Masukด้านในเป็นห้องสีขาวที่โล่งๆขนาดใหญ่ ด้านบนเป็นเพดานกระจกทรงกลมอยู่ตรงกลางที่มองขึ้นไปเห็นท้องฟ้า โต๊ะทำงานไม้ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมห้อง ผนังห้องมุมหนึ่งเป็นหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่มีผ้าม่านสีขาวปิดไว้ และยังมีเฟรมวาดรูปหลายๆอันที่วางกระจายตามมุมห้อง ฝีมือวาดรูปและลงสีของเขาอย่างกับพวกศิลปินมืออาชีพ
เธอเดินดูรูปภาพสีน้ำและสีน้ำมันหลายๆภาพที่วางไว้ มีรูปภาพพวกวิวทิวทัศน์ทะเล 2-3 ภาพ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นรูปผู้หญิงกึ่งนู้ดกึ่งเปลือยในอริยาบถแตกต่างกันไป เธอยืนมองดูรูปภาพพวกนั้นอยู่ครู่นึงด้วยความรู้สึกหวั่นใจแบบแปลกๆ ก่อนจะตกใจกับเสียงประตูห้องที่เปิดออกพร้อมกับร่างสูงโปร่งของธีร์วัฒน์ที่เดินเข้ามาในห้อง เขาเดินตรงไปที่โต๊ะทำงานก่อนจะยกเก้าอี้ที่มุมห้องมาวางไว้ตรงกลางห้อง และเดินเข้ามาหยุดยืนใกล้ๆเธอ
“ เอ่อ.. คุณธีร์คงจะไม่ได้ให้ดามาเป็นแบบวาดรูปแบบรูปวาดพวกนี้ใช่ไหมคะ ” เธอถามเขาเบาๆ ไม่กล้าเงยหน้าขี้นมองสบสายตาเขา
ธีร์วัฒน์ก้มลงมองดูใบหน้าแดงระเรื่อของเธอ
“ ใช่ งานวาดแนวๆแบบนี้แหละ ”
เธอเงยหน้าขึ้นมาจ้องเขา นัยน์ตาเบิกกว้างด้วยความตกใจกับคำตอบของเขา ตอนนี้นอกจากความเขินกระดากอายแล้วความรู้สึกที่แว๊บเข้ามาในหัวคือ เธอไม่อยากทำงานนี้แล้วถึงเธอจะรับปากเขาไปแล้วก็เถอะ
“ ดาคงเป็นแบบให้คุณวาดไม่ได้ค่ะ ขอโทษด้วยนะคะ ” เมลดาเงยหน้าขึ้นสบสายตากับเขา ถ้าเป็นแบบอย่างในภาพวาดพวกนี้ เธอจะต้องมานั่งแก้ผ้าโป๊เปลือยต่อหน้าเขาเหรอไง แค่คิดเธอก็ไม่อยากจะทำแล้ว
ธีร์วัฒน์ จ้องหน้าเธอนิ่ง เขาถอนหายใจออกมาเบาๆก่อนจะเดินไปนั่งที่เก้าอี้หนังสีน้ำตาลตรงโต๊ะทำงาน
“ นั่งก่อนสิ คุณตกลงรับปากผมแล้วนะว่าจะเป็นแบบให้ผมวาดรูป ”
เขาจ้องหน้าเธอเขม็ง เมื่อเห็นเธอยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ก่อนจะชี้ไปที่เก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของเขา เธอถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะเดินมานั่งลงที่เก้าอี้
“ ก็ฉันคิดว่าเป็นแบบวาดรูปแบบปกตินี่คะ แต่นี่มันออกจะทั้งโป๊เปลือย ถ้าเป็นแนวรูปวาดแบบนี้ ฉันคงทำไม่ได้หรอก คุณธีร์หาคนอื่นมาเป็นแบบเถอะค่ะ ”
