Se connecter“มีอะไรไอ้ตัส”
(กูแค่...กูแค่อยากรู้ว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น เมื่อคืนกูเมาแล้ว...)
“แล้วมึงก็ตื่นมาเจอตัวเองนอนอยู่กับคุณหนู...ถูกไหม”
(มึงรู้?)
“อืม กูรู้”
(แล้วมึงปล่อยให้เกิดขึ้นได้ยังไงไอ้คิน มึงก็รู้ว่า...แม่งเอ้ย!)
“ฮึ ๆ ๆ ใจเย็น ๆ ก่อน มึงจะโมโหไปทำไม มึงนี่นะจะมีอะไรกับ...เมียกู?”
(มึง...อ่าส์~ แล้วกูตื่นมาสภาพนั้นได้ยังไง?)
“พอดีมีคนอยากเล่นเกมกับมึง กูเลยปล่อยให้มันเล่นไปเลย” ผมตอบมันด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงด้วยความอารมณ์ดี ระหว่างที่ตอบก็มองมือตัวเองที่กำลังเอานิ้วโป้งกับนิ้วกลางถูกันเล่นด้วยความสบายใจ
(ใคร?)
“ฮึ ๆ ๆ”
(ไอ้คิน กูถามว่าใคร)
“เมียน้อยพ่อตากู” ผมตอบไอ้เซตัส พูดจบก็แค่นยิ้มอยู่คนเดียว พ่อตา ฮึ! ฮึ ๆ ๆ
(แล้วใครวะ!) ไอ้เซตัสเริ่มขึ้นเสียงที่ผมไม่ยอมพูดออกไปตรง ๆ ทีเดียวว่าที่อยากเล่นเกมกับมันคือใคร
“มึงคิดว่าใครล่ะ”
(ไอ้คิน ถ้ามึงไม่ตอบสักทีกูจะไปกระทืบมึง)
“ฮึ ๆ ๆ เมียเก่ามึงไง”
(ทิสา?)
“ฮึ ๆ ๆ ดีใจที่มึงรู้”
(...มันอยู่ไหน)
“เมียเก่ามึงน่ะเหรอ” ผมแกล้งยียวนมันเล่นเพราะผมรู้ดีว่าไอ้เซตัสไม่ชอบให้เรียกทิสาว่าเป็นเมียของมัน
(อย่ากวนตีนไอ้คิน บอกกูมาว่าผู้หญิงคนนั้นอยู่ที่ไหน)
“บ้านแยมโรล”
(อืม แค่นี้ล่ะ)
ติ๊ด!
“ไปไหนต่อครับนาย” พอไอ้เซตัสตัดสายไปไอ้เชนคนสนิทของผมที่ทำหน้าที่ขับรถให้ก็ถามออกมาทันที
“...ไปคฤหาสน์ส้นตีนนั่น”
-เวลาต่อมา-
ตื๊ด ตื๊ด~
...ไอ้หมาบ้า
ติ๊ด!
(อยู่ไหน)
“พูดจาสุภาพกับลูกเจ้านายไม่เป็นเหรอ?” แค่รับสายก็หงุดหงิดแล้ว ไม่เข้ามาทำให้ชีวิตฉันหงุดหงิดสักวันจะตายรึไง แค่เรื่องที่เพิ่งทำมาฉันก็หงุดหงิดมากแล้วนะยังจะเสนอหน้าโทรมาทำให้หงุดหงิดเพิ่มอีก!
(อยู่ที่ไหน)
“...”
(อยู่ ที่ ไหน)
“พูดให้มันดี...”
(ตอบ)
“...บ้าน” ถามไม่คิด ไม่อยู่บ้านจะอยู่ที่ไหนให้อยู่ที่โรงแรมเมื่อคืนรึไง!
(ออกมา)
“อะไร?”
(ออกมาตอนนี้)
“ทำไม”
(ออกมา) พูดคำอื่นไม่เป็นรึไงไอ้บ้า!
“ไม่ไป มีสิทธิ์อะไรมาสั่ง ลืมไปแล้วรึไงว่าตัวเองเป็นใคร?”
(อยากให้พูดไหมล่ะว่าเป็น...อะไร จะได้พูด)
“...” ฉันกำมือตัวเองแน่น แน่นจนมือสั่น
(ออกมาเดี๋ยวนี้...คุณหนู)
“...”
