LOGIN-สองวันต่อมา-
“ฮ้าว~” ฉันเดินออกจากห้องนอนในสภาพง่วง ๆ งง ๆ อยากนอนต่อแต่หิวน้ำ ลืมหยิบน้ำขึ้นไปเลยต้องฝืนลงมาตอนตีหนึ่งเพราะถ้าไม่ได้ดื่มน้ำฉันคงหลับต่อไม่ได้แน่ คอแห้งสุด ๆ ไปเลย
เอ๊ะ! ทำไมประตูบานนั้นเปิด? น้าปานลืมปิดประตูเหรอ
“แค่ก ๆ ๆ” ฉันจะเดินมาปิดประตูแต่กลิ่นที่ไม่ชอบก็โชยเข้าจมูกทันทีเลยทำให้สำลัก
“...ลงมาทำไม” เขาหันมามองหน้าฉัน โยนบุหรี่ลงพื้นใช้เท้าขยี้แล้วค่อยถาม
“ไหนบอกว่าไปนอนกับพี่เชน มาทำอะไร” ฉันไม่ตอบคำถามเขา ฉันอยากรู้เรื่องที่ถามมากกว่า อยู่ที่นี่มาสองคืนแล้วไม่เจอเขาสักวันแล้วนี่ทำไมมายืนสูบบุหรี่อยู่ตรงนี้เวลานี้
“ลงมาทำไม”
“ฉันถามนายยังไม่ตอบฉันเลย”
“ผมถามก่อน” เขายอกย้อนแล้วเดินเข้ามา กวนประสาทเป็นบ้า
“ลงมาเอาน้ำ”
“ได้น้ำหรือยัง”
“ยัง เห็นประตูบ้านเปิดคิดว่าน้าปานลืมเลยเดินมาปิด ไม่คิดว่าจะเจอนาย”
“ถ้างั้นก็หยิบน้ำแล้วขึ้นไปนอนซะคุณหนู” นี่เขาไล่ฉันเหรอ?
“นายยังไม่ตอบคำถามฉันว่าทำไมถึงอยู่ตรงนี้ ไหนบอกว่าจะไปนอนกับพี่เชนแล้วมาอยู่ตรงนี้ได้ไง” ฉันรู้ว่านี่บ้านเขาแต่เขารับปากเองว่าจะไปนอนกับพี่เชนระหว่างที่ฉันอยู่ที่นี่
“ผมแวะมาเอาของ ไปหยิบน้ำแล้วขึ้นไปนอนได้แล้วน่า” น้ำเสียงเขาเริ่มดุขึ้นมันเลยทำให้ฉันที่ไม่เคยอยากจะยอมคนอย่างเขาเริ่มหงุดหงิดขึ้นมา
“คิดว่าเป็นบ้านตัวเองแล้วจะไล่ใครยังไงก็ได้รึไง”
“ไม่ได้ไล่แต่บุหรี่มันเหม็น จะอยู่ตรงนี้ทำไมเดี๋ยวก็ปวดหัว”
“...”
“ไปได้แล้ว เดี๋ยวปวดหัว”
“รู้ว่าเหม็นแล้วจะสูบเพื่อ ไม่มีใครขอให้เลิกได้เลยรึไง ขอแล้วเลิกไม่ได้เลยเหรอ?” ฉันเหน็บเขาแล้วหันหลังเดินไปที่ห้องครัวด้วยความรู้สึกหงุดหงิดเล็ก ๆ ในใจทันที
“โฮ่ง!” ฉันเดินผ่านห้องของไอ้เน่าเสียงไอ้เจ้าของห้องก็ดังขึ้นมา
“โฮ่ง ๆ ๆ” แล้วก็ดังถี่ขึ้นกว่าเดิมเยอะเลยค่ะ หูดีจริง ๆ ไอ้เจ้าหมายักษ์
“มาแล้วไอ้เต้า ใจเย็น ๆ อย่าเสียงดังได้ไหม” ฉันทำใจแข็งเดินไปหยิบน้ำแล้วขึ้นนอนไม่ลงหรอก ได้ยินเสียงลูกชายเห่าเรียกเสียงดังขนาดนี้ก็นึกภาพออกทันทีว่าในห้องมะหมาจะมีหมาตัวใหญ่ที่ชอบทำเหมือนตัวเองเป็นตัวเล็กตัวน้อยกำลังกระดิกหางด้วยความดีใจแค่ไหน
กริ๊ก!
