แชร์

บทที่ 11

ผู้เขียน: Phat_sara
last update วันที่เผยแพร่: 2026-07-11 17:52:45

“นึกว่ากลับไปแล้ว”

“ก็จะกลับนั่นล่ะค่ะแต่พอดีหนูนั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่บนรถก่อน ไม่คิดว่าพี่แฟรงค์กับพี่ปริมจะตาดีมองเห็น”

“ไอ้แฟรงค์เลยชวน?”

”ใช่ แต่หนูไม่อยากขึ้นไปนะหนู... / ถ้าไม่ได้อยากขึ้นไปคราวหลังก็แค่ปฏิเสธ อย่าทำแบบนี้อีก จำไว้ว่าวันนั้น...เธอกับฉันแค่วันไนซ์สแตนด์”

“...” โห พูดเหมือนฉันอยากจะมาตื๊ดเขาเรื่องชู้สาว พูดเหมือนฉันจำไม่ได้เลยว่าวันนั้นแค่น้ำแตกแล้วแยกทาง หลงตัวเองเกินไปรึเปล่า?

“เธอเข้าใจที่พูดใช่ไหม”

“คิดว่าหล่อมากเหรอ?” ไม่ใช่เรื่องที่ฉันต้องตอบคำถามเขาเพราะฉันไม่จำเป็นต้องทำความเข้าใจกับเรื่องที่ฉันไม่อยากจำแม้แต่เศษเสี้ยววินาทีเลยไม่จำเป็นต้องเข้าใจอะไรทั้งนั้น ฉันไม่ตอบและฉันถามแทน โมโหนะเนี่ย โมโหมากด้วย

“ว่าไงนะ?”

“คิดว่าตัวเองหล่อมากเหรอถึงได้กล้าพูดจาแบบนี้” เสียงฉันค่อนข้างเอาเรื่องแต่เขาก็ยังมีสีหน้าเรียบเฉย

“เปล่า”

“เหรอ? ถ้างั้นคราวหลังก็ไม่ต้องพูด ที่มานี่ก็เพราะโดนหัวหน้าสั่งให้มาไม่ได้อยากมาเลยสักนิด พี่บอกว่าไม่ให้โอกาสเรื่องงานแล้วก็จบไม่ใช่เหรอหนูไม่ได้เซ้าซี้อะไรต่อนี่ ขึ้นไปก็เห็นอยู่ว่าส่งสายตาขอความช่วยเหลือหรือว่าอ่านตาไม่ออก อ่านไม่ออกก็ไม่เป็นไรถ้าไม่รู้ก็รู้ไว้ซะ หนูไม่ได้อยากมา ไม่ได้คิดจะมา ไม่ต้องย้ำเรื่องวันนั้นบ่อยไม่อยากได้ยิน แสลงหู ไม่อยากจำด้วยซ้ำจำไว้!” ใจฉันอยากจะด่าเลยด้วยซ้ำแต่ไม่เอาดีกว่า เอาแค่พอดี ๆ พอถึงแม้ในใจจะมีคำด่าประมาณสามล้านคำมานำเสนอไอ้คนมั่นหน้าคนนี้ พูดจบก็ไม่ได้สะบัดหน้าหนีหรอกค่ะฉันจ้องหน้าเขารอฟังว่าเขาจะแสดงความคิดเห็นอะไรออกมาว่ายังไง

“ก็ดี”

“ก็ดี? พูดจาแย่ ๆ กับผู้หญิงแล้วก็พูดแค่นี้นี่นะ?” ฉันนี่อึ้งเลยค่ะ พูดออกมาได้ยังไง

“อื้ม แยกกันตรงนี้เลยดีไหม”

“...​”​ ฉันไม่เคยเกลียดเขาที่เปิดซิงฉันตอนเมาเพราะในคลิปที่เขาเปิดให้ฟังถึงฟังแค่ครั้งเดียวก็จับใจความได้ว่ามันเป็นเพราะความเมาเลยสมยอมกันทั้งคู่แต่ตอนนี้ฉันชักจะเริ่มเกลียดขี้หน้าเขาแล้ว นิสัยแย่!

ไม่อยากพูดกับเขาอีกแม้แต่คำเดียวฉันเลยแค่จ้อง ด่าทางสายตาแล้วเดินไปที่รถของตัวเองทันที เกลียดขี้หน้าผู้ชายคนนี้แล้ว อย่าได้พบได้เจอกันอีกเลย!

#SHEYNNIS END

#TUN TALK

บรื๊น!

