Share

บทที่ 4 ‘พี่ชาย’  

Author: Duck.bell
last update Last Updated: 2026-03-05 11:47:44

“ทานข้าวที่ไหนกันดีอะ อยากได้บรรยากาศแบบทานข้าวไปด้วยแล้วนั่งมองผู้ชายไปด้วยอะ”

อันนี้ไม่ใช่ฉันพูดนะ แต่เป็นยัยพริกไทยที่พูดด้วยสีหน้าดี๊ด๊าตามปกติของมันต่างหากละ ซึ่งแตกต่างจากฉันกับยัยสวยที่ดมยาดมกันอยู่สองคน

คือตอนนี้พวกเราเรียนคาบเช้าเสร็จแล้ว ใช่ ย้ำว่าเรียน มาวันแรกก็เรียนเลย ฉันนึกว่ามหาวิทยาลัยจะเป็นเหมือนมัธยมที่มาวันแรกก็นั่งคุยไร้สาระไปก่อน แต่มหาวิทยาลัยไม่ใช่จ้ะ ถามไถ่ที่มาที่ไปและเกริ่นเรื่องพอเป็นพิธีเท่านั้นหลังจากนั้นก็ลากพวกฉันลงทะเลเลยจ้ะ ดำน้ำกันสนุกสนานเลย ตอนนี้เลยรู้สึกเหมือนพวกไร้วิญญาณเดินออกมาแบบนี้ไง

“อยากมองผู้ชายก็ต้องโรงอาหารวิศวะปะ ฉันได้ยินพวกข้างหลังคุยกันเมื่อกี้ว่าอาหารก็อร่อยด้วย”

“เรียลลี้? งั้นโกวๆ เลยจ้ะ”

ฉันแนะนำจบยัยพริกไทยก็เดินนำฉันกับยัยสวยไปเลยโดยไม่รอพวกฉันสองคนที่มาด้วยกัน ละพอถึงโรงอาหารวิศวะสิ่งที่ไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นก็ทำพวกฉันอ้าปากค้างตะลึงกันเลยทีเดียวเมื่อโรงอาหารแห่งนี้เต็มไปด้วยคนหล่ออย่างอปป้าสาขาเกาหลีเดินกันให้ควั่ก

โอ๊ย นี่มันสวรรค์ชัดๆ ทำไมมีแต่เทพบุตรเดินถือจานข้าวแกงเยอะขนาดนี้!

“พิ้งค์ แกแนะนำที่ได้ดีมากเพื่อน...ฉันรักโรงอาหารวิศวะ ไอเลิฟเฮียร์!” ยัยพริกไทยหันมาพรรณนาโวหารกับฉันด้วยสายตาคลั่งไคล้ก่อนจะเดินนำเข้าไปในโรงอาหารทันที ฉันก็เลยรีบคว้าแขนยัยสวยที่ยืนเอ๋ออยู่ไปด้วยอย่างไว

พวกฉันสามคนเดินผ่านเหล่าหนุ่มๆ ที่นั่งมองอยู่ที่โต๊ะด้วยความมาดมั่น ประหนึ่งที่ตรงนี้คือรันเวย์สำหรับพวกฉัน ยกเว้นยัยสวยคนเดียวมันเดินก้มหน้าก้มตามองพื้นอย่างเดียวเลย

ยัยสวยนี่จริงๆ เลยมีใบหน้าที่สวยแท้ๆ แต่กลับไม่เอาออกมาใช้ ดูอย่างฉันกับพริกไทยสิเชิดจนคอเกร็งหมดแล้ว

“แกงส้มราดข้าวจานหนึ่งค่ะ” เสียงหวานเชียวนะยัยพริกไทย

“ข้าวมันไก่ทอดจานหนึ่งค่ะ” เอากับมันด้วย

“เอ่อ…ของหนูข้าวหมูแดงค่ะ” ยัยสวย

พอมาถึงร้านปุ๊บพวกฉันทั้งสามคนก็สั่งข้าวกับป้าที่อยู่ในร้านทันที แต่ป้าแกกลับมองพวกฉันอย่างงงๆ ก่อนจะเหลือบตามองไปที่อีกฝั่งของพวกฉันแทน พวกฉันก็เลยมองตามป้าแกด้วย...

“อุ๊ย!”

