Masukบทที่ 1 สิ่งของที่ถูกลืม
สองชั่วโมงก่อนหน้านี้
(เมลมาถึงยัง ถ้ามาถึงแล้วรอพี่อยู่ลานจอดรถนะ เดี๋ยวพี่ไปหา)
“เมลใกล้ถึงแล้วค่ะ พี่เจฟให้เมลรออยู่ข้างรถใช่ไหมคะ”
(ใช่ค่ะ เดี๋ยวพี่ออกไปหาเราแป๊บเดียว)
รอยยิ้มดีใจแต้มขึ้นบนใบหน้าจิ้มลิ้มของหญิงสาว ทว่าในอกกลับมีความรู้สึกบางอย่างแผ่วๆ ผ่านเข้ามาโดยไม่ทราบสาเหตุ เมลชะเง้อมองไปข้างหน้า รถกำลังเลี้ยวผ่านประตูสนามแข่งรถเข้ามาด้านใน เสียงเครื่องยนต์และบรรยากาศรอบตัวดูคึกคักผิดกับหัวใจของเธอที่เต้นเร็วขึ้นเล็กน้อย
พอรถจอดสนิท เธอก็รีบตอบกลับคนปลายสายด้วยน้ำเสียงหวานใสกลบความรู้สึกแปลกๆ นั้นไว้
“ถึงแล้วค่ะ เห็นรถพี่เจฟแล้วด้วย”
(โอเค เดี๋ยวพี่ออกไปตอนนี้เลย)
เมลวางสาย ก่อนจะเดินไปที่รถของแฟนหนุ่มและยืนพิงประตูรออยู่ ลมยามเย็นพัดผ่านผิวกาย แต่กลับทำให้เธอรู้สึกเย็นวาบอย่างบอกไม่ถูก เธอเหลือบมองไปรอบๆ ลานจอดรถอยู่หลายครั้ง ทั้งที่ก็ไม่รู้ว่ากำลังมองหาอะไร
ประมาณสิบนาทีต่อมา เจฟเดินออกมาจากด้านในในชุดแข่งสีแดงดำ เขาโบกมือทักทายพร้อมรอยยิ้มละมุน ภาพนั้นทำให้เมลโล่งใจลงนิดหนึ่ง เจฟเดินเข้ามากอดเธอแน่น หอมผมเธอเบาๆ หนึ่งที ทว่ากลิ่นเหงื่อและความร้อนจากร่างเขากลับทำให้หัวใจเธอเต้นแรงผิดปกติ
“พี่ต้องลงแข่งนะ เรารออยู่ในรถ ห้ามออกไปไหน แล้วก็…พี่จะไม่ได้ใช้โทรศัพท์สักพัก” น้ำเสียงของเขาเร่งรีบกว่าปกติ ราวกับมีบางอย่างกำลังกดดันอยู่
“อ๋อ ได้ค่ะ” เมลตอบรับ แม้จะพยักหน้าตาม แต่แววตากลับเผลอฉายความลังเลออกมาเพียงเสี้ยววินาที
“เก่งมากเด็กดี รอพี่อยู่นี่นะ” เขาส่งกุญแจรถให้เธอ “เข้าไปนั่งรอข้างในเลย ห้ามไปไหนเด็ดขาด”
คำว่า เด็ดขาด ทำให้เมลเอียงหน้าเล็กน้อย ความสงสัยแล่นวูบขึ้นมา เธอมองท่าทางร้อนรนของแฟนหนุ่มอย่างพยายามจับสังเกต แต่สุดท้ายก็เลือกยิ้มสดใสกลับไป
“ขอให้ชนะนะคะ เมลรออยู่”
“ได้เลย พี่จะเอาชัยชนะมาฝากน้อง”
“รักพี่เจฟนะ” เธอโบกมือให้เขา จนกระทั่งร่างสูงรีบวิ่งหายไป ความวุ่นวายรอบตัวกลับเงียบลงในฉับพลัน เมลกดรีโมตเปิดรถ เข้าไปนั่งรออยู่ภายในตามที่บอก แต่หัวใจกลับไม่ยอมสงบนิ่งเหมือนเคย