เสียงรถผู้หญิงคนนั้นนำหน้าออกไปก่อนผมก็ขับตามไปเหมือนกัน แต่แค่ขับตามหลังกันออกจากที่ผับของผมเท่านั้นเพราะถ้าผมไม่ออกมาก็ต้องไปอธิบายกับไอ้แฟรงค์อีกว่าทำไมไม่ไปกับรุ่นน้องของมัน

“ที่มานี่ก็เพราะโดนหัวหน้าสั่งให้มาไม่ได้อยากมาเลยสักนิด”

ผมรู้ว่าเธอมาขอโอกาสเรื่องงานอีกครั้งเพราะโดนสั่ง เห็นสีหน้าท้อแท้ตอนที่วิ่งมาทักผมก็พอดูออกแล้วแต่ที่เมื่อกี้ผมพูดจาแย่กับเธอมันเป็นเพราะเธอไม่รู้จักปฏิเสธสองคนนั้นแล้วยอมให้ตัวเองถูกลากขึ้นไป ยอมให้คนอื่นคิดว่าเธอมีซัมธิงอะไรกับผมต่างหาก

ผมไม่ชอบ วันไนซ์สแตนด์ก็คือวันไนซ์สแตนด์ต่อให้ผมจะ...เปิดบริสุทธิ์เธอก็ตาม

ช่างเถอะ ยังไงซะก็คงไม่ต้องเจอกันอีกเป็นครั้งที่สี่หรอก

ตื๊ดดดด ตื๊ดดด

ติ๊ด!

(ค่ะพี่ตุลย์)

“เป็นยังไงบ้าง แพ้หนักไหม” ผมเลิกสนใจเรื่องของคนอื่นแล้วหยิบโทรศัพท์มาโทรหาคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตอย่างน้องสาวคนเดียวของผมในระหว่างที่รถกำลังติดไฟแดงและข้างหน้ารถผมก็คือรถของผู้หญิงแปลกหน้าคนนั้น

(วันนี้น้องกินได้แค่ข้าวต้มจืด ๆ) เสียงทางนั้นสั่นนิดหน่อย ดูหน้าผ่านหน้าจอก็รู้ว่าเหนื่อย

“ให้พี่ไปหารึเปล่า”

(ไม่เป็นไรค่ะ มาก็ไม่ได้ทำให้ตังหายแพ้หรอกน่า)

“ก็พี่เป็นห่วง”

(ตังรู้ แต่ไม่ต้องห่วงหรอกพี่ตุลย์ตังมีป้าแจ๋วกับน้ามีคอยดูแลอยู่ค่ะ)

“ถ้าไม่ไหวก็บอกเดี๋ยวพี่ไปหา”

(อยู่ได้ค่ะ)

“โอเค ถ้างั้นเราพักผ่อนเถอะพี่ไม่กวนแล้ว” ผมอยากคุยกับน้องอีกหลายอย่างแต่ปลายสายไม่ค่อยอยากคุยกับใครผมก็ไม่กล้าขัดใจ

(ค่ะ รักพี่ตุลย์นะคะ)

“พี่ก็รักตัง”

(...) ^^

ติ๊ด!

ตังเมมองผมแต่ไม่ได้พูดอะไร แค่มองแล้วยิ้มบาง ๆ ก่อนที่น้องสาวคนเดียวของผมจะกดวางสายไป

“...” น้องผมควรจะมีชีวิตที่สดใสกว่านี้ ถ้าไม่มีไอ้เวรนั่นมาทำลายทุก ๆ อย่างในชีวิตน้องผมคงเป็นผู้หญิงที่เพียบพร้อมและมีความสุขจนน่าอิจฉามากคนหนึ่ง

...พี่จะเอาความสุขกลับมาให้เราได้ยังไงตังเม ที่สำคัญพี่จะเอาเลือดหัวไอ้เหี้ยนั่นออกมาล้างเท้ายังไงเราถึงจะไม่เสียใจ!!!

บรื๊น!!!

โครม!!!

“...Sh-t!” ผมมองภาพเหตุการณ์ตรงหน้าที่เกิดขึ้นภายในเสี้ยววินาทีที่ผมเผลอลืมตัวและตกลงไปในห้วงอารมณ์ของความโกรธที่เรียกว่าโกรธจัดจนแทบอยากฆ่าใครสักคนให้ตาย

รถสีขาวคันข้างหน้าที่ผมขับตามหลังมาเกือบหนึ่งกิโลเมตรถูกชนท้ายจนด้านหลังบุบลงไปมากพอสมควรทั้งที่มันก็แค่จอดติดไฟแดงเป็นคันแรกอยู่เฉย ๆ

“อ่าส์!!!” วันนี้มีเรื่องให้เหนื่อยหลายเรื่อง สมองไม่ได้หยุดพักเลยว่ะ!