ก็เลยสะดุ้งตกใจพร้อมกันเมื่อหันไปแล้วดันเจอสายตาประชาชีที่กำลังเข้าแถวรอซื้ออาหารร้านป้าแกมองจิกอยู่ และหนึ่งในนั้นก็มีคนที่ฉันรู้จักอย่างพี่ทามยืนเข้าแถวอยู่ด้วย

ฟุ่บ!

ฉันเลยรีบก้มหน้าหลบสายตาพี่ทามทันทีที่พี่เขายืนจ้องฉันด้วยสายตาเรียบนิ่งอย่างที่ชอบทำ เอาแล้วไงฉันโดนดุอีกแน่ๆ ที่มาแซงคิวแบบนี้

“น้องปีหนึ่งคณะแพทยศาสตร์นี่หว่า มาทานข้าวถึงที่นี่เลยเหรอวะ” คนที่พูดน่าจะเป็นหนึ่งในเพื่อนของพี่ทามแน่ๆ เพราะเสียงมันอยู่ใกล้ฉันแค่นี้เอง

“ใช่ค่ะ ปีหนึ่งจากคณะแพทย์ ขอโทษนะคะไม่ได้ตั้งใจจะแซงคิวพี่ๆ พอดีไม่ทันเห็น” เป็นยัยพริกไทยที่ออกโรงแก้ตัวแทนแล้วยกมือขอโทษพวกพี่ๆ เขาก่อนจะดึงมือฉันกับยัยสวยเดินไปเข้าแถวข้างหลังสุด

“สวยทำไมแกไม่บอกว่ามีคนอื่นเข้าแถวอยู่”

“พวกแกเดินเชิดฉันเดินก้มหน้าฉันจะเห็นได้ไงเล่า” ยัยสวยรีบตอบเมื่อโดนยัยพริกไทยว่า

“เอาน่าๆ ไม่ต้องเถียงกันไม่มีใครผิด” ฉันรีบปรามยัยพริกไทยกับยัยสวยที่ทำท่าจะวางมวยกัน นี่แค่เพิ่งรู้จักกันแค่ครึ่งวันนะพวกมันสองคนก็จะวางมวยกันแล้ว ไม่อยากนึกถึงอีกสามปีที่ยังไม่มาถึงเลยว่าจะเละขนาดไหน

หมับ!

“เฮ้ย!” ฉันที่กำลังยืนหันหน้าคุยกับเพื่อนอยู่ จู่ๆ ก็โดนลากออกมาโดยใครบางคนแต่พอเห็นหน้าคนลากเท่านั้นแหละฉันก็ถามเขาทันที

“พี่ทามพี่จะลากพิ้งค์ไปไหนเนี่ย”

“...” แต่คนถูกถามอย่างพี่ทามกลับไม่ตอบฉันแต่เดินหน้านิ่งลากฉันไปไหนสักที่ ก่อนจะผลักฉันไปนั่งที่โต๊ะแล้ววางจานข้าวมันไก่ทอดที่ฉันสั่งก่อนหน้านี้ลงมาตรงหน้าฉันและไม่นานเพื่อนๆ ฉันก็เดินตามมาพร้อมถาดอาหารที่ตัวเองสั่งไปก่อนหน้านี้เหมือนกัน

“วันหลังก็ใช้ระดับสายตาให้เหมือนคนปกติทั่วไปจะได้เห็นว่าคนอื่นเขาเข้าแถวกันอยู่”

จึ๊ ฉันเงยหน้าขึ้นถลึงตาใส่พี่ทามทันทีที่ว่าฉันแต่คนถูกถลึงตาใส่กลับไม่สะทกสะท้านอะไรก่อนจะเดินไปนั่งที่โต๊ะตัวเองซึ่งอยู่ถัดไปจากโต๊ะฉันหนึ่งตัวแถมพอไปนั่งกับกลุ่มเพื่อนแล้วยังนั่งหันหน้าเข้าหาฉันอีก

แล้วใครมันจะทานข้าวลงล่ะ

( - -) (- - )

“พิ้งค์...พิ้งค์...วอเตอร์พิ้งค์!!”

!!!

