LOGINเธอเบิกโพลงด้วยความตกใจเล็กน้อย ไม่ใช่ว่าไม่อยากได้เงิน เพียงแต่รู้สึกแปลกใจ นี่เป็นสาเหตุที่ช่วงสองสามวันมานี้ ที่เขามองจ้องเธอแบบแปลกๆ หรือเปล่านะ ก่อนจะมองสบสายตาคมกริบที่เขาจ้องมา เธอนิ่งไปสักพัก่อนจะตัดสินใจตอบเขา
“ก็ได้ค่ะ”
ธีร์วัฒน์ยิ้มออกมาด้วยความพอใจในคำตอบของเธอ
“งั้นเป็นอันว่าตกลงตามนี้ เอ่อ..อาจจะเป็นช่วงอาทิตย์หน้า พอดีพรุ่งนี้ผมต้องเข้ากรุงเทพไปธุระเรื่องงานที่บริษัท นี่เป็นที่อยู่ของสตูดิโอที่ผมใช้วาดรูป อยู่ไม่ไกลจากที่นี่มากนัก คุณมีอะไรอยากถามผมไหม”
เขายื่นกระดาษที่มีรูปแผนที่ส่งมาให้ เธอเอื้อมมือไปรับก่อนจะก้มมองดูรายละเอียดแผนที่ในกระดาษ
“ไม่มีค่ะ เอ่อ.. ถ้ายังไงดาขอตัวกลับก่อนนะคะ”
เขาพยักหน้าตอบเธอ ก่อนที่จะลุกขึ้นและเดินตามหลังเธอออกมาจากร้านและยืนรอเธอล็อกประตูร้านจนเสร็จ เธอชำเลืองมองท่าทีของเขาด้วยความงุนงงเล็กน้อย
“ไปทานข้าวเป็นเพื่อนผมหน่อย เดี๋ยวผมไปส่งคุณกลับที่พัก”
ฝ่ามือใหญ่ของเขาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนของเธอก่อนจะดันตัวเธอให้เดินตามเขาไป เมลดามองหน้าเขาด้วยความตกใจ ก่อนจะร้องห้ามเขาเสียงหลง
“เดี๋ยวค่ะ คุณธีร์.. ปล่อยมือก่อนค่ะ ฉันเดินเองได้”
เธอร้องห้ามเขาและพยายามแกะฝ่ามือของเขาที่ดึงแขนเธอออก เขาคลายฝ่ามือออกจากแขนของเธอ แต่กลับถือวิสาสะจับข้อมือของเธอแทน ก่อนจะเดินไปที่รถยนต์ของเขาที่จอดในลานจอดรถด้านข้างของร้านและเปิดประตูรถให้เธอ เมลดามองหน้าเขาก่อนจะจำใจเดินเข้าไปนั่งในรถยนต์ด้วยอารมณ์ไม่ค่อยจะพอใจนักกับความมือไวของเขาแต่ก็พยายามควบคุมสีหน้าให้เป็นปกติ
ธีรวัฒน์พาเธอมานั่งทานอาหารทะเลร้านหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากร้านกาแฟของเขานักก่อนจะพาเธอไปส่งที่พัก รถยนต์จอดสนิทที่ด้านหน้าอพาร์ทเม้นของเธอ ฝ่ามือใหญ่ของเขาเอื้อมมาดึงต้นเเขนของเธอไว้ก่อนที่เธอจะเปิดประตูรถ
“ เดี๋ยว! ผมสงสัยจริงๆ ทำไมคุณถึงมาทำงานที่หัวหิน แทนที่จะหางานทำในกรุงเทพก็ได้ งานที่กรุงเทพก็มีออกเยอะแยะ ท่าทางคุณทำเหมือนกับหนีอะไรมาอย่างนั้น มีเรื่องอะไรที่ทำให้คุณออกจากงานหรือเปล่า”
เขาจ้องมองหน้าเธอเม็ง เมลดาอึ้งชะงักไปเล็กน้อยเพราะไม่คิดว่าเขาจะถามตรงๆ และเป็นคำถามที่จี้ใจดำเธอ เธอหลบสายตาเขาเล็กน้อยแต่ก็พยายามปรับสีหน้าตอบเขาไปด้วยน้ำเสียงปกติ
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่อยากลาออกเพราะมันไม่ตรงกับที่เรียนมา แล้วก็รู้สึกไม่ค่อยแฮปปี้เท่าไหร่กับงานที่ทำก็แค่นั้นเอง” คำตอบของเธอไม่ได้ทำให้เขารู้สึกเชื่อในสิ่งที่เธอพูดสักเท่าไหร่
“ แล้วที่คุณมาทำงานที่ร้านกาแฟของผมนี่มันตรงกับที่คุณเรียนจบมาเหรอไง?”
