LOGINหลังจากที่ฉันจัดการเก็บของใช้ให้เข้าที่เข้าทางเป็นที่เรียบร้อยทุกอย่างแล้ว ฉันก็เดินออกมาสำรวจข้างนอกต่อว่ามีห้องอะไรอยู่ตรงไหนบ้างฉันจะได้รู้ไว้ และไม่ลืมที่จะเดินไปดูห้องออกกำลังกายของพี่ทามด้วย แต่...ประตูมันล็อกเข้าไปดูไม่ได้ก็เลยอดดูไปหนึ่งห้อง ก็แปลกใจเหมือนกันแหละว่าแค่ห้องออกกำลังกายแต่ทำไมต้องล็อกแน่นหนาขนาดนั้นด้วย
แต่สุดท้ายฉันก็เลิกสนใจแล้วเปลี่ยนไปสำรวจห้องอื่นๆ แทน เดินเข้าๆ ออกๆ ทุกห้องทุกซอกทุกมุมของคอนโดจนเหนื่อยก็เลยเดินไปดื่มน้ำในห้องครัวแทน
ปึก!
“อ่า” ดื่มน้ำเย็นๆ นี่มันสดชื่นจริงๆ เลย ว่าแต่นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้วทำไมฉันรู้สึกหิวจัง แล้วท้องฟ้าข้างนอกมันก็เริ่มเปลี่ยนสีแล้วด้วยมืดครึ้มแปลกๆ เหมือนฝนจะตกเลย
โอ๊ะ! นี่มันห้าโมงเย็นแล้วเหรอ ฉันยังไม่ได้ทานอะไรตั้งแต่มาถึงที่นี่เลยนี่ ถึงว่าทำไมรู้สึกแสบท้องแปลกๆ ไหนขอดูในตู้เย็นหน่อยสิว่ามีอะไรให้ทำกินได้บ้าง
ปึก!
หือ ???
อะไรกันเนี่ยในตู้เย็นไม่มีอะไรเลยนอกจากกระป๋องเบียร์ พวกของสดผัก ไก่ ไข่ ไม่มีเลยเหรอ นี่เขาดื่มเบียร์แทนอาหารทุกมื้อเลยหรือไงถึงได้ไม่เตรียมของสดไว้ในตู้เย็นน่ะ
"ดื่มเก่งขนาดนี้เดี๋ยวตับก็พังกันพอดีหรอก"
ฉันหยิบกระป๋องเบียร์ออกจากตู้เย็นมาดูแล้วบ่นกระปอดกระแปดคนเดียว ก่อนจะส่งกระป๋องเบียร์เข้าไปเก็บในตู้เย็นตามเดิมแล้วปิดประตูลงพร้อมกับระบายลมหายใจออกมาอย่างเซ็งๆ
"เฮ้อ~ แล้วฉันจะเอาไรกินรองท้องล่ะเนี่ย ไม่มีอะไรให้กินสักอย่าง"
“หิวหรือไง”
!!!
เฮือก! ฉันสะดุ้งตกใจเมื่อจู่ๆ เสียงนิ่งๆ เย็นชาของพี่ทามก็ดังขึ้นอยู่ข้างหลัง มาแบบไม่ให้สุ้มให้เสียงเลยอะ “ค่ะ หิวมากพิ้งค์ยังไม่ได้ทานอะไรเลย” ฉันหมุนตัวหันไปหาพี่ทามแล้วทำหน้าหงอยๆ พอเป็นพิธีและไม่ลืมที่จะลูบหน้าท้องให้พี่แกดูด้วย แต่พี่ทามไม่ตอบอะไรนอกจากมองหน้าฉันนิ่ง ในขณะที่ฉันได้แต่ยืนลูบหน้าท้องของตัวเองวนไป...
“...”
“ข้างล่างมีร้านสะดวกซื้อ ลงไปหาซื้อกินเอง”
พูดจบพี่แกก็เดินมาผลักไหล่ฉันจนกระเด็นไปอีกทางเพื่อไม่ให้ฉันยืนบังหน้าตู้เย็นของตัวเองก่อนจะเปิดประตูออกมาแล้วหยิบเบียร์ไปดื่มหนึ่งกระป๋องจากนั้นก็เดินหายไปอย่างไร้ร่องรอยโดยที่ไม่คิดจะหันกลับมาดูดำดูดีฉันอีกเลย
เหอะ! เหอะ!