“อะไรของแกยัยพริกไทยเรียกซะฉันตกใจเลย” ฉันละสายตาจากพี่ทามที่กำลังจ้องหน้าอยู่หันไปเหลือบมองยัยพริกไทยที่เรียกฉันซะเสียงดังลั่นจนโต๊ะอื่นๆ ที่นั่งอยู่ใกล้ๆ หันมามองกันหมด ถามจริงเถอะยัยนี่มันรู้จักคำว่าอายผู้คนบ้างไหมเนี่ย

“ไม่ตกใจสิแปลกฉันเรียกแกตั้งสามรอบกว่าจะได้ยิน...อธิบายหน่อยว่าพวกพี่เขาเป็นใครแล้วแกรู้จักได้ไง”

“เอ่อ…พี่ชายฉันเองอะ” ฉันตอบยัยพริกไทยด้วยความเลิ่กลั่กเล็กน้อย เพราะลืมวางแผนเรื่องนี้

“ฮะ พี่ชาย! แกมีพี่ชายเรียนอยู่ที่นี่ด้วยเหรอ” ยัยพริกไทยทำหน้าตกใจที่ฉันบอกมันว่าพี่ทามคือพี่ชายฉันส่วนยัยสวยที่นั่งอ้าปากจะยัดข้าวเข้าปากก็ถึงกับชะงักหันขวับมาหาฉันเหมือนกัน

อะไรของพวกมันเนี่ยแค่บอกว่าพี่ทามเป็นพี่ชายฉันทำไมรีแอ็กชันมันต้องตกใจเว่อร์ขนาดนั้นด้วย หรือว่าฉันโกหกไม่เนียน ต้องเนียนสิเพราะหน้าฉันกับหน้าพี่ทามมีแต่มีคนบอกว่าคล้ายกันตั้งแต่เด็ก

“อืม เรียนวิศวะปีสาม” ฉันตอบนิ่งๆ ทำหน้าเฉยๆ พลางเหลือบมองพวกมันสองคน

“แก...พี่ชายแกหล่อมาก...เพื่อนๆ พี่แกก็หล่อมากด้วยแถมยังเลี้ยงข้าวฉันกับยัยสวยด้วย”

เฮ้อ ฉันถึงกับแอบลอบถอนหายใจออกมาเมื่อได้ยินที่ยัยพริกไทยพูดออกมา นึกว่าพวกมันจะไม่เชื่อฉันแล้ว คือฉันเลือกที่จะโกหกเพื่อนก็เพราะว่าฉันไม่อยากมานั่งอธิบายเหตุผลที่ฉันโดนจับแต่งไงล่ะ มันดูนิยายมากเลยนะที่โดนจับแต่งงานเพราะเหตุผลน่าถอนหายใจของแม่อะ

“จริงดิ” ฉันแกล้งทำหน้าตื่นเต้นกับพวกมันไป

“เออ! แกเห็นพี่ที่นั่งข้างพี่ชายแกปะ ฉันจอง” ยัยพริกไทยหันไปข้างหลังตัวเองแล้วแอบชี้ที่พี่ผู้ชายซึ่งนั่งอยู่ข้างพี่ทาม ซึ่งหน้าตาหล่อเหลาเอาการมากดูเป็นผู้ชายที่หล่อและอบอุ่นในเวลาเดียวกันซึ่งแตกต่างจากคนที่นั่งอยู่ข้างๆ อย่างสิ้นเชิง

นั่นไง...มีการหันมายิ้มให้ฉันกับยัยพริกไทยด้วย

“เชี่ยพี่เขายิ้มให้กูด้วยอะ...เขินว่ะ” ฮะ? ฉันหันขวับมองยัยพริกไทยทันทีที่มันพูดคำว่าเขินออกมา คือคนอย่างมันนี่นะรู้จักใช้คำว่าเขิน ถ้ามันเขินแล้วคุณสวยที่นั่งหน้าแดงตอนนี้ล่ะเรียกว่าอะไร

“สวย เป็นไรปะหน้าแดงทำไม” ฉันถามยัยสวยที่นั่งอมยิ้มเขินเล็กเขินน้อยหลังจากที่หันกลับมาทางเดิม

“พี่ชายแกอะ ขอได้ปะ”

ขวับ!