เจฟคือแฟนคนแรก และเป็นรุ่นพี่ต่างมหา’ลัยที่เธอเปิดใจคบ ทั้งสองคบกันมาได้สี่เดือน ทุกอย่างควรจะรู้สึกดีแต่ไม่รู้ทำไมครั้งนี้เมลกลับรู้สึกเหมือนกำลังนั่งรออะไรบางอย่างที่ไม่อาจคาดเดาได้
“รถสะอาดจัง…” เธอพึมพำเบาๆ สายตากวาดมองไปรอบคันรถ ก่อนจะหยุดลงที่พวงมาลัย รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นจากความทรงจำแสนอบอุ่น ทว่ารอยยิ้มนั้นค่อยๆ จางหาย เมื่อหัวใจกลับรู้สึกหน่วงๆ อย่างไม่มีเหตุผล เมลยกมือขึ้นกุมอกตัวเองไว้แน่น
“ทำไมอยู่ๆ ถึงรู้สึกไม่สบายใจแบบนี้นะ” เธอเข้าใจว่ารถคันนี้เขารักและหวงมาก ปกติแล้วแทบไม่ได้จับกุญแจรถกับเขาเลย แต่วันนี้เขายกกุญแจรถให้เธอครองแล้วยังพูดจาแปลกๆ “ช่างเถอะ” เมลยิ้มบางๆ แล้วกดลดกระจกลงก่อนจะปรับเบาะรถเอนลงนอนเล่นไปพลางๆ
เจฟวิ่งกลับมาหาทีม ก่อนจะพยักหน้าให้รุ่นพี่เบาๆ
“ไหน ของที่มึงจะเอาลงเดิมพันล่ะ”
“รถผม…กับของในรถ”
รุ่นพี่เลิกคิ้ว “รถมึงเนี่ยนะ มึงแน่ใจเหรอวะ ไหนบอกรักนักรักหนาไงคันนี้”
“รัก” เจฟตอบทันที ก่อนจะหัวเราะหึในลำคอ “แต่มันก็แค่ของนอกกายไหมพี่”
“เออ ขอให้มันจริงอย่างที่พูดแล้วกัน” รุ่นพี่มองเขาอย่างชั่งใจ “แล้วของในรถมูลค่าเท่าไรวะ”
“ก็…อาจจะพอๆ กับรถ”
“เออ อย่างน้อยก็สมน้ำสมเนื้อ” รุ่นพี่ตบไหล่เขาเบาๆ “ไป เตรียมตัวลงแข่ง”
เจฟยิ้มมุมปาก
“ยังไงผมก็ชนะอยู่แล้วพี่ ล้มเจ้าของสนามสักครั้ง ให้คนเอาไปพูดหน่อย”
“กูชอบความมั่นใจมึงนะ” รุ่นพี่เตือนเสียงเรียบ “แต่อย่าลืมว่ามันก็เก่งพอตัว ไหนจะไต้ฝุ่น ไหนจะไอ้เปอร์อีก”
“หึ” เจฟหัวเราะในลำคอ “ก็อยากชนะสักครั้งเหมือนกัน อยากรู้ว่าคนเก่งๆ พอแพ้แล้วจะทำยังไงต่อ”
สองชั่วโมงหลังการแข่งขันจบลง ผลออกมาอย่างที่ไม่มีใครคาด เจฟแพ้ และซานเข้าเส้นชัยไปอย่างหวุดหวิด
ในห้องเปลี่ยนชุด เจฟนั่งก้มหน้า กำมือแน่นจนเล็บจิกลงฝ่ามือ รุ่นพี่เดินเข้ามาหยุดตรงหน้า
“กูไม่อยากซ้ำเติมนะ” เสียงนั้นเบาลง “แต่กูว่ามึงยังขาดประสบการณ์ในสนาม”
เจฟแค่นหัวเราะอย่างฝืนๆ
“แต่ก็ซ้ำเติมอยู่ดีไหมวะพี่”
รุ่นพี่ถอนหายใจเบาๆ แล้วตอบกลับ “ผลมันออกมาแบบนี้แล้ว กูส่งของเดิมพันให้มันเลยนะ”