นอกจากหน้าแดงก่ำแล้วตอนนี้เธอยังรู้สึกไม่ค่อยพอใจท่าทางกับคำพูดที่ดูแล้วเหมือนจะพยายามบังคับของเขา
“ ก็คุณไม่ถามเอง ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ผมก็ให้โอกาสคุณถามแล้ว มองเป็นงานศิลปะสิคุณ อีกอย่างผมไม่ได้จะให้คุณถอดหมดซะหน่อย ข้างในก็ใส่เสื้อเกาะอกกับกางเกงขาสั้นไว้ คอนเซ็ปคราวนี้ผมอยากวาดแนวอีโรติกที่ให้อารมณ์นุ่มนวลๆ ไม่ใช่เหมือนในรูปวาดที่คุณเห็นหรอก แล้วอีก 2 เดือนข้างหน้า ผมจะเอางานวาดไปจัดแสดงนิทรรศการภาพวาดที่ Art Galleryที่กรุงเทพร่วมกับเพื่อนศิลปินคนอื่นๆ ”
“ หาคนอื่นเถอะะค่ะ ฉันทำไม่ได้หรอก ”
“ ผมจะจ่ายค่าจ้างให้คุณเพิ่ม โอเคไหม? ”
“ ถึงคุณจะเพิ่มค่าจ้างให้ ฉันก็คงทำไม่ได้หรอกค่ะ ” เธอพูดเสียงเเข็งตอบเขา รู้สึกไม่พอใจเขาขึ้นเรื่อยๆเมื่อพูดอะไรเขาก็ยังไม่ยอมฟังแถมยังจะดื้อดึงจะให้เธอเป็นแบบให้ได้
“ พอดีคุณตรงกับคอนเซ็ปงานคราวนี้ของผม ลองทำดูก่อนได้ไหมแล้วค่อยเปลี่ยนใจก็ได้ มันไม่ได้เหมือนงานวาดที่คุณคิดหรอกนะ ”
น้ำเสียงพูดเขาอ่อนลงเล็กน้อย เมื่อมองดูแววตาและน้ำเสียงของเธอที่ดูท่าแล้วคงจะไม่ยอมเป็นแบบให้เขาแน่ๆ
‘..ยัยนี่ใจเเข็งชะมัด..’ เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งขณะมองใบหน้าที่แดงระเรื่อของเธอ เขาก็รู้สึกว่าเธอไม่ค่อยพอใจนักแต่ก็พยายามซ่อนอารมณ์และไม่แสดงอาการออกมาทางสีหน้า ก่อนที่จะคิดอะไรออก“ ถือว่าตอบแทนที่ผมช่วยรับคุณเข้าทำงานจะได้ไหม?”
เมลดาไม่คิดว่าธีร์วัฒน์จะเอาเรื่องที่รับเธอเข้าทำงานมาใช้เป็นข้ออ้างเพื่อบังคับให้เธอรับเป็นแบบวาดรูปให้เขา เธอนิ่งเงียบไปสักพักใหญ่ๆ สีหน้าเธอดูลังเลแต่ก็ยังดูไม่มีทีท่าว่าจะตอบรับหรือปฎิเสธเขา
“ ว่าไง.. ผมช่วยคุณแล้วตอนนี้ผมอยากให้คุณช่วยผมกลับบ้าง ”
เขาอมยิ้มเล็กน้อยมองเธอด้วยสายตาเจ้าเล่ห์เมื่อรู้สึกว่าตอนนี้เขาถือแต้มต่อเธอ และดูแววตาท่าท่างที่ดูลังเลของเธอแล้ว เธอจะต้องไม่ปฎิเสธเขาแน่นอน
เมลดาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เพราะจนใจจะสรรหาคำพูดอะไรมาพูดปฎิเสธเขา ถ้าเขายกข้ออ้างข้อนี้ขึ้นมาพูดกับเธอ ก่อนจะจำใจพูดตอบเขา
“ ก็ได้ค่ะ แต่ต้องไม่ใช่ขนาดแบบงานวาดพวกนั้น ”
" โอเคเป็นอันว่าคุณตกลงแล้วนะ งั้นก็เริ่มงานกันเลยนะ " เขายิ้มออกมา แววตาที่มองเธอเป็นประกายแวววาวด้วยความเจ้าเล่ห์
