LOGINนลินเคยตกหลุมรักผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งผ่านแอปหาคู่ ผู้ชายที่คอยถามว่า “วันนี้เหนื่อยไหมครับ” ผู้ชายที่อยู่ปลายสายในคืนที่เธอร้องไห้ ผู้ชายที่กลายเป็นเซฟโซน เป็นรอยยิ้มแรกในตอนเช้า และเป็นฝันดีในทุกค่ำคืน... และเป็นคนๆ เดียวกับคนที่ทำให้เธอเจ็บปวด ผู้ชายที่หลอกให้เธอรัก ก่อนทิ้งไว้เพียงโพสต์อิตหนึ่งแผ่นแล้วหายไปจากชีวิต จนกระทั่งวันหนึ่ง... “พี่ที” ที่เธอรัก กลับกลายเป็น “เตชิน” รองประธานบริษัทที่เธอทำงานอยู่ สามปีที่เธอพยายามลืม เป็นสามปีที่เขาพยายามกลับมาแก้ไขความผิดพลาด แต่ครั้งนี้... เธอจะเชื่อใจผู้ชายคนเดิมได้อีกครั้งหรือไม่? เมื่อความรักครั้งใหม่ดันเป็น รักครั้งเก่าที่ไม่เคยจบลงจริงๆ
View Moreเข็มสั้นของนาฬิกาแขวนผนังชี้ไปที่เลขสอง ในขณะที่เข็มยาวกำลังจะแตะเลขสาม บ่งบอกเวลาตีสองสิบห้านาที
ท่ามกลางความมืดมิดของห้องชุดขนาดกะทัดรัดใจกลางเมือง มีเพียงแสงสว่างจ้าจากหน้าจอแล็ปท็อปที่สาดส่องกระทบใบหน้าของ ‘นลิน’ หญิงสาววัย 24 ปี ที่กำลังนั่งหลังขดหลังแข็งอยู่บนเก้าอี้ทำงานตัวเก่ง ดวงตากลมโตภายใต้แว่นตากรองแสงสีฟ้าจ้องเขม็งไปยังกราฟและตัวเลขบนหน้าจอ
ไม่ใช่ตัวเลขสถิติจากงานประจำในตำแหน่งนักวิเคราะห์ข้อมูลที่เธอทำอยู่ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ แต่เป็นแดชบอร์ดสรุปยอดขายรายตอนและอีบุ๊กบนแพลตฟอร์มนิยายยอดฮิต
นลินขยับเมาส์เลื่อนดูผลงานที่เรียงรายอยู่บนชั้นหนังสือดิจิทัลของเธอด้วยความรู้สึกภาคภูมิใจลึกๆ ภายใต้นามปากกา ‘ลานิน’ ที่ตอนนี้กลายเป็นชื่อที่ติดท็อปชาร์ตและมีแฟนคลับคอยซัพพอร์ตอย่างเหนียวแน่น รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากเมื่อสายตาไปสะดุดเข้ากับหน้าปกนิยายเรื่องแรกในชีวิตอย่าง ‘รักร้ายในคืนลวง’
เธอจำได้ดีว่าตอนที่กดปุ่มเปิดเรื่องครั้งแรกเมื่อหลายปีก่อน เธอตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ นั่งรีเฟรชหน้าจอทุกๆ ห้านาทีเพียงเพื่อจะพบว่ามียอดคนอ่านเพียงแค่หลักสิบเท่านั้น แต่หลับสิบในวันนั้น กลับเป็นเหมือนน้ำทิพย์ชโลมใจที่ต่อยอดให้เด็กสาวธรรมดาๆ คนหนึ่ง มีแรงฮึดสู้ปั่นต้นฉบับจนมีผลงานเรื่องที่สอง สาม สี่ ตามมาเรื่อยๆ จนกระทั่งประสบความสำเร็จอย่างในวันนี้
ทว่าความสำเร็จในโลกออนไลน์มักจะสวนทางกับโลกความเป็นจริงเสมอ
นลินถอนหายใจยาว ก่อนจะสลับหน้าจอไปที่โปรแกรมพิมพ์เอกสาร หน้ากระดาษสีขาวสว่างวาบพร้อมกับเคอร์เซอร์ที่กะพริบเป็นจังหวะอยู่ที่ย่อหน้าเดิมมาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว นิยายเรื่องใหม่ที่เธอกำลังแต่งกำลังเดินทางมาถึงจุดพลิกผัน แต่สมองของเธอกลับตื้อตันราวกับถูกปิดสวิตช์ เธอพยายามกดเปิดไฟล์ภาพเรฟเฟอเรนซ์หน้าปกที่เพิ่งคอมมิชชันนักวาดมา เป็นภาพสไตล์สีน้ำที่ดูนุ่มนวลและโรแมนติก หวังจะให้สีสันเหล่านั้นช่วยกระตุ้นจินตนาการ แต่สุดท้ายก็คว้าน้ำ
หญิงสาวเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ยกแขนขึ้นบิดขี้เกียจเพื่อคลายความเมื่อยล้า เสียงกระดูกลั่นกรอบแกรบเป็นสัญญาณเตือนของโรคออฟฟิศซินโดรมที่กำลังคืบคลานเข้ามาในวัยเบญจเพสที่ยังมาไม่ถึงเต็มตัวด้วยซ้ำ
ความเงียบสงัดภายในห้องทำให้เธอได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจของตัวเอง นลินกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องที่ว่างเปล่า มีเพียงกองเอกสาร หนังสือที่อ่านค้างไว้ และแก้วกาแฟที่เหลือแต่คราบแห้งกรัง ความรู้สึกโดดเดี่ยวและเหงาจับใจระลอกใหญ่ตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่คอ
ในโลกของ ‘ลานิน’ เธอมีนักอ่านนับหมื่นคนที่คอยคอมเมนต์บอกรัก ส่งสติกเกอร์หัวใจ และรอคอยการอัปเดตตอนใหม่ของเธอในทุกๆ วัน แต่ในโลกของ ‘นลิน’ สาวออฟฟิศธรรมดาๆ คนนี้ เธอกลับไม่มีใครสักคนที่จะนั่งอยู่ข้างๆ คอยถามไถ่ว่า ‘วันนี้เหนื่อยไหม’ หรือ ‘กินข้าวหรือยัง’
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันแชตสีเขียวดังขึ้นทำลายความเงียบ นลินสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบสมาร์ตโฟนที่วางอยู่ข้างคีย์บอร์ด หน้าจอแสดงชื่อ ‘Preem’ พรีมเพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยมหา’ลัย ที่ปัจจุบันทำงานเป็น HR อยู่ในบริษัทใหญ่ที่มีชื่อเสียง
Preem: ยังไม่นอนอีกยัยผีดิบ นี่แกกะจะปั่นงานจนวิญญาณหลุดออกจากร่างเลยหรือไงฮะ? พรุ่งนี้แกยังต้องตื่นไปทำงานนะเว้ย!
นลินหลุดขำออกมาเบาๆ กับสรรพนามที่เพื่อนเรียก พิมพ์ตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว
Nalin: รู้แล้วน่า บ่นเป็นแม่คนที่สองเลยนะแก แค่พยายามจะปิดตอนนิยายให้จบอะ แต่หัวมันตันๆ เขียนไม่ออกมาครึ่งชั่วโมงแล้ว
Preem: ก็สมควรจะตันอยู่หรอก วันๆ แกเจอใครบ้างนอกจากคนที่ทำงาน หัวหน้าที่เรื่องมากของแก กับป้าแม่บ้านที่คอยเก็บขยะ แกใช้ชีวิตวัย 24 ได้จืดชืดเป็นน้ำเปล่าลืมใส่คลอรีนมากลิน
Nalin: เว่อร์ละ ฉันก็คุยกับนักอ่านของฉันทุกวันปะ ชีวิตไม่ได้จืดชืดขนาดนั้นหรอกน่า
Preem: นักอ่านมากอดแกตอนหน้าหนาวได้ไหมล่ะ? พาแกไปกินชาบูตอนสี่ทุ่มได้ปะ? ถามจริงเถอะลิน แกโสดมาตั้งกี่ปีแล้ว สต๊อกผู้ชายก็ว่างเปล่า คนคุยก็เป็นศูนย์ เขียนนิยายรักโรแมนติกครบรส แซ่บถึงพริกถึงขิง แต่ชีวิตจริงยังไม่เคยแม้แต่จะไปเดตดีๆ กับใครเขาเลยเนี่ยนะ
ประโยคแทงใจดำของพรีมทำเอานลินถึงกับสะอึก พิมพ์ข้อความค้างไว้แล้วลบอยู่สองสามรอบ ไม่รู้จะเถียงกลับอย่างไรเพราะสิ่งที่เพื่อนพูดมามันคือความจริงทุกประการ เธอเอาแต่โฟกัสกับงานประจำและนิยายจนละทิ้งชีวิตวัยรุ่นและการมีความรักไปอย่างสิ้นเชิง
Preem: [ส่งลิงก์]
Preem: โหลดเดี๋ยวนี้! แอปนี้กำลังฮิตมากในออฟฟิศฉัน งานดีพรีเมียมเพียบ โปรไฟล์ปังๆ ทั้งนั้น ถือซะว่าไปหาเรฟเฟอเรนซ์มาเขียนคาแรกเตอร์พระเอกเรื่องใหม่ของแกก็ได้ เอ้า!
