Mag-log in“คุ… คุณคู่หมั้น มาหอมแก้มน้องหนูแบบนี้ไม่ได้นะคะ” งั้นตกใจเรื่องนี้ก่อนแล้วกัน
“ยัยซื่อบื้อ แบบนี้เขาไม่เรียกหอมแก้ม แล้วเธอก็เอาแก้มกลม ๆ หน้าบาน ๆ ของเธอมาโดนจมูกฉันเอง” คุณคู่หมั้นส่ายหน้าพร้อมโวยวายใส่ฉัน
“จะอะไรก็แล้วแต่ ยังไงซะคุณคู่หมั้นก็เหมือนหอมแก้มน้องหนูอยู่ดี แล้วยังไงคะ มีคนรักแล้วทำไมต้องมาหมั้นกับน้องหนูด้วย”
“เธอไม่จำเป็นต้องรู้”
“จำเป็นสิ เพราะน้องหนูเป็นคนที่จะหมั้น และน้องหนูก็ไม่อยากได้คนปากร้ายมาเป็นสามีในอนาคตด้วย”
“เธอไม่ต้องห่วง เชิญเธอกินตามใจชอบเธอไปเถอะ กินให้พองเหมือนตุ่มใส่น้ำเดินได้ไปเลย เพราะฉันต้องได้แต่งงานกับผู้หญิงคนนั้น” น้ำเสียงและดวงตาอ่อนโยนขึ้นมาทันทีที่พูดถึงงานแต่งกับใครอีกคน
“งั้นก็แค่หมั้นแป๊ปเดียวใช่ไหมคะ น้องหนูไม่ต้องลดน้ำหนักใช่ไหมอ่า”
“อืม ไม่นาน เธออย่าพยายามสร้างปัญหาให้ฉันปวดสมองก็แล้วกัน”
“อื้ม ได้ค่ะ งั้นมาแลกไลน์กันค่ะ ถือว่าน้องหนูตกลง และขอให้คุณคู่หมั้นสมหวังกับผู้หญิงคนนั้น น้องหนูจะได้ไม่ต้องได้คุณคู่หมั้นมาเป็นสามี” น้องหนูก็ว่าดีนะ คุณคู่หมั้นสมหวังน้องหนูก็ไม่ต้องหมั้น ไม่ต้องมาพะวงว่าคุณแม่จะให้ลดความอ้วนอีก ก็คุณแม่น่ะ ถ้าได้มุ่งมั่นน้องหนูขัดได้ที่ไหนกันเล่า
“ทำไมฉันต้องให้ไลน์เธอ” คุณคู่หมั้นมุ่นคิ้วสงสัย
“น้องหนูไม่ได้จะเอามาจีบหรอกน่า ก็แค่เอาไว้ไลน์เรียกให้พาไปกินขนมหวานบ้างอะไรบ้างทำนองนั้น”
“ฉันเพิ่งบอกเธอไปว่าอย่าสร้างความวุ่นวาย”
“ง่ะ แค่พาไปกินขนมหวานไม่ได้สร้างความวุ่นวายนะคะ แลกเปลี่ยนกันไงคะ”
“แลกเปลี่ยนอะไรของเธอยัยบื้อ”
“ก็แลกเปลี่ยนกับการไม่สร้างความวุ่นวายไง น้องหนูขออาทิตย์ละหนึ่งวัน คุณคู่หมั้นจะมาเองหรือจะให้ใครมาก็ได้ แต่น้องหนูต้องได้ออกไปกินขนมร้านที่อยากไป โดยที่คุณแม่ไม่บ่น”
“ที่พูดแน่ใจเหรอ ไม่ใช่อยากไลน์จีบฉัน”
“อะไรทำให้คุณคู่หมั้นคิดแบบนี้คะ” ไปเอาความมั่นใจมาจากไหนกันอะ
“ก็แม่เธอตามใจปากเธอยิ่งกว่าอะไร เหตุผลอะไรที่เธอต้องมาขอไลน์ฉันใช่ไหมล่ะ”
