INICIAR SESIÓN“ฮึ! หุบปากเดี๋ยวนี้ไอ้เชน อย่าพูดคำนี้ออกมาอีก มึงคิดว่า...กูจะเอาลูกสาวของไอ้เหี้ยนี่มายกย่องเป็นเมียลงเหรอวะ?”
“ก็...ไม่แน่นะครับ”
“ไปเลย ไอ้ตัสบุกไปแบบนั้นคงมีเรื่องแน่” ผมไม่สนใจต่อปากต่อคำเรื่องไม่เป็นเรื่องต่อเพราะอารมณ์ของไอ้เซตัสตอนนี้คงไม่ยอมให้จบเรื่องง่าย ๆ แน่ อีกอย่าง...ไอ้ห่านั่นก็ไม่รู้ว่าเมียน้อยสุดที่รักเคยเป็นอะไรกับไอ้เซตัสมากก่อน
ฮึ ๆ ๆ คงเป็นวันสนุกของผม และคงเป็นวันฉิบหายของใครบางคนแน่นอน
-เวลาต่อมา-
ตื๊ด ตื๊ด~
…เซตัส
ติ๊ด!
“อืมว่าไง จัดการเรียบร้อยแล้วเหรอวะ”
(มึงฟังกู ไอ้แท็คจับตัวเมียกูไป ตามให้กูหน่อย ตอนนี้กูกำลังโดนทิสาบีบให้ไปจดทะเบียน กูรู้ว่ามึงทำได้แค่นี้ล่ะ)
ติ๊ด!
ไอ้เซตัสกระซิบเหมือนแอบคุยโทรศัพท์แต่ผมได้ยินที่มันบอกชัดเจน ถึงจะไม่รู้รายละเอียดทั้งหมดแต่ก็รู้ว่าต้องทำอะไร
เรื่องแค่นี้ไม่ยากเกินความสามารถของผมหรอก เพราะตั้งแต่เด็กจนโตผมถูกเลี้ยงเพื่อให้เป็น หมารับใช้ แค่เรื่องตามหรือดมกลิ่นหาใครสักคนต่อให้เป็นใครก็ตามมันก็ง่ายนิดเดียว
-เวลาต่อมา-
ตื๊ด ตื๊ด~
...เซตัส
ติ๊ด!
“เออ คนของกูใกล้เจอมันแล้ว ทางนั้นล่ะเป็นไงบ้าง”
(ตายคู่) เสียงไอ้เซตัสตอบกลับมาเรียบ ๆ ทำให้ผมกำหมัดแน่น
“เกิดอะไรขึ้น”
(อาทินกรโกรธที่ถูกทิสาหลอกใช้เลยตามมายิงหน้าสำนักงานเขต XXX แล้วยิงตัวเองตายตาม)
“...คนอย่างทินกรไม่ยอมติดคุกหรอก” ผมพูดออกไปช้า ๆ เพราะรู้จักสันดานของคนที่ชุบเลี้ยงผมมาดี คนแบบนั้นไม่ยอมติดคุก ไม่มีทางแน่นอน ถ้ายังมีเงินก็จะใช้เงินซื้ออิสรภาพให้ตัวเองแต่วันนี้ที่ไม่เหลืออะไรเหตุผลเดียวที่ยิงตัวตายหลังจากฆ่าคนตายก็มีแค่ไม่ยอมติดคุกเท่านั้นล่ะ
(มึงพูดอย่างกับอยู่ในเหตุการณ์เลยว่ะ อาทินกรบอกเองว่าจะไม่ยอมติดคุกแล้วยิงตัวตาย นี่กูกำลังเคลียร์จะได้รีบไปช่วยปั้นชา ไม่รู้ป่านนี้ไอ้เหี้ยนั่นทำอะไรเมียกูแล้วบ้าง)
“ไม่ต้องห่วงกูจะช่วยมึงเต็มที่”
“นาย ได้พิกัดแล้วครับ” เสียงไอ้เชนแทรกขึ้นระหว่างที่ผมกำลังคุยโทรศัพท์กับไอ้เซตัส
“ได้พิกัดของมันแล้ว กูส่งให้ตอนนี้เลย”
(โอเคขอบใจมึงมาก)
ติ๊ด!
