LOGIN“เฮียเล่นแรงมาก”
“เลือกหม่าล่าให้ที” นี่ฟังไหม? โอเคไม่ฟังเพราะถ้าฟังคงไม่สั่งเรื่องอื่น
เฮ้อ~
เล่นแรงมากจริง ๆ นะ ไปพูดว่าฉันเป็นเมียตัวเองกับป้าร้านยำมะม่วงได้ไง แล้วป้าก็คือเชื่อสุดหัวใจ พอบอกปุ๊บป้านี่แทบจะกรี๊ดแล้วก็อวยยศอวยชัยพริกไทยคนสวยใหญ่เลยว่ามีผัวหล่อมาก~ บุญพาวาสนาส่งสุด ๆ ตอนมากับคนแรกป้าก็อิจฉาแล้วนะแต่พอมากับผัวตัวจริงป้านี่อิจฉายิ่งกว่า อิจฉาจนอยากกลับไปเป็นสาวอีกครั้ง -_-!
“เร็ว”
“เฮียจะกินไรล่ะ”
“บอกว่าหม่าล่าไงวะ”
“รู้ค่ะ แต่ถามว่าจะกินอะไร เนื้อ ผัก ลูกชิ้น?”
“ถ้าอยากเลือกเองจะบอกให้เลือกไหม...คิด?”
“...” ฉันกรอกตามองบนแล้วเดินไปหยิบให้ทันที ตอนแรกกะจะหยิบส่ง ๆ แต่...น่ากินอ่ะ
“เฮีย”
“ว่า”
“เฮียเอากี่ไม้” ฉันถามแต่เหมือนจะไม่ได้มีแค่คนสวยคนนี้ที่รอฟังคำตอบเพราะเฮียเดินมาใกล้ปุ๊บผู้คนที่กำลังเลือกหม่าล่ารวมถึงประชากรจากร้านใกล้ ๆ ก็แทบจะไม่ทำอะไรนอกจากมองเขาเป็นตาเดียว หล่อจริง หล่อแบบหยุดหายใจได้เลย หล่อมาก หล่อบัดซบสุด ๆ ไปเลยเฮีย
"จะให้กินกี่ไม้ก็เลือกมา”
“ฮื้อ~” ฮื้อ~ ฮื้อที่เหมือนกรี๊ดในลำคอเพราะเขิน แต่เป็นคนอื่นนะ สาว ๆ ทั้งสาวเล็กสาวน้อยสาวแก่แม่หม้าย สาวแถวนี้กรี๊ดกันเป็นแถบ คนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นผัวเมียกันแล้วแน่นอนฉันเลยหันกลับมาเลือกต่อ รีบเลือกรีบไปดีกว่าที่สำคัญหยิบแต่ของที่ตัวเองอยากกินฟาดไปยี่สิบไม้เลยล่ะค่ะ
“เฮีย” ฉันหันไปเรียกเขาอีกครั้งและพยายามไม่สนสายตาใคร พอหันไปก็เห็นเฮียดีแลนคนหล่อยืนเอามือล้วงกระเป๋าดูสบาย ๆ แบบนายแบบโว้กกำลังมองมาที่ฉันอยู่
...มองทำบ้าอะไรกลัวเลือกให้ไม่ดีรึไง
“อืม ว่าไง”
“เอาเผ็ดแบบไหน”
“สั่งให้เลย กินได้หมดนั่นแหละ”
“ฮือ~ ทั้งหล่อทั้งอยู่ง่ายกินง่าย อิจฉาคนสวยที่มีแฟนน่ารักขนาดนี้จังเลยค่ะ” เสียงพี่เจ้าของร้านพูดฉันเลยยิ้มอ่อน ไม่ได้อยากได้เฮียเป็นแฟนนะแต่ขี้เกียจอ้าปากปฏิเสธ ยังไงก็ไม่รู้จักกันอยู่แล้วเจอครั้งเดียวจำกันไม่ได้หรอก หรือถ้าเฮียมีปัญหาอยากจะปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นอะไรกันก็ตามสบายพริกไทยไม่ขัด แต่เฮียแกก็คงขี้เกียจพูดเหมือนกันเลยไม่มีเสียงอะไรดังออกมา
...อยู่ง่ายกินง่ายเหรอ?
