LOGIN“ทานข้าวที่ไหนกันดีอะ อยากได้บรรยากาศแบบทานข้าวไปด้วยแล้วนั่งมองผู้ชายไปด้วยอะ”
อันนี้ไม่ใช่ฉันพูดนะ แต่เป็นยัยพริกไทยที่พูดด้วยสีหน้าดี๊ด๊าตามปกติของมันต่างหากละ ซึ่งแตกต่างจากฉันกับยัยสวยที่ดมยาดมกันอยู่สองคน
คือตอนนี้พวกเราเรียนคาบเช้าเสร็จแล้ว ใช่ ย้ำว่าเรียน มาวันแรกก็เรียนเลย ฉันนึกว่ามหาวิทยาลัยจะเป็นเหมือนมัธยมที่มาวันแรกก็นั่งคุยไร้สาระไปก่อน แต่มหาวิทยาลัยไม่ใช่จ้ะ ถามไถ่ที่มาที่ไปและเกริ่นเรื่องพอเป็นพิธีเท่านั้นหลังจากนั้นก็ลากพวกฉันลงทะเลเลยจ้ะ ดำน้ำกันสนุกสนานเลย ตอนนี้เลยรู้สึกเหมือนพวกไร้วิญญาณเดินออกมาแบบนี้ไง
“อยากมองผู้ชายก็ต้องโรงอาหารวิศวะปะ ฉันได้ยินพวกข้างหลังคุยกันเมื่อกี้ว่าอาหารก็อร่อยด้วย”
“เรียลลี้? งั้นโกวๆ เลยจ้ะ”
ฉันแนะนำจบยัยพริกไทยก็เดินนำฉันกับยัยสวยไปเลยโดยไม่รอพวกฉันสองคนที่มาด้วยกัน ละพอถึงโรงอาหารวิศวะสิ่งที่ไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นก็ทำพวกฉันอ้าปากค้างตะลึงกันเลยทีเดียวเมื่อโรงอาหารแห่งนี้เต็มไปด้วยคนหล่ออย่างอปป้าสาขาเกาหลีเดินกันให้ควั่ก
โอ๊ย นี่มันสวรรค์ชัดๆ ทำไมมีแต่เทพบุตรเดินถือจานข้าวแกงเยอะขนาดนี้!
“พิ้งค์ แกแนะนำที่ได้ดีมากเพื่อน...ฉันรักโรงอาหารวิศวะ ไอเลิฟเฮียร์!” ยัยพริกไทยหันมาพรรณนาโวหารกับฉันด้วยสายตาคลั่งไคล้ก่อนจะเดินนำเข้าไปในโรงอาหารทันที ฉันก็เลยรีบคว้าแขนยัยสวยที่ยืนเอ๋ออยู่ไปด้วยอย่างไว
พวกฉันสามคนเดินผ่านเหล่าหนุ่มๆ ที่นั่งมองอยู่ที่โต๊ะด้วยความมาดมั่น ประหนึ่งที่ตรงนี้คือรันเวย์สำหรับพวกฉัน ยกเว้นยัยสวยคนเดียวมันเดินก้มหน้าก้มตามองพื้นอย่างเดียวเลย
ยัยสวยนี่จริงๆ เลยมีใบหน้าที่สวยแท้ๆ แต่กลับไม่เอาออกมาใช้ ดูอย่างฉันกับพริกไทยสิเชิดจนคอเกร็งหมดแล้ว
“แกงส้มราดข้าวจานหนึ่งค่ะ” เสียงหวานเชียวนะยัยพริกไทย
“ข้าวมันไก่ทอดจานหนึ่งค่ะ” เอากับมันด้วย
“เอ่อ…ของหนูข้าวหมูแดงค่ะ” ยัยสวย
พอมาถึงร้านปุ๊บพวกฉันทั้งสามคนก็สั่งข้าวกับป้าที่อยู่ในร้านทันที แต่ป้าแกกลับมองพวกฉันอย่างงงๆ ก่อนจะเหลือบตามองไปที่อีกฝั่งของพวกฉันแทน พวกฉันก็เลยมองตามป้าแกด้วย...
“อุ๊ย!”
