LOGINบทที่ 5 ขอรถกับแฟนคืน
กลับขึ้นมาบนห้องนอน เมลทิ้งตัวฟุบลงกับที่นอนอย่างหมดแรง ความเข้มแข็งที่ฝืนประคองมาตลอดทางพังทลายลงในพริบตา น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้เมื่อครู่ค่อยๆ ไหลออกมาอย่างง่ายดาย เธอซุกหน้าลงกับหมอน ปล่อยให้เสียงสะอื้นจมอยู่ในความเงียบของห้อง
ขณะเดียวกัน ซานขับรถมาจอดในปั๊มน้ำมันใกล้ทางเข้าหมู่บ้านของเมล เขาลงไปหยิบของกินในร้านสะดวกซื้อ ก่อนจะเดินกลับออกมาพร้อมกาแฟแก้วหนึ่งกับแซนด์วิชในมือ
“ไอ้เหี้ยเจฟ” เขาพึมพำกับตัวเอง เมื่อเห็นคนที่ไม่อยากเจอเดินเข้ามาใกล้ ทั้งที่คนที่อยากเจอกลับหาเท่าไรก็ไม่เห็นเงา
ซานไม่แม้แต่จะเงยหน้ามอง เขานั่งลงบนม้านั่งไม้หน้าร้าน จิบกาแฟอย่างสบายอารมณ์ก่อนจะกัดแซนด์วิชคำโต
“ผมมาขอรถกับ…” เจฟชะงักไปครู่หนึ่ง เหมือนต้องกล้ำกลืนบางอย่างลงคอ “กับแฟนคืน พี่จะเอาเท่าไร”
“เสียงหมาเห่าแต่เช้าเลยเว้ย” ซานพูดเรียบๆ โดยไม่หันไปมอง และยังกินต่ออย่างไม่รีบร้อน “จะมายืนมองหน้ากูทำไม ออกไปไกลๆ หน่อย กูกินไม่อร่อย”
“ผมรู้ว่าพี่หมายถึงผม ไม่ใช่หมา” เจฟกัดฟันแน่น “ผมอยากได้ของคืน พี่จะเอาเท่าไรก็พูดมา”
“เศษเหล็กคันนั้นน่ะเหรอ” ซานเพยิดหน้าไปทางรถของเจฟ รถที่ตอนนี้กลายเป็นของเขาแล้ว
“สามล้าน”
“ไม่เอา” ซานตอบทันที “ไม่คุ้มกับสิ่งที่กูต้องแลก”
“อย่ากวนตีนดิ” เจฟเริ่มขึ้นเสียง “ตกลงจะเอาเท่าไร”
“เก็บเงินมึงไว้เถอะ” ซานพูดนิ่งๆ แต่คำพูดเฉือนคม “แล้วกลับไปบอกพ่อแม่มึงด้วย ว่าเงินน่ะซื้อความเอาแต่ใจของมึงไม่ได้”
“แล้วจะเอายังไง!”
“ไม่เอายังไง” ซานยกกาแฟขึ้นจิบ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นช้าๆ “กูแค่ไม่แลกของที่ได้มา กับเศษเงินของมึง… อีกอย่าง” เขาเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาฉายแววพอใจ “ของที่มากับรถน่ะ กูเริ่มถูกใจแล้วสิ กูว่ามันคุ้มกว่าที่มึงจะควักเงินมาให้ซะอีก”
สีหน้าเจฟซีดเผือด
“เมล…พี่ทำอะไรเมล”
“แล้วถ้ากูทำ มึงจะทำไม” ซานย้อนอย่างไม่ใส่อารมณ์ “มึงไม่มีสิทธิ์มาหวงก้างของเดิมพันที่กูได้มาอย่างถูกต้อง”
“เมลเป็นแฟนผม!”
