Masukอีกอย่างวัตถุดิบที่ปางอุบลนำมาทำก็เป็นวัตถุดิบมีคุณภาพ ขนมปังที่ใช้ก็เป็นขนมปังโฮลวีทเพื่อสุขภาพ เหมาะกับยุคที่ความเฮลตี้ติดเทรนด์อยู่ในขณะนี้เป็นที่สุด อย่างไรก็ต้องขายดีอย่างแน่นอน
ส่วนปางอุบลเอง เธอค้าขายราคาถูกได้กำไรเพียงเล็กน้อย อาศัยว่าไม่ต้องออกไปไหนไกลเพราะมีลูกน้อยที่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด หากน้ำรินมาช่วยรับแซนด์วิชไปขายด้วยก็น่าจะแบ่งเบาภาระไปได้โข และไม่เพียงเท่านั้น เธอเองก็มีลูกค้าเพิ่มขึ้นอีกด้วย ได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย ขายเพียงไม่นานก็หมด เธอจึงเก็บของขึ้นไปที่ห้องพักยังชั้นสอง ชีวิตสองแม่ลูกดำเนินไปเช่นนี้ เงินที่ได้มาจากภูเบศร์ครึ่งหนึ่งนั้นถูกใช้จ่ายเป็นค่ารักษาพยาบาลของมารดาครั้งเมื่อยังมีชีวิตอยู่ ที่เหลือเธอเก็บไว้ใช้จ่ายยามจำเป็นและเก็บไว้เป็นทุนการศึกษาให้ลูก นับว่าไม่ได้ขัดสนอะไร เธอเลี้ยงดูลูกชายอย่างดีเท่าที่แม่คนหนึ่งพึงจะทำได้ การจะเลี้ยงดูเด็กคนหนึ่งให้เติบโตอย่างมีคุณภาพนั้น ต้องทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจในการฟูมฟัก เธอวางลูกน้อยลงบนฟูก ภูบดินทร์คลานต้วมเตี้ยมไปหยิบตุ๊กตาหมีเน่าของเขามากอดมาหอมตามประสาเด็ก บางทีก็ขบกัดเพราะคันเหงือกเนื่องจากฟันซี่เล็ก ๆกำลังจะงอก ปางอุบลนำของไปเก็บไว้ที่ครัว และเดินออกมานั่งเล่นกับลูก อาศัยว่าถ้ากล่อมให้ลูกชายหลับต่อได้อีกนิด เธอจะได้ทำงานบ้านที่คั่งค้างต่อให้เสร็จ เพราะนี่ก็ยังเช้าอยู่เลย เสื้อผ้าสองตะกร้าที่ยังไม่ได้ซักและไหนจะต้องทำความสะอาดห้องต่ออีก เห็นแล้วก็ละเหี่ยใจ เมื่อเลี้ยงลูกคนเดียวเวลาปลีกตัวไปทำอะไรสักอย่าง ช่างแสนลำบาก “น้องดิน นอนต่ออีกหน่อยนะครับ” เจ้าตัวน้อยส่ายหน้าหวือปฏิเสธคนเป็นแม่ทันควัน เด็กน้อยคลานไปเกาะคอกแล้วพยุงตัวเองลุกขึ้น เขาค่อย ๆ ก้าวขาเดินช้า ๆ “ดิน ๆ ของแม่เก่งมากเลยจ้ะ” ปางอุบลแสดงท่าทางตื่นเต้นเล่นใหญ่ ชื่นชมและให้กำลังใจอยู่ใกล้ ๆ เด็กน้อยก็ยิ่งมีแรงใจและฮึกเหิม เธอแย้มยิ้ม เฝ้ามองดูพัฒนาการของลูกในทุกย่างก้าว นั่นคือความสุขอย่างหนึ่ง เด็กน้อยหัวเราะชอบใจ เขาเริ่มตั้งไข่ ภูบดินทร์อยากเดินให้ได้ไว ๆ เพราะไม่อยากคลานแล้ว เขาอยากวิ่งเล่นเป็นที่สุด เขายังเดินไม่ได้แต่ก็ซนถึงเพียงนี้ ถ้าเดินและวิ่งได้แล้ว