ฉันพูดไม่ออกเลย หยาบคายมากแล้วที่สำคัญจะเย็นชาอะไรเบอร์นั้นอะคนเรา น้ำใจอะรู้จักไหม พาภรรยาลงไปหาของอร่อยๆ กินน่ะรู้จักไหม หรือไม่ก็เลี้ยงต้อนรับฉันสักหน่อยก็ยังดี นี่อะไรไม่ดูแลแล้วยังเฉยชาอีก ไอ้พี่ทาม! ไอ้คนบ้า ไอ้มนุษย์หน้านิ่งเอ๊ย!
“ลงไปซื้อเองก็ได้วะ ฮึ่ย”
หลังจากที่ด่าพี่ทามในใจจบฉันก็ลงไปซื้อของกินจากร้านสะดวกซื้อข้างล่างคนเดียว ซื้อทุกอย่างที่อยากกินเสร็จก็ขึ้นไปนั่งกินบนห้องที่โซฟาหน้าทีวีคนเดียว ส่วนพี่ทามหลังจากที่เดินหายไปเมื่อหลายนาทีที่แล้วเขาก็ไม่ได้ออกมาอีกเลย ไม่รู้ว่านอนไปแล้วหรือนั่งทำอะไรอยู่หรือเปล่า
แต่ฉันก็ไม่สนใจเขาหรอก จะสนใจไปทำไมขนาดเขายังไม่สนใจฉันเลย...
Rrrr
ครืด~ ครืด~
‘แม่’
“ค่ะแม่” ฉันกรอกเสียงลงไปในโทรศัพท์หลังจากที่ยกขึ้นมาแนบไว้ที่หู ส่วนตาก็ดูทีวีไปพลางๆ
(เป็นไงบ้างลูก อยู่กับพี่เขาได้ใช่ไหม) ฉันกลอกตามองบนทันทีที่รับสายปุ๊บแม่ก็ถามถึงลูกเขยตัวดีเลย แล้วถามอะไรไม่ถาม ถามว่าอยู่กับพี่ทามได้ไหม ได้ตรงไหนล่ะคนใจร้ายแบบนั้นอะ
“ได้หรือไม่ได้พิ้งค์ไม่รู้ แต่ที่รู้ๆ คือลูกเขยแม่ใจร้ายกับพิ้งค์มาก” ฟ้อง ฉันต้องฟ้องให้แม่รู้ว่าลูกเขยสุดที่รักของแม่น่ะใจร้ายกับฉันขนาดไหน
(ใจร้ายยังไงเหรอลูก)
“ก็พี่ทามอะ ไม่ดูแลพิ้งค์เลยให้พิ้งค์หาข้าวหาน้ำกินเอง ทั้งๆ ที่พิ้งค์เพิ่งมาอยู่ที่นี่แท้ๆ ตามหลักแล้วเจ้าบ้านควรจะทำการต้อนรับให้ดีกว่านี้หรือเปล่าอะแม่ แบบพาไปเลี้ยงหมูกระทะ ชาบู หรืออะไรก็ได้อะ ไม่ใช่ไล่ให้พิ้งค์ลงไปซื้อที่ร้านสะดวกซื้อแล้วมานั่งกินคนเดียวแบบนี้อะ”
ได้ทีฉันก็แรปรัวๆ ให้แม่ฟังเลย จนลืมว่าตัวเองต้องหายใจระหว่างพูดด้วย คือฉันเคืองอะที่เขาทำเป็นไม่สนใจฉัน ฉันมาอยู่ที่นี่ในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของเขานะ ไม่ใช่น้องวัวที่จับมาปล่อยให้หากินเองแบบนี้อะ อย่างน้อยๆ แต่งงานกันแล้วก็ต้องพาฉันไปกินหมูกระทะก่อน เพราะฉันอยากกินมาก แต่ดูสิ่งที่ฉันได้กินสิ มาม่าคัปอะ น่าเคืองไหมล่ะ