ก็เลยสะดุ้งตกใจพร้อมกันเมื่อหันไปแล้วดันเจอสายตาประชาชีที่กำลังเข้าแถวรอซื้ออาหารร้านป้าแกมองจิกอยู่ และหนึ่งในนั้นก็มีคนที่ฉันรู้จักอย่างพี่ทามยืนเข้าแถวอยู่ด้วย
ฟุ่บ!
ฉันเลยรีบก้มหน้าหลบสายตาพี่ทามทันทีที่พี่เขายืนจ้องฉันด้วยสายตาเรียบนิ่งอย่างที่ชอบทำ เอาแล้วไงฉันโดนดุอีกแน่ๆ ที่มาแซงคิวแบบนี้
“น้องปีหนึ่งคณะแพทยศาสตร์นี่หว่า มาทานข้าวถึงที่นี่เลยเหรอวะ” คนที่พูดน่าจะเป็นหนึ่งในเพื่อนของพี่ทามแน่ๆ เพราะเสียงมันอยู่ใกล้ฉันแค่นี้เอง
“ใช่ค่ะ ปีหนึ่งจากคณะแพทย์ ขอโทษนะคะไม่ได้ตั้งใจจะแซงคิวพี่ๆ พอดีไม่ทันเห็น” เป็นยัยพริกไทยที่ออกโรงแก้ตัวแทนแล้วยกมือขอโทษพวกพี่ๆ เขาก่อนจะดึงมือฉันกับยัยสวยเดินไปเข้าแถวข้างหลังสุด
“สวยทำไมแกไม่บอกว่ามีคนอื่นเข้าแถวอยู่”
“พวกแกเดินเชิดฉันเดินก้มหน้าฉันจะเห็นได้ไงเล่า” ยัยสวยรีบตอบเมื่อโดนยัยพริกไทยว่า
“เอาน่าๆ ไม่ต้องเถียงกันไม่มีใครผิด” ฉันรีบปรามยัยพริกไทยกับยัยสวยที่ทำท่าจะวางมวยกัน นี่แค่เพิ่งรู้จักกันแค่ครึ่งวันนะพวกมันสองคนก็จะวางมวยกันแล้ว ไม่อยากนึกถึงอีกสามปีที่ยังไม่มาถึงเลยว่าจะเละขนาดไหน
หมับ!
“เฮ้ย!” ฉันที่กำลังยืนหันหน้าคุยกับเพื่อนอยู่ จู่ๆ ก็โดนลากออกมาโดยใครบางคนแต่พอเห็นหน้าคนลากเท่านั้นแหละฉันก็ถามเขาทันที
“พี่ทามพี่จะลากพิ้งค์ไปไหนเนี่ย”
“...” แต่คนถูกถามอย่างพี่ทามกลับไม่ตอบฉันแต่เดินหน้านิ่งลากฉันไปไหนสักที่ ก่อนจะผลักฉันไปนั่งที่โต๊ะแล้ววางจานข้าวมันไก่ทอดที่ฉันสั่งก่อนหน้านี้ลงมาตรงหน้าฉันและไม่นานเพื่อนๆ ฉันก็เดินตามมาพร้อมถาดอาหารที่ตัวเองสั่งไปก่อนหน้านี้เหมือนกัน
“วันหลังก็ใช้ระดับสายตาให้เหมือนคนปกติทั่วไปจะได้เห็นว่าคนอื่นเขาเข้าแถวกันอยู่”
จึ๊ ฉันเงยหน้าขึ้นถลึงตาใส่พี่ทามทันทีที่ว่าฉันแต่คนถูกถลึงตาใส่กลับไม่สะทกสะท้านอะไรก่อนจะเดินไปนั่งที่โต๊ะตัวเองซึ่งอยู่ถัดไปจากโต๊ะฉันหนึ่งตัวแถมพอไปนั่งกับกลุ่มเพื่อนแล้วยังนั่งหันหน้าเข้าหาฉันอีก
แล้วใครมันจะทานข้าวลงล่ะ
( - -) (- - )
“พิ้งค์...พิ้งค์...วอเตอร์พิ้งค์!!”
!!!