ติ๊ด!
“ฉันจะฆ่านาย!” ฉันวีนออกมาสายตาก็จ้องหน้าจอโทรศัพท์ อยากฆ่าไอ้บ้านั่นที่ทำตัวมีอำนาจแต่สุดท้ายก็ทำได้แค่ฟึดฟัดเดินออกจากห้องนอน
ปัง!
“อารมณ์เสียอะไร”
“...” สาระแน!
ฉันมองหน้าไอ้คนที่นั่งอยู่ในรถ วันนี้ไม่ทำหน้าที่คนขับแต่นั่งอยู่เบาะหลังประหนึ่งประธานบริษัท ฉันไม่พูดแต่ด่าทางสายตาแทนแล้วก็หันหน้าหนีเพราะไม่อยากมองให้เสียสายตานาน
“ออกรถเลย”
“ครับ”
เหอะ! ออกรถเลย พูดจาวางอำนาจกับคนอื่นทั้งที่ตัวเองก็เป็นลูกน้องเหมือนกัน ทำตัวใหญ่คับฟ้าบังคับแม้แต่กับลูกของเจ้านายที่ชุบเลี้ยงตัวเองมา อ้อ! แต่ลืมไปว่าคุณเขาใหญ่จริง ๆ เพราะขนาดเป็นลูกน้องของคุณพ่อก็ยังอุตส่าห์มีลูกน้องเป็นของตัวเอง
“จะไปไหน”
“เดี๋ยวก็รู้” เกลียด! ฉันเกลียดน้ำเสียงถือดีของเขาที่สุด
“พี่เชน จะพาไปไหน”
“...”
“พี่เชน ถามทำไมไม่ตอบ”
“...นายตอบคุณแยมโรลไปแล้วครับ”
“...” ให้มันได้อย่างนี้ทั้งลูกน้องทั้งเจ้านายสิ! หงุดหงิด!
ฉันนั่งโมโหอยากจะฟาดงวงฟาดงาทุบหัวคนแต่ก็ไม่อยากแสดงออกให้ไอ้บ้าที่นั่งข้าง ๆ สะใจที่เล่นกับอารมณ์ของฉันได้เพราะแค่บังคับให้ฉันมาตามคำสั่งได้ก็ไม่รู้ว่าในใจไอ้บ้านี่จะสะใจมากแค่ไหนเลยต้องทำในสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบที่สุดแต่ต้องทำบ่อยที่สุดคือการข่มอารมณ์!
ตื๊ด ตื๊ด~
ติ๊ด!
“อืม”
“ไม่มีใครอยู่ อยู่แค่สองคนนั้น”
“อืม มึงเข้าไปเลย”
“แค่นี้แหละกูมีธุระ”
ฉันนั่งเงียบตลอดทางสายตาจ้องมองถนนเพราะไม่รู้ว่าตัวเองกำลังจะไปที่ไหนหูก็ฟังเสียงคนถือดีอวดดีคุยโทรศัพท์
ใช้อากาศร่วมในรถก็รำคาญแย่แล้วนี่ยังต้องได้ยินเสียงอีกยิ่งรำคาญเพิ่มเป็นสิบเท่า แต่ดีนะที่คุยแป๊บเดียวไม่งั้นอกแยมโรลคงแตกตาย!
พอเขาไม่คุยโทรศัพท์บรรยากาศในรถก็ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง ฉันมองเส้นทางที่คุ้นตา คุ้นมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะมาทุกวันแต่ก็ไม่ค่อยแน่ใจว่าจะใช่ที่ที่ฉันคิดเพราะ...ไอ้บ้าคนนี้ไม่เคยพามาโดยที่ฉันไม่ได้สั่ง ถ้าไม่นับครั้งก่อนที่พามาหลังจากมีปากเสียงกับคุณพ่อนะ
“พามาทางนี้ทำไม นี่ทางไปโรงพยาบาล” สุดท้ายทนไม่ไหวเลยต้องกลั้นใจหันไปถาม
“ใช่” ตอบให้ยาวกว่านี้ ตอบให้ดูไม่หยิ่งยโสมันจะตายรึไง แต่ฉันไม่มีเวลาหงุดหงิดเขาเพิ่มเพราะอย่างอื่นสำคัญกว่า
...ตึก ตึก ตึก
แค่คำตอบสั้น ๆ ของเขาก็ทำใจฉันเต้นไม่เป็นจังหวะเพราะร้อยวันพันปีเขาไม่เคยบังคับให้มาโรงพยาบาลกับเขาโดยที่ไม่บอกล่วงหน้ามาก่อน แต่วันนี้เขาบังคับให้ลงมาจากห้องขึ้นรถมากับเขาโดยที่ไม่บอกจุดหมายปลายทางซึ่งมันก็คือโรงพยาบาลที่คุณแม่รักษาตัวอยู่
ทำไมล่ะ?