เธอคงจับไม่ได้ไล่ไม่ทันแน่ ปางอุบลแอบคิดอยู่ในใจ เด็กน้อยใจกล้าค่อย ๆ ปล่อยมือที่จับคอกกั้น พยายามตั้งไข่ ยืนทรงตัวด้วยสองขาป้อม ๆอวดแม่ว่าเขาทำได้ พร้อมกับส่งเสียงเรียกให้แม่ดูเขาอย่ากะพริบตาเชียว “แม่ ๆ” “ครับ เห็นแล้ว เด็กดีของแม่เก่งจังเลย” สิ้นคำชมของแม่ เด็กน้อยค่อย ๆ ขยับขาก้าวมาหาแม่ที่เตรียมอ้าแขนรอรับอยู่ทีละก้าว จากนั้นเด็กน้อยก็หัวเราะเอิ๊กอ๊ากก่อนจะทิ้งตัวโผเข้าไปหาผู้เป็นแม่ เพราะเชื่อมั่นและเชื่อใจว่าแม่ต้องรับเขาไว้ได้ทัน ปางอุบลรับเขาไว้ในอ้อมอกแล้วกดจมูกลงกระหม่อมบางอย่างเอ็นดู ภูบดินทร์เป็นเด็กน่ารักและเลี้ยงง่าย ตั้งแต่เกิดมาเขาก็ไม่เคยสร้างความลำบากให้แม่เลย จะมีแค่ตอนตั้งครรภ์ช่วงสามเดือนแรกเท่านั้นที่เธอแพ้ท้องหนัก “น้องดินเก่งมากเลยครับลูก” เด็กน้อยกะพริบตาปริบออดอ้อนแม่ แบบนี้จะไม่ให้เธอหลงลูกคนนี้ได้อย่างไร สักพักภูบดินทร์ก็คลานลงจากตักแม่ไปนอนเกลือกกลิ้งอยู่บนฟูก เขาหยิบหนังสือนิทานมาเปิดดูภาพเหมือนเช่นเคย “มู ๆ” เด็กน้อยห่อปากจู๋พลางชี้ไปที่รูปวาดในหนังสือนิทานลูกหมูสามตัวที่ผู้เป็นแม่ชอบอ่านให้ฟังก่อนนอน ปางอุบลแย้มยิ้มมองลูกชายด้วยความเอ็นดู จังหวะหนึ่งที่เด็กน้อยวางแขนลงบนฟูกไปโดนปุ่มรีโมตเปิดทีวีเข้าพอดี ภาพเบื้องหน้าที่ปรากฏ ทำเอาปางอุบลถึงกับนิ่งงันไปชั่วขณะ... ‘ได้ข่าวว่าคุณลียากำลังจะเปิดตัวคนพิเศษ ที่เป็นนักธุรกิจลูกครึ่งไทย-ฮ่องกงเร็ว ๆนี้ใช่ไหมคะ’ ‘อ๋อ หมายถึงพี่ภูใช่ไหมคะ คือครอบครัวเรารู้จักกันน่ะค่ะ ลีกับพี่ภูก็รู้จักกันมานานแล้วค่ะ’ ‘แล้วตกลงคบกันแล้วใช่ไหมคะ’ ‘พี่ ๆนักข่าวขา เอาไว้แน่ใจยังไงแล้วลีบอกพี่ ๆแน่นอนค่ะ ลีไม่ปิดบังแน่นอน ตอนนี้ต้องขอตัวก่อนนะคะ’ “เอ้อ! เอาสิ คุณผู้ชมคะ คุณภูเบศร์นักธุรกิจหนุ่มลูกครึ่งไทย-ฮ่องกง คนนี้ล่ะค่ะที่มีข่าวลือมาว่าเป็นผู้กุมหัวใจคุณลียานางแบบสาวชื่อดังแต่จะใช่หรือมั่ว ชัวร์หรือไม่? ยังไงคงต้องรอดูกันนะคะ แต่จากการสัมภาษณ์เดี้ยนว่ามีอะไรในกอไผ่แน่นอนจ้า ดูสิคะคุณผู้ชม ผู้ก็หล่อ แซ่บมากนะเออ เดี้ยนเห็นแล้วยังสูดปาก...พักเรื่องนี้ก่อน เราไปที่ข่าวต่อไปเลยนะคะ...