“อะไรของแกยัยพริกไทยเรียกซะฉันตกใจเลย” ฉันละสายตาจากพี่ทามที่กำลังจ้องหน้าอยู่หันไปเหลือบมองยัยพริกไทยที่เรียกฉันซะเสียงดังลั่นจนโต๊ะอื่นๆ ที่นั่งอยู่ใกล้ๆ หันมามองกันหมด ถามจริงเถอะยัยนี่มันรู้จักคำว่าอายผู้คนบ้างไหมเนี่ย
“ไม่ตกใจสิแปลกฉันเรียกแกตั้งสามรอบกว่าจะได้ยิน...อธิบายหน่อยว่าพวกพี่เขาเป็นใครแล้วแกรู้จักได้ไง”
“เอ่อ…พี่ชายฉันเองอะ” ฉันตอบยัยพริกไทยด้วยความเลิ่กลั่กเล็กน้อย เพราะลืมวางแผนเรื่องนี้
“ฮะ พี่ชาย! แกมีพี่ชายเรียนอยู่ที่นี่ด้วยเหรอ” ยัยพริกไทยทำหน้าตกใจที่ฉันบอกมันว่าพี่ทามคือพี่ชายฉันส่วนยัยสวยที่นั่งอ้าปากจะยัดข้าวเข้าปากก็ถึงกับชะงักหันขวับมาหาฉันเหมือนกัน
อะไรของพวกมันเนี่ยแค่บอกว่าพี่ทามเป็นพี่ชายฉันทำไมรีแอ็กชันมันต้องตกใจเว่อร์ขนาดนั้นด้วย หรือว่าฉันโกหกไม่เนียน ต้องเนียนสิเพราะหน้าฉันกับหน้าพี่ทามมีแต่มีคนบอกว่าคล้ายกันตั้งแต่เด็ก
“อืม เรียนวิศวะปีสาม” ฉันตอบนิ่งๆ ทำหน้าเฉยๆ พลางเหลือบมองพวกมันสองคน
“แก...พี่ชายแกหล่อมาก...เพื่อนๆ พี่แกก็หล่อมากด้วยแถมยังเลี้ยงข้าวฉันกับยัยสวยด้วย”
เฮ้อ ฉันถึงกับแอบลอบถอนหายใจออกมาเมื่อได้ยินที่ยัยพริกไทยพูดออกมา นึกว่าพวกมันจะไม่เชื่อฉันแล้ว คือฉันเลือกที่จะโกหกเพื่อนก็เพราะว่าฉันไม่อยากมานั่งอธิบายเหตุผลที่ฉันโดนจับแต่งไงล่ะ มันดูนิยายมากเลยนะที่โดนจับแต่งงานเพราะเหตุผลน่าถอนหายใจของแม่อะ
“จริงดิ” ฉันแกล้งทำหน้าตื่นเต้นกับพวกมันไป
“เออ! แกเห็นพี่ที่นั่งข้างพี่ชายแกปะ ฉันจอง” ยัยพริกไทยหันไปข้างหลังตัวเองแล้วแอบชี้ที่พี่ผู้ชายซึ่งนั่งอยู่ข้างพี่ทาม ซึ่งหน้าตาหล่อเหลาเอาการมากดูเป็นผู้ชายที่หล่อและอบอุ่นในเวลาเดียวกันซึ่งแตกต่างจากคนที่นั่งอยู่ข้างๆ อย่างสิ้นเชิง
นั่นไง...มีการหันมายิ้มให้ฉันกับยัยพริกไทยด้วย
“เชี่ยพี่เขายิ้มให้กูด้วยอะ...เขินว่ะ” ฮะ? ฉันหันขวับมองยัยพริกไทยทันทีที่มันพูดคำว่าเขินออกมา คือคนอย่างมันนี่นะรู้จักใช้คำว่าเขิน ถ้ามันเขินแล้วคุณสวยที่นั่งหน้าแดงตอนนี้ล่ะเรียกว่าอะไร
“สวย เป็นไรปะหน้าแดงทำไม” ฉันถามยัยสวยที่นั่งอมยิ้มเขินเล็กเขินน้อยหลังจากที่หันกลับมาทางเดิม
“พี่ชายแกอะ ขอได้ปะ”
ขวับ!