ทำไมเขาถึงทำแบบนี้?
อย่าบอกนะว่า...
“คุณแม่...” ฉันพูดได้แค่นี้ พูดด้วยเสียงที่แผ่วเบาและสั่นเครือมาก พูดแค่นี้แล้วก็ไม่อยากพูดอะไรอีกเพราะฉันกลัวคำตอบที่อาจจะออกจากปากเขามากด้วย กลัวจับหัวใจเลยล่ะค่ะ ส่วนเขาก็ไม่หันมามองหน้าฉันเอาแต่มองหน้าแท็ปเล็ตของตัวเองด้วยมาดประหนึ่งประธานบริษัท
“เข้าไปเดี๋ยวก็รู้เอง” อยู่ ๆ เขาก็พูดขึ้นอย่างกับรู้ว่าในใจฉันกำลังมีคำถาม
“หมายความว่ายังไง” ฉันใจไม่ดี จากใจเต้นรัวตอนนี้แขนขาเริ่มอ่อนแรงขึ้นมา
“...”
“นี่! ฉันถามทำไมไม่ตอบ!” ฉันเสียงดังลั่นเพราะฟิวส์ขาด สาบานว่าไม่รู้ว่าฉันกำลังกลัวแค่ไหนแต่แทนที่จะตอบเขากลับเงียบแล้วยกโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออกหน้าตาเฉย
“อคิน! ฉันถามนาย!”
“...ใกล้ถึงแล้วครับอาหมอ”
“...” ฉันกำลังจะวีนต่อแต่พอได้ยินคำพูดเขาฉันก็เงียบลงในทันที โทรหาอาหมอเหรอ?
“ครับ สักครู่นะครับ”
ติ๊ด!
“คืออะไร? ช่วยตอบมาสักทีได้ไหม! แค่พูดให้ฉันรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นนายจะตายรึไงฮะ!” ตอนแรกฉันกลัวคำตอบมากนะแต่พออะไรมันไม่ชัดเจนเลยสักอย่างฉันก็อยากได้คำตอบขึ้นมา
“...รอไม่เป็นเหรอ ต้องทำตัวเป็นคุณหนูเอาแต่ใจตลอดรึไง” เขาหันมามองหน้าฉันแล้วถาม น้ำเสียงราบเรียบปนตำหนิทำให้ฉันโมโหมากขึ้นแต่รถเลี้ยวเข้าโรงพยาบาลแล้วจอดตรงหน้าทางเข้าพอดี
ครืด~
“เชิญครับ” ประตูฝั่งฉันเปิดออกในระหว่างที่ฉันเอาแต่จ้องหน้าเขาด้วยความโกรธเขาก็เอ่ยปากบอกพร้อมกับผายมือทำให้ฉันต้องสะบัดหน้าแล้วรีบลงจากรถก่อนจะเดินกึ่งวิ่งไปที่ที่คุ้นเคยด้วยความรู้สึกหวาดกลัว กลัวจับใจเพราะตอนนี้ฉันไม่รู้อะไรเลย
“สวัสดีค่ะคุณพยาบาล คุณแม่เป็นยังไงบ้างคะ คุณแม่ยังปลอดภัยดีใช่ไหม” มาถึงหน้าห้องเจอคุณพยาบาลที่คุ้นหน้ากันดีฉันก็รีบยิงคำถามด้วยความร้อนใจแถมตอนนี้น้ำตาฉันก็ไหลออกมาแล้ว
“อาการคุณนรินทร์เหรอคะ ใจเย็น ๆ นะคะคงต้องรออาจารย์หมอก่อนค่ะ”
“คุณแม่...คุณแม่ทรุดเหรอคะ~” เสียงฉันแผ่วเบาตอนที่ถามคำนี้ออกไป คำถามที่ไม่เคยอยากถามเลย
“เอ่อ... / อ้าวหนูแยมโรล มาแล้วเหรอลูก ถ้ามาแล้วจะได้ไปกันเลย”
ขวับ!