นลินมองลิงก์แอปพลิเคชันหาคู่หน้าตาสีสันสดใสที่เพื่อนส่งมาให้ด้วยความรู้สึกชั่งใจ เธอเคยได้ยินชื่อแอปนี้ผ่านหูมาบ้าง แต่ไม่เคยคิดจะเฉียดเข้าไปใกล้ เพราะรู้สึกว่าความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากการปัดซ้ายปัดขวาตัดสินคนจากแค่รูปถ่ายเพียงไม่กี่วินาที มันช่างดูฉาบฉวยและหาความจริงใจได้ยาก
‘แต่ก็แค่เข้าไปดูเรฟเฟอเรนซ์พระเอกเองนี่... ไม่ได้จะไปหาแฟนจริงๆ สักหน่อย’
เสียงกระซิบในหัวที่พยายามหาเหตุผลเข้าข้างตัวเองกอปรกับความเหนื่อยล้าที่อยากจะหาอะไรทำเพื่อพักสมองจากหน้ากระดาษสีขาว ทำให้นลินตัดสินใจกดดาวน์โหลดแอปพลิเคชันนั้นในที่สุด
ใช้เวลาไม่ถึงสองนาที ไอคอนรูปเปลวไฟสีชมพูก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ นลินกดเข้าไปตั้งค่าโปรไฟล์แบบขอไปที เธอไม่ได้ใช้ชื่อจริง แต่พิมพ์ตัวอักษรย่อว่า ‘L’ ส่วนรูปภาพ เธอเลือกใช้รูปที่ถ่ายเห็นแค่แก้วกาแฟลาเต้บนโต๊ะไม้ริมหน้าต่าง โดยมีภาพสะท้อนเงาของเธอที่เห็นเพียงแค่เรือนผมยาวสยายและเรียวปากที่ทาลิปสติกสีพีชบางๆ เท่านั้น ไม่มีการเปิดเผยใบหน้าที่แท้จริงใดๆ ทั้งสิ้น
‘เอาล่ะ มาดูกันสิว่าจะมีเรฟเฟอเรนซ์แบบไหนให้เก็บข้อมูลบ้าง’
นิ้วเรียวเริ่มปัดหน้าจอไปทางซ้าย...
ชายหนุ่มคนที่หนึ่ง: ใส่แว่นตาดำ ยืนพิงรถสปอร์ตเปิดประทุน อวดนาฬิกาแบรนด์เนม
‘ปัดซ้าย ดูขี้เก๊กไป ไม่เหมาะเป็นพระเอก’
ชายหนุ่มคนที่สอง: ถอดเสื้อโชว์ซิกซ์แพ็กหน้ากระจกยิม
‘ปัดซ้าย หลงตัวเองเกินไปนิด’
ชายหนุ่มคนที่สาม: ถ่ายรูปคู่กับแก้วเหล้าในผับ พร้อมแคปชันเหงาๆ
‘ปัดซ้าย ทรงแบดบอยเกลื่อนตลาดแล้ว’
นลินปัดซ้ายติดต่อกันเกือบยี่สิบคนจนเริ่มรู้สึกเบื่อหน่าย เธอถอนหายใจอีกรอบ เตรียมจะกดปิดแอปพลิเคชันและยอมแพ้กลับไปเขียนนิยายต่อ แต่แล้วนิ้วของเธอก็ชะงักงัน เมื่อภาพโปรไฟล์ของชายหนุ่มคนหนึ่งปรากฏขึ้นมาบนหน้าจอ
ชื่อโปรไฟล์: Tee อายุ: 28 ปี
