LUCIANO
- 11 -
สัตว์เลี้ยงของลูเซียโน่
“หื้ม?” มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้มเย้ยหยันขณะก้าวเท้าเข้าหาเฌอร์ชีวาช้า ๆ ท่าทางคุกคามนั้นทำให้เธอต้องก้าวถอยหลังไปเรื่อย ๆ คนตัวเล็กถอยหนีจนแผ่นหลังบางชนเข้ากับเบาะรถมอเตอร์ไซค์คันจิ๋วของตัวเอง
“คะ...แค่พยายามข่มขืนมันก็เป็นคดีได้เหมือนกัน!” เฌอร์ชีวาชี้หน้าอีกฝ่าย มือบางสั่นระริกแต่ใจยังฝืนสู้
“อีกอย่างนะ...ถ้าฉันจะประจานเรื่องสารเลวทั้งหมดที่นายทำไว้ละก็...รับรองเลยว่า ครั้งนี้นายไม่มีที่ยืนในสังคมแน่ ๆ!” หญิงสาวยกโทรศัพท์ที่อัดแน่นไปด้วยคลิปที่เธอแอบถ่ายไว้เมื่อคืนทั้งหมด ตั้งแต่คอนโดของเขาไปจนถึงสนามแข่งรถเถื่อนนั้น
“เธอคิดว่าฉัน...แคร์สังคมขนาดนั้นเลยเหรอ?” ลูเซียโน่แค่นหัวเราะในลำคอ เขาขยับเข้าใกล้จนเฌอร์ชีวาแทบจะจมหายไปในแผงอกแกร่ง กลิ่นบุหรี่ผสมกลิ่นวิสกี้จาง ๆ จากร่างกายเขาจู่โจมประสาทสัมผัสของเธอจนสมองขาวโพลน
“แต่ข่าวที่ฉันมีเนี่ยมันอาจจะไม่ได้กระทบแค่นายคนเดียวหรอกนะ” เฌอร์ชีวาพยายามหาทางข่มขู่เพื่อให้อีกฝ่ายกลัว แต่ดูเหมือนทุกอย่างมันจะตรงกันข้ามไปหมด
“อย่าลืมสิว่า ตอนนี้พ่อของนายกำลังทำอะไรอยู่?” เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยกเรื่องพ่อของเขามาข่มขู่ เพื่อหวังว่าอย่างน้อยลูเซียโน่น่าจะมีความคิดอยู่บ้าง
“แน่นอนว่าข่าวนี้มันอาจจะทำให้พ่อนายแพ้การเลือกตั้งครั้งนี้ก็ได้นะ”
“ดี...เพราะฉันก็ไม่เคยอยากให้พ่อชนะมาตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว” ลูเซียโน่ใช้แขนแกร่งทั้งสองข้างยันเบาะรถไว้ กักขังร่างบางไว้ในวงแขนที่เต็มไปด้วยอันตราย
“มีอะไรจะขู่อีกมั้ย?” เขาโน้มใบหน้าลงไปจนปลายจมูกคลอเคลียกับแก้มเนียนที่สั่นระริก
“นี่ลูเซียโน่!!” คนตัวเล็กขมวดคิ้วอย่างไม่รู้จะไปต่อยังไงเลยกับคนตรงหน้าที่ขวางโลกไปซะทุกอย่าง
“อ๋อ...แล้วคลิปที่เธอมีทั้งหมดน่ะ... ฉันคิดว่ามันน่าจะยังเด็ดไม่พอหรอกนะ” เขาผละออกมาเล็กน้อย ก่อนจะล้วงหยิบสมาร์ตโฟนเครื่องหรูของตัวเองออกมา กดเปิดไฟล์วิดีโอล่าสุดแล้วหันหน้าจอไปทางเฌอร์ชีวา
