공유

บทที่ 2

작가: Duck.bell
last update 게시일: 2026-03-07 00:36:40

ปัจจุบัน...

@ห้องสมุด

“สวย คืนนี้กูอยากไปเที่ยวผับวะ มึงไปกับกูได้ปะ”

“มึงกับกูสองคนเหรอ แล้วยัยพิ้งค์อะ”

“โทษทีมึงกูไปไม่ได้อะเดี๋ยวโดนพี่ทามติกเข้าบัญชีดำอีก”

“นะมึง กูอยากไปปลดปล่อยอะอีเหี้ยเรียนหมอมันทำให้กูอยากบ้ากูอยากไปปลดปล่อยอะ ไม่งั้นกูได้บ้าจริงๆ แน่นะสวยนะ” ยัยพริกไทยขยุ้มผมตัวเองจนผมเผ้ากระเซอะกระเซิงไปหมดก่อนจะทำตาปริบๆ อ้อนฉันให้ไปเที่ยวกับมันคือตอนนี้มันใกล้จะสอบแล้วนักศึกษาทุกคนเลยต้องขะมักเขม้นกับการอ่านหนังสือเป็นพิเศษแล้วพวกฉันที่เรียนหมอมันเลยต้องขยันอ่านขึ้นอีกเท่าตัวอยู่กับหนังสือแทบจะทุกเวลาจนบางครั้งฉันเองก็อยากจะอ้วกเหมือนกันนะเพราะมันต้องอ่านเยอะมาก

ฉันเลยเข้าใจสภาพของยัยพริกไทยตอนนี้เลยที่มันว่าใกล้จะบ้าแล้วถ้าไม่ได้ปลดปล่อย

เฮ้อ!

“เออๆ ก็ได้ แล้วมึงจะไปกี่ทุ่มอะ” ฉันถามยัยพริกไทยที่นั่งทำหน้าดีใจหลังจากที่ตอบไป

“สักสามทุ่ม…”

“สี่ทุ่มกลับนะ” ทันทีที่พริกไทยพูดฉันก็รีบตัดบทก่อนที่มันจะได้พูดจบประโยคเพราะถ้าไม่รีบดักมันไว้ก่อนคงได้กลับตอนผับปิดแน่ถ้าเป็นแบบนั้นจริงฉันก็จะไม่ได้กลับไปทบทวนหนังสือต่อแน่นอน

แต่…

“อีสวย! มึงจะบ้าเหรอ ไปผับนะไม่ใช่ไปเข้าห้องน้ำมึงรีบอะไรขนาดนั้นเล่า” ใช่ทันทีที่ยัยพริกไทยมันได้ยินว่าสี่ทุ่มฉันจะกลับ มันก็ตะโกนชื่อฉันลั่นห้องสมุดเลยแต่ดีนะที่ตอนนี้ไม่มีนักศึกษาคนอื่นนั่งอยู่จะมีก็แต่บรรณาธิการที่ลดแว่นตาลงมองพวกฉันแล้วชี้นิ้วไปที่ตัวหนังสือติดผนังห้องสมุดแทน

นั้นก็คือกฎของการใช้ห้องสมุดนั้นเอง ยัยพริกไทยที่รู้ตัวว่าเป็นต้นเหตุมันเลยยิ้มเจื่อนให้บรรณาธิการแล้วก้มหัวขอโทษไปก่อนจะหันขวับมองจิกใส่ฉันต่อ ฉันก็เลยต้องก้มหน้าตอบมันเสียงอ่อย

“ก็กูไม่อยากกลับดึกอะ เดี๋ยวถูกพี่ภีมว่าอีก”

“โอ้ยมึงก็ พี่ภีมไม่ว่ามึงหรอกเราไปสักสามทุ่มห้าทุ่มเราค่อยกลับ เคปะ” แต่ดูมันต่อรอง