รูปถ่ายของเขาไม่ได้หวือหวาหรือจัดองค์ประกอบเป๊ะแบบคนอื่นๆ มันเป็นเพียงรูปที่ถ่ายในบาร์แจ๊สที่มีแสงสลัวๆ ชายหนุ่มในรูปสวมเพียงเสื้อยืดสีขาวเรียบๆ ทับด้วยเสื้อเชิ้ตยีนส์ที่พับแขนขึ้นมาถึงข้อศอก เขากำลังนั่งเหม่อมองไปที่แก้วเครื่องดื่มในมือ มุมกล้องและการจัดแสงทำให้เห็นใบหน้าของเขาไม่ชัดเจนนัก เห็นเพียงสันกรามคมกริบ ไหล่ที่กว้าง และบรรยากาศรอบตัวที่ดูสุขุม นิ่งสงบ แต่กลับแฝงไปด้วยความรู้สึกอบอุ่น
สิ่งที่ดึงดูดนลินไม่ใช่รูปร่างหน้าตาที่ถูกซ่อนไว้ในเงามืด แต่เป็นแคปชันสั้นๆ ที่เขียนไว้ใต้โปรไฟล์
‘พนักงานออฟฟิศธรรมดาๆ ที่ทำงานหนักจนไม่มีเวลาไปไหน แค่อยากหาใครสักคนที่พร้อมจะแชร์เรื่องราวในแต่ละวันให้กันฟัง’
ประโยคธรรมดาที่ไม่ได้สละสลวย ไม่ได้พยายามประดิษฐ์คำให้ดูหล่อเหลา แต่มันกลับกระแทกใจคนที่กำลังรู้สึกโดดเดี่ยวและโหยหาใครสักคนมารับฟังอย่างนลิน ราวกับว่าตัวอักษรเหล่านั้นถูกพิมพ์ออกมาจากความรู้สึกส่วนลึกที่ซ่อนอยู่ในใจของเธอเอง
‘พนักงานออฟฟิศธรรมดาๆ งั้นเหรอ...’
นลินเผลอกัดริมฝีปากล่างเบาๆ หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะราบเรียบมาตลอดหลายปี จู่ๆ ก็กระตุกเต้นผิดจังหวะขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ เธอจ้องมองโปรไฟล์ของ ‘Tee’ อยู่เนิ่นนาน ความรู้สึกลังเลตีรวนขึ้นมาในอกข้างซ้าย
‘ก็แค่ลองคุยดู ถ้าไม่โอเคก็แค่ลบแอปทิ้ง’
ในที่สุด นิ้วเรียวก็ตัดสินใจปัดหน้าจอไปทางขวาเป็นครั้งแรกของคืนนี้
หน้าจอสมาร์ตโฟนเปลี่ยนเป็นกราฟิกรูปพลุกระจาย พร้อมกับข้อความตัวใหญ่เบ้อเริ่มปรากฏขึ้น
IT’S A MATCH! (คุณและ Tee แมตช์กันแล้ว เริ่มต้นทักทายเขาได้เลย)
นลินเบิกตากว้างเล็กน้อย ความตื่นเต้นแล่นริ้วไปตามปลายประสาท เธอเพิ่งปัดขวาไปไม่ถึงสามวินาทีด้วยซ้ำ นั่นหมายความว่าอีกฝ่ายก็ต้องกดไลก์โปรไฟล์ที่มีแค่รูปแก้วกาแฟของเธอเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้วเหมือนกัน
ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะได้ตัดสินใจว่าจะพิมพ์ทักทายไปว่าอะไรดี แถบข้อความด้านบนก็เด้งแจ้งเตือนขึ้นมาเสียก่อน
Tee: ดึกป่านนี้แล้ว เพิ่งเลิกงาน หรือว่ากำลังนั่งปั่นงานอยู่เหมือนกันครับ?
