เข้าสู่ระบบ@วันเสาร์ > คอนโดมิวนิค
"🎶 🎶 วู้ 🎶 🎶 เสียงร้องเพลงเบาๆ ดังลอดออกมาจากห้องนอนพร้อมจังหวะก้าวเท้าเบาๆ ที่สื่อถึงอารมณ์แจ่มใสสุดขีด เสียงเปิดตู้เสื้อผ้าติดๆ กัน สลับกับเสียงไม้แขวนกระทบกันเบาๆ เหมือนกำลังอยู่ในโชว์รูมส่วนตัว "อารมณ์ดีอะไรแต่เช้าค้าคุณเพื่อน : เอวา เสียงแซวจากเพื่อนสาวดังขึ้นทันทีที่โผล่หน้าเข้ามาในห้อง ก่อนจะชะงักไปนิดเมื่อเห็นสภาพบนเตียงที่เต็มไปด้วยเสื้อผ้าแขวนระโยงระยางราวกับกำลังเตรียมจัดแฟชั่นโชว์ "มึงมาพอดี มาช่วยกูเลือกชุดสวยๆหน่อย มิวนิคเงยหน้าขึ้นจากกองเสื้อผ้าด้วยใบหน้าสดใส ดวงตากลมเป็นประกายวาววับ ริมฝีปากอมยิ้มเหมือนคนเพิ่งถูกหวยรางวัลที่หนึ่ง "มึงขนออกมาอะไรเยอะแยะขนาดนี้เนี้ย...จะเอาไปขายเหรอ : เอวา เอวายืนกอดอกส่ายหน้าเบาๆ มองภาพเพื่อนตัวเล็กที่ลุยเลือกเสื้อผ้าแบบเอาเป็นเอาตายด้วยสีหน้าทึ่งปนขำ "ขายเขยอะไรกัน กูแค่เอาออกมาลอง... มือเรียวหยิบชุดแล้วชุดเล่าขึ้นมาทาบกับตัว หน้าตาจริงจังเหมือนนางแบบก่อนขึ้นรันเวย์ "....ชุดนี้โอเคป่ะ.. มิวนิคหยิบชุดเดรสสีชมพูเปิดไหล่ออกมาเทียบกับตัว คนตัวเล็กส่องกระจกไปมาไม่หยุด หมุนตัวดูมุมหน้า มุมหลัง พร้อมย่นจมูกใส่ตัวเองเบาๆ "คนสวยอย่างมึงอ่ะ ใส่อะไรก็สวย ไม่ต้องเลือกให้ยากเลย เอวาเดินเข้ามายืนข้างๆ มองเพื่อนด้วยแววตาเอ็นดู ปลายเสียงขี้เล่นแต่อบอุ่นจริงใจ "ไม่ได้ดิมึง เย็นนี้กูมีนัด... น้ำเสียงของมิวนิคแผ่วลงเล็กน้อย แต่ดวงตากลับทอประกายระยิบราวกับดวงดาว "นัด..?..นัดกับใครอ่ะ "กับคนพิเศษ :) เธออมยิ้ม หัวเราะในลำคอเล็กๆ พร้อมปรายตามองเพื่อนแบบเขินๆ "อย่าบอกนะ ว่ามึงนัดกับพี่สายฟ้า ??? เอวาเบิกตากว้างจนแทบถลน ยกมือทาบอกเหมือนจะเป็นลม "...:)))))... มิวนิคไม่ได้ตอบอะไรนอกจากรอยยิ้มสดใสที่ฉีกเต็มแก้ม จนเอวาถึงกับร้องลั่น "อีมิว...มึงยิ้มแบบนี้ แปลว่าพี่สายฟ้ายอมไปเดตกับมึงแล้วเหรอ "ก็ไม่เชิงคำว่าเดตนะมึง ก็แค่พี่เขายอมมาทานข้าวฉลองวันเกิดกับกูอ่ะ เสียงที่พูดออกมานั้นแฝงความปลื้มปริ่มจนไม่อาจปิดบังได้ "แหม....ขิงใหญ่เลยนะ...แค่ผู้ชายยอมมาฉลองด้วยเนี้ย... เอวาแกล้งตีแขนเพื่อนเบาๆ พลางกลอกตาใส่ "มึงเลิกล้อกูได้แล้ว...มาช่วยกูเลือกชุดดีกว่า...กูเลือกไม่ถูก..มึงว่าพี่สายฟ้าจะชอบผู้หญิงสไตส์ไหนวะ สวยแซ่บ หรือใสๆน่ารักใสๆ...