“เดี๋ยวพี่” เจฟเงยหน้าขึ้น มองกุญแจรถของตัวเองในมืออีกฝ่ายด้วยแววตาเสียดาย “ผม…ขอเวลาหน่อยได้ไหม” เขาลุกพรวด แล้วรีบเดินออกจากห้องพัก กึ่งเดินกึ่งวิ่งไปยังลานจอดรถ แต่พอเข้าใกล้รถคันนั้น รถที่เขาบอกว่าเป็นแค่ของนอกกายเจฟกลับหยุดนิ่ง เขาถอยหลังหนึ่งก้าว สายตาเขาหยุดอยู่ที่เมลและยืนมองอยู่ไกลๆ
“ขอโทษ” เสียงพึมพำเบาหวิว ราวกับพูดกับตัวเองมากกว่ากับใคร ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปหารุ่นพี่เพื่อให้คำตอบที่รู้ดีอยู่แล้ว
“เอาไง” รุ่นพี่ถาม “กูเอาไปให้มันเลยนะ”
เจฟพยักหน้าเบาๆ
“อืม”
กลับมาปัจจุบัน
เมลพยายามโทรหาแฟนหนุ่มเป็นสิบๆ สาย แต่ปลายทางก็โทรไม่ติดเลย ฝากหมายเลขโทรกลับ เธอส่งข้อความทุกช่องทางที่เคยติดต่อเขา แต่กลับได้เพียงความเงียบตอบกลับมา
“ฉันเสียเวลามากพอแล้วนะ” ซานเหลือบตามองเวลาบนข้อมือ แล้วหันไปมองหน้าหญิงสาว “เอาไงก็ว่ามา แต่เธอต้องรู้กติกาการเดิมพันนะ ถ้าจะเอารถคันนี้คืนก็ให้แฟนเธอไปหาเงินมาให้ฉัน”
“พี่เจฟไม่มีทางทำกับเมลแบบนี้แน่นอน เรารักกัน”
“หึหึ นี่กูต้องมายืนฟังเขาบอกรักกันเหรอวะ” ซานพึมพำกับตัวเอง “เอาไงก็เอา ไปเคลียร์กันให้จบซะ เพราะฉันต้องรีบไปฉลองกับเพื่อน” เขายื่นหน้าไปพูดใกล้ๆ ก่อนเอียงหน้ามองเธอ “เธอก็น่ารักนะ แต่ไม่น่าโง่ไปคบกับไอ้เจฟเลย”
“นี่!”
“ทำไม นี่ลูกแมวกำลังขู่เหรอ หึหึ น่ารักเชียว” ซานหยิบบุหรี่ออกมาจากซองขึ้นมาคาบไว้ “ฉันให้เวลาจนถึงสูบหมดมวนนี้เท่านั้นนะ”
เมลมองหน้าเขาเขม็ง ก่อนจะเดินอ้อมไปอีกฝั่งของรถ แต่ซานไวกว่า เขาเปิดประตูรถหยิบกุญแจออกมาถือไว้
“นี่เอามานะ”
“ทำไม นี่มันรถฉันแล้ว เจ้าของใหม่จะถือกุญแจรถ เธอจะทำไม”
หญิงสาวทำหน้ามุ่ยใส่เขา แยกเขี้ยวใส่ราวกับแมวน้อยกำลังขู่ แต่ซานไม่ถือสา เขาจุดบุหรี่สูบหน้าตาเฉย
“ฉันสูบบุหรี่หมดมวนเร็วนะ ถ้าเอาแต่มายืนจ้องหน้ากันแบบนี้…ก็ไม่รับประกันนะ” เขาพ่นควันบุหรี่ออกจากปาก พลางกวาดสายตามองไปรอบๆ ผู้คนเริ่มบางตา และลานจอดก็เหลือรถไม่กี่คันแล้ว
ครืด~ ครืด~
โทรศัพท์เขาสั่นอยู่ในกระเป๋ากางเกง ซานคาบบุหรี่ไว้ที่ปาก หยิบออกมากดรับสายของไทเกอร์
“เออ กำลังจะไปเลย”
