LOGINเมื่อสิ่งเดียวที่มีค่าที่สุดในชีวิตของเขาและเธอคือ ลูก แต่มีคนเดียวเท่านั้นที่จะได้อยู่กับลูก และสุดท้ายก็เป็นเขาที่ได้ตัวลูกไป ส่วนเธอได้แต่รอคอย
View Moreภายในห้องของคอนโดมิเนียมหรูซึ่งตั้งตระหง่านโดดเด่นอยู่ในย่านใจกลางเมืองของกรุงเทพฯ ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลาคมสัน คิ้วเข้มเหนือดวงตาคมปลาบแววตาแลดูดำมืดหากก็เต็มไปด้วยความมีเสน่ห์น่าดึงดูดอย่างเหลือล้น จมูกโด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากหยักได้รูป ผิวขาวสะอ้าน กลิ่นกายหอมละมุน สวมเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้มพับแขนเสื้อขึ้นมาจนถึงข้อศอกเข้าคู่กับกางเกงสแล็กส์สีดำ
ใบหน้าไม่ค่อยปรากฏรอยยิ้มให้ใครเห็นเท่าไหร่นักอันเป็นบุคลิกเฉพาะตัวกำลังยืนหันหลังควงแก้วก้านยาวที่บรรจุน้ำสีอำพันอยู่ตรงผนังกระจกบานใหญ่ที่มองเห็นทัศนียภาพภายนอกบนคอนโดสูงได้กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ดวงตาทอดมองไปบนเวิ้งฟ้าเบื้องหน้าอย่างไร้จุดโฟกัส หากหัวใจข้างในกำลังรอลุ้นระทึกกับผลบางอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า
ครู่ต่อมาหญิงสาวผู้มีใบหน้าสวยหวานคนหนึ่งก็เดินออกมาจากห้องนอนที่เปิดประตูทิ้งไว้ สีหน้าของเธอดูเศร้าหม่น ดวงตากลมสวยปรากฏริ้วรอยแดงเรื่อคล้ายกำลังจะร้องไห้เต็มทน เนื้อตัวเธอสั่นเกร็งไปหมดลามขึ้นมาถึงริมฝีปากบางอิ่มสวยก็กำลังสั่นระริกมากขึ้นทุกทีจนเจ้าตัวจำต้องขบเม้มเอาไว้
ปรานต์ธร หรือ แพทริค ลี หนุ่มลูกครึ่งไทย-ฮ่องกง นักธุรกิจข้ามชาติในวัย 30 ปี เจ้าของบริษัทลงทุนในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ ซึ่งมีบริษัทแม่อยู่ที่ฮ่องกง ชายหนุ่มหันกลับไปมองทางเบื้องหลังช้าๆ เมื่อรู้สึกว่าใครอีกคนกำลังเดินออกมา ใบหน้าคมคงความเคร่งขรึมไว้ไม่เปลี่ยนแปลง หากแต่ดวงตาคมดำมืดจนดูน่ากลัวนั้นทำเอาหญิงสาวที่กำเครื่องทดสอบการตั้งครรภ์ไว้แน่นทั้งสองอันบังเกิดความกลัวขึ้นมาจับใจ
เขาจะทำอย่างไรกับเธอ เมื่อรู้ว่าเธอกำลัง...ตั้งครรภ์