“อะไรเล่าก็พี่แกตกฉันอะ” ยัยสวยรีบพูดออกมาทันทีเมื่อโดนฉันจ้องขวับเข้าให้ ยัยสวยเห็นนิ่งๆ แต่แกจะมายิ่งใหญ่ภายหลังแบบนี้ไม่ได้นะ นั่นมันสามีของฉันนะเว้ย
“ไม่ได้แกจะชอบพี่ชายฉันไม่ได้”
"ทำไมอะ"
"..." ทำไม มันต้องมีทำไมด้วยเหรอวะ แล้วฉันจะตอบมันว่ายังไงเนี่ย...เอาไงดีอะ
"เอ่อ...พี่ฉันไม่ชอบผู้หญิงอะ"
"พี่เป็นเกย์เหรอ?" เกย์? เออน่าสนใจดีนะ
"ใช่ พี่ฉันเป็นเกย์" เอาวะดีกว่าให้เพื่อนชอบแล้วมารู้ว่าฉันกับพี่ทามเป็นอะไรกันละกัน
"เสียดายว่ะ...แล้วงี้พี่ไมโครเวฟของกูจะเป็นด้วยป่าววะ" พี่ไมโครเวฟ? ใครคือพี่ไมโครเวฟของยัยพริกไทยวะ
"มึงหมายถึงใครวะพริก"
"ก็คนที่นั่งอยู่ข้างพี่มึงนั่นไง" มันรีบตอบด้วยสีหน้าบูดบึ้งทันทีเหมือนหงุดหงิดพี่ทามอะที่ทำให้มันเริ่มไม่แน่ใจในตัวพี่ไมโครเวฟของมันก่อนจะนั่งเขี่ยข้าวในจานเล่นรวมถึงยัยสวยด้วย นี่ฉันทำบาปกับเพื่อนหรือเปล่าวะที่มาดับฝันของเพื่อนแบบนี้อะ
:(
:(
“น้องสวย!”
ขวับ!
“อ้าว พี่ภีมมาทานข้าวเหรอคะ” ยัยสวยเงยหน้าขึ้นจากจานข้าวแล้วยิ้มร่าให้ผู้ชายที่ตะโกนเรียกชื่อมันข้างหลังฉัน...ก่อนที่เขาจะเดินมาถึงโต๊ะพวกเรา “ครับ” และทันทีที่ฉันเห็นใบหน้าของผู้มาใหม่ ตาฉันก็เบิกกว้างทันที...
OMG นี่มันพรหมลิขิตชัดๆ บ้าบอมากนี่มันคนที่ฉันชนเขาเมื่อเช้านี่
“เอ๋อ...พี่ภีมนี่เพื่อนๆ สวยเอง น้ำพิ้งค์กับพริกไทย ส่วนพวกแกนี่พี่ชายเราเองพี่ภีมเรียนแพทย์เหมือนกัน” พี่ภีมชื่อน่ารักจัง
“ไงชื่อน้ำพิ้งค์เหรอเรา” โอ๊ยใครก็ได้ช่วยเอาถังออกซิเจนมาให้ฉันด่วน ฉันหายใจไม่ทัน พระเจ้านี่มันคนหรือเทพบุตร หล่ออะไรขนาดนี้!
“อะอ้อ...ใช่ค่ะ ชื่อน้ำพิ้งค์ค่ะ” ฉันยกมือทัดผมไว้ข้างหลังหูแล้วตอบพี่เขาอย่างเขินอาย พี่เขาก็เลยยิ้มตาหยีให้ฉัน โอ๊ยแม่! เปลี่ยนสามีให้พิ้งค์ตอนนี้ได้ไหม พิ้งค์จะเอาคนนี้! คนอะไรหล่อวัวตายควายล้มมากอะ
ติ่ง!
ฉันควานหาโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะในขณะที่สายตาก็ยังแอบมองพี่ภีมอยู่...อ่านข้อความปุ๊บฉันก็เงยหน้าขึ้นไปมองพี่ทามที่นั่งอยู่อีกโต๊ะทันที...
พี่ทาม: บิดขนาดนั้นกลัวคนอื่นไม่รู้หรือไงว่าเป็นง่อย
ก็ดูพี่มันส่งข้อความมาให้ฉันสิ ปากร้ายจริงๆ เลย ฉันก็เลยรีบพิมพ์ส่งกลับไปอย่างไม่ยอมแพ้
น้ำพิ้งค์: ง่อยอะไรของพี่ พิ้งค์แค่บิดขี้เกียจเฉยๆ
จ้ะ ฉันส่งไปได้แค่นั้นแหละ เพราะถ้าพิมพ์แรงๆ กลับไปเดี๋ยวนางแคปส่งให้แม่ฉันอีก
พี่ทาม: เบาได้เบา ถ้าไม่อยากให้ฉันรายงานแม่เธอ
จึ๊ ยุ่งจริงๆ ไอ้มารขัดความสุขของฉัน!
“ทานข้าวเถอะพี่ไม่กวนละ” แล้วพี่ภีมก็เดินจากไปจากโต๊ะของพวกฉันแต่ฉันยังไม่อยากให้ไปเลย อยากให้อยู่ตรงนี้นานๆ อะ คนอะไรหล่อชะมัดเลย...ยิ้มหวานตาหยีดูอบอุ่นน่ารักปุ๊กปิ๊กไปหมด แตกต่างจากสามีที่แม่ให้ฉันแต่งงานอย่างสิ้นเชิง รายนั้นทั้งดุทั้งขรึมแถมปากร้ายด้วย
“สวย พี่แกมีแฟนยังอะ” ฉันยื่นหน้าถามยัยสวยที่นั่งอยู่ข้างหน้าอย่างอยากรู้
“มีแฟนแล้ว”
“จริงดิ”
“จริง นู่นอะเดินมานู่นละพี่น้ำแข็งเรียนวิศวะปีสาม”
ขวับ!
ฉันหันขวับทันทีที่ยัยสวยพยักหน้าไปด้านหลังฉันซึ่งมีผู้หญิงที่ชื่อน้ำแข็งกำลังเดินเข้ามาในโรงอาหารแห่งนี้และกำลังจะเดินผ่านโต๊ะพวกฉันไปยังโต๊ะของพี่ทามแล้วก็หยุดอยู่ตรงนั้นสักพัก คุยอะไรไม่รู้กับพี่ทามแล้วก็เดินไปหาพี่ภีมที่ร้านข้าว
นี่รู้จักกันเหรอ บ้าจริงมารหัวใจฉันรู้จักกับพี่ทามด้วยอะ
“พี่ชายแกกับพี่สะใภ้ของสวยรู้จักกันด้วยอะพิ้งค์ เอาไงดีอะศัตรูหัวใจรู้จักกับคนใกล้ชิดนี่จัดการยากนะ”
เออ จัดการยาก ถ้าอนาคตฉันปลื้มพี่ภีมขึ้นมาจริงๆ แล้วผู้หญิงที่ชื่อน้ำแข็งเอาไปฟ้องพี่ทามฉันซวยแน่!
จิ๊ ขัดใจว่ะ
“ช่างมันเถอะ แต่สวยฉันปลื้มพี่แกว่ะ อยากได้”
“แลกกัน”
แลกกัน? ให้ฉันเอาพี่ทามถวายให้มันน่ะเหรอ ฉันบอกว่าพี่ทามเป็นเกย์มันยังจะชอบอีกเหรอ
“แต่พี่ฉันเป็นเกย์นะ”
“เดี๋ยวฉันจะทำให้พี่แกกลับมาชอบผู้หญิง!”
เอาแล้วไงฉัน พี่ชายเพื่อนก็อยากได้ เพื่อนก็ดันมาอยากได้สามีตัวเองอีก โอ๊ยวงวารอะไรของฉันเนี่ย
@คอนโดทามไท"อื้ม พี่ทามทำอะไรอะ พิ้งค์โกรธพี่เรื่องที่ทำคอพิ้งค์แดงอยู่นะ"หลังจากที่กลับมาถึงคอนโดทามไทก็เดินเข้าไปโอบกอดน้ำพิ้งค์จากด้านหลังไว้แล้วซุกจมูกคลอเคลียตรงซอกคอของน้ำพิ้งค์จนเจ้าตัวต้องเบือนหน้าหนีแล้วพูดออกไปด้วยน้ำเสียงกระเง้ากระงอด"จะโกรธพี่ทำไม พี่ก็ทำถูกแล้ว""ถูกอะไรของพี่ล่ะ พี่ทำคอพิ้งค์แดงนะ""พี่เป็นผัวเธอนะพิ้งค์ พี่ได้ยินว่าเมียตัวเองจะไปบาร์โฮสต์ พี่ก็ต้องฝากรอยถูกไหม...