“คะ? ไป...ไปไหนคะอาหมอ” ฉันที่กำลังเกาะแขนคุณพยาบาลเพื่อถามอาการของคุณแม่รีบหันไปมองตามเสียงที่คุ้นเคยแล้วถามออกไปด้วยความงุนงง
“ก็พาคุณแม่ของหนูไปผ่าตัดไงลูก แต่ต้องย้ายโรงพยาบาลนะ ไปผ่าตัดที่โรงพยาบาล X ที่นั่นมีอุปกรณ์ที่ทันสมัยมากกว่า”
“คะ?”
“อ้าว นี่อคินเขายังไม่ได้บอกหนูเหรอว่าเขาสั่งให้ผ่าตัดแม่หนูวันนี้”
“...คะ?”
#JAMROLL END
#AKIN TALK
“คืออะไร? ช่วยตอบมาสักทีได้ไหม! แค่พูดให้ฉันรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นนายจะตายรึไงฮะ!”
“...รอไม่เป็นเหรอ ต้องทำตัวเป็นคุณหนูเอาแต่ใจตลอดรึไง” ผมหันไปมองหน้าแล้วถามปนตำหนิเธอ ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งที่ได้กลับมาก็คือความโมโห
ครืด~
“เชิญครับ” ประตูฝั่งเธอเปิดออกผมก็ผายมือด้วยท่าทางสุภาพทำให้เธอไม่พอใจมากขึ้นแล้วก็สะบัดหน้ารีบลงจากรถทันที
“...”
“ไม่ตามไปเหรอครับนาย”
“ไม่ล่ะ ไปจัดการเรื่องคนเหี้ย ๆ ก่อน”
“ผมก็นึกว่าอยากอยู่ข้าง ๆ คอยให้กำลังใจว่าที่ภรรยา~” เสียงไอ้เชนแซวขึ้นมาผมเลยจ้องมันผ่านกระจกมองหลัง
“ฮึ! หุบปากเดี๋ยวนี้ไอ้เชน อย่าพูดคำนี้ออกมาอีก มึงคิดว่า...กูจะเอาลูกสาวของไอ้เหี้ยนี่มายกย่องเป็นเมียลงเหรอวะ?”
-วันต่อมา-“เหนื่อยไหม”“ไม่เหนื่อยค่ะ” ฉันทั้งยิ้มทั้งส่ายหน้า เรากำลังเดินเล่นกันค่ะ เดินชมรีสอร์ทที่มีพื้นที่เยอะมาก ๆ แต่ไม่ได้สร้างให้ใหญ่เวอร์นะเป็นรีสอร์ท Luxury ที่ตัวบ้านพักแต่ละหลังอยู่ห่างกันพอสมควรแถมยังกลมกลืนกับธรรมชาติมาก ๆ ช่วงสายของวันนี้หลังจากทานอาหารเช้ากับคุณอาของพี่คินซึ่งท่านเป็นคุณแม่ของพี่ไนซ์ด้วยพี่คินก็พาฉันเดินชมทั่วรีสอร์ทแต่ฉันไม่รู้สึกเหนื่อยเลยเพราะที่นี่วิวสวยบรรยากาศก็ดี ยิ่งอากาศนะเย็นสบายมาก ๆ เลยค่ะ“แล้วเมียพี่ชอบไหม” ตาหวานตาเยิ้มเลยนะคุณอคิน ยิ่งตอนพูดว่าเมียมือใหญ่ที่จับมือฉันอยู่ก็บีบมือเข้าหากันด้วย ดูเขาภูมิใจกับการมีเมียสุด ๆ ไปเลย ส่วนฉันก็ใจฟูสุด ๆ ไปเลยเหมือนกันที่คนรักของเราเขาภูมิใจในการเรียกเราว่าเมียมาก ๆ“ชอบค่ะ บรรยากาศดีมาก~ แล้วที่นี่ใกล้จะเปิดรึยังคะ” ที่นี่เป็นรีสอร์ทที่พี่คินร่วมหุ้นกับคุณอา ท่านเพิ่งเล่าให้ฟังหลังกินข้าวเช้าเสร็จว่าเมื่อสองปีก่อนท่านเคยบ่น ๆ กับพี่คินว่าแก่แล้วเบื่อกรุงเทพอยากอยู่แบบสงบ ๆ ที่เหนือ อยากตื่นมาเจอหมอกกับภูเขาแต่ก็ไม่อยากอยู่เงียบ ๆ เกินไปอยากมีรีสอร์ทเล็ก ๆ ไว้ดูแลในแต่ละวันจะได้พบเจอกับลูกค้าให