“ก็รีบเรียนให้จบสิ จะได้ปั๊มลูกกันเร็ว ๆ” เขาโน้มท้ายทอยเธอลงมาถูไถจมูกเธอกับจมูกเขา ก่อนจะจุ๊บปากไปอีกหนึ่งที“ปะป๊าจุ๊บแม่ต๋า” เด็กน้อยที่นอนอยู่ตรงกลางระหว่างพ่อกับแม่ มองคนทั้งคู่สวีทหวานแหวว ก่อนที่เขาจะยกมือปิดปากแล้วหัวเราะเอิ๊กอ๊าก“ใช่แล้วปะป๊าจุ๊บแม่จ๋าแล้วก็จะจุ๊บดินดินด้วย” พูดจบคนเป็นพ่อก็รวบตัวเจ้าเด็กน้อยมาจุ๊บแก้มกลมซ้ำ ๆแล้วก็เกลือกกลั้วใบหน้าไปที่พุงกลม ๆด้วยความมันเขี้ยวเด็กน้อยหัวเราะร่วนด้วยความจั๊กจี้ “ปะป๊ารักดินเท่าไหน” เด็กน้อยเจื้อยแจ้วเอ่ยถาม“รักเท่าฟ้าเลย”“ปะป๊ารักแม่ต๋าเท่าไหน”“รักเท่าดินดินเลย” ดินที่ไม่แปลว่าผืนดิน แต่หมายถึงรักเท่ากับเด็กน้อยต่างหาก เด็กน้อยหัวเราะชอบใจใหญ่ “แม่ต๋า วันนี้ ปับป๊า...” ภูเบศร์ตาเบิกโพลง กลัวว่าลูกชายจะเอาเรื่องวันนี้มาฟ้องแม่ เขารีบยกมือขึ้นมาปิดปากลูกชายไว้ทันที“ดินดินนอนได้แล้วนะลูก” ภูเบศร์ยิ้มเจื่อนเฉไฉเปลี่ยนเรื่อง เธอหรี่ตามองเขาจับพิรุธ แล้วรีบแกะฝ่ามือหนาออกจากปากลูกชายตัวน้อย“ปะป๊า ทำไมครับหืม?” ปางอุบลคาดคั้นอีก“ปะป๊า...” เด็กน้อยอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ“ดิน ดิน ไม่เอา ไม่พูดนอนดีกว่า นอน นอนกันน้า” ภูเ
วันต่อมา... “ธิปวันนี้มีคุยงานที่บริษัทวัสดุก่อสร้างตอนบ่ายสามนี่หว่า” “ใช่ครับ ผมหาเนิสเซอรีใกล้ ๆ เอาน้องดินไปฝากไว้สักชั่วโมงสองชั่วโมงให้แล้วนะครับ” อธิปรายงานผู้เป็นนาย “โอเค ทำดีมาก” ทำตบบ่าอธิปเบา ๆ ภูเบศร์นำเด็กน้อยไปฝากไว้ แล้วรีบเข้าไปยังบริษัทวัสดุก่อสร้าง คู่ค้ารายใหญ่ ที่อยู่ใกล้ ๆกัน เด็กน้อยเห็นว่ามีของเล่นมากมาย ก็ชอบใจใหญ่ เนิสเซอรีที่นี่ดูแลเด็กได้เป็นอย่างดี เด็กน้อยได้เล่นกับเพื่อน ๆ ด้วย พอเล่นนาน ๆเข้าก็หมดเรี่ยวแรง แล้วก็ง่วงนอนขึ้นมา เด็กน้อยหลับไปในที่สุด พี่เลี้ยงเด็กก็แยกเขาออกมานอนอีกห้อง เพราะเด็กคนอื่นที่ไม่นอนจะได้ไม่รบกวน สองชั่วโมงผ่านไป... “พ่อน้องยังไม่มารับอีกหรือ” พี่เลี้ยงคนหนึ่งเอ่ยถามขึ้น เมื่อเห็นว่าเลยเวลาที่จะมารับแล้ว “เอ เห็นว่าฝากไว้ประมาน 2 ชั่วโมงนะคะ สักพักคงมารับค่ะ น่าจะติดธุระอยู่ค่ะ” คนที่ถามพยักหน้ารับทราบ “ธิปแกรีบเลยนะ งานนี้ต้องใช้วัสดุก่อสร้างค่อนข้างเยอะ ถ้าใบPO (ใบเสนอราคา) ที่ทางนั้นส่งมา เป็นไปตามราคาที่ฉันบอกแกไป ก็ตกลงดีลได้เลย” อธิปรับคำสั่งเจ้านายที่กำลังเดินจ้ำอ้าวออกมาหลังจากคุยธุระเสร็จเร