(ไปเหี้ยไร รอนานแล้วเนี่ย มาได้แล้ว)
“เออๆ เดี๋ยวรีบเหยียบไปเลย”
(อะไร ติดปัญหาไรไหม ทำไมช้าวะ) เสียงของไต้ฝุ่นแทรกเข้ามาในสาย
“ติดธุระนิดหน่อย” เขาเหลือบตามองหญิงสาว ก่อนจะยกมือขึ้นมาเคาะหลังคารถเบาๆ พร้อมทำท่าถามคนตัวเล็กว่าจะเอายังไงต่อ เธอกลับเบือนหน้าหนี “เออ เดี๋ยวรีบไป”
(เออ รีบมาเลย) ไทเกอร์วางสายไปก่อน
ซานคีบบุหรี่ออกจากปากแล้วมอง
“บุหรี่หมดละ เธอจะเอาไงก็ว่ามาเลย เสียเวลามาพอแล้ว”
“พี่โกหกใช่ไหม”
“โกหกอะไรล่ะ ถ้าฉันโกหกเธอ กุญแจรถอีกอันจะมาอยู่ที่ฉันได้ยังไง อีกอย่างนะ” ซานพ่นควันบุหรี่ออกจากปาก “รอบแข่งนี่เป็นรอบเถื่อน แฟนเธอขอมาเอง”
“…”! เมลหน้าถอดสี น้ำตาค่อยๆ ไหลออกจากรอบดวงตาแดงก่ำจากการอดกลั้น ความรักและความไว้ใจพังทลายลงพร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม
“ถ้าเธอฉลาดพอก็น่าจะเดาออก ว่าแฟนเธอมันปลิ้นปล้อนแค่ไหน เลิกร้องไห้แล้วไปหาผัวใหม่เถอะ”
“ไม่ใช่” เธอเม้มปากทั้งท่าแย้งเขาเสียงแข็ง “แค่เป็นแฟน”
“เออ ไปหาแฟนใหม่เถอะ ไอ้นี่มันเลว” ซานเน้นคำสุดท้าย แล้วเปิดประตูรถก้าวขึ้นไปนั่งหลังพวงมาลัย เขาสตาร์ตรถ แต่ก่อนจะขับออกไปจึงลดกระจกลง ยื่นหน้าไปคุยกับเมล “หรือว่าเธอจะไปกับฉันล่ะ?” มุมปากยกยิ้มเจ้าเล่ห์ “ก็เลือกเอาแล้วกันนะ จะยืนร้องไห้โง่ๆ รอมันอยู่ตรงนี้ หรือไปกับฉัน”
“เมลโง่มากใช่ไหม” เธอเบะปากร้องไห้ออกมาอย่างกลั้นไม่ไหว
ซานจิ๊ปากเบาๆ ก่อนจะเปิดประตูลงจากรถแล้วเดินอ้อมไปหาหญิงสาว เขาเปิดประตูรถออกกว้าง ยกมือขึ้นวางบนศีรษะเธอเบาๆ ก่อนออกแรงดันตัวเธอเข้าไปนั่งในรถ เมลเองก็นั่งลงอย่างว่าง่ายซ้ำยังร้องไห้โฮราวกับเขื่อนพัง ส่วนเขาก็เดินอ้อมมาขึ้นฝั่งคนขับแล้วขับออกไปทันที
ตอนพิเศษ 2หลังทานข้าวเสร็จ ซานก็มานั่งดูทีวีเป็นเพื่อนพ่อในห้องนั่งเล่น เมลรับหน้าที่ล้างจานและเก็บครัวแทน“ว่าแต่ได้ฤกษ์แต่งหรือยังเรา”“ผมว่าอยากให้น้องเรียนจบก่อนน่ะครับ กลัวน้องอายเพื่อน ที่ตัวเองแต่งงานแล้วยังไปเรียนอยู่”“ดี พ่อก็อยากให้เป็นแบบนั้นนะ แต่กลัวเราจะทนไม่ไหวอยากแต่งก่อนน่ะสิ”ซานยิ้มบางๆ อย่างยอมรับ “ใจจริงผมก็อยากให้เป็นแบบนั้นนะครับ แต่ตามใจเมลและเอาที่ครอบครัวเราทั้งสองฝ่ายสบายใจมากกว่า”“อืม…พ่อว่าเมลคบไม่ผิดนะ”“ขอบคุณครับ” ซานยิ้มเขินนิดๆ ก่อนจะเงยหน้ามองเมลที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องครัว “มานั่งตรงนี้สิ พี่เตรียมผลไม้ไว้ให้แล้ว”“แอบนินทาอะไรเมลหรือเปล่าคะเนี่ย” เธอนั่งลงบนโซฟาอีกตัวหนึ่ง รับจานผลไม้จากมือซานมาวางบนตักตัวเองซานไม่ได้ตอบ เขาเพียงยิ้มบางๆ ให้เธอเท่านั้น“พ่อคุยกับพี่เขาเรื่องฤกษ์แต่งงานเรานั่นแหละ แต่พี่เขาอยากให้เมลเรียนจบก่อน”“อ๋อ เมลก็อยากให้เป็นแบบนั้นนะคะ อยากเรียนจบก่อนค่อยแต่ง รอไหวใช่ไหมคะ” ประโยคแรกเธอคุยกับพ่อ แต่ประโยคคำถามตอนท้ายเธอมองหน้าแฟนหนุ่มอย่างยิ้มๆ“รอไหวสิ พี่รอเมลมาตั้งนานแล้ว แค่นี้ไหวอยู่แล้วครับ”“หึหึ” พ่อหัวเราะเบาๆ
ตอนพิเศษ 1สองเดือนหลังจากหมั้นหมาย ซานถือกระเป๋าสะพายของเมลเดินเข้ามาในร้านขนมใกล้มหาวิทยาลัยของเธอในช่วงบ่าย เขาชี้นิ้วไปที่เค้กรสนมกับเค้กมะพร้าวใบเตยอย่างละชิ้น“เอาอเมริกาโนเย็นหนึ่งแก้ว แล้วก็ช็อกโกแลตปั่นหวานปกติหนึ่งแก้วครับ”“ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ”ครืด~ ครืด~โทรศัพท์ในมือซานสั่นครืดเบาๆ เขาจึงรีบรับสาย“พี่สั่งของว่างไปให้แล้ว รอแป๊บนะ”(ไม่ได้จะเร่งค่ะ เพิ่งเรียนเสร็จเหมือนกัน ว่าแต่พี่เอากระเป๋ามาให้ด้วยไหมคะ)“เอามา สะพายอยู่”(ไม่อายเหรอคะ กระเป๋าผู้หญิงนะ)เขาหลุดขำเบาๆ แล้วตอบกลับด้วยคำพูดตลกๆ “อายทำไม น่ารักดี” ซานยิ้มแล้วพูดต่อ “คนจะได้รู้ว่าพี่มีคนของใจแล้วไง”(อ๋า…พี่ซานก็ งั้นรีบมานะคะ เมลจะรออยู่ที่เดิม)“ครับผม”เมื่อได้ของที่สั่งแล้ว เขาก็รีบไปหาเมลที่มหาวิทยาลัยทันที รถหรูคันเดิมจอดอยู่มุมเดิม เป็นภาพคุ้นตาของนักศึกษาที่เดิมผ่านไปมา“มาแล้ว รอนานไหม”“ไม่นานเลยค่ะ”“ว่าไปแล้วก็นึกถึงชีวิตในรั้วมหา'ลัยนะ ตั้งแต่เคลียร์งานส่งอาจารย์ครบหมดแล้ว ก็ไม่ได้เข้าไปเยี่ยมรุ่นน้องเลย”“เรียนต่อปริญญาโทสิคะ”“เอาไว้เป็นเรื่องอนาคตแล้วกัน ตอนนี้พี่ขอโฟกัสกับงานก่อน”“แบบไห