“อะไรเล่าก็พี่แกตกฉันอะ” ยัยสวยรีบพูดออกมาทันทีเมื่อโดนฉันจ้องขวับเข้าให้ ยัยสวยเห็นนิ่งๆ แต่แกจะมายิ่งใหญ่ภายหลังแบบนี้ไม่ได้นะ นั่นมันสามีของฉันนะเว้ย

“ไม่ได้แกจะชอบพี่ชายฉันไม่ได้”

"ทำไมอะ"

"..." ทำไม มันต้องมีทำไมด้วยเหรอวะ แล้วฉันจะตอบมันว่ายังไงเนี่ย...เอาไงดีอะ

"เอ่อ...พี่ฉันไม่ชอบผู้หญิงอะ"

"พี่เป็นเกย์เหรอ?" เกย์? เออน่าสนใจดีนะ

"ใช่ พี่ฉันเป็นเกย์" เอาวะดีกว่าให้เพื่อนชอบแล้วมารู้ว่าฉันกับพี่ทามเป็นอะไรกันละกัน

"เสียดายว่ะ...แล้วงี้พี่ไมโครเวฟของกูจะเป็นด้วยป่าววะ" พี่ไมโครเวฟ? ใครคือพี่ไมโครเวฟของยัยพริกไทยวะ

"มึงหมายถึงใครวะพริก"

"ก็คนที่นั่งอยู่ข้างพี่มึงนั่นไง" มันรีบตอบด้วยสีหน้าบูดบึ้งทันทีเหมือนหงุดหงิดพี่ทามอะที่ทำให้มันเริ่มไม่แน่ใจในตัวพี่ไมโครเวฟของมันก่อนจะนั่งเขี่ยข้าวในจานเล่นรวมถึงยัยสวยด้วย นี่ฉันทำบาปกับเพื่อนหรือเปล่าวะที่มาดับฝันของเพื่อนแบบนี้อะ

:(

:(

“น้องสวย!”

ขวับ!

“อ้าว พี่ภีมมาทานข้าวเหรอคะ” ยัยสวยเงยหน้าขึ้นจากจานข้าวแล้วยิ้มร่าให้ผู้ชายที่ตะโกนเรียกชื่อมันข้างหลังฉัน...ก่อนที่เขาจะเดินมาถึงโต๊ะพวกเรา “ครับ” และทันทีที่ฉันเห็นใบหน้าของผู้มาใหม่ ตาฉันก็เบิกกว้างทันที...

OMG นี่มันพรหมลิขิตชัดๆ บ้าบอมากนี่มันคนที่ฉันชนเขาเมื่อเช้านี่

“เอ๋อ...พี่ภีมนี่เพื่อนๆ สวยเอง น้ำพิ้งค์กับพริกไทย ส่วนพวกแกนี่พี่ชายเราเองพี่ภีมเรียนแพทย์เหมือนกัน” พี่ภีมชื่อน่ารักจัง

“ไงชื่อน้ำพิ้งค์เหรอเรา” โอ๊ยใครก็ได้ช่วยเอาถังออกซิเจนมาให้ฉันด่วน ฉันหายใจไม่ทัน พระเจ้านี่มันคนหรือเทพบุตร หล่ออะไรขนาดนี้!

“อะอ้อ...ใช่ค่ะ ชื่อน้ำพิ้งค์ค่ะ” ฉันยกมือทัดผมไว้ข้างหลังหูแล้วตอบพี่เขาอย่างเขินอาย พี่เขาก็เลยยิ้มตาหยีให้ฉัน โอ๊ยแม่! เปลี่ยนสามีให้พิ้งค์ตอนนี้ได้ไหม พิ้งค์จะเอาคนนี้! คนอะไรหล่อวัวตายควายล้มมากอะ

ติ่ง!

ฉันควานหาโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะในขณะที่สายตาก็ยังแอบมองพี่ภีมอยู่...อ่านข้อความปุ๊บฉันก็เงยหน้าขึ้นไปมองพี่ทามที่นั่งอยู่อีกโต๊ะทันที...

พี่ทาม: บิดขนาดนั้นกลัวคนอื่นไม่รู้หรือไงว่าเป็นง่อย

ก็ดูพี่มันส่งข้อความมาให้ฉันสิ ปากร้ายจริงๆ เลย ฉันก็เลยรีบพิมพ์ส่งกลับไปอย่างไม่ยอมแพ้

น้ำพิ้งค์: ง่อยอะไรของพี่ พิ้งค์แค่บิดขี้เกียจเฉยๆ

จ้ะ ฉันส่งไปได้แค่นั้นแหละ เพราะถ้าพิมพ์แรงๆ กลับไปเดี๋ยวนางแคปส่งให้แม่ฉันอีก

พี่ทาม: เบาได้เบา ถ้าไม่อยากให้ฉันรายงานแม่เธอ

จึ๊ ยุ่งจริงๆ ไอ้มารขัดความสุขของฉัน!