ผมทั้งสบถทั้งถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วงก่อนที่จะลงจากรถเพื่อไปคุยกับคู่กรณี เมื่อกี้ผมลืมตัว ผมโกรธจนลืมสนใจสิ่งรอบตัวไปชั่วขณะ ผมคิดและแค้นไอ้เหี้ยนั่นมากเกินไปจนเผลอกำพวงมาลัยจนเต็มแรงแล้วขยับเท้าจากเบรคไปที่คันเร่งเต็มแรง

ผมประมาทเอง

ก๊อก ๆๆ

ผมเดินมาที่รถของเธอ มาหยุดตรงข้างประตูได้เกือบสิบห้าวินาที ยืนนานพอประมาณจนมั่นใจว่าคนที่เห็นเหตุการณ์รถชนท้ายกันต้องกำลังจ้องมองมาที่ผมแน่แต่คู่กรณีของผมกลับนิ่งเงียบไม่เปิดประตูลงมานั่นเลยเป็นสาเหตุให้ผมต้องเคาะกระจกเรียกเธอ

ก๊อก ๆๆ

ผมเคาะอีกครั้งพร้อมกับขยับลงไปให้ใกล้กระจกมากขึ้นเพื่อมองเธอให้ชัดกว่านี้ว่าเป็นอะไรทำไมไม่ลงมาจากรถจะได้เคลียร์กันเพราะยิ่งช้ายิ่งทำให้รถติดหนักแต่พอมองเข้าไปในรถได้ชัด ๆ ผมก็เห็นว่าเธอกำลังนั่งเกร็งและมองมาที่ผมด้วยอาการตัวสั่น

ก๊อก ๆๆ

”โอเครึเปล่า” ผมเคาะเรียกเธออีกครั้งพร้อมกับหูที่ได้ยินเสียงนกหวีดของเจ้าหน้าที่จราจรที่กำลังเป่าและเดินมาทางนี้เพื่อช่วยเคลียร์สถานการณ์

ก๊อก ๆๆ

“โอเคไหม” ผมถามอีกครั้งด้วยเสียงที่ดังขึ้นแต่คนข้างในก็เอาแต่จ้องผมด้วยอาการของร่างกายที่สั่นเทา แววตาของเธอตอนนี้บอกชัดเจนว่ากำลัง...กลัว

ก๊อก ๆๆ

“เปิดประตู” ผมเคาะแล้วบอกเธออีกครั้งแต่คนข้างในก็ยังมีท่าทางเหมือนเดิม

ปี๊ด ๆๆๆ

เสียงเป่านกหวีดดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ บรรยากาศรอบ ๆ เป็นยังไงตอนนี้ผมไม่รู้ คนอื่นเห็นผมเคาะกระจกรถคู่กรณีแล้วตะโกนเรียกจะหาว่าผมหัวร้อนรึเปล่าผมไม่ได้สน ผมสนแค่ยัยนี่เป็นอะไรของเธอวะ!

ก๊อก ๆๆ

“เปิดประตูสิวะ!” ผมเคาะแรงขึ้นเสียงที่ตะโกนก็ดังขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งโมโหทั้งไม่เข้าใจว่าเธอเป็นอะไร ก็แค่รถชนท้ายกันแค่นี้ทำไมถึงได้ตกใจกลัวขนาดนี้ ทำท่าแม่งอย่างกับตัวเองไปขับรถชนใครตาย

ปี๊ด ๆๆๆ

“คุณ ๆๆ ใจเย็น ๆ ผมเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ผมเคลียร์ให้ดีกว่าครับ คุณถอยออกมาก่อนดีกว่าทำแบบนี้คู่กรณีจะกลัวนะครับ” เสียงตำรวจเดินมาถึงแล้วแถมยังพยายามจะช่วยเคลียร์ด้วยแต่ผมก็ไม่ได้สนใจ ไม่แม้แต่จะเสียเวลาหันไปมองตำรวจนายนี้ด้วยซ้ำ

ก๊อก ๆๆ

“เป็นอะไรวะ! ตั้งสติแล้วเปิดประตูรถ!” เสียงผมดังมากขึ้นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ตรงมาถึงตัวผมทันที

