LOGINด้านในเป็นห้องสีขาวที่โล่งๆขนาดใหญ่ ด้านบนเป็นเพดานกระจกทรงกลมอยู่ตรงกลางที่มองขึ้นไปเห็นท้องฟ้า โต๊ะทำงานไม้ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมห้อง ผนังห้องมุมหนึ่งเป็นหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่มีผ้าม่านสีขาวปิดไว้ และยังมีเฟรมวาดรูปหลายๆอันที่วางกระจายตามมุมห้อง ฝีมือวาดรูปและลงสีของเขาอย่างกับพวกศิลปินมืออาชีพ
เธอเดินดูรูปภาพสีน้ำและสีน้ำมันหลายๆภาพที่วางไว้ มีรูปภาพพวกวิวทิวทัศน์ทะเล 2-3 ภาพ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นรูปผู้หญิงกึ่งนู้ดกึ่งเปลือยในอริยาบถแตกต่างกันไป เธอยืนมองดูรูปภาพพวกนั้นอยู่ครู่นึงด้วยความรู้สึกหวั่นใจแบบแปลกๆ ก่อนจะตกใจกับเสียงประตูห้องที่เปิดออกพร้อมกับร่างสูงโปร่งของธีร์วัฒน์ที่เดินเข้ามาในห้อง เขาเดินตรงไปที่โต๊ะทำงานก่อนจะยกเก้าอี้ที่มุมห้องมาวางไว้ตรงกลางห้อง และเดินเข้ามาหยุดยืนใกล้ๆเธอ
“ เอ่อ.. คุณธีร์คงจะไม่ได้ให้ดามาเป็นแบบวาดรูปแบบรูปวาดพวกนี้ใช่ไหมคะ ” เธอถามเขาเบาๆ ไม่กล้าเงยหน้าขี้นมองสบสายตาเขา
ธีร์วัฒน์ก้มลงมองดูใบหน้าแดงระเรื่อของเธอ
“ ใช่ งานวาดแนวๆแบบนี้แหละ ”
เธอเงยหน้าขึ้นมาจ้องเขา นัยน์ตาเบิกกว้างด้วยความตกใจกับคำตอบของเขา ตอนนี้นอกจากความเขินกระดากอายแล้วความรู้สึกที่แว๊บเข้ามาในหัวคือ เธอไม่อยากทำงานนี้แล้วถึงเธอจะรับปากเขาไปแล้วก็เถอะ
“ ดาคงเป็นแบบให้คุณวาดไม่ได้ค่ะ ขอโทษด้วยนะคะ ” เมลดาเงยหน้าขึ้นสบสายตากับเขา ถ้าเป็นแบบอย่างในภาพวาดพวกนี้ เธอจะต้องมานั่งแก้ผ้าโป๊เปลือยต่อหน้าเขาเหรอไง แค่คิดเธอก็ไม่อยากจะทำแล้ว
ธีร์วัฒน์ จ้องหน้าเธอนิ่ง เขาถอนหายใจออกมาเบาๆก่อนจะเดินไปนั่งที่เก้าอี้หนังสีน้ำตาลตรงโต๊ะทำงาน
“ นั่งก่อนสิ คุณตกลงรับปากผมแล้วนะว่าจะเป็นแบบให้ผมวาดรูป ”
เขาจ้องหน้าเธอเขม็ง เมื่อเห็นเธอยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ก่อนจะชี้ไปที่เก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของเขา เธอถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะเดินมานั่งลงที่เก้าอี้
“ ก็ฉันคิดว่าเป็นแบบวาดรูปแบบปกตินี่คะ แต่นี่มันออกจะทั้งโป๊เปลือย ถ้าเป็นแนวรูปวาดแบบนี้ ฉันคงทำไม่ได้หรอก คุณธีร์หาคนอื่นมาเป็นแบบเถอะค่ะ ”
นอกจากหน้าแดงก่ำแล้วตอนนี้เธอยังรู้สึกไม่ค่อยพอใจท่าทางกับคำพูดที่ดูแล้วเหมือนจะพยายามบังคับของเขา