บทที่ 55 ของกันและกัน จบบริบูรณ์สองสัปดาห์ต่อมา“ทำอะไรอยู่ครับ” ซานเดินมาหยุดยืนอยู่ด้านหลังเก้าอี้ตรงโต๊ะเข้ามุมในห้องนอนของเขา ก่อนจะก้มมองไดอารีที่เมลกำลังบรรจงเขียนอะไรบางอย่างลงไปอย่างตั้งใจ“ไม่เอา ไม่ให้อ่านนะคะ เก็บไว้อ่านหลังจากเราแต่งงานกันดีกว่า” เธอรีบเอามือปิดหน้ากระดาษไว้ทันที“โอเคๆ พี่ไม่อ่านแล้วก็ได้ เห็นเราหมกมุ่นกับมันอยู่นาน เลยแอบมาดูเฉยๆ” ซานยกมือยอมแพ้ ก่อนจะเดินกลับไปนั่งบนเตียง แต่สายตายังจับจ้องแผ่นหลังบางของเธอไม่วาง “แล้วพรุ่งนี้มีเรียนกี่โมง ให้พี่ไปส่งเหมือนเดิมไหม หรือจะไปกับซินดี้?”“ไปกับซินดี้ก็ได้ค่ะ พี่ซานจะได้นอนพักเยอะๆ หน่อย ทำงานหนักมาตั้งสามวันแล้ว เมลกลัวพี่ไม่สบาย”ซานหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะอ้าแขนรับร่างเล็กที่เดินมาหา แล้วดึงเธอเข้ามากอดแนบอก“แค่นี้เอง เหนื่อยอะไร ไม่เห็นจะเหนื่อยเลย” เขากดจูบลงที่ขมับของเธอแผ่วเบา ก่อนจะกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น“แม่พี่ซานบอกว่าได้ฤกษ์วันหมั้นแล้วนะคะ”“เร็วเหมือนกันนะ แต่ก็ดี จะได้เป็นคู่หมั้นพี่สักที” เขาโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูเธอเสียงต่ำ ก่อนจะหยิบจี้รูปเกียร์ขึ้นมาลูบเล่นเบาๆ “เกียร์นี่…เพิ่งมีความห
บทที่ 54 พร้อมหน้าพร้อมตาช่วงเย็นซานขับรถพาเมลกลับบ้าน ระหว่างทางเขาได้คุยกับเธอเรื่องนัดให้สองครอบครัวมาเจอกัน และนัดทานข้าวด้วยกัน“พ่อเมลว่างนะคะ พี่ซานนัดมาเลยก็ได้”“พี่ต้องไปถามพ่อแม่พี่ก่อน ว่าท่านจะว่างตรงกันไหม”“อ๋อ ได้ค่ะ”“ไม่ต้องกังวลนะ พี่จะรีบพาครอบครัวเรามาเจอกันให้ได้”“ไม่รีบเลยค่ะ”ซานเหลือบมองเธอเล็กน้อย ก่อนจะหรี่ตาลงนิดๆ เหมือนไม่ค่อยพอใจกับคำตอบนั้น“ไม่รีบ?” เขาทวนเสียงต่ำ มือหนึ่งยังจับพวงมาลัย อีกมือเอื้อมมาจับมือเธอไว้แน่นขึ้น “แต่พี่รีบนะ”เมลหันไปมองเขาอย่างงงๆ “รีบทำไมคะ”“รีบให้ทุกอย่างมันชัดเจน” เขาตอบสั้นๆ แต่หนักแน่น สายตายังจับจ้องถนนตรงหน้า “พี่ไม่ชอบให้ใครมองเมลแบบไม่มีสถานะ”คำพูดนั้นทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ ริมฝีปากเล็กเม้มเข้าหากัน ก่อนจะยิ้มบางๆ“ใครจะมองเมลล่ะคะ”ซานหัวเราะในลำคอเบาๆ แต่สีหน้ากลับจริงจังขึ้นเล็กน้อย “มีแน่นอนแหละ เมลน่ารักขนาดนี้” เขาหันมามองเธอแวบหนึ่ง ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่แฝงความหวงชัดเจน “แล้วพี่ก็ไม่ชอบด้วย”เมลหลุดหัวเราะออกมา “พี่ซานขี้หวงอีกแล้วนะคะ”“ก็ใช่” เขายอมรับหน้าตาเฉย ก่อนจะบีบมือเธอ