ก็ง่ายอยู่ไหมไม่รู้แต่ถ้าเรื่องกินง่ายอันนี้น่าจะใช่เพราะที่ได้ข่าวมาบ่อย ๆ ก็เห็นว่ากินง่ายสุด ๆ ไปเลยล่ะ เหอะ ๆ ๆ
ฉันเลือกหม่าล่าเสร็จหันไปจะบอกให้มาจ่ายเงินเพราะบอกแม่ค้าให้คิดเงินให้แล้วเดี๋ยวจะจ่ายเงินไว้แล้ววนกลับมาเอาอีกทีแต่หันไปหาปุ๊บก็งงปั๊บ
“คะ?” คะเพราะงงเพราะยังไม่อ้าปากพูดเฮียก็ยื่นโทรศัพท์มาให้
“เอาไปสแกน”
“เฮียไม่สแกนเองอ่ะ เอามาให้สแกนให้ทำไม” ฉันไม่รับ เรื่องอะไรจะเอาโทรศัพท์เฮียแกมาสแกนไม่กล้าเสียมารยาทขนาดนั้นหรอก โทรศัพท์เป็นของส่วนตัวแต่แอพธนาคารนี่ส่วนตัวยิ่งกว่าอีกนะ อีกอย่างคิวอาร์โค้ดอยู่ห่างเฮียแค่มดดิ้นตาย อย่ามาทำตัวขี้เกียจ
“เอาไป ถือไว้เลยเดี๋ยวก็ซื้ออีกหลายอย่าง ขี้เกียจทำ”
“ขี้เกียจอะไรขนาดนั้นล่ะเฮีย ไม่เอาอ่ะ ใครจะไปกล้ายุ่งกับแอพธนาคารของคนอื่นพริกไม่... / เอาไป” กำลังร่ายเหตุผลแต่เขาพูดแทรกแถมน้ำเสียงดุมากด้วย ฉันไม่อยากเถียงกันต่อหน้าคนอื่นให้มากความเลยรับมา พอรับมาปุ๊บเขาก็บอกรหัสปั๊บ ฉันสแกนเรียบร้อยสายตาไม่ได้อยากมองยอดเงินในบัญชีนะแต่มันเห็นเองอ่ะ เห็นแล้วแบบ...อยากมีผัวรวยเวอร์แบบเฮียเนอะ
แต่! แค่อยากมีผัวรวยแบบเฮียนะคะซิส ไม่ได้อยากมีผัวแบบเฮีย เหอะ ๆ ๆ
“เฮีย” พอสแกนจ่ายเสร็จเขาก็เดินนำหน้าฉันไปเลยไม่สนใจโทรศัพท์ของตัวเองที่อยู่ในมือฉันสักนิดยัยพริกไทยก็เลยต้องรีบสาวเท้าเดินไปขนาบข้างแล้วเรียกเขาเพื่อชวนคุยอย่างกับแม่สาวน้อยเดินตามตื้อชายหนุ่มรูปหล่อก็ไม่ปาน
“มีอะไร”
“โทรศัพท์”
“บอกให้ถือไว้ไง ซื้อของให้เสร็จ”
“จะดีเหรอเฮียที่ให้พริกเห็นยอดเงินในบัญชีตัวเองอ่ะ เรื่องส่วนตัวมากเลยนะ”
“อืม” เขาตอบรับในลำคอสายตาก็มองร้านขายของกินข้างทางเรื่อย ๆ ทำให้ฉันอดแกล้งแซวเล่นไม่ได้
“หูย~ ให้รู้ข้อมูลส่วนตัวขนาดนี้คิดไรกับหนูป้ะเนี่ยเฮียดีแลน” ฉันแซวจบคุณเฮียดีแลนก็หยุดชะงักแล้วหันมามองฉันทันที
“คิด” คำพูดที่ไม่ลังเลกับสายตาของเขาทำให้ฉันที่แค่แกล้งแซวเล่นไปงั้น...อึ้ง
“...คะ?”