ฉันเปิดประตูห้องพอประตูเปิดอ้าไอ้เจ้าเน่าเต้าหู้ก็กระโจนใส่ฉันทันที
“ว้าย! ใจเย็น ๆ ได้ไหมเต้าหู้~” ฉันแทบล้มแต่ทรงตัวได้ทันก่อน เต้าหู้ใช้สองเท้าหน้าเกาะฉันไว้แล้วเอาหน้ามามุดหน้าท้องด้วยความดีใจแต่แค่แป๊บเดียวก็ผละออก
“โฮ่ง! โฮ่ง ๆ ๆ” เต้าหู้เห่าเสียงดังลั่นอีกครั้งคราวนี้หางที่กระดิกก็แกว่งจนฉันกลัวจะหลุดแล้วไอ้หมายักษ์หัวใจเด็กก็วิ่งไปทันที
“จะไปไหนเต้าหู้!” ฉันตะโกนเรียกแต่เต้าหู้ไม่หยุดเลยต้องรีบเดินตาม
“โฮ่ง ๆ ๆ”
“อะไร ดีใจทำห่าอะไรขนาดนี้ไม่เจอหน้ากันเป็นชาติรึไงวะไอ้ลูกหมา” ฉันเดินตามเต้าหู้มาถึงได้เห็นว่ามันวิ่งมาหาพ่อ ไม่ใช่ วิ่งมาหาเจ้านายของมันที่ตอนนี้ยืนอยู่ที่บาร์แล้วก็กำลังยกแก้วเหล้าสีอำพันดื่มอย่างกับดื่มน้ำเปล่า
เหอะ!
สูบบุหรี่เสร็จก็มาดื่มเหล้าเพียวต่อ สุดยอดจริง ๆ
“โฮ่ง ๆ ๆ” เต้าหู้เห่าเสียงดังแล้วก็นั่งลงตรงหน้าเจ้านายของมัน นั่งทำท่าจุ๊มปุ๊กเป็นลูกขนุนกลม ๆ แลบลิ้นยาว ๆ ออกมาด้วยนะ น่ารักเป็นบ้าเลย
“อะไรของมึง มาทำท่าน่ารักใส่กูทำไม”
“พูดจาดี ๆ กับเต้าหู้ไม่เป็นรึไง” ไม่ได้อยากคุยด้วยเลยนะแต่เห็นเขาพูดจาไม่ดีใส่ลูกชายฉันทำให้ฉันอดไม่ได้ นี่ที่ผ่านมาเต้าหู้ต้องเจอกับอะไรบ้างเนี่ย พูดจาแย่เป็นบ้า พอฉันว่าเขาก็มองมาที่ฉันระหว่างที่มองก็ยกเหล้าขึ้นดื่มทีเดียวหมดแก้ว พอเหล้าหมดก็มองไปที่เต้าหู้พร้อมกับวางแก้วเหล้าลง
“เป็นอะไรครับเต้าหู้ ทำท่าน่ารักใส่พ่อทำไมครับไอ้หมาน้อย”
“นี่! อย่ามากวนประสาทนะ!” ฉันว่าทันทีเพราะรู้ว่าเขากำลังแกล้งทำเพื่อกวนประสาทฉัน พอฉันว่าเขาก็ไม่ได้หันมามองนะเขาก้มลงไปเอามือเกาคางเต้าหูนิดหน่อยก่อนถึงได้ยืดตัวขึ้นแล้วมองฉันอีกครั้ง
“กวนประสาทอะไร ก็พูดเองว่าพูดจาดี ๆ กับเต้าหู้ไม่เป็นรึไง ผมก็พูดจาดี ๆ กับลูกชายแล้วนี่ไง หรือว่ายังดีไม่พอครับหม่ามี๊ไอ้เต้า”
“...” พูดจาแบบนี้ต้องการอะไร อยากปั่นประสาท อยากยั่วโมโหเหรอ?
