Masuk
Chepter บทนำ : คนใจกล้า
@The Winner Pub 01:10 น. ตึก! ตึก! ก๊อก ก๊อก “เข้ามา” นาวินเอ่ยบอกคนด้านนอก ในขณะที่สายตากำลังจับจ้องอยู่บนกระดาษใบเสนอราคาจากแบรนด์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลากหลายแบรนด์ไม่วางตา “มีลูกค้าไม่ยอมออกไปจากร้านครับ” คีรินเอ่ยบอกเจ้าของผับด้วยน้ำเสียงเรียบราวกับว่าไม่ได้ตกใจกับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย นาวินเงยหน้าขึ้นมามองลูกน้องของตัวเองครู่นึงก่อนจะยกนาฬิการาคาหลายแสนของตัวเองขึ้นมาดูเวลา คีรินเป็นลูกชายของไคโร ลูกน้องคนสนิทของพ่อของเขา มาติเนส มัส เนื่องจากน้าไคโรเคยดูแลพ่อมานานหลายปี คีรินกับเขาจึงค่อนข้างสนิทกัน ภายหลังจากที่ The Winner Pub เปิดตัวขึ้น คีรินจึงอาสาเข้ามาช่วยงานเขาอย่างเต็มตัว “ทำไมไม่จัดการไปเลย” คนพูดมองหน้าอีกคนด้วยความแปลกใจเล็กน้อย ปกติถ้ามีพวกขี้เมาโวยวายไม่ยอมออกจากผับไป คีรินก็มักจะจัดการให้เขาได้ตลอด แต่ทำไมวันนี้ถึงไม่ทำแบบเดิม จะขึ้นมารายงานเขาทำไม? “จะให้ผมเอาผู้หญิงไปทิ้งไว้หน้าผับเหรอครับ ถึงผมจะเป็นมากกว่าผู้จัดการผับ แต่ผมก็ไม่ใจร้ายกับผู้หญิงหรอกนะ” เจ้าใบหน้าหล่อของอายุ 23 ปี เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “ผู้หญิง?” นาวินยักคิ้วขึ้นข้างนึงขึ้นด้วยความสงสัย ส่วนใหญ่ลูกค้าที่ไม่ยอมกลับออกจากผับไปเพราะอยากสนุกต่อ มักจะเป็นผู้ชาย “ครับ เธอบอกว่าจะไม่ยอมไปไหนทั้งนั้นถ้าคืนนี้ไม่ได้เปิดซิง” "ฮะ! อะไรนะ?” นาวินปล่อยเอกสารในมือลงบนโต๊ะทำงานก่อนจะหันมาถามคีรินหน้าตาตื่น “ครับ เธอร้องอยู่ข้างล่าง บอกว่าอยากโดนเปิดซิง ดูท่าน่าจะเมามากๆ” นาวินได้ยินคำบอกเล่าดังน้้นก็เลื่อนมือข้างขวามาคลึงขมับของตัวเองเบาๆ เขาชักอยากจะเห็นหน้าผู้หญิงคนนั้นเสียแล้วสิ ถึงว่า….ทำไมคนนี้คีรินต้องขึ้นมาตามให้เขาลงไปจัดการด้วยตัวเอง เธอคงจะเป็นผู้หญิงที่แปลกมาก ถึงได้อยากเที่ยวถวายความบริสุทธิ์ให้กับผู้คนที่พลุกพล่านในสถานที่อโคจรแบบนี้ “อืม เดี๋ยวตามลงไป” “ครับ” ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาที ร่างสูงสมส่วนของหนุ่มลูกเสี้ยวไทย-เยอรมันก็เดินลงมาถึงชั้นล่างของผับ นาวินในวัย 22 ปี