กูใส่ชุดแวกอกสีแดงดีป่ะ มิวนิคพูดไปพลางยกชุดแซ่บขึ้นมาทาบ แล้วทำหน้าจริงจังราวกับกำลังพิจารณาเสื้อผ้าในละครพีเรียด "มึงจะบ้าเหรอ...มึงเคยใส่แบบนั้นรึไง เอวาหัวเราะพรืด พร้อมดึงชุดแดงออกจากมือเพื่อน แล้วมองเธอด้วยสายตาขำปนห่วง "5555 กูล้อเล่น..ใครจะใส่แบบนั้นกันล่ะ...ก็กูไม่รู้นี่น่าว่าพี่เขาชอบแบบไหน เดทแรกทั้งทีกูแค่อยากให้พี่เขาประทับใจ มิวนิคถอนหายใจเบาๆ ดวงตาไหววูบด้วยความกังวลปนตื่นเต้น มือขยี้ผมตัวเองเล็กน้อย "แต่งเหมือนที่มึงเคยแต่งนั่นแหละ มึงไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนอะไรเผื่อใครเลยเว้ย เป็นตัวของตัวเองดีที่สุด ถ้าเขาจะประทับใจ..แต่งแบบไหนเขาก็ประทับใจทั้งนั้นแหละ เอวาพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น จริงใจ ดวงตาคมกริบสบตาเพื่อนแน่นิ่ง "มึงพูดดีมีหลักการก็วันนี้แหละเอวา งั้นกูใส่ชุดเดรสสีดำ ชุดนี้น่ะ ดูเป็นกูดี... มิวนิคหัวเราะร่วนในลำคอ ก่อนจะหยิบชุดเดรสผ้าซาตินสีดำขลับขึ้นมา หมุนตัวหน้ากระจกด้วยแววตามั่นใจ "อืม....สวยมั่น สดใสน่ารัก เหมาะกับมึงที่สุดแล้ว.... เอวาพยักหน้าให้แบบไม่มีข้อกังขา ดวงตาสื่อความชื่นชม "น่ารักที่สุดเลยเพื่อนกู :) เสียงหัวเราะของทั้งสองคนดังคลอไปกับกลิ่นหอมอ่อนๆ จากโลชั่นและผลิตภัณฑ์ดูแลผิวบนโต๊ะเครื่องแป้ง ทั้งคู่ผลัดกันม้วนผม มาสก์หน้า แต่งหน้าเบาๆ ไปพร้อมเสียงเพลงเพราะๆ ที่เปิดคลออยู่ในห้องบรรยากาศอบอวลไปด้วยมิตรภาพ ความสุข และความหวังเล็กๆ ของหญิงสาวที่กำลังเตรียมตัวสำหรับ "วันสำคัญ" ที่เธอเฝ้ารอ @17.30 น. ห้องพักของมิวนิคอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ จากน้ำหอมกลิ่นฟลอรัล เสียงเพลงเบาๆ ดังคลอเคล้าไปกับเสียงหัวเราะของสองสาว "สวยมากค่าเพื่อน....สวยที่สุด... เอวายืนกอดอกมองเพื่อนรักในชุดเดรสสีดำสนิทที่รับกับรูปร่างได้อย่างพอดิบพอดี ผมยาวลอนนุ่มสยายลงมาถึงกลางหลัง พร้อมเครื่องหน้าแต่งพองามจนดูน่าหลงใหล "ฝีมือมึงนี่ไม่มีตกเลยนะ...มึงไม่ไปเอาดีทางด้านเสริมสวย มาเรียนวิศวะเพื่อ ? มิวนิคหันมาทำหน้ามุ่ยใส่เพื่อนนิดๆ มือเท้าเอวแบบหยอกล้อ แต่ในใจรู้สึกอิ่มเอมกับคำชม "ก็เพราะมึงนั่นแหละ ลากกูมาวิศวะ...