“ทานข้าวเถอะพี่ไม่กวนละ” แล้วพี่ภีมก็เดินจากไปจากโต๊ะของพวกฉันแต่ฉันยังไม่อยากให้ไปเลย อยากให้อยู่ตรงนี้นานๆ อะ คนอะไรหล่อชะมัดเลย...ยิ้มหวานตาหยีดูอบอุ่นน่ารักปุ๊กปิ๊กไปหมด แตกต่างจากสามีที่แม่ให้ฉันแต่งงานอย่างสิ้นเชิง รายนั้นทั้งดุทั้งขรึมแถมปากร้ายด้วย

“สวย พี่แกมีแฟนยังอะ” ฉันยื่นหน้าถามยัยสวยที่นั่งอยู่ข้างหน้าอย่างอยากรู้

“มีแฟนแล้ว”

“จริงดิ”

“จริง นู่นอะเดินมานู่นละพี่น้ำแข็งเรียนวิศวะปีสาม”

ขวับ!

ฉันหันขวับทันทีที่ยัยสวยพยักหน้าไปด้านหลังฉันซึ่งมีผู้หญิงที่ชื่อน้ำแข็งกำลังเดินเข้ามาในโรงอาหารแห่งนี้และกำลังจะเดินผ่านโต๊ะพวกฉันไปยังโต๊ะของพี่ทามแล้วก็หยุดอยู่ตรงนั้นสักพัก คุยอะไรไม่รู้กับพี่ทามแล้วก็เดินไปหาพี่ภีมที่ร้านข้าว

นี่รู้จักกันเหรอ บ้าจริงมารหัวใจฉันรู้จักกับพี่ทามด้วยอะ

“พี่ชายแกกับพี่สะใภ้ของสวยรู้จักกันด้วยอะพิ้งค์ เอาไงดีอะศัตรูหัวใจรู้จักกับคนใกล้ชิดนี่จัดการยากนะ”

เออ จัดการยาก ถ้าอนาคตฉันปลื้มพี่ภีมขึ้นมาจริงๆ แล้วผู้หญิงที่ชื่อน้ำแข็งเอาไปฟ้องพี่ทามฉันซวยแน่!

จิ๊ ขัดใจว่ะ

“ช่างมันเถอะ แต่สวยฉันปลื้มพี่แกว่ะ อยากได้”

“แลกกัน”

แลกกัน? ให้ฉันเอาพี่ทามถวายให้มันน่ะเหรอ ฉันบอกว่าพี่ทามเป็นเกย์มันยังจะชอบอีกเหรอ

“แต่พี่ฉันเป็นเกย์นะ”

“เดี๋ยวฉันจะทำให้พี่แกกลับมาชอบผู้หญิง!”

เอาแล้วไงฉัน พี่ชายเพื่อนก็อยากได้ เพื่อนก็ดันมาอยากได้สามีตัวเองอีก โอ๊ยวงวารอะไรของฉันเนี่ย

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • My Wife เมียเด็กของนายวิศวะ   บทที่ 39   ‘ต้องการเธอตลอดไป’

    @คอนโดทามไท"อื้ม พี่ทามทำอะไรอะ พิ้งค์โกรธพี่เรื่องที่ทำคอพิ้งค์แดงอยู่นะ"หลังจากที่กลับมาถึงคอนโดทามไทก็เดินเข้าไปโอบกอดน้ำพิ้งค์จากด้านหลังไว้แล้วซุกจมูกคลอเคลียตรงซอกคอของน้ำพิ้งค์จนเจ้าตัวต้องเบือนหน้าหนีแล้วพูดออกไปด้วยน้ำเสียงกระเง้ากระงอด"จะโกรธพี่ทำไม พี่ก็ทำถูกแล้ว""ถูกอะไรของพี่ล่ะ พี่ทำคอพิ้งค์แดงนะ""พี่เป็นผัวเธอนะพิ้งค์ พี่ได้ยินว่าเมียตัวเองจะไปบาร์โฮสต์ พี่ก็ต้องฝากรอยถูกไหม...หรือเธอคิดว่าไงหื้ม?" ทามไทว่าด้วยน้ำเสียงทุ้มลึกซึ่งแฝงไปด้วยความหวงแหนเสมือนเธอเป็นสมบัติส่วนตัวของเขาอย่างเห็นได้ชัดก่อนจะเว้นจังหวะไว้แล้วหมุนตัวน้ำพิ้งค์ให้หันมาเผชิญหน้ากับตนจากนั้นก็ตั้งคำถามขึ้นพร้อมกับสบตาสีน้ำตาลอ่อนของเธออย่างสื่อความหมายทำเอาน้ำพิ้งค์ที่ยืนนิ่งหัวใจเต้นรัวแรงกับสายตาของเขาที่ใช้มองเธอตอนนี้ สายตาที่แฝงไปด้วยความอ่อนโยนและหวงแหนเธออย่างเห็นได้ชัด เธอปฏิเสธความรู้สึกตอนนี้ไม่ได้จริงๆ ว่ามันทำให้หัวใจของเธอเต้นจนจะทะลุออกมานอกอกอยู่แล้ว ความอ่อนโยน ความแทนตัวเองว่าพี่ ความมองเธอด้วยสายตาหวานฉ่ำนั้นปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่ามันทำให้เธอเริ่มควบคุมตัวเองไม่อยู่ เธอไม่คิดว่า