“จุ๊ๆ” ซานยิ้มมุมปาก “พูดใหม่ เมลเป็นของเดิมพัน ที่กูได้มาต่างหาก” เขาเอนหลังพิงพนักม้านั่ง ยกขาไขว่ห้างอย่างสบายใจ “สถานะของเธอตอนนี้คือของของกู ไม่ใช่ของมึง”
ซานเหลือบตามองเจฟเพียงแวบเดียว ก่อนจะพูดเสียงเรียบ
“กลับไปซะ กูกินกาแฟไม่อร่อย” แล้วเสริมทิ้งท้ายอย่างไม่แยแส “แล้วอย่าสะเหล่อมาให้กูเห็นหน้าอีก”
เจฟยืนแข็งค้างอยู่ตรงนั้น มือทั้งสองข้างกำแน่นจนสั่น เขาอยากพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อซาน อยากต่อย อยากตะโกน อยากทำทุกอย่างเพื่อเอาคืนสิ่งที่ถูกแย่งไป แต่ร่างกายกลับไม่ขยับแม้แต่นิดเดียว เพราะเขารู้ดี คนตรงหน้าไม่ใช่คนที่เขาจะต่อกรได้ด้วยอารมณ์
ซานไม่แม้แต่จะสนใจสีหน้าของอีกฝ่าย เขาลุกขึ้นจากม้านั่ง ทิ้งแก้วกาแฟเปล่าลงถังขยะอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะเดินไปขึ้นรถ ปิดประตูเสียงดังปึง! ราวกับเป็นสัญญาณจบการสนทนา
เครื่องยนต์ถูกสตาร์ต รถเคลื่อนออกจากปั๊มอย่างช้าๆ ทิ้งเจฟไว้เบื้องหลัง ท่ามกลางความวุ่นวายในยามเช้า
เจฟทรุดตัวนั่งลงบนม้านั่ง เขาหายใจถี่ มือหนึ่งยกขึ้นปิดหน้า ความจริงค่อยๆ ถาโถมใส่เขาอย่างไม่ปรานี
เขาไม่ได้แพ้แค่รถและไม่ได้แพ้แค่เงิน แต่เขาแพ้ตั้งแต่เลือกเอาคนที่รักไปวางบนโต๊ะเดิมพัน
ในขณะเดียวกัน รถของซานแล่นเข้าสู่ถนนเส้นหลัก เสียงยางเสียดกับพื้นถนนดังสม่ำเสมอ เขาขับด้วยสีหน้าเรียบนิ่งราวกับเหตุการณ์เมื่อครู่เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยในชีวิตประจำวัน แต่ปลายนิ้วที่จับพวงมาลัยแน่นขึ้นเล็กน้อย บ่งบอกว่าในหัวของเขาไม่ได้ว่างเปล่าอย่างที่แสดงออกมา
ภาพใบหน้าของเมลผุดขึ้นมาในความคิด ดวงตาที่พยายามเข้มแข็ง เสียงที่สั่นเล็กน้อย และความเงียบที่เธอใช้ต่อต้านทุกอย่าง ในที่สุดซานก็แค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ
“หน้าแม่งดื้อชะมัด” เขาหัวเราะเบาๆ เมื่อนึกถึงสีหน้าของเธอเมื่อคืนวานนี้ ก่อนจะตีไฟเลี้ยว แล้วรถเลี้ยวเข้าทางที่มุ่งหน้าไปยังที่ที่เขาต้องไปในเช้านี้
ด้านเมล บนเตียงนอนเธอยังคงขดตัวอยู่ในท่าเดิม น้ำตาซึมเปื้อนหมอนจนชื้น เสียงโทรศัพท์ที่สั่นอยู่ข้างตัวถูกเธอมองผ่านๆ ก่อนจะหลับตาลงอีกครั้ง เธอไม่รู้เลยว่าในขณะที่เธอกำลังแตกสลาย ใครบางคนกำลังก้าวเข้ามาใกล้ชีวิตของเธอมากขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับคำว่า ของเดิมพัน ที่ไม่มีวันหายไปง่ายๆ
คอนโดใหม่ของซาน 12:30 น.
ร่างสูงเดินออกจากลิฟต์พร้อมผิวปากอย่างอารมณ์ดี มือหนึ่งควงกุญแจรถ ส่วนอีกข้างถือคีย์การ์ดเปิดเข้ามาในห้องพักตัวเอง
“พี่ซาน”
“โอ๊ย…ตกใจหมด กูนึกว่าผี!”