Rrrrrrrเสียงสมาร์ตโฟนบนที่เขาวางบนโต๊ะประชุมสั่นดังครืดคราด เขาเปิดแอพสนทนาไปดูก็เห็นข้อความมายาวเกือบหนึ่งหน้าพารากราฟ ซึ่งเป็นเรื่องเดิม ๆที่บางอุบลสั่งไว้ก่อนที่เธอจะไปเรียน เธอย้ำคิดย้ำทำจนเขาแทบจะท่องได้จำขึ้นใจ“ถ้าหนูปวดฉี่ฉี่ ปวดอึอึ๊ไหม ต้องบอกปะป๊านะลูก โอเค๊” เด็กน้อยพยักหน้ารับ เด็กน้อยรู้ความมากแล้ว และสามารถบอกความต้องการของตัวเองได้แล้วปางอุบลเพิ่งจะหัดให้เขาเลิกใส่แพมเพิสในตอนกลางวัน ส่วนตอนกลางคืนยังคงให้ใส่อยู่เพราะเขายังติดนอนฉี่ใส่แพมเพิสตอนกลางคืนอยู่“ปับป๊า หม่ำ ๆ”“หิวแล้วหรือ” เด็กน้อยพยักหน้ารับ ก่อนที่ภูเบศร์จะเงยหน้าขึ้นไปแจ้งพนักงาน“ทุกคนครับงั้นเดี๋ยวพักการประชุมสัก 30 นาที แล้วค่อยมาประชุมกันต่อนะครับ” ทุกคนพยักหน้ารับทราบ รอจนผู้เป็นนายเดินออกไปแล้วจึงหันมาซุบซิบกันต่อภูเบศร์อุ่นนมให้ลูกชาย ส่วนอธิปก็ช่วยหยิบข้าวเด็กมาอุ่นในไมโครเวฟแล้วส่งให้ภูเบศร์ จากนั้นเขาก็เริ่มป้อนนมป้อนข้าวลูก“ปับป๊า ดินปวดฉี่ฉี่” จากนั้นก็ถอดกางเกงให้ลูกพาเข้าไปฉี่ในห้องน้ำ แล้วก็ออกมากินนมต่อ ภูเบศร์ปูฟูกที่มุมหนึ่งของห้องทำงาน เด็กน้อยก็ล้มตัวลงนอนยกขาขึ้นมาไขว่ห้
“แง้ ~ แม่~” เด็กน้อยงอแง ร้องหาแม่“เดี๋ยวแม่กลับมาครับ แม่ไปเรียน เดี๋ยวตอนเย็น ๆค่อยไปรับแม่กันนะครับ โอเค๊” เด็กน้อยที่นั่งอยู่บนตักพ่อในห้องทำงาน ลืมแม่ไปได้เพียงแป๊บเดียว แต่ทว่าพอนึกถึงแม่ขึ้นมาก็ร้องไห้โยเยอีก“ธิป ช่วยหน่อยสิวะ”“อ้อ ครับ ๆ” เขาเดินไปหยิบตุ๊กตายางบีบแล้วบีบเสียงปี๊บ ๆเล่นกันเด็กน้อย“น้องดิน ๆ ปี๊บ ๆ เห็นไหม”“แง้~ แม่” เด็กน้อยไม่สนใจ อธิปเกาหัวแกรกๆ ต้องหาอะไรมาหลอกล่อแล้ว เขาหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นเปิดเพลงเบเบี้ ชาร์คขึ้นมาพร้อมกับเต้นอวดสะโพกโยกย้ายตามจังหวะเพลง“เบ้บี้ ชาร์ก ดูด ดู ดู ดูด ฯลฯ”“ฮะ ฮ้า~~”เด็กน้อยตบมือ หัวเราะชอบใจ พร้อมดิ้นลงจากตักผู้เป็นพ่อ เด็กน้อยโยกคลอนศีรษะ และร่างกายไปด้วยตามจังหวะเพลง ดูท่าว่าจะได้ผลเสียด้วย“ปับ ป๊า เต้น เต้น” เด็กน้อยดึงมือคนเป็นพ่อให้ลุกขึ้นมาเต้นเข้าจังหวะเพลงด้วยกัน ช่วยไม่ได้เขาก็ต้องเอาใจลูกสักหน่อย ภูเบศร์จึงลุกขึ้นเต้นกับลูกด้วยขณะที่ทั้งสามคนกำลังเต้นแร้งเต้นกากันอย่างสนุกสนาน จารุณีที่เดินมาตามภูเบศร์เข้าประชุมบริษัทก็เห็นเข้ากับภาพน่ารักของทั้งสามคนจากกระจกบานกว้างหน้าห้องที่ไม่ได้ปิดม่านอัตโนมัติ