  • My Wife เมียเด็กของนายวิศวะ   บทที่ 38    ‘คนคลั่งเมีย’  

    “หึ” ทันทีที่ได้ยินว่าน้ำพิ้งค์พูดออกมาว่ารอบหน้าจะไปบาร์โฮสต์ทามไทก็ยกมือขึ้นมาเท้าเอวทันทีพร้อมกับยิ้มเยาะให้กับความกล้าพูดว่าจะไปบาร์โฮสต์ของน้ำพิ้งค์ทำให้น้ำพิ้งค์ที่ยืนเชิดหน้าเมื่อกี้ถึงกับเลิ่กลั่กทันทีที่เห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของทามไท“เอ่อ พิ้งค์ว่าพิ้งค์ออกไปหาเพื่อนข้างนอกดีกว่า” ว่าจบน้ำพิ้งค์ก็เตรียมหมุนตัวจะเดินออกไปทันทีแต่...หมับเอวบางของเธอก็ถูกรวบให้กลับมาทางเดิมโดยแขนแกร่งของทามไทซะก่อน ก่อนจะถูกดึงให้แนบชิดชนิดที่ปลายจมูกห่างกันแค่เซนเดียวในเวลาต่อมา ทำให้หัวใจดวงน้อยๆ ของเธอเต้นแรงตุบตับรัวแรงอย่างกับกลองสามช่าทันทีเมื่อลมหายใจร้อนๆ ของอีกฝ่ายกำลังเป่ารดอยู่บนริมฝีปากของเธอในขณะที่ดวงตาสีดำขลับดุจหินหยกคู่นั้นของทามไทก็กำลังจ้องลึกลงไปที่ดวงตาของเธอเช่นกันน้ำพิ้งค์นิ่งงันเอาแต่จ้องดวงตาของทามไทอย่างลืมตัวว่าก่อนหน้านี้เธอกำลังคิดจะหนีเพราะกลัวกับรอยยิ้มและท่าทีที่เปลี่ยนไปราวกับปีศาจร้ายมาประทับร่างของทามไท หลังจากที่เธอพูดประโยคที่ไม่ควรพูดออกไป แต่พอถูกดวงตาสีดำขลับจับจ้องอย่างตอนนี้แล้วเธอก็เหมือนถูกมนตร์สะกดอย่างไรอย่างนั้น“จะรีบไปหาเพื่อนทำไมหื้ม?”พรึบ!

  • My Wife เมียเด็กของนายวิศวะ   บทที่ 37   ‘สิ่งที่ถูกซ่อนไว้’

