LOGIN"คนชั่วคราวมีไว้แก้ขัด ไม่มีสิทธิ์รักหรือเรียกร้องอะไรทั้งนั้น..."
View Moreเช้าตรู่ในช่วงฤดูฝน ปางอุบลคุณแม่เลี้ยงเดี่ยววัย 21 ปี รีบตื่นขึ้นมาเตรียมวัตถุดิบในการทำแซนด์วิชเหมือนเช่นทุกวัน
นับว่าโชคดีไม่น้อยที่อะพาร์ตเมนต์แห่งนี้ที่เธอเพิ่งจะย้ายมาอยู่ได้เพียง 1 เดือน อนุญาตให้เธอตั้งโต๊ะขายของหน้าอะพาร์ตเมนต์ได้ อุปกรณ์ในการประกอบอาชีพของเธอมีแค่โต๊ะไม้ทรงสูงสำหรับวางขาย และกล่องแซนด์วิชเก็บอุณหภูมิสำหรับนำแซนด์วิชมาจัดเรียงไว้ในกล่องนับว่าสะดวกนัก เด็กชายตัวน้อยวัยเก้าเดือน เมื่อครู่ยังเห็นว่าหลับอุตุอยู่บนเตียงเด็กที่มีคอกกั้น บัดนี้ลืมตาตื่นขึ้นมาตามนาฬิกาชีวิต เขากะพริบตาปริบ ค่อย ๆพลิกตัว แขนป้อม ๆดันตัวเองลุกขึ้นมานั่ง แล้วยกแขนขึ้นมาขยี้ตาไล่ความง่วงงุนพร้อมกับส่งเสียงเรียกมารดา “แม่ แม่” เด็กชายภูบดินทร์ หรือน้องดิน เป็นเด็กวัยกำลังโตและช่างจดจำ คำแรกที่เปล่งออกมาเป็นคำที่มีความหมายแทนเสียงอ้อแอ้ของทารกได้เมื่อเดือนที่แล้ว ก็คือคำว่า “แม่” ปางอุบลคนเป็นแม่ดีใจจนน้ำตาแทบไหลด้วยความตื้นตันที่ลูกชายคนเดียวเอ่ยคำนี้ออกมาได้แล้ว เพราะเป็นคำที่เธอรอฟังอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เด็กน้อยหยัดกายลุกขึ้นมาเกาะคอกกั้นมองไปที่เตียงผู้เป็นแม่ที่อยู่ติดกัน ตากลมโตแป๋วแหวว กวาดไปโดยรอบ เมื่อไม่เห็นผู้เป็นแม่ เขาก็เริ่มเบะปากร้องไห้จ้าขึ้นมาทันทีตามประสาเด็กเล็ก “แง้ ~~” ปางอุบลชะโงกหน้าออกมาจากส่วนครัว เห็นว่าลูกชายตัวน้อยตื่นแล้วจึงวางมือจากทุกอย่างลง แล้วรีบล้างมือแล้วเช็ดไปที่ผ้ากันเปื้อนสีหวาน ก่อนจะวิ่งปรี่ออกมาจากครัวโผเข้ามาอุ้มเขาขึ้นมาจากคอกเด็กพลางกอดลูกน้อยไว้แนบอก “มาแล้ว ๆ ไม่ร้องน้า ดินเด็กดีของแม่ โอ๋ ๆ ๆ”ปางอุบลปลอบโยนพลางกดจมูกลงบนศีรษะเล็กของบุตรชาย เมื่อเด็กชายรู้สึกปลอดภัยในอ้อมอกมารดาแล้ว จึงได้คลายสะอื้นลง ยิ่งเขาโตขึ้นใบหน้าของเขาก็ฉายชัดถึงคนที่เป็นอดีต ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นคนที่เธอเคยรัก เธอมองหน้าลูกชายแล้วก็นึกสะท้อนใจ... เหตุการณ์ย้อนหลังก่อนหน้านี้... “เงินงวดสุดท้าย ฉันโอนให้เธอเรียบร้อยแล้วนะ ต่อไปนี้ก็หมดหน้าที่ของเธอแล้ว”ภูเบศร์กดโอนเงินผ่านแอพพลิเคชันออนไลน์ของธนาคารหนึ่ง ขณะที่ทั้งคู่นอนอยู่บนเตียงกว้างที่เพนท์เฮ้าท์สุดหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยาของเขา ติ๊ง! สิ้นเสียงเตือนดัง ปางอุบลหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาดู ก็ต้องตาเบิกกว้าง เพราะมียอดเงินโอนเข้าบัญชีทั้งสิ้นเป็นจำนวนถึงสองล้านบาท “คุณภู เงินนี่มันอะไรกันคะ”เธอเลิกคิ้วถามด้วยความสงสัย เขาตอบกลับด้วยเสียงเรียบทุ้มอีกเช่นเคย “เงินพิเศษที่ฉันให้อย่างไรล่ะ ตอบแทนที่เธอเป็นเด็กดีของฉันเสมอมา เก็บเอาไว้เรียน แล้วต่อจากนี้ใช้ชีวิตตัวเองให้ดี อย่ากลับมาทำงานแบบนี้อีก” ‘งานแบบนี้?’ ใช่สิ! งานที่เธอทำอยู่ช่างเป็นงานที่ไม่มีเกียรติและศักดิ์ศรี ที่เธอยินยอมเป็นเด็กเลี้ยงภายใต้สัญญาข้อผูกมัดของเขา ตลอดระยะเวลา 6 เดือนนี้ ก็เพราะเงินไม่ใช่หรือ? “ขะ ขอบคุณค่ะ” ปางอุบลก้มหน้ารับด้วยความละอายแก่ใจเกินที่จะโต้เถียง เธอยอมมอบพรมจรรย์ให้เขาก็เพราะเงิน ถึงแม้สุดท้ายเงินนี้จะไม่สามารถฉุดรั้งชีวิตของมารดาที่ป่วยด้วยโรคร้ายไว้ได้ก็ตาม เธอเจอเขาที่ผับสุดหรูแห่งหนึ่ง หลังเวลาเลิกเรียนปางอุบลเข้าไปทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟที่นั่น เพื่อหาเงินพิเศษเพิ่มเติม วันไหนโชคดีหน่อยก็ได้ทิปจากลูกค้ากลับบ้านมาหลายพันบาท และที่นั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอก็ได้เจอกับเขา... “แล้ว คะ คุณภูจะไปไหนเหรอคะ?” ปางอุบลละล่ำละลักถาม ตลอดเวลาที่เป็นเด็กในปกครองของเขา เธอเป็นเด็กที่เจียมเนื้อเจียมตัวเสมอ หากเขาไม่ยินดีเล่าอะไรให้เธอฟัง เธอก็ไม่บังอาจที่จะถามมัน แต่ครั้งนี้ อย่างน้อยก็ควรให้เธอได้รู้ความเป็นไปเกี่ยวกับตัวเขาบ้างก็ยังดี... “ฉันต้องกลับไปสานต่อธุรกิจครอบครัวที่ฮ่องกง ฉันมาที่นี่ก็เพื่อพักผ่อนเท่านั้น”เขาดึงร่างเล็กเข้ามากอดซบใบหน้าที่อกแกร่งเปลือยเปล่า ปลายจมูกกดลงที่เรือนผมแผ่วเบา สูดความหอมกรุ่นละมุนที่เขาเสพติดตลอดระยะเวลาที่อยู่เมืองไทยเข้าเต็มปอด ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าปางอุบล ทำให้เขาลุ่มหลงได้ไม่ยาก ความไร้เดียงสาและช่างเอาอกเอาใจของเธอทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย แต่ถ้าจะให้เขายกเด็กผู้หญิงอย่างเธอมาเป็นภรรยาและแม่ของลูกก็คงยาก ผู้หญิงบางคนก็แค่มีไว้เพื่อรองรับอารมณ์ทางเพศก็เพียงพอ 'คนชั่วคราว มีไว้แก้ขัด ไม่มีสิทธิ์รักหรือเรียกร้องอะไรทั้งนั้น' แต่ทว่า...