“คุณ! คุณเป็นคนชนท้ายเขานะ ใจเย็น ๆ หน่อยครับ ถอยออกมาให้เจ้าหน้าที่จัดการให้”

“ผมรู้! แต่ยัยนี่กำลังเป็นบ้าอะไรก็ไม่รู้จะให้ผมใจเย็นยังไง!” ผมสะบัดมือออกจากตำรวจที่ทำท่าจะล็อคแขนผมให้ถอยออกห่างจากรถแล้วตะคอกใส่แบบไม่สนใครหน้าไหนจากนั้นก็ก้มลงไปตะโกนเรียกพร้อมกับเคาะกระจกด้วยมืออีกข้างส่วนอีกข้างก็ดึงที่เปิดประตูไปด้วยทั้งที่ความจริงมันเปิดไม่ได้แน่นอนถ้ารถยังล็อคอยู่

ก๊อก ๆๆ

“เป็นอะไรของเธอวะ! เปิดประตู!”

“คุณ! ถ้าทำแบบนี้ผมจะจับคุณแล้วนะ!”

“อย่าเพิ่งยุ่งได้ไหมวะคุณตำรวจ! เปิดประตู! เซย์นิส! เปิดประตูสักทีสิวะ! เซย์นิส! เซย์!” ผมทั้งเคาะทั้งตะโกนทั้งกระชากประตูอย่างบ้าคลั่งเพราะคนในรถเป็นอะไรก็ไม่รู้ที่ผมไม่เข้าใจเลยสักนิดแต่พอผมเรียกชื่อซ้ำ ๆ เธอก็ทำหน้าอย่างกับคนที่เพิ่งได้สติกลับมาแต่มันก็แค่นิดหน่อยเท่านั้น

ก๊อก ๆๆ

“เปิดประตูเซย์นิส!”

กึก!

แล้วสุดท้ายที่เปิดประตูที่ถูกผมกระชากซ้ำ ๆ อยู่หลายครั้งก็ใช้งานได้สักที ประตูถูกเปิดออกจนกว้างในทันทีด้วยฝีมือของผมเอง

“เป็นอะไร” ตอนแรกผมอยากจะตะคอกใส่ให้ดังลั่นว่าเป็นบ้าอะไรแค่รถโดนชนท้ายถึงได้ไม่มีสติขนาดนี้แต่พอได้เห็นหน้าเธอโดยที่ไม่ผ่านกระจกกับฟิลม์รถที่ค่อนข้างมืดผมก็เพิ่งรู้ว่าหน้าเธอซีดมากแค่ไหนเสียงที่อยากตะคอกใส่ให้สุดเสียงเลยเปลี่ยนเป็นการถามด้วยความร้อนใจที่ไม่ได้ดังมากพร้อมกับมือที่มันขยับไปแตะลงที่แขนของเธอ

“...” เธอมองผมแล้วน้ำตาก็ไหล มือที่แตะแขนเธอแค่แผ่วเบาสัมผัสได้ถึงอาการสั่นสะท้านทำให้สมองผมยิ่งเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ

“เซย์นิส เป็นอะไร”

“...ฮึก!” เสียงแรกที่ได้ยินจากเธอที่ผมพยายามทั้งเคาะกระจกรถทั้งตะโกนเรียกอย่างบ้าคลั่งคือเสียงสะอื้นที่ดังออกมาเหมือนคนที่พยายามกลั้นเสียงเอาไว้จนกลั้นไม่อยู่ ไม่รู้ว่าผมคิดไปเองรึเปล่าแต่เสียงสะอื้นแค่สั้น ๆ ที่ได้ยินจากเธอมันฟังดูหวาดหวั่นและเจ็บปวดทรมานมาก

“เซย์... / หนูกลัว~ ฮึก~ หนูกลัว~ ฮื่อ ๆๆ หนูกลัวมันอีกแล้ว~ ฮื่อ ๆๆ หนูกลัวมันอีกแล้ว~”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • LUV My Sweet Heart รักหมดใจยัยสวีทฮาร์ต   บทที่ 133

    “นะครับ ใส่พี่นะ~” พี่ตุลย์ขอพร้อมกับใช้ปลายนิ้วที่ฉันมั่นใจว่าต้องเป็นนิ้วกลางแตะลงไปที่ติ่งสวาทจากนั้นก็ขยับปลายนิ้วให้บดคลึงติ่งสวาทของฉันเบา ๆ ไม่มีหยุด“อื้อ~” เสียวจัง เสียวใจแทบขาดแล้ว“นะที่รัก~ ตกลงกับพี่ได้ไหม~”“อื้อ~ ตะ ตกลงค่ะ~” ฉันยอมแล้ว ใส่ก็ใส่ ไม่ไหวแล้วเหมือนกันอารมณ์ที่โดนพี่ตุลย

