LOGINเคยได้ยินแต่คนอื่นเรียก Sugar Daddy ไม่คิดเลยว่าคำนี้มันจะดีมากกว่าที่ได้ยินมาซะอีก "เด็กขี้อ่อยต้องเจออะไรน๊า....เจอไอ้แก่นแข็งๆ นี้ฟาดปากหน่อยเป็นไงคะ"
View MoreDi malam yang dingin dan berkabut, Laras duduk di kursi kayu yang sederhana di ruang tamu kontrakannya yang kecil. Ruangan tersebut sederhana dan hanya memiliki perabotan dasar sebuah meja kayu tua, beberapa kursi, dan rak buku kecil. Dia memeriksa tawaran pekerjaan yang baru saja diterimanya melalui pos, sebuah pekerjaan sebagai pengasuh untuk dua anak di sebuah rumah besar di pedesaan. Tawaran ini datang pada saat yang sangat tepat setelah kehilangan pekerjaan di kota dan menghadapi kesulitan finansial yang mendalam.
Surat tersebut berisi detail pekerjaan yang tampak seperti janji untuk stabilitas. Rumah yang dimaksud, yang disebut “Rumah Keluarga Wijaya,” terletak di tepi kota yang jauh dari keramaian. Laras, meskipun sedikit merasa cemas, melihat ini sebagai kesempatan yang tak bisa dilewatkan. Dia meneguk secangkir teh hangat sambil memikirkan apa yang akan terjadi jika dia menerima tawaran ini. Keputusan diambil pada malam yang sama. Laras mengirimkan balasan ke alamat yang tertera di surat, menyatakan kesediaannya untuk mulai bekerja secepat mungkin. Tidak lama kemudian, dia menerima balasan konfirmasi dari majikan, memberikan detail lebih lanjut mengenai kedatangannya dan persiapan yang harus dilakukan. Keesokan paginya, Laras memulai perjalanan menuju Rumah Keluarga Wijaya dengan menggunakan angkutan umum. Dia berangkat dari kontrakannya dan naik bis menuju stasiun kereta. Setelah menunggu beberapa saat, kereta tiba, dan Laras naik ke kereta yang membawanya menuju kota kecil tempat rumah itu berada. Perjalanan dengan kereta cukup panjang dan melelahkan. Laras duduk dengan tenang sambil memandang pemandangan luar jendela yang semakin lama semakin sepi dan pedesaan. Setelah beberapa jam, kereta berhenti di stasiun kecil di tengah hutan, dan Laras turun. Dia melanjutkan perjalanan dengan naik bis kecil yang mengantarkannya lebih dekat ke rumah yang dituju. Sesampainya di depan gerbang besar yang terbuat dari besi berkarat, Laras merasa sedikit terintimidasi. Rumah besar dan megah yang terletak di belakang gerbang memiliki aura misterius. Dindingnya tinggi, dan jendela-jendela yang besar tampak gelap dan tak berpenghuni. Saat Laras melangkah keluar dari bis dan mendekati pintu depan yang berat, dia merasakan angin dingin yang menyentuh kulitnya. Dengan keraguan, dia menekan bel. Suara deringan yang membingungkan terdengar di seluruh rumah, diikuti oleh langkah kaki yang berat dari dalam. Pintu terbuka, dan seorang wanita tua yang berpakaian serba hitam berdiri di ambang pintu. Dia memperkenalkan dirinya sebagai Nyonya Harper, pengurus rumah tangga. "Selamat datang di Rumah Keluarga Wijaya, Laras," katanya dengan suara serak yang tampaknya mengandung banyak cerita. "Kami senang Anda bisa datang. Mari, aku akan menunjukkan ke kamar Anda." Laras mengikuti Nyonya Harper masuk ke dalam rumah. Setiap langkah di lantai kayu membuat suara berderak yang menambah kesan misterius. Rumah ini tampak besar dan penuh dengan barang antik—dari lukisan-lukisan yang tergantung di dinding hingga perabotan kuno yang terletak di setiap sudut. Setelah menunjukkan kamar