หรือเธอคิดว่าไงหื้ม?" ทามไทว่าด้วยน้ำเสียงทุ้มลึกซึ่งแฝงไปด้วยความหวงแหนเสมือนเธอเป็นสมบัติส่วนตัวของเขาอย่างเห็นได้ชัดก่อนจะเว้นจังหวะไว้แล้วหมุนตัวน้ำพิ้งค์ให้หันมาเผชิญหน้ากับตนจากนั้นก็ตั้งคำถามขึ้นพร้อมกับสบตาสีน้ำตาลอ่อนของเธออย่างสื่อความหมายทำเอาน้ำพิ้งค์ที่ยืนนิ่งหัวใจเต้นรัวแรงกับสายตาของเขาที่ใช้มองเธอตอนนี้ สายตาที่แฝงไปด้วยความอ่อนโยนและหวงแหนเธออย่างเห็นได้ชัด เธอปฏิเสธความรู้สึกตอนนี้ไม่ได้จริงๆ ว่ามันทำให้หัวใจของเธอเต้นจนจะทะลุออกมานอกอกอยู่แล้ว ความอ่อนโยน ความแทนตัวเองว่าพี่ ความมองเธอด้วยสายตาหวานฉ่ำนั้นปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่ามันทำให้เธอเริ่มควบคุมตัวเองไม่อยู่ เธอไม่คิดว่า
“หึ” ทันทีที่ได้ยินว่าน้ำพิ้งค์พูดออกมาว่ารอบหน้าจะไปบาร์โฮสต์ทามไทก็ยกมือขึ้นมาเท้าเอวทันทีพร้อมกับยิ้มเยาะให้กับความกล้าพูดว่าจะไปบาร์โฮสต์ของน้ำพิ้งค์ทำให้น้ำพิ้งค์ที่ยืนเชิดหน้าเมื่อกี้ถึงกับเลิ่กลั่กทันทีที่เห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของทามไท“เอ่อ พิ้งค์ว่าพิ้งค์ออกไปหาเพื่อนข้างนอกดีกว่า” ว่าจบน้ำพิ้งค์ก็เตรียมหมุนตัวจะเดินออกไปทันทีแต่...หมับเอวบางของเธอก็ถูกรวบให้กลับมาทางเดิมโดยแขนแกร่งของทามไทซะก่อน ก่อนจะถูกดึงให้แนบชิดชนิดที่ปลายจมูกห่างกันแค่เซนเดียวในเวลาต่อมา ทำให้หัวใจดวงน้อยๆ ของเธอเต้นแรงตุบตับรัวแรงอย่างกับกลองสามช่าทันทีเมื่อลมหายใจร้อนๆ ของอีกฝ่ายกำลังเป่ารดอยู่บนริมฝีปากของเธอในขณะที่ดวงตาสีดำขลับดุจหินหยกคู่นั้นของทามไทก็กำลังจ้องลึกลงไปที่ดวงตาของเธอเช่นกันน้ำพิ้งค์นิ่งงันเอาแต่จ้องดวงตาของทามไทอย่างลืมตัวว่าก่อนหน้านี้เธอกำลังคิดจะหนีเพราะกลัวกับรอยยิ้มและท่าทีที่เปลี่ยนไปราวกับปีศาจร้ายมาประทับร่างของทามไท หลังจากที่เธอพูดประโยคที่ไม่ควรพูดออกไป แต่พอถูกดวงตาสีดำขลับจับจ้องอย่างตอนนี้แล้วเธอก็เหมือนถูกมนตร์สะกดอย่างไรอย่างนั้น“จะรีบไปหาเพื่อนทำไมหื้ม?”พรึบ!