“ส่งมา แล้วบอกคนของเราให้ตามไปอย่าให้คลาดสายตา รอเซตัสไปแต่ถ้าสถานการณ์ไม่ดีก็เข้าไปช่วยปั้นชาก่อนได้เลย” ผมบอกไอ้เชนพร้อมสั่งงานต่อและทันทีที่ได้พิกัดผมก็ส่งต่อให้ไอ้เซตัสทันที
“...อ่าส์~” พอส่งพิกัดของไอ้แท็คให้ไอ้เซตัสเรียบร้อยผมก็นั่งคิดอะไรในใจก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง
“เป็นอะไรรึเปล่าครับนาย”
“ไอ้เหี้ยนั่นฆ่าตัวตาย”
“คุณทินกรเหรอครับ”
“อืม ในชีวิตกูจะมีไอ้เหี้ยตัวไหนอีกล่ะ” ทั้งชีวิตผมไม่ว่าจะเจอคนเลวแค่ไหนแต่ไม่เคยมีใครที่ผมเรียกว่า ไอ้เหี้ย สักคนนอกจากคนอย่าง...ทินกร
“แล้ว...นายจะบอกคุณแยมโรลว่ายังไงครับ” เสียงที่ค่อนข้างกังวลดังมาจากปากของไอ้เชนในขณะที่ผมกำลังนั่งจ้องไปข้างถนน
“...”
“นายครับ”
“รีบตายห่าทำไมวะ!” ผมสบถออกมามือค่อย ๆ กำแน่นขึ้นด้วยความโมโหที่พยายามเก็บไว้ตั้งแต่รู้ว่าทินกรยิงตัวตาย แต่ยิ่งเวลาผ่านไปนับเป็นวินาทีต่อวินาทีความโกรธของผมก็ยิ่งก่อขึ้นในใจ
“นาย... / กลับไปโรงพยาบาล”
“ครับ” ไอ้เชนรับคำสั่งก่อนจะขับรถต่อโดยที่ไม่มีคำพูดอะไรออกมาอีกใช้เวลาไม่นานผมก็มาถึงโรงพยาบาลที่ย้ายอานรินทร์มาผ่าตัด ผมเดินไปหน้าห้องผ่าตัดก็เห็นเธอนั่งอยู่ตรงนั้นคนเดียวด้วยอาการใจจดใจจ่อ ขนาดผมเดินมาใกล้แล้วยังไม่รู้ตัวแสดงว่าเธอยังไม่รู้เรื่องของพ่อเธอสินะ
“อารินทร์เข้าห้องผ่าตัดนานรึยัง”
“...ครึ่งชั่วโมงแล้ว” เธอมองมาหลังจากได้ยินเสียงผมก่อนจะตอบออกมาช้า ๆ แล้วมองผมด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม
“มีอะไรรึเปล่า”
“...อาหมอบอกว่า นายสั่งให้ผ่าตัดคุณแม่วันนี้ คืออะไร?” น้ำเสียง สีหน้าและแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยของเธอทำให้ผมเอามือล้วงกระเป๋าช้า ๆ เพราะผมไม่คิดว่าอาหมอจะบอกลูกสาวคนไตรง ๆ
“อาหมอบอกผมว่าปล่อยไว้นานกว่านี้ไม่ได้แล้วผมเลยตัดสินใจให้ท่านผ่า”
“ใครจ่าย คุณพ่อ?”
“ไปรอที่ห้องพักฟื้นดีกว่าไหม การผ่าตัดใช้เวลานานนะ”
“ใครจ่าย?” เธอยังถามคำเดิมแล้วจ้องผมเขม็ง
“อยากให้ใครจ่ายล่ะหรืออยากจ่ายเอง”
“แค่ตอบคำถามง่าย ๆ มันจะตายรึไง”
“พ่อคุณจ่ายมั้งคุณหนู”
“ตกลงใครจ่าย...นายใช่ไหม” ก็ดีที่เธอรู้ว่าคนเป็นพ่อไม่มีทางยอมจ่ายค่าผ่าตัดให้แม่ตัวเองแน่ ดีเหมือนกันที่รู้เพราะถ้าคิดว่าพ่อตัวเองยอมจ่ายแล้วคงรู้สึกเสียใจแย่ที่พ่อเหี้ย ๆ ทำความดีกับลูกเมียไว้เป็นยครั้งสุดท้ายก่อนตายโหง
“ค่อยหาเงินมาใช้หนี้แล้วกัน ไปพักที่ห้องพักได้แล้วนั่งเกะกะเจ้าหน้าที่ทำไม”
“ยุ่ง!” เจ้าของเสียงตวาดเบา ๆ แล้วหันหน้ากลับไปจ้องหน้าห้องผ่าตัดอีกครั้ง
“ไปพักที่ห้องพัก”
“...” ไม่มีเสียงตอบรับจากเธอและคนฟังก็ทำเหมือนผมไม่มีตัวตนไปเฉย ๆ
ฮึ ๆ ๆ โอเค ไม่ไปก็ไม่ไป
“อ่าส์~”
ขวับ!
