로그인บทที่ 4 สุภาพบุรุษ(มั้ง)
ซานขับรถวนไปเรื่อยๆ อย่างไร้จุดหมาย ไม่รู้เลยว่าควรเลี้ยวซ้ายหรือขวาดี สุดท้ายเขาจึงตัดสินใจจอดรถชิดฟุตพาทข้างทาง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเสิร์ชหาที่พักแถวนั้นแทน
ริมฝีปากขบกันแน่นเล็กน้อย ดวงตาเหลือบมองคนข้างๆ ด้วยความหงุดหงิดที่กลบไม่มิด
“ช่วยไม่ได้” เขาพึมพำเสียงต่ำเหมือนบอกตัวเองมากกว่าจะพูดกับใคร “เธอไม่ยอมบอกเองว่าบ้านอยู่ตรงไหน”
ซานพาเมลเข้าไปเช็กอินที่รีสอร์ตเล็กๆ ริมถนน ตัวอาคารเงียบสงบ ไฟสีส้มสลัวทอดยาวไปตามทางเดินหินกรวด เหมาะจะเป็นที่พักชั่วคราวมากกว่าที่เขาคิดไว้ตอนแรก
เขาพาเธอขึ้นห้อง และวางกุญแจไว้บนโต๊ะหัวเตียง ก่อนจะหันหลังเตรียมเดินออกมาเหมือนหน้าที่ของเขาจบลงแค่นั้น แต่ฝีเท้ากลับชะงักอยู่ตรงลูกบิดประตู เสียงหายใจแผ่วๆ จากด้านหลังทำให้ซานเผลอกำมือแน่น ความคิดตีกันยุ่งเหยิง
‘ปล่อยเธอไว้คนเดียวตอนนี้ มันก็ไม่ต่างอะไรกับการทอดทิ้ง’
เขาถอนหายใจยาวอย่างคนยอมแพ้ ก่อนจะหมุนตัวกลับมาโดยไม่พูดอะไรสักคำ แค่ดึงเก้าอี้มานั่งใกล้เตียง ดึงผ้าห่มให้คลุมตัวเธอจนถึงคอขึ้นอีกนิด
“อู้~ อ๊า~ บะ เบาๆ ได้ไหมคะ เสียวมาก จะแตกแล้ว”
ซานชะงักเล็กน้อย เมื่อเสียงห้องข้างๆ เล็ดลอดเข้ามาในห้องเขา เปลือกตากะพริบปริบๆ หยุดฟังอยู่นานพอสมควรกว่าข้างห้องจะเงียบไป
“แม่ง…กูต้องมาทนฟังอะไรวะเนี่ย” เขาบ่นกับตัวเอง “เชี่ย ข้างห้องแตกในไปแล้ว กูยังแห้งกรังอยู่เลย ฉิบหาย!” เขาผ่อนลมหายใจเบาๆ แล้วเอนหลังกอดอกมองเธอ
ทั้งคืนซานแทบไม่ได้นอน เขานั่งเฝ้าอยู่ตรงนั้น คอยมองหน้าเธอเป็นระยะ เหมือนกลัวว่าแค่เผลอหลับไป ทุกอย่างจะพังลงอีกครั้งโดยที่เขาไม่ทันรู้ตัว จนแสงแดดยามเช้าค่อยๆ สาดผ่านผ้าม่านบางๆ เข้ามาในห้อง
ซานเอนหลังพิงเก้าอี้ ดวงตาหนักอึ้งแทบลืมไม่ขึ้น แต่ก็ยังไม่ขยับไปไหน จนกว่าเธอจะตื่นและปลอดภัยจริงๆ
“แม่งเอ๊ย! ถ้าเป็นเด็กที่นัดมาก็ยังได้เอากันจนถึงเช้าบ้าง นี่แม่งไม่ได้อะไรเลย” เขาขยับปากบ่นพึมพำกับตัวเอง แล้วลุกขึ้นบิดกายไปมาเบาๆ ไล่ความเมื่อล้า ก่อนจะเดินไปหยิบน้ำดื่มในตู้เย็นมาเปิดกระดกเข้าปากจนเกือบหมด
เสียงฝาปิดขวดน้ำกระทบกันเบาๆ ทำให้เมลสะดุ้งตื่น เปลือกตาหนักอึ้งค่อยๆ เปิดขึ้นอย่างยากลำบาก ภาพแรกที่เห็นคือเพดานสีขาวแปลกตา ไม่ใช่ห้องที่เธอคุ้นเคย หัวใจเต้นแรงขึ้นทันที เธอขยับตัวเล็กน้อย ผ้าห่มที่คลุมอยู่เลื่อนลงมาถึงอก เมลชะงักยกมือขึ้นกำผ้าไว้แน่น ความคิดเลวร้ายถาโถมเข้ามาพร้อมกันจนหายใจติดขัด
นี่ที่ไหน…แล้วเขาพาเธอมาทำอะไร
ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนขาดๆ หายๆ ผุดขึ้นมา เธอจำได้แค่ว่าซานเป็นคนขับรถแล้วทุกอย่างก็มืดไป สายตาเธอสั่นไหว ก่อนจะเหลือบไปเห็นเงาคนยืนอยู่ไม่ไกลนัก
ซาน!