(พี่เขาแค่ต้องการสอนให้พิ้งค์เอาตัวรอดคนเดียวได้ไงลูก อย่าถือสาพี่เขาเลยนะ) เดี๋ยว แบบนั้นเขาเรียกว่าไม่สนใจไยดีหรือเปล่า ไม่ได้เกี่ยวกับการสอนให้เอาตัวรอดเลยเหอะ แม่นี่จริงๆ เลยเข้าข้างพี่ทามตลอด อีกอย่างเขาควรดูแลศรีภรรยาให้ดีปะ ไม่ใช่ปล่อยปละละเลยแบบนี้
“ไม่ใช่แล้วแม่ แบบนั้นเขาเรียกว่าไม่สนใจหนู เฉยชาอะแม่รู้จักไหมคะ”
(เอาน่าลูก อย่าไปโฟกัสจุดด้อยของพี่เขามากนักเลย อยู่ๆ กันไปเดี๋ยวพี่เขาก็เอ็นดูเราเองแหละ ทำตัวน่ารักๆ อ้อนพี่เขาเยอะๆ เดี๋ยวพี่เขาก็พาไปเองแหละ เชื่อแม่)
“ไม่อะ พรุ่งนี้หนูไปเจอเพื่อนแล้วพอหนูมีเพื่อน หนูจะนัดกับเพื่อนไปกินหมูกระทะกันเองไม่ง้อพี่ทามหรอก”
(ไม่ได้นะพิ้งค์ หนูเพิ่งไปอยู่ที่นั่นจะไปไหนมาไหนให้ไปกับพี่ทามเท่านั้น หรือไม่ถ้าจะไปกับเพื่อนก็ต้องมีพี่เขาไปด้วยจะได้ปลอดภัย)
เฮ้อ แม่อะทำไมต้องรังแกชีวิตวัยรุ่นของฉันแบบนี้ด้วยก็ไม่รู้ รู้ว่าเป็นห่วงแต่ฉันก็โตแล้วปะ อีกอย่างอีตาพี่ทามนั่นแหละตัวดีของความไม่ปลอดภัยเลย ไม่รู้จะกลายร่างเป็นผีบ้าตอนไหนก็ไม่รู้
“พิ้งค์ไม่คุยกับแม่แล้ว” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงกระเง้ากระงอดใส่โทรศัพท์ที่มีแม่อยู่ในสาย เมื่อแม่พูดถึงเรื่องที่ฉันไม่ชอบ
(พิ้งค์...แม่แค่เป็นห่วงลูกเพราะแม่มีลูกคนเดียว หนูเข้าใจแม่ไหม) แม่พูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าตอนแรก ทำเอาฉันที่ทำหน้ายู่อยู่รู้สึกผิดขึ้นมาเลยที่เมื่อกี้ทำเสียงแบบนั้นใส่แม่
-_-
“พิ้งค์เข้าใจ พิ้งค์ขอโทษนะคะ...” ฉันขอโทษแม่เสียงอ่อย “งั้นพิ้งค์ไปนอนก่อนนะคะพรุ่งนี้ต้องไปมหาลัยแต่เช้า” ฉันขออนุญาตวางสายแม่ก่อนเพราะไม่กล้าพูดต่อแล้ว ก็พอแม่เอาเหตุผลนี้มาใช้ฉันก็หงอยเลยสิ เพราะทั้งชีวิตแม่ก็มีแค่ฉันคนเดียวจริงๆ นั่นแหละ
(จ้ะ แม่รักลูกนะ)
“ค่ะ หนูก็รักแม่เหมือนกันค่ะ”
ติ๊ด
พอคุยกับแม่เสร็จฉันก็กดวางสายแล้วปิดทีวีที่ดูอยู่ทันทีเพราะไม่มีอารมณ์จะดูต่อแล้ว อีกอย่างตอนนี้ก็รู้สึกง่วงแล้วด้วย ปิดทีวีเสร็จก็เก็บกวาดของกินที่ซื้อมาให้เรียบร้อยต่อ ก่อนจะเดินไปทางห้องนอนของพี่ทามในลำดับต่อมา...
แอ๊ด~
“กรี๊ดดดดดด อย่าเข้ามานะฉันกลัวแล้ว ได้โปรดไว้ชีวิตฉันเถอะ…. ฮื่อ กรี๊ดดดดด”
กึก!
พอฉันเปิดประตูเข้าไปปุ๊บสิ่งแรกที่ฉันได้ยินก็คือเสียงร้องอ้อนวอนขอชีวิตมาจากทีวีหน้าเตียงนอนของพี่ทาม ซึ่งเขากำลังนั่งดูอยู่ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาดูหนังอะไรอยู่ แต่เสียงที่ฉันได้ยินนี่น่ากลัวมากอะทั้งเสียงกรี๊ดเสียงดนตรีประกอบเหมือนหนังสยองขวัญเลย…
...แต่ฉันก็ไม่ได้สนใจอะไรเขามากหรอกแค่แอบเหลือบมองนิดหน่อยพอเป็นพิธีว่าเขาจะหันมามองฉันไหม แต่เมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้สนใจฉันเลยนอกจากจอทีวีตรงหน้า ฉันก็เลยเดินเลี่ยงไปทางห้องน้ำเพื่อทำธุระก่อนนอนแทน นั่นก็คือการอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมเข้านอนนั่นแหละ
20 นาทีผ่านไป...
แอ๊ด~
หลังจากที่อาบน้ำทาครีมบำรุงเสร็จฉันก็เดินออกมาจากห้องน้ำด้วยชุดนอนลายแสนโปรดของฉันอย่างลูกหมีน้อยแสนน่ารัก
ฉันเดินตรงไปที่เตียงที่มีพี่ทามนั่งพิงหัวเตียงดูหนังอยู่ในท่าเดิม ฉันขึ้นไปนั่งบนเตียงของพี่ทามเหลือบมองเขานิดหน่อยก่อนจะหันไปมองที่หน้าจอทีวีที่เขาดูอยู่...
อ๋อ...ดูหนังสยองขวัญจริงๆ ด้วยถึงว่าเสียงร้องที่ฉันบอกเมื่อกี้มันถึงได้น่ากลัวแบบนั้นก็เพราะมีผู้หญิงใบหน้าอาบเลือดกำลังวิ่งหนีฆาตกรโรคจิตอยู่นี่เอง นี่เขาชอบดูอะไรแบบนี้เหรอ น่ากลัวจะตาย
“พี่ทาม เบาเสียงหน่อยได้ไหมพิ้งค์จะนอนแล้ว”
ฉันหันไปบอกเขาพร้อมตั้งท่าจะล้มตัวนอน ใช่ ฉันกำลังจะนอน และฉันสั่งเขาให้เบาเสียงลง ก็เล่นเปิดทีวีเสียงดังขนาดนั้นใครจะไปหลับลง
“แล้วหมอนข้างที่พี่รองหลังอยู่อะขอได้ไหมจะเอามากั้นตรงกลาง” ฉันมองไปที่หมอนข้างที่อยู่ข้างหลังเขา ซึ่งมันเป็นตัวช่วยสร้างเขตแดนระหว่างฉันกับเขาคืนนี้ไม่ให้ล้ำเส้นเข้ามาฝั่งตรงข้ามได้
“...”
“พี่ทาม พิ้งค์ขอหมอนข้างหน่อยได้ยินไหมเนี่ย” เมื่อเห็นว่าเขาเงียบไม่ตอบฉันเอาแต่ดูทีวีอย่างเดียวฉันก็เลยเอ่ยขอกับเขาอีกรอบ
“จะกั้นตรงกลางให้เปลืองพื้นที่ทำไม”
เขาหันมาพูดกับฉันเสียงนิ่ง ทำเอาฉันเลิ่กลั่กเถียงไม่ออกเลยเมื่อเขาคิดแบบนั้น คือฉันน่ะไม่ได้ห่วงพื้นที่หรอก ฉันห่วงความปลอดภัยของตัวเองต่างหาก ถ้าคอนโดเขามีห้องนอนอีกห้องนะฉันจะขอแยกห้องนอนกับเขาไปเลยไม่มานอนบนเตียงเดียวกันกับเขาแบบนี้หรอก
ก็...นะ ทั้งชีวิตนี้ฉันเคยนอนกับผู้ชายที่ไหนล่ะ ที่นั่งอยู่ตอนนี้ก็ถือว่ากล้ามากพอแล้ว ถึงจะขึ้นชื่อว่าเป็นสามีแล้ว แต่มันก็ยังเร็วไปสำหรับฉันที่จะมานอนร่วมเตียงกับผู้ชายอะ
“ละแล้วพี่จะนอนแบบไม่มีอะไรกั้นหรือไง” ฉันตอบกลับไปเสียงตะกุกตะกัก
“ถ้ากลัวว่าฉันจะทำอะไรเธอต่อให้มีหมอนข้างมากั้นหรือไม่มีฉันก็ทำได้ เพราะฉะนั้นกั้นกับไม่กั้นมีค่าเท่ากันทุกอย่างอยู่ที่ฉัน แต่ไม่ต้องห่วงหรอกเพราะฉันไม่ได้พิศวาสเธอ แค่เห็นเสื้อนอนเธอฉันก็หมดอารมณ์แล้ว”
ว่าจบเขาก็หันไปสนใจทีวีต่อทำเหมือนฉันเป็นธาตุอากาศต่อไป หน็อย!...ทำไมอะ เสื้อนอนฉันมันทำไม ลายน้องหมีมันไม่ดีตรงไหน ออกจะน่ารักขนาดนี้ อีกอย่างมันเข้ากับคนน่ารักสดใสแบบฉันมากด้วย เขานี่มันเข้าไม่ถึงความน่ารักของฉันเลยสักนิด
"พี่อย่ามาบูลลี่น้องหมีพิ้งค์นะ คนเย็นชาแบบพี่อะถ้าเข้าไม่ถึงโมเมนต์น่ารักๆ แบบนี้ก็เงียบไปเลย"
"โมเมนต์เด็กอนุบาลน่ะเหรอ"
เด็กอนุบาลงั้นเหรอ คนบ้านี่ทำไมถึงได้ปากร้ายแบบนี้นะ อนุบาลแล้วไงเดี๋ยวก็โตแล้วปะ ไม่ใช่สิอนุบาลแล้วคิดว่าแซ่บไม่เป็นเหรอ คอยดูเถอะถ้าวันไหนฉันลุกขึ้นมาใส่ชุดนอนไม่ได้นอนขึ้นมาละก็จะสะดุ้งจนลูกตาถลนออกมาเลย
เหอะ!
"จะว่าอะไรก็ว่าไปเถอะอย่าให้เด็กอนุบาลแบบพิ้งค์แซ่บขึ้นมาละกัน เพราะพี่จะตายเอา"
ฟุ่บ!
ว่าจบฉันก็ล้มตัวนอนแล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมทั้งตัวทันที ก่อนจะหันหลังให้พี่ทามไปอีกฝั่ง
เหอะ! คืนแรกก็ปากร้ายใส่ฉันแล้วอะ แล้วแบบนี้คืนอื่นๆ ฉันไม่ต้องประสาทเสียก่อนนอนเพราะเขาเหรอ คิดดูเรียนก็หนักกลับมายังต้องมาปวดหัวกับเขาอีก ฉันคงต้องรักษาตัวเองก่อนจะได้รักษาคนอื่นแน่ ถ้าต้องอยู่ใกล้เขาแบบนี้ทุกวัน
@คอนโดทามไท"อื้ม พี่ทามทำอะไรอะ พิ้งค์โกรธพี่เรื่องที่ทำคอพิ้งค์แดงอยู่นะ"หลังจากที่กลับมาถึงคอนโดทามไทก็เดินเข้าไปโอบกอดน้ำพิ้งค์จากด้านหลังไว้แล้วซุกจมูกคลอเคลียตรงซอกคอของน้ำพิ้งค์จนเจ้าตัวต้องเบือนหน้าหนีแล้วพูดออกไปด้วยน้ำเสียงกระเง้ากระงอด"จะโกรธพี่ทำไม พี่ก็ทำถูกแล้ว""ถูกอะไรของพี่ล่ะ พี่ทำคอพิ้งค์แดงนะ""พี่เป็นผัวเธอนะพิ้งค์ พี่ได้ยินว่าเมียตัวเองจะไปบาร์โฮสต์ พี่ก็ต้องฝากรอยถูกไหม...หรือเธอคิดว่าไงหื้ม?" ทามไทว่าด้วยน้ำเสียงทุ้มลึกซึ่งแฝงไปด้วยความหวงแหนเสมือนเธอเป็นสมบัติส่วนตัวของเขาอย่างเห็นได้ชัดก่อนจะเว้นจังหวะไว้แล้วหมุนตัวน้ำพิ้งค์ให้หันมาเผชิญหน้ากับตนจากนั้นก็ตั้งคำถามขึ้นพร้อมกับสบตาสีน้ำตาลอ่อนของเธออย่างสื่อความหมายทำเอาน้ำพิ้งค์ที่ยืนนิ่งหัวใจเต้นรัวแรงกับสายตาของเขาที่ใช้มองเธอตอนนี้ สายตาที่แฝงไปด้วยความอ่อนโยนและหวงแหนเธออย่างเห็นได้ชัด เธอปฏิเสธความรู้สึกตอนนี้ไม่ได้จริงๆ ว่ามันทำให้หัวใจของเธอเต้นจนจะทะลุออกมานอกอกอยู่แล้ว ความอ่อนโยน ความแทนตัวเองว่าพี่ ความมองเธอด้วยสายตาหวานฉ่ำนั้นปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่ามันทำให้เธอเริ่มควบคุมตัวเองไม่อยู่ เธอไม่คิดว่า
“หึ” ทันทีที่ได้ยินว่าน้ำพิ้งค์พูดออกมาว่ารอบหน้าจะไปบาร์โฮสต์ทามไทก็ยกมือขึ้นมาเท้าเอวทันทีพร้อมกับยิ้มเยาะให้กับความกล้าพูดว่าจะไปบาร์โฮสต์ของน้ำพิ้งค์ทำให้น้ำพิ้งค์ที่ยืนเชิดหน้าเมื่อกี้ถึงกับเลิ่กลั่กทันทีที่เห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของทามไท“เอ่อ พิ้งค์ว่าพิ้งค์ออกไปหาเพื่อนข้างนอกดีกว่า” ว่าจบน้ำพิ้งค์ก็เตรียมหมุนตัวจะเดินออกไปทันทีแต่...หมับเอวบางของเธอก็ถูกรวบให้กลับมาทางเดิมโดยแขนแกร่งของทามไทซะก่อน ก่อนจะถูกดึงให้แนบชิดชนิดที่ปลายจมูกห่างกันแค่เซนเดียวในเวลาต่อมา ทำให้หัวใจดวงน้อยๆ ของเธอเต้นแรงตุบตับรัวแรงอย่างกับกลองสามช่าทันทีเมื่อลมหายใจร้อนๆ ของอีกฝ่ายกำลังเป่ารดอยู่บนริมฝีปากของเธอในขณะที่ดวงตาสีดำขลับดุจหินหยกคู่นั้นของทามไทก็กำลังจ้องลึกลงไปที่ดวงตาของเธอเช่นกันน้ำพิ้งค์นิ่งงันเอาแต่จ้องดวงตาของทามไทอย่างลืมตัวว่าก่อนหน้านี้เธอกำลังคิดจะหนีเพราะกลัวกับรอยยิ้มและท่าทีที่เปลี่ยนไปราวกับปีศาจร้ายมาประทับร่างของทามไท หลังจากที่เธอพูดประโยคที่ไม่ควรพูดออกไป แต่พอถูกดวงตาสีดำขลับจับจ้องอย่างตอนนี้แล้วเธอก็เหมือนถูกมนตร์สะกดอย่างไรอย่างนั้น“จะรีบไปหาเพื่อนทำไมหื้ม?”พรึบ!