“นั่นมันก่อนหน้าที่คุณคู่หมั้นจะปรากฏตัวค่ะ ตอนนี้คุณแม่กำลังไปรื้อขนมหวานที่น้องหนูตุนไว้ในตู้เย็นไปทิ้งแล้ว และยื่นคำขาดมาว่าน้องหนูต้องลดความอ้วนเพื่อเป็นเจ้าสาวของคุณคู่หมั้น ทั้งหมดเป็นเพราะคุณคู่หมั้นค่ะ เพราะงั้นต้องรับผิดชอบ”
“อะ ๆ พูดมาก เอาโทรศัพท์เธอมาสิ มัวยืนอ้วนพูดพล่ามอยู่ได้” คุณคู่หมั้นทำหน้ารำคาญ
ส่วนฉันยิ้มหน้าบาน “งั้นรอน้องหนูแป๊ปเดียวนะคะ เดี๋ยวไปเอาโทรศัพท์ก่อน”
“อย่าช้า”
“ค่า” วิ่งสิคะ เดี๋ยวเขาจะไม่รอ น้องหนูรีบหมุนตัวแล้ววิ่งอย่างเร็ว ได้โทรศัพท์แล้วก็รีบวิ่งกลับมาหาคุณคู่หมั้น
“เดินก็ได้ไหม วิ่ง ๆ อยู่เกิดล้มขึ้นมากระเบื้องแตกได้เสียเงินเปลี่ยน”
“ถ้าล้มมาก็ต้องห่วงน้องหนูไหมคะ ปากร้ายจริง ๆ เลย” เราสองคนแลกไลน์กันเรียบร้อยค่ะ
“อย่าสร้างปัญหาให้ฉันนะ”
“รับทราบค่า อย่าลืมที่เราตกลงกันนะคะ”
(ว่าไงครับคุณเฟิง โทรมาต้องการปรึกษาปัญหาทางใจอะไรดีครับ) หมอธีร์จิตแพทย์หนุ่มใหญ่กดรับสาย“อยากปรึกษาครับหมอ ถ้ามีความสุขมาก ๆ จะมีอันตรายไหมครับ”(อารมณ์ดีขนาดนี้ นิยอมให้เลื่อนสถานะแล้วสิ) คนที่คอยให้คำปรึกษาทั้งสองฝ่ายเอ่ยด้วยน้ำเสียงปลื้มใจ“ทายถูกได้ไง”(เด็กอนุบาลยังทายถูกเลยครับ) จะไม่ทายถูกได้ไง หมอธีร์ก็อยากให้เพื่อนมีความสุขสักทีจึงพยายามพูดเหตุผลกับซานิอยู่ตลอด แล้วในที่สุดซานิก็ตัดสินใจได้ด้วยตัวเองว่าต้องการแบบไหน“เดี๋ยวว่างแล้วจะควงไปอวด”(เห่อเกินไป ทำเหมือนข้าวใหม่ปลามันไปได้)“พูดแบบนี้ก็ไม่ผิดนะ แม่งเอ้ย มีความสุขว่ะ โคตรจะมีความสุขเลย ต่อไปนี้กูก็เรียกเมียได้เต็มปากสักที”(เป็นเอามากนะเฟิง)“เออ แค่นี้ก่อนจะพานิไปกินข้าวข้างนอกสักหน่อย”(เออ มีความสุขมาก ๆ)เห็นเพื่อนมีความสุขหมอธีร์ก็มีความสุข การที่เฟิงหวงมีความสุขต่อไปก็อาจจะโทรหาเขาน้อยลงและคงไม่โทรมาคร่ำครวญไปอีกนาน“คุยกับใคร” ซานิเดินมาได้ยินเฟิงหวงตะโกนพอดี“ไอ้ธีร์ โทรไปโม้ให้มันฟังว่าเธอยอมเป็นเมียเค้าแล้ว”“ถึงขั้นต้องประกาศเลยเหรอ”“ต้องประกาศสิเธอเรื่องนี้เรื่องใหญ่เลยนะ”“เฮ้อ” มองเฟิงหวงแล้วก็ยิ้ม น