บทที่ 53 หวงผ่านไปหลายนาที ซานพาเมลเดินกลับมาที่พัก โดยต้องเดินผ่านบ้านพักไต้ฝุ่นกับไทเกอร์ พวกเขานั่งอยู่ระเบียงหลังบ้าน ตะโกนแซวซานกับเมลด้วยความตื่นเต้น“เอาว่ะเพื่อนกู” ไต้ฝุ่นตะโกนแซว “กูหาคนสยบเสือได้แล้ว”ซานยิ้มบางๆ ก่อนจะยกมือเมลข้างที่สวมแหวนขึ้นมาอวดเพื่อนๆ“แสบตาเลยว่ะ” ไทเกอร์แซวบ้าง “ยินดีด้วยนะครับน้องเมล และฝากเอ็นดูเพื่อนพี่ด้วยนะครับ หาปลอกคอสวยๆ มาใส่ให้มันสักอันจะดีมาก”เมลหน้าแดงทันทีที่โดนแซวหนักขึ้นกว่าเดิม มืออีกข้างรีบยกขึ้นตีแขนซานเบาๆ“พี่ซาน…ไม่ต้องโชว์ก็ได้ค่ะ” แต่ซานกลับหัวเราะในลำคอ ไม่ได้มีท่าทีจะลดความกวนลงเลยสักนิด“ก็อยากให้มันรู้”“โห ดูมันพูด!” ไต้ฝุ่นโวยลั่น ก่อนจะลุกขึ้นยืนเท้าเอว “เมื่อก่อนนี่หวงจัด ใครเข้าใกล้ไม่ได้ ตอนนี้เปิดหวงหนักกว่าเดิมนะมึง”“ก็คนก่อนไม่ใช่นี่หว่า” ซานตอบสั้นๆ แต่ชัดเจน คำพูดนั้นทำเอาทุกคนเงียบไปเสี้ยววินาที ก่อนที่ไทเกอร์จะหลุดหัวเราะออกมา“เออ ยอมแล้วๆ รอบนี้เอาจริงว่ะ”ทัชชายิ้มมองเมลอย่างเอ็นดู ก่อนจะเอ่ยขึ้นบ้าง “ยินดีด้วยจริงๆ นะคะ น่ารักมากเลย”“ขอบคุณค่ะ” เมลตอบเสียงเบา แก้มยังคงแดงไม่หายไต้ฝุ่นส่ายหัวไปมาอย่างห
บทที่ 52 ‘เป็นคู่หมั้นพี่นะ’ซานจูงมือเมลเดินไปยังบ้านพักริมทะเลที่เขาจองไว้สามหลัง ส่วนพวกไต้ฝุ่นกับไทเกอร์ที่ล่วงหน้ามาก่อนนั้นพักอยู่ในบ้านแล้ว“เป็นการมาเที่ยวแบบปุ๊บปั๊บมากค่ะ ชอบนะ ตื่นเต้นดี”“งั้นจะพามาบ่อยๆ ดีไหม หรือชอบแบบเซอร์ไพรส์?”เมลหันหน้ามาอ้อนเขา “เอาแบบเซอร์ไพรส์ได้ไหมคะ เมลชอบ…”“หึหึ ได้สิ ยินดีมาก” ซานยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะบีบมือเมลเบาๆ แล้วพาเธอเดินเข้าไปเก็บของในบ้านพักหลังหนึ่งที่อยู่ติดริมทะเล เสียงคลื่นซัดฝั่งดังเป็นจังหวะคลอเบาๆ กับลมเย็นที่พัดเข้ามา ทำให้บรรยากาศยิ่งน่าผ่อนคลาย“พักก่อนสักแป๊บ เดี๋ยวพาไปกินข้าว” เขาบอกพลางวางกระเป๋าให้เธอ“ค่ะ” เมลพยักหน้า แต่สายตายังมองออกไปนอกระเบียงไม่หยุด เหมือนยังตื่นเต้นไม่หายผ่านไปไม่นาน ซานก็พาเธอออกจากบ้านพัก เดินเลียบชายหาดไปยังร้านอาหารทะเลที่อยู่ไม่ไกลนัก แสงไฟสีส้มอุ่นๆ จากร้านส่องสะท้อนผิวน้ำเป็นประกายระยิบระยับทันทีที่เดินเข้าไปใกล้ เสียงหัวเราะคุ้นหูก็ดังขึ้น“โอ๊ยยย มาแล้วโว้ย!” ไต้ฝุ่นโบกมือเรียกเสียงดังลั่นเมลชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มออกทันทีเมื่อเห็นทั้งกลุ่มนั่งอยู่ที่โต๊ะไม้ตัวใหญ่ติดริมทะเล
บทที่ 7 แค่คนรู้จักซานแสยะยิ้มที่มุมปาก พอเดินมาถึงรถก็โยนหมวกกันน็อกให้เมล“ใส่ซะ”“ถ้าเมลทำตกพื้นจะทำยังไงคะ” เธอพ่นลมหายใจโล่งอกเมื่อคว้าหมวกไว้ได้ทันพอดี ก่อนจะยกมันขึ้นมาสวมอย่างลังเล “ใส่แบบนี้เหรอคะ” แต่หมวกกันน็อกกลับใบใหญ่กว่าศีรษะของเธออย่างเห็นได้ชัด“เดินเข้ามานี่” ซานเพยิดหน้าเรียกเสี
บทที่ 6 ตัวร้ายซานเดินมาหยุดอยู่ข้างรถมอเตอร์ไซค์ที่จอดหน้าตึกคณะของเมล ก่อนจะล้วงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออกหาไต้ฝุ่นที่โทรหาเขาก่อนหน้าแต่ไม่ได้รับสาย“อืม โทรมาหากูแต่เช้าขนาดนี้ จะให้ตามงานให้หรือไง”(รู้งานมากเพื่อน ฝากด้วยนะ กูอาจจะสายหน่อย เดี๋ยวพาตังค์ไปหาหมอก่อน)“น้องตังค์เป็นอะไร”(ภูมิแ
บทที่ 5 ขอรถกับแฟนคืนกลับขึ้นมาบนห้องนอน เมลทิ้งตัวฟุบลงกับที่นอนอย่างหมดแรง ความเข้มแข็งที่ฝืนประคองมาตลอดทางพังทลายลงในพริบตา น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้เมื่อครู่ค่อยๆ ไหลออกมาอย่างง่ายดาย เธอซุกหน้าลงกับหมอน ปล่อยให้เสียงสะอื้นจมอยู่ในความเงียบของห้องขณะเดียวกัน ซานขับรถมาจอดในปั๊มน้ำมันใกล้ทางเข้า
บทที่ 4 สุภาพบุรุษ(มั้ง)ซานขับรถวนไปเรื่อยๆ อย่างไร้จุดหมาย ไม่รู้เลยว่าควรเลี้ยวซ้ายหรือขวาดี สุดท้ายเขาจึงตัดสินใจจอดรถชิดฟุตพาทข้างทาง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเสิร์ชหาที่พักแถวนั้นแทนริมฝีปากขบกันแน่นเล็กน้อย ดวงตาเหลือบมองคนข้างๆ ด้วยความหงุดหงิดที่กลบไม่มิด“ช่วยไม่ได้” เขาพึมพำเสียงต่ำเหมือ