เมลรีบผุดลุกขึ้นนั่ง เสียงผ้าห่มเสียดสีกับเตียงดังชัดในความเงียบ
“พี่…พี่ซาน” เสียงเธอสั่นพร่าโดยไม่รู้ตัว “นี่มันที่ไหนคะ”
ซานหันขวับมามอง สีหน้าชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นแววตาตื่นตระหนกของเธอ
เมลกอดตัวเองแน่น เงยหน้ามองเขาเหมือนคนจนมุม ทั้งกลัว ทั้งสับสน และไม่กล้าถามตรง ๆ ว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นบ้าง
“พี่พาเมลมาทำอะไร” เธอกลืนคำพูดที่เหลือลงคอ น้ำเสียงแผ่วจนแทบเป็นกระซิบ
ซานนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจยาวเหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าความเงียบทั้งคืนของเขาอาจทำให้เธอคิดไปไกลกว่าที่ควรจะเป็น
“ไม่ต้องมาเล่นบทเหยื่อเลย เธอเมาแล้วไม่บอกทางกลับบ้านฉันเอง ฉันจำเป็นต้องพามาพักรีสอร์ตนี่ไง”
“แล้วพี่…” เธอก้มมองตัวเอง แล้วรีบดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวเองราวกับดักแด้กำลังสร้างใยป้องกันตัวเองจากอันตราย
ซานเท้าเอวมองพร้อมหัวเราะหึในลำคอเบาๆ
“นี่ ฉันไม่ได้พิศวาสเธอขนาดนั้น ไม่ต้องมาทำหน้าเหมือนโดนข่มขืน สภาพอย่างกับผีแบบนี้ใครมันจะไปมีอารมณ์”
“พูดแรงไปไหมคะ”
“ไม่แรงหรอก เธอทำฉันเสียเวลามาทั้งคืนแล้ว” เขาเดินไปคว้ากุญแจรถกับกระเป๋าเงินที่ตนวางไว้บนโต๊ะ “จ่ายค่าห้องเองแล้วกัน”
“เดี๋ยวค่ะๆ” เมลรีบลงจากเตียง “เมื่อคืนเมล…” ร่างเล็กก้มหน้ารู้สึกผิด “ขอโทษนะคะ แล้วก็ขอบคุณที่เฝ้าเมลทั้งคืน”
“หึ! รู้ตัวแล้วเหรอว่าควรขอบคุณฉันมากกว่ามาทำหน้าแบบนั้นใส่ฉันน่ะ”
“เมลเมานี่คะ แล้วพี่ก็เป็นผู้ชายด้วย”
“ถึงฉันจะเป็นผู้ชาย แต่ฉันไม่ใช่หมานะ ที่จะเอาได้ไม่เลือกน่ะ ปล่อย” ซานสะบัดมือเมลออกจากแขนตัวเอง “กลับเองแล้วกัน”
“ค่ะ”
ซานเดินออกมาจากห้องพัก เขาไม่ได้เหลียวมองเธออีก ด้านเมลก็รีบออกไปจ่ายค่าห้องแล้วเดินออกไปเรียกแท็กซีหน้ารีสอร์ต
รถของซานขับออกมาจากที่จอด เขามองเธอผ่านกระจกรถตัวเองแต่ไม่ได้จอด ทว่าหางตากลับเหลือบเห็นกระเป๋าเธอบนเบาะพอดี เขาจึงจอดรถแล้วเลื่อนกระจกลง
“นี่”
“คะ” เมลหันมาตามเสียงเรียก
“กระเป๋าเธอ”
“อ๋อ” ร่างเล็กรีบก้าวเท้าไปใกล้รถเขา หยิบกระเป๋าจากมือมาคล้องบ่า
“ขึ้นรถ เดี๋ยวไปส่ง”