“ปล่อยมันออกมาแบบนี้ต้องรับผิดชอบนะ อย่าแกล้งให้มันดีใจเก้อ ถ้าเอามันไปเก็บที่ห้องเลยมันเศร้าแย่” เขาพูดพร้อมกับใช้เท้าเขี่ยคางเต้าหู้เล่น หยาบชะมัด ไม่อ่อนโยนกับลูกชายฉันเลยทั้งที่มันวิ่งมาหาตัวเองด้วยความดีใจแท้ ๆ
“รู้ เดี๋ยวจัดการเอง” ฉันบอกห้วน ๆ แล้วเดินไปหยุดอยู่ข้างเขา ไม่ได้อยากยืนใกล้แม้แต่นิดเดียวแต่ฉันต้องตะล่อมพาเต้าหู้กลับไปที่ห้องก่อน ไปถึงห้องมะหมาแล้วค่อยเล่นด้วยจนเต้าหู้หมดพลัง
ฉันตะล่อมพาเต้าหู้มาที่ห้องส่วนตัวของมันได้สำเร็จหลังจากใช้เวลาเกือบยี่สิบห้านาทีเพราะเต้าหู้เหมือนจะเดินมากับฉันแต่ก็หันไปห่วงเจ้านายของมันจนสุดท้ายการจะพากลับห้องได้ก็ต้องจบที่ฉันและเขาต้องมาด้วยกัน
ปกติเต้าหู้เป็นหมาที่พูดจารู้เรื่องนะแต่วันนี้บอกยากมาก ไม่รู้พิศวาสอะไรอีตานี่นักหนา พอมาถึงก็ต้องเล่นบอลด้วยอีกเกือบยี่สิบนาทีถึงได้ยอมหมดพลังแล้วมาทิ้งตัวนอนข้าง ๆ ให้เกาพุงให้ อ้อ! แล้วก็ต้องมีเจ้านายตัวเองอยู่ใกล้ ๆ ด้วยนะคะไม่งั้นมันเห่าไม่หยุดเลยไอ้หมาเอาแต่ใจ
“นอนได้แล้วไอ้เน่า” ฉันเกาพุงให้ช้า ๆ ไม่นานเต้าหู้ก็หลับเลยเดินออกมาซึ่งเขาเองก็เดินตามหลังมาเหมือนกันแต่ฉันไม่ได้สนใจเขา ฉันตรงไปห้องครัวจะหยิบน้ำแล้วขึ้นห้องเลยส่วนเขาเห็นบอกตอนแรกว่าแวะมาเอาของซึ่งมันก็เป็นเรื่องของเขาไม่ได้เกี่ยวอะไรกับฉัน
“ถ้าปั้นชาไปจากไอ้เซตัสแล้วคุณจะทำยังไงต่อ” ฉันเดินไปหยิบน้ำเรียบร้อยกำลังจะเดินขึ้นไปข้างบนเสียงเขาก็ดังขึ้น พอหันไปมองถึงได้เห็นว่าเขายืนอยู่ที่บาร์อีกครั้ง ไหนบอกว่าแวะมาเอาของทำไมไม่ไปหยิบของแล้วไปสักที
“ไม่ใช่เรื่องของนาย” ฉันตอบอย่างไม่ใส่ใจแล้วเดินต่อ
“อยากแต่งงานกับมันเหรอ”
“ไม่ใช่เรื่องของนาย” ฉันยังย้ำคำเดิมเพื่อบอกให้เขารู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องของเขา ไม่ต้องมาถาม
“ไอ้ตัสมันเป็นผัวเพื่อนรัก จะเอาลงเหรอคุณหนู” ฉันกำลังจะก้าวเท้าขึ้นบันไดขั้นแรกเสียงเขาก็ถามอีกครั้ง และคำที่เขาใช้ถามก็ทำให้ฉันหยุดก้าวเดินแต่ไม่คิดจะหันกลับไปมอง
“ฉันบอกว่าไม่ใช่เรื่องของนาย”
“เอาลงจริง ๆ เหรอ นอกจากมันเป็นผัวของเพื่อนรัก มันยังเป็นเพื่อนรักของผะ...”