“นี่พูดกูมึงกับซินเหรอคะ”
“อุทาน พี่อุทาน แล้วนี่มาได้ยังไง ไหนบอกมีงานต้องทำไง” ซานวางกุญแจและคีย์การ์ดลงในกล่องใส่ของบนโต๊ะข้างกับทีวี แล้วเดินไปนั่งลงบนโซฟาข้างกับซินดี้
“ซินดี้เป็นห่วงพี่ชาย โทรไปไม่รับสาย ส่งข้อความก็ไม่อ่าน”
“อ๋อ” ซานล้วงหยิบโทรศัพท์ออกมา ปรากฏว่ามันแบตหมด “แบตหมดน่ะ โทษที”
“นี่ไปเมาที่ไหนมาหรือเปล่า ควงหญิงที่ไหนไปเปิดห้องมาไหม หรือว่าพาสาวสวยที่ไหนไปกินตับมา” ซินดี้กอดอกสอบสวนพี่ชายราวกับเขาเป็นผู้ต้องหาคดีร้ายแรง
“ไปดื่มกับเพื่อนมาน่ะ”
“อ๋อ แล้วไปค่ะ งั้นหนูขอตัว”
“เดี๋ยวก่อน เอาคีย์การ์ดห้องพี่มาจากไหน”
“ก็…” ซินดี้ทำหน้าทะเล้นใส่เขา ก่อนจะรีบคว้ากระเป๋าแล้ววิ่งไปที่ประตูห้อง ซานเดินตามมา ก่อนจะยืนพิงผนังห้อง กอดอกมองซินดี้กำลังสวมรองเท้า
“นี่”
“คะ?”
“ได้แอบไปสนามแข่งหรือเปล่า”
“เปล่านะ”
“พี่แค่ถาม”
“ไม่ได้ไปเลย ก็พี่ซานห้ามนี่นา”
“นี่แปลกใจนะ ว่าน้องสาวพี่ทำไมรู้จักฟังความพี่ขนาดนี้ มันแปลกๆ”
“แปลกยังไงไม่ทราบ อ่อ!” เธอทำตาโตเมื่อนึกอะไรออก “ไหนล่ะคะ ลายเซ็นของพี่เปอร์”
“หึ!” ซานหันหลังเดินกลับไปนั่งที่เดิม โดยที่ซินดี้ไม่เดินตามไปแม้แต่ก้าวเดียว เธอทำได้เพียงยู่ปากอย่างนึกเสียดายเท่านั้น แล้วรีบออกไปจากห้องพี่ชาย
วันต่อมา ณ มหา'ลัย 09:20 น.
เมลถือกระเป๋าใส่งานเดินเข้ามาในตัวอาคารด้วยความอ่อนล้า ด้วยไม่ได้นอนเต็มที่ บวกกับอากาศเมื่อคืนเปลี่ยนจากร้อนเป็นเย็นยะเยือก ไข้หวัดจึงเล่นงานเธอ
“เมล”
ข้อมือเล็กถูกจับไว้แน่นโดยเจฟที่เดินออกมาจากหลังเสาร์ เขาไม่แคร์สายตานักศึกษาคนอื่นที่เดินผ่านไปมา
“ปล่อยค่ะ” เธอก้มมองมือที่จับแขนเธอไว้ด้วยความรู้สึกเจ็บปวดไม่หาย ทว่าไม่ได้อยากอ้อนวอนให้เขากลับมาแต่อย่างใด “ทำเรื่องเลวๆ ไว้แล้วยังมีหน้ากลับมาหาเมลอีกเหรอคะ” เธอสะบัดมือเขาออกจากแขนแล้วถอยออกห่างจากเจฟหนึ่งก้าว
“เมลพี่อธิบายได้ มันไม่ได้เป็นแบบนั้นนะ”
“แล้วเป็นแบบไหน คนดีๆ ที่ไหนเอาแฟนตัวเองลวไปเดิมพัน ทั้งที่พี่ก็รู้ว่าการเดิมพันมันมีความเสี่ยงสูงมแล้วยังไงคะ สุดท้ายพี่ก็แพ้”
“แต่พี่กำลังจะเอาเมลคืน พี่กำลังต่อรองราคากับซาน”
เมลนิ่งไปครู่หนึ่ง และมองหน้าเจฟด้วยแววตาสั่นระริก