“ถ้างั้นเรากลับมารักกันได้ใช่ไหม เธอยอมเป็นภรรยาเค้าอีกครั้งได้ไหมซานิ”“ทำไมรู้สึกว่าวันนี้เธอขอเยอะจัง ทำไมดูกล้ากว่าทุกครั้ง”“เพราะเค้าตกผนึกแล้วว่าถ้าปล่อยไว้อีกปีสองปีสามปีสี่ปีห้าปีสิบปี หรือนานกว่านี้ถ้าหากเค้าไม่เป็นคนเริ่มเธอก็ไม่มีทางจะข้ามเส้นที่เธอขีดไว้ ครั้งนี้เค้าก็เลยรวบรวมความกล้าข้ามเส้นนี้เอง เค้าหวังว่าเธอจะเห็นใจความพยายามของเค้า”“อืม”“เค้าพูดไปตั้งเยอะเธอตอบกลับมาแค่อืม คำเดียวเหรอที่รัก”“ก็อืมไง”“...”“อืมแปลว่าอะไร แค่นี้ก็ไม่รู้เหรอ”“อืมแปลว่าตกลง นี่เธอตกลงใช่ไหมที่รัก ที่รักเธอให้โอกาสเค้าแล้วใช่ไหม”“ถ้าพูดมากจะเปลี่ยนใจแล้วนะ”“ไม่พูด ไม่พูดแล้ว เค้าจะเงียบ” เฟิงหวงยิ้มกว้าง กว้างมากเลยล่ะ ทว่าตอนนี้เขาดีใจมาก อยากจะระบายความดีใจนี้ออกมาให้เธอรับรู้ อยากจะส่งความรู้สึกนี้ถึงเธอ “เค้าขอกอดเธอได้ไหมที่รัก”“ไม่เอาอะ”“เธอ”“ขนลุก”“เค้าขอกอดเธอขนลุก ทีกอดกับเด็กของเธอไม่เห็นจะรู้สึกอะไร”“ทำน้อยใจอะไร ก็แค่เราไม่ได้ใกล้กันนานแล้ว มันก็ต้องรู้สึกแปลกบ้างสิ”“ยังไม่ลองจะรู้ได้ยังไงว่าแปลก”“งั้นลองสิ”“…” คำตอบของซานิทำเฟิงหวงยิ้มอีกแล้ว“ช้าเปลี่ยนใจนะ”
สองปีผ่านไปซานิยืนมองฟาร์มมะเขือเทศจากระเบียงบ้าน ฟาร์มมะเขือเทศของเธอเติบโตขึ้นเยอะกว่าเมื่อก่อนมาก ๆ คนงานก็ขยันขันแข็ง ทุกอย่างในชีวิตของเธอกำลังไปได้สวย ตั้งแต่เลือกที่จะยอมรับเฟิงหวง พ่อของเธอก็เลิกเข้ามาสั่งการ แต่ก็บอกให้เลี้ยงหลานให้ดี อย่าได้ทำให้หลานชายน้อยเนื้อต่ำใจและบอกว่าอย่าให้หลานเสียผลประโยชน์ สุดท้ายคุณสมิงยังห่วงเรื่องผลประโยชน์เหมือนเดิมซานิชอบชีวิตตอนนี้มาก ๆ เป็นชีวิตที่เธอโหยหามาตลอด ในที่สุดเธอก็ได้สัมผัสชีวิตแบบนี้สักที“ที่รัก” เฟิงหวงเดินมายืนเคียงข้าง“ที่รักอะไร ไม่ได้อยู่ต่อหน้าลูกไม่จำเป็นต้องเรียก”“ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนเธอก็เป็นที่รักของเค้าตลอด” เดี๋ยวนี้กล้าหยอดกว่าตอนแรกที่มาที่ฟาร์มใหม่“ไม่รู้สึกคลื่นไส้บ้างเหรอ”“ไม่นะ ปกติเลย ก็เค้าเรียกเธอแบบนี้มาตลอด มีความสุขทุกครั้งที่เรียกด้วย”“ถ้ามีความสุขก็เรียกไปเถอะ”“ที่รัก ที่รัก ที่รัก ที่รัก”“เฟิง”“ก็เธอบอกให้เค้าเรียก”“เรียกแค่เวลามีเรื่องพูดสิ”“ที่รัก”“เฟิงหวง”“นี่ไงเค้ามีเรื่องพูด”“อะไร”“นี่ก็ผ่านมาหลายปีแล้ว สถานะของเราสองคนพอขยับขึ้นมาได้ไหม”“ขยับเป็นอะไร เพื่อนสนิทเหรอ”“เค้าเคยบอ
“กูไม่เชื่อเรื่องเวรกรรมอะไรนั่นหรอก”“อันนี้ก็เรื่องของมึง มึงอยากเชื่อหรือไม่อยากเชื่อก็เรื่องของมึง” หมดปัญญาจะพูดกับคนอย่างเฟิงหวง พูดไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้นด้วย “แล้วนี่มึงจะกลับเลยไหม”“อืม คิดถึงลูก”“คิดถึงลูกอย่างเดียวเหรอ”“คิดถึงเมียด้วย”“เมียเก่า”“เออเมียเก่า กูจะทำอะไรได้เมียเก่าอยากเป็นเมียเก่าไม่อยากเป็นเมียกู”“พยายามเข้าไว้เดี๋ยวก็สำเร็จ”“แก่ก่อนสำเร็จ”“อันนั้นก็ทำใจนะเพื่อน”“สรุปแล้วมึงให้กำลังใจกูอยู่ใช่ไหม”“ใช่สิ กูไม่ให้กำลังใจมึงตรงไหน”“เออ ให้ก็ให้” ให้เหมือนไม่ให้ ช่วยเหมือนไม่ช่วย ดูเหมือนจะไม่มีประโยชน์อะไรเลย แต่ก็ยังดีที่ยังได้คำปรึกษา ไม่อย่างนั้นคงอึดอัดตายครืด ครืด ครืด“ครับ” เฟิงหวงกดรับสายวีดีโอคอล แม้จะเป็นชื่อซานิที่โทรเข้ามา ทว่าคนโทรไม่ใช่เธอ(พ่อเฟิงจะกลับเมื่อไหร่คับ) เด็กชายของขวัญทำหน้าอ้อน“พ่อกำลังจะออกเดินกลับ แต่ว่าก่อนกลับพ่อต้องแวะไปที่นึงก่อน”(ที่ไหนคับ นานเปล่า)“น่าจะนานนะครับ”(ไม่คิดถึงลูกเหรอคับ)“คิดถึงสิครับ แต่จะไม่ให้พ่อซื้อของเล่นกลับไปฝากลูกชายเหรอครับ”(ซื้อสิคับ ซื้อ ๆ พ่อเฟิงซื้อมาฝากขวัญเยอะ ๆ เลยนะคับ เอาเยอะ ๆ เลย)
“มึงไปสืบมาว่าไอ้หน้าไหนมันยุ่งกับเมียกู” เฟิงหวงสั่งลูกน้องหลังจากที่ได้ข่าวมาว่าซานิมีความสัมพันธ์กับผู้ชายอื่น“สืบมาแล้วครับ”“ใคร”“คนนี้เป็นแค่หนุ่มขายบริการเท่านั้นครับ คนก่อน ๆ ก็เช่นกัน”“ฮะ?”“มึงจะฮะทำไม มึงไม่เข้าใจที่ลูกน้องมึงพูดเหรอ” ธีร์ท้วง“...”