ร่างสูงนั้นประสานสายตากับแววตาที่สั่นไหวระริกอยู่นิ่งนาน ก่อนเขาจะขยับตัวก้าวเดินมาหยุดอยู่ที่บาร์ที่มีเครื่องดื่มที่เจ้าตัวโปรดปรานให้เลือกหลากหลาย ชายหนุ่มกระดกน้ำสีสวยในแก้วที่เหลือลงในลำคอจนหมด ก่อนจะกระแทกก้นแก้วลงบนเคาน์เตอร์จนเกิดเสียงดังกึก บ่งบอกถึงอารมณ์บางอย่างที่ระอุอยู่ในหัวใจ แล้วจึงหันมาเผชิญหน้ากับหญิงสาวที่ยืนตัวสั่นเทาเหมือนลูกนกยามต้องสายลมแรงด้วยแววตากร้าวแข็ง
“ผลเป็นไง”
เสียงเข้มหลุดออกมาจากริมฝีปากหยัก พานเรียกน้ำตาหยดแรกของหญิงสาวออกมาด้วย โชติกา เมธาวัฒน์ สะอื้นไห้ราวกับเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่หนักหนาสาหัสสำหรับตัวเธอเหลือเกิน ก่อนจะได้ยินน้ำเสียงเรียบนิ่งถามขึ้น
“ผมถามว่าผลเป็นไง”
ปรานต์ธรเอ่ยถามในโทนเสียงเดิมขึ้นอีกครั้ง กระตุ้นให้เธอรีบตอบคำถามโดยเร็ว และเหมือนหญิงสาวที่ยืนแบกรับเรื่องหนักอกอยู่นั้นจะหมดความอดทนกับเขาแล้วเหมือนกัน ที่ผ่านมาเขาข่มเหงรังแกเธออย่างไม่เหลือศักดิ์ศรีใดๆ เลย
มือเรียวจึงตัดสินใจปาเครื่องทดสอบการตั้งครรภ์ที่กำอยู่ในมือไปกระแทกอกแกร่งเต็มแรงด้วยความเดือดดาลใจ ร่างสูงไม่หลบหลีก ยืนเป็นเป้านิ่งรองรับสิ่งที่เธอเขวี้ยงปามาใส่ด้วยสีหน้าตึงเข้ม ตามมาด้วยเสียงกรีดร้อง
“ฉันท้อง ฉันท้อง ฉันท้อง คราวนี้คุณจะเอายังไงกับฉัน”
เสียงกรีดร้องออกมาเมื่อจบประโยคสุดท้ายพร้อมหยดน้ำตาที่พรั่งพรู ก่อนร่างนั้นจะทรุดลงบนพื้นเหมือนคนไร้ซึ่งเรี่ยวแรง ปล่อยเสียงสะอื้นราวกับคนจะขาดใจ เป็นภาพที่น่าสงสาร หากแต่ในสายตาของผู้ชายที่ไร้หัวใจคนนี้คงจะสะใจที่เห็นสภาพอันน่าเวทนาของเธอ
“คุณไม่ต้องคร่ำครวญไปหรอก เด็กคลอดเมื่อไหร่ ผมจะพาเค้าไปทันที แล้วจากนั้น คุณก็จะเป็นอิสระ”
เสียงเข้มเอ่ยขึ้นช้าๆ ราวกับใบมีดกรีดลึกลงไปในหัวใจหญิงสาวจนเกิดเป็นแผลเหวอะหวะ ใบหน้าเปื้อนหยาดน้ำตาสะบัดไปมา ปากพร่ำพูด
“ไม่ ฉันไม่ให้คุณเอาลูกฉันไป...ไม่”
จบคำ ร่างนั้นก็เอนฟุบลงกับพื้น ท่ามกลางเสียงเรียกที่ตกตะลึงของชายหนุ่ม เขารีบถลาเข้ามารับศีรษะของหญิงสาวก่อนจะกระแทกกับพื้นแข็งๆ ประคองให้อยู่ในอ้อมแขน พลางเขย่าตัวเธอเบาๆ เรียกสติ
“ชาร์ม!”