ธีร์วัฒน์เดินหายเข้าไปในห้องก่อนจะเดินกลับออกมาพร้อมผ้าสีขาวเนื้อนุ่มลื่นผืนใหญ่ผืนหนึ่ง แล้วยื่นมันส่งมาให้เธอ เมลดาหยิบผ้าจากฝ่ามือเขาขึ้นมาดู มันผืนใหญ่พอจะคลุมเธอได้ทั้งตัว เธอเงยหน้าขึ้นมองหน้าเขา
“ นั่นห้องพักผม คุณเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องนั้นได้เลย เสื้อคลุมแขวนอยู่ในห้อง ”
เธอกลืนน้ำลายลงคอไปอึกใหญ่ ใบหน้าตอนนี้แดงก่ำไปจนถึงใบหู ก่อนจะค่อยๆเดินเข้าไปในห้องพักของเขา เธอมองไปรอบๆห้องสีขาวขนาดใหญ่ มีเตียงนอนตรงกลาง และพวกเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ และผนังห้องมุมหนึ่งที่เป็นกระจก เธอยืนส่องกระจกบนผนังนั้นสักพัก ดูสไตล์การตกแต่งห้องของเขาแล้วเธอรู้สึกแปลกๆพิกล เธอค่อยๆถอดเสื้อผ้าออกทีละชิ้น เหลือแต่ชุดชั้นใน เธอรู้สึกใจหวิวๆทั้งยังตื่นเต้นและรู้สึกกระดากเขินอาย ก่อนจะเดินไปหยิบเสื้อคลุมมาสวมใส่และถือผ้าสีขาวที่เขาให้เดินออกไปจากห้องพัก
“ คุณเป็นใคร? ” “ เมื่อกี้คุณพูดว่าอะไรนะคะ! ” เธอได้ยินทุกคำพูดของเขาแต่คำถามก็หลุดออกจากปากโดยอัตโนมัติ เธอมองหน้าเขาเขม็งอย่างไม่เชื่อหูของตัวเอง สายตาของเขาที่มองเธอก็ราวกับคนแปลกหน้า “ ผมถามว่าคุณเป็นใคร? หรือเป็นพยาบาลพิเศษที่ครอบครัวของผมจ้างมาดูแล? ” “ คะคุณธีร์จำดาไม่ได้เหรอคะ ” เธออ้าปากค้าง นัยน์ตาเบิกกว้างขณะมองหน้าเขาอย่างไม่เชื่อหูของตัวเอง หัวใจดวงน้อยของเธอกระตุกวูบสั่นไหว ความรู้สึกเหมือนเมื่อคืนกลับมาอีกระลอก ความกลัวและความวิตกกังวลเริ่มเข้ามาเกาะกุมหัวใจเธออีกครั้ง เธอรู้สึกเหมือนจะหมดแรงก่อนจะค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ๆเขา “ ผม.. รู้สึกคุ้นหน้าคุณมากแต่ก็คิดไม่ออก ยิ่งพยายามจะนึกอะไรก็รู้สึกปวดหัว ” “ เอ่อ..ดาเป็นแฟนคุณค่ะและเราก็กำลังจะแต่งงานกัน คุณลองค่อยๆนึกดูสิคะ หรือตอนรถชนหัวสมองคุณจะได้รับการกระทบกระเทือนจนความทรงจำคุณหายไป.. ” “ แฟน? กำลังจะแต่งาน? ทำไมผมถึงนึกไม่ออกเลยนะ ” เขาพูดออกมาเบาๆก่อนจะยกมือขึ้นกุมขมับเหมือนพยายามใช้ความคิดอย่างหนัก แต่ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งปวดหัว เหงื่อเม็ดเล็กๆเริ่มซึมออก