“นี่! จะมานั่งตรงนี้ทำไม!” เธอสะบัดหน้ากลับมามองแล้วตวาดด้วยเสียงที่ไม่ดังส่วนผมก็เอนหัวพิงกำแพง นั่งกอดอกพร้อมกับหลับตาช้า ๆ ผมเลือกที่จะไม่ตอบทำให้เธอขยับตัวแล้วกระแทกก้นลงที่เก้าอี้ตัวสุดท้าย
ฮึ ๆ ๆ
ผมลืมตาช้า ๆ ก่อนจะหันไปมองเลยโดน คุณหนู ขึงตาใส่
“อยากให้หนุนตักเหรอถึงขยับไปขนาดนั้น?”
“อย่ามาลามปาม! คิดว่าจ่ายค่าผ่าตัดให้คุณแม่แล้วจะทำอะไรก็ได้รึไงฮะ”
“ไปรอที่ห้องพักฟื้น การผ่าตัดไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง”
“ไม่ไป อย่ามา... / แยมโรล”
“...” เธอเงียบแต่จ้องผมด้วยสายตาโกรธ
“ไปรอที่ห้องพัก” ผมเน้นคำพูดให้ช้าที่สุด เผื่อว่าเธอจะไม่เข้าใจว่าผมพูดอะไร
“จะไปรู้เหรอว่าห้องไหน!” ฮึ ๆ ๆ คุณหนูขี้วีนเอาแต่ใจวีนออกมาอีกครั้ง
“ลุกสิเดี๋ยวพาไป”
“...”
“ลุกสิครับ...คุณหนู”
“...เฮอะ!” เธอต้องหน้าเหมือนอยากตรงมาหระชากหัวผมแต่ทำไม่ได้สุดท้ายก็แค่นเสียงแล้วลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางกระแทกกระทั้น ผมได้แต่ส่ายหน้า ยิ้มมุมปากบาง ๆ ให้กับความนิสัยไม่ค่อยดีของเธอแล้วลุกขึ้นยืนบ้างก่อนจะเดินนำเธอไปที่ห้องพักฟื้นที่จองเอาไว้แล้ว
“เชน” มาถึงหน้าห้องพักไอ้เชนก็ยืนรออยู่ก่อนแล้ว
“ครับนาย”
“โทรตามหนูดีแล้วใช่ไหม”
“ครับ กำลังมาครับนาย”
“อืม” ผมพยักหน้ารับแล้วเดินนำเข้าห้องพักฟื้นที่ไอ้เชนเปิดประตูให้ส่วนคุณหนูก็เดินตามมาห่าง ๆ
“มึงสั่งอาหารรึยัง” ผมเดินเข้ามาข้างใน มองสำรวจห้องที่แยกเป็นสัดส่วนของห้องพัก VIP แล้วหันไปถามมือขวาของผมเอง
“ครับ”
“เมื่อไหร่จะมา”
“สักครู่ครับนาย นายจะทานเลยไหมครับ” ผมได้ยินคำถามแต่สายตามองไปทาง คุณหนู ที่เดินไปนั่งที่โซฟาด้วยอาการหน้าหงิกหน้างอ
“ไม่ล่ะ กูจะไปทำธุระต่อ มึงอยู่ที่นี่ จัดการที่เหลือให้กูด้วย”
“ครับ” ไอ้เชนรับคำสั่งผมก็ยังไม่ละสายตาจากเธอ
“ให้คุณหนูกินข้าวให้เรียบร้อย กินให้หมด ถ้าไม่หมด...กูจะจัดการมึง” ผมสั่งออกไปและทันทีที่ผมสั่งมือขวาของผมเสร็จคุณหนูที่นั่งหน้าตาบูดบึ้งก็หันมามองหน้าผมด้วยสายตาเอาเรื่องทันที
“อย่ามาบงการชีวิตคนอื่น!”