“แค่เพราะอยากได้ผู้ชายคนหนึ่งเธอต้องทำร้ายผู้หญิงด้วยกันขนาดนี้เลยเหรอ?”“แล้วกลับมาทำไม! กลับมาอ่อยเขาทั้งที่เขาอยู่กับฉันมาเป็นปีมันก็สมควรแล้วที่จะโดน!”ซ่าส์!“กรี๊ด!!!!!!!”“พูดมากไม่สำนึกความชั่วก็เชิญแดกเพียว ๆ ไปเลยเถอะอีประสาท!”“กรี๊ด!!! แยมโรลเธอทำแบบนี้ได้ยังไง! กรี๊ด!!!” หน้ายัยคุณอิ้งค์อะไรนี่แดงจัด ตัวก็สั่น พูดจบก็พยายามเช็ดปากซ้ำ ๆ แต่ยิ่งเช็ดยิ่งดูสติแตกมากขึ้น จนกระทั่งสุดท้ายก็ถึงขั้นถ่มน้ำลายออกมาต่อหน้าฉันกับพี่คิน“ถุย! ถุย! ถุย!!!” ยัยคุณอิ้งค์อะไรนี่ถ่มน้ำลายทิ้งไม่หยุดเลยค่ะ ดูไม่มีสติอะไรแล้วเอาแต่สนใจจะถ่มน้ำลายเพื่อให้ยามันออกมา...ทุเรศ“ถ่มทิ้งทำไม ชิมหน่อยสิคะพี่อิ้งค์ ซื้อมาหลายบาทไม่ใช่เหรอ ทิ้งไว้ให้เสียของทำไมคะ” ฉันจ้องแล้วพูดเสียงเย็นพูดจบก็โยนขวดแก้วในมือทิ้งลงไปตรงหน้ายัยสารเลว“แก! ฮึก! แกทำแบบนี้ได้ยังไง!”“ทีเธอยังทำเลย มีสิทธิ์อะไรมาด่าคนอื่น?” ฉันยิ้มด้วยความสะใจสายตาก็มองเห็นความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดกับยัยนี่เพราะอยู่ ๆ หน้ายัยคุณอิ้งค์ที่แดงเพราะโกรธตจัดอยู่แล้วจนไม่น่าจะแดงได้มากกว่านี้ก็แดงขึ้นอีกจนเห็นได้ชัด แถมหน้าผากกับไรผมก็มีเหง
“งงอะไรเหรอคะ”“ก็งงที่...ตลอดระยะเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมาทำไมอิ้งค์แท็คพี่เหมือนเราเป็นแฟนกันเลย แต่นั่นยังไม่งงเท่า...อิ้งค์กับเพื่อนอิ้งค์รู้ได้ไงว่าเมียพี่เข้าไอซียู”“...”“ว่าไงครับ ตอบพี่ได้ไหม อย่าปฏิเสธล่ะ พี่รู้ว่าอิ้งค์ไม่โง่ ตอบพี่มาหน่อยครับว่ารู้ได้ไง ตอบความจริงกับพี่นะ...รู้ใช่ไหมว่าไอ้กลัฟกับจีน่าไม่ได้อยู่บนโลกนี้แล้ว?”“พี่...พี่คิน~”“ตอบ”“อิ้งค์ อิ้งค์ไม่รู้ว่าพี่คินพูดเรื่องอะไร กลัฟกับจีน่าเป็นใครอิ้งค์ก็ไม่รู้จัก ส่วนเรื่องโพสอิ้งค์ก็แค่...