“ อืม..ถ้าเรียบร้อยแล้วเดี๋ยวม๊ากับป๊าจะเข้าไปคุยกับพ่อแม่ของหนูดาให้เป็นเรื่องเป็นราว แล้วท้องกี่เดือนแล้วล่ะ ทำไมวันนี้ไม่พามาด้วยกัน เอ่อ..จริงสิวันพรุ่งนี้พาหนูดาเข้ามาที่บ้านนะ ม๊าจะคุยด้วยหน่อย ท้องแรกนี่ต้องระมัดระวังมากๆ นะ แล้วพาน้องไปหาหมอมาหรือยัง ” “ หมอบอกว่า 4 สัปดาห์แล้วครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมจะพาเมลดาเข้ามาหาม๊าก็แล้วกันนะครับ ” ธีร์วัฒน์อมยิ้มขำกับท่าทางของแม่ที่ดูแตกต่างกับตอนแรกลิบลับแต่ยังดูงอนๆเขาอยู่เหมือนกัน ขณะที่ถามเรื่องนั้นเรื่องนี้กับเขาไม่หยุดก่อนจะวนกลับมาถามเรื่องลูก เขาหันมามองหน้าพี่ธันที่กำลังยิ้มให้ ดีที่ครอบครัวเขาไม่เหมือนครอบครัวอื่น พ่อกับแม่เขาไม่ใช่คนหัวโบราณออกจะหัวสมัยใหม่ด้วยกันทั้งคู่เลยคุยกันได้เกือบทุกเรื่อง สองหนุ่มมองหน้าสบสายตากันครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจอออกมาเบาๆขณะนั่งคุยกันที่เฉลียงหลังบ้าน ธีร์วัฒน์หยิบบุหรี่ออกมาจุดสูบ สายตาหรี่ลงเล็กน้อยขณะพ่นควันบุหรี่ออกมา เขาไม่ค่อยได้สูบบุหรี่มาสักพักหนึ่งแล้วตั้งแต่รู้ว่าดาท้อง “ เอ่อ..ม๊ากับป๊าคุยง่ายกว่าที่คิด แต่ผมดูแล้วม๊าก็ดูงอนๆ
“ อื้ออ.. คุณธีร์เบาๆ ” “ อืมม.. ผมจะทำเบาๆ ” ปากผมพูดบอกเธออย่างนั้น แต่ร่องของเธอมันทั้งตอดทั้งรัดแน่นจนผมอดใจที่จะขยับสะโพกแรงๆไม่ไหว ก่อนจะเร่งจังหวะซอยเข้าออกเร็วขึ้นเรื่อยๆ “ อ๊าา..อื้อออ แรงไปค่ะ ” “ อา.. พร้อมกันนะดา ผมใกล้จะเสร็จแล้ว ” เสียงเคาะประตูดังขึ้น 3-4 ครั้งพร้อมกับเสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นเรื่อยๆ ธีร์วัฒน์ชะงักไปเล็กน้อยพร้อมกับสบถออกมาอย่างหงุดหงิด ก่อนจะเร่งขยับสะโพกเร็วขึ้น “ คะคุณธีร์ อ๊าา ” “ อ้า.. อืมม.. จะแตกแล้ว ” เขาครางออกมาเสียงดังพร้อมกับท่อนเอ็นที่เกร็งกระตุกถี่พร้อมกับน้ำรักที่พุ่งออกมา ร่างบางกระตุกเกร็งพร้อมกับเล็บที่จิกลงบนกลางหลังเขา ขณะที่ปลายเท้าของเธอยังเกี่ยวกวักรอบเอวของเขาเอาไว้แน่นพร้อมกับเสียงหายใจหอบกระเส่า ธีร์ฒน์ขยับตัวออกมาจากตัวเธอก่อนจะเดินไปรับโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะ “ ว่าไง ” ธัร์วัฒน์พูดด้วยน้ำเสียงหอบหนักๆ กรอกเข้าไปในสาย “ เอ่อ..ผมเอาเอกสารงานมาให้คุณธีร์ครับ เอ่อ..เสียงคุณธีร์ทำไมเป็นอย่างนั้นครับ ”