ถือว่าเป็นหนุ่มที่ไฟแรงมากๆ เขาสามารถเปิดผับนี้ขึ้นมาได้ โดยไม่ร้องขอความช่วยเหลือจากใครเลยแม้กระทั้งพ่อของเขาที่มีเส้นสายเป็นถึงมาเฟียผู้มีอิทธิพล “อาวมาอีก อึก ฉะฉันขอร้องน้าา ฉันอยากมาวจริงๆ” ภาพตรงหน้าที่ชายหนุ่มเห็นคือสภาพหญิงสาวคนนึงที่กำลังนั่งอยู่หน้าบาร์ เธอกำล้งเกาะแขนของคีรินเพื่ออ้อนวอนขอให้เขาเทเหล้าให้อีก ตอนนี้ภายในผับเหลือแค่พนักงานบางส่วนที่กำลังทยอยเก็บของออกไปเท่านั้น “ผับปิดให้บริการแล้วครับคุณ คุณควรกลับบ้านนะครับ” คีรินพยายามดึงมือของสาวสวยตรงหน้าออกจากแขนของเขา แต่เธอเกาะเขาแน่นราวกับตุ๊กแก ผู้จัดการหนุ่มหันมามองหน้านาวินที่เดินเข้ามาใหม่พร้อมกับส่งสายตาขอความช่วยเหลือ ถ้าเป็นเรื่องผู้หญิง เขาไม่ค่อยชอบถึงเนื้อถึงตัวเท่าไหร่ เนื่องจากคีรินออกจะเป็นผู้ชายหยิ่งๆนิดหน่อย “มะม่ายย ฉันเพิ่งมาได้แปปเดียวเองอ่าา คุณ! มานี่หน่อย ขอเหล้าให้ฉันอีกนะ น้าๆๆ” เธอกวักมือเรียกมาวินทั้งๆที่ไม่เคยรู้จักเขามาก่อน แพรไหมที่กำลังเมาไม่ได้สติหลงคิดไปว่านาวินคือพนักงานของที่นี่ เธอจึงเลิกเกาะแขนคีรินแล้วหันมาอ้อนวอนขอร้องเขาแทน “เธอเมาแล้วนะ ยังอยากดื่มต่ออีกเหรอ?” เขาเดินเข้าไปใกล้เธอก่อนจะพิจารณาใบหน้างดงามของเธออย่างระเอียดยิบ ดวงตากลมโต จมูกโด่งรูปหยดน้ำจรดกับริมฝีปากบางได้พอเหมาะพอดี สองแก้มแดงเหมือนลูกตำลึงเพราะพิษของแอลกอฮอล์กำลังเล่นงานเธออยู่ หญิงสาวคนนี้จัดว่าสวยมาก ถึงเขาไม่รู้เหตุผลว่าทำไมตอนนี้เธอถึงได้มานั่งโวยวายอยู่ในผับของเขาแล้วไม่ยอมกลับบ้าน แต่ถึงอย่างนั้นนาวินก็ไม่กล้าปล่อยให้ผู้หญิงที่เมาแอ๋แบบนี้เดินทางกลับบ้านตัวคนเดียวเป็นแน่ มันอันตราย! “ช่ายย ฉันยางไม่เมาสักหน่อย ขอกินอีกนะ” เธอส่งยิ้มหวานหยดให้เขา ทำเอาคนที่มองอยู่เผลอยิ้มออกมาอย่างลืมตัว “งั้นก็ไปห้องฉัน” “หื้ออ? ห้องคุณมีเหล้าเหรอ…” เธอนิ่งฟัง ถึงสติจะไม่เต็มร้อย แต่คนที่ยังไม่อยากกลับบ้านก็รู้สึกสนใจในสิ่งที่คนตรงหน้าเสนอมาอยู่ไม่น้อย เธอไม่ได้รู้สึกกลัวเขา…. เพราะเขาดูอบอุ่น ไม่น่ากลัวเลยสักนิด “อืม มี เยอะด้วย เทให้เธออาบยังได้เลย” “งั้นก็ไป! อ๊ะ…” เธอผุดลุกขึ้น ก่อนจะโงนเงนเกือบล้ม โชคดีที่แขนแกร่งของเขาจับไว้ได้ทัน “ผมนึกว่าจะพาเธอไปส่งบ้านเสียอีก” คีรินที่ยืนมองเหตุกาณ์อยู่เอ่ยขึ้นมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย “รู้จักบ้านเธอหรือไง?” “ไม่ครับ” “อืม งั้นก็ไม่ต้องสงสัย” “ปายเถอะ ฉันรอนานแล้วนะ!” แพรไหมหันมาแวดใส่สองหนุ่มขึ้นมา เมื่อเห็นว่าคนตัวโตไม่พาเดินออกไปสักที ตอนนี้ภายในใจของเธอนั้นอยากจะเมาอย่างเดียว เมาให้ลืมทุกอย่างที่กำลังรบกวนจิตใจเธออยู่ตอนนี้ ไม่มีใครล่วงรู้ว่าสาวน้อยหน้าใสอย่างเธอ ทำไมถึงได้อยากเมาหัวราน้ำนัก คนส่วนใหญ่ที่มาเที่ยวก็อยากจะเมาเหมือนกันหมดนั่นแหละ มาวินจึงไม่ได้คิดแปลกใจอะไรในข้อนั้น “อืม ไปกัน เดินไปทางนี้” เขาช่วยพยุงร่างเล็กเอาไว้ เพราะตอนนี้เธอตัวอ่อนปวกเปียกเกินกว่าจะเดินเพียงลำพังได้ เขาคิดว่าอีกไม่นานหญิงสาวน่าหลับไปเพราะความเมา เธอคงไม่ทันได้กินเหล้าที่ห้องของเขาต่อหรอก แค่พาเธอไปนอนตื่นเช้ามาหายเมาแล้วค่อยให้เธอกลับบ้านก็ได้ ถึงยังไงเขาก็ไม่ได้เสียหายอะไรในเรื่องนั้นอยู่แล้ว นี่แหละนิสัยของมาวิน เขาเป็นคนใจดี “หวังว่าจะกินเหล้าอย่างเดียวนะครับ คงไม่ได้กินอย่างอื่นด้วย” คีรินเอ่ยตามหลัง แต่มาวินก็ไม่ได้สนใจอะไร เพราะเขาไม่ได้คิดจะทำอะไรผู้หญิงคนนี้อยู่แล้ว เขาแค่ไม่อยากให้เธอเดินทางกลับบ้านคนเดียวในสภาพเมามายเช่นนี้ อย่างน้อยเธอก็เป็นลูกค้าของทางร้านคนนึงเหมือนกัน เขาควรจะช่วยเหลือเธอเท่าที่จะทำได้ ครึ่งชั่วโมงผ่านไป นาวินพาผู้หญิงแปลกหน้าขึ้นมายังห้องส่วนตัวของเขาที่อยู่ชั้นสองถัดมาจากห้องทำงานของชายหนุ่ม ตอนนี้เจ้าของผับสุดหรูใจกลางเมืองกำลังนั่งมองหน้าคนที่กระดกเหล้าเข้าปากแบบไม่หยุดยั้งด้วยสีหน้าสิ้นหวัง เขาคิดว่าเธอจะเมาจนสลบไปตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงที่แล้ว แต่ไม่เลย! ผู้หญิงคนนี้คอแข็งกว่าที่เขาคิด! เธอกระดกเหล้าราคาหลายหมื่นของเขาไปได้เศษ 1 ส่วน 4 ของขวดแล้ว โดยที่เขาไม่ได้กินเป็นเพื่อนเธอแต่อย่างใด พรุ่งนี้เช้านาวินต้องไปเรียนก็เลยเอาแต่นั่งจ้องใบหน้าสวยของเธออยู่แบบนี้ เขาดูเธอกระดกแก้วเหล้าเข้าปากเป็นรอบที่สามสิบได้แล้วมั้ง!! ชายหนุ่มเริ่มรู้สึกง่วงเหงาหาวนอน เนื่องจากช่วงนี้เขามีหลายอย่างต้องทำ ไหนจะงานที่ผับ ไหนจะเรียนมหาลัยเทอมสุดท้าย