เด็กน้อยเติบใหญ่ขึ้นทุกวัน แถมยังคุยเก่ง คุยไม่หยุด ตอนนี้เขามีอายุได้สองขวบแล้ว เรียกพ่อกับแม่ได้ทั้งวี่ทั้งวัน แถมยังเป็นเด็กที่ช่างซักช่างถามเป็นเจ้าหนูจำไมอีกด้วย และหลังจากเหตุการณ์ในวันนั้นที่ภูเบศร์ได้เปิดอกเปิดใจกับผู้เป็นพ่อ ทำให้เขาเริ่มที่จะปล่อยวางเรื่องราวในอดีตลง เขายอมรับว่าการที่มีกำแพงกับปางอุบลเพราะเรื่องราวครอบครัวของเขาในอดีตที่ทำให้เขามีชุดความคิดแบบนั้น เขาเกลียดผู้หญิงคนนั้นของพ่อที่มาแย่งพ่อไปจากแม่ เลยทำให้เขาพลอยตั้งแง่กับปางอุบลไปด้วยว่าเป็นผู้หญิงที่หิวเงินเหมือน ๆกัน แต่เมื่อเขายอมรับได้แล้วว่าควรปล่อยวาง ก็ทำให้เขาไม่รู้สึกผิดที่จะรักเธอได้เต็มหัวใจ ภูเบศร์กับพ่อของเขาเริ่มมีสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมากขึ้น และเขาก็เปิดใจที่จะกลับมาเป็นครอบครัวเดียวกันกับพ่อของเขา และยอมรับในตัววดี ซึ่งเป็นแม่เลี้ยงของเขา และน้องชายต่างมารดาอย่างภูวินทร์ก็สนิทสนมกันมากขึ้น เบื้องหน้าทางเข้าเช็คอินที่สนามบิน ภูเบศร์ ปางอุบลและเด็กน้อย ก็เดินทางไปส่งครอบครัวเขาด้วย วดีและภูวินทร์อยากเจอหลานชายมาก ภูดิสจึงพาทุกคนบินกลับมาเที่ยวพักผ่อนกันภายในครอบครัว ทุกคนใช้เวลาต
“ฉันจะดูแลเขาให้ดี อิงเธอไม่ต้องห่วงเขานะ” ใบหน้าซีดเซียวพยักหน้ารับ“ที่รักขอโทษนะ ที่ฉันดูแลคุณได้ไม่ดีพอ ทำหน้าที่ภรรยาที่ดีของคุณไม่ได้” ภูดิสประคองศีรษะของเธอซบลงที่บ่าเขา“ทำไมเธอพูดอย่างนั้นล่ะอิง เธอทำหน้าที่ได้ดีที่สุดแล้วทั้งภรรยาและแม่ของลูก”“ฉันรู้ตัวดีว่าฉันบกพร่อง ฉันให้ความสุขคุณไม่ได้” พูดไปถึงตรงนี้เธอก็เริ่มมีน้ำตาขึ้นมาอีก นับตั้งแต่เธอตั้งท้องลูกชาย จนจวบจนถึง ณ ตอนนี้เธอก็ไม่ได้ทำหน้าที่ภรรยาเลย ด้วยเพราะสุขภาพไม่ดี เธออยากมีลูกอีกสักคนก็ไม่สามารถมีได้เพราะตั้งแต่มีลูกคนแรกร่างกายก็ทรุดโทรมลงไปมาก อย่างไม่ทราบสาเหตุ“วดี ขอบใจเธอมากที่มาช่วยแบ่งเบาภาระ ฉันไม่ไว้ใจใครนอกจากเธอนะ” เหม่ยอิงแย้มยิ้มก่อนที่จะจับมือสามีของเธอและวดีมาเกาะกุมกันไว้“คุณหญิง”“คุณคะ ต่อไปนี้ให้วดีดูแลคุณต่อจากฉันนะคะ เป็นคำขอสุดท้าย ก่อนที่ฉันจะไม่อยู่แล้ว ฉันบอกให้วดีคอยดูแลคุณเองค่ะ ฉันรู้ว่าคุณไม่ค่อยชอบใจนัก แต่ฉันว่าฉันดูคนไม่ผิดนะที่รัก”“พูดอะไรกันอิง เธอยังอยู่ได้อีกนาน”“ฉันรู้ตัวดีค่ะ” ร่างผ่ายผอมแย้มยิ้มให้กับทั้งคู่ ภูดิสมองหน้าวดี เพราะอย่างนี้นี่เองที่วดีชอบเข้าหาเ







