Short
Mein Gefährte ließ mich bei der Markierungszeremonie austauschen

Mein Gefährte ließ mich bei der Markierungszeremonie austauschen

โดย:  Alyssa Jจบแล้ว
ภาษา: Deutsch
goodnovel4goodnovel
11บท
6.7Kviews
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

Drei Tage vor meiner Markierungszeremonie steckte jemand das Brautmodengeschäft in Brand, während ich drin mein Zeremonienkleid anprobierte. Alpha Marcus ließ den Brandstifter ins Rudelgefängnis werfen und verurteilte ihn zu der härtesten Strafe, die unsere Gesetze zuließen. Ich lag im Krankenhausbett, mein Körper übersät mit Verbrennungen dritten Grades, und wollte gar nicht richtig aufwachen, weil die Realität meiner Entstellung immer mehr auf mich einstürzte. In meinem halbbewussten Zustand hörte ich, wie Marcus mit der Heilhexe des Rudels sprach. „Alpha, wir können sie mit der alten Magie immer noch vollständig heilen. Wenn wir länger warten, wird Sarah diese Narben lebenslang tragen! Du willst doch nur, dass Miss Rachel an der Markierungszeremonie deine Luna wird. Das ist unmenschlich!“ „Sie soll die Narben behalten. Ich werde für sie sorgen, solange sie lebt, aber wenn sie geheilt wird, macht sie bestimmt Ärger bei der Zeremonie.“ „Ich habe Rachel versprochen, dass ihr Kind mit allen Ehren ins Rudel aufgenommen wird. Nur wenn Sarah völlig entstellt ist, wird sie dankbar genug sein, Rachels Kind wie ihr eigenes großzuziehen. Die Narben sind notwendig – so wird sie sich niemals trauen, das Kind schlecht zu behandeln.“ In der dunklen Ecke des Zimmers, wo niemand hinsah, lief mir eine Träne über die verbrannte Wange. Das war also die Wahrheit. Die Markierungszeremonie, von der ich immer geträumt hatte, war nichts als eine Lüge. Das Band, nach dem ich mich so sehr sehnte, sollte zu meinem Todesurteil werden. Wenn es so sein sollte, dann würde ich ihm geben, was er wollte.

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

Kapitel 1

ตึก! ตึก! ตึก!

เสียงรองเท้าคัชชูกระทบพื้นกระเบื้องหรูอย่างเร่งรีบ

อริสา หรือที่ใครๆเรียกว่าอลิซ เร่งฝีเท้าขึ้นลิฟต์มายังชั้น 29 ของคอนโดสุดหรูใจกลางกรุงเทพ

เสื้อเชิ้ตนักศึกษาถูกรีดจนเรียบ กระโปรงทรงเอพลิ้วไหวตามแรงก้าวเดิน หญิงสาวหน้าตาสะสวยจิ้มลิ้ม

แต่ทว่าสีหน้ากลับเศร้าหมอง ในหัวเต็มไปด้วยความเคลียด มือหนึ่งกุมกระเป๋าสะพาย อีกข้างถือซองเอกสารที่ยับตรงมุมเล็กน้อย

เธอหยุดหอบอยู่หน้าห้อง 2905

สูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะยกมือเคาะประตูสามครั้ง

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงเปิดล็อกดังแกร๊ก ก่อนที่ประตูจะถูกเปิดออกช้าๆ

เผยให้เห็นผู้หญิงรูปร่างสูงเพรียว ใบหน้าสวยเฉียบในชุดลำลองแบรนด์เนมหรู ใบหน้าสดแทบไม่มีที่ติแม้ไม่ได้แต่งหน้า

“อลิซ”เสียงแฝงแปลกใจปนระอาเล็กน้อย

“มีธุระอะไร”

อลิชหน้าเจื่อน มองหน้าพี่สาวแววตาเศร้า

“ขอเข้าไปคุยด้วยได้ไหม แป๊บเดียว”

ไอรินนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะเบี่ยงตัวเปิดทางให้เธอเข้า

ห้องกว้างตกแต่งสไตล์โมเดิร์น สีครีมทองสลับน้ำตาลเข้ม ทุกอย่างดูเงียบสงบเกินจริง

อลิซเดินเข้าไปนั่งตรงโซฟากลางห้อง วางกระเป๋าลงอย่างเกร็งๆ

“ฉันมีเรื่องอยากให้พี่ช่วย “

น้ำเสียงเธออ่อนลง ไม่กล้าสบตาคนตรงหน้า

“เกี่ยวกับค่ารักษาแม่”

บรรยากาศในห้องเงียบสนิท

จนได้ยินเสียงนาฬิกาแขวนผนังเดินติ๊กๆ

ไอรินเท้าแขนกับเคาน์เตอร์ครัว เปิดขวดน้ำแร่ดื่มก่อนตอบเรียบๆ

“เราคุยกันแล้วนี่ ว่าฉันจะไม่ยุ่งเรื่องของแม่กับเธออีก”

ไอรินพูดอย่างเย็นชา

จนอลิซเม้มปากแน่น

“ฉันรู้ว่าพี่โกรธแม่มาก แต่ฉันไม่มีใครแล้วจริงๆ พี่ก็รู้ว่าแม่ล้มป่วย แล้วค่าใช้จ่ายมันเยอะเกินที่ฉันจะรับไหว”