ขวับ!
“ฉันบอกว่าไม่ใช่เรื่องของนาย!” ฉันหันกลับไปตะคอกใส่เขาตั้งแต่เขายังพูดไม่จบด้วยความโมโหโดยที่ฉันไม่รู้ตัวเลยว่าเขามายืนอยู่ข้างหลังฉันตั้งแต่เมื่อไหร่
หมับ!
“อื้อ!!!!!” ฉันร้องในลำคอด้วยความตกใจที่...
ช่างมันเถอะ!
ผลัก!
เพี้ยะ!
ฉันผลักอกเขาออกในจังหวะที่เขาผ่อนการควบคุมลงแล้วฟาดมือลงเต็มหน้า
หมับ!
เขาโดนตบเต็มแรงแต่ก็จับข้อมือฉันแล้วล็อคตัวฉันเอาไว้
“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้” เสียงที่พูดรอดไรฟันออกไปโดยที่ฉันไม่คิดจะหลบสายตาหลบการปะทะอะไรทั้งนั้นต่อให้เมื่อกี้ฉันจะเพิ่งโดนเขาทำอะไรที่จาบจ้วงไปก็ตาม
“อยากให้ช่วยไหม”
“...”
“ว่าไง...อยากให้พี่ช่วยไหม”
-วันต่อมา-“เหนื่อยไหม”“ไม่เหนื่อยค่ะ” ฉันทั้งยิ้มทั้งส่ายหน้า เรากำลังเดินเล่นกันค่ะ เดินชมรีสอร์ทที่มีพื้นที่เยอะมาก ๆ แต่ไม่ได้สร้างให้ใหญ่เวอร์นะเป็นรีสอร์ท Luxury ที่ตัวบ้านพักแต่ละหลังอยู่ห่างกันพอสมควรแถมยังกลมกลืนกับธรรมชาติมาก ๆ ช่วงสายของวันนี้หลังจากทานอาหารเช้ากับคุณอาของพี่คินซึ่งท่านเป็นคุณแม่ของพี่ไนซ์ด้วยพี่คินก็พาฉันเดินชมทั่วรีสอร์ทแต่ฉันไม่รู้สึกเหนื่อยเลยเพราะที่นี่วิวสวยบรรยากาศก็ดี ยิ่งอากาศนะเย็นสบายมาก ๆ เลยค่ะ“แล้วเมียพี่ชอบไหม” ตาหวานตาเยิ้มเลยนะคุณอคิน ยิ่งตอนพูดว่าเมียมือใหญ่ที่จับมือฉันอยู่ก็บีบมือเข้าหากันด้วย ดูเขาภูมิใจกับการมีเมียสุด ๆ ไปเลย ส่วนฉันก็ใจฟูสุด ๆ ไปเลยเหมือนกันที่คนรักของเราเขาภูมิใจในการเรียกเราว่าเมียมาก ๆ“ชอบค่ะ บรรยากาศดีมาก~ แล้วที่นี่ใกล้จะเปิดรึยังคะ” ที่นี่เป็นรีสอร์ทที่พี่คินร่วมหุ้นกับคุณอา ท่านเพิ่งเล่าให้ฟังหลังกินข้าวเช้าเสร็จว่าเมื่อสองปีก่อนท่านเคยบ่น ๆ กับพี่คินว่าแก่แล้วเบื่อกรุงเทพอยากอยู่แบบสงบ ๆ ที่เหนือ อยากตื่นมาเจอหมอกกับภูเขาแต่ก็ไม่อยากอยู่เงียบ ๆ เกินไปอยากมีรีสอร์ทเล็ก ๆ ไว้ดูแลในแต่ละวันจะได้พบเจอกับลูกค้าให