“เอ่อ…”
“เร็ว อย่าเล่นตัว”
“ค่ะๆ”
เมลขึ้นมานั่งบนรถเสร็จก็รีบดึงเข็มขัดมาคาดอย่างรู้งาน
“บ้านอยู่ตรงไหน”
“เอ่อ…ตรงไปเลยค่ะ เป็นหมู่บ้านอยู่ใกล้ๆ กับโรวดรีบนนานาชาติ”
ซานไม่ได้ตอบกลับ เขาขับรถไปตามทางที่เธอบอกกระทั่งเข้ามาในหมู่บ้านข้างโรวเรียนนานาชาติ เขาขับเข้ามาในซอยสองเกือบจะสุดซอย เมลก็รีบชี้นิ้วไปยังบ้านหลังหนึ่ง
“จอดตรงนี้ค่ะ”
“อืม”
“ขอบคุณนะคะ ขอบคุณที่มาส่ง แล้วก็ขอบคุณที่เฝ้าเมลทั้งคืน”
“อืม ลงไปได้แล้ว” เขาเพยิดหน้าไปทางรั้วบ้าน เธอก็รีบลงไปจากรถ พร้อมโบกมือให้เขาในจังหวะที่ซานถอยรถออกไปจากหน้าบ้านด้วย
“เมล ทำไมเมื่อวานไม่กลับบ้าน” เสียงเข้มของพ่อดังออกมาจากในบ้าน น้ำเสียงไม่ดังนักแต่หนักแน่นพอจะทำให้หัวใจเธอสะดุดวูบ
หญิงสาวชะงักฝีเท้า มือที่จับสายกระเป๋าแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว
“เอ่อ…”
“ทำไมไม่กลับบ้าน” พ่อทวนคำเดิมและชัดถ้อยชัดคำกว่าเดิม “พ่อขอเหตุผลดีๆ หน่อยสิ”
เมลสูดลมหายใจลึก เหมือนต้องรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดไว้ที่ลำคอ
“ขอโทษค่ะ” เสียงเธอเบาเรียบเกินไป
“แล้วเมื่อกี้พี่เจฟมาส่งใช่ไหม”
คำถามนั้นทำให้เธอเงียบไปชั่วอึดใจ ดวงตาหลบเลี่ยงโดยอัตโนมัติราวกับถ้ามองสบตา พ่อจะเห็นอะไรบางอย่างที่เธอพยายามซ่อนเอาไว้
“พ่อถาม” น้ำเสียงพ่อเข้มขึ้นอีกเล็กน้อย “เมื่อคืนไปไหนมา แล้วทำไมต้องปิดโทรศัพท์”
เมลเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะตอบด้วยเสียงที่พยายามควบคุมให้ราบเรียบ
“โทรศัพท์เมลแบตหมดค่ะ” เธอเว้นจังหวะสั้นๆ ชั่วเสี้ยววินาทีที่หัวใจบีบรัดตัวเอง แล้วจึงพูดต่อเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา “แล้วเมลกับพี่เจฟ เราเลิกกันแล้วค่ะ”
“เลิกกัน?” พ่อทวนซ้ำ สีหน้าฉายแววไม่เชื่อ
“ค่ะ เลิกกันแล้ว” เธอพยักหน้าเบาๆ ไม่เปิดโอกาสให้เสียงสั่นไหวหลุดออกมาแม้แต่นิดเดียว “เมลขอโทษนะคะ” คำขอโทษนั้นไม่ได้อธิบายอะไร แต่เหมือนเป็นการปิดบทสนทนา แล้วเมลก็ก้มหน้าลงเล็กน้อย “เมลขอตัวนะคะพ่อ” เธอเดินผ่านไปโดยไม่หันกลับมา ไม่ยอมให้พ่อเห็นว่าภายใต้สีหน้าเรียบเฉยนั้น ความเสียใจมันกำลังไหลเอ่อจนแทบปิดไม่มิด