“ฉันมีคลิปที่เด็ดกว่านั้นอีกนะ...เผื่อว่าเธออยากจะเอาไปขายให้ได้ราคากว่านี้ไง” ลูเซียโน่แค่นยิ้มร้ายพลางกดเพลย์วิดีโอตัวล่าสุด แสงสว่างจากหน้าจอสมาร์ตโฟนราคาแพงสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืดสลัวหน้าคณะ
ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้เฌอร์ชีวาถึงกับอ้าปากค้าง
ในคลิปนั้น... ร่างของเฌอร์ชีวานอนทอดกายอ่อนระทวยอยู่บนเตียงสีดำสนิท ภายใต้แสงโคมไฟจ้าที่ลูเซียโน่จงใจส่องมาที่ร่างเปลือยเปล่า ทำให้มองเห็นเรือนร่างทุกอย่างได้ชัดแม้ แต่รอยปานสีแดงจาง ๆ ที่เนินอกของเธอ
ภาพบันทึกวินาทีที่ลูเซียโน่โน้มใบหน้าลงไป บดขยี้ริมฝีปากกับยอดอกสีกุหลาบอย่างหิวกระหาย เสียง ‘จ๊วบ แผล่บ’ ของการดูดดึงและรัวลิ้นดังสะท้อนออกมาจากลำโพงชัดเจน
“นี่นาย...?” เฌอร์ชีวาหน้าชาชาวาบไปทั้งแถบ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความช็อกมหาศาล ความอับอายแล่นพล่านจนทำอะไรไม่ถูก
ทันทีที่ตั้งสติได้ มือบางก็พุ่งเข้าหมายจะแย่งโทรศัพท์ในมือหนามาทำลายทิ้ง ทว่าลูเซียโน่กลับไวกว่า เขาเบี่ยงตัวหลบเพียงนิดเดียวพร้อมกับชูโทรศัพท์ขึ้นสูงจนเฌอร์ชีวาเอื้อมไม่ถึง
“อื้อ... อ๊ะ... เจ็บ...” เสียงครางกระเส่าในคลิปที่ฟังดูไม่ได้สติของเธอเองดังลอดออกมา มันเป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความทรมานปนเปไปกับความหวามไหวที่ถูกยัดเยียดให้
ทว่าสิ่งที่ร้ายแรงที่สุดคือช่วงที่กล้องแพลนต่ำลงไป...
ภาพปลายนิ้วยาวของลูเซียโน่ที่กำลังจ้วงทะลวงเข้าหาความคับแน่นใจกลางกายของเธออย่างป่าเถื่อน รอยแยกสีหวานที่เปียกชุ่มไปด้วยหยาดน้ำใสไหลเยิ้มชโลมนิ้วของเขาจนมันวาววับสะท้อนแสงไฟ ทุกจังหวะที่เขาขยับนิ้วเข้าออกอย่างรุนแรง ร่างของเธอในคลิปก็บิดเกร็งและแอ่นโค้งตามแรงอารมณ์ดิบ
“ฮึก... ไอ้สารเลว! เอามานี่นะ!” เฌอร์ชีวาโถมตัวเข้าใส่หวังจะกระชากโทรศัพท์ทิ้ง แต่ลูเซียโน่กลับรวบเอวเธอไว้แน่น ต่อให้เธอเขย่งและกระโดดสุดแรง มันก็แย่งโทรศัพท์ของเขามาไม่ได้อยู่ดี
จังหวะลูเซียโน่จงใจปรับมุมกล้องให้เห็นใบหน้าของเขาเองที่กำลังแสยะยิ้มอย่างผู้ชนะ ขณะที่ริมฝีปากยังคงวนเวียนอยู่กับซอกคอขาวระหง เขามองกล้องด้วยแววตาที่เหมือนกับแววตาที่เขากำลังมองเธอนอกจอในตอนนี้...
ฟุ่บ...