เขามองหน้าเธอเขม็ง ขณะรอฟังว่าเธอจะตอบคำถามเขาไหมเเต่เมื่อเห็นเธอนั่งนิ่งเงียบไม่ได้ตอบอะไร เขาเลยไม่คิดจะถามอะไรต่อ ก่อนจะปล่อยมือออกจากแขนของเธอ
“ขอบคุณที่เลี้ยงข้าวนะคะ” เธอพูดก่อนจะยิ้มให้เขา
เขาพยักหน้าตอบเธอก่อนจะขับรถออกไปจากหน้าอพาร์ทเม้นท์ของเธอ เมลดายืนมองดูรถยนต์ของเขาที่ขับออกไปจนลับตาก่อนจะเดินเข้าไปในอพาร์ทเม้นท์ ด้วยความรู้สึกหนักอกที่บอกไม่ถูกและรู้สึกเหนื่อยๆ จนอยากนอนพักผ่อนไวๆ
ทั้งอาทิตย์ที่ธีร์วัฒน์ไม่ได้เข้ามาที่ร้านกาแฟ และเมลดาก็เพิ่งจะรู้จากพนักงานที่ทำงานด้วยกันว่าส่วนใหญ่เขาจะเข้ามาที่ร้านประมาณ 3-4 วันหรือแค่ช่วงวันหยุดหรือถ้าช่วงไหนงานที่บริษัทไม่ยุ่งมากเขาก็มาอยู่ยาวเป็นอาทิตย์ แต่จะเทียวไปเทียวมาระหว่างร้านกาแฟและสตูดิโอริมทะเลที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลมากนัก
วันนี้เธอก็เลิกงานตามเวลาปกติและแวะทานข้าวกับเพื่อนพนักงานที่ร้านก่อนจะเเยกย้ายกันกลับที่พัก เสียงโทรศัพท์ของเธอดังขึ้นสักพักระหว่างที่เธอกำลังเดินกลับอพาร์ทเม้นท์ เธอมองเบอร์แปลกๆที่โทรเข้ามาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกดรับสาย
“ ฮัลโหล ”
“ ผมเองนะ”
“ คุณธีร์ มีอะไรหรือเปล่าคะ” เธออึ้งไปเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าเบอร์ที่โทรเข้ามาเป็นเบอร์โทรของธีรวัฒน์
“ วันหยุดของคุณวันไหน? ”
“ วันพุธนี้ค่ะ ”
“ เข้ามาหาผมที่สตูดิโอช่วงบ่ายสองนะ ”
“ ได้ค่ะ คุณธีร์กลับมาจากกรุงเทพแล้วหรือคะ”
“ ยัง ผมกลับพรุ่งนี้ อาจจะเข้าไปที่ร้านช่วงบ่ายๆ คุณมาถึงที่สตูดิโอเเล้วเข้าไปรอข้างในก่อนได้เลย ผมบอกแม่บ้านไว้แล้ว โอเคนะ”
เขาวางสายไปก่อนที่เธอจะพูดตอบเขา จริงๆเธอก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่าทำไมเขาถึงเลือกที่จะจ้างเธอมาเป็นแบบวาดรูป คิดว่าพรุ่งนี้เธอจะลองถามเขาดู
เวลาตอนนี้เกือบจะบ่ายสองแล้ว เธอเดินมาถึงด้านหน้าสตูดิโอของเขา ด้านนอกเป็นอาคารชั้นเดียวทรงโมเดิร์นเหมือนกล่องสี่เหลี่ยมสีขาวขนาดใหญ่ เมลดามองเห็นผู้หญิงวัยกลางคนนั่งรอที่ด้านหน้าประตู เธอยกมือไหว้และยิ้มทักทาย ก่อนที่แม่บ้านของเขาจะไขกุญแจและเปิดประตูให้เธอเข้าไป