เธอก็ทำหน้าที่นี้ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง สิ่งที่เธอทำ...มันกลับทำให้เขารู้สึกกลัวขึ้นมา นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้เขาเริ่มคิดหนักและเริ่มคิดที่จะตีตัวออกห่าง เพราะไม่อยากให้ความสัมพันธ์ทางกายมาใช้ผูกมัดความรู้สึกทางใจ “แล้วหนูจะได้เจอคุณภูอีกไหมคะ”ปางอุบลสีหน้าเศร้าสร้อย วาดวงแขนกระชับกอดเอวเขาไว้แน่นพลางออดอ้อน ราวกับไม่อยากให้เขาจากไปไหน ถึงแม้ว่ามันจะเป็นไปไม่ได้ก็ตาม เธอกับเขาผูกมัดกันไว้ด้วยเซ็กส์ไม่ใช่ความรัก เมื่อเขาหมดความต้องการในตัวเธอ เขาก็พร้อมจะจากไปได้ทุกเมื่อ เธอรู้กฏเกณฑ์นี้ได้อย่างลึกซึ้ง “เอาไว้เรื่องนี้ไว้ฉันจะลองคิดดูอีกที...” เขาตอบกลับมาเพียงสั้น ๆ ปางอุบลก็พอจะรู้แก่ใจตน น้ำตาตกข้างในจนหนักอึ้ง นึกไม่ถึงว่าเพียงระยะเวลาไม่นานที่ทำให้เธอรู้สึกดีกับเขามากกว่าเจ้านายและลูกจ้าง เธอคงลืมไปแล้วว่าสำหรับเขา การจะมีเซ็กส์กับใครสักคนไม่จำเป็นต้องมีความรักเข้ามาเกี่ยวข้องก็ได้ เธอสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่แล้วตั้งสติ จนแล้วจนรอดภูเบศร์ก็ยังเป็นผู้ชายที่สุขุมและเย็นชายิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลก ในใจของเขาเธอสัมผัสได้แค่ความแห้งแล้งจากใจเขาเท่านั้น แล้วเธอยังจะคิดฝันอะไรอีก เธอมันโง่บรมที่เอาใจไปผูกไว้กับเขาเอง เธอมันโง่เอง... ‘ครั้งนี้คงเป็นครั้งสุดท้ายแล้วสินะ ที่เราจะได้เจอกัน’“ก็รีบเรียนให้จบสิ จะได้ปั๊มลูกกันเร็ว ๆ” เขาโน้มท้ายทอยเธอลงมาถูไถจมูกเธอกับจมูกเขา ก่อนจะจุ๊บปากไปอีกหนึ่งที“ปะป๊าจุ๊บแม่ต๋า” เด็กน้อยที่นอนอยู่ตรงกลางระหว่างพ่อกับแม่ มองคนทั้งคู่สวีทหวานแหวว ก่อนที่เขาจะยกมือปิดปากแล้วหัวเราะเอิ๊กอ๊าก“ใช่แล้วปะป๊าจุ๊บแม่จ๋าแล้วก็จะจุ๊บดินดินด้วย” พูดจบคนเป็นพ่อก็รวบตัวเจ้าเด็กน้อยมาจุ๊บแก้มกลมซ้ำ ๆแล้วก็เกลือกกลั้วใบหน้าไปที่พุงกลม ๆด้วยความมันเขี้ยวเด็กน้อยหัวเราะร่วนด้วยความจั๊กจี้ “ปะป๊ารักดินเท่าไหน” เด็กน้อยเจื้อยแจ้วเอ่ยถาม“รักเท่าฟ้าเลย”“ปะป๊ารักแม่ต๋าเท่าไหน”“รักเท่าดินดินเลย” ดินที่ไม่แปลว่าผืนดิน แต่หมายถึงรักเท่ากับเด็กน้อยต่างหาก เด็กน้อยหัวเราะชอบใจใหญ่ “แม่ต๋า วันนี้ ปับป๊า...” ภูเบศร์ตาเบิกโพลง กลัวว่าลูกชายจะเอาเรื่องวันนี้มาฟ้องแม่ เขารีบยกมือขึ้นมาปิดปากลูกชายไว้ทันที“ดินดินนอนได้แล้วนะลูก” ภูเบศร์ยิ้มเจื่อนเฉไฉเปลี่ยนเรื่อง เธอหรี่ตามองเขาจับพิรุธ แล้วรีบแกะฝ่ามือหนาออกจากปากลูกชายตัวน้อย“ปะป๊า ทำไมครับหืม?” ปางอุบลคาดคั้นอีก“ปะป๊า...” เด็กน้อยอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ“ดิน ดิน ไม่เอา ไม่พูดนอนดีกว่า นอน นอนกันน้า” ภูเ
วันต่อมา... “ธิปวันนี้มีคุยงานที่บริษัทวัสดุก่อสร้างตอนบ่ายสามนี่หว่า” “ใช่ครับ ผมหาเนิสเซอรีใกล้ ๆ เอาน้องดินไปฝากไว้สักชั่วโมงสองชั่วโมงให้แล้วนะครับ” อธิปรายงานผู้เป็นนาย “โอเค ทำดีมาก” ทำตบบ่าอธิปเบา ๆ ภูเบศร์นำเด็กน้อยไปฝากไว้ แล้วรีบเข้าไปยังบริษัทวัสดุก่อสร้าง คู่ค้ารายใหญ่ ที่อยู่ใกล้ ๆกัน เด็กน้อยเห็นว่ามีของเล่นมากมาย ก็ชอบใจใหญ่ เนิสเซอรีที่นี่ดูแลเด็กได้เป็นอย่างดี เด็กน้อยได้เล่นกับเพื่อน ๆ ด้วย พอเล่นนาน ๆเข้าก็หมดเรี่ยวแรง แล้วก็ง่วงนอนขึ้นมา เด็กน้อยหลับไปในที่สุด พี่เลี้ยงเด็กก็แยกเขาออกมานอนอีกห้อง เพราะเด็กคนอื่นที่ไม่นอนจะได้ไม่รบกวน สองชั่วโมงผ่านไป... “พ่อน้องยังไม่มารับอีกหรือ” พี่เลี้ยงคนหนึ่งเอ่ยถามขึ้น เมื่อเห็นว่าเลยเวลาที่จะมารับแล้ว “เอ เห็นว่าฝากไว้ประมาน 2 ชั่วโมงนะคะ สักพักคงมารับค่ะ น่าจะติดธุระอยู่ค่ะ” คนที่ถามพยักหน้ารับทราบ “ธิปแกรีบเลยนะ งานนี้ต้องใช้วัสดุก่อสร้างค่อนข้างเยอะ ถ้าใบPO (ใบเสนอราคา) ที่ทางนั้นส่งมา เป็นไปตามราคาที่ฉันบอกแกไป ก็ตกลงดีลได้เลย” อธิปรับคำสั่งเจ้านายที่กำลังเดินจ้ำอ้าวออกมาหลังจากคุยธุระเสร็จเร