ตอนพิเศษ 2หลังทานข้าวเสร็จ ซานก็มานั่งดูทีวีเป็นเพื่อนพ่อในห้องนั่งเล่น เมลรับหน้าที่ล้างจานและเก็บครัวแทน“ว่าแต่ได้ฤกษ์แต่งหรือยังเรา”“ผมว่าอยากให้น้องเรียนจบก่อนน่ะครับ กลัวน้องอายเพื่อน ที่ตัวเองแต่งงานแล้วยังไปเรียนอยู่”“ดี พ่อก็อยากให้เป็นแบบนั้นนะ แต่กลัวเราจะทนไม่ไหวอยากแต่งก่อนน่ะสิ”ซานยิ้มบางๆ อย่างยอมรับ “ใจจริงผมก็อยากให้เป็นแบบนั้นนะครับ แต่ตามใจเมลและเอาที่ครอบครัวเราทั้งสองฝ่ายสบายใจมากกว่า”“อืม…พ่อว่าเมลคบไม่ผิดนะ”“ขอบคุณครับ” ซานยิ้มเขินนิดๆ ก่อนจะเงยหน้ามองเมลที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องครัว “มานั่งตรงนี้สิ พี่เตรียมผลไม้ไว้ให้แล้ว”“แอบนินทาอะไรเมลหรือเปล่าคะเนี่ย” เธอนั่งลงบนโซฟาอีกตัวหนึ่ง รับจานผลไม้จากมือซานมาวางบนตักตัวเองซานไม่ได้ตอบ เขาเพียงยิ้มบางๆ ให้เธอเท่านั้น“พ่อคุยกับพี่เขาเรื่องฤกษ์แต่งงานเรานั่นแหละ แต่พี่เขาอยากให้เมลเรียนจบก่อน”“อ๋อ เมลก็อยากให้เป็นแบบนั้นนะคะ อยากเรียนจบก่อนค่อยแต่ง รอไหวใช่ไหมคะ” ประโยคแรกเธอคุยกับพ่อ แต่ประโยคคำถามตอนท้ายเธอมองหน้าแฟนหนุ่มอย่างยิ้มๆ“รอไหวสิ พี่รอเมลมาตั้งนานแล้ว แค่นี้ไหวอยู่แล้วครับ”“หึหึ” พ่อหัวเราะเบาๆ
ตอนพิเศษ 1สองเดือนหลังจากหมั้นหมาย ซานถือกระเป๋าสะพายของเมลเดินเข้ามาในร้านขนมใกล้มหาวิทยาลัยของเธอในช่วงบ่าย เขาชี้นิ้วไปที่เค้กรสนมกับเค้กมะพร้าวใบเตยอย่างละชิ้น“เอาอเมริกาโนเย็นหนึ่งแก้ว แล้วก็ช็อกโกแลตปั่นหวานปกติหนึ่งแก้วครับ”“ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ”ครืด~ ครืด~โทรศัพท์ในมือซานสั่นครืดเบาๆ เขาจึงรีบรับสาย“พี่สั่งของว่างไปให้แล้ว รอแป๊บนะ”(ไม่ได้จะเร่งค่ะ เพิ่งเรียนเสร็จเหมือนกัน ว่าแต่พี่เอากระเป๋ามาให้ด้วยไหมคะ)“เอามา สะพายอยู่”(ไม่อายเหรอคะ กระเป๋าผู้หญิงนะ)เขาหลุดขำเบาๆ แล้วตอบกลับด้วยคำพูดตลกๆ “อายทำไม น่ารักดี” ซานยิ้มแล้วพูดต่อ “คนจะได้รู้ว่าพี่มีคนของใจแล้วไง”(อ๋า…พี่ซานก็ งั้นรีบมานะคะ เมลจะรออยู่ที่เดิม)“ครับผม”เมื่อได้ของที่สั่งแล้ว เขาก็รีบไปหาเมลที่มหาวิทยาลัยทันที รถหรูคันเดิมจอดอยู่มุมเดิม เป็นภาพคุ้นตาของนักศึกษาที่เดิมผ่านไปมา“มาแล้ว รอนานไหม”“ไม่นานเลยค่ะ”“ว่าไปแล้วก็นึกถึงชีวิตในรั้วมหา'ลัยนะ ตั้งแต่เคลียร์งานส่งอาจารย์ครบหมดแล้ว ก็ไม่ได้เข้าไปเยี่ยมรุ่นน้องเลย”“เรียนต่อปริญญาโทสิคะ”“เอาไว้เป็นเรื่องอนาคตแล้วกัน ตอนนี้พี่ขอโฟกัสกับงานก่อน”“แบบไห