เรียกได้ว่าเขาหัวหมุนทั้งวันจนไม่มีเวลาทำอะไรนอกเหนือจากงานกันเลยทีเดียว “อึก อึก อึก อ่าาา ขมชะมัด แต่ชอบ~” ใบหน้าแดงฉ่าบ่นออกมา ก่อนจะส่งยิ้มหวานให้เขาอีกครั้ง ตอนนี้สติของเเพรไหมเลือนลางเต็มที แต่เรื่องที่เธอเครียดก็ยังคงไม่จางหายไปจากสมองเล็กง่ายๆ “เมื่อไหร่จะหยุดกิน” เขาเริ่มเบื่อที่จะนั่งเฝ้าเธอ ทั้งๆที่ไม่รู้จักกันมาก่อน แต่ทำไมเขาต้องมาเสียเวลานอนเพราะคนแปลกหน้าด้วย “กินด้วยกันเส้ นะนะๆๆ” เธอเขย่าแขนเขาหงึกหงัก ทำเอามาวินถอนหายใจออกมารอบที่ร้อย “เธอชื่ออะไร บ้านอยู่ไหน” หากเขาไปส่งเธอที่บ้านตั้งแต่ก่อนหน้านี้ เขาคงไม่ต้องมานั่งทรมานตัวเองอยู่แบบนี้ใช่ไหม ตอนแรกก็นึกว่าจะสลบลงไปง่ายๆ แต่ดูเหมือนมันจะไม่ง่ายเหมือนที่เขาคิด เธอดูดีดมาก ดูท่าคงไม่ยอมเลิกกินง่ายๆแน่ หากเขาขับรถไปส่งตอนนี้ยังพอมีเวลานอนเหลืออยู่ “จำไม่ได้อะ….” แพรไหมตอบกลับก่อนจะรินเหล้าใส่แก้วต่ออย่างไม่สนใจอะไร “เฮ้อ…ชื่อตัวเองเธอก็จำไม่ได้เหรอ?” “แพรไหม….ฉันชื่อแพรไหม” สุดท้ายคนตัวเล็กก็ยอมตอบ “โอเคแพรไหม ถ้าเธอไม่อยากกลับบ้านก็นอนที่นี่ โซฟาว่าง ตามสบายนะ” คนตัวสูงเอ่ยบอกก่อนจะทำท่าลุกขึ้นไปหาอาบน้ำนอน แพรไหมที่เห็นดังนั้นก็ร้องทักขึ้น เธอไม่อยากนั่งดื่มคนเดียวและไม่อยากให้เขาหนีไปนอน คนกำลังคิดมากมีปัญหารุมเร้าแบบเธอไม่ต้องการอยู่คนเดียว เธอต้องการอยู่กับใครสักคน อย่างน้อยๆมันก็ทำให้เธอไม่ต้องรู้สึกโดดเดี่ยว “นี่คุณจะไปไหน” “ฉันจะไปนอน พรุ่งนี้มีเรียนเช้า อย่าคิดขโมยของเชียวล่ะ ฉันมีกล้องอยู่ทุกห้อง” “อย่าไป” เธอเอื้อมมือไปจับมือหนาเอาไว้อย่างถือวิสาสะ มาวินที่กำลังจะลุกขึ้นไปหยุดชะงักก่อนจะปรายตามองผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างๆตัวเองด้วยความรู้สึกบางอย่าง แววตาของเธอดูเหมือนคนที่คิดอะไรอยู่ในใจตลอดเวลา “ทำไม? เธอมีอะไรอยากระบายหรือเปล่า พูดกับฉันได้นะ เราไม่รู้จักกัน ฉันไม่เอาไปเล่าให้ใครฟังหรอก” “……” แพรไหมนิ่งเงียบ นั่งมองหน้าเขาอยู่หลายวินาที ก่อนจะเอ่ยอะไรบางอย่างที่ตัวเองอยากทำออกมา “ช่วย…มีเซ็กส์กับฉันหน่อยได้ไหม?” “นี่เธอ…..” มาวินพูดไม่ออก เขานึกสงสัยอยู่ไม่น้อย ว่าทำไมคำพูดกับแววตาของแพรไหมถึงได้ดูสวนทางกันขนาดนี้ อารมณ์ของเธอไม่ได้ดูเหมือนคนอยากทำเรื่องแบบนั้นเลยสักนิด “ไม่เป็นไร อย่าสนใจฉันเลย ไปนอนเถอะ ขอบคุณนะที่อยู่เป็นเพื่อนฉัน” แพรไหมตอบปัด เธอไม่อยากคาดหวังอะไรกับชีวิตนี้อีกแล้ว ขอแค่ผ่านคืนนี้ไปได้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ให้มันเกิด และเธอจะไม่ทนอีกต่อไป มาวินยืนมองการกระทำของคนตัวเล็กด้วยความงงงัน แพรไหมยกแก้วขึ้นดื่มจนหมดก่อนที่เธอจะพยายามดันตัวเองลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก พรึ่บ! สุดท้ายคนที่เมาเป็นอย่างมากก็ไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้เพราะเธอไม่มีสติสัมปชัญญะมากพอที่จะพยุงตัวเอง ร่างสูงจึงต้องเดินเข้าไปช่วยประคอง “เธอจะทำอะไรน่ะ” “อื้อ ฉันจะกลับละ” แววตาหวานเยิ้มตอบกลับ แม้จะเมาแต่ก็ไม่อยากอยู่รบกวนเขาไปมากกว่านี้ “ดูสภาพตัวเองก่อน เธอเมาขนาดนี้จะกลับได้ยังไง” “งั้นก็ช่วยฉันหน่อยนะ มีอะไรกับฉันเถอะ หรือไปหาคนอื่นมาให้ฉันก็ได้” “ทำไมเธอถึงต้องการทำเรื่องนั้นขนาดนี้ เธอมีเหตุผลอะไร” เขาขมวดคิ้วถามด้วยความสงสัยแต่ทว่าคนตรงหน้าก็ไม่ยอมตอบออกมาง่ายๆ “ช่างเถอะ ถ้าไม่ช่วยก็ปละ” “ฉันจะช่วย!” “…..” เธอตวัดสายตามองเขาเมื่อได้ยินดังนั้น เขาพูดจริงเหรอ? เขาจะช่วยเธอจริงๆใช่ไหม “อยากบอกเหตุผลเมื่อไหร่ก็ค่อยบอก ถอดเสื้อผ้าของเธอออกแล้วมาเอากัน มาเอากับฉัน! ไม่ต้องไปทำกับคนอื่น”Chapter60.จบบริบูรณ์ รุ่งเช้า “อื้อ” “ตื่นแล้วเหรอ” ควับ! แพรไหมหันไปมองเสียงทุ้มของสามีหมาดๆอัตโนมัติ หลังจากที่เธอรู้สึกตื่นขึ้นมา เมื่อคืนแพรไหมแทบจำอะไรไม่ได้เลย เธอจำได้แค่ว่าตัวเองนอนหลับเต็มอิ่มแค่ไหน “คะคุณนาวิน“ ”หลับสบายไหม“ ปากหนาเอ่ยถาม ตอนนี้นาวินกำลังนอนตะแคงใช้แขนหนึ่งข้างเท้าหัวตัวเองไว้พร้อมกับจ้องมองมายังเธอ “เอ่อ ค่ะ มะเมื่อคืนฉันกลับมาที่ห้องได้ยังไงเหรอคะ ฉันจำอะไรไม่ได้เลย“ แพรไหมกระพริบตาปริบๆถาม ”ฉันแบกเธอมาเอง ใครบอกให้ดื่มเยอะขนาดนั้น“ ”เอ่อ ขะขอโทษค่ะ ฉันน่าจะลืมตัวไป“ แพรไหมเอ่ยขอโทษออกมาอย่างไม่เต็มเสียงนัก เพราะแอบรู้สึกผิดที่ไม่ได้ใช้เวลาในงานแต่งกับสามีอย่างเต็มที่เท่าที่ควรเพราะตัวเองดันเมา ”ฉันควรจะจัดการกับภรรยาที่ทิ้งฉันให้เหงาในคืนเข้าหอยังไงดีนะ“ ”-////-“ ใบหน้าสวยแดงระเรื่อขึ้นมาเมื่อได้ยินคำคาดโทษแบบนั้น เพราะเหตุผลนี้เหรอนาวินถึงได้ดุเธอ ”แพรไหม“ ”.....