“เอาจริง ๆ... เธอควรจะไปเรียนถ่ายภาพมาใหม่นะ...” ลูเซียโน่กระตุกยิ้มร้ายพลางมองเหยื่อที่กำลังดิ้นรนอย่างสิ้นหวัง “เพราะฉันว่า...ฉันถ่ายทั้งภาพและเสียงได้ชัดกว่าเยอะเลย” เขาพูดเสริมด้วยใบหน้าที่เย้ยหยัน
“เอาโทรศัพท์มานี่นะ” เฌอร์ชีวาพยายามจะกระโดดแย่งมือถือของเขา จนกลายเป็นเหมือนภาพที่เธอกำลังกระโดดกอดอีกฝ่ายซะมากกว่า
“ไม่ต้องรีบแย่งหรอกน่า...ถ้าเธออยากได้เดี๋ยวฉัน AirDrop ให้เลยก็ได้”
“ลูเซียโน่!” เฌอร์ชีวาตวาดชื่อเขาเสียงสั่น
ใบหน้าแดงก่ำและน้ำตาคลอเบ้าด้วยความโกรธจนแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้กับสิ่งที่เขาทำกับร่างกายของเธอในตอนที่เธอไม่ได้สติด้วยฤทธิ์ของยาสลบ
หมับ!! ร่างสูงเอื้อมมือไปบีบปลายคางของเธออย่างแรง และบีบบังคับให้เธอเงยหน้ามองสบสายตาของเขา
“อย่ามาบีบน้ำตาน่า...เมื่อคืนเธอยังดูสนุกกับลิ้นและนิ้วอุ่น ๆ ของฉันอยู่เลยไม่ใช่เหรอ” ลูเซียโน่จ้องหยดน้ำตาที่คลอเบ้าอยู่ตรงหน้าพลางแสะยิ้มอย่างสะใจ
“ไอ้คนสารเลว” เฌอร์ชีวากระแทกเสียงด่าไปด้วยความเจ็บแค้น
“ก็น่าจะเลว...พอ ๆ กับเธอนั่นแหละ” เขาโน้มใบหน้าลงมาจนจมูกแทบชนกัน นัยน์ตาสีเข้มฉายแววหิวกระหายและบ้าคลั่งที่ทำเอาคนมองถึงกับหายใจติดขัด
...
...
“เธอน่ะ...ชอบเสือกเรื่องของฉันมากไม่ใช่เหรอ?” ลูเซียโน่กระซิบเสียงต่ำพลางขยับกายเข้าไปเบียดเสียดสีร่างกายของเธอแบบแทบจะแนบสนิทกัน
“นี่ไง... ฉันมาให้เธอเสือกถึงที่แล้วเฌอร์ชีวา” มือหนาข้างหนึ่งเชิดคางเธอขึ้นแรง ๆ
“เธออยากจะถ่ายมุมไหม? ส่วนไหน ? ก็ได้ทั้งนั้น” ส่วนมืออีกข้างที่ว่างกลับเลื่อนต่ำลงไปบีบขย้ำสะโพกมนอย่างจาบจ้วงใต้กระโปรงนักศึกษาของเธอ
“นายช่วยควบคุมสันดานต่ำช้าของตัวเองหน่อยได้ไหม...ที่นี่มันมหา’ลัยนะ” เฌอร์ชีวาสะดุ้งเฮือก พยายามปัดมือหนาออกด้วยความตื่นตระหนก เพราะเริ่มมีนักศึกษาที่ยังค้างคาอยู่ที่คณะหันมามองทางทั้งคู่ด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็น
“แล้วไง?” เขาโน้มใบหน้าลงมาจนจมูกแทบชนกัน
ยิ่งยืนเถียงกันไปกันมา... ก็ไม่รู้เลยว่า อีกฝ่ายต้องการอะไรจากเธอกัน
“เฮ้อ...” คนตัวเล็กถอนหายใจใส่หน้าของเขาอีกครั้ง และยังคงดันแผ่นอกของเขาเอาไว้แทบจะตลอดเวลา เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเข้ามาใกล้เธอมากเกินไป จนเรียกว่าแทบจะสิงร่างของเธอแล้วในตอนนี้
“โอเค...โอเค...”