“คิดไง คิดว่าเธอเห็นเงินในบัญชีฉันแล้วมันจะยังไง เห็นแล้วเอาไปได้รึไง ยังไงเธอก็ทำได้แค่มองเหมือนหมามองปลากระป๋องเท่านั้นล่ะยัยลูกหมา”
OoO!
อห. ออ หอ ที่แปลว่า ไอ้เหี้ย ตรง ๆ ไม่ได้เพี้ยนมาจากไอ้เฮียแม้แต่นิดเดียว นั่นแหละ...ตามนั้นเลย -_-!
-เวลาต่อมา-
“...”
“ไงเฮีย มาดื่มเหรอ?” ผมเดินออกมาที่ระเบียงด้านหลังร้านของชั้นสองเพื่อสูบบุหรี่แต่เจอคนคนหนึ่งกำลังจะเดินสวนเข้ามาข้างในซะก่อน พอเจอกันมันก็เป็นฝ่ายทักผม
เจอก็ดี กูอยากเจอมึงพอดีเลย
“อืม”
“ถ้างั้นผมขอตัวก่อนนะเฮีย ใกล้ขึ้นเปิดเพลงแล้ว”
“เดี๋ยวก่อน” ผมเรียกมันไว้ทำให้มันหันกลับมามอง และพอมันหันมาเห็นสายตาผมท่าทางของมันก็เปลี่ยนไปเหมือนกัน
“มีไร?”
“อย่ายุ่งกับพริกไทยอีก”
“ทำไมครับ เฮียอยากเก็บไว้กินเองเหรอ?”
“...”
“ว่าไงครับเฮีย อยู่ดี ๆ ก็มาสั่งกันแบบนี้เพราะอะไร อยากเก็บไว้เป็นเด็กในสต๊อกของตัวเองเหรอ?”
“กูบอกว่าอย่ายุ่งก็คืออย่ายุ่ง อย่าลองดีกับกู...พริกไทยไม่ใช่ของเล่นของใคร”
-หนึ่งปีต่อมา-“แม่ง”“...คะ?” ฉันที่เพิ่งจะหย่อนก้นลงเก้าอี้เงยหน้ามองฝั่งตรงข้ามแล้วเอ่ยออกมาเบา ๆ ด้วยความสงสัยว่าฝั่งตรงข้ามเป็นอะไร“หงุดหงิด”“หงุดหงิดอะไรคะ”“ฮึ!”“เอ้า! พริกถามเฮียดี ๆ นะหงุดหงิดหนักกว่าเดิมทำไม”“...”“เป็นอะไร ตอบ”“...”“จะตอบไหมเฮียดีล” ฉันจ้องเขม็ง รู้ว่าเขาหงุดหงิดแต่ไม่กลัว หงุดหงิดอะไรก็ต้องบอกกันสินี่อะไรตื่นมากำลังจะกินข้าวเช้าด้วยกันอยู่ดี ๆ ก็สบถคำหยาบซะงั้น“เราก็น่าจะรู้ว่าพี่หงุดหงิดอะไร” เฮียดีแลนวางช้อนลงทำท่างอแงเหมือนจะไม่กินข้าวซะดื้อ ๆ“ก็หม่าม๊าเขาบอกฤกษ์ที่เฮียจะแต่งมันไม่ได้”“ฤกษ์? ฮึ! ฤกษ์อะไร ก็รู้ว่ามันไม่ใช่เพราะฤกษ์” เสียงสุดหล่อไม่เอ็นจอยสุด ๆ ไปเลยค่ะ“อีกแค่หกเดือนเองค่ะ เฮียก็รอหน่อยสิ”“แค่? เราใช้คำว่าแค่เหรอพริกไทย”“อาฮะ” ฉันพยักหน้ารับง่าย ๆ เพราะคิดแบบนั้นจริง ๆ“แม่ง...รักกันจังเลยนะแม่ผัวกับลูกสะใภ้”“เอ้า! อะไรของเฮียเนี่ย”“ฮึ!” เฮียดีแลนแค่นเสียงแล้วยกแก้วกาแฟขึ้นดื่ม ดื่มเสร็จก็เมินฉันด้วยการหันไปมองที่ระเบียงซะงั้น“เฮียดีล อย่ามางอนพริกแบบนี้นะ”“เธอไม่อยากแต่งเร็วก็เรื่องของเธอสิวะยัยลูกหมา แต่พี่อยากแต่งเร็ว ๆ