“เห็นเมลเป็นสิ่งของจริงๆ สินะคะ ถึงได้อยากจับไปวางตรงไหนก็ได้น่ะ” น้ำตาเธอไหลลงบนแก้มนวล
“คนสวย”
แต่เจฟยังไม่ทันได้ตอบอะไรกลับ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นด้านหลัง ซานเดินเข้ามาใต้อาคารพร้อมกับถือถุงกระดาษสีน้ำตาลตรงมาทางนี้
“นี่คงเป็นของเธอ ตกอยู่ในรถฉันเมื่อวาน” เขายื่นถุงกระดาษให้หญิงสาว แล้วเหลือบตามองเจฟ “กูว่ากูพูดชัดแล้วนะ ว่าอย่ามาให้เห็นหน้าอีก”
“จะเอายังไงก็ว่ามาเลย จะเอากี่ล้าน”
“เศษเงินมึงกูไม่ต้องการ กูเคยให้โอกาสมึงตั้งแต่วันแข่งแล้ว แต่มึงอย่างลืมนะว่าตัวมึงเองที่ตัดสินใจเอาเธอมาลงเดิมพัน” ซานยกแขนกอดคอเมลอย่างสนิทสนม “นี่ของเดิมพันกู เธอเป็นของกูแล้ว”
เมลมองหน้าผู้ชายทั้งสองคนด้วยความสับสนใจ ทั้งรู้สึกน้อยใจลึกๆ ที่ทั้งสองเห็นเธอเป็นเพียงสิ่งของ
“พี่เจฟ…เราเลิกกันเถอะค่ะ เมลกลับไปรักพี่เจฟแบบเดิมไม่ได้แล้ว” เธอจับแขนซานยกออกจากไหล่ “เมลเป็นของเดิมพันพี่ซานแล้ว ส่วนเขาจะทำยังไงก็สุดแล้วแต่เขา”
“หึหึ ขนาดน้องมันยังเข้าใจ แล้วมึงทำไมไม่เข้าใจอะไรเลย” ซานหันไปพูดกับเจฟด้วยความหงุดหงิด “เลอกมาวอแวของของกูได้แล้ว”
“เมล บอกพี่มาตรงๆ อย่าให้ใครมาบังคับ”
“เมล…กลับไปเป็นแบบเดิมไม่ได้แล้วค่ะ สถานะแฟน หรืออะไรก็ตามแต่” เธอพูดประโยคนั้นเสียงสั่น “เราเลิกกันเถอะ” เธอก้มหน้าทันทีหลังจากพูดจบ ซ่อนแววตาอ่อนไหวและน้ำตาคลอเบาๆ
“ไปเถอะ” ซานจูงมือเมลเดินออกมาจากจุดนั้น ปล่อยให้เจพยืนเคว้งอยู่คนเดียวท่ามกลางสายตาของนักศึกษาคนอื่นที่เริ่มมองมา
พอเดินมาจนลับสายตาเจฟ ซานก็ปล่อยมือเธอ
“เธอเป็นอิสระทางร่างกาย จิตใจ และความคิด ฉันไม่ได้ผูกมัดเธอด้วยคำว่าของเดิมพันที่จะต้องมาอยู่กับฉันหรือคอยตามติด” เขาพูดขณะติดกระดุมแจ็คเก็ตหนังสีดำ “ตัดสินใจเอาเอง ฉันช่วยได้เท่านี้” เขามองหน้าเธอนิ่งๆ “แต่ถ้าเลือกกลับไปอยู่กับมันอีก เธอก็คนโง่คนหนึ่ง” เขาทิ้งท้ายด้วยคำพูดเจ็บลึก ที่ทำเอาเมลชะงักไปชั่วขณะหนึ่ง
“พี่ซาน”
ซานหยุดเดินแต่ไม่ยอมกันมาหาเธอ
“ถ้าเมลเลือกอยู่ข้างพี่ แล้วเดินหน้าต่อ เมลจะไม่ผิดหวังใช่ไหมคะ”
“ตัวฉันไม่ได้เป็นความหวังของใคร และไม่อยากให้ใครมาคาดหวัง”
เขาหันมามองเธอแป๊บหนึ่งแล้วเดินออกไป