บทที่ 55 ของกันและกัน จบบริบูรณ์สองสัปดาห์ต่อมา“ทำอะไรอยู่ครับ” ซานเดินมาหยุดยืนอยู่ด้านหลังเก้าอี้ตรงโต๊ะเข้ามุมในห้องนอนของเขา ก่อนจะก้มมองไดอารีที่เมลกำลังบรรจงเขียนอะไรบางอย่างลงไปอย่างตั้งใจ“ไม่เอา ไม่ให้อ่านนะคะ เก็บไว้อ่านหลังจากเราแต่งงานกันดีกว่า” เธอรีบเอามือปิดหน้ากระดาษไว้ทันที“โอเคๆ พี่ไม่อ่านแล้วก็ได้ เห็นเราหมกมุ่นกับมันอยู่นาน เลยแอบมาดูเฉยๆ” ซานยกมือยอมแพ้ ก่อนจะเดินกลับไปนั่งบนเตียง แต่สายตายังจับจ้องแผ่นหลังบางของเธอไม่วาง “แล้วพรุ่งนี้มีเรียนกี่โมง ให้พี่ไปส่งเหมือนเดิมไหม หรือจะไปกับซินดี้?”“ไปกับซินดี้ก็ได้ค่ะ พี่ซานจะได้นอนพักเยอะๆ หน่อย ทำงานหนักมาตั้งสามวันแล้ว เมลกลัวพี่ไม่สบาย”ซานหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะอ้าแขนรับร่างเล็กที่เดินมาหา แล้วดึงเธอเข้ามากอดแนบอก“แค่นี้เอง เหนื่อยอะไร ไม่เห็นจะเหนื่อยเลย” เขากดจูบลงที่ขมับของเธอแผ่วเบา ก่อนจะกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น“แม่พี่ซานบอกว่าได้ฤกษ์วันหมั้นแล้วนะคะ”“เร็วเหมือนกันนะ แต่ก็ดี จะได้เป็นคู่หมั้นพี่สักที” เขาโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูเธอเสียงต่ำ ก่อนจะหยิบจี้รูปเกียร์ขึ้นมาลูบเล่นเบาๆ “เกียร์นี่…เพิ่งมีความห
บทที่ 54 พร้อมหน้าพร้อมตาช่วงเย็นซานขับรถพาเมลกลับบ้าน ระหว่างทางเขาได้คุยกับเธอเรื่องนัดให้สองครอบครัวมาเจอกัน และนัดทานข้าวด้วยกัน“พ่อเมลว่างนะคะ พี่ซานนัดมาเลยก็ได้”“พี่ต้องไปถามพ่อแม่พี่ก่อน ว่าท่านจะว่างตรงกันไหม”“อ๋อ ได้ค่ะ”“ไม่ต้องกังวลนะ พี่จะรีบพาครอบครัวเรามาเจอกันให้ได้”“ไม่รีบเลยค่ะ”ซานเหลือบมองเธอเล็กน้อย ก่อนจะหรี่ตาลงนิดๆ เหมือนไม่ค่อยพอใจกับคำตอบนั้น“ไม่รีบ?” เขาทวนเสียงต่ำ มือหนึ่งยังจับพวงมาลัย อีกมือเอื้อมมาจับมือเธอไว้แน่นขึ้น “แต่พี่รีบนะ”เมลหันไปมองเขาอย่างงงๆ “รีบทำไมคะ”“รีบให้ทุกอย่างมันชัดเจน” เขาตอบสั้นๆ แต่หนักแน่น สายตายังจับจ้องถนนตรงหน้า “พี่ไม่ชอบให้ใครมองเมลแบบไม่มีสถานะ”คำพูดนั้นทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ ริมฝีปากเล็กเม้มเข้าหากัน ก่อนจะยิ้มบางๆ“ใครจะมองเมลล่ะคะ”ซานหัวเราะในลำคอเบาๆ แต่สีหน้ากลับจริงจังขึ้นเล็กน้อย “มีแน่นอนแหละ เมลน่ารักขนาดนี้” เขาหันมามองเธอแวบหนึ่ง ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่แฝงความหวงชัดเจน “แล้วพี่ก็ไม่ชอบด้วย”เมลหลุดหัวเราะออกมา “พี่ซานขี้หวงอีกแล้วนะคะ”“ก็ใช่” เขายอมรับหน้าตาเฉย ก่อนจะบีบมือเธอ
บทที่ 53 หวงผ่านไปหลายนาที ซานพาเมลเดินกลับมาที่พัก โดยต้องเดินผ่านบ้านพักไต้ฝุ่นกับไทเกอร์ พวกเขานั่งอยู่ระเบียงหลังบ้าน ตะโกนแซวซานกับเมลด้วยความตื่นเต้น“เอาว่ะเพื่อนกู” ไต้ฝุ่นตะโกนแซว “กูหาคนสยบเสือได้แล้ว”ซานยิ้มบางๆ ก่อนจะยกมือเมลข้างที่สวมแหวนขึ้นมาอวดเพื่อนๆ“แสบตาเลยว่ะ” ไทเกอร์แซวบ้าง “ยินดีด้วยนะครับน้องเมล และฝากเอ็นดูเพื่อนพี่ด้วยนะครับ หาปลอกคอสวยๆ มาใส่ให้มันสักอันจะดีมาก”เมลหน้าแดงทันทีที่โดนแซวหนักขึ้นกว่าเดิม มืออีกข้างรีบยกขึ้นตีแขนซานเบาๆ“พี่ซาน…ไม่ต้องโชว์ก็ได้ค่ะ” แต่ซานกลับหัวเราะในลำคอ ไม่ได้มีท่าทีจะลดความกวนลงเลยสักนิด“ก็อยากให้มันรู้”“โห ดูมันพูด!” ไต้ฝุ่นโวยลั่น ก่อนจะลุกขึ้นยืนเท้าเอว “เมื่อก่อนนี่หวงจัด ใครเข้าใกล้ไม่ได้ ตอนนี้เปิดหวงหนักกว่าเดิมนะมึง”“ก็คนก่อนไม่ใช่นี่หว่า” ซานตอบสั้นๆ แต่ชัดเจน คำพูดนั้นทำเอาทุกคนเงียบไปเสี้ยววินาที ก่อนที่ไทเกอร์จะหลุดหัวเราะออกมา“เออ ยอมแล้วๆ รอบนี้เอาจริงว่ะ”ทัชชายิ้มมองเมลอย่างเอ็นดู ก่อนจะเอ่ยขึ้นบ้าง “ยินดีด้วยจริงๆ นะคะ น่ารักมากเลย”“ขอบคุณค่ะ” เมลตอบเสียงเบา แก้มยังคงแดงไม่หายไต้ฝุ่นส่ายหัวไปมาอย่างห
บทที่ 52 ‘เป็นคู่หมั้นพี่นะ’ซานจูงมือเมลเดินไปยังบ้านพักริมทะเลที่เขาจองไว้สามหลัง ส่วนพวกไต้ฝุ่นกับไทเกอร์ที่ล่วงหน้ามาก่อนนั้นพักอยู่ในบ้านแล้ว“เป็นการมาเที่ยวแบบปุ๊บปั๊บมากค่ะ ชอบนะ ตื่นเต้นดี”“งั้นจะพามาบ่อยๆ ดีไหม หรือชอบแบบเซอร์ไพรส์?”