“จะคุยอะไรกับพี่พูดมาเลย แต่ไม่ต้องอยากได้คำตอบที่เราถามนะ คำตอบที่รู้อยู่แล้วจะถามทำไมวะยัยลูกหมา”“ฮ่า ๆ ๆ โอเคค่ะ ถ้างั้นพริกพูดเรื่องที่พริกอยากพูดเลยนะ”“อื้ม ว่ามาพี่รอฟังอยู่”“พริก...จะไม่แต่งงานกับเฮียนะ”“...”“เฮีย...” ฉันเรียกเขาเบา ๆ เพราะหลังจากได้ยินคำพูดประโยคก่อนหน้านี้จากฉันเฮียดีแลนก็นิ่งทันที“คือ?”“ก็... / อธิบายให้ชัดหน่อยที่บอกว่าจะไม่แต่งงานกับพี่เหตุผลมันคืออะไร” พูดได้แค่วลีเดียวเขาก็พูดแทรก แต่ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่งสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยและความไม่เข้าใจน้ำเสียงเขากลับไม่ได้มีความหงุดหงิดหรือโมโหฉันเลยแม้แต่นิดเดียว“พริก...ไม่พร้อมแต่งงานกับเฮียค่ะ พริกกับพี่เติ้ลยังติดหนี้เฮียอยู่ ตอนนี้พริกคิดแค่เรื่องเดียวคืออยากใช้หนี้เฮียให้หมดก่อนแล้วค่อยคิดเรื่องอื่น แต่พริกก็ไม่รู้ว่าวันไหนที่เราสองคนพี่น้องจะใช้หนี้หมดเลยคิดว่า...คงจะไม่แต่งงานกับเฮียดีกว่า” คำอธิบายของฉันทำให้เขาระบายรอยยิ้มอบอุ่นออกมาบาง ๆ แต่ถึงจะแค่บาง ๆ ฉันกลับอบอุ่นไปถึงขั้วหัวใจ“จะทิ้งพี่รึไง” เฮียดีแลนถามพร้อมกับใช้หลังมือไล้แก้มฉันเบา ๆ ทำเอาฉันใจเต้นไม่เป็นจังหวะได้ง่าย ๆ“เปล่า พริก
“ขอบคุณนะคะ” ฉันเอ่ยคำขอบคุณสุดหล่อของฉันทันทีที่เขาเดินเข้ามาในบริเวณบ้าน“เปลี่ยนเป็นจุ๊บแก้มสักหนึ่งครั้งได้ไหม”“คะ?” ฉันเปล่งคำนี้ออกมาสั้น ๆ ด้วยความแปลกใจ ขอจุ๊บแก้มนี่นะ? แต่พอเห็นฉันดูงง ๆ คนตรงหน้าก็ระบายรอยยิ้มบาง ๆ ที่ดูอ่อนโยนมากมาให้ แต่ความจริงตั้งแต่เกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นรอยยิ้มของคนตรงหน้าก็ดูอ่อนโยนมากแบบนี้เสมอนะ เมื่อก่อนก็อ่อนโยนอยู่แล้วล่ะแต่ตอนนี้อ่อนโยนมากขึ้น เหมือนเขายิ้มเพื่อส่งความอบอุ่นมาให้ฉัน เหมือนเขาใช้รอยยิ้มเป็นสื่อกลางเพื่อบอกให้ฉันรู้อยู่เสมอว่าเขาจะอยู่ข้าง ๆ เป็นที่พักพิงให้ตลอดไปไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไรร้ายแรงแค่ไหนก็ตาม“อยากจุ๊บแก้มเรา ได้ไหม”“ต้องขอด้วยเหรอคะ” ไม่ได้อ่อยนะแต่ระดับเฮียจะจุ๊บแก้มเมียนี่ต้องขอด้วยเหรอ? ถามจริง?