อลิซพูดเสียงสั่น ครั้งนี้เธอจนหนทางแล้วจริงๆ

ถึงต้องบากหน้ามาขอร้อง คนที่บอกว่าจะไม่ยุ่งกับเธอและแม่ตลอดชีวิต เพียงเพราะแม่ทิ้งเธอให้อยู่กับพ่อ และเลือกพาเธอผู้เป็นน้องเดินจากไป

“นั่นมันก็เรื่องของพวกเธอ ”

ไอรินพูดสวนขึ้นมา สายตาเย็นลง

อลิซเงียบลงทันที รู้ดีว่าพี่สาวโกรธแม่มาก แม้กระทั่งตอนสัมภาษณ์ตามงานต่างๆ ก็ไม่เคยพูดถึงแม่กับน้องเลย และแม่ก็ไม่เคยพูดถึงพ่อเหมือนกัน นับตั้งแต่วันนั้นที่ทุกอย่างพังลง พ่อแม่แยกทางกัน ท่ามกลางเสียงร้องไห้ระงม ของเด็กผู้หญิงสองคนที่ครอบครัวแตกแยก

“แต่พี่ก็เป็นลูกแม่เหมือนกันนะ ทำไมถึงไม่ช่วย หรือต้องรอให้แม่เป็นอะไรไปซะก่อน“

น้ำเสียงของเธอสั่นเล็กน้อย บอบตาเริ่มแดงขึ้น

ไอรินหันกลับมา

สายตานั้นไม่ใช่แค่เย็นชา แต่มันคือความห่างไกล เหมือนคนที่ยืนอยู่คนละขั้วแล้วตอนนี้

“เพราะแม่เลือกเธอไงอลิซ ฉันไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวนั้นมานานแล้ว”

อลิซนิ่งงัน เหมือนถูกตบหน้าแรงๆ

“แต่ฉันกับแม่ไม่เคยคิดแบบนั้นเลยนะ แม่พูดถึงพี่บ่อยๆ แม่ดูพี่แสดงละครแม่ดูพี่ทุกอย่าง แม่ชื่นชมพี่ทุกวัน ฮึก!!”

อลิซกลืนก้อนสะอื้นลงคอ พร้อมน้ำตาที่เริ่มเอ่อคลอ

ไอรินถอนหายใจ ก่อนจะหยิบกระเป๋าใบเล็กมาวางบนโต๊ะ

“ในนี้มีเงินอยู่ก้อนหนึ่ง ฉันให้ได้แค่ครั้งนี้ แต่หลังจากนี้ อย่ามาหาฉันด้วยเรื่องของแม่อีก ถ้าจะดีอย่ามาหาฉันอีก ฉันไม่อยากให้ใครรู้ ว่าฉันมีแม่กับน้อง”

อลิซไม่ยื่นมือไปรับทันที

เธอมองพี่สาวที่เคยเป็นทั้งไอดอลและคนที่เธออยากเดินตาม แต่ตอนนี้ไม่เหลือความอบอุ่นแบบพี่น้องอีกแล้ว

เธอลุกขึ้นยืนช้าๆ พยักหน้าเบาๆ

“เข้าใจแล้วค่ะ ขอบคุณสำหรับน้ำใจ ถ้าฉันเรียนจบเมื่อไหร่ จะรีบเอามาคืน”

“ไม่ต้อง ถือว่าเป็นค่าจ้างตัดรำคาญ”

ไอริณพูดอย่างเลือดเย็น เบือนหน้าไปมองวิวเมืองนอกหน้าต่าง

“ค่ะ!!ฉันจะไม่มารบกวนพี่อีก ครั้งนี้คงเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว”

อลิซกำกระเป๋าใบเล็กแน่น ตอนนี้ศักดิ์ศรีไม่สำคัญเท่าชีวิตแม่แล้ว เธอเดินจากมาโดยไม่หันกลับไปมอง

ครืด ครืด

“ค่ะป้าพร”

[อลิซ!!หมอบอกให้ไปจ่ายค่ารักษาพิมพาแล้วนะ

หนูอยู่ไหนอะลูก หาเงินได้ไหม พี่สาวเราให้ยืมรึเปล่า]

อลิซรีบปาดน้ำตาเงียบๆ แทบกลั้นสะอื้นไม่ไหว

จนต้องยื่นโทรศัพท์ออกไปไกลๆ กลัวป้าพรจะได้ยินเสียง

“ฮึก!ฮึก!”

[อลิซ!!ได้ยินป้าไหมลูก]

“ได้ยินค่ะป้าพร พี่ให้ยืมค่ะป้าหนูกำลังไป ป้าไม่ต้องบอกแม่นะ เรื่องหนูมายืมเงินพี่ ”

เธอรู้ดีว่าแม่ต้องโกรธแน่ แค่แม่ทิ้งพี่ให้อยู่กับพ่อ แล้วพาเธอผู้เป็นน้องจากมา ก็ทำให้แม่รู้สึกผิดกับพี่มาก

[ป้ารู้ หนูรีบกลับมาเคลียร์ค่ารักษาเถอะ]

“ค่ะ”

อลิซรีบรับปากก่อนตรงมาที่โรงพยาบาล

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
11
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status