“จัดการให้เรียบร้อยนะไอ้เชน มึงทำไม่ได้กูเอามึงตายแน่”
“นี่! ฟังที่พูดบ้างรึเปล่า! อย่ามาบงการคนอื่น ฉันไม่ได้อยากกินข้าว อย่ามาบังคับแล้วก็อย่ามากดดันพี่เชน!” เธอวีนไม่หยุดแต่ผมเลือกที่จะหันกลับมาคุยกับไอ้เชนแทน
“กูไปก่อน เอากุญแจรถมา”
“นี่ครับนาย”
“นี่! อย่ามาทำตัวถือดีให้มันมากนะ!” เสียงเธอดังขึ้นอีกครั้งแต่ผมที่หยิบกุญแจรถมาจากมือไอ้เชนไม่ได้สนใจตอบโต้นอกกระมองหน้าคนของตัวเองแล้วพูดออกมาเบา ๆ
“อย่าให้รู้เรื่องนั้นเด็ดขาด”
“ครับนาย” ไอ้เชนรับคำเบา ๆ เหมือนกันผมก็เดินออกจากห้องทันทีต่อให้จะมีรัศมีของความไม่พอใจจาก คุณหนู แผ่กระจายออกมาแค่ไหนก็ตาม
ผมมีธุระต้องไปทำ ท่าทางจะอีกหลายธุระเลย และธุระแรกที่จะทำก็คือ...ไปดูศพ
“...ฮึ!”
...มึงจะรีบตายทำไมวะ มึงยังไม่อยู่รับความล่มจมที่มึงสมควรได้รับเลยนะ คนอย่างมึงสมควรตายง่าย ๆ ด้วยกระสุนนัดเดียวที่แค่ยิงให้สมองมึงกระจายแค่นี้เหรอ?
...คนเหี้ย ๆ อย่างมึงสมควรเจ็บปวดแค่นิดเดียวแล้วตายห่าตายโหงแค่นี้น่ะเหรอ มึงคิดว่ามันสมแล้วเหรอกับเรื่องเหี้ย ๆ ที่มึงทำไว้?
...คิดว่าคนอย่างกูจะยอมให้มึงตายโหงสงบเหรอ ไม่มีทาง ต่อให้มึงตายโหงตายห่าไปแล้วก็ก็จะจองล้างจองผลาญจองเวรจองกรรมกับคนอย่างมึงต่อ เงยหน้ารอดูผลงานของกูจากนรกขุมสุดท้ายได้เลยเพราะกูจะเล่นลูกมึงเอาให้มึงอยากแหกนรกออกมาเลยไอ้สารเลว
-วันต่อมา-“เหนื่อยไหม”“ไม่เหนื่อยค่ะ” ฉันทั้งยิ้มทั้งส่ายหน้า เรากำลังเดินเล่นกันค่ะ เดินชมรีสอร์ทที่มีพื้นที่เยอะมาก ๆ แต่ไม่ได้สร้างให้ใหญ่เวอร์นะเป็นรีสอร์ท Luxury ที่ตัวบ้านพักแต่ละหลังอยู่ห่างกันพอสมควรแถมยังกลมกลืนกับธรรมชาติมาก ๆ ช่วงสายของวันนี้หลังจากทานอาหารเช้ากับคุณอาของพี่คินซึ่งท่านเป็นคุณแม่ของพี่ไนซ์ด้วยพี่คินก็พาฉันเดินชมทั่วรีสอร์ทแต่ฉันไม่รู้สึกเหนื่อยเลยเพราะที่นี่วิวสวยบรรยากาศก็ดี ยิ่งอากาศนะเย็นสบายมาก ๆ เลยค่ะ“แล้วเมียพี่ชอบไหม” ตาหวานตาเยิ้มเลยนะคุณอคิน ยิ่งตอนพูดว่าเมียมือใหญ่ที่จับมือฉันอยู่ก็บีบมือเข้าหากันด้วย ดูเขาภูมิใจกับการมีเมียสุด ๆ ไปเลย ส่วนฉันก็ใจฟูสุด ๆ ไปเลยเหมือนกันที่คนรักของเราเขาภูมิใจในการเรียกเราว่าเมียมาก