แล้วอีกอย่างตอนนั้นกูยังหาตัวตนของตัวเองไม่เจอ เลยสมัครเรียนตามมึงเนี้ย เธอว่าไปก็หัวเราะไปเบาๆ สายตาเหลือบมองตัวเองในกระจกอีกครั้งด้วยความพอใจ "ไม่เป็นไรหรอกเพื่อน มีเงินซะอย่าง ลงทุนเปิดร้านเสริมสวยดีๆสักแห่ง รับรองลูกค้าเพียบ... เอวาวางมือบนไหล่เพื่อนแล้วบีบเบาๆ ให้กำลังใจอย่างจริงใจ "มึงอ่ะ..อวยกูตลอด :) "แล้วนี่พี่เขาจะมารับหรือมึงขับรถไปเอง "กูนัดพี่เขาเจอกันที่ร้าน ก็คงจะขับไปเองแหละ "อืม...โชคดีนะมึง แล้วอย่าใจง่ายวิ่งเข้าโรงแรมตามเขาล่ะ "โห...เอวานั่นปากมึงเหรอ มึงเห็นกูเป็นคนแบบนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่...ถ้าพี่เขาไม่ชวนกูก็ไม่ไปหรอก 5555 ทั้งคู่หัวเราะพร้อมกัน เสียงหัวเราะที่เจือทั้งความสนิทสนมและความห่วงใยของเพื่อนแท้ "มึงนี่นะ...5555 "กูไปนะ เก็บของให้กูด้วย แล้วอย่าลืมล็อกห้องให้กูล่ะ "ค่าาาา..รับทราบค่ะเจ้านาย เอวาโบกมือส่งเพื่อนพลางยิ้มกว้าง ดวงตาเต็มไปด้วยกำลังใจ ขณะที่มิวนิคเดินออกไปด้วยท่าทีมั่นใจแต่หัวใจเต้นรัว มือกำพวงกุญแจแน่นอย่างตื่นเต้น เอวายิ้มให้เพื่อนรัก ก่อนจะจัดการเก็บอุปกรณ์ที่พึ่งจะขนออกมาทำสวยให้กับมิวนิค ตอนขนก็ขนช่วยกันอยู่หรอก แต่พอถึงตอนเก็บต้องเก็บคนเดียวซะงั้น @ร้านอาหาร 18.30 น. บรรยากาศร้านอาหารหรูหราที่ตกแต่งด้วยไฟแชนเดอเลียนวลๆ โต๊ะไม้สีเข้มกับผ้าปูสีขาวเรียบหรู เสียงเพลงแจ๊สคลอเบาๆ เพิ่มความละมุนให้ช่วงเย็น มิวนิคมองวิวข้างหน้าต่างอย่างเพลินตา ลมเย็นๆ จากเครื่องปรับอากาศปะทะผิวเบาๆ เธอหยิบมือถือขึ้นมากดไลน์ด้วยหัวใจเต้นแรง 💬 ตัวแสบ : มาถึงแล้วนะคะ โต๊ะ G07 อยู่ติดริมหน้าต่าง 💬 พี่รหัสสุดหล่อ : อืม...กำลังไป 💬 ตัวแสบ : ค่า :) ดวงตาคู่หวานของมิวนิคเปล่งประกายเมื่ออ่านข้อความตอบกลับ เธอยิ้มบางๆ กัดริมฝีปากล่างเล็กน้อยด้วยความดีใจ เธอนั่งตัวตรง กระชับสายกระเป๋าให้เรียบร้อย หยิบกระจกขึ้นมาส่องตรวจความเรียบร้อยอีกครั้ง ความตื่นเต้นค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความอิ่มใจในหัวใจของคนที่เฝ้ารอ เวลาผ่านไปนานนับชั่วโมง เข็มนาฬิกาบอกเวลาสองทุ่มตรง คนตัวเล็กชะเง้อมองไปที่ประตูอยู่หลายหน แต่ไม่มีวี่แววของคนเป็นพี่ รอแล้วรอเล่า กดส่งไลน์ไปหาเขาอยู่หลายครั้งแต่เขาไม่ยอมตอบ 💬 ตัวแสบ : พี่สายฟ้าถึงไหนแล้วคะ 💬 พี่รหัสสุดหล่อ : ...อ่านแล้ว... 💬 ตัวแสบ : หนูรออยู่น้า... 💬 พี่รหัสสุดหล่อ : ...