“อีพริกมึงก็นะมึงดูหน้าเพื่อนด้วยว่าลำบากใจกับมึงแล้วเนี่ย” อันนี้เป็นเสียงน้ำพิ้งค์ที่ต่อว่าพริกไทยแทนฉัน คือฉันไม่ได้ลำบากใจหรอกแต่ฉันแค่ไม่อยากเที่ยวกลางคืนถี่ยิบเกินไปเพราะเดี๋ยวพี่ภีมเขาจะให้ฉันกลับไปอยู่บ้านแทนคอนโดนะสิซึ่งฉันไม่อยากกลับไปอยู่บ้าน เพราะมันเหงาแล้วก็เบื่อด้วยที่สำคัญบ้านกับมหาวิทยาลัยที่ฉันเรียนอยู่ก็ไกลพอสมควร ถ้าต้องถูกสั่งให้กลับไปอยู่บ้านละก็ฉันได้เศร้าแน่ๆ

“ไม่เป็นไรหรอกมึง” ฉันตอบน้ำพิ้งค์ก่อนจะหันไปตอบพริกไทยว่า

“งั้นสามทุ่มคืนนี้เจอกันที่ผับ โอเคมั้ย” แต่ด้วยความใจดีปนสงสารเพื่อนฉันเลยทนดูเพื่อนนั่งทำหน้าเศร้าไม่ได้ก็เลยตอบมันไปให้จบๆ

“โอเคเลย” พริกไทยเลยรีบตอบพร้อมกับยิ้มดีใจหน้าบานกลับมาจนฉันต้องส่ายหน้าให้กับท่าทางของมัน ก่อนจะก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือต่อ

.

.

.

21.00น.

@T Club

"นี่กูอุตส่าห์เปลี่ยนผับเป็นที่นี่แทนผับของพี่ทามเพื่อมึงโดยเฉพาะเลยนะสวย เฮ้อ~อดได้ดูผู้ชายหล่อๆ เลยแต่ไม่เป็นไรกูแค่ได้มาปลดปล่อยก็พอละ"

ที่ยัยพริกไทยมันพูดแบบนั้นก็เพราะมันรู้เรื่องของฉันกับพี่เธียรและมันรู้ว่าตอนนี้ฉันกำลังหนีหน้าพี่เธียรอยู่ถึงแม้ว่าตอนที่รู้จักกับพวกพี่เธียรใหม่ๆ มันพยายามดันฉันให้เข้าใกล้พี่เธียรก็ตามแต่เพราะฉันเล่าเหตุการณ์คืนนั้นที่ฉันโดนพี่เธียรลากกลับไปพร้อมกันฉันเลยตัดสินใจบอกพวกมันไปว่าฉันไม่กล้าสู้หน้าพี่เธียรเพราะอะไร

พวกมันเลยเข้าใจฉันพร้อมกับพยายามช่วยฉันอย่างเต็มที่

ใช่ค่ะ…พี่เธียรนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ชั้นปีที่สามเป็นรองเฮดว้าก เพื่อนสนิทพี่ทามแฟนน้ำพิ้งค์ หน้าตาหล่อเหลา ส่วนสูง186 มีฉายาว่ายมทูตรูปหล่อแห่งวิศวะเขาเป็นผู้ชายหน้านิ่งที่เจอกันครั้งแรกเขาก็จ่ายค่าข้าวให้ฉัน

เจอกันครั้งที่สองเขาก็ตักผักที่ฉันไม่กินเอาไปไว้ในจานตัวเองเพื่อที่จะให้ฉันได้กินข้าวสะดวกขึ้น