ตอนพิเศษ 2หลังทานข้าวเสร็จ ซานก็มานั่งดูทีวีเป็นเพื่อนพ่อในห้องนั่งเล่น เมลรับหน้าที่ล้างจานและเก็บครัวแทน“ว่าแต่ได้ฤกษ์แต่งหรือยังเรา”“ผมว่าอยากให้น้องเรียนจบก่อนน่ะครับ กลัวน้องอายเพื่อน ที่ตัวเองแต่งงานแล้วยังไปเรียนอยู่”“ดี พ่อก็อยากให้เป็นแบบนั้นนะ แต่กลัวเราจะทนไม่ไหวอยากแต่งก่อนน่ะสิ”ซานยิ้มบางๆ อย่างยอมรับ “ใจจริงผมก็อยากให้เป็นแบบนั้นนะครับ แต่ตามใจเมลและเอาที่ครอบครัวเราทั้งสองฝ่ายสบายใจมากกว่า”“อืม…พ่อว่าเมลคบไม่ผิดนะ”“ขอบคุณครับ” ซานยิ้มเขินนิดๆ ก่อนจะเงยหน้ามองเมลที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องครัว “มานั่งตรงนี้สิ พี่เตรียมผลไม้ไว้ให้แล้ว”“แอบนินทาอะไรเมลหรือเปล่าคะเนี่ย” เธอนั่งลงบนโซฟาอีกตัวหนึ่ง รับจานผลไม้จากมือซานมาวางบนตักตัวเองซานไม่ได้ตอบ เขาเพียงยิ้มบางๆ ให้เธอเท่านั้น“พ่อคุยกับพี่เขาเรื่องฤกษ์แต่งงานเรานั่นแหละ แต่พี่เขาอยากให้เมลเรียนจบก่อน”“อ๋อ เมลก็อยากให้เป็นแบบนั้นนะคะ อยากเรียนจบก่อนค่อยแต่ง รอไหวใช่ไหมคะ” ประโยคแรกเธอคุยกับพ่อ แต่ประโยคคำถามตอนท้ายเธอมองหน้าแฟนหนุ่มอย่างยิ้มๆ“รอไหวสิ พี่รอเมลมาตั้งนานแล้ว แค่นี้ไหวอยู่แล้วครับ”“หึหึ” พ่อหัวเราะเบาๆ
ตอนพิเศษ 1สองเดือนหลังจากหมั้นหมาย ซานถือกระเป๋าสะพายของเมลเดินเข้ามาในร้านขนมใกล้มหาวิทยาลัยของเธอในช่วงบ่าย เขาชี้นิ้วไปที่เค้กรสนมกับเค้กมะพร้าวใบเตยอย่างละชิ้น“เอาอเมริกาโนเย็นหนึ่งแก้ว แล้วก็ช็อกโกแลตปั่นหวานปกติหนึ่งแก้วครับ”“ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ”ครืด~ ครืด~โทรศัพท์ในมือซานสั่นครืดเบาๆ เขาจึงรีบรับสาย“พี่สั่งของว่างไปให้แล้ว รอแป๊บนะ”(ไม่ได้จะเร่งค่ะ เพิ่งเรียนเสร็จเหมือนกัน ว่าแต่พี่เอากระเป๋ามาให้ด้วยไหมคะ)“เอามา สะพายอยู่”(ไม่อายเหรอคะ กระเป๋าผู้หญิงนะ)เขาหลุดขำเบาๆ แล้วตอบกลับด้วยคำพูดตลกๆ “อายทำไม น่ารักดี” ซานยิ้มแล้วพูดต่อ “คนจะได้รู้ว่าพี่มีคนของใจแล้วไง”(อ๋า…พี่ซานก็ งั้นรีบมานะคะ เมลจะรออยู่ที่เดิม)“ครับผม”เมื่อได้ของที่สั่งแล้ว เขาก็รีบไปหาเมลที่มหาวิทยาลัยทันที รถหรูคันเดิมจอดอยู่มุมเดิม เป็นภาพคุ้นตาของนักศึกษาที่เดิมผ่านไปมา“มาแล้ว รอนานไหม”“ไม่นานเลยค่ะ”“ว่าไปแล้วก็นึกถึงชีวิตในรั้วมหา'ลัยนะ ตั้งแต่เคลียร์งานส่งอาจารย์ครบหมดแล้ว ก็ไม่ได้เข้าไปเยี่ยมรุ่นน้องเลย”“เรียนต่อปริญญาโทสิคะ”“เอาไว้เป็นเรื่องอนาคตแล้วกัน ตอนนี้พี่ขอโฟกัสกับงานก่อน”“แบบไห