พี่คินก็รู้ว่าอิ้งค์รู้สึกยังไง อิ้งค์แค่...สนองความสุขทางใจให้ตัวเอง” เธออธิบายให้ผมฟังพร้อมกับน้ำตาที่กำลังคลอ แววตาก็เต็มไปด้วยความตัดพ้อ“ขอโทษนะครับ แต่พี่ไม่รู้หรอกว่าอิ้งค์รู้สึกยังไง พี่ไม่เคยสนใจความรู้สึกของผู้หญิงคนไหนยกเว้นของเมียพี่”“พี่คิน~” ผมไม่รู้ว่าคำพูดของผมรุนแรงหรือเสียมารยาทแค่ไหน แต่ผมไม่สนใจใครจะคิดยังไงกับผมมันเป็นเรื่องของพวกเธอ ผมรู้แค่ตัวผมชัดเจนเท่านั้นก็พอแล้ว อาจจะพูดคุยด้วยความสนิทแต่สนิทแบบเพื่อน พี่น้อง หรือนายจ้างลูกจ้างมันก็สนิทกันได้ทั้งนั้น ถ้าผมเคยเกินเลยค่อยมาด่าผมแต่ผมมั่นใจว่าผมไม่เคยทำ
“ฟอด~”“อื้อ~ จะนอน~”“ไม่ตื่นมาดูหมอกหน่อยเหรอ”“ไม่เอา~” คนสวยของผมปัดป่ายมือเพื่อปัดมือผมที่ยุ่มย่ามที่ไหล่มนของเธอออกผมเลยเอาคางไปเกยแทนตัวหอมว่ะ มาถึงเกือบตีสามเหนื่อยล้ากันทั้งคู่แต่ผมนอนไม่หลับจนถึงตอนนี้เพราะการได้กอดร่างนุ่ม ๆ หอม ๆ ของแยมโรลอีกครั้งมันเหมือนฝัน ผมนอนกอดเธอจนเช้าโดยที่ตัวเองนอนไม่หลับแม้แต่วินาทีเดียว“วิวสวยนะ”“ตื่นไม่ไหว~”“พี่อุ้มไปดูไหมล่ะ” ผมยังกระซิบถามต่อ อยากให้แยมโรลตื่นมาดูหมอกตอนเช้าด้วยกันเพราะผมที่อยู่มาที่นี่นานเป็นปีก็เพิ่งกลับมาดูมันอีกครั้งวันนี้เหมือนกันหลังจากที่มาถึงที่นี่เช้าแรกเมื่อปีก่อนแล้วได้ดูแต่หลังจากนั้นผมก็ไม่ดูหมอกตอนเช้าอีกเลย...ถ้าได้ตื่นมายืนดูหมอกด้วยกันก็คงดีผมจำความรู้สึกวันนั้นได้ดีว่าเผลอคิดแบบนี้แล้วโกรธตัวเองมากแค่ไหนหลังจากนั้นผมก็ไม่เคยตื่นมาดูหมอกตอนเช้าอีกเลยเพราะผมกลัวความคิด ความคิดถึง และความโหยหาของตัวเอง“อื้อ~ ไม่เอา~”“ที่รัก พี่อยากดูหมอกตอนเช้ากับที่รัก” ผมรู้ว่ากวนแยมโยล รู้ว่าเธอรำคาญที่ถูกรบกวนการนอนแต่ผมอยากดูหมอกตอนเช้าในครั้งแรกที่มาค้างที่นี่ด้วยกันจริง ๆ“อื้อ~ เซ้าซี้~” แยมโรลเริ่มวีนผมเลยข้าม
