เข้าสู่ระบบ“ทักมาแล้วกัน เดี๋ยวฉันจัดการให้”
“ห้ามบอกคุณแม่ด้วยนะคะ”
“ฉันรู้”
“โอเคค่า บายค่ะคุณคู่หมั้น”
“หึ” น้องหนูได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอของคุณคู่หมั้นก่อนที่เขาจะเข้าไปนั่งในรถ แต่น้องหนูไม่สนค่ะ ยืนโบกมือบ๊ายบายกระทั่งรถขับออกจากรั้วบ้านไป
‘น้องหนู’ คือชื่อของฉันค่ะ น้องหนูกำลังเรียนชั้นมัธยมปลาย ม.4 ค่ะ น้องหนูมีเพื่อนเยอะ เพื่อนทุกคนก็จะว่าใจดีก็ใจดีอยู่นะ จะพูดยังไงดีอะ เอาไว้ถ้าเจอเมื่อไหร่ก็จะรู้กันเองเนอะ ก็หลาย ๆ คนชอบขำเวลาที่น้องหนูเดินผ่าน บางคนก็หัวเราะเสียงดัง ซึ่งน้องหนูเดาว่าเขาคงมีความสุข น้องหนูไม่สนที่ใครชอบซุบซิบ ไม่เก็บเอามาคิด มีปากก็พูดกันไปเรื่อย ถึงน้องหนูจะอ้วน ก็อ้วนที่ตัวน้องหนู อ้วนด้วยเงินของคุณแม่ ไม่ได้ไปอ้วนบนหัวใคร น้องหนูจะไม่สนใจ ไม่สิ ไม่ให้ค่ามากกว่า ความจริงน้องหนูก็ไม่ได้อ้วนเท่าไหร่ค่ะ ถ้าไม่เอาส่วนสูงมาเป็นเกณฑ์วัดด้วยอ่านะ ก็น้องหนูหนัก 70 กิโลกรัม ในขณะที่สูง 150 เซนติเมตร
ก็เลยดูเหมือนคนอ้วนตันไงคะ ซึ่งรูปร่างไม่ใช่ปัญหาอยู่แล้ว เพราะน้องหนูมีความสุขกับการกินค่ะ
“ไปรบกวนอะไรไทเกอร์ลูก ไปพูดอะไรไม่งามหรือเปล่า” เสียงคุณแม่ค่ะ น้องหนูเดินกลับเข้ามาในบ้าน คุณแม่ก็ถาม คุณแม่กำลังขนขนมหวานที่น้องหนูซื้อไว้ออกมากองที่โต๊ะ ซึ่งมันเยอะมาก
“เปล่าค่ะ คุณแม่คะ เราจะล้มละลายจริงเหรอ” บ้านเรารวยมาก ทำไมถึงมีคำว่าล้มลาย
“น้องหนูยังเด็กอยู่ ไม่ต้องคิดมากนะลูก เดี๋ยวแม่จัดการทุกอย่างเอง แม่สัญญาว่าจะไม่ทำให้น้องหนูลำบาก ขอแค่น้องหนูลดของหวาน ออกกำลังกาย เตรียมตัวเป็นเจ้าสาวของไทเกอร์ก็พอ”
“คุณแม่อ่า” คุณแม่มักมีความลับกับน้องหนูเสมอ และเมื่อน้องหนูถามก็จะบอกว่าน้องหนูยังเด็ก ไม่จำเป็นต้องรู้ ใช้ชีวิตให้มีความสุขก็พอ เป็นแบบนี้อยู่เสมอ น้องหนูก็ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น บางเรื่องก็ลืมเลือน บางเรื่องก็จำได้ ทว่าไม่พูดมันออกมาก็เท่านั้นเอง
“คุณแม่อ่าอะไรคะ”
“ก็น้องหนูไม่พร้อมจะลดหุ่นนี่คะ น้องหนูกำลังโตนะคะ วัยกำลังกิน” พูดพลางหยิบเครปเค้กหนึ่งกล่องกับซอสช็อกโกแลต แล้วแกะราดตักกิน อร่อยมากเลย ฟินอ่า
“น้องหนู ห้ามค่ะห้าม ห้ามกินเด็ดขาด” คุณแม่กำลังจะเดินมาแย่งขนมจากมือน้องหนู
อยู่ทำไมละคะ วิ่งสิวิ่ง ถือขนมหวานวิ่งสุดแรงเลยค่า “พรุ่งนี้ค่อยลดค่าคุณแม่”