“แค่เพราะอยากได้ผู้ชายคนหนึ่งเธอต้องทำร้ายผู้หญิงด้วยกันขนาดนี้เลยเหรอ?”“แล้วกลับมาทำไม! กลับมาอ่อยเขาทั้งที่เขาอยู่กับฉันมาเป็นปีมันก็สมควรแล้วที่จะโดน!”ซ่าส์!“กรี๊ด!!!!!!!”“พูดมากไม่สำนึกความชั่วก็เชิญแดกเพียว ๆ ไปเลยเถอะอีประสาท!”“กรี๊ด!!! แยมโรลเธอทำแบบนี้ได้ยังไง! กรี๊ด!!!” หน้ายัยคุณอิ้งค์อะไรนี่แดงจัด ตัวก็สั่น พูดจบก็พยายามเช็ดปากซ้ำ ๆ แต่ยิ่งเช็ดยิ่งดูสติแตกมากขึ้น จนกระทั่งสุดท้ายก็ถึงขั้นถ่มน้ำลายออกมาต่อหน้าฉันกับพี่คิน“ถุย! ถุย! ถุย!!!” ยัยคุณอิ้งค์อะไรนี่ถ่มน้ำลายทิ้งไม่หยุดเลยค่ะ ดูไม่มีสติอะไรแล้วเอาแต่สนใจจะถ่มน้ำลายเพื่อให้ยามันออกมา...ทุเรศ“ถ่มทิ้งทำไม ชิมหน่อยสิคะพี่อิ้งค์ ซื้อมาหลายบาทไม่ใช่เหรอ ทิ้งไว้ให้เสียของทำไมคะ” ฉันจ้องแล้วพูดเสียงเย็นพูดจบก็โยนขวดแก้วในมือทิ้งลงไปตรงหน้ายัยสารเลว“แก! ฮึก! แกทำแบบนี้ได้ยังไง!”“ทีเธอยังทำเลย มีสิทธิ์อะไรมาด่าคนอื่น?” ฉันยิ้มด้วยความสะใจสายตาก็มองเห็นความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดกับยัยนี่เพราะอยู่ ๆ หน้ายัยคุณอิ้งค์ที่แดงเพราะโกรธตจัดอยู่แล้วจนไม่น่าจะแดงได้มากกว่านี้ก็แดงขึ้นอีกจนเห็นได้ชัด แถมหน้าผากกับไรผมก็มีเหง
“งงอะไรเหรอคะ”“ก็งงที่...ตลอดระยะเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมาทำไมอิ้งค์แท็คพี่เหมือนเราเป็นแฟนกันเลย แต่นั่นยังไม่งงเท่า...อิ้งค์กับเพื่อนอิ้งค์รู้ได้ไงว่าเมียพี่เข้าไอซียู”“...”“ว่าไงครับ ตอบพี่ได้ไหม อย่าปฏิเสธล่ะ พี่รู้ว่าอิ้งค์ไม่โง่ ตอบพี่มาหน่อยครับว่ารู้ได้ไง ตอบความจริงกับพี่นะ...รู้ใช่ไหมว่าไอ้กลัฟกับจีน่าไม่ได้อยู่บนโลกนี้แล้ว?”“พี่...พี่คิน~”“ตอบ”“อิ้งค์ อิ้งค์ไม่รู้ว่าพี่คินพูดเรื่องอะไร กลัฟกับจีน่าเป็นใครอิ้งค์ก็ไม่รู้จัก ส่วนเรื่องโพสอิ้งค์ก็แค่...พี่คินก็รู้ว่าอิ้งค์รู้สึกยังไง อิ้งค์แค่...