ๆ“ชอบค่ะ บรรยากาศดีมาก~ แล้วที่นี่ใกล้จะเปิดรึยังคะ” ที่นี่เป็นรีสอร์ทที่พี่คินร่วมหุ้นกับคุณอา ท่านเพิ่งเล่าให้ฟังหลังกินข้าวเช้าเสร็จว่าเมื่อสองปีก่อนท่านเคยบ่น ๆ กับพี่คินว่าแก่แล้วเบื่อกรุงเทพอยากอยู่แบบสงบ ๆ ที่เหนือ อยากตื่นมาเจอหมอกกับภูเขาแต่ก็ไม่อยากอยู่เงียบ ๆ เกินไปอยากมีรีสอร์ทเล็ก ๆ ไว้ดูแลในแต่ละวันจะได้พบเจอกับลูกค้าให
“แค่เพราะอยากได้ผู้ชายคนหนึ่งเธอต้องทำร้ายผู้หญิงด้วยกันขนาดนี้เลยเหรอ?”“แล้วกลับมาทำไม! กลับมาอ่อยเขาทั้งที่เขาอยู่กับฉันมาเป็นปีมันก็สมควรแล้วที่จะโดน!”ซ่าส์!“กรี๊ด!!!!!!!”“พูดมากไม่สำนึกความชั่วก็เชิญแดกเพียว ๆ ไปเลยเถอะอีประสาท!”“กรี๊ด!!! แยมโรลเธอทำแบบนี้ได้ยังไง! กรี๊ด!!!” หน้ายัยคุณอิ้งค์อะไรนี่แดงจัด ตัวก็สั่น พูดจบก็พยายามเช็ดปากซ้ำ ๆ แต่ยิ่งเช็ดยิ่งดูสติแตกมากขึ้น จนกระทั่งสุดท้ายก็ถึงขั้นถ่มน้ำลายออกมาต่อหน้าฉันกับพี่คิน“ถุย! ถุย! ถุย!!!” ยัยคุณอิ้งค์อะไรนี่ถ่มน้ำลายทิ้งไม่หยุดเลยค่ะ ดูไม่มีสติอะไรแล้วเอาแต่สนใจจะถ่มน้ำลายเพื่อให้ยามันออกมา...ทุเรศ“ถ่มทิ้งทำไม ชิมหน่อยสิคะพี่อิ้งค์ ซื้อมาหลายบาทไม่ใช่เหรอ ทิ้งไว้ให้เสียของทำไมคะ” ฉันจ้องแล้วพูดเสียงเย็นพูดจบก็โยนขวดแก้วในมือทิ้งลงไปตรงหน้ายัยสารเลว“แก! ฮึก! แกทำแบบนี้ได้ยังไง!”“ทีเธอยังทำเลย มีสิทธิ์อะไรมาด่าคนอื่น?” ฉันยิ้มด้วยความสะใจสายตาก็มองเห็นความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดกับยัยนี่เพราะอยู่ ๆ หน้ายัยคุณอิ้งค์ที่แดงเพราะโกรธตจัดอยู่แล้วจนไม่น่าจะแดงได้มากกว่านี้ก็แดงขึ้นอีกจนเห็นได้ชัด แถมหน้าผากกับไรผมก็มีเหง
“งงอะไรเหรอคะ”“ก็งงที่...ตลอดระยะเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมาทำไมอิ้งค์แท็คพี่เหมือนเราเป็นแฟนกันเลย แต่นั่นยังไม่งงเท่า...อิ้งค์กับเพื่อนอิ้งค์รู้ได้ไงว่าเมียพี่เข้าไอซียู”“...”“ว่าไงครับ ตอบพี่ได้ไหม อย่าปฏิเสธล่ะ พี่รู้ว่าอิ้งค์ไม่โง่ ตอบพี่มาหน่อยครับว่ารู้ได้ไง ตอบความจริงกับพี่นะ...รู้ใช่ไหมว่าไอ้กลัฟกับจีน่าไม่ได้อยู่บนโลกนี้แล้ว?”“พี่...