(ว่าไงครับคุณเฟิง โทรมาต้องการปรึกษาปัญหาทางใจอะไรดีครับ) หมอธีร์จิตแพทย์หนุ่มใหญ่กดรับสาย“อยากปรึกษาครับหมอ ถ้ามีความสุขมาก ๆ จะมีอันตรายไหมครับ”(อารมณ์ดีขนาดนี้ นิยอมให้เลื่อนสถานะแล้วสิ) คนที่คอยให้คำปรึกษาทั้งสองฝ่ายเอ่ยด้วยน้ำเสียงปลื้มใจ“ทายถูกได้ไง”(เด็กอนุบาลยังทายถูกเลยครับ) จะไม่ทายถูกได้ไง หมอธีร์ก็อยากให้เพื่อนมีความสุขสักทีจึงพยายามพูดเหตุผลกับซานิอยู่ตลอด แล้วในที่สุดซานิก็ตัดสินใจได้ด้วยตัวเองว่าต้องการแบบไหน“เดี๋ยวว่างแล้วจะควงไปอวด”(เห่อเกินไป ทำเหมือนข้าวใหม่ปลามันไปได้)“พูดแบบนี้ก็ไม่ผิดนะ แม่งเอ้ย มีความสุขว่ะ โคตรจะมีความสุขเลย ต่อไปนี้กูก็เรียกเมียได้เต็มปากสักที”(เป็นเอามากนะเฟิง)“เออ แค่นี้ก่อนจะพานิไปกินข้าวข้างนอกสักหน่อย”(เออ มีความสุขมาก ๆ)เห็นเพื่อนมีความสุขหมอธีร์ก็มีความสุข การที่เฟิงหวงมีความสุขต่อไปก็อาจจะโทรหาเขาน้อยลงและคงไม่โทรมาคร่ำครวญไปอีกนาน“คุยกับใคร” ซานิเดินมาได้ยินเฟิงหวงตะโกนพอดี“ไอ้ธีร์ โทรไปโม้ให้มันฟังว่าเธอยอมเป็นเมียเค้าแล้ว”“ถึงขั้นต้องประกาศเลยเหรอ”“ต้องประกาศสิเธอเรื่องนี้เรื่องใหญ่เลยนะ”“เฮ้อ” มองเฟิงหวงแล้วก็ยิ้ม น
“ถ้างั้นเรากลับมารักกันได้ใช่ไหม เธอยอมเป็นภรรยาเค้าอีกครั้งได้ไหมซานิ”“ทำไมรู้สึกว่าวันนี้เธอขอเยอะจัง ทำไมดูกล้ากว่าทุกครั้ง”“เพราะเค้าตกผนึกแล้วว่าถ้าปล่อยไว้อีกปีสองปีสามปีสี่ปีห้าปีสิบปี หรือนานกว่านี้ถ้าหากเค้าไม่เป็นคนเริ่มเธอก็ไม่มีทางจะข้ามเส้นที่เธอขีดไว้ ครั้งนี้เค้าก็เลยรวบรวมความกล้าข้ามเส้นนี้เอง เค้าหวังว่าเธอจะเห็นใจความพยายามของเค้า”“อืม”“เค้าพูดไปตั้งเยอะเธอตอบกลับมาแค่อืม คำเดียวเหรอที่รัก”“ก็อืมไง”“...”“อืมแปลว่าอะไร แค่นี้ก็ไม่รู้เหรอ”“อืมแปลว่าตกลง นี่เธอตกลงใช่ไหมที่รัก ที่รักเธอให้โอกาสเค้าแล้วใช่ไหม”“ถ้าพูดมากจะเปลี่ยนใจแล้วนะ”“ไม่พูด ไม่พูดแล้ว เค้าจะเงียบ” เฟิงหวงยิ้มกว้าง กว้างมากเลยล่ะ ทว่าตอนนี้เขาดีใจมาก อยากจะระบายความดีใจนี้ออกมาให้เธอรับรู้ อยากจะส่งความรู้สึกนี้ถึงเธอ “เค้าขอกอดเธอได้ไหมที่รัก”“ไม่เอาอะ”“เธอ”“ขนลุก”“เค้าขอกอดเธอขนลุก ทีกอดกับเด็กของเธอไม่เห็นจะรู้สึกอะไร”“ทำน้อยใจอะไร ก็แค่เราไม่ได้ใกล้กันนานแล้ว มันก็ต้องรู้สึกแปลกบ้างสิ”“ยังไม่ลองจะรู้ได้ยังไงว่าแปลก”“งั้นลองสิ”“…” คำตอบของซานิทำเฟิงหวงยิ้มอีกแล้ว“ช้าเปลี่ยนใจนะ”
สองปีผ่านไปซานิยืนมองฟาร์มมะเขือเทศจากระเบียงบ้าน ฟาร์มมะเขือเทศของเธอเติบโตขึ้นเยอะกว่าเมื่อก่อนมาก ๆ คนงานก็ขยันขันแข็ง ทุกอย่างในชีวิตของเธอกำลังไปได้สวย ตั้งแต่เลือกที่จะยอมรับเฟิงหวง พ่อของเธอก็เลิกเข้ามาสั่งการ แต่ก็บอกให้เลี้ยงหลานให้ดี อย่าได้ทำให้หลานชายน้อยเนื้อต่ำใจและบอกว่าอย่าให้หลานเสียผลประโยชน์ สุดท้ายคุณสมิงยังห่วงเรื่องผลประโยชน์เหมือนเดิมซานิชอบชีวิตตอนนี้มาก ๆ เป็นชีวิตที่เธอโหยหามาตลอด ในที่สุดเธอก็ได้สัมผัสชีวิตแบบนี้สักที“ที่รัก” เฟิงหวงเดินมายืนเคียงข้าง“ที่รักอะไร ไม่ได้อยู่ต่อหน้าลูกไม่จำเป็นต้องเรียก”“ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนเธอก็เป็นที่รักของเค้าตลอด” เดี๋ยวนี้กล้าหยอดกว่าตอนแรกที่มาที่ฟาร์มใหม่“ไม่รู้สึกคลื่นไส้บ้างเหรอ”“ไม่นะ ปกติเลย ก็เค้าเรียกเธอแบบนี้มาตลอด มีความสุขทุกครั้งที่เรียกด้วย”“ถ้ามีความสุขก็เรียกไปเถอะ”“ที่รัก ที่รัก ที่รัก ที่รัก”“เฟิง”“ก็เธอบอกให้เค้าเรียก”“เรียกแค่เวลามีเรื่องพูดสิ”“ที่รัก”“เฟิงหวง”“นี่ไงเค้ามีเรื่องพูด”“อะไร”“นี่ก็ผ่านมาหลายปีแล้ว สถานะของเราสองคนพอขยับขึ้นมาได้ไหม”“ขยับเป็นอะไร เพื่อนสนิทเหรอ”“เค้าเคยบอ
“กูไม่เชื่อเรื่องเวรกรรมอะไรนั่นหรอก”“อันนี้ก็เรื่องของมึง มึงอยากเชื่อหรือไม่อยากเชื่อก็เรื่องของมึง” หมดปัญญาจะพูดกับคนอย่างเฟิงหวง พูดไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้นด้วย “แล้วนี่มึงจะกลับเลยไหม”“อืม คิดถึงลูก”“คิดถึงลูกอย่างเดียวเหรอ”“คิดถึงเมียด้วย”“เมียเก่า”“เออเมียเก่า กูจะทำอะไรได้เมียเก่าอยากเป็นเมียเก่าไม่อยากเป็นเมียกู”“พยายามเข้าไว้เดี๋ยวก็สำเร็จ”“แก่ก่อนสำเร็จ”“อันนั้นก็ทำใจนะเพื่อน”“สรุปแล้วมึงให้กำลังใจกูอยู่ใช่ไหม”“ใช่สิ กูไม่ให้กำลังใจมึงตรงไหน”“เออ ให้ก็ให้” ให้เหมือนไม่ให้ ช่วยเหมือนไม่ช่วย ดูเหมือนจะไม่มีประโยชน์อะไรเลย แต่ก็ยังดีที่ยังได้คำปรึกษา ไม่อย่างนั้นคงอึดอัดตายครืด ครืด ครืด“ครับ” เฟิงหวงกดรับสายวีดีโอคอล แม้จะเป็นชื่อซานิที่โทรเข้ามา ทว่าคนโทรไม่ใช่เธอ(พ่อเฟิงจะกลับเมื่อไหร่คับ) เด็กชายของขวัญทำหน้าอ้อน“พ่อกำลังจะออกเดินกลับ แต่ว่าก่อนกลับพ่อต้องแวะไปที่นึงก่อน”(ที่ไหนคับ นานเปล่า)“น่าจะนานนะครับ”(ไม่คิดถึงลูกเหรอคับ)“คิดถึงสิครับ แต่จะไม่ให้พ่อซื้อของเล่นกลับไปฝากลูกชายเหรอครับ”(ซื้อสิคับ ซื้อ ๆ พ่อเฟิงซื้อมาฝากขวัญเยอะ ๆ เลยนะคับ เอาเยอะ ๆ เลย)