“ ก็คุณไม่ถามเอง ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ผมก็ให้โอกาสคุณถามแล้ว มองเป็นงานศิลปะสิคุณ อีกอย่างผมไม่ได้จะให้คุณถอดหมดซะหน่อย ข้างในก็ใส่เสื้อเกาะอกกับกางเกงขาสั้นไว้ คอนเซ็ปคราวนี้ผมอยากวาดแนวอีโรติกที่ให้อารมณ์นุ่มนวลๆ ไม่ใช่เหมือนในรูปวาดที่คุณเห็นหรอก แล้วอีก 2 เดือนข้างหน้า ผมจะเอางานวาดไปจัดแสดงนิทรรศการภาพวาดที่ Art Galleryที่กรุงเทพร่วมกับเพื่อนศิลปินคนอื่นๆ ”
“ หาคนอื่นเถอะะค่ะ ฉันทำไม่ได้หรอก ”
“ ผมจะจ่ายค่าจ้างให้คุณเพิ่ม โอเคไหม? ”
“ ถึงคุณจะเพิ่มค่าจ้างให้ ฉันก็คงทำไม่ได้หรอกค่ะ ” เธอพูดเสียงเเข็งตอบเขา รู้สึกไม่พอใจเขาขึ้นเรื่อยๆเมื่อพูดอะไรเขาก็ยังไม่ยอมฟังแถมยังจะดื้อดึงจะให้เธอเป็นแบบให้ได้
“ พอดีคุณตรงกับคอนเซ็ปงานคราวนี้ของผม ลองทำดูก่อนได้ไหมแล้วค่อยเปลี่ยนใจก็ได้ มันไม่ได้เหมือนงานวาดที่คุณคิดหรอกนะ ”
น้ำเสียงพูดเขาอ่อนลงเล็กน้อย เมื่อมองดูแววตาและน้ำเสียงของเธอที่ดูท่าแล้วคงจะไม่ยอมเป็นแบบให้เขาแน่ๆ
‘..ยัยนี่ใจเเข็งชะมัด..’ เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งขณะมองใบหน้าที่แดงระเรื่อของเธอ เขาก็รู้สึกว่าเธอไม่ค่อยพอใจนักแต่ก็พยายามซ่อนอารมณ์และไม่แสดงอาการออกมาทางสีหน้า ก่อนที่จะคิดอะไรออก“ ถือว่าตอบแทนที่ผมช่วยรับคุณเข้าทำงานจะได้ไหม?”
เมลดาไม่คิดว่าธีร์วัฒน์จะเอาเรื่องที่รับเธอเข้าทำงานมาใช้เป็นข้ออ้างเพื่อบังคับให้เธอรับเป็นแบบวาดรูปให้เขา เธอนิ่งเงียบไปสักพักใหญ่ๆ สีหน้าเธอดูลังเลแต่ก็ยังดูไม่มีทีท่าว่าจะตอบรับหรือปฎิเสธเขา
“ ว่าไง.. ผมช่วยคุณแล้วตอนนี้ผมอยากให้คุณช่วยผมกลับบ้าง ”
เขาอมยิ้มเล็กน้อยมองเธอด้วยสายตาเจ้าเล่ห์เมื่อรู้สึกว่าตอนนี้เขาถือแต้มต่อเธอ และดูแววตาท่าท่างที่ดูลังเลของเธอแล้ว เธอจะต้องไม่ปฎิเสธเขาแน่นอน
เมลดาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เพราะจนใจจะสรรหาคำพูดอะไรมาพูดปฎิเสธเขา ถ้าเขายกข้ออ้างข้อนี้ขึ้นมาพูดกับเธอ ก่อนจะจำใจพูดตอบเขา
“ ก็ได้ค่ะ แต่ต้องไม่ใช่ขนาดแบบงานวาดพวกนั้น ”
" โอเคเป็นอันว่าคุณตกลงแล้วนะ งั้นก็เริ่มงานกันเลยนะ " เขายิ้มออกมา แววตาที่มองเธอเป็นประกายแวววาวด้วยความเจ้าเล่ห์
ธีร์วัฒน์เดินหายเข้าไปในห้องก่อนจะเดินกลับออกมาพร้อมผ้าสีขาวเนื้อนุ่มลื่นผืนใหญ่ผืนหนึ่ง แล้วยื่นมันส่งมาให้เธอ เมลดาหยิบผ้าจากฝ่ามือเขาขึ้นมาดู มันผืนใหญ่พอจะคลุมเธอได้ทั้งตัว เธอเงยหน้าขึ้นมองหน้าเขา