สนองความสุขทางใจให้ตัวเอง” เธออธิบายให้ผมฟังพร้อมกับน้ำตาที่กำลังคลอ แววตาก็เต็มไปด้วยความตัดพ้อ“ขอโทษนะครับ แต่พี่ไม่รู้หรอกว่าอิ้งค์รู้สึกยังไง พี่ไม่เคยสนใจความรู้สึกของผู้หญิงคนไหนยกเว้นของเมียพี่”“พี่คิน~” ผมไม่รู้ว่าคำพูดของผมรุนแรงหรือเสียมารยาทแค่ไหน แต่ผมไม่สนใจใครจะคิดยังไงกับผมมันเป็นเรื่องของพวกเธอ ผมรู้แค่ตัวผมชัดเจนเท่านั้นก็พอแล้ว อาจจะพูดคุยด้วยความสนิทแต่สนิทแบบเพื่อน พี่น้อง หรือนายจ้างลูกจ้างมันก็สนิทกันได้ทั้งนั้น ถ้าผมเคยเกินเลยค่อยมาด่าผมแต่ผมมั่นใจว่าผมไม่เคยทำ
“ฟอด~”“อื้อ~ จะนอน~”“ไม่ตื่นมาดูหมอกหน่อยเหรอ”“ไม่เอา~” คนสวยของผมปัดป่ายมือเพื่อปัดมือผมที่ยุ่มย่ามที่ไหล่มนของเธอออกผมเลยเอาคางไปเกยแทนตัวหอมว่ะ มาถึงเกือบตีสามเหนื่อยล้ากันทั้งคู่แต่ผมนอนไม่หลับจนถึงตอนนี้เพราะการได้กอดร่างนุ่ม ๆ หอม ๆ ของแยมโรลอีกครั้งมันเหมือนฝัน ผมนอนกอดเธอจนเช้าโดยที่ตัวเองนอนไม่หลับแม้แต่วินาทีเดียว“วิวสวยนะ”“ตื่นไม่ไหว~”“พี่อุ้มไปดูไหมล่ะ” ผมยังกระซิบถามต่อ อยากให้แยมโรลตื่นมาดูหมอกตอนเช้าด้วยกันเพราะผมที่อยู่มาที่นี่นานเป็นปีก็เพิ่งกลับมาดูมันอีกครั้งวันนี้เหมือนกันหลังจากที่มาถึงที่นี่เช้าแรกเมื่อปีก่อนแล้วได้ดูแต่หลังจากนั้นผมก็ไม่ดูหมอกตอนเช้าอีกเลย...ถ้าได้ตื่นมายืนดูหมอกด้วยกันก็คงดีผมจำความรู้สึกวันนั้นได้ดีว่าเผลอคิดแบบนี้แล้วโกรธตัวเองมากแค่ไหนหลังจากนั้นผมก็ไม่เคยตื่นมาดูหมอกตอนเช้าอีกเลยเพราะผมกลัวความคิด ความคิดถึง และความโหยหาของตัวเอง“อื้อ~ ไม่เอา~”“ที่รัก พี่อยากดูหมอกตอนเช้ากับที่รัก” ผมรู้ว่ากวนแยมโยล รู้ว่าเธอรำคาญที่ถูกรบกวนการนอนแต่ผมอยากดูหมอกตอนเช้าในครั้งแรกที่มาค้างที่นี่ด้วยกันจริง ๆ“อื้อ~ เซ้าซี้~” แยมโรลเริ่มวีนผมเลยข้าม
“กลับกันเลยดีกว่า”“คะ? เวลานี้เหรอ?”“อื้ม เวลานี้ล่ะ แต่ไม่ได้กลับบ้านนะ ไปน่านกัน”“ไปน่าน?”“ครับผม ไปน่านกัน ไปตอนนี้ล่ะ พี่อดทนรอไม่ไหวหรอก พี่อยากรู้ว่า...อิ้งค์กับเพื่อนรู้ได้ยังไงว่าเมียพี่เข้าไอซียู”“พี่คินไม่ได้บอกเขาเหรอคะว่าเกิดอะไรกับแยม”“เขาเป็นใครทำไมพี่ต้องบอก?” นอกจากจะเสียงแข็งพอประมาณหน้าคุณอคินก็ดุด้วยฉันเลยยิ้มอ่อน“ดุทำไม ถามแค่นี้เอง”“อย่างอื่นก็ดุ เดี๋ยวพิสูจน์ให้ดู”“บ้า!”