และเจอกันครั้งที่สามคือตอนที่ไปเที่ยวผับเมื่อไม่กี่เดือนก่อนแล้วบังเอิญเจอกับพี่เขาอีกครั้ง และเขาก็ลากฉันกลับไปพร้อมกับเขา แต่เรื่องมันพีคกว่านั้นเพราะตอนที่ฉันพยายามจะหลบหน้าพี่เธียรฉันดันไปหยิบแก้วเหล้าบนโต๊ะขึ้นมาดื่ม แล้วไอ้แก้วเหล้านั้นมันก็ดันผสมยาปลุกเซ็กซ์เข้าไปด้วย ซึ่งไม่รู้ว่าใครมันแอบผสมไปตอนไหน ตอนฉันกลับไปถึงคอนโดพี่เธียรยามันก็ออกฤทธิ์พอดี ฉันต้านยาไม่ไหว ฤทธิ์มันแรงมากสุดท้ายฉันกับพี่เธียรก็ลงเอยด้วยเรื่องอย่างว่า ใช่ทุกคนฟังไม่ผิดหรอกฉันกับพี่เธียรเรามีอะไรกันไปแล้วและหลักฐานที่แสดงว่าฉันได้เสียบริสุทธิ์ให้พี่เขาไปก็คือไอ้รอยคราบเลือดที่ติดอยู่บนเตียงของเขานั่นแหละ

แต่ประเด็นคือหลังจากเช้าวันนั้นที่ฉันได้เห็นหายนะของตัวเองแล้วฉันก็รีบหอบเสื้อผ้าหนีออกไปจากห้องของพี่เขาทันทีและนับตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ฉันก็หลบหน้าพี่เขามาโดยมาตลอด เพราะไม่กล้าสู้หน้า

"ขอบใจมึงละกันที่เข้าใจกู"

"เออไม่เป็นไร แต่มึงกูถามหน่อยเถอะ คือระดับพี่เธียรที่กูไปสืบมานะคือพี่แกเข้าขั้นเพอร์เฟคแมนเลยนะเว้ย มึงไม่คิดจะสนใจสักหน่อยเหรอวะ หน้าตาก็หล่อบ้านก็รวย ขับออดี้อาร์แปดมาเรียนอีก ผู้หญิงกรี๊ดไม่แพ้พี่ทามผัวอีพิ้งค์เลยนะมึงไม่คิดจะเปลี่ยนใจไปสนใจหน่อยเหรอ ไหนๆ ก็ได้เขาเป็นผัวแล้ว"

"มึงก็รู้ว่าพี่เธียรน่ากลัวขนาดไหนกูไม่อยากโดนพี่เขาตวาดเหมือนที่เขาตวาดใส่พวกรุ่นน้องที่คณะเขาอะ" และนี้ก็คืออีกเหตุผลหนึ่งที่ฉันไม่อยากเข้าใกล้พี่เธียร เขาดุและฉันก็กลัวท่าทางแบบนั้นของเขาถึงแม้ว่ายังมีความจริงบางอย่างที่ฉันยังไม่ได้บอกเพื่อนก็ตาม แต่เหตุผลนี้มันก็ใช้ได้อยู่

"นั่นมันหน้าที่ที่เขาต้องทำปะละมึงสิ่งที่มึงเห็นกับสิ่งที่เขาเป็นจริงๆ อาจจะสวนทางกันก็ได้นะ ไม่งั้นวันนั้นพี่เขาจะตักผักออกจากจานมึงทำไม" พริกไทยพูดให้ฉันคิด ซึ่งไอ้ประโยคที่มันยกขึ้นมาพูดกับฉันมันก็สวนทางกับบุคลิกที่ฉันเห็นจริงๆ นั่นแหละ

พี่เธียรเขาเป็นพวกหน้านิ่งดูดุแบบน่าเกรงใจ ดูเข้าถึงยากแถมเขาเองก็ดูเหมือนจะพูดน้อยด้วยแต่เอาเข้าจริงๆเขากลับเป็นคนที่เก็บรายละเอียดเก่ง เป็นคนที่ใสใจคนรอบข้างอย่างน่าแปลกใจ

"..."

"ไง ยืนใช้ความคิดนานขนาดนั้นเอาสมองกูไปช่วยสมทบมั้ย" ดูมันพูดเข้าฉันก็แค่คิดไปเรื่อยเปื่อยเท่านั้นแหละไม่ได้จริงจังอะไรสักหน่อย

"กูเปล่าคิดเถอะว่าแต่จะเข้าไปได้ยังเดี๋ยวห้าทุ่มก็จะกลับละ" ฉันบอกพริกไทยหลังจากที่เราสองคนยังยืนอยู่หน้าประตูทางเข้า

"เข้าดิ" มันเลยตอบฉันก่อนจะเดินนำเข้าไปด้านในผับ

.

