอีกครั้งแบบระบุตัวตน"หนูไม่รู้ค่ะ แต่พี่แก้มกับชลเรียกพวกเขาว่าอันธพาล""ต่อไปฉันคงต้องให้ใครสักคนตามประกบเธอ""ไม่ได้นะคะ!"แย่แล้ว! ทำไมถึงกล้าปฏิเสธเขาเสียงแข็งแบบนั้นนะดูสิ! คุณเพลิงกัลป์คิ้วขมวดแล้ว"คือ... หนูไม่อยากให้คนอื่นมองหนูแบบเป็นลูกมาเฟียอะไรพวกนั้นค่ะ"ถ้าเขาให้คนตามประกบฉันจริงขอเลือกนอนอยู่บ้านไม่ต้องออกไปเรียนดีกว่า"อึดอัด?""..." ข้อนี้ถามตรง ฉันเลยพยักหน้าเบา ๆ แต่ยังไม่กล้าสบตาเขา"นายจะกลับเพนท์เฮาส์เลยไหมครับ" เสียงคุณเทชิถามขึ้น"ไปห้าง"แต่คำตอบผู้เป็นนายทำฉันขมวดคิ้วเป็นหนที่เท่าไหร่ไม่รู้"ฉันเคารพการตัดสินใจของเธอ แต่หลังจากนี้เราต้องมีกฏที่ต้องตกลงกัน"กฏเหรอ?คงไม่มีอะไรยากหรอกมั้งอย่างฉันจะทำอะไรได้นอกจากตอบตกลง "ค่ะ"เอาจริง ๆ มาอยู่ที่นี่ได้ห้าเดือน ฉันนับจำนวนครั้งที่ออกมาเดินห้างแบบนี้ได้เลยนี่เป็นครั้งที่สามในรอบห้าเดือนที่ฉันได้ออกมาเปิดหูเปิดตา"เอาเครื่องที่แพงที่สุด"สงสัยไหมว่าเขากำลังทำอะไรคุณเพลิงกัลป์พาฉันมาร้านโทรศัพท์มือถือ เขาสั่งพนักงานให้หยิบเครื่องที่แพงที่สุดมาให้ฉ
"เข้ามาทำไมไม่เคาะประตู"กันตพลยังคงวางท่าเรียบนิ่งแถมยังเย็นชาใส่น้องสาวแบบคนละขั้วกับเมื่อกี้ก่อนจะค่อย ๆ ช้อนร่างบางที่นั่งบนตักเขาขึ้นไปวางไว้บนเตียงตามเดิมด้วยท่าทางนิ่ง ๆ"นี่ห้องทำงานลิลลี่นะคะ"นั่นสิ!นี่มันโรงพยาบาล แถมห้องนี้ยังเป็นห้องทำงานส่วนตัวยัยตัวแสบนั่นอีก การเคาะประตูก็คงไม่ใช่
"อืม"เสียงครางเบา ๆ ดังขึ้น ดึงร่างสูงแสนมาดแมนหลุดจากภวังค์ในอดีตกันตพลค่อย ๆ ลอบมองปฏิกิริยาคนบนเตียงว่าเธอจะฟื้นหรือแค่ละเมอจนเห็นเปลือกตาที่ปิดลูกตาสวยไว้ค่อย ๆ ลืมขึ้นในเวลาไม่กี่นาทีต่อจากนั้นสิ่งแรกที่คนนั่งเฝ้าเธอมาหลายนาทีทำคือความโล่งใจ"ฟื้นแล้ว"น้ำเสียงที่ถามออกไปช่างอ่อนโยน ยากที่
เขาสั่งให้ทัศน์เทพจอดรถเพื่อมองดูเธอคนนั้นหลายนาทีเห็นหมดทุกอย่างว่าเธอคิดจะทำอะไร จวบจนเธอคนนั้นตัดสินใจเดินกลับมายังจักรยานคันเก่า ๆ เขาเลยโล่งอกและเวลาเพียงไม่กี่นาทีที่เขาเห็นแผ่นหลังและใบหน้าเพียงครึ่งเสี้ยวแถมยังมืดสลัว เขากลับลืมเธอไม่ลงไม่รู้ว่าต่อมาเป็นพรมลิขิตหรือแค่เรื่องบังเอิญ กันตพ
"เกิดอะไรขึ้น!"กันตพลใช้เวลาเดินทางมาที่โรงพยาบาลไม่ถึงสิบนาที เขาให้ฮาเทชิบอดี้การ์ดมือซ้ายขับปาดรถทุกคันที่ขวางทางเขาโดยไม่สนใจว่าจะถูกจับความเร็วหรือมีเสียงร้องด่าตามหลังครั้นมาถึงโรงพยาบาลก็มุ่งหน้ามาที่ห้องทำงานน้องสาวทันที"ลิลลี่ก็แค่รักษาเบื้องต้น" หมอลิลณาเอ่ยบอกพี่ชาย"เบื้องต้นเธอคือแ