คะ“ ”เธออยากมีลูกไหม“ หญิงสาวค่อยๆหันมามองหน้าสามีด้วยความแปลกใจเพราะตั้งแต่คบกันมา นาวินไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้กับเธอเลย หรือเป็นเพราะเพื่อนเขาถามเมื่
Chapter59.งานแต่ง วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในที่สุดงานแต่งของแพรไหมกับนาวินก็ถูกจัดขึ้นมาอย่างเรียบง่าย เพราะเธอกับนาวินตกลงกันเอาไว้ว่าจะเชิญเฉพาะคนที่สนิทเท่านั้น ตอนแรกก็ว่าจะไม่เชิญใครมากมายแต่พอแจกการ์ดไปมาจำนวนคนก็ไม่น้อยอยู่เหมือนกัน เพียงเฉพาะแค่เพื่อนนาวินกับพนักงานที่ผับ แขกก็แทบจะเต็มงานอยู่แล้ว “พิธีการต่อเป็นเป็นการโยนช่อดอกไม้ของเจ้าสาวนะครับ ใครที่เป็นสาวโสดขอเรียนเชิญมาด้านหน้าได้เลยครับ” เสียงพิธีกรดังขึ้น เหล่าสาวๆมากมายจึงไม่รอช้าที่จะเดินออกมาด้านหน้า โดยเฉพาะใครหลายๆคนที่ยังไม่ได้เข้าพิธีแต่งงานก็ต่างอยากจะมาแย่งดอกไม้กันทั้งนั้น ”จะโยนแล้วน้า“ แพรไหมที่ยืนเคียงคู่นาวิน ในชุดเจ้าสาวแสนสวยเอ่ยออกไปก่อนจะเหวี่ยงช่อดอกไม้สีสวยไปทางด้านหลัง พรึ่บ! และคนที่ได้ดอกไม้ชื่อนั้นคือสาวสวยคนหนึ่งที่หลายคนไม่คุ้นตา เธอคือ‘อิงฟ้า’ นักร้องสาวคนใหม่ล่าสุดของผับนาวิน ซึ่งเคย์เดนเห็นแบบนั้นก็ไม่รอช้าที่จะหันไปแสยะยิ้มใส่หน้าธีโอ “นั่นมันยัยนักร้องที่มึงตามจีบอยู่ไม่ใช่เหรอวะไอ้ธี” ธีโอได้ยินแบบนั้นก็ปั้นหน้านิ่ง ไม่อยากโดนเพื่อนล้อจึงเลือกที่จะไม่แสดงอาก
Chapter58.ความสุข @เพ้นท์เฮ้าส์ “แพรไหม” “แพรไหม” “แพร?” “คะ?” แพรไหมสะดุ้งหลังจากได้ยินนาวินเอ่ยเรียกเธอเป็นครั้งที่สาม ซึ่งร่างสูงที่เห็นว่าอีกคนดูแปลกไปตั้งแต่กลับมาจากตลาด เขาก็อดไม่ได้ที่จะถามว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่ เขารู้จักแพรไหมดีพอที่จะรู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติกับเธอ “เป็นอะไรหรือเปล่า? ฉันเห็นเธอเหม่อตั้งแต่กลับมาที่ตลาด” “.....” เเพรไหมเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจเอ่ยปากเล่าแฟนหนุ่มออกไป “ฉันบังเอิญเจอผู้หญิงคนนั้นค่ะ“ ”ใคร?