บทที่ 55 ของกันและกัน จบบริบูรณ์สองสัปดาห์ต่อมา“ทำอะไรอยู่ครับ” ซานเดินมาหยุดยืนอยู่ด้านหลังเก้าอี้ตรงโต๊ะเข้ามุมในห้องนอนของเขา ก่อนจะก้มมองไดอารีที่เมลกำลังบรรจงเขียนอะไรบางอย่างลงไปอย่างตั้งใจ“ไม่เอา ไม่ให้อ่านนะคะ เก็บไว้อ่านหลังจากเราแต่งงานกันดีกว่า” เธอรีบเอามือปิดหน้ากระดาษไว้ทันที“โอเคๆ พี่ไม่อ่านแล้วก็ได้ เห็นเราหมกมุ่นกับมันอยู่นาน เลยแอบมาดูเฉยๆ” ซานยกมือยอมแพ้ ก่อนจะเดินกลับไปนั่งบนเตียง แต่สายตายังจับจ้องแผ่นหลังบางของเธอไม่วาง “แล้วพรุ่งนี้มีเรียนกี่โมง ให้พี่ไปส่งเหมือนเดิมไหม หรือจะไปกับซินดี้?”“ไปกับซินดี้ก็ได้ค่ะ พี่ซานจะได้นอนพักเยอะๆ หน่อย ทำงานหนักมาตั้งสามวันแล้ว เมลกลัวพี่ไม่สบาย”ซานหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะอ้าแขนรับร่างเล็กที่เดินมาหา แล้วดึงเธอเข้ามากอดแนบอก“แค่นี้เอง เหนื่อยอะไร ไม่เห็นจะเหนื่อยเลย” เขากดจูบลงที่ขมับของเธอแผ่วเบา ก่อนจะกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น“แม่พี่ซานบอกว่าได้ฤกษ์วันหมั้นแล้วนะคะ”“เร็วเหมือนกันนะ แต่ก็ดี จะได้เป็นคู่หมั้นพี่สักที” เขาโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูเธอเสียงต่ำ ก่อนจะหยิบจี้รูปเกียร์ขึ้นมาลูบเล่นเบาๆ “เกียร์นี่…เพิ่งมีความห
บทที่ 54 พร้อมหน้าพร้อมตาช่วงเย็นซานขับรถพาเมลกลับบ้าน ระหว่างทางเขาได้คุยกับเธอเรื่องนัดให้สองครอบครัวมาเจอกัน และนัดทานข้าวด้วยกัน“พ่อเมลว่างนะคะ พี่ซานนัดมาเลยก็ได้”“พี่ต้องไปถามพ่อแม่พี่ก่อน ว่าท่านจะว่างตรงกันไหม”“อ๋อ ได้ค่ะ”“ไม่ต้องกังวลนะ พี่จะรีบพาครอบครัวเรามาเจอกันให้ได้”“ไม่รีบเลยค่ะ”ซานเหลือบมองเธอเล็กน้อย ก่อนจะหรี่ตาลงนิดๆ เหมือนไม่ค่อยพอใจกับคำตอบนั้น“ไม่รีบ?” เขาทวนเสียงต่ำ มือหนึ่งยังจับพวงมาลัย อีกมือเอื้อมมาจับมือเธอไว้แน่นขึ้น “แต่พี่รีบนะ”เมลหันไปมองเขาอย่างงงๆ “รีบทำไมคะ”“รีบให้ทุกอย่างมันชัดเจน” เขาตอบสั้นๆ แต่หนักแน่น สายตายังจับจ้องถนนตรงหน้า “พี่ไม่ชอบให้ใครมองเมลแบบไม่มีสถานะ”คำพูดนั้นทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ ริมฝีปากเล็กเม้มเข้าหากัน ก่อนจะยิ้มบางๆ“ใครจะมองเมลล่ะคะ”ซานหัวเราะในลำคอเบาๆ แต่สีหน้ากลับจริงจังขึ้นเล็กน้อย “มีแน่นอนแหละ เมลน่ารักขนาดนี้” เขาหันมามองเธอแวบหนึ่ง ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่แฝงความหวงชัดเจน “แล้วพี่ก็ไม่ชอบด้วย”เมลหลุดหัวเราะออกมา “พี่ซานขี้หวงอีกแล้วนะคะ”“ก็ใช่” เขายอมรับหน้าตาเฉย ก่อนจะบีบมือเธอ
บทที่ 53 หวงผ่านไปหลายนาที ซานพาเมลเดินกลับมาที่พัก โดยต้องเดินผ่านบ้านพักไต้ฝุ่นกับไทเกอร์ พวกเขานั่งอยู่ระเบียงหลังบ้าน ตะโกนแซวซานกับเมลด้วยความตื่นเต้น“เอาว่ะเพื่อนกู” ไต้ฝุ่นตะโกนแซว “กูหาคนสยบเสือได้แล้ว”ซานยิ้มบางๆ ก่อนจะยกมือเมลข้างที่สวมแหวนขึ้นมาอวดเพื่อนๆ“แสบตาเลยว่ะ” ไทเกอร์แซวบ้าง “ยินดีด้วยนะครับน้องเมล และฝากเอ็นดูเพื่อนพี่ด้วยนะครับ หาปลอกคอสวยๆ มาใส่ให้มันสักอันจะดีมาก”เมลหน้าแดงทันทีที่โดนแซวหนักขึ้นกว่าเดิม มืออีกข้างรีบยกขึ้นตีแขนซานเบาๆ“พี่ซาน…ไม่ต้องโชว์ก็ได้ค่ะ” แต่ซานกลับหัวเราะในลำคอ ไม่ได้มีท่าทีจะลดความกวนลงเลยสักนิด“ก็อยากให้มันรู้”“โห ดูมันพูด!” ไต้ฝุ่นโวยลั่น ก่อนจะลุกขึ้นยืนเท้าเอว “เมื่อก่อนนี่หวงจัด ใครเข้าใกล้ไม่ได้ ตอนนี้เปิดหวงหนักกว่าเดิมนะมึง”“ก็คนก่อนไม่ใช่นี่หว่า” ซานตอบสั้นๆ แต่ชัดเจน คำพูดนั้นทำเอาทุกคนเงียบไปเสี้ยววินาที ก่อนที่ไทเกอร์จะหลุดหัวเราะออกมา“เออ ยอมแล้วๆ รอบนี้เอาจริงว่ะ”ทัชชายิ้มมองเมลอย่างเอ็นดู ก่อนจะเอ่ยขึ้นบ้าง “ยินดีด้วยจริงๆ นะคะ น่ารักมากเลย”“ขอบคุณค่ะ” เมลตอบเสียงเบา แก้มยังคงแดงไม่หายไต้ฝุ่นส่ายหัวไปมาอย่างห
บทที่ 52 ‘เป็นคู่หมั้นพี่นะ’ซานจูงมือเมลเดินไปยังบ้านพักริมทะเลที่เขาจองไว้สามหลัง ส่วนพวกไต้ฝุ่นกับไทเกอร์ที่ล่วงหน้ามาก่อนนั้นพักอยู่ในบ้านแล้ว“เป็นการมาเที่ยวแบบปุ๊บปั๊บมากค่ะ ชอบนะ ตื่นเต้นดี”“งั้นจะพามาบ่อยๆ ดีไหม หรือชอบแบบเซอร์ไพรส์?”