ก๊อก ก๊อก ก๊อกแอ๊ด"ขออนุญาตครับคุณทาม ผมมาส่งคุณน้ำพิ้งค์กับเพื่อนๆ ครับ"พี่การ์ดที่ตัวใหญ่และตัวสูงกว่าฉันหลายเท่ารายงานกับเจ้าของห้องที่นั่งจ้องหน้าฉันนิ่งอยู่บนเก้าอี้หลังโต๊ะไม้ขนาดใหญ่กลางห้องใช่ค่ะ เจ้าของที่ว่าก็คือตาบ้าพี่ทามนั่นแหละแล้วนอกจากพี่ทามในห้องนี้ก็ยังมีคนอื่นๆ ที่นั่งเงียบหน้านิ่งทรงเดียวกันเลยนั่นก็คือ พี่ตฤณ พี่เธียร พี่แปลน แล้วก็พี่โยธา แต่ฉันแอบเห็นนะว่าพี่แปลนแอบยิ้มให้ฉันน่ะแต่ฉันไม่ยิ้มกลับหรอกเพราะพี่แปลนหักหลังฉัน ไม่บอกฉันว่าพี่ทามเป็นเจ้าของผับ ฉันอุตส่าห์เห็นเขาเป็นพวกเดียวกันแล้วแท้ๆ"ขอบใจออกไปได้แล้ว"“ครับ” พี่การ์ดรับคำพี่ทามเสร็จพี่แกก็หมุนตัวเดินออกไปจากห้องทันที ทำให้ทั้งห้องกลับมาเงียบอีกครั้งก่อนที่พี่ทามจะขยับตัวพิงเก้าอี้แล้วมองฉันด้วยนัยน์ตาราบเรียบในเวลาต่อมา“...ไง ทำรายงานเสร็จแล้วเหรอถึงมาเที่ยวได้”อึก! ทันทีที่โดนพี่ทามถามฉันก็กลืนน้ำลายลงคอดังอึกทันทีเพราะรู้สึกเสียวสันหลังวาบกับน้ำเสียงนิ่งๆ นั่นหมับ!แต่จู่ๆ ยัยพริกไทยที่ยืนอยู่ข้างหลังมันก็ขยับขึ้นมาจับแขนของฉันไว้แล้วพูดด้วยน้ำเสียงสั่นๆ ออกมาว่า...“พิ้งค์ มึงอย่าเอาพวกกู
20.00 น.@ C Clubหลังจากที่ไปนั่งเล่นอยู่ที่ห้องของยัยพริกไทยหลายชั่วโมง ตอนนี้ฉันก็ออกไปยังสถานบันเทิงที่เรียกว่าซีผับตามที่ยัยพริกไทยบอกเมื่อหลายชั่วโมงที่แล้วแล้วใช่ค่ะ ซีผับเป็นผับที่หรูมากแล้วก็ใหญ่มากด้วย ที่สำคัญตั้งแต่ที่ฉันย่างกรายเดินเข้าไปฉันก็เจอแต่คนหล่อๆ ทั้งนั้น แม้กระทั่งการ์ดหน้าประตูทางเข้ายังหล่อมากเลยคิดดู สมกับที่ยัยพริกไทยบอกว่ามีแต่คนหล่อระดับซุปตาร์จริงๆ มีแต่คนหล่อดูดีเต็มไปหมด ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็เจอแต่ หล่อ หล่อ หล่อ จนฉันรู้สึกเมาทั้งๆ ที่ยังไม่ได้แตะแอลกอฮอล์สักแก้วเลย“มึง ที่นี่โคตรดีเลยอะ มีแต่ผู้ชายหล่อเต็มไปหมดเลย”ฉันหันกลับไปพูดกับยัยพริกไทยหลังจากที่ดูบรรยากาศรอบๆ จนอิ่มใจแล้ว คือไม่อยากจะพูดหรอกนะว่าเหมือนตัวเองอยู่บนสวรรค์ที่มีเหล่าเทวดาล้อมหน้าล้อมหลังอะ คือออร่าแต่ละคนมันพุ่งจนตาฉันแทบบอดจริงๆ สรุปสั้นๆ เลย ผับนี้ดีควรหนีพี่ทามมาอีกหลายๆ รอบ“กูบอกแล้วว่าเป็นผับที่อุดมไปด้วยคนหล่ออาหารตาเกรดพรีเมียมทั้งนั้น”“จริง คือแต่ละคนสามารถไปเดบิวต์เป็นไอดอลเกาหลีเลยอะ” ฉันว่าต่ออย่างเห็นด้วย“พูดก็พูดไปนะมึง กูได้ข่าวมาว่าดาราหลายคนที่เราเห็นอยู่กันต