“ นาวินถาม ”แม่“ ร่างสูงชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินแบบนั้น เขาเข้าใจได้ทันทีว่าทำไมอีกคนถึงมีท่าทีแบบนี้ การเจอแม่ของตัวเองคงทำให้หญิงสาวรู้สึกสะเทือนใจและคิดถึงอดีตที่มันแย่ๆของเธอ "เธอโอเคไหม“ นาวินถามออกไปอย่างเป็นห่วงเป็นใย ”ฉันไม่รู้ว่าตัวเองรู้สึกยังไงค่ะ รู้แต่ว่าผู้หญิงคนนั้นดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่“ แม่จะไม่อยากสนใจแต่หัวใจมันอดที่จะสงสัยไม่ได้ เพราะอดีตคุณนายกลับกลายเป็นคนที่แต่งตัวธรรมดาแบบนั้น นั่นทำให้แพรไหมนึกสงสัยว่าหลังจากที่เธอย้ายออกมา เกิดอะไรขึ้นกับผู้หญิงคนนั้นบ้าง ”ถ้าเธออยากรู้ ฉันเล่าใ
Chapter57.คนที่ไม่อยากเจอ “วิน.....” เบลล่าหลุดปากพูดชื่อของคนตรงหน้าออกมาอัตโนมัติ แต่เมื่อเห็นว่าอีกคนมากับใครเบลล่าก็ตัดสินใจสะบัดหน้าหนีแล้วเดินเชิ่ดไปอีกทางอย่างรวดเร็ว เพราะไม่อยากต่อกรณ์อะไรด้วย หลังจากเธอโดนฟ้อง เธอก็ไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวอะไรกับนาวินอีก โชคดีที่แม่ของเธอนั้นช่วยเหลือเธอโดยการไปหายืมเงินมาจ่ายทุกอย่างให้ เบลล่าจึงสามารถรอดจากความผิดมาได้อย่างหวุดหวิดเพราะแม่ของเธอเสนอที่จะยกหนี้ทั้งหมดให้กับหมอว่านทิพย์เพื่อที่จะขอให้หมอสาวยกฟ้องไป เหตุการณ์นี้ทำให้เบลล่าจดจำขึ้นใจว่าเธอไม่ควรจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวอะไรกับชีวิตของนาวินอีก โดยเฉพาะยิ่งพอได้เห็นอีกคนอยู่กับผู้หญิงคนนั้น เธอก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองแพ้ “ไปกันเถอะ“ นาวินหันไปบอกแฟนสาว อย่างไม่ได้ใส่ใจในตัวของคนที่เพิ่งเดินออกไปเลยแม้แต่น้อย แพรไหมเองก็เช่นกัน เธอไม่ได้หวนกลับไปนึกถึงอดีตพวกนั้นอีกต่อไปแล้ว หนึ่งวันต่อมา วันนี้เป็นอีกวันที่แพรไหมรู้สึกว่าเธอมีความสุขมากที่สุด เธอตื่นมาพร้อมกับอาหารเช้าที่นาวินทำไว้รอเธอ ซี่งช่วงเย็นของวันนี้เธอมีนัดทานข้าวที่บ้านของเขา แพลนวันนี้จึงไม่มีอะไรมากนอกจากจะใช้เว