Rrrrrrrเสียงสมาร์ตโฟนบนที่เขาวางบนโต๊ะประชุมสั่นดังครืดคราด เขาเปิดแอพสนทนาไปดูก็เห็นข้อความมายาวเกือบหนึ่งหน้าพารากราฟ ซึ่งเป็นเรื่องเดิม ๆที่บางอุบลสั่งไว้ก่อนที่เธอจะไปเรียน เธอย้ำคิดย้ำทำจนเขาแทบจะท่องได้จำขึ้นใจ“ถ้าหนูปวดฉี่ฉี่ ปวดอึอึ๊ไหม ต้องบอกปะป๊านะลูก โอเค๊” เด็กน้อยพยักหน้ารับ เด็กน้อยรู้ความมากแล้ว และสามารถบอกความต้องการของตัวเองได้แล้วปางอุบลเพิ่งจะหัดให้เขาเลิกใส่แพมเพิสในตอนกลางวัน ส่วนตอนกลางคืนยังคงให้ใส่อยู่เพราะเขายังติดนอนฉี่ใส่แพมเพิสตอนกลางคืนอยู่“ปับป๊า หม่ำ ๆ”“หิวแล้วหรือ” เด็กน้อยพยักหน้ารับ ก่อนที่ภูเบศร์จะเงยหน้าขึ้นไปแจ้งพนักงาน“ทุกคนครับงั้นเดี๋ยวพักการประชุมสัก 30 นาที แล้วค่อยมาประชุมกันต่อนะครับ” ทุกคนพยักหน้ารับทราบ รอจนผู้เป็นนายเดินออกไปแล้วจึงหันมาซุบซิบกันต่อภูเบศร์อุ่นนมให้ลูกชาย ส่วนอธิปก็ช่วยหยิบข้าวเด็กมาอุ่นในไมโครเวฟแล้วส่งให้ภูเบศร์ จากนั้นเขาก็เริ่มป้อนนมป้อนข้าวลูก“ปับป๊า ดินปวดฉี่ฉี่” จากนั้นก็ถอดกางเกงให้ลูกพาเข้าไปฉี่ในห้องน้ำ แล้วก็ออกมากินนมต่อ ภูเบศร์ปูฟูกที่มุมหนึ่งของห้องทำงาน เด็กน้อยก็ล้มตัวลงนอนยกขาขึ้นมาไขว่ห้
“แง้ ~ แม่~” เด็กน้อยงอแง ร้องหาแม่“เดี๋ยวแม่กลับมาครับ แม่ไปเรียน เดี๋ยวตอนเย็น ๆค่อยไปรับแม่กันนะครับ โอเค๊” เด็กน้อยที่นั่งอยู่บนตักพ่อในห้องทำงาน ลืมแม่ไปได้เพียงแป๊บเดียว แต่ทว่าพอนึกถึงแม่ขึ้นมาก็ร้องไห้โยเยอีก“ธิป ช่วยหน่อยสิวะ”“อ้อ ครับ ๆ” เขาเดินไปหยิบตุ๊กตายางบีบแล้วบีบเสียงปี๊บ ๆเล่นกันเด็กน้อย“น้องดิน ๆ ปี๊บ ๆ เห็นไหม”“แง้~ แม่” เด็กน้อยไม่สนใจ อธิปเกาหัวแกรกๆ ต้องหาอะไรมาหลอกล่อแล้ว เขาหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นเปิดเพลงเบเบี้ ชาร์คขึ้นมาพร้อมกับเต้นอวดสะโพกโยกย้ายตามจังหวะเพลง“เบ้บี้ ชาร์ก ดูด ดู ดู ดูด ฯลฯ”“ฮะ ฮ้า~~”เด็กน้อยตบมือ หัวเราะชอบใจ พร้อมดิ้นลงจากตักผู้เป็นพ่อ เด็กน้อยโยกคลอนศีรษะ และร่างกายไปด้วยตามจังหวะเพลง ดูท่าว่าจะได้ผลเสียด้วย“ปับ ป๊า เต้น เต้น” เด็กน้อยดึงมือคนเป็นพ่อให้ลุกขึ้นมาเต้นเข้าจังหวะเพลงด้วยกัน ช่วยไม่ได้เขาก็ต้องเอาใจลูกสักหน่อย ภูเบศร์จึงลุกขึ้นเต้นกับลูกด้วยขณะที่ทั้งสามคนกำลังเต้นแร้งเต้นกากันอย่างสนุกสนาน จารุณีที่เดินมาตามภูเบศร์เข้าประชุมบริษัทก็เห็นเข้ากับภาพน่ารักของทั้งสามคนจากกระจกบานกว้างหน้าห้องที่ไม่ได้ปิดม่านอัตโนมัติ