อ่านแล้ว... แววตาที่เคยเปล่งประกายเริ่มหม่นแสงลงทีละนิด หัวใจที่เคยพองโตหดเล็กลงเรื่อยๆ มือที่ถือโทรศัพท์เริ่มเย็นเฉียบ สองชั่วโมงผ่านไป คนที่รอก็ยังไม่มา ไลน์ไปก็ไม่ยอมตอบ เขาเป็นแบบนี้ประจำ ที่เธอมีไลน์เขาเพราะเป็นสายรหัสเดียวกัน ถามว่าเคยคุยกันไหม มีแต่เธอที่แชทคุยกับเขา แต่ตัวเขาไม่เคยตอบกลับเธอเลยสักครั้ง เพียงแค่อ่านแล้วเมินเฉยไปก็เท่านั้น ~ สามทุ่ม ~ สี่ทุ่ม ~ ห้าทุ่ม บรรยากาศร้านเริ่มเงียบลงทีละนิด แสงไฟเริ่มลดความสว่าง เหลือเพียงแสงอบอุ่นสลัวๆ จากโคมไฟ "คุณลูกค้าคะ...ห้าทุ่มครึ่งร้านจะปิดแล้วนะคะ...เค้กที่ฝากเอาไว้..ให้เอาออกมาตอนไหนคะ : พนักงานในร้าน "เอามาตอนนี้ก็ได้ค่ะ.. เสียงตอบเบาราวกระซิบ มิวนิคก้มหน้าลงเล็กน้อยก่อนจะส่งยิ้มบางๆ ให้พนักงานทั้งที่ใจในตอนนี้แทบจะพังลงมาทีละเสี้ยว มิวนิคนั่งหน้าซึม เมื่อพนักงานในร้านถือเค้กวันเกิดมาวางไว้ตรงหน้า คนตัวเล็กถึงกับน้ำตาตกใน ที่เขารับปากเพราะอยากแกล้งเธอใช่ไหม อย่างเช่นทุกครั้งที่เขาชอบทำ เธอน่าจะคิดได้ตั้งแต่แรกแล้ว ระดับคิงวิศวะอย่างเขาที่ไม่เคยสนใจในตัวเธอเลยสักนิด อยู่ๆจะมารับปากฉลองวันเกิดกับเธอง่ายๆได้ยังไง ยิ่งนึกถึงคำพูดของเขายิ่งหน่วงหัวใจเธอไม่หยุด ได้แต่ปลอบใจตัวเอง ก็แค่วันเกิด เป่าเค้กคนเดียวอีกสักปีจะเป็นอะไรไป มิวนิคหลับตาอธิษฐาน มือเล็กยกขึ้นประสานกันก่อนจะตั้งกล้องมือถือถ่ายภาพตัวเองตอนเป่าเค้ก " Happy birthday นะมิวนิค เสียงเป่าเค้กแผ่วเบา แต่แฝงไว้ด้วยความเศร้าที่แทรกอยู่ในรอยยิ้มฝืนๆ @แอฟฟ้า โพสต์ : "Happy birthday To me..ขอให้พรุ่งนี้เป็นวันที่ดีสำหรับฉัน" 👍ถูกใจ 34,657 คน (ปิดคอมเมนต์) ภาพรอยยิ้มที่แนบมากับโพสต์คือรอยยิ้มที่ไม่มีใครมองออกเลย ว่าเบื้องหลังของมันคือความหวังที่โดนเท ท่ามกลางแสงเทียนบนหน้าเค้กเล่มเล็ก ความเงียบในใจของเธอกำลังดังกว่าเสียงเพลงใดๆ ในร้านนี้...สองชั่วโมงแล้วที่คนเป็นน้องนั่งหัวเราะให้กับจอทีวี ตั้งแต่มาถึงคนตัวเล็กเอาแต่นั่งดูซีรีส์ที่เธอชอบ...ดูไป ยิ้มไป หัวเราะไป สายฟ้าได้แต่นั่งดูอยู่ข้างๆ ถามว่าเขาเคยดูอะไรพวกนี้ไหม ผู้ชายนิ่งเงียบ จอมเย็นชาอย่างเขานะเหรอ จะดูอะไรพวกนี้ ถ้าไม่ติดที่ต้องดูเป็นเพื่อนเมีย ได้นั่งกอดเมีย เขาไม่มีทางมาดูอะไรพวกนี้เด็ดขาด...