“ คุณเป็นใคร? ” “ เมื่อกี้คุณพูดว่าอะไรนะคะ! ” เธอได้ยินทุกคำพูดของเขาแต่คำถามก็หลุดออกจากปากโดยอัตโนมัติ เธอมองหน้าเขาเขม็งอย่างไม่เชื่อหูของตัวเอง สายตาของเขาที่มองเธอก็ราวกับคนแปลกหน้า “ ผมถามว่าคุณเป็นใคร? หรือเป็นพยาบาลพิเศษที่ครอบครัวของผมจ้างมาดูแล? ” “ คะคุณธีร์จำดาไม่ได้เหรอคะ ” เธออ้าปากค้าง นัยน์ตาเบิกกว้างขณะมองหน้าเขาอย่างไม่เชื่อหูของตัวเอง หัวใจดวงน้อยของเธอกระตุกวูบสั่นไหว ความรู้สึกเหมือนเมื่อคืนกลับมาอีกระลอก ความกลัวและความวิตกกังวลเริ่มเข้ามาเกาะกุมหัวใจเธออีกครั้ง เธอรู้สึกเหมือนจะหมดแรงก่อนจะค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ๆเขา “ ผม.. รู้สึกคุ้นหน้าคุณมากแต่ก็คิดไม่ออก ยิ่งพยายามจะนึกอะไรก็รู้สึกปวดหัว ” “ เอ่อ..ดาเป็นแฟนคุณค่ะและเราก็กำลังจะแต่งงานกัน คุณลองค่อยๆนึกดูสิคะ หรือตอนรถชนหัวสมองคุณจะได้รับการกระทบกระเทือนจนความทรงจำคุณหายไป.. ” “ แฟน? กำลังจะแต่งาน? ทำไมผมถึงนึกไม่ออกเลยนะ ” เขาพูดออกมาเบาๆก่อนจะยกมือขึ้นกุมขมับเหมือนพยายามใช้ความคิดอย่างหนัก แต่ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งปวดหัว เหงื่อเม็ดเล็กๆเริ่มซึมออก
“ อืม..ถ้าเรียบร้อยแล้วเดี๋ยวม๊ากับป๊าจะเข้าไปคุยกับพ่อแม่ของหนูดาให้เป็นเรื่องเป็นราว แล้วท้องกี่เดือนแล้วล่ะ ทำไมวันนี้ไม่พามาด้วยกัน เอ่อ..จริงสิวันพรุ่งนี้พาหนูดาเข้ามาที่บ้านนะ ม๊าจะคุยด้วยหน่อย ท้องแรกนี่ต้องระมัดระวังมากๆ นะ แล้วพาน้องไปหาหมอมาหรือยัง ” “ หมอบอกว่า 4 สัปดาห์แล้วครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมจะพาเมลดาเข้ามาหาม๊าก็แล้วกันนะครับ ” ธีร์วัฒน์อมยิ้มขำกับท่าทางของแม่ที่ดูแตกต่างกับตอนแรกลิบลับแต่ยังดูงอนๆเขาอยู่เหมือนกัน ขณะที่ถามเรื่องนั้นเรื่องนี้กับเขาไม่หยุดก่อนจะวนกลับมาถามเรื่องลูก เขาหันมามองหน้าพี่ธันที่กำลังยิ้มให้ ดีที่ครอบครัวเขาไม่เหมือนครอบครัวอื่น พ่อกับแม่เขาไม่ใช่คนหัวโบราณออกจะหัวสมัยใหม่ด้วยกันทั้งคู่เลยคุยกันได้เกือบทุกเรื่อง