ประโยคทักทายที่ไม่ได้เริ่มด้วยคำว่า ‘ดีครับ’ หรือ ‘ทำอะไรอยู่’ เหมือนสูตรสำเร็จทั่วไป แต่กลับเป็นคำทักทายที่ใส่ใจและตรงกับสถานการณ์ของเธอในตอนนี้อย่างน่าประหลาด ทำให้นลินเผลอหลุดยิ้มออกมาจนเต็มแก้มโดยไม่รู้ตัว
มือที่เคยวางแหมะอยู่บนคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์เพื่อปั่นต้นฉบับ บัดนี้ถูกยกขึ้นมาจับสมาร์ตโฟนไว้แน่น นลินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ นิ้วหัวแม่มือทั้งสองข้างเริ่มพิมพ์ตอบกลับชายหนุ่มแปลกหน้าที่ชื่อ ‘Tee’
ในคืนที่หน้าจอสว่างไสวแต่หัวใจเคยว่างเปล่า... ดูเหมือนว่าตอนนี้ กำลังจะมีใครบางคนค่อยๆ ก้าวเข้ามาเติมเต็มพื้นที่ว่างนั้นทีละนิดแล้ว
“แง้! ไม่เอา! ทัชจะเอาไดโนเสาร์! ทัชไม่กินข้าว!”เสียงร้องไห้จ้าสลับกับเสียงฝีเท้าเล็กๆ ที่วิ่งตึงตังไปทั่วเพนต์เฮาส์สุดหรู ดังก้องกังวานต้อนรับเช้าวันใหม่ที่แสนจะวุ่นวาย ‘น้องทีทัช’ เด็กชายตัวน้อยวัยสองขวบเศษที่กำลังอยู่ในวัยกำลังซนและพลังงานล้นเหลือ กำลังวิ่งหนีผู้เป็นพ่อพร้อมกับกอดตุ๊กตาไดโนเสาร์ทีเร็กซ์ตัวโปรดไว้แน่น ไม่ยอมมานั่งที่โต๊ะอาหารเช้าแต่โดยดี“ทีทัชครับ มาหาปะป๊าเร็วลูก กินข้าวไข่ตุ๋นก่อนเดี๋ยวปะป๊าพาไปเล่นประกอบหุ่นยนต์นะ”ภาพของรองประธานกรรมการบริหารหนุ่มสุดเนี้ยบแห่งอิมพีเรียล คอร์ปอเรชัน บัดนี้อยู่ในสภาพที่ทำเอาพนักงานบริษัทมาเห็นคงต้องขยี้ตาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เตชินในชุดกางเกงสแล็กสีดำและเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ถูกพับแขนขึ้นลวกๆ ปลดกระดุมคอออกสามเม็ดเพื่อระบายความร้อน มือข้างหนึ่งถือชามข้าวเด็กลายเป็ดน้อย ส่วนอีกมือถือผ้ากันเปื้อน วิ่งไล่ต้อนลูกชายตัวแสบไปรอบโซฟาตัวใหญ่ด้วยสภาพเหงื่อตกในขณะที่สมรภูมิระหว่างพ่อกับลูกกำลังดำเนินไปอย่างดุเดือด บนโซฟาฝั่งตรงข้าม ร่างของว่าที่คุณแม่ลูกสองก็กำลังนั่งหน้ามุ่ย น้ำตาคล
เสียงเกลียวคลื่นสีเทอร์ควอยซ์กระทบเสาไม้ของวิลล่าหรูส่วนตัวกลางทะเลมัลดีฟส์ ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอขับกล่อมบรรยากาศยามบ่ายแก่ๆ ให้แสนจะผ่อนคลายและโรแมนติก สายลมเอื่อยพัดผ่านบานประตูหน้าต่างที่เปิดกว้าง หอบเอากลิ่นอายความสดชื่นของมหาสมุทรอินเดียเข้ามาภายในห้องพัก ทว่าบนเตียงคิงไซซ์หนานุ่ม ร่างบอบบางของ ‘นลิน’ กลับกำลังนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวด จ้องมองหน้าจอแล็ปท็อปด้วยความเคร่งเครียดที่ขัดกับบรรยากาศการฮันนีมูนอย่างสิ้นเชิงหญิงสาวถอนหายใจยาวพรืด ขณะเลื่อนเมาส์ปิดหน้าต่างแดชบอร์ดสรุปยอดขายบนเว็บนิยาย หลังจากนั่งวิเคราะห์กลยุทธ์การตั้งราคาอีบุ๊กและเช็กยอดดาวน์โหลดของผลงานเรื่องที่ผ่านมาจนเป็นที่น่าพอใจแล้ว นลินก็เปิดไฟล์เอกสารหน้าเปล่าขึ้นมาเพื่อเตรียมโครงเรื่องสำหรับนิยายเรื่องใหม่... ทว่าเคอร์เซอร์ที่กะพริบวิบวับอยู่บนหน้าจอกลับว่างเปล่าพอๆ กับจินตนาการในหัวของเธอตอนนี้นิยายเรื่องใหม่ของนามปากกา ‘ลานิน’ เธอตั้งใจจะเขียนแนวออฟฟิศโรมานซ์ที่มีความแซ่บและเผ็ดร้อนยิ่งกว่าเดิม โดยวางพล็อตให้เป็นความสัมพันธ์ลับๆ ระหว่างท่านประธานจอมโหดผู้เย็นชา กับเลขาฯ สาวส