“ฮึ ๆ ๆ ขอสิ เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาสวีทกันนี่ พี่จะจุ๊บเราสุ่มสี่สุ่มห้าได้ยังไง เกิดพี่เข้าไปจุ๊บแต่เรากำลังรู้สึกไม่โอเคกับเรื่องอะไรสักเรื่องพี่ว่ามันคงไม่ดี” เขา...น่ารักจัง พอได้ฟังเหตุผลของการที่เขาเอ่ยปากขอจุ๊บแก้มฉันก็เข้าใจอย่างกระจ่างแจ้งว่าเขารู้สึกยังไงเลยรีบส่งรอยยิ้มน่ารัก ๆ กลับไปให้“จะอยู่ในอารมณ์ไหนแก้มพ
“กินอีกไหมลูกเดี๋ยวให้เฮียดีลปอกให้”“ไม่แล้วค่ะหม่าม๊า หนูอิ่มแล้วค่ะ” ^^ ฉันปฏิเสธพร้อมกับส่งยิ้มให้คนถาม“แต่ม๊าว่าหนูพริกกินน้อยไปนะลูก” สีหน้าเป็นห่วงของหม่าม๊าทำให้ฉันอมยิ้มแต่ไม่ได้พูดอะไรมากกว่านี้ ฉันกินน้อยจริง ๆ นั่นล่ะแต่กินมากกว่านี้ไม่ไหวแล้วเพราะเท่าที่กินเข้าไปก็ฝืนสุด ๆ“พริกไทยเพิ่งเจอเรื่องเครียดมานะครับหม่าม๊าเลยกินได้น้อย แต่เดี๋ยวหายเครียดก็กินเยอะเอง หม่าม๊าไม่ต้องห่วงนะครับถึงตอนนั้นร้องจะกินจนลูกชายหม่าม๊าป้อนไม่ไหวแน่นอน” เฮียดีแลนที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ ช่วยพูดกึ่งแซวฉัน“โอเคจ้ะ ถ้างั้นก็หายเครียดไวไวนะลูกนะ เรื่องมันผ่านไปแล้วอย่าเก็บมาคิดจนทำร้ายตัวเองเด็ดขาด” ท่านปลอบโยนพร้อมกับเอามือลูบหัว สายตาของหม่าม๊าเต็มไปด้วยความห่วงใย ที่สำคัญท่านมาเยี่ยมเร็วมาก หลังจากที่ฉันฟื้นได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงหม่าม๊าก็มาถึงที่นี่แล้ว ตอนที่ท่านเข้ามาในห้องท่าทางท่านร้อนรนมาก ฉันสัมผัสได้ทุกความรัก ความห่วงใยจากผู้ใหญ่วัยกลางคนตรงหน้าที่มีให้เด็กผู้หญิงธรรมดา ๆ อย่างฉันน้ำตาถึงได้คลอออกมาไงคะ“ค่ะหม่าม๊า” ฉันยิ้มรับ อย่างน้อยในความโชคร้ายก็ยังมีโชคดีเกิดขึ้นกับแกนะพริกไทยเพราะต่อ