    ก๊อก ก๊อก ก๊อกแอ๊ด"ขออนุญาตครับคุณทาม ผมมาส่งคุณน้ำพิ้งค์กับเพื่อนๆ ครับ"พี่การ์ดที่ตัวใหญ่และตัวสูงกว่าฉันหลายเท่ารายงานกับเจ้าของห้องที่นั่งจ้องหน้าฉันนิ่งอยู่บนเก้าอี้หลังโต๊ะไม้ขนาดใหญ่กลางห้องใช่ค่ะ เจ้าของที่ว่าก็คือตาบ้าพี่ทามนั่นแหละแล้วนอกจากพี่ทามในห้องนี้ก็ยังมีคนอื่นๆ ที่นั่งเงียบหน้านิ่งทรงเดียวกันเลยนั่นก็คือ พี่ตฤณ พี่เธียร พี่แปลน แล้วก็พี่โยธา แต่ฉันแอบเห็นนะว่าพี่แปลนแอบยิ้มให้ฉันน่ะแต่ฉันไม่ยิ้มกลับหรอกเพราะพี่แปลนหักหลังฉัน ไม่บอกฉันว่าพี่ทามเป็นเจ้าของผับ ฉันอุตส่าห์เห็นเขาเป็นพวกเดียวกันแล้วแท้ๆ"ขอบใจออกไปได้แล้ว"“ครับ” พี่การ์ดรับคำพี่ทามเสร็จพี่แกก็หมุนตัวเดินออกไปจากห้องทันที ทำให้ทั้งห้องกลับมาเงียบอีกครั้งก่อนที่พี่ทามจะขยับตัวพิงเก้าอี้แล้วมองฉันด้วยนัยน์ตาราบเรียบในเวลาต่อมา“...ไง ทำรายงานเสร็จแล้วเหรอถึงมาเที่ยวได้”อึก! ทันทีที่โดนพี่ทามถามฉันก็กลืนน้ำลายลงคอดังอึกทันทีเพราะรู้สึกเสียวสันหลังวาบกับน้ำเสียงนิ่งๆ นั่นหมับ!แต่จู่ๆ ยัยพริกไทยที่ยืนอยู่ข้างหลังมันก็ขยับขึ้นมาจับแขนของฉันไว้แล้วพูดด้วยน้ำเสียงสั่นๆ ออกมาว่า...“พิ้งค์ มึงอย่าเอาพวกกู

  • My Wife เมียเด็กของนายวิศวะ   บทที่ 36    ‘หนีเที่ยวเป็นเหตุ’

    20.00 น.@ C Clubหลังจากที่ไปนั่งเล่นอยู่ที่ห้องของยัยพริกไทยหลายชั่วโมง ตอนนี้ฉันก็ออกไปยังสถานบันเทิงที่เรียกว่าซีผับตามที่ยัยพริกไทยบอกเมื่อหลายชั่วโมงที่แล้วแล้วใช่ค่ะ ซีผับเป็นผับที่หรูมากแล้วก็ใหญ่มากด้วย ที่สำคัญตั้งแต่ที่ฉันย่างกรายเดินเข้าไปฉันก็เจอแต่คนหล่อๆ ทั้งนั้น แม้กระทั่งการ์ดหน้าประตูทางเข้ายังหล่อมากเลยคิดดู สมกับที่ยัยพริกไทยบอกว่ามีแต่คนหล่อระดับซุปตาร์จริงๆ มีแต่คนหล่อดูดีเต็มไปหมด ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็เจอแต่ หล่อ หล่อ หล่อ จนฉันรู้สึกเมาทั้งๆ ที่ยังไม่ได้แตะแอลกอฮอล์สักแก้วเลย“มึง ที่นี่โคตรดีเลยอะ มีแต่ผู้ชายหล่อเต็มไปหมดเลย”ฉันหันกลับไปพูดกับยัยพริกไทยหลังจากที่ดูบรรยากาศรอบๆ จนอิ่มใจแล้ว คือไม่อยากจะพูดหรอกนะว่าเหมือนตัวเองอยู่บนสวรรค์ที่มีเหล่าเทวดาล้อมหน้าล้อมหลังอะ คือออร่าแต่ละคนมันพุ่งจนตาฉันแทบบอดจริงๆ สรุปสั้นๆ เลย ผับนี้ดีควรหนีพี่ทามมาอีกหลายๆ รอบ“กูบอกแล้วว่าเป็นผับที่อุดมไปด้วยคนหล่ออาหารตาเกรดพรีเมียมทั้งนั้น”“จริง คือแต่ละคนสามารถไปเดบิวต์เป็นไอดอลเกาหลีเลยอะ” ฉันว่าต่ออย่างเห็นด้วย“พูดก็พูดไปนะมึง กูได้ข่าวมาว่าดาราหลายคนที่เราเห็นอยู่กันต

  • My Wife เมียเด็กของนายวิศวะ   บทที่ 35 ‘ทำรายงานห้องเพื่อน’