.

หลังจากที่เข้ามาด้านในผับแล้วฉันกับพริกไทยก็เดินไปหาโซนบาร์นั่งกันสองคนเพราะก่อนจะออกมาที่นี่ยัยพริกไทยมันส่งไลน์ไปบอกฉันว่าจะไม่เต้นเพราะมันจะเก็บแรงไว้กลับไปโต้รุ่งกับหนังสือต่อแค่ไปนั่งดื่มที่โซนบาร์ก็พอ อย่างน้อยๆ ขอได้แตะมือบาร์เทนเดอร์ก็ถือว่าได้ปลดปล่อยแล้วทำเอาฉันที่ได้อ่านข้อความมันตอนนั้นถึงกับส่ายหัวให้กับความตลกขบขันของมัน

"รับอะไรดีครับคนสวย" หลังจากที่ฉันกับยัยพริกไทยได้หย่อนก้นนั่งลงบนเก้าอี้ไม่นานบาร์เทนเดอร์หนุ่มหล่อก็เอ่ยถามพวกฉันสองคน ฉันเลยตอบพี่เขาไปก่อนเป็นคนแรก…

"ฉันขอน้ำส้มละกันค่ะ"

ขวับ!

"มึงมาผับแต่ดื่มน้ำส้มเนี่ยนะเปลี่ยนร้านปะ" แต่นั่นแหละค่ะฉันกลับโดนยัยพริกไทยมันหันขวับมาถามพร้อมประชดภายหลังแต่ฉันไม่สนหรอกเพราะฉันจะดื่มน้ำส้ม!

"กูอยากดื่มอะไรเบาๆ อะ" พอฉันพูดจบยัยพริกไทยก็เบะปากใส่ฉันทันทีก่อนจะหันไปสั่งของมันต่อ

"งั้นฉันเอาเป็นเวอร์จิ้น โมฮิโต้ละกันค่ะ" ซึ่งมันก็สั่งเครื่องดื่มแบบไม่ผสมแอลกอฮอล์เหมือนกัน

"ได้ครับ" บาร์เทนเดอร์หนุ่มเลยยิ้มกริ่มให้พวกฉันสองคนก่อนจะลงมือทำเครื่องดื่มให้พวกฉัน ฉันที่เห็นว่าบาร์เทนเดอร์กำลังทำเครื่องดื่มอยู่ก็เลยปรายตามองไปรอบๆ ระหว่างที่รอไปพลางๆ แต่ในระหว่างที่ฉันกำลังปรายตามองไปรอบๆ อยู่นั้น จู่ ๆ สายตาของฉันก็ปะทะเข้ากับสายตาของใครบางคนที่ฉันหนีหน้ามาตลอดหลายวันเข้า!

ขวับ!

ฉันเลยรีบหันหน้าหนีพร้อมกับใช้เส้นผมปิดหน้าทันทีพยายามไม่หันไปทางอีกฝั่งที่หนีหน้ามาแต่ด้วยความที่กลัวว่าอีกฝ่ายจะยกตูดเดินมาหาเลยแอบหันไปดูเป็นระยะๆ จนยัยพริกไทยที่นั่งอยู่ข้างๆ มันสงสัยเลยสะกิดถามฉันในที่สุด