ขัดหูขัดตาก็ไอ้พระเอกหน้าหล่อในซีรีส์นั่นแหละ ไม่รู้จะชอบอะไรนักหนา ดูไปเขินไปอยู่แบบนั้น"ไม่เกรงใจผัวเลยนะครับ" เสียงเข้ม ๆ พูดขึ้นพร้อมกับสายตาคมที่จับจ้องไปยังคนตัวเล็กอย่างเต็มไปด้วยความหวงแหน ปลายคิ้วขมวดเล็กน้อย เหมือนจะเตือนแต่ก็แฝงด้วยความเอ็นดูในที"อะไรคะ..." เสียงหวานที่เต็มไปด้วยความสงสัยและไร้เดียงสา เธอหันหน้ามามองอย่างไม่เข้าใจแต่แววตากลับซุกซนยิ้มเล็ก ๆ แฝงอยู่"ไม่เห็นจะหล่อตรงไหนเลย เธอชอบเข้าไปได้ไง" สายฟ้าพูดด้วยน้ำเสียงติหน่อย ๆ แต่ก็แอบแสดงความหึงหวงชัดเจน มือหนาขยับเข้ามาจับแขนเล็กอย่างอ่อนโยน สายตายังคงจับจ้องไปที่ทีวีด้วยความไม่ค่อยพอใจนัก"ชาอึนอูน่ะหรอคะ..."คือ ????"ก็พระเอกในเรื่องไงคะ ที่พูดเมื่อกี้พี่หมายถึงเขารึเปล่า"อืม...หน้าตาก็งั้นๆ ไ
บัตรเครดิตสีดำถูกรูดจนแทบจะทุกร้าน แสงไฟตามร้านค้าแต่ละแห่งสะท้อนบนหน้าจอบัตรที่ถูกรูดซ้ำๆ ไม่ใช่เธอหรอกนะที่ผลาญเงินเขา แต่เป็นตัวเขาเองซะมากกว่าที่ฟุ่มเฟือย ใบหน้าหล่อเหลาปรากฏความร้อนรนแบบคนคลั่งรัก บอกไม่เอาแต่ก็ยังจะซื้อให้ ซื้อมันทุกอย่างที่ขว้างหน้า สายตาเฝ้ามองเธออย่างเต็มไปด้วยความหวัง แค่เธอมอง แค่เธอถามพนักงาน เขาก็จะกวาดซื้อมันจนเรียบ จนทำให้เธอไม่กล้ามอง ไม่กล้าแม้แต่จะเดินผ่านหน้าร้าน ความรู้สึกหนักใจผสมความรักปนเป็นหนึ่ง ปวดหัวกับคนคลั่งรักจนต้องขอตัวไปเข้าห้องน้ำ หลังทำธุระส่วนตัวเสร็จ เธอออกมาเห็นเขากำลังคุยกับสาวสวยหน้าตาดีคนหนึ่ง แต่ถ้าสังเกตดีๆ ใบหน้าหล่อเหลาของเขากลับเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด เหมือนถูกไฟแห่งความไม่พอใจเผาผลาญ"ชื่อมินนี่นะคะ ขอแลกไลน์หน่อยได้ไหม :)"สาวสวยยิ้มหวานสายตาจ้องมองหนุ่มหล่อที่อยู่ตรงหน้า สำหรับเธอแล้ว การเข้าหาใครสักคนไม่มีอะไรมาก ถูกชะตาแลกเบอร์ คุยถูกคอ ชวนขึ้นเตียง แค่นั้นจบ แววตาเต็มไปด้วยความมั่นใจและเลศนัย"ไม่ให้ ! ฉันมีแฟนแล้ว ไม่ชอบคุยกับคนแปลกหน้า"สายฟ้าตอบเสียงแข็ง ไม่เพียงจะไม่สนใจสาวคนนั้น สองสายตาของเขาไม่มองเธอเลยสักนิด