พี่คิน~”“ตอบ”“อิ้งค์ อิ้งค์ไม่รู้ว่าพี่คินพูดเรื่องอะไร กลัฟกับจีน่าเป็นใครอิ้งค์ก็ไม่รู้จัก ส่วนเรื่องโพสอิ้งค์ก็แค่...พี่คินก็รู้ว่าอิ้งค์รู้สึกยังไง อิ้งค์แค่...สนองความสุขทางใจให้ตัวเอง” เธออธิบายให้ผมฟังพร้อมกับน้ำตาที่กำลังคลอ แววตาก็เต็มไปด้วยความตัดพ้อ“ขอโทษนะครับ แต่พี่ไม่รู้หรอกว่าอิ้งค์รู้สึกยังไง พี่ไม่เคยสนใจความรู้สึกของผู้หญิงคนไหนยกเว้นของเมียพี่”“พี่คิน~” ผมไม่รู้ว่าคำพูดของผมรุนแรงหรือเสียมารยาทแค่ไหน แต่ผมไม่สนใจใครจะคิดยังไงกับผมมันเป็นเรื่องของพวกเธอ ผมรู้แค่ตัวผมชัดเจนเท่านั้นก็พอแล้ว อาจจะพูดคุยด้วยความสนิทแต่สนิทแบบเพื่อน พี่น้อง หรือนายจ้างลูกจ้างมันก็สนิทกันได้ทั้งนั้น ถ้าผมเคยเกินเลยค่อยมาด่าผมแต่ผมมั่นใจว่าผมไม่เคยทำ
“ฟอด~”“อื้อ~ จะนอน~”“ไม่ตื่นมาดูหมอกหน่อยเหรอ”“ไม่เอา~” คนสวยของผมปัดป่ายมือเพื่อปัดมือผมที่ยุ่มย่ามที่ไหล่มนของเธอออกผมเลยเอาคางไปเกยแทนตัวหอมว่ะ มาถึงเกือบตีสามเหนื่อยล้ากันทั้งคู่แต่ผมนอนไม่หลับจนถึงตอนนี้เพราะการได้กอดร่างนุ่ม ๆ หอม ๆ ของแยมโรลอีกครั้งมันเหมือนฝัน ผมนอนกอดเธอจนเช้าโดยที่ตัวเองนอนไม่หลับแม้แต่วินาทีเดียว“วิวสวยนะ”“ตื่นไม่ไหว~”“พี่อุ้มไปดูไหมล่ะ” ผมยังกระซิบถามต่อ อยากให้แยมโรลตื่นมาดูหมอกตอนเช้าด้วยกันเพราะผมที่อยู่มาที่นี่นานเป็นปีก็เพิ่งกลับมาดูมันอีกครั้งวันนี้เหมือนกันหลังจากที่มาถึงที่นี่เช้าแรกเมื่อปีก่อนแล้วได้ดูแต่หลังจากนั้นผมก็ไม่ดูหมอกตอนเช้าอีกเลย...ถ้าได้ตื่นมายืนดูหมอกด้วยกันก็คงดีผมจำความรู้สึกวันนั้นได้ดีว่าเผลอคิดแบบนี้แล้วโกรธตัวเองมากแค่ไหนหลังจากนั้นผมก็ไม่เคยตื่นมาดูหมอกตอนเช้าอีกเลยเพราะผมกลัวความคิด ความคิดถึง และความโหยหาของตัวเอง“อื้อ~ ไม่เอา~”“ที่รัก พี่อยากดูหมอกตอนเช้ากับที่รัก” ผมรู้ว่ากวนแยมโยล รู้ว่าเธอรำคาญที่ถูกรบกวนการนอนแต่ผมอยากดูหมอกตอนเช้าในครั้งแรกที่มาค้างที่นี่ด้วยกันจริง ๆ“อื้อ~ เซ้าซี้~” แยมโรลเริ่มวีนผมเลยข้าม