สายลมโชยอ่อนพัดพาความเย็นสบายและกลิ่นหอมของดอกกุหลาบสีขาวที่ประดับประดาอยู่ทั่วบริเวณสวนพฤกษศาสตร์ส่วนตัวของคฤหาสน์อัครโภคิน บรรยากาศยามบ่ายแก่ๆ ที่แสงแดดทอประกายสีทองอ่อนๆ อบอวลไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ งานแต่งงานที่ถูกจัดขึ้นอย่างอบอุ่นและเรียบง่าย ตามความต้องการของเจ้าสาว ไม่ได้เชิญแขกเหรื่อระดับวีไอพีหรือนักธุรกิจนับพันคนเหมือนงานแต่งงานทั่วไปของมหาเศรษฐี แต่มีเพียงครอบครัว ญาติสนิท และเพื่อนฝูงที่รักใคร่คุ้นเคยกันจริงๆ เท่านั้นที่มาร่วมเป็นพยานในวันสำคัญนี้ภายในห้องพักรับรองที่ถูกดัดแปลงเป็นห้องแต่งตัว เจ้าสาวคนสวยกำลังยืนมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกบานใหญ่ นลินในวัยย่างสามสิบปี ดูงดงามหมดจดในชุดแต่งงานผ้าไหมออร์แกนซ่าสีขาวบริสุทธิ์ ดีไซน์เปิดไหล่เผยไหปลาร้าสวยงาม กระโปรงทรงเอไลน์ทิ้งตัวพริ้วไหวดูเรียบหรูแต่แฝงไปด้วยความหวานละมุน ผมยาวสลวยถูกเกล้าขึ้นอย่างประณีต ประดับด้วยเทียร่าดอกไม้คริสตัลเล็กๆ ที่ส่องประกายล้อแสงไฟ“สวยมากเลยยัยลิน สวยจนฉันอยากจะร้องไห้เลยเนี่ย” พรีม เพื่อนสนิทที่พ่วงตำแหน่งเพื่อนเจ้าสาว เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ พลางใช้กระดาษท
นับตั้งแต่วันที่ความลับเรื่องลูกน้อยในครรภ์ถูกเปิดเผยกลางงานแจกลายเซ็น ชีวิตของนลินก็แทบจะถูกยกระดับขึ้นเป็น ‘ไข่ในหิน’ ระดับพรีเมียมที่ได้รับการทะนุถนอมดูแลอย่างสูงสุดจากว่าที่คุณพ่อป้ายแดงเตชินแทบจะย้ายฐานบัญชาการจากชั้น 35 ของอิมพีเรียล คอร์ปอเรชัน มาตั้งอยู่ที่ห้องรับแขกบ้านของนลิน ชายหนุ่มหอบแฟ้มเอกสารมานั่งเซ็นไปพลาง คอยปอกผลไม้และชงนมอุ่นๆ ให้ว่าที่คุณแม่ไปพลาง อาการคลั่งรักที่ว่าหนักหนาสาหัสแล้วในอดีต บัดนี้กลับทวีคูณขึ้นเป็นร้อยเท่าเมื่อเขากำลังจะได้เป็นพ่อคนเวลาล่วงเลยผ่านไปอีกหนึ่งเดือนเต็ม อายุครรภ์ของนลินก้าวเข้าสู่เดือนที่หก หน้าท้องของหญิงสาวนูนป่องขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจนไม่สามารถปกปิดด้วยเสื้อผ้าโอเวอร์ไซซ์ได้อีกต่อไป ร่างกายที่อวบอิ่มขึ้นตามสรีระของคุณแม่ตั้งครรภ์ ทำให้เตชินยิ่งหวงแหนและแทบจะไม่ยอมให้เธอขยับตัวทำอะไรที่หนักเกินไปเลยแม้แต่น้อยเย็นวันศุกร์อันแสนเงียบสงบ จู่ๆ พรีม เพื่อนสนิทที่พ่วงตำแหน่งฝ่ายบุคคลคนเก่งของบริษัท ก็บุกมาหาเธอถึงที่บ้านพร้อมกับชุดเดรสคลุมท้องเปิดไหล่สีขาวมุกที่ตัดเย็บอย่างประณีต“ลุกขึ้นมาแต