หลังกลับจากค่ายอาสา บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความผูกพันที่ลึกซึ้งมากขึ้น ทั้งสายฟ้าและมิวนิคเริ่มเปิดใจให้กันและกันอย่างจริงจัง คนเป็นพี่ทุ่มเททุกอย่างด้วยหัวใจที่รู้แน่ว่ารักเธอเข้าเต็มเปา ไม่ใช่แค่ความรู้สึกชอบแบบผ่านๆ เหมือนครั้งก่อน ยิ่งได้รู้จัก ยิ่งได้สัมผัส ทำให้ความรักนั้นยิ่งชัดเจนและลึกซึ้งจนเขาหลงเธอหัวปักหัวปำสายตาของเขามักจดจ้องเธอไม่วางตา บางครั้งเผลอแสดงออกถึงความเป็นเจ้าของที่ชัดเจนเกินงาม ใครเข้ามายุ่งหรือเตาะคนรักของเขา เขาพร้อมจะจัดการหมด ไม่สนว่าคนนั้นจะเป็นลูกใคร ใบหน้าหล่อขึงขังและแววตาที่เต็มไปด้วยความดุเดือดในความหวงแหนหลายครั้งที่คนเป็นน้องพยายามห้ามปรามด้วยท่าทีขำๆ หรือแอบยิ้มเมื่อเห็นความขี้หวงของเขา แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากนัก เพราะเขาคือผัวเธอ ผัวคนแรก และผัวคนเดียว แม้สถานะนี้เธอยังไม่กล้าบอกใครก็ตาม"เมื่อวานพี่เห็นเธอยืนคุยอยู่กับผู้ชายที่หน้าคณะ มันเป็นใคร ?"น้ำเสียงโมโหแฝงไว้ด้วยความหวงแหนอย่างลึกซึ้ง แต่ก็พยายามเก็บอาการเอาไว้ ใบหน้าเข้มขรึม ดวงตาคมกริบจับจ้องไปยังคนเป็นน้องอย่างตั้งใจ ทั้งที่จริงๆ แล้วเขาได้เก็บชายหน้าหล่อคนนั้นไว้ในใจอย่
เสียงกรี๊ดดังทะลุออกมาจากในเต็นท์ แรงสั่นสะเทือนของเสียงสะท้อนในอากาศทำให้บรรยากาศรอบๆ ตึงเครียดและเต็มไปด้วยความหวาดกลัวทันที ตามมาด้วยเสียงของเอวาที่ร้องตะโกนขอให้คนช่วย น้ำเสียงสั่นเครือปนความตื่นตกใจจนแทบจะขาดใจ"ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย !!!"เสียงนั้นดังและแผดกล้ำดึงความสนใจจากทุกคนที่อยู่ใกล้เคียง เหมือนคลื่นความกังวลที่แผ่ซ่านในอากาศ ส่งผ่านไปถึงใจของผู้ฟังอย่างรวดเร็ว"เกิดอะไรขึ้น ! มิว ??"สายฟ้ารีบวิ่งด้วยความเร่งด่วน ก้าวเท้าแรงๆ ลงบนพื้นเสียงดัง กำลังใจแข็งแกร่งท่ามกลางความเร่งรีบ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความวิตกกังวลเมื่อเห็นมิวนิคล้มหมดสติไปกับพื้น โดยมีเอวานั่งประคองลำตัวเธออย่างไม่ละสายตา มือของเอวาสั่นเล็กน้อย แต่ก็แน่นแฟ้นกับการดูแลอย่างสุดความสามารถ"งูค่ะ..เมื่อกี้งูเกือบฉกมิวนิค..."น้ำเสียงเอวาผสมความตกใจและกลัวอย่างชัดเจน ดวงตาเบิกกว้าง ยิ่งพูดเหมือนกับภาพเหตุการณ์ยังติดตา มือของเธอสั่นคล้ายยังไม่หมดหวาดกลัว"โดนฉกไหมวะ หมดสติไปขนาดนั้น มึงดูดิไอ้สายฟ้า"สเนคพูดด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยความตกใจและไม่อยากเชื่อสายตา มือหยิบจับอะไรบางอย่างเพื่อช่วยตรวจสอบอย่างรวดเร็ว ใบหน้า