“กลับกันเลยดีกว่า”“คะ? เวลานี้เหรอ?”“อื้ม เวลานี้ล่ะ แต่ไม่ได้กลับบ้านนะ ไปน่านกัน”“ไปน่าน?”“ครับผม ไปน่านกัน ไปตอนนี้ล่ะ พี่อดทนรอไม่ไหวหรอก พี่อยากรู้ว่า...อิ้งค์กับเพื่อนรู้ได้ยังไงว่าเมียพี่เข้าไอซียู”“พี่คินไม่ได้บอกเขาเหรอคะว่าเกิดอะไรกับแยม”“เขาเป็นใครทำไมพี่ต้องบอก?” นอกจากจะเสียงแข็งพอประมาณหน้าคุณอคินก็ดุด้วยฉันเลยยิ้มอ่อน“ดุทำไม ถามแค่นี้เอง”“อย่างอื่นก็ดุ เดี๋ยวพิสูจน์ให้ดู”“บ้า!”“ฮึ ๆ ๆ แล้วเรายังเพลียอยู่ไหม ถ้าไปคืนนี้ไหวรึเปล่า” เขาถามพร้อมกับลูบหัวส่วนฉันพอโดนถามก็ส่ายหน้าทันที“ไม่เพลียค่ะ” หรือต่อให้เพลียแต่ถ้าได้ออกจากโรงพยาบาลยังไงซะแยมโรลก็ยินดีออก ไม่ชอบกลิ่น ไม่ชอบเตียง ถึงแม้ว่าจะเป็นห้อง VVIP ที่หรูมาก ถึงที่นี่จะเป็นหนึ่งในธุรกิจของคนตรงหน้าแต่โรงพยาบาลก็คือโรงพยาบาล ไม่โอเค ไม่เอา ไม่อยากอยู่นาน“โอเค ถ้างั้นไปกันเลยนะ”“แต่แยมไม่มีเสื้อผ้านะคะ”“พี่เตรียมมาให้แล้ว ว่าจะชวนกลับบ้านคืนนี้อยู่แล้วก็เลยเตรียมมาให้เลย”“ขอบคุณนะคะ ถ้างั้นขอชุดหน่อย” ฉันพูดจบเขาก็ขยับมาใกล้ สายตาพี่คินหวานซึ้งมาก ๆ ยิ่งใกล้เท่าไหร่หัวใจก็ยิ่งเต้นรัวมากขึ้นเป็นเท่าตัวฟ
“ยังไม่ได้กินข้าวจริง ๆ เหรอ”“เกี่ยวอะไรกับกินข้าว”“...”“แยมโรล บอกพี่มา ถามเรื่องนั้นแล้ววนไปถามเรื่องกินข้าวมันคืออะไร มีอะไรคุยกันตรง ๆ อย่าเป็นเหมือนเมื่อก่อน พี่ไม่อยากเลิกกันแล้วนะ หรือว่าเราอยากเลิกกับพี่?”“...”“แยมโรล” ฉันเงียบเสียงเขาก็ดุมากขึ้น“...กับคุณอิ้งค์ถึงขั้นไหนแล้ว” โอเค ถามตรง ๆ ดีกว่า ถ้างั้นก็ขอถามเรื่องที่อยากรู้ที่สุดเลยก็แล้วกัน“อิ้งค์?” ถามปุ๊บคุณอคินก็พูดชื่อฝ่ายนั้นสั้น ๆ ด้วยสีหน้างุนงงฉันจะทำยังไงล่ะนอกจากพยักหน้า“ค่ะ”“ยังไม่ลืมอิ้งค์อีกเหรอ?” ยังจะทำหน้างงต่ออีก“จะลืมได้ยังไงพี่คิน”“ฮึ ๆ ๆ แสดงว่าหึงยาว”“ไม่เล่นค่ะ นี่ซีเรียสนะ จะมีใครลืมแฟนใหม่ของคนรักตัวเองได้ลงเหรอถามจริง”“แฟนใหม่? แฟนใหม่อะไรพี่ไม่ได้คบอิ้งค์ ไม่เคยคบ ตอนนั้นแค่ประชดเราเฉย ๆ ประชดแค่ตอนอยู่กับเราด้วย เวลาต้องคุยงานกับเขาพี่ก็ทำตัวปกติ”“โกหกรึเปล่า” คำพูดเขาหนักแน่นถึงหน้าตาจะไม่ได้ซีเรียสจริงจังก็ตาม แต่ฉันก็ไม่กล้าเชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกในเมื่อการกระทำของอีกฝ่ายมันบอกอีกอย่างแถมฝ่ายนั้นยังออกสื่อด้วยนะ“โกหกเมียทำให้ไม่เจริญ พี่ไม่ทำ”“พี่คิน~ อย่าเพิ่งเล่นมุขได้ไหมค