“มึงแอบใครอยู่วะพริก” ยัยพริกไทยพูดพร้อมกับชะเง้อคอมองไปฝั่งที่ฉันไม่อยากมอง

“พี่เธียร” ฉันเลยตอบมันแถมตอบเสียงเบาเหมือนกลัวอีกฝ่ายจะได้ยินด้วย

“พี่เธียรเหรอวะ ไม่เห็นมีเลย มึงตาฝาดปะสวย” ทันทีที่ได้ยินว่าไม่มีพี่เธียรฉันก็รีบหันขวับกลับไปมองอีกครั้งและมันก็เป็นจริงอย่างที่ยัยพริกไทยว่าด้วย ไม่มีพี่เธียรและไม่มีเพื่อนที่มากับพี่เธียรด้วยจะเป็นไปได้ไงก็เมื่อกี้ฉันยังเห็นพี่เธียรนั่งหน้านิ่งอยู่ตรงนั้นอยู่เลยแถมเมื่อกี้ฉันกับพี่เธียรก็สบตากันด้วยนะ

“ไง ตาฝาดจริงใช่มั้ย” พอฉันหันกลับมาทางเดิมยัยพริกไทยก็ถามฉันต่อด้วยว่าฉันในเวลาต่อมา

“กูเข้าใจ อ่านหนังสือเยอะสายตามันก็เพี้ยนแบบนี้แหละมึง” แต่ฉันเห็นจริงๆ นะหรือว่าฉันจะตาฝาดจริงๆ

ช่างเถอะ!

“งั้นมั้งมึง” ปากตอบยัยพริกไทยแต่สมองกลับไม่เชื่อความคิดของตัวเองว่าสายตามันจะเพี้ยนได้จริงๆ จนสุดท้ายฉันก็ขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนจะได้ล้างหน้าล้างตาให้สดชื่นแล้วเลิกทะเลาะกับความคิดของตัวเองสักที “กูไปเข้าห้องน้ำแป๊บนะ เดี๋ยวมา”

“อืม” พอยัยพริกไทยมันตอบรับเสร็จฉันก็ลุกจากเก้าอี้แล้วเดินไปทางห้องน้ำทันทีใช้เวลาในห้องน้ำไม่นานฉันก็เดินออกมา

แต่…

หมับ!

จู่ๆ แขนของฉันก็ถูกมือปริศนาของใครบางคนฉุดเข้าไปตรงซอกมืดของผับอย่างไม่ทันได้ตั้งตัวก่อนจะดันแผ่นหลังของฉันติดไว้กับผนังปูนฉันที่ไม่รู้ว่าเขาเป็นใครได้แต่ยืนตัวแข็งทื่อหัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอกอยู่แล้วเพราะตกใจและกลัวไปในเวลาเดียวกันแต่อยู่ๆ กลิ่นน้ำหอมยี่ห้อดังจากร่างกายของคนตรงหน้าที่หอมฟุ้งโชยมาแตะปลายจมูกของฉันซึ่งมันแอบผสมกับกลิ่นบุหรี่และแอลกอฮอล์เบาๆ นั้นมันกลับบ่งบอกความเป็นผู้ชายจากคนตรงหน้าได้เป็นอย่างดี…และมันก็กำลังทำให้ฉันนึกถึงใครบางคนที่เคยเข้าใกล้ฉันมากที่สุดอย่าง…

“ไง ทำหน้าแบบนั้น พอจะนึกออกแล้วใช่มั้ยว่าฉันเป็นใคร” น้ำเสียงทุ้มแต่นิ่งจนฉันแอบขนลุกแบบนี้ ชัดเจนเลยว่าเขาเป็นใคร เขาคือ…

“พี่เธียร…”

"ดีใจจังที่ยังจำผัวได้"
이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • MY ENGINEERS วิศวะดุคลั่งรัก   บทที่ 61

    หลายวันต่อมา…@ร้านอาหาร“พี่เขาพาไปพิพิธภัณฑ์ที่ลูกอยากไปมาแล้วใช่ไหม เป็นไงบ้าง ปลาสวยมากเลยใช่ไหม”ใช่ค่ะ ตอนนี้ฉันกับพี่เธียรอยู่ที่ร้านอาหาร ตรงหน้าเราตอนนี้ก็มีคุณแม่ของฉันและคนที่ถามเมื่อกี้ก็คือแม่ของฉัน แต่แม่ของฉันเขาไม่ได้นั่งอยู่คนเดียวหรอก ข้างๆ แม่ก็คือแม่พี่เธียรใช่ค่ะ วันนี้ผู้ใหญ่ท