“มึงยังมีผู้หญิงอื่นเยอะแยะแล้วทำไมนิจะมีความอยากบ้างไม่ได้ นิก็แค่ไม่มีเป็นตัวเป็นตนก็เท่านั้น นิไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่ได้ขาดตกบกพร่องหน้าที่แม่ แล้วนิก็เป็นเมียเก่าไม่ใช่เมียมึง มึงกรุณาทำความเข้าใจให้ถูกด้วย มึงเป็นพ่อของลูกแต่ไม่ได้เป็นผัวครับเพื่อน อย่าลืมข้อตกลงที่มึงตกลงกับนิ อย่าทำให้นิลำบากใจ”“เรื่องพวกนี้มึงก็รู้เหรอไอ้ธีร์”“ใช่สิ ทำไมกูจะไม่รู้ นิไม่ใช่คนชอบมีความลับสักหน่อย”“มีตั้งแต่เมื่อไหร่”“อะไรของมึง”“ซานิมีผู้ชายใหม่ตั้งแต่เมื่อไหร่”“น่าจะหลังคลอดได้สองปีนะ นิเหงา ๆ ก็เลยหาที่ปลอบใจ”“เหงาไม่เลี้ยงลูกไปอะ ไปมีผู้ชายคนใหม่ทำไม”“มึงอย่ามาใช้ตรรกะเห็นแก่ตัวไอ้เฟิง มึงเลิกกับนิก็มีผู้หญิงอื่นและแต่งงานใหม่ ตอนนั้นนิตั้งท้องอย่างยากลำบากเพื่อที่จะให้ของขวัญคลอดออกมาอย่างปลอดภัยที่สุด ขณะที่นิประคับประคองลูกตั
อาจจะเพราะของขวัญยังเป็นเด็กน้อยที่ยังไม่รู้เดียงสาจึงไม่ได้คิดอะไรที่มันยุ่งยากเหมือนที่พวกผู้ใหญ่คิดกัน การยอมรับในตัวเฟิงหวงจึงไม่ใช่เรื่องยากนักเมื่อสองพ่อลูกจูงมือกันหายไปภายในห้องนั่งเล่น ที่ห้องโถงใหญ่จึงเหลือเพียงนางเอื้องดาวและซานิ นางเอื้องดาวยิ้มให้กับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นไปในทางที่ดี“แม่ขอบคุณหนูนิมากนะที่ยอมให้โอกาสเฟิงหวงได้ทำหน้าที่พ่อของขวัญ”“เป็นเรื่องที่หนูควรทำค่ะ” ต่อให้ไม่อยากทำก็ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ บางทีมันก็คงไม่ได้แย่อะไร แต่ที่แน่ใจเลยก็คือมันดีกว่าการที่ลูกชายเธอเป็นตัวเลือกถัดไปของคุณสมิง“ถึงจะอย่างนั้นแม่ก็ต้องขอบคุณความใจกว้างของหนูอยู่ดี ขอบคุณมาก ๆ นะหนูนิ”“ค่ะคุณแม่” ไม่รับไว้ก็คงจะขอบคุณอยู่อย่างนี้ว่าไปแล้วมีแม่ผัวไม่อคติก็ให้ความรู้สึกดี ๆ เหมือนกันถ้านางดีแบบนี้ตั้งแต่แรกก็คงไม่เสียเวลาแบบนี้ เรื่องนี้เป็นความรู้สึกผิดที่ติดอยู่ในใจของนางเอื้องดาวและจะติดอยู่อย่างนี้ตลอดไปหลายเดือนต่อมา“แม่นิคับแม่นิ” เสียงลูกชายร้องอ้อน“ว่ายังไงครับสุดหล่อ” ซานิหันมายิ้มให้ลูกชายสุดที่รัก“เมื่อไหร่พ่อเฟิงจะมาคับ