“ ไม่แน่นอนครับ อาจจะพรุ่งนี้หรืออาจจะนานกว่านั้นขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของคนเจ็บด้วย ไม่มีอะไรแล้วหมอขอตัวก่อนนะครับ เอ่อ..มีอะไรเรียกพยาบาลได้เลยนะครับ” “ ขอบคุณหมอมากๆนะคะ ” คุณเพ็ญศรีพูดพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้าที่บ่งบอกความโล่งอกอย่างเห็นได้ชัด “ เอ่อ..คุณแม่คะ เดี๋ยวดาจะอยู่ดูแลคุณธีร์เองค่ะ ” “ หนูกำลังท้องอยู่ด้วย เดี๋ยวม๊าเฝ้าธีร์เองดีกว่านะ ” “ ไม่เป็นไรค่ะ คุณแม่กับคุณพ่อไปพักเถอะนะคะ ให้ดาอยู่เฝ้าคุณธีร์เถอะค่ะ ดาอยากอยู่กับเค้า ถ้าคุณธีร์ฟื้นแล้วดาจะรีบโทรบอกนะคะ ” เมลดาพูดยืนยันน้ำเสียงหนักแน่นขณะสบสายตาผู้สูงวัยทั้งคู่ก่อนจะหันไปมองหน้าพี่ชายของเขาที่ยืนอยู่ข้างๆเธอ “ ม๊าครับเอาตามที่น้องดาพูดก็แล้วกัน ม๊ากับป๊ากลับไปพักผ่อนที่บ้านก่อนเถอะครับ ม๊าเป็นโรคความดันสูงด้วยถ้าพักผ่อนไม่เพียงพอเดี๋ยวจะล้มป่วยไปอีกคน เดี๋ยวผมอยู่เป็นเพื่อนน้องดาเอง ” ธันวาหันมามองหน้าพ่อกับแม่ของเขา คุณหญิงเพ็ญศรีถอนหายใจพลางพยักหน้าตอบลูกชายคนโต เธอหันมาสบสายตากับเมลดา รอยยิ้มปรากฎขึ้นบนใบหน้าของหญิงสูงวัยแววตาแฝงประกายอ่อนโยนขณะมองสบสายต
“ มีเอกสารที่ต้องเซนต์อีกหลายฉบับค่ะ พรุ่งนี้มีประชุมตอนเช้านะคะ แล้วมีประชุมกับบริษัทเรื่องสินค้านำเข้าค่ะ แล้วก็เอ่อ.. ” ธีร์วัฒน์ยกมือขึ้นเป็นเชิงห้ามให้เธอหยุดพูด “ เดี๋ยวคุณแนบตารางงานและเอกสารทุกอย่างมาให้ผมทั้งหมดก็แล้วกันครับ ผมมีธุระจะกลับก่อน ” “ ได้ค่ะ เดี๋ยวดิฉันจัดการเอกสารเรียบร้อยแล้วจะให้คุณเอกชัยเอาไปให้ที่คอนโดของคุณธีร์นะคะ ” “ โอเค ขอบคุณครับ ” ธีร์วัฒน์เดินออกมาจากโต๊ะ ใจเขาตอนนี้จดจ่ออยู่ที่เรื่องของเธอ ฝ่ามือใหญ่ล้วงโทรศัพท์ออกมาก่อนจะกดโททรศัพท์หาเธอ “ ฮัลโหล คุณธีร์ว่าไงคะ ” “ เดี๋ยวผมจะกลับคอนโดแล้ว คุณอยากได้อะไรไหมเดี๋ยวผมซื้อไปให้ ” “ เอ่อ..ไม่ค่ะ ของในตู้เย็นคุณซื้อของมาไว้เต็มไปหมด ไม่ต้องซื้ออะไรมาแล้วนะคะ แล้วคุณธีร์ไม่ทำงานเหรอคะ เพิ่งจะบ่ายโมงกว่าๆเอง ” “ อ้อ..เดี๋ยวผมให้ลูกน้องเอาเอกสารไปให้ที่คอนโด มีแค่เซนต์เอกสารแค่นั้นเอง ผมจะได้อยู่กับคุณด้วย ดีไหมครับ ” “ โอเคค่ะ ขับรถดีๆนะคะ ” เมลดายิ้มออกมาอย่างดีใจเมื่อได้ยินคำพูดของเขา