Chapter56.เปิดตัวอย่างเป็นทางการ วันต่อมา “จะดีเหรอคะ ทุกคนจะไม่ตกใจใช่ไหม” แพรไหมเอ่ยถามร่างสูงที่กำลังนั่งเคลียร์งานตรงหน้า วันนี้นาวินพาเธอติดรถมาที่ผับด้วยและที่สำคัญสิ่งที่ทำให้เธอกำลังรู้สึกลำบากใจอยู่ในตอนนี้ก็คือ นาวินบอกกับเธอว่าเขาอยากจะเปิดตัวเธอให้กับทุกคนที่ผับได้รับรู้อย่างเป็นทางการ “ไม่หรอก สักวันหนึ่งยังไงพวกเขาก็ต้องรู้อยู่ดี” ปากหนาตอบกลับในขณะที่มือก็ยังคงเซ็นเอกสาร “แต่ว่า....ถ้า” แพรไหมยังคงมีสีหน้าที่กังวลออกมาอย่างเห็นได้ชัด แม้เรื่องราวทุกอย่างมันจะผ่านไปนานมากแล้ว แต่เธอก็อดไม่ได้ที่จะกลัวว่าคนอื่นอาจจะมองเธอไม่ดี ทั้งเรื่องของเบลล่าและเรื่องที่นาวินเป็นเจ้านายของเธอ ”อย่าคิดมากเลยนะ ไม่มีอะไรคิดกับเธอไปในทางที่ไม่ดีหรอก“ นาวินปลอบใจแฟนสาวอย่างรู้ทันว่าอีกคนกำลังคิดอะไร ซึ่งแพรไหมได้ยินแบบนั้นก็พยายามทำตามที่เขาว่า แม้จะรู้สึกทำตัวไม่ถูก แต่สุดท้ายเธอก็เลือกที่จะทำตามในสิ่งที่อีกคนเห็นว่าสมควร เวลาต่อมา ”สวัสดีค่ะคุณนาวิน“ จิ๊บเมื่อเห็นว่าเจ้านายหนุ่มเดินลงมาข้างล่างจึงไม่รอช้าที่จะเอ่ยทัก แต่หลังจากนั้นไม่กี่วินาทีเธอกลับต้องชะงักไป
Chapter55.ของขวัญพิเศษ NC+ นาวินนอนรอแฟนสาวอาบน้ำอยู่ด้วยท่าทางสบายๆ บนกายแกร่งสวมเพียงผ้าขนหนูเอาไว้ที่ท่อนล่างอย่างหมิ่นเหม่ เขาเลือกที่จะไม่สวมอะไรให้เสียเวลา เพราะรู้ดีอยู่แล้วว่ามันไม่จำเป็น แกร๊ก.... เสียงลูกบิดประตูห้องน้ำดังขึ้น ทำให้นาวินที่กำลังนั่งพิงหัวเตียงอยู่ค่อยๆวางโทรศัพท์แล้วหันไปมอง แต่ก็ไม่มีท่าทีว่าอีกคนจะเดินออกมาข้างนอกเสียที ”เป็นอะไรหรือเปล่า?“ “เอ่อ คุณช่วยปิดตาก่อนได้ไหมคะ” แพรไหมเอ่ยบอกออกไปอย่างไม่ค่อยมั่นใจนัก พอเห็นตัวเองในกระจก เธอก็รู้สึกว่าร่างกายมันหดเหลือนิดเดียว ”หื้ม? ทำไม“ นาวินถามอย่างสงสัย ”ฉันมีของขวัญจะให้ค่ะ“ แม้จะรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย แต่นาวินก็ยอมที่จะหลับตาลงตามคำขอของคนรักแต่โดยดี ”โอเค หลับแล้ว“ เมื่อได้ยินแบบนั้น แพรไหมจึงค่อยๆโผล่หน้าออกมามอง เมื่อเห็นว่าอีกคนกำลังหลับตาอยู่จริงๆ เธอจึงเรียกความมั่นใจให้ตัวเองเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่แซนตี้สาวจะค่อยๆขยับเท้าเดินออกมาหยุดอยู่ตรงหน้าร่างสูง หัวใจของแพรไหมเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมา ไม่รู้ว่านาวินจะชอบหรือเปล่า แต่นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เธออยากลองทำอะไรแบบนี้ “ละลื