สองหนุ่มมองหน้าสบสายตากันครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจอออกมาเบาๆขณะนั่งคุยกันที่เฉลียงหลังบ้าน ธีร์วัฒน์หยิบบุหรี่ออกมาจุดสูบ สายตาหรี่ลงเล็กน้อยขณะพ่นควันบุหรี่ออกมา เขาไม่ค่อยได้สูบบุหรี่มาสักพักหนึ่งแล้วตั้งแต่รู้ว่าดาท้อง “ เอ่อ..ม๊ากับป๊าคุยง่ายกว่าที่คิด แต่ผมดูแล้วม๊าก็ดูงอนๆ
“ อื้ออ.. คุณธีร์เบาๆ ” “ อืมม.. ผมจะทำเบาๆ ” ปากผมพูดบอกเธออย่างนั้น แต่ร่องของเธอมันทั้งตอดทั้งรัดแน่นจนผมอดใจที่จะขยับสะโพกแรงๆไม่ไหว ก่อนจะเร่งจังหวะซอยเข้าออกเร็วขึ้นเรื่อยๆ “ อ๊าา..อื้อออ แรงไปค่ะ ” “ อา.. พร้อมกันนะดา ผมใกล้จะเสร็จแล้ว ” เสียงเคาะประตูดังขึ้น 3-4 ครั้งพร้อมกับเสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นเรื่อยๆ ธีร์วัฒน์ชะงักไปเล็กน้อยพร้อมกับสบถออกมาอย่างหงุดหงิด ก่อนจะเร่งขยับสะโพกเร็วขึ้น “ คะคุณธีร์ อ๊าา ” “ อ้า.. อืมม.. จะแตกแล้ว ” เขาครางออกมาเสียงดังพร้อมกับท่อนเอ็นที่เกร็งกระตุกถี่พร้อมกับน้ำรักที่พุ่งออกมา ร่างบางกระตุกเกร็งพร้อมกับเล็บที่จิกลงบนกลางหลังเขา ขณะที่ปลายเท้าของเธอยังเกี่ยวกวักรอบเอวของเขาเอาไว้แน่นพร้อมกับเสียงหายใจหอบกระเส่า ธีร์ฒน์ขยับตัวออกมาจากตัวเธอก่อนจะเดินไปรับโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะ “ ว่าไง ” ธัร์วัฒน์พูดด้วยน้ำเสียงหอบหนักๆ กรอกเข้าไปในสาย “ เอ่อ..ผมเอาเอกสารงานมาให้คุณธีร์ครับ เอ่อ..เสียงคุณธีร์ทำไมเป็นอย่างนั้นครับ ”
“ ไม่แน่นอนครับ อาจจะพรุ่งนี้หรืออาจจะนานกว่านั้นขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของคนเจ็บด้วย ไม่มีอะไรแล้วหมอขอตัวก่อนนะครับ เอ่อ..มีอะไรเรียกพยาบาลได้เลยนะครับ” “ ขอบคุณหมอมากๆนะคะ ” คุณเพ็ญศรีพูดพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้าที่บ่งบอกความโล่งอกอย่างเห็นได้ชัด “ เอ่อ..