“หุบปากซะไอ้เหี้ย!”“เธอนั่นล่ะที่ต้องหุบปากถ้าไม่อยากให้คลิปหลุด!”“ไง! มึงจะฆ่ากูเลยไหม? กูรู้ว่าในห้องนี้มีปืน ไปเอามายิงกูเลยถ้ามึงคิดว่าคลิปที่กูเอากับเมียมึงมันจะไม่... / มันไม่มีคลิปอะไรทั้งนั้นล่ะ! ถ้าจะมีก็คงมีแค่ฉันที่เลิกโง่แล้วส่งคนอย่างแกไปลงนรก!”ขวับ!“...แพม!”“...น้องแพม?” ฉันเองก็ตกใจที่ได้เห็นบุคคลที่สี่ไม่ต่างจากปริ๊นซ์ แต่ฉันแค่ไม่ได้ตกใจเท่าปริ๊นซ์ที่ตอนนี้แสดงอาการหน้าตื่นจนเห็นได้ชัดแพมหรือยัยน้องแพม อดีตแฟนของปริ๊นซ์ที่อยู่ ๆ ก็หายไปจากมหาวิทยาลัยชนิดที่ไม่มีใครได้ข่าวคราวเลยสักคน มีข่าวลือว่าซิ่วไปเรียนที่อื่นเพราะเลิกกับปริ๊นซ์เข้าหูอยู่บ้างแต่ฉันก็ไม่ได้ตามหาความจริงเพราะอยู่ในช่วงที่กำลังอินเลิฟกับเฮียดีแลนอีกอย่างก็ไม่รู้จะไปสนใจเรื่องของคนที่เขาไม่ชอบเราไปเพื่ออะไรด้วย แต่วันนี้แพมกลับปรากฏตัวที่นี่ ในคอนโดของคนรักฉันที่สำคัญยังเพิ่งโผล่ออกมาจากห้องนอนเล็กที่เฮียดีแลนเคยให้ฉันไปอยู่ตั้งแต่แรกที่มาอยู่ที่นี่ด้วยนี่มันอะไรกัน?“ไง ตกใจเหรอคะพี่ปริ๊นซ์ ไม่สิ ตกใจเหรอ...ไอ้สารเลว” แพมจ้องปริ๊นซ์แล้วเดินออกมาจากห้องนั้นช้า ๆ ออกมาพร้อมกับสิ่งที่ทำให้ฉันขาสั
แอด~ประตูคอนโดถูกปริ๊นซ์ผลักเข้าไปให้เปิดออก ภายในห้องไม่ได้สว่างจ้าแต่ก็มีแสงสว่างเพราะไฟถูกเปิดไว้ เห็นไฟแค่นี้ฉันก็รู้แล้วว่าเจ้าของห้องอยู่ในนี้ ถ้าอยู่คนเดียวเฮียดีแลนไม่เปิดไฟทั่วห้องอยู่แล้วฉันรู้“เอามือออกไปปริ๊นซ์” ฉันบอกปริ๊นซ์ที่ลงน้ำหนักมือมาที่เอวฉันมากขึ้นเบา ๆ แต่ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุสินะฉันลืมไป“ฮึ ๆ ๆ แค่กอดไอ้ห่านั่นไม่ขาดใจตายหรอก”“...” ฉันไม่ต่อปากต่อคำ เลือกที่จะเงียบเพราะไม่อยากพูดให้มันกลายเป็นการยั่วยุให้ปริ๊นซ์อยากเอาชนะมากขึ้น บอกตรง ๆ นะคะว่ากลัวเฮียดีแลนเป็นฆาตกรเร็ว ๆ นี้มาก และฉันมั่นใจว่าตอนนี้คนของฉันเขาคงรู้แล้วว่าห้องเขามีคนเข้ามาแต่เขาแค่ยังไม่ออกมาแสดงตัวก็เท่านั้น“เข้าไปสิ” ปริ๊นซ์ดันเอวฉันเบา ๆ ฉันเลยเดินเข้ามาในห้องตามคำสั่ง ใจก็เริ่มเต้นรัวเพราะไม่อยากให้คนรักของตัวเองรู้สึกแย่ไปมากกว่านี้หมับ!“...” ฉันตั้งใจจะเดินให้เร็วเพื่อออกห่างจากปริ๊นซ์ แต่ก้าวขาได้สองก้าวปริ๊นซ์ก็ตามมากอดเอวเอาไว้ทำให้ฉันนิ่งไปชั่วขณะด้วยความรู้สึกรังเกียจรังเกียจ ขยะแขยง อยากอาเจียน แค่ยืนใกล้ ๆ ก็แทบจะไม่อยากหายใจใช้อากาศร่วมแล้วแต่นี่ปริ๊นซ์มาสัมผัสร่างกายมัน