“ นั่นห้องพักผม คุณเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องนั้นได้เลย เสื้อคลุมแขวนอยู่ในห้อง ”
เธอกลืนน้ำลายลงคอไปอึกใหญ่ ใบหน้าตอนนี้แดงก่ำไปจนถึงใบหู ก่อนจะค่อยๆเดินเข้าไปในห้องพักของเขา เธอมองไปรอบๆห้องสีขาวขนาดใหญ่ มีเตียงนอนตรงกลาง และพวกเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ และผนังห้องมุมหนึ่งที่เป็นกระจก เธอยืนส่องกระจกบนผนังนั้นสักพัก ดูสไตล์การตกแต่งห้องของเขาแล้วเธอรู้สึกแปลกๆพิกล เธอค่อยๆถอดเสื้อผ้าออกทีละชิ้น เหลือแต่ชุดชั้นใน เธอรู้สึกใจหวิวๆทั้งยังตื่นเต้นและรู้สึกกระดากเขินอาย ก่อนจะเดินไปหยิบเสื้อคลุมมาสวมใส่และถือผ้าสีขาวที่เขาให้เดินออกไปจากห้องพัก
เมลดาลืมตาตื่นขึ้นมาขณะสายตามองดูเตียงที่ว่างเปล่าในความมืดสลัวและยกมือขึ้นขยี้ตาเล็กน้อยเพื่อไล่ความง่วง ร่างบางลุกขึ้นมานั่งพร้อมกับเอื้อมมือไปเปิดสวิตซ์โคมไฟบนโต๊ะข้างเตียง เธอมองดูนาฬิกาที่ตอนนี้ 4 ทุ่มกว่าแล้ว นี่เธอหลับไปเกือบๆ 2 ชั่วโมง เมลดาเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องน้ำเธออาบน้ำสวมเสื้อผ้าเรียบร้อยก่อนจะเดินมาเปิดประตูออกเล็กน้อย สายตามองดูแผ่นหลังเปลือยเปล่าของธีร์วัฒน์ที่กำลังนั่งลงสีรูปภาพ เธอมองเขาอยู่นานก่อนจะปิดประตูห้องลงและกลับขึ้นไปล้มตัวลงนอนบนเตียง เธอเชื่อใจเขาแต่ก็อดคิดเรื่องผู้หญิงที่ชื่อเอมี่ไม่ได้ เธอมาหาเขาถึงที่นี่ก็แสดงว่าเธอคงยังมีเยื่อใยกับเขาอยู่ ถึงจะเป็นอดีตเป็นแล้วก็เถอะ เมลดาครุ่นคิดพร้อมกับถอนหายใจออกมาเบาๆ เสียงฮือฮาดังขึ้นภายในร้าน ลูกค้าทุกคนหันไปมองผู้หญิงผมยาวสลวยรูปร่างเพรียวบางระหงที่เดินเข้ามาในร้าน &nbs
วันนี้ธีร์วัฒน์ไม่ได้เข้าบริษัททั้งวัน เพราะเอกสารทุกอย่างเลขาของเขาได้จัดการเตรียมให้เอกชัยเอามาให้เขาที่คอนโดแทน แล้วก็เป็นไปตามที่เขาคิดวันนี้เอมี่ก็ยังคงไปหาเขาที่บริษัทเหมือนเมื่อวาน เขานั่งดูเอกสารพลางคิดชื่นชมความหัวไวของเลขาเขาไม่ได้ พัชรินทร์เป็นคนเก่งและเธอก็รู้งานเป็นอย่างดี สายตาของเขามองดูโทรศัพท์ที่สั่นอยู่บนโต๊ะสักพักก่อนที่มันจะเงียบไป การประชุมรวมคณะกรรมการบริษัทวันนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยดี ธีร์วัฒน์รู้สึกโล่งอกที่วันนี้ทั้งวันเขาไม่เห็นเอมี่เข้ามาที่บริษัท