  • MY ENGINEERS วิศวะดุคลั่งรัก   บทที่ 60

    แต่มันก็จะมีบ้างที่สวยจะชวนผมไปถ่ายรูปคู่กับเธอเก็บไว้ แต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นสตอรี่ที่เธอถ่ายไว้แล้วลงในโซเชียลมีเดียของเธอรวมถึงภาพที่ผมกุมมือของเธอไว้ หรือแม้กระทั่งภาพแผ่นหลังของผมตอนที่กำลังยืนดูปลาในตู้กระจก เธอก็แอบกดถ่ายไว้แล้วลงในพื้นที่ส่วนตัวของเธอพร้อมกับแท็กชื่อของผมอย่างเปิดเผยผมที่เห็นแ

  • MY ENGINEERS วิศวะดุคลั่งรัก   บทที่ 59

    @พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหลังจากที่นั่งรถมาสักพัก ผมก็พาสวยมาถึงสถานที่ที่ผมอยากพาเธอมานั่นก็คือพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ…ใช่ครับ ผมพาเธอมาที่นี่เพื่อให้เธอได้เห็นใต้ท้องทะเลจำลอง ผมอยากให้เธอได้ผ่อนคลายไปกับสัตว์น้ำของที่นี่เพราะผมรู้ว่าที่นี่มีปลามากมายที่ถ้าได้ดูแล้วคงทำให้ใครบางคนแถวนี้ตื่นเต้นจนหุบยิ้มไม

  • MY ENGINEERS วิศวะดุคลั่งรัก   บทที่ 58

    ฟุบ!ร่างกายของฉันถูกวางลงบนเก้าอี้ ตรงหน้ามีข้าวต้มร้อนๆ หอมฉุยกับโกโก้ร้อนๆ แก้วโปรดวางไว้ ส่วนพี่เธียรเขาก็ย้ายตัวเองไปนั่งตรงข้ามกับฉันเช้านี้มันดูพิเศษแปลกๆ แฮะ มีเสียงเพลงเปิดคลอดเบาๆ ฟังแล้วรู้สึกสึกผ่อนคลายชะมัด แถมในห้องยังได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่สูดดมเข้าไปแล้วรู้สึกสดชื่นอย่างน่าประหลาดห

  • MY ENGINEERS วิศวะดุคลั่งรัก   บทที่ 57

    ฉันแหงนมองภาพดอกไม้ไฟที่กำลังเป็นประกายอยู่บนท้องฟ้าท่ามกลางความมืดมิดของท้องฟ้าในยามค่ำคืนด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม“สวยจัง” ฉันหลุดชมภาพที่ดูอยู่อย่างเหม่อลอย คือมันสวยจริงๆ นะ ฉันไม่ได้เห็นภาพดอกไม้ไฟบนท้องฟ้าในตอนกลางคืนแบบนี้นานแค่ไหนแล้วนะ“กลับกันเถอะ” แต่จู่ๆ พี่เธียรที่ยืนอยู่ข้างๆ เขาก็ฉุดแขนขอ

  • MY ENGINEERS วิศวะดุคลั่งรัก   บทที่ 56

    “เดี๋ยวกูแนะนำก่อนละกัน” ยัยพริกไทยตัวเปิดของพวกฉัน มันเสนอขอแนะนำตัวก่อน เออดี ฉันยังไม่ค่อยพร้อมเท่าไหร่เลย แล้วไอ้สโลแกนบ้าบอนั่น ฉันก็ยังคิดไม่ได้ด้วย โอ้ย อยากจะบ้าตายจริงๆ“สวัสดีค่ะ ชื่อนางสาวมินตรา ภักดี ชื่อเล่นพริกไทย รหัส022 สโลแกนประจำตัว…” เอาละด้วยความที่ต้องแนะนำตัวเสียงดัง เพื่อนต่าง

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status