เมลหันหน้ามาอ้อนเขา “เอาแบบเซอร์ไพรส์ได้ไหมคะ เมลชอบ…”“หึหึ ได้สิ ยินดีมาก” ซานยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะบีบมือเมลเบาๆ แล้วพาเธอเดินเข้าไปเก็บของในบ้านพักหลังหนึ่งที่อยู่ติดริมทะเล เสียงคลื่นซัดฝั่งดังเป็นจังหวะคลอเบาๆ กับลมเย็นที่พัดเข้ามา ทำให้บรรยากาศยิ่งน่าผ่อนคลาย“พักก่อนสักแป๊บ เดี๋ยวพาไปกินข้าว” เขาบอกพลางวางกระเป๋าให้เธอ“ค่ะ” เมลพยักหน้า แต่สายตายังมองออกไปนอกระเบียงไม่หยุด เหมือนยังตื่นเต้นไม่หายผ่านไปไม่นาน ซานก็พาเธอออกจากบ้านพัก เดินเลียบชายหาดไปยังร้านอาหารทะเลที่อยู่ไม่ไกลนัก แสงไฟสีส้มอุ่นๆ จากร้านส่องสะท้อนผิวน้ำเป็นประกายระยิบระยับทันทีที่เดินเข้าไปใกล้ เสียงหัวเราะคุ้นหูก็ดังขึ้น“โอ๊ยยย มาแล้วโว้ย!” ไต้ฝุ่นโบกมือเรียกเสียงดังลั่นเมลชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มออกทันทีเมื่อเห็นทั้งกลุ่มนั่งอยู่ที่โต๊ะไม้ตัวใหญ่ติดริมทะเล
บทที่ 2 ตอกย้ำบนรถ เสียงสะอื้นของเมลยังดังไม่ขาดสาย แต่คราวนี้มันไม่ใช่เสียงร้องโฮอีกแล้ว เป็นเพียงลมหายใจสะดุดขาดเป็นช่วงๆ เหมือนคนพยายามกลืนความเจ็บปวดกลับลงไป ทั้งที่มันก็ล้นออกมาอยู่ดีซานเท้าศอกกับประตูรถ มือค้ำขมับด้วยสีหน้าเอือมระอาเหมือนเดิม“นี่ หยุดร้องไห้แล้วร้องเพลงจะน่าฟังกว่านะ”เมลส
บทที่ 1 สิ่งของที่ถูกลืมสองชั่วโมงก่อนหน้านี้(เมลมาถึงยัง ถ้ามาถึงแล้วรอพี่อยู่ลานจอดรถนะ เดี๋ยวพี่ไปหา)“เมลใกล้ถึงแล้วค่ะ พี่เจฟให้เมลรออยู่ข้างรถใช่ไหมคะ”(ใช่ค่ะ เดี๋ยวพี่ออกไปหาเราแป๊บเดียว)รอยยิ้มดีใจแต้มขึ้นบนใบหน้าจิ้มลิ้มของหญิงสาว ทว่าในอกกลับมีความรู้สึกบางอย่างแผ่วๆ ผ่านเข้ามาโดยไม่ท
Prologueณ สนามแข่งรถช่วงบ่ายของวันช่วงบ่ายของสนามแข่งรถถูกแดดกลืนกินจนแทบทั้งพื้นที่สั่นไหวด้วยไอร้อน ฟ้าสีฟ้าใสทอดยาวไร้เมฆ บนแอสฟัลต์สีดำสนิทมีลมร้อนพัดเอากลิ่นยางไหม้และกลิ่นน้ำมันเครื่องลอยปะปนอยู่ในอากาศ เสียงเครื่องยนต์จากพิทดังคำรามเป็นระยะ สลับกับเสียงเหล็กกระทบและเสียงตะโกนสั่งงานของทีมช
บทที่ 41 ให้กฎหมายสั่งสอนครึ่งชั่วโมงต่อมาหลังจากตำรวจ ซานและไต้ฝุ่นกับไทเกอร์อยู่ในห้องพักฟื้น ในที่สุดตำรวจก็เปิดประตูออกมาจากห้องเมลกับซินดี้รีบเข้าไปหาซานพร้อมกัน“เป็นไงบ้างคะ/เป็นไงบ้างคะ”ทั้งสองเอ่ยถามพร้อมกันอย่างร้อนใจ“ก็ตามนั้น” ซานตอบกลับเสียงพร่า“ตำรวจก็นะ น่าจะให้พี่ซานหายดีก่อนค