^
^
^
***โปรดติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ ขอบคุณค่า
***ฝากกดเข้าชั้นไว้เพื่อรอัพเดจตอนต่อไป และเป็นกำลังให้มนสิในเรื่องนี้ด้วยน้าาา
วันนี้เดิมทีปรานต์ธรต้องออกไปทำงาน ทว่าเขาตื่นสายกว่าปกติจึงตัดสินใจไม่เข้าบริษัท และได้โทรบอกให้พัสสนนำงานที่ค้างมาให้เขาตรวจดูที่คอนโด เมื่อพัสสนเข้ามาภายในห้องผู้บริหารของบริษัท ลี โลจิสติกส์ อีกทั้งยังเป็นเพื่อนของเขาด้วยชายหนุ่มจึงทำตัวปกติ พูดคุยกับปรานต์ธรอย่างผ่อนคลายเป็นกันเองเมื่อไม่ได้อยู่ต่อหน้าพนักงานคนอื่นครั้นเมื่อหมดธุระและเขากำลังจะกลับเข้าบริษัทอีกครั้งในช่วงบ่ายก็บังเอิญได้พบกับโชติกาที่เปิดประตูออกมาจากห้องหนังสือ หญิงสาวเองก็ได้พบกับผู้ชายแปลกหน้าที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน ในแววตาฉายความตกใจเล็กน้อย“เอ่อ คือ คุณอยู่ที่นี่เหรอครับ”พัสสนเอ่ยถามกับหญิงสาวในน้ำเสียงสุภาพ มอบรอยยิ้มให้อย่างเป็นมิตรก่อนจะหันกลับไปยิ้มกรุ้มกริ่มกับใครอีกคนที่เดินหน้าเข้มเข้ามาใกล้โชติกายังไม่ทันได้ตอบคำถามนั้น พัสสนก็หันมายิ้มกับเธอแล้วเอ่ยต่อ“ผมชื่อพัสนะครับ ยินดีที่ได้รู้จักคุณ...”ชายหนุ่มหยุดพูดเพื่อให้หญิงสาวแนะนำตัวเองกับเขา ฝ่ายหญิงยิ้มเล็กน้อยก่อนจะพูดออกมาว่า“ชาร์มค่ะ”“คุณชาร์ม ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ คุณเป็นคนไทยเหรอครับ”“ใช่ค่ะ ฉันเป็นคนไทย”พัสสนคิดว่าสาวสวยคนนี้เป็นผู้หญ
ปรานต์ธรเองก็ไม่รอช้าเขาจัดการดึงปมเชือกที่ผูกรัดเอวหญิงสาวพร้อมกับถอดมันให้หลุดออกจากตัวเธอ ทันทีที่เสื้อคลุมร่วงหลุดลงมากองที่ปลายเท้าชายหนุ่มก็ดันร่างของเธอให้เอนลงไปนอนบนเตียงพร้อมกับร่างของเขาตามทาบทับลงมา ความกระสันซ่านที่กำลังปั่นป่วนอยู่ภายในทำให้เขาอยากทำอะไรบางอย่างกับเธอในสิ่งที่เขาไม่ยอมทำให้ผู้หญิงคนไหนมาก่อน เมื่อร่างกายเธอเป็นของเขาแล้วทำไมเขาจะแตะต้องส่วนอื่นของเธอด้วยเรียวลิ้นไม่ได้ มันเป็นสิ่งที่เขาควรปรนเปรอให้เธอด้วยไม่ใช่หรือเพื่อเป็นการไม่เอาเปรียบคู่นอนโชติกาเบี่ยงใบหน้าซุกลงกับหมอนพร้อมกับหลับตาลงเมื่อหัวเข่าที่ตั้งชันของเธอทั้งสองข้างถูกฝ่ามือของเขาดันให้แยกออกจากกันกว้าง ริมฝีปากอิ่มเม้มแน่นกับความซ่านสยิวแม้ว่าเขาจะยังไม่ทันได้ทำอะไรก็ตาม มันคงจะเป็นเหมือนกับเมื่อคืนที่ปรานต์ธรไม่ได้อยากแตะเนื้อต้องตัวส่วนอื่นของเธอนอกจากปลดปล่อยอารมณ์ของเขาให้มันเสร็จๆ แต่ทว่านาทีต่อมาหญิงสาวกลับรู้สึกถึงสายลมอุ่นๆ ที่รินรดอยู่ตรงกลางหว่างขาเธอตอนนี้ และเมื่อผงกศีรษะขึ้นมองก็เห็นว่าใบหน้าของเขากำลังจดจ่ออยู่ตรงส่วนนั้นของเธอเขาเองก็คล้ายว่าพยายามบังคับใจตัวเองอยู่เหมือนกั