“ฮึ ๆ ๆ แล้วเรายังเพลียอยู่ไหม ถ้าไปคืนนี้ไหวรึเปล่า” เขาถามพร้อมกับลูบหัวส่วนฉันพอโดนถามก็ส่ายหน้าทันที“ไม่เพลียค่ะ” หรือต่อให้เพลียแต่ถ้าได้ออกจากโรงพยาบาลยังไงซะแยมโรลก็ยินดีออก ไม่ชอบกลิ่น ไม่ชอบเตียง ถึงแม้ว่าจะเป็นห้อง VVIP ที่หรูมาก ถึงที่นี่จะเป็นหนึ่งในธุรกิจของคนตรงหน้าแต่โรงพยาบาลก็คือโรงพยาบาล ไม่โอเค ไม่เอา ไม่อยากอยู่นาน“โอเค ถ้างั้นไปกันเลยนะ”“แต่แยมไม่มีเสื้อผ้านะคะ”“พี่เตรียมมาให้แล้ว ว่าจะชวนกลับบ้านคืนนี้อยู่แล้วก็เลยเตรียมมาให้เลย”“ขอบคุณนะคะ ถ้างั้นขอชุดหน่อย” ฉันพูดจบเขาก็ขยับมาใกล้ สายตาพี่คินหวานซึ้งมาก ๆ ยิ่งใกล้เท่าไหร่หัวใจก็ยิ่งเต้นรัวมากขึ้นเป็นเท่าตัวฟ
“ยังไม่ได้กินข้าวจริง ๆ เหรอ”“เกี่ยวอะไรกับกินข้าว”“...”“แยมโรล บอกพี่มา ถามเรื่องนั้นแล้ววนไปถามเรื่องกินข้าวมันคืออะไร มีอะไรคุยกันตรง ๆ อย่าเป็นเหมือนเมื่อก่อน พี่ไม่อยากเลิกกันแล้วนะ หรือว่าเราอยากเลิกกับพี่?”“...”“แยมโรล” ฉันเงียบเสียงเขาก็ดุมากขึ้น“...กับคุณอิ้งค์ถึงขั้นไหนแล้ว” โอเค ถามตรง ๆ ดีกว่า ถ้างั้นก็ขอถามเรื่องที่อยากรู้ที่สุดเลยก็แล้วกัน“อิ้งค์?” ถามปุ๊บคุณอคินก็พูดชื่อฝ่ายนั้นสั้น ๆ ด้วยสีหน้างุนงงฉันจะทำยังไงล่ะนอกจากพยักหน้า“ค่ะ”“ยังไม่ลืมอิ้งค์อีกเหรอ?” ยังจะทำหน้างงต่ออีก“จะลืมได้ยังไงพี่คิน”“ฮึ ๆ ๆ แสดงว่าหึงยาว”“ไม่เล่นค่ะ นี่ซีเรียสนะ จะมีใครลืมแฟนใหม่ของคนรักตัวเองได้ลงเหรอถามจริง”“แฟนใหม่? แฟนใหม่อะไรพี่ไม่ได้คบอิ้งค์ ไม่เคยคบ ตอนนั้นแค่ประชดเราเฉย ๆ ประชดแค่ตอนอยู่กับเราด้วย เวลาต้องคุยงานกับเขาพี่ก็ทำตัวปกติ”“โกหกรึเปล่า” คำพูดเขาหนักแน่นถึงหน้าตาจะไม่ได้ซีเรียสจริงจังก็ตาม แต่ฉันก็ไม่กล้าเชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกในเมื่อการกระทำของอีกฝ่ายมันบอกอีกอย่างแถมฝ่ายนั้นยังออกสื่อด้วยนะ“โกหกเมียทำให้ไม่เจริญ พี่ไม่ทำ”“พี่คิน~ อย่าเพิ่งเล่นมุขได้ไหมค


![My Engineerรักร้ายนายจอมโหด [ต้าร์พินอิน]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