วันต่อมา...“เรียนเสร็จแล้วโทร. มาบอกด้วยเดี๋ยวเย็นนี้มารับ”“…”“ไม่ต้องมารับค่ะ วันนี้พิ้งค์จะกลับกับเพื่อน”“ทำไมต้องกลับกับเพื่อนด้วย”“ไม่ทำไมหรอกค่ะ พิ้งค์รู้สึกอยากนั่งรถกลับกับเพื่อนบ้าง”“ถามจริง วันนี้เป็นอะไรตั้งแต่ตื่นมาเธอก็ทำหน้าตึงใส่ฉันไม่หยุดเลยนะ”“เหรอคะ พิ้งค์ก็ว่าพิ้งค์ทำหน้าปกตินะ ไม่ได้ตึงเลย ไปก่อนนะคะ”ว่าจบฉันก็เปิดประตูลงจากรถของพี่ทามจากนั้นก็เดินเข้าไปในคณะของตัวเอง ไม่นานรถของพี่ทามที่จอดอยู่หน้าคณะของฉันก็ขับออกไปเหอะ ยังมีหน้ามาถามฉันว่าเป็นอะไรอีกเหรอ เป็นคนสวยไงแต่เป็นคนสวยที่หน้าตึงเพราะงอนผัวตัวเองอีกทีไงล่ะหลังจากที่เมื่อคืนฉันกับพี่ทามมีปากเสียงก่อนนอนกันเล็กน้อย ฉันก็ตัดสินใจว่าจะงอนพี่ทามทันทีเพราะฉันรู้สึกโมโหแล้วก็หงุดหงิดพี่ทามมากๆเอาจริงๆ ก็ไม่อยากโมโหแล้วก็งอนเหรอกแต่ฉันไม่พอใจท่าทางพี่ทามเมื่อคืนไง ทั้งเสียงเข้มหน้าดุขึงขังแล้วที่สำคัญเขาทำโทษฉันเพราะเรื่องของพี่น้ำแข็ง ทีแรกก็ว่าจะปล่อยผ่านนั่นแหละแต่ก่อนนอนเมื่อคืนดันหงุดหงิดพี่ทามซะก่อนฉันก็เลยเอาทุกอย่างมายำรวมกันเลย วันนี้ก็เลยหน้าตึงแต่เช้า“น้ำพิ้งค์! จุ๊กรุ๊วทางนี้เพื่อน” ใคร ใค
[ Nampink Part ]หลายนาทีผ่านไป...บางที...ฉันก็อยากเสียน้ำตา ฉันก็อยากร้องไห้ ฉันก็อยากกรีดร้องโวยวาย และฉันก็อยากกระทืบเท้าแล้วทำหน้าขึงขังให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลยฉันอยากจะตะโกนให้มันลั่นห้องว่า!ฉัน! เมื่อย! ขา!!!!!!!ไอ้พี่ทาม ไอ้คนบ้า ยังเห็นว่าฉันเป็นเมียของตัวเองอยู่ไหม ทำไมต้องมาสั่งให้ฉันสำนึกผิดแล้วเข้ามุมแบบนี้ด้วยฉันยืนจนขาจะเป็นตะคริวอยู่แล้วนะ! ออกมาจากห้องน้ำสักทีเถอะ! ฮือ T_T“ยืนดีๆ จะขยับเขยื้อนทำไม” ฮึ่ย! ออกมาแล้วเหรอไอ้คนเผด็จการ! ปล่อยให้ฉันยืนจนขาลากเกือบชั่วโมงขวับ!“เมื่อไหร่จะเลิกสั่งทำโทษพิ้งค์ พิ้งค์ยืนต่อไปไม่ไหวแล้วนะ” ฉันหันขวับมองตาเขียวใส่พี่ทามที่อยู่ในชุดคลุมอาบน้ำหัวฟูๆ เผยซิกซ์แพ็กหน่อยๆ กำลังยืนพิงขอบประตูแบบเท่ๆเหอะ! เท่ตายแหละอย่าให้ถึงทีน้ำพิ้งค์นะ ฉันจะให้เข้ามุมโดยเอาขาขึ้นข้างบนแล้วทรงตัวด้วยมือสองข้างแทน“ไปอาบน้ำได้แล้ว อาบเสร็จก็มานั่งคัดลายมือต่อ”คัดลายมือ!! นี่ฉันต้องคัดลายมือด้วยเหรอ? ฉันไม่ใช่เด็กอนุบาลนะ อีพี่ทามเป็นบ้าอะไรกับฉันหนักหนาฮะ! แค่นี้ฉันก็สำนึกผิดไม่หมดแล้วไหม นี่ยังจะให้ฉันคัดลายมือเพิ่มอีกเหรอ เป็นครูเหรอถึงได้สั่

![My Engineerรักร้ายนายจอมโหด [ต้าร์พินอิน]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