ก๊อก ก๊อก ก๊อกแอ๊ด"ขออนุญาตครับคุณทาม ผมมาส่งคุณน้ำพิ้งค์กับเพื่อนๆ ครับ"พี่การ์ดที่ตัวใหญ่และตัวสูงกว่าฉันหลายเท่ารายงานกับเจ้าของห้องที่นั่งจ้องหน้าฉันนิ่งอยู่บนเก้าอี้หลังโต๊ะไม้ขนาดใหญ่กลางห้องใช่ค่ะ เจ้าของที่ว่าก็คือตาบ้าพี่ทามนั่นแหละแล้วนอกจากพี่ทามในห้องนี้ก็ยังมีคนอื่นๆ ที่นั่งเงียบหน้านิ่งทรงเดียวกันเลยนั่นก็คือ พี่ตฤณ พี่เธียร พี่แปลน แล้วก็พี่โยธา แต่ฉันแอบเห็นนะว่าพี่แปลนแอบยิ้มให้ฉันน่ะแต่ฉันไม่ยิ้มกลับหรอกเพราะพี่แปลนหักหลังฉัน ไม่บอกฉันว่าพี่ทามเป็นเจ้าของผับ ฉันอุตส่าห์เห็นเขาเป็นพวกเดียวกันแล้วแท้ๆ"ขอบใจออกไปได้แล้ว"“ครับ” พี่การ์ดรับคำพี่ทามเสร็จพี่แกก็หมุนตัวเดินออกไปจากห้องทันที ทำให้ทั้งห้องกลับมาเงียบอีกครั้งก่อนที่พี่ทามจะขยับตัวพิงเก้าอี้แล้วมองฉันด้วยนัยน์ตาราบเรียบในเวลาต่อมา“...ไง ทำรายงานเสร็จแล้วเหรอถึงมาเที่ยวได้”อึก! ทันทีที่โดนพี่ทามถามฉันก็กลืนน้ำลายลงคอดังอึกทันทีเพราะรู้สึกเสียวสันหลังวาบกับน้ำเสียงนิ่งๆ นั่นหมับ!แต่จู่ๆ ยัยพริกไทยที่ยืนอยู่ข้างหลังมันก็ขยับขึ้นมาจับแขนของฉันไว้แล้วพูดด้วยน้ำเสียงสั่นๆ ออกมาว่า...“พิ้งค์ มึงอย่าเอาพวกกู
20.00 น.@ C Clubหลังจากที่ไปนั่งเล่นอยู่ที่ห้องของยัยพริกไทยหลายชั่วโมง ตอนนี้ฉันก็ออกไปยังสถานบันเทิงที่เรียกว่าซีผับตามที่ยัยพริกไทยบอกเมื่อหลายชั่วโมงที่แล้วแล้วใช่ค่ะ ซีผับเป็นผับที่หรูมากแล้วก็ใหญ่มากด้วย ที่สำคัญตั้งแต่ที่ฉันย่างกรายเดินเข้าไปฉันก็เจอแต่คนหล่อๆ ทั้งนั้น แม้กระทั่งการ์ดหน้าประตูทางเข้ายังหล่อมากเลยคิดดู สมกับที่ยัยพริกไทยบอกว่ามีแต่คนหล่อระดับซุปตาร์จริงๆ มีแต่คนหล่อดูดีเต็มไปหมด ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็เจอแต่ หล่อ หล่อ หล่อ จนฉันรู้สึกเมาทั้งๆ ที่ยังไม่ได้แตะแอลกอฮอล์สักแก้วเลย“มึง ที่นี่โคตรดีเลยอะ มีแต่ผู้ชายหล่อเต็มไปหมดเลย”ฉันหันกลับไปพูดกับยัยพริกไทยหลังจากที่ดูบรรยากาศรอบๆ จนอิ่มใจแล้ว คือไม่อยากจะพูดหรอกนะว่าเหมือนตัวเองอยู่บนสวรรค์ที่มีเหล่าเทวดาล้อมหน้าล้อมหลังอะ คือออร่าแต่ละคนมันพุ่งจนตาฉันแทบบอดจริงๆ สรุปสั้นๆ เลย ผับนี้ดีควรหนีพี่ทามมาอีกหลายๆ รอบ“กูบอกแล้วว่าเป็นผับที่อุดมไปด้วยคนหล่ออาหารตาเกรดพรีเมียมทั้งนั้น”“จริง คือแต่ละคนสามารถไปเดบิวต์เป็นไอดอลเกาหลีเลยอะ” ฉันว่าต่ออย่างเห็นด้วย“พูดก็พูดไปนะมึง กูได้ข่าวมาว่าดาราหลายคนที่เราเห็นอยู่กันต