  • LUV My Sweet Heart รักหมดใจยัยสวีทฮาร์ต   บทที่ 132

    “พี่ตุลย์วางชุดนี้ลงเลย” ฉันไม่ใส่แน่นอนแต่พี่ตุลย์ไม่ทำตามที่ฉันบอก เขายิ้มบาง ๆ แล้วกางชุดในมือออก“วางทำไมพี่ว่าชุดนี้น่าจะใส่สบายที่สุดเลยนะที่รัก”“สบายอะไรล่ะ! ใส่ชุดนี้หนูไม่มีทางได้หลับได้นอนแน่ ๆ พี่ตุลย์เอาไปบริจาคได้เลยหนูไม่ใส่เด็ดขาด”“หึ ๆๆ บ่นอย่างกับใส่ชุดนอนปกติแล้วได้หลับได้นอน ก็เ

  • LUV My Sweet Heart รักหมดใจยัยสวีทฮาร์ต   บทที่ 131

    “ทำไมมาถึงเร็วจังเลยคะรถไม่ติดเหรอ ร้านอยู่ไกลมากเลยนะ”“เราคิดว่าพี่จะบ้าจี้ขับรถไปซื้อให้เหรอที่รัก?”​ พี่ตุลย์หันมาถามสีหน้าก็คือกวนประสาทสุด ๆ“อ้าว แล้วซื้อร้านไหนมา? หนูบอกอยากกินร้านนั้นนะพี่ตุลย์”​ ไม่ได้อยากเองมากนะแต่อารมณ์คนท้องอยากกินอะไรต้องได้กิน พอได้ยินแบบนี้ก็เกิดอยากจะอารมณ์เสียขึ้

  • LUV My Sweet Heart รักหมดใจยัยสวีทฮาร์ต   บทที่ 130

    “จะกลับตอนไหนล่ะคะ”(ทำไม คิดถึงพ่อเหรอ) เสียงอ้อนได้น่าหมั่นไส้สุด ๆ ไปเลย“เปล่า หนูแค่อยากให้มาแกะเร็ว ๆ กล่องมันกองพะเนินมาก รกสายตามากค่ะ” ฉันพูดจริง ๆ นะ แล้วกล่องพัสดุเวลาที่กองอยู่ด้วยกันเยอะ ๆ มันมีกลิ่นนะ บางคนอาจจะจมูกไม่ไวแต่ไม่ใช่กับฉันในเวลานี้แน่นอนเพราะฉันเริ่มจะเหม็นแล้ว(อีกสิบนาที

  • LUV My Sweet Heart รักหมดใจยัยสวีทฮาร์ต   บทที่ 129

    “เราว่าดีไหม” พี่ตุลย์รู้ว่าเขินใช่ไหมเนี่ยถึงถามต่อ ไม่ถามเฉย ๆ แต่ลูบหัวฉันเบา ๆ ไปด้วย ละมุนสุด ๆ ไปเลยค่ะ“ค่ะ” ^^ มันต้องดีอยู่แล้วถ้าได้อยู่กับผู้ชายที่ดี รักฉัน และฉันก็รักเขามากไปจนแก่“ถึงวันนั้นอย่ารำคาญตาแก่อย่างพี่ล่ะ”“ฮ่า ๆๆ ถึงวันนั้นหนูก็เป็นยายแก่เหมือนกัน อย่ารำคาญหนูนะคะ” ^^“หึ ๆ

  • LUV My Sweet Heart รักหมดใจยัยสวีทฮาร์ต   บทที่ 128

    “มือเย็นจังเลยค่ะ” ฉันถามพี่ตุลย์ที่เพิ่งจับมือฉันไปกุมแต่มือเขากลับเย็นเฉียบจนฉันอดแซวไม่ได้“หัวใจพี่จะหยุดเต้นแล้ว”“ฮ่า ๆๆ ขนาดนั้นเชียว” คำพูดเขากับหน้าตาที่จริงจังมากทำให้ฉันที่นอนอยู่หลุดหัวเราะออกมาค่อนข้างดังเลย“รอบที่สามแล้วเซย์ รอบนี้ถ้ายังอายอีกพี่จะทำโทษตัวเล็ก”“ฮ่า ๆๆ ทำโทษยังไงดีคะ”

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status