หลังจากผ่านการมีความสัมพันธ์ทางกายกันมาแล้ว ใช่ว่าปรานต์ธรจะมีท่าทีเปลี่ยนไป เขายังคงปฏิบัติต่อเธอดังเดิม มีความเย็นชาเคลือบไว้อยู่แบบไหนก็แบบนั้นไม่มีท่าทีอ่อนลง บางครั้งเมื่อมีโอกาสพูดจาให้เธอเจ็บช้ำใจเขาก็พูดมันขึ้นมาโดยไม่นึกถึงจิตใจของเธอ เขาไม่ได้ใช้งานเธอให้ทำอย่างอื่นเลยนอกจากเรื่องบนเตียง เมื่อถึงเวลาที่ต้องกินก็มีแม่บ้านคอยจัดเตรียมอาหารมาวางไว้บนโต๊ะให้เสร็จสรรพ การงานอย่างอื่นไม่ต้องหยิบจับให้มือสากกระด้าง ยามเมื่อเขาเสร็จกิจก็เป็นฝ่ายเดินออกไปจากห้องโดยไม่มีคำพูดใดๆ เอื้อนเอ่ยออกมาเป็นการปลอบประโลมใจหญิงสาวเลยแม้เพียงนิดในตอนพลบค่ำหลังจากที่ร่วมรับประทานอาหารกันเสร็จเรียบร้อยปรานต์ธรได้เดินแยกออกไปนั่งทำงานอยู่ที่มุมส่วนตัวของเขา ส่วนตัวเธอก็ไปนั่งอ่านหนังสือในอีกห้องหนึ่งโดยไม่ให้ความสนใจอะไรกับเขาอีก เมื่อหญิงสาวเดินออกมาจากห้องนั้นเพื่อจะเข้าไปในห้องนอนส่วนตัว เธอบังเอิญได้ยินเสียงชายหนุ่มคุยโทรศัพท์กับใครคนหนึ่ง น้ำเสียงที่ก้องออกมาจากลำโพงสมาร์ตโฟนที่เขาถืออยู่ในมือแจ่มชัดว่าเป็นเสียงของผู้หญิง ซึ่งกำลังพูดจาสื่อสารโต้ตอบกันโดยใช้ภาษาจีนโชติกาที่เคยเรียนรู้ภาษาจีนม
จากวันนี้ไปนอกจากคุณพัสสน หนุ่มหล่อสไตล์เกาหลีตี๋นิยม แว่นสายตาที่เขาสวมใสปิดบังแววตาที่เฉียบคมนั้นทำให้ชายหนุ่มดูเป็นคนสุขุมลุ่มลึกตอนนี้เขาดำรงตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายลูกค้าต่างประเทศ ซึ่งอายุก็รุ่นราวคราวเดียวกับซีอีโอหนุ่ม และแน่นอนว่านับจากนี้สาวๆ ในบริษัทก็จะมีอาหารตาให้มองเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคน บางคนถึงกับเอาไปเปรียบเทียบว่าระหว่างผู้จัดการหล่อตี๋ กับซีอีโอหนุ่มใครจะน่ากินมากกว่ากัน และผลคะแนนก็ออกมาสูสีกินกันไม่ลงในเรื่องความหล่อเหลาดูดีของผู้ชายทั้งสองคนนั้น โดยที่ทางฝ่ายปรานต์ธรชนะคะแนนจากสาวๆ ทั้งสิบไป 6:4 คะแนนปรานต์ธรพูดคุยหารือเรื่องงานกับพัสสน ผู้ซึ่งมีความสนิทสนมกับชายหนุ่มมากพอสมควรเพราะทั้งสองเป็นเพื่อนกันตั้งแต่สมัยที่พัสสนเรียนอยู่ที่ฮ่องกง ก่อนจะเข้ามาทำงานในบริษัทด้านการขนส่งแห่งนี้เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก ร่างสูงสง่าก็ก้าวออกมาพร้อมกับถอดเสื้อสูทพาดไว้บนเคาน์เตอร์บาร์ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของแม่บ้านเข้ามาจัดการนำไปแขวนไว้ให้เรียบร้อย มือหนายกขึ้นขยับปมเนกไทให้หลวมเล็กน้อย พร้อมกับปลดกระดุมตรงแขนเสื้อแล้วพับขึ้นมาอยู่ใต้บริเวณข้อศอกเพื่อความคล่องตัว ยามเมื่อเขาเดินเข้าม