วันต่อมา...“เรียนเสร็จแล้วโทร. มาบอกด้วยเดี๋ยวเย็นนี้มารับ”“…”“ไม่ต้องมารับค่ะ วันนี้พิ้งค์จะกลับกับเพื่อน”“ทำไมต้องกลับกับเพื่อนด้วย”“ไม่ทำไมหรอกค่ะ พิ้งค์รู้สึกอยากนั่งรถกลับกับเพื่อนบ้าง”“ถามจริง วันนี้เป็นอะไรตั้งแต่ตื่นมาเธอก็ทำหน้าตึงใส่ฉันไม่หยุดเลยนะ”“เหรอคะ พิ้งค์ก็ว่าพิ้งค์ทำหน้าปกตินะ ไม่ได้ตึงเลย ไปก่อนนะคะ”ว่าจบฉันก็เปิดประตูลงจากรถของพี่ทามจากนั้นก็เดินเข้าไปในคณะของตัวเอง ไม่นานรถของพี่ทามที่จอดอยู่หน้าคณะของฉันก็ขับออกไปเหอะ ยังมีหน้ามาถามฉันว่าเป็นอะไรอีกเหรอ เป็นคนสวยไงแต่เป็นคนสวยที่หน้าตึงเพราะงอนผัวตัวเองอีกทีไงล่ะหลังจากที่เมื่อคืนฉันกับพี่ทามมีปากเสียงก่อนนอนกันเล็กน้อย ฉันก็ตัดสินใจว่าจะงอนพี่ทามทันทีเพราะฉันรู้สึกโมโหแล้วก็หงุดหงิดพี่ทามมากๆเอาจริงๆ ก็ไม่อยากโมโหแล้วก็งอนเหรอกแต่ฉันไม่พอใจท่าทางพี่ทามเมื่อคืนไง ทั้งเสียงเข้มหน้าดุขึงขังแล้วที่สำคัญเขาทำโทษฉันเพราะเรื่องของพี่น้ำแข็ง ทีแรกก็ว่าจะปล่อยผ่านนั่นแหละแต่ก่อนนอนเมื่อคืนดันหงุดหงิดพี่ทามซะก่อนฉันก็เลยเอาทุกอย่างมายำรวมกันเลย วันนี้ก็เลยหน้าตึงแต่เช้า“น้ำพิ้งค์! จุ๊กรุ๊วทางนี้เพื่อน” ใคร ใค
[ Nampink Part ]หลายนาทีผ่านไป...บางที...ฉันก็อยากเสียน้ำตา ฉันก็อยากร้องไห้ ฉันก็อยากกรีดร้องโวยวาย และฉันก็อยากกระทืบเท้าแล้วทำหน้าขึงขังให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลยฉันอยากจะตะโกนให้มันลั่นห้องว่า!ฉัน! เมื่อย! ขา!!!!!!!ไอ้พี่ทาม ไอ้คนบ้า ยังเห็นว่าฉันเป็นเมียของตัวเองอยู่ไหม ทำไมต้องมาสั่งให้ฉันสำนึกผิดแล้วเข้ามุมแบบนี้ด้วยฉันยืนจนขาจะเป็นตะคริวอยู่แล้วนะ! ออกมาจากห้องน้ำสักทีเถอะ! ฮือ T_T“ยืนดีๆ จะขยับเขยื้อนทำไม” ฮึ่ย! ออกมาแล้วเหรอไอ้คนเผด็จการ! ปล่อยให้ฉันยืนจนขาลากเกือบชั่วโมงขวับ!“เมื่อไหร่จะเลิกสั่งทำโทษพิ้งค์ พิ้งค์ยืนต่อไปไม่ไหวแล้วนะ” ฉันหันขวับมองตาเขียวใส่พี่ทามที่อยู่ในชุดคลุมอาบน้ำหัวฟูๆ เผยซิกซ์แพ็กหน่อยๆ กำลังยืนพิงขอบประตูแบบเท่ๆเหอะ! เท่ตายแหละอย่าให้ถึงทีน้ำพิ้งค์นะ ฉันจะให้เข้ามุมโดยเอาขาขึ้นข้างบนแล้วทรงตัวด้วยมือสองข้างแทน“ไปอาบน้ำได้แล้ว อาบเสร็จก็มานั่งคัดลายมือต่อ”คัดลายมือ!! นี่ฉันต้องคัดลายมือด้วยเหรอ? ฉันไม่ใช่เด็กอนุบาลนะ อีพี่ทามเป็นบ้าอะไรกับฉันหนักหนาฮะ! แค่นี้ฉันก็สำนึกผิดไม่หมดแล้วไหม นี่ยังจะให้ฉันคัดลายมือเพิ่มอีกเหรอ เป็นครูเหรอถึงได้สั่