คุณแม่คะ เดี๋ยวดาจะอยู่ดูแลคุณธีร์เองค่ะ ” “ หนูกำลังท้องอยู่ด้วย เดี๋ยวม๊าเฝ้าธีร์เองดีกว่านะ ” “ ไม่เป็นไรค่ะ คุณแม่กับคุณพ่อไปพักเถอะนะคะ ให้ดาอยู่เฝ้าคุณธีร์เถอะค่ะ ดาอยากอยู่กับเค้า ถ้าคุณธีร์ฟื้นแล้วดาจะรีบโทรบอกนะคะ ” เมลดาพูดยืนยันน้ำเสียงหนักแน่นขณะสบสายตาผู้สูงวัยทั้งคู่ก่อนจะหันไปมองหน้าพี่ชายของเขาที่ยืนอยู่ข้างๆเธอ “ ม๊าครับเอาตามที่น้องดาพูดก็แล้วกัน ม๊ากับป๊ากลับไปพักผ่อนที่บ้านก่อนเถอะครับ ม๊าเป็นโรคความดันสูงด้วยถ้าพักผ่อนไม่เพียงพอเดี๋ยวจะล้มป่วยไปอีกคน เดี๋ยวผมอยู่เป็นเพื่อนน้องดาเอง ” ธันวาหันมามองหน้าพ่อกับแม่ของเขา คุณหญิงเพ็ญศรีถอนหายใจพลางพยักหน้าตอบลูกชายคนโต เธอหันมาสบสายตากับเมลดา รอยยิ้มปรากฎขึ้นบนใบหน้าของหญิงสูงวัยแววตาแฝงประกายอ่อนโยนขณะมองสบสายต
“ มีเอกสารที่ต้องเซนต์อีกหลายฉบับค่ะ พรุ่งนี้มีประชุมตอนเช้านะคะ แล้วมีประชุมกับบริษัทเรื่องสินค้านำเข้าค่ะ แล้วก็เอ่อ.. ” ธีร์วัฒน์ยกมือขึ้นเป็นเชิงห้ามให้เธอหยุดพูด “ เดี๋ยวคุณแนบตารางงานและเอกสารทุกอย่างมาให้ผมทั้งหมดก็แล้วกันครับ ผมมีธุระจะกลับก่อน ” “ ได้ค่ะ เดี๋ยวดิฉันจัดการเอกสารเรียบร้อยแล้วจะให้คุณเอกชัยเอาไปให้ที่คอนโดของคุณธีร์นะคะ ” “ โอเค ขอบคุณครับ ” ธีร์วัฒน์เดินออกมาจากโต๊ะ ใจเขาตอนนี้จดจ่ออยู่ที่เรื่องของเธอ ฝ่ามือใหญ่ล้วงโทรศัพท์ออกมาก่อนจะกดโททรศัพท์หาเธอ “ ฮัลโหล คุณธีร์ว่าไงคะ ” “ เดี๋ยวผมจะกลับคอนโดแล้ว คุณอยากได้อะไรไหมเดี๋ยวผมซื้อไปให้ ” “ เอ่อ..ไม่ค่ะ ของในตู้เย็นคุณซื้อของมาไว้เต็มไปหมด ไม่ต้องซื้ออะไรมาแล้วนะคะ แล้วคุณธีร์ไม่ทำงานเหรอคะ เพิ่งจะบ่ายโมงกว่าๆเอง ” “ อ้อ..เดี๋ยวผมให้ลูกน้องเอาเอกสารไปให้ที่คอนโด มีแค่เซนต์เอกสารแค่นั้นเอง ผมจะได้อยู่กับคุณด้วย ดีไหมครับ ” “ โอเคค่ะ ขับรถดีๆนะคะ ” เมลดายิ้มออกมาอย่างดีใจเมื่อได้ยินคำพูดของเขา
“ หา!! แฟนแกท้อง! ” ธันวาพูดออกมาเสียงดังราวกับเสียงตะโกน นัยน์ตาเรียวเบิกกว้างขณะมองหน้าธีร์วัฒน์เขม็ง “ ใช่.. หมอบอกอายุครรภ์ราวๆ 4 สัปดาห์ พี่ช่วยผมคิดหน่อยสิว่าจะบอกป๊ากับม๊ายังไงดี บอกตรงๆไปเลยดีไหม? เดี๋ยวทางพ่อแม่ดาผมจะเข้าไปคุยกับพวกท่านวันเสาร์นี้ ” “ ทำไมน้ำเชื้อแกแรงจังวะ คบกันไม่นานท้องละ ฉันคบกับแพทมา 3 ปีกว่า ไม่เห็นเป็นแบบคู่แกเลย ” “ เอ่อ.. มันเป็นเพราะผมเอง.. ตอนมีอะไรกันผมไม่ได้ใส่ถุงยางแถมหลั่งในทุกครั้งด้วย พูดจริงๆ ผมก็ตั้งใจให้เป็นแบบนั้นอยู่แล้ว ผมจริงจังยังไงมันก็พร้อมทุกอย่างแล้วผมก็เลยไม่ได้คิดมากเท่าไหร่ ” “ ธีร์แกนี่มัน.. ฉันไม่รู่จะด่าแกยังไงดี ไม่รู้เหมือนกันว่ะ! แกไปคุยกับป๊ากับม๊าเองเหอะ ” “ พรุ่งนี้ผมจะเข้าไปที่บ้านก็แล้วกัน ” “ ม๊าสวดแกยับแน่ๆ เตรียมตัวเตรียมใจไว้ให้ดีเถอะ.. เอ่อ..แล้วทางพ่อแม่ของผู้หญิง คบลูกเขาได้ไม่เท่าไหร่ทำลูกสาวเขาท้องก่อนแต่งอีก พ่อแม่ที่ไหนก็คงรับไม่ได้หรอกว่ะ แกคิดไว้แล้วหรือยังว่าจะทำยังไง? ” “ หึ..บ่นเหมือนลุงแก่ๆ.. ผมก็คิดว่าจะคุ
“ หึ.. ดื่มต่อไปอีกตั้งหลายแก้ว คุณเดินไหวไหม? “ ก็ไหวค่ะ แฮร่..คุณธีร์ช่วยพยุงดาหน่อยก็ดีค่ะ ” เมลดาหันมาพูดก่อนจะหัวเราะแก้เก้อเมื่อเธอลุกขึ้นยืนแล้วเซไปมาเล็กน้อย ฝ่ามือเล็กจับขอบประตูรถไว้แน่น ธีร์วัฒน์เดินอ้อมมาฝั่งเธอ ฝ่ามือใหญ่ค่อยๆพยุงตัวเธอให้เดินไปที่ลิฟท์ ร่างบางซ
หลังจากอยู่กรุงเทพมาอาทิตย์กว่าๆ และรอเขาเคลียร์งานที่บริษัทจนเสร็จแล้ว ตอนนี้เธอก็กลับมาหัวหินอีกครั้ง เมลดานั่งมองทะเลเงียบๆ ก่อนจะหันหน้ากลับมามองผู้ชายที่นอนเล่นอยู่ใกล้ๆ ร่างสูงโปร่งนอนบนผ้าเนื้อหนานุ่มที่ปูทับลงบนหาดทรายละเอียด ใบหน้าเขาเรียบเฉยขณะหลับตานอนนิ่งๆ เธอมองสำรวจดูใบหน้าราวกั
“ อืม.. แต่ผมเพิ่งคบกับดาได้ไม่นานเอง คงต้องอีกสักพักใหญ่ๆ ผมอยากให้พี่ธันกับพี่แพทแต่งงานกันก่อนนะ ถึงถามอยู่นี่ไงว่าเมื่อไหร่พวกพี่จะแต่งงานกันสักที จะแต่งตัดหน้าก็เกร็งใจพวกพี่นะ ฮ่าๆ ” “ เอ่อ.. ก็กำลังคุยกับแพทอยู่เหมือนกัน กำลังให้ทางนั้นดูฤกษ์อยู่คิดว่าคงจะสิ้นปีนี้นะ รอเรือนห
เมลดาถอนหายใจเล็กน้อยเมื่อมองดูตัวเองเองในกระจกบานใหญ่ในห้องนอนของเขา สายตาสำรวจมองดูความเรียบร้อยก่อนจะเดินออกไปหาเขาที่นั่งรอในห้องนั่งเล่น เธอยืนมองดูเขา ธีร์วัฒน์สวมเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้มลายริ้วสีขาว และกางเกงสแล็กเข้ารูปสีดำ เธอมองดูเขาด้วยสายตาชื่นชมเขาใส่ชุดอะไรก็ดูดี ทั้งใบหน้าหล่อเหลา