“มึงไปสืบมาว่าไอ้หน้าไหนมันยุ่งกับเมียกู” เฟิงหวงสั่งลูกน้องหลังจากที่ได้ข่าวมาว่าซานิมีความสัมพันธ์กับผู้ชายอื่น“สืบมาแล้วครับ”“ใคร”“คนนี้เป็นแค่หนุ่มขายบริการเท่านั้นครับ คนก่อน ๆ ก็เช่นกัน”“ฮะ?”“มึงจะฮะทำไม มึงไม่เข้าใจที่ลูกน้องมึงพูดเหรอ” ธีร์ท้วง“...”“มึงยังมีผู้หญิงอื่นเยอะแยะแล้วทำไมนิจะมีความอยากบ้างไม่ได้ นิก็แค่ไม่มีเป็นตัวเป็นตนก็เท่านั้น นิไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่ได้ขาดตกบกพร่องหน้าที่แม่ แล้วนิก็เป็นเมียเก่าไม่ใช่เมียมึง มึงกรุณาทำความเข้าใจให้ถูกด้วย มึงเป็นพ่อของลูกแต่ไม่ได้เป็นผัวครับเพื่อน อย่าลืมข้อตกลงที่มึงตกลงกับนิ อย่าทำให้นิลำบากใจ”“เรื่องพวกนี้มึงก็รู้เหรอไอ้ธีร์”“ใช่สิ ทำไมกูจะไม่รู้ นิไม่ใช่คนชอบมีความลับสักหน่อย”“มีตั้งแต่เมื่อไหร่”“อะไรของมึง”“ซานิมีผู้ชายใหม่ตั้งแต่เมื่อไหร่”“น่าจะหลังคลอดได้สองปีนะ นิเหงา ๆ ก็เลยหาที่ปลอบใจ”“เหงาไม่เลี้ยงลูกไปอะ ไปมีผู้ชายคนใหม่ทำไม”“มึงอย่ามาใช้ตรรกะเห็นแก่ตัวไอ้เฟิง มึงเลิกกับนิก็มีผู้หญิงอื่นและแต่งงานใหม่ ตอนนั้นนิตั้งท้องอย่างยากลำบากเพื่อที่จะให้ของขวัญคลอดออกมาอย่างปลอดภัยที่สุด ขณะที่นิประคับประคองลูกตั
อาจจะเพราะของขวัญยังเป็นเด็กน้อยที่ยังไม่รู้เดียงสาจึงไม่ได้คิดอะไรที่มันยุ่งยากเหมือนที่พวกผู้ใหญ่คิดกัน การยอมรับในตัวเฟิงหวงจึงไม่ใช่เรื่องยากนักเมื่อสองพ่อลูกจูงมือกันหายไปภายในห้องนั่งเล่น ที่ห้องโถงใหญ่จึงเหลือเพียงนางเอื้องดาวและซานิ นางเอื้องดาวยิ้มให้กับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นไปในทางที่ดี“แม่ขอบคุณหนูนิมากนะที่ยอมให้โอกาสเฟิงหวงได้ทำหน้าที่พ่อของขวัญ”“เป็นเรื่องที่หนูควรทำค่ะ” ต่อให้ไม่อยากทำก็ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ บางทีมันก็คงไม่ได้แย่อะไร แต่ที่แน่ใจเลยก็คือมันดีกว่าการที่ลูกชายเธอเป็นตัวเลือกถัดไปของคุณสมิง“ถึงจะอย่างนั้นแม่ก็ต้องขอบคุณความใจกว้างของหนูอยู่ดี ขอบคุณมาก ๆ นะหนูนิ”“ค่ะคุณแม่” ไม่รับไว้ก็คงจะขอบคุณอยู่อย่างนี้ว่าไปแล้วมีแม่ผัวไม่อคติก็ให้ความรู้สึกดี ๆ เหมือนกันถ้านางดีแบบนี้ตั้งแต่แรกก็คงไม่เสียเวลาแบบนี้ เรื่องนี้เป็นความรู้สึกผิดที่ติดอยู่ในใจของนางเอื้องดาวและจะติดอยู่อย่างนี้ตลอดไปหลายเดือนต่อมา“แม่นิคับแม่นิ” เสียงลูกชายร้องอ้อน“ว่ายังไงครับสุดหล่อ” ซานิหันมายิ้มให้ลูกชายสุดที่รัก“เมื่อไหร่พ่อเฟิงจะมาคับ