    วันต่อมา...“เรียนเสร็จแล้วโทร. มาบอกด้วยเดี๋ยวเย็นนี้มารับ”“…”“ไม่ต้องมารับค่ะ วันนี้พิ้งค์จะกลับกับเพื่อน”“ทำไมต้องกลับกับเพื่อนด้วย”“ไม่ทำไมหรอกค่ะ พิ้งค์รู้สึกอยากนั่งรถกลับกับเพื่อนบ้าง”“ถามจริง วันนี้เป็นอะไรตั้งแต่ตื่นมาเธอก็ทำหน้าตึงใส่ฉันไม่หยุดเลยนะ”“เหรอคะ พิ้งค์ก็ว่าพิ้งค์ทำหน้าปกตินะ ไม่ได้ตึงเลย ไปก่อนนะคะ”ว่าจบฉันก็เปิดประตูลงจากรถของพี่ทามจากนั้นก็เดินเข้าไปในคณะของตัวเอง ไม่นานรถของพี่ทามที่จอดอยู่หน้าคณะของฉันก็ขับออกไปเหอะ ยังมีหน้ามาถามฉันว่าเป็นอะไรอีกเหรอ เป็นคนสวยไงแต่เป็นคนสวยที่หน้าตึงเพราะงอนผัวตัวเองอีกทีไงล่ะหลังจากที่เมื่อคืนฉันกับพี่ทามมีปากเสียงก่อนนอนกันเล็กน้อย ฉันก็ตัดสินใจว่าจะงอนพี่ทามทันทีเพราะฉันรู้สึกโมโหแล้วก็หงุดหงิดพี่ทามมากๆเอาจริงๆ ก็ไม่อยากโมโหแล้วก็งอนเหรอกแต่ฉันไม่พอใจท่าทางพี่ทามเมื่อคืนไง ทั้งเสียงเข้มหน้าดุขึงขังแล้วที่สำคัญเขาทำโทษฉันเพราะเรื่องของพี่น้ำแข็ง ทีแรกก็ว่าจะปล่อยผ่านนั่นแหละแต่ก่อนนอนเมื่อคืนดันหงุดหงิดพี่ทามซะก่อนฉันก็เลยเอาทุกอย่างมายำรวมกันเลย วันนี้ก็เลยหน้าตึงแต่เช้า“น้ำพิ้งค์! จุ๊กรุ๊วทางนี้เพื่อน” ใคร ใค

  • My Wife เมียเด็กของนายวิศวะ   บทที่ 34   ‘งอน’

    [ Nampink Part ]หลายนาทีผ่านไป...บางที...ฉันก็อยากเสียน้ำตา ฉันก็อยากร้องไห้ ฉันก็อยากกรีดร้องโวยวาย และฉันก็อยากกระทืบเท้าแล้วทำหน้าขึงขังให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลยฉันอยากจะตะโกนให้มันลั่นห้องว่า!ฉัน! เมื่อย! ขา!!!!!!!ไอ้พี่ทาม ไอ้คนบ้า ยังเห็นว่าฉันเป็นเมียของตัวเองอยู่ไหม ทำไมต้องมาสั่งให้ฉันสำนึกผิดแล้วเข้ามุมแบบนี้ด้วยฉันยืนจนขาจะเป็นตะคริวอยู่แล้วนะ! ออกมาจากห้องน้ำสักทีเถอะ! ฮือ T_T“ยืนดีๆ จะขยับเขยื้อนทำไม” ฮึ่ย! ออกมาแล้วเหรอไอ้คนเผด็จการ! ปล่อยให้ฉันยืนจนขาลากเกือบชั่วโมงขวับ!“เมื่อไหร่จะเลิกสั่งทำโทษพิ้งค์ พิ้งค์ยืนต่อไปไม่ไหวแล้วนะ” ฉันหันขวับมองตาเขียวใส่พี่ทามที่อยู่ในชุดคลุมอาบน้ำหัวฟูๆ เผยซิกซ์แพ็กหน่อยๆ กำลังยืนพิงขอบประตูแบบเท่ๆเหอะ! เท่ตายแหละอย่าให้ถึงทีน้ำพิ้งค์นะ ฉันจะให้เข้ามุมโดยเอาขาขึ้นข้างบนแล้วทรงตัวด้วยมือสองข้างแทน“ไปอาบน้ำได้แล้ว อาบเสร็จก็มานั่งคัดลายมือต่อ”คัดลายมือ!! นี่ฉันต้องคัดลายมือด้วยเหรอ? ฉันไม่ใช่เด็กอนุบาลนะ อีพี่ทามเป็นบ้าอะไรกับฉันหนักหนาฮะ! แค่นี้ฉันก็สำนึกผิดไม่หมดแล้วไหม นี่ยังจะให้ฉันคัดลายมือเพิ่มอีกเหรอ เป็นครูเหรอถึงได้สั่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status