“เรื่องทั้งหมด...ฉันผิดเอง...ฉันขอโทษที่ตามทำข่าวของนาย” เฌอร์ชีวาพึมพำเสียงสั่น พยายามเบี่ยงตัวหนีสัมผัสรุกรานที่จงใจบดเบียดโชว์สายตาคนทั้งคณะ แต่มือหนาที่บีบขย้ำสะโพกเธอกลับยิ่งออกแรงเน้นย้ำจนเธอหนีไปไหนไม่ได้
“แล้ว?” ร่างสูงเอียงคอรอฟังด้วยแววตาที่ยากจะเข้าใจ
“เอาเป็นว่า...ฉันจะลบทุกคลิปที่ถ่ายเอาไว้ทั้งหมด และสาบานเลยว่า ฉันจะไม่ตามทำข่าวอะไรของนายอีก”
“จะไม่ยุ่ง และจะไม่มาให้นายเห็นหน้าฉันอีกเลยนับจากวันนี้ไป”
“คือ...ทั้งหมดที่ฉันทำลงไปมันเพราะฉันมีความจำเป็น...แต่โอเคช่างมันเถอะ” เธออยากจะลองอธิบายเหตุและผล แต่สุดท้ายก็คิดว่าไม่ควรพูดออกไปอยู่ดี
“เอาเป็นว่าฉันขอโทษสำหรับทุกเรื่อง...ขอโทษจริง ๆ” เฌอร์ชีวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาลง
“เธอกลัวฉันปล่อยคลิปขนาดนั้นเลยเหรอ?” ลูเซียโน่กระตุกยิ้มสมเพช เมื่อเห็นท่าทีที่อ่อนลงของคนตรงหน้า
“…...” เฌอร์ชีวายังคงพยายามผลักตัวของเขาให้ห่างออกไป เพราะสายตาคนอื่น ๆ เริ่มมองเธอกับเขามากขึ้นเรื่อย ๆ แม้ว่าช่วงเวลานี้นักศึกษาจะไม่ได้เยอะมากมาย แต่ลูเซียโน่เป็นคนที่ใคร ๆ ก็จำเขาได้กันทั้งนั้น
“แค่คำว่าขอโทษ... มันไม่ง่ายไปหน่อยเหรอ?” ลูเซียโน่เลียริมฝีปากตัวเองพลางมองสบตาคู่สวยที่สั่นระริก
“ก็แล้ว...นายต้องการอะไรล่ะ?” เฌอร์ชีวาถอนหายใจและถามกลับไปตรง ๆ
“ฉันต้องการ...มีสัตว์เลี้ยงมาเลี้ยงไว้คลายความเหงาที่ห้องน่ะ” ลูเซียโน่แสร้งถอนหายใจยาวพลางมองจ้องลึกเข้าไปในดวงตาเธอ
“สัตว์เลี้ยงที่...คลายความงะ...เหงาให้ฉันได้”
“…...” คนตัวเล็กกัดริมฝีปากตัวเองแน่น เพราะแค่ฟังคำพูดของเขา เธอก็เข้าใจในทันทีว่า คำว่าสัตว์เลี้ยงที่เขาพูดออกมา มันหมายถึงตัวของเธอ
“เพราะฉันน่ะชอบตัวที่มันดู... ดุ ๆ ...ร้าย ๆ เลี้ยงยาก ๆ มันท้าทายดี” เขายกมือขึ้นไปเกาปลายคางของเธอเบา ๆ
“เอาไง...ถ้าเธอตกลงรับข้อเสนอนี้”
“ฉันจะได้พาเธอไปตรวจโรค และก็ฉีดวัคซีนให้ครบโดสก่อนจะเริ่มเอาขึ้นมาเล่นบนเตียงไง” ลูเซียโน่เอ่ยถามเมื่อเห็นว่าเฌอร์ชีวายืนนิ่งไปนานพักใหญ่
เฌอร์ชีวาตัวสั่นเทิ้มไปทั้งร่าง ไม่ใช่เพราะความเขินอาย แต่เป็นความโกรธแค้นที่อัดแน่นจนแทบจะระเบิดออกมา เธอจ้องลึกเข้าไปในนัยน์ตาปีศาจของลูเซียโน่ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป...
มันไม่ใช่สายตาของลูกไก่ในกำมือ แต่มันคือสายตาของคนที่พร้อมจะแลกทุกอย่างเพื่อรักษาศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด
“ว่าไง?” เขาถามหน้าตายพลางใช้นิ้วโป้งไล้ริมฝีปากล่างของเธออย่างถือวิสาสะ
“งั้นนายก็ปล่อยคลิปนั้นออกไปได้เลย!” เฌอร์ชีวาตอบกลับพลางปัดมือของเขาออกจากใบหน้าของตัวเองอย่างแรง
“เพราะถ้าฉันต้องไปทนอยู่กับคนวิตถาร...จิตวิปริตอย่างนาย มันก็ไม่ต่างอะไรจากตกนรกทั้งเป็นอยู่ดี!”