เมลหันหน้ามาอ้อนเขา “เอาแบบเซอร์ไพรส์ได้ไหมคะ เมลชอบ…”“หึหึ ได้สิ ยินดีมาก” ซานยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะบีบมือเมลเบาๆ แล้วพาเธอเดินเข้าไปเก็บของในบ้านพักหลังหนึ่งที่อยู่ติดริมทะเล เสียงคลื่นซัดฝั่งดังเป็นจังหวะคลอเบาๆ กับลมเย็นที่พัดเข้ามา ทำให้บรรยากาศยิ่งน่าผ่อนคลาย“พักก่อนสักแป๊บ เดี๋ยวพาไปกินข้าว” เขาบอกพลางวางกระเป๋าให้เธอ“ค่ะ” เมลพยักหน้า แต่สายตายังมองออกไปนอกระเบียงไม่หยุด เหมือนยังตื่นเต้นไม่หายผ่านไปไม่นาน ซานก็พาเธอออกจากบ้านพัก เดินเลียบชายหาดไปยังร้านอาหารทะเลที่อยู่ไม่ไกลนัก แสงไฟสีส้มอุ่นๆ จากร้านส่องสะท้อนผิวน้ำเป็นประกายระยิบระยับทันทีที่เดินเข้าไปใกล้ เสียงหัวเราะคุ้นหูก็ดังขึ้น“โอ๊ยยย มาแล้วโว้ย!” ไต้ฝุ่นโบกมือเรียกเสียงดังลั่นเมลชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มออกทันทีเมื่อเห็นทั้งกลุ่มนั่งอยู่ที่โต๊ะไม้ตัวใหญ่ติดริมทะเล
บทที่ 1 สิ่งของที่ถูกลืมสองชั่วโมงก่อนหน้านี้(เมลมาถึงยัง ถ้ามาถึงแล้วรอพี่อยู่ลานจอดรถนะ เดี๋ยวพี่ไปหา)“เมลใกล้ถึงแล้วค่ะ พี่เจฟให้เมลรออยู่ข้างรถใช่ไหมคะ”(ใช่ค่ะ เดี๋ยวพี่ออกไปหาเราแป๊บเดียว)รอยยิ้มดีใจแต้มขึ้นบนใบหน้าจิ้มลิ้มของหญิงสาว ทว่าในอกกลับมีความรู้สึกบางอย่างแผ่วๆ ผ่านเข้ามาโดยไม่ท
Prologueณ สนามแข่งรถช่วงบ่ายของวันช่วงบ่ายของสนามแข่งรถถูกแดดกลืนกินจนแทบทั้งพื้นที่สั่นไหวด้วยไอร้อน ฟ้าสีฟ้าใสทอดยาวไร้เมฆ บนแอสฟัลต์สีดำสนิทมีลมร้อนพัดเอากลิ่นยางไหม้และกลิ่นน้ำมันเครื่องลอยปะปนอยู่ในอากาศ เสียงเครื่องยนต์จากพิทดังคำรามเป็นระยะ สลับกับเสียงเหล็กกระทบและเสียงตะโกนสั่งงานของทีมช
บทที่ 41 ให้กฎหมายสั่งสอนครึ่งชั่วโมงต่อมาหลังจากตำรวจ ซานและไต้ฝุ่นกับไทเกอร์อยู่ในห้องพักฟื้น ในที่สุดตำรวจก็เปิดประตูออกมาจากห้องเมลกับซินดี้รีบเข้าไปหาซานพร้อมกัน“เป็นไงบ้างคะ/เป็นไงบ้างคะ”ทั้งสองเอ่ยถามพร้อมกันอย่างร้อนใจ“ก็ตามนั้น” ซานตอบกลับเสียงพร่า“ตำรวจก็นะ น่าจะให้พี่ซานหายดีก่อนค
บทที่ 10 “ภูริพัฒน์”ระหว่างรอสัญญาณไฟจราจรหน้ามหา’ลัย ซานเหลือบไปเห็นรถคุ้นตาของเพื่อนสนิทขับผ่านหน้าไปพอดี หัวใจเขากระตุกวูบหนึ่งโดยไม่รู้ตัว และทันทีที่ไฟเขียวขึ้น เขาเหยียบคันเร่งตามไปห่างๆ พลางยกโทรศัพท์แนบหู“อิงค์จะไปไหน เราอยู่ข้างหลัง”(อ้าวเหรอ)“ไม่ต้องจอดนะ ขับไปเลย แค่โทรมาถามว่ารีบไปไ