“กลับกันเลยดีกว่า”“คะ? เวลานี้เหรอ?”“อื้ม เวลานี้ล่ะ แต่ไม่ได้กลับบ้านนะ ไปน่านกัน”“ไปน่าน?”“ครับผม ไปน่านกัน ไปตอนนี้ล่ะ พี่อดทนรอไม่ไหวหรอก พี่อยากรู้ว่า...อิ้งค์กับเพื่อนรู้ได้ยังไงว่าเมียพี่เข้าไอซียู”“พี่คินไม่ได้บอกเขาเหรอคะว่าเกิดอะไรกับแยม”“เขาเป็นใครทำไมพี่ต้องบอก?” นอกจากจะเสียงแข็งพอประมาณหน้าคุณอคินก็ดุด้วยฉันเลยยิ้มอ่อน“ดุทำไม ถามแค่นี้เอง”“อย่างอื่นก็ดุ เดี๋ยวพิสูจน์ให้ดู”“บ้า!”“ฮึ ๆ ๆ แล้วเรายังเพลียอยู่ไหม ถ้าไปคืนนี้ไหวรึเปล่า” เขาถามพร้อมกับลูบหัวส่วนฉันพอโดนถามก็ส่ายหน้าทันที“ไม่เพลียค่ะ” หรือต่อให้เพลียแต่ถ้าได้ออกจากโรงพยาบาลยังไงซะแยมโรลก็ยินดีออก ไม่ชอบกลิ่น ไม่ชอบเตียง ถึงแม้ว่าจะเป็นห้อง VVIP ที่หรูมาก ถึงที่นี่จะเป็นหนึ่งในธุรกิจของคนตรงหน้าแต่โรงพยาบาลก็คือโรงพยาบาล ไม่โอเค ไม่เอา ไม่อยากอยู่นาน“โอเค ถ้างั้นไปกันเลยนะ”“แต่แยมไม่มีเสื้อผ้านะคะ”“พี่เตรียมมาให้แล้ว ว่าจะชวนกลับบ้านคืนนี้อยู่แล้วก็เลยเตรียมมาให้เลย”“ขอบคุณนะคะ ถ้างั้นขอชุดหน่อย” ฉันพูดจบเขาก็ขยับมาใกล้ สายตาพี่คินหวานซึ้งมาก ๆ ยิ่งใกล้เท่าไหร่หัวใจก็ยิ่งเต้นรัวมากขึ้นเป็นเท่าตัวฟ
“ยังไม่ได้กินข้าวจริง ๆ เหรอ”“เกี่ยวอะไรกับกินข้าว”“...”“แยมโรล บอกพี่มา ถามเรื่องนั้นแล้ววนไปถามเรื่องกินข้าวมันคืออะไร มีอะไรคุยกันตรง ๆ อย่าเป็นเหมือนเมื่อก่อน พี่ไม่อยากเลิกกันแล้วนะ หรือว่าเราอยากเลิกกับพี่?”“...”“แยมโรล” ฉันเงียบเสียงเขาก็ดุมากขึ้น“...กับคุณอิ้งค์ถึงขั้นไหนแล้ว” โอเค ถามตรง ๆ ดีกว่า ถ้างั้นก็ขอถามเรื่องที่อยากรู้ที่สุดเลยก็แล้วกัน“อิ้งค์?” ถามปุ๊บคุณอคินก็พูดชื่อฝ่ายนั้นสั้น ๆ ด้วยสีหน้างุนงงฉันจะทำยังไงล่ะนอกจากพยักหน้า“ค่ะ”“ยังไม่ลืมอิ้งค์อีกเหรอ?” ยังจะทำหน้างงต่ออีก“จะลืมได้ยังไงพี่คิน”“ฮึ ๆ ๆ แสดงว่าหึงยาว”“ไม่เล่นค่ะ นี่ซีเรียสนะ จะมีใครลืมแฟนใหม่ของคนรักตัวเองได้ลงเหรอถามจริง”“แฟนใหม่? แฟนใหม่อะไรพี่ไม่ได้คบอิ้งค์ ไม่เคยคบ ตอนนั้นแค่ประชดเราเฉย ๆ ประชดแค่ตอนอยู่กับเราด้วย เวลาต้องคุยงานกับเขาพี่ก็ทำตัวปกติ”“โกหกรึเปล่า” คำพูดเขาหนักแน่นถึงหน้าตาจะไม่ได้ซีเรียสจริงจังก็ตาม แต่ฉันก็ไม่กล้าเชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกในเมื่อการกระทำของอีกฝ่ายมันบอกอีกอย่างแถมฝ่ายนั้นยังออกสื่อด้วยนะ“โกหกเมียทำให้ไม่เจริญ พี่ไม่ทำ”“พี่คิน~ อย่าเพิ่งเล่นมุขได้ไหมค