“ หา!! แฟนแกท้อง! ” ธันวาพูดออกมาเสียงดังราวกับเสียงตะโกน นัยน์ตาเรียวเบิกกว้างขณะมองหน้าธีร์วัฒน์เขม็ง “ ใช่.. หมอบอกอายุครรภ์ราวๆ 4 สัปดาห์ พี่ช่วยผมคิดหน่อยสิว่าจะบอกป๊ากับม๊ายังไงดี บอกตรงๆไปเลยดีไหม? เดี๋ยวทางพ่อแม่ดาผมจะเข้าไปคุยกับพวกท่านวันเสาร์นี้ ” “ ทำไมน้ำเชื้อแกแรงจังวะ คบกันไม่นานท้องละ ฉันคบกับแพทมา 3 ปีกว่า ไม่เห็นเป็นแบบคู่แกเลย ” “ เอ่อ.. มันเป็นเพราะผมเอง.. ตอนมีอะไรกันผมไม่ได้ใส่ถุงยางแถมหลั่งในทุกครั้งด้วย พูดจริงๆ ผมก็ตั้งใจให้เป็นแบบนั้นอยู่แล้ว ผมจริงจังยังไงมันก็พร้อมทุกอย่างแล้วผมก็เลยไม่ได้คิดมากเท่าไหร่ ” “ ธีร์แกนี่มัน.. ฉันไม่รู่จะด่าแกยังไงดี ไม่รู้เหมือนกันว่ะ! แกไปคุยกับป๊ากับม๊าเองเหอะ ” “ พรุ่งนี้ผมจะเข้าไปที่บ้านก็แล้วกัน ” “ ม๊าสวดแกยับแน่ๆ เตรียมตัวเตรียมใจไว้ให้ดีเถอะ.. เอ่อ..แล้วทางพ่อแม่ของผู้หญิง คบลูกเขาได้ไม่เท่าไหร่ทำลูกสาวเขาท้องก่อนแต่งอีก พ่อแม่ที่ไหนก็คงรับไม่ได้หรอกว่ะ แกคิดไว้แล้วหรือยังว่าจะทำยังไง? ” “ หึ..บ่นเหมือนลุงแก่ๆ.. ผมก็คิดว่าจะคุ
“ หึ.. ดื่มต่อไปอีกตั้งหลายแก้ว คุณเดินไหวไหม? “ ก็ไหวค่ะ แฮร่..คุณธีร์ช่วยพยุงดาหน่อยก็ดีค่ะ ” เมลดาหันมาพูดก่อนจะหัวเราะแก้เก้อเมื่อเธอลุกขึ้นยืนแล้วเซไปมาเล็กน้อย ฝ่ามือเล็กจับขอบประตูรถไว้แน่น ธีร์วัฒน์เดินอ้อมมาฝั่งเธอ ฝ่ามือใหญ่ค่อยๆพยุงตัวเธอให้เดินไปที่ลิฟท์ ร่างบางซ
หลังจากอยู่กรุงเทพมาอาทิตย์กว่าๆ และรอเขาเคลียร์งานที่บริษัทจนเสร็จแล้ว ตอนนี้เธอก็กลับมาหัวหินอีกครั้ง เมลดานั่งมองทะเลเงียบๆ ก่อนจะหันหน้ากลับมามองผู้ชายที่นอนเล่นอยู่ใกล้ๆ ร่างสูงโปร่งนอนบนผ้าเนื้อหนานุ่มที่ปูทับลงบนหาดทรายละเอียด ใบหน้าเขาเรียบเฉยขณะหลับตานอนนิ่งๆ เธอมองสำรวจดูใบหน้าราวกั
“ อืม.. แต่ผมเพิ่งคบกับดาได้ไม่นานเอง คงต้องอีกสักพักใหญ่ๆ ผมอยากให้พี่ธันกับพี่แพทแต่งงานกันก่อนนะ ถึงถามอยู่นี่ไงว่าเมื่อไหร่พวกพี่จะแต่งงานกันสักที จะแต่งตัดหน้าก็เกร็งใจพวกพี่นะ ฮ่าๆ ” “ เอ่อ.. ก็กำลังคุยกับแพทอยู่เหมือนกัน กำลังให้ทางนั้นดูฤกษ์อยู่คิดว่าคงจะสิ้นปีนี้นะ รอเรือนห
เมลดาถอนหายใจเล็กน้อยเมื่อมองดูตัวเองเองในกระจกบานใหญ่ในห้องนอนของเขา สายตาสำรวจมองดูความเรียบร้อยก่อนจะเดินออกไปหาเขาที่นั่งรอในห้องนั่งเล่น เธอยืนมองดูเขา ธีร์วัฒน์สวมเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้มลายริ้วสีขาว และกางเกงสแล็กเข้ารูปสีดำ เธอมองดูเขาด้วยสายตาชื่นชมเขาใส่ชุดอะไรก็ดูดี ทั้งใบหน้าหล่อเหลา