“เธอรู้ใช่ไหมว่า...ฉันไม่ได้แค่ขู่” ลูเซียโน่เลิกคิ้วมองใบหน้าแดงก่ำที่นองไปด้วยน้ำตา แต่กลับดูเด็ดเดี่ยวอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
“เออ!! อยากทำอะไรก็ทำ!! จริง ๆ ชีวิตของฉันมันก็ไม่มีอะไรต้องเสียอยู่แล้ว” เฌอร์ชีวาเชิดหน้าท้าทายทั้งน้ำตา คำพูดนั้นเหมือนการราดน้ำมันเข้ากองไฟ
“งั้นเหรอ?” นัยน์ตาของลูเซียโน่วาวโรจน์ด้วยความโกรธจัดที่ถูกสบประมาท
“ได้...” ลูเซียโน่แค่นยิ้มเหี้ยมเกรียมก่อนจะกระชากร่างบางเข้าหาตัวจนแผ่นอกกระแทกกันอย่างแรง
หมับ!! มือหนารวบท้ายทอยของเธอไว้แน่นก่อนจะกดร่างของเฌอร์ชีวาลงกับเบาะรถมอเตอร์ไซค์คันจิ๋วอย่างป่าเถื่อน เขาโน้มใบหน้าลงไปบดขยี้ริมฝีปากบางอย่างรุนแรงและดูดดื่ม จูบนั้นไม่มีความอ่อนโยนเลยสักนิด มันเต็มไปด้วยความบ้าคลั่งที่ต้องการจะสั่งสอนคนพยศให้รู้สำนึก
โคร่มมม!! รถมอเตอร์ไซค์คันจิ๋วของเธอล้มลงกระแทกพื้นจนกระจกมองข้างอีกด้านหัก กระเด็นไปคนละทิศทาง
“อื้อ!!! อ่อย!” เฌอร์ชีวาครางประท้วงในลำคอ พยายามดิ้นรนและทุบตีแผงอกแกร่ง แต่ลูเซียโน่กลับยิ่งบดเบียดร่างกายลงมาทับถมจนเธอแทบหายใจไม่ออก เธอพยายามกัดเข้าที่ริมฝีปากของเขา แต่มันก็ไม่ได้ช่วยให้คนตรงหน้าหยุดยั้งแต่อย่างใดเลย
ท่ามกลางสายตาของนักศึกษาหลายคนที่หยุดยืนมองด้วยความตกตะลึงกับภาพการ ‘จูบ’ ที่โคตรจะบ้าบิ่น และไม่มีความอายใด ๆ กลางที่สาธารณะในตอนนี้
ลูเซียโน่ใช้ลิ้นร้อนชื้นจ้วงทะลวงเข้าไปในโพรงปากหวานอย่างจาบจ้วง ยัดเยียดรสชาติของบุหรี่และวิสกี้ที่เขาสูบดื่มเข้าไปจนเฌอร์ชีวาสำลักน้ำตาไหลพราก เขาบดขยี้จนริมฝีปากบางเริ่มบวมเจ่อและได้กลิ่นคาวเลือดจาง ๆ
“แฮก... แฮก...” เมื่อเขาผละออกมา เฌอร์ชีวาก็รีบโกยอากาศเข้าปอดทันที ใบหน้าของเธอแดงก่ำด้วยความอับอายและโกรธจนถึงขีดสุด
พียะ!!! ฝ่ามือบางฟาดลงบนใบหน้าหล่อเหลาอย่างเต็มแรง จนหน้าของลูเซียโน่หันไปตามแรงตบ รอยนิ้วมือทั้งห้าปรากฏเด่นชัดบนผิวแก้มขาวสลัว
“ไอ้ทุเรศ ไอ้คนโสโครก!” เฌอร์ชีวาแผดเสียงสั่นพลางเช็ดริมฝีปากตัวเองอย่างรังเกียจ
ลูเซียโน่ค่อย ๆ หันใบหน้ากลับมา นัยน์ตาของเขาไม่ได้มีความโกรธแค้นจากการโดนตบ แต่มันกลับเต็มไปด้วยความสนุกที่น่าขนลุก
“ก็เธอบอกว่า... อยากทำอะไรก็ทำไม่ใช่เหรอ?” เขาใช้นิ้วโป้งเช็ดเลือดที่มุมปากตัวเอง เพราะตอนที่จูบ อีกฝ่ายก็กัดเข้าที่ริมฝีปากของเขาอย่างเต็มแรงเช่นกัน
__________📸________