เขายิ้มขำๆพลางคิดในใจ เมื่อก่อนมีแต่เขาที่คอยตามตื้อเธอพอมาตอนนี้กลายเป็นเขาที่อยากจะวิ่งหนีจากเธอแทน ขณะที่เดินออกมาจากห้องประชุมพลันสายตาของเขาก็สะดุดเข้ากับหญิงสาวที่กำลังเดินตรงเข้ามาหาเขา “ ไงคะธีร์ วันนี้คุณคิดจะหลบเอมี่อีกไหม ประชุมเสร็จแล้วใช่ไหมคะ ” “ คุณมีธุระอะไรหรือเปล่า พอดีผมกำลังรีบไม่มีเวลาคุยด้วย เอ่อ. คุณพัชรินทร์ วันนี้ผมมีตารางงานอะไรอีกบ้าง? ” ธีร์วัฒน์หันหลังกลับมาถามเลขาของเขาพลางขยิบตาให้เธอเป็นเชิงขอความช่วยเหลือ เธอนิ่งไปครู่ห
ธีร์วัฒน์หันมาจ้องหน้าเธอนิ่ง เขารู้จักนิสัยของผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้านี้ดี เรื่องที่เขาคุยกับเธอเมื่อคืนไม่ทำให้เธอเข้าใจอะไรง่ายขึ้นเลยเหรอไง สายตาพนักงานทุกคู่ที่ยังจับจ้องมาทางพวกเขาทั้งคู่ ทำให้ธีร์วัฒน์เดินกลับเข้าไปในห้องทำงาน โดยมีเอมี่เดินตามเขาเข้าไป “ เอมี่ ผมบอกคุณไปตั้งแต่เมื่อคืนและคิดว่าคุณคงเข้าใจดีแล้ว ” “ ฉันเข้าใจที่คุณพูดค่ะ แต่เรายังเป็นเพื่อนกันได้อยู่ใช่ไหมคะ ” ธีร์วัฒน์ไม่ได้พูดตอบเธอ เขาส่ายหน้าเล็กน้อยขณะมองหน้าเอมี่ ก่อนจะกดเครื่องอินเตอร์คอมเรียกเลขาให้เข้ามา เอมี่จ้องหน้าเขานิ่ง เธอไม่อยากยอมแพ้อะไรง่ายๆ และยอมบากหน้ามาง้อเขาถึงขนาดนี้แล้ว เสียงเคาะประตูดังขึ้น 3-4 ครั้ง พร้อมกับเลขาของเขาที่เดินเข้ามา “ คุณธีร์คะ อาหารที่สั่งได้แล้วนะคะ จะให้ยกเข้ามาเลยไหมคะ ” “ ครับ คุณช่วยจัดการสั่งอาหารให้คุณเอมี่ด้วย ” “ ได้ค่ะ เอ่อ..คุณเอมี่อยากทานอะไรคะ เดี๋ยวดิฉันจะไปสั่งอาหารให้นะคะ ” “ ทานแบบเดียวกับของธีร์ก็ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะ ” เอมี่ตอบเลขาของเขาพลางยิ้มหวานให้และหันมามองหน้าเขายิ้มๆ เธอเดิน
“ ถ้าตอนนี้เอมี่บอกว่าคุณเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เอมี่ต้องการ คุณคงคิดว่าเอมี่เห็นแก่ตัวที่มาพูดกับคุณในตอนนี้ แต่มันคงยังไม่สายเกินไปใช่ไหมถ้าเอมี่อยากขอโอกาสเพื่อเริ่มต้นใหม่กับคุณ ” ธีร์วัฒน์นิ่งเงียบไปอึดใจหนึ่ง ตอนนี้เขาไม่ได้รู้สึกอะไรกับคำพูดของเธอ ใจที่เคยเต้นแรงเวลาอยู่กับเธอตอนนี้กลับเงียบสงบ และใบหน้าที่แว้บเข้ามาในห้วงความคิดของเขาตอนนี้คือใบหน้าของเมลดา “ เรื่องระหว่างเรามันจบไปนานแล้ว มันคงไม่มีโอกาสนั้นแล้วสำหรับผมกับคุณ ” “ ตอนนี้คุณมีใครอยู่ในใจแล้วเหรอคะ ” “ ใช่ ” “ ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครคะ ” ไม่มีคำตอบออกมาจากปากของเขา ธีร์วัฒน์หันหน้ากลับไปมองกระจกหน้ารถ เอมี่มองหน้าเขานิ่ง ทั้งรู้สึกสับสนและรู้สึกเจ็บปวดกับคำตอบของเขา ก่อนจะเปิดประตูรถออกไป เธอเดินกลับเข้าคอนโดพลางครุ่นคิดในใจ ‘..