@วันที่สองของการออกค่ายวันที่สองของการออกค่ายอาสา บรรยากาศยามเช้าของโรงเรียนชนบทเล็กๆ ริมทุ่งกว้างเต็มไปด้วยความคึกคัก แม้จะดูเรียบง่ายและเก่าแก่ แต่กลับเต็มไปด้วยความอบอุ่นจากเสียงหัวเราะและกิจกรรมของเด็กๆ รวมถึงกลุ่มนักศึกษาจิตอาสา อาคารเรียนเก่าๆ ที่ทาสีหลุดลอกและแตกร้าวสะท้อนถึงเวลาที่ผ่านเลยมากว่า 10 ปี ฝุ่นและความทรุดโทรมปรากฏชัดเจนตามบันไดและผนัง แต่ทุกคนกำลังขยันขันแข็งทาสีใหม่เพื่อคืนความสดใสให้สถานที่นี้สเนคยืนอยู่บนบันไดชั้นสอง ขมวดคิ้วมองไปรอบๆ หาคนช่วยขนถังสีใหญ่แต่กลับไม่มีใครว่าง งานหนักทำให้กล้ามเนื้อของเขาเกร็งเล็กน้อย เสียงเขาแหบห้าวสั่งงานอย่างชัดเจนเพื่อจัดการสิ่งที่ต้องทำ"เห้ย! ใครว่างไปเอาสีที่เต็นท์อำนวยการมาเพิ่มดิ.."ทุกคนดูยุ่งอยู่กับงาน แต่สายตาของมิวนิคเปล่งประกายความตั้งใจ เธอก้าวออกมาอย่างรวดเร็ว พร้อมเสียงพูดสุภาพและมุ่งมั่น"เดี๋ยวมิวไปเอาให้ค่ะ อยู่เต็นท์อำนวยการใช่ไหมคะ"แม้จะรู้ว่าถังสีนั้นหนักเกินกว่าที่เธอจะยกได้ แต่ความเต็มใจในดวงตาและใบหน้าที่เปื้อนเหงื่อของมิวนิคกลับสะกดใจคนรอบข้าง"มันถังใหญ่นะครับ น้องมิวเอามาเองไม่ได้หรอก...ให้ผู้ชายไปยกมา
@วันออกค่าย"เอาล่ะครับ น้องๆคนไหนที่เช็คชื่อลงทะเบียนเสร็จแล้ว ให้นำสัมภาระไปไว้ในรถ หมายเลขรถที่น้องจะขึ้นพี่ติดไว้ให้ในป้ายชื่อของน้องๆแต่ละคนเรียบร้อยแล้ว น้องคนไหนที่เก็บกระเป๋าเสร็จแล้วขึ้นรถหาที่นั่งได้เลยนะครับเสียงประกาศของสเนครุ่นพี่ปีสี่ดังผ่านทางโทรโขง เสียงเขาค่อนข้างหนักแน่นและชัดเจน ท่ามกลางบรรยากาศของความวุ่นวายที่รุมเร้าจากเสียงพูดคุยและการเคลื่อนไหวของน้องๆ ที่กำลังเตรียมตัวออกค่ายอาสาพัฒนาไปจังหวัดเชียงราย รุ่นพี่หลายคนต่างเร่งมือจัดระเบียบและประสานงานอย่างทุ่มเท"สเนค... : เสียงเรียกจากรุ่นน้องคนสนิท กระดิกนิ้วชี้ส่งสัญญาณให้เขาเดินมาหา เสนคหันไปมองตามต้นเสียงด้วยความใส่ใจ ก่อนจะยื่นโทรโขงให้เพื่อนอีกคนปฏิบัติหน้าที่แทน แล้วเดินมาหาเจ้าของเสียงนั้นด้วยก้าวเดินมั่นคง"ว่าไงสายฟ้าสายฟ้าพูดเสียงเรียบแต่แฝงความเด็ดขาดในน้ำเสียง สายตาของเขาแข็งกร้าวจ้องมองตรงไปข้างหน้าอย่างมั่นใจและจริงจัง"กูเปลี่ยนใจอยากไปพร้อมรถบัสของคณะ.."อ้าว..ไหนมึงบอกจะบินไป..เปลี่ยนใจแล้วว่างั้น ?"น้ำเสียงของสเนคแฝงความสงสัยและแปลกใจ ร่างกายเคลื่อนไหวอย่างยืดหยุ่น รอยยิ้มเล็กๆ แฝงความติดตลก