ตอนนี้เธอไม่สิทธิ์อะไรในตัว ไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอะไรจากเขา ..เมื่อก่อนเธอยังทำให้เขาตกหลุมรักได้ คราวนี้เธอจะต้องทำได้อีกครั้ง ถ้าเพียงมีโอกาสเพียงน้อยนิดเธอก็อยากจะลอง ..อยากจะลองดูอีกครั้ง ถึงผลลัพธ์สุดท้ายมันจะเป็น
หญิงสาวลูกครึ่งหน้าตาสะสวย รูปร่างสูงเพรียวระหง เดินเข้ามาในร้านพร้อมกับเพื่อนสาวสองคน สายตาเธอเหลือบมามองโต๊ะมุมหนึ่งที่มีชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งที่เธอจดจำเขาได้ดีนั่งอยู่ เธอเดินเข้ามานั่งที่โต๊ะอีกมุมที่ห่างออกไปทางบาร์แต่สายตายังคงมองจ้องมาที่ธีร์วัฒน์เขม็งเพื่อนทุกคนรู้เรื่องระหว่างธีร์วัฒน์และเอมี่ดี พวกเขาทั้งคู่เลิกกันด้วยดีและต่างคนต่างเลือกทางเดินชีวิตของตัวเอง ท่าทางของธีร์วัฒน์ที่ดูปกติ สีหน้าเขาเรียบเฉยไม่ได้แสดงอาการอะไร สักพักทุกคนก็หันไปสนใจในเรื่องอื่นๆแทน พูดคุยหัวเราะเฮฮาเสียงดังขึ้นตามฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่เพิ่มขึ้น ธีร์วัฒน์มองดูเวลาตอนนี้เกือบๆจะตีหนึ่ง พรุ่งนี้เขามีประชุมเช้าเลยบอกลาเพื่อนๆของเขาเพื่อขอตัวกลับก่อน ขณะที่กำลังจะเดินออกจากร้าน เสียงหวานใสทักดังขึ้นจากด้านหลังของเขา ธีร์วัฒน์จำเสียงนั้นได้ดี
ร่างกายเธอกระตุกเกร็ง นิ้วมือของเธอที่เผลอจิกลงบนแผ่นหลังของเขาอย่างลืมตัวภายในร่องตอดรัดท่อนเอ็นเขาแน่น ในขณะที่เขาใกล้จะเสร็จตามเธอมาติดๆ ฝ่ามือเขาจับสะโพกเธอโยกขึ้นลงพร้อมกับๆขยับสะโพกเขาขึ้นลงตาม เขาร้องครางออกมาเสียงดังพร้อมกับปล่อยน้ำสีขาวขุ่นเข้าไปในร่องของเธอกว่าที่เขาและเธอจะได้ทานข้าวเช้าก็สายจนเกือบจะรวบยอดรวมกับข้าวเที่ยง เช้านี้เขาจัดหนักจัดเต็มราวกับจะชดเชยความต้องการที่สะสมมาตั้งแต่เมื่อคืน สายตาเขามองดูใบหน้าเพลียๆของเธอที่นั่งทานข้าวต้มอยู่ใกล้ๆ “บ่ายนี้ผมจะเข้ากรุงเทพ คงอยู่สักสองสามวัน รอเคลียร์งานให้เรียบร้อย”“ ดาจะกลับไปพักที่อพาร์ทเม้นท์นะคะ แล้ววันพรุ่งนี้ดาจะกลับไปทำงานที่ร้านตามปกติด้วย อยู่เฉยๆมันเ