Laras, Nyonya Harper membawa Laras ke ruang tamu di mana dia bertemu dengan Dewi dan Riko untuk pertama kalinya. Dewi, gadis kecil dengan mata besar yang penuh rasa ingin tahu, memandang Laras dengan rasa ingin tahu. Riko, yang berdiri di belakang Dewi, tampak lebih pendiam dan cemas. "Selamat pagi, Dewi, Riko," kata Laras dengan senyum ramah. "Saya Laras, dan saya akan menjadi pengasuh kalian." Dewi mengangguk, sementara Riko hanya menundukkan kepalanya. Laras merasakan ketegangan di udara, tapi dia mencoba untuk tetap positif. Nyonya Harper menjelaskan rutinitas sehari-hari mereka dan meninggalkan Laras dengan anak-anak untuk mulai bekerja. Setelah Nyonya Harper pergi, Laras memulai tugasnya. Dia tidak bisa mengabaikan perasaan aneh yang mulai mengisi ruangan. Cermin besar yang ada di ruang utama tampak menonjol, menarik perhatiannya dengan aura misteriusnya. Laras merasakan ketertarikan sekaligus kekhawatiran saat dia melihat cermin yang terbalut kain hitam. Cermin itu tampak kuno dan megah, dan Laras merasa seolah-olah cermin itu menyimpan rahasia yang belum terungkap. Hari pertama berakhir dengan larut malam. Laras berbaring di tempat tidurnya, berpikir tentang semua yang dia lihat dan alami. Suara-suara dari rumah tampak lebih jelas di malam hari, dan dia merasa seolah-olah ada sesuatu yang mengawasinya. Meskipun kelelahan, dia tidak bisa menepis perasaan bahwa rumah ini menyimpan sesuatu yang tidak biasa. Dia menutup matanya, berharap tidur akan datang dengan cepat, namun pikirannya terus berputar di sekitar cermin dan suasana misterius yang melingkupi rumah tersebut.......... 3 เดือนผ่านไป @บ้านสวนในชนบท จิ๊บ จิ๊บ เสียงนกกระจิบกระจาบร้องเสียงหวานในตอนเช้า แสงอาทิตย์สาดส่องต้นไม้ใบหญ้ามีน้ำหยดลงพื้นเนื่องๆ ฤดูร้อนผ่านพัดไปเข้าสู่ช่วงฤดูฝนอย่างเต็มตัว เพิ่มเสน่ห์และความร่มรื่นให้กับบ้านในสวนท่ามกลางธรรมชาติ ทำเอาคนในเมืองเกิดบนความสบายอย่างสิงโตหลงใหลจนโงหัวไม่ขึ้น "เมื่อคืนฝนตกไม่เยอะสินะ แต่ก็พอดับความร้อนอบอ้าวได้บ้างละนะ"ร่างแกร่งในชุดนอนผ้ามันยืนถือกาแฟดำทอดมองธรรมชาติที่ระเบียงบ้านไม้สองชั้น ตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่บ้านยายเซร่าผมรู้สึกมีความสุขและสงบสุขมากเลยละ ทุกๆ เช้าผมจะตื่นมาจิบกาแฟยืนมองนกและต้นผลไม้มากมายตรงนี้เป็นประจำ แต่ผมไม่ได้มาอยู่เฉยๆ หรอกนะผมกับน้องเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยวสูตรยายขายดีมากๆ จนตอนนี้แอบไปดูทำเลในเมืองใหญ่แล้วด้วย คาดว่าไม่เกินเดือนหน้าผมจะเปิดตัวร้าน แต่ไม่ได้มีรายได้แค่ทางนี้ทางเดียวผมยังศึกษาเล่นหุ้นด้วยเช่นเดียวกับเซร่า เธอผันตัวมาเป็นแม่ค้าออนไลน์ด้วยเช่นกัน มีแพลนที่จะเปิดขายครีมแบรนด์ตัวเองเร็วๆ นี้อีกด้วยทุกอย่างกำลังเป็นไปด้วยดี จนผมเองก็รู้สึกตกใจเหมือนกันกลัวว่าเวลาแห่งความสุขของเรามันจะจบลงอีกครั้ง
...........@บ้านหลังใหญ่ บนรถหรู"พี่สิงแน่ใจแล้วเหรอที่จะพาเซร่าเข้าบ้านไปด้วย เซร่าคิดว่ามันยังเร็วเกินไปนะ""แล้วอย่างไงล่ะ พี่คิดว่าตอนนี้เป็นโอกาสที่ดีนะไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไง พี่ก็จะไม่ยอมทิ้งเซร่าไปไหนเด็ดขาด เพราะงั้นช่วยอยู่จับมือข้างๆ พี่ก่อนนะ อย่าพึ่งหนีจากพี่ไปไหน"ฝ่ามือใหญ่กุมมือเรียวสวยร่างอวบไว้มั่น วันนี้ทั้งสองแต่งตัวเรียบร้อยสุภาพเพื่อพูดคุยกับผู้มีพระคุณทั้งสอง"ค่ะ เซร่าจะไม่ไปไหนเด็ดขาด จะอยู่ข้างๆ พี่แบบนี้สัญญา ^^""น่ารักจัง"หลังมือของเธอถูกริมฝีปากหนาจูบซับเรียกขวัญกำลังใจ แม่ของผมอาจจะไม่มีปัญหาอะไร จะมีก็เพียงพ่อผมเท่านั้น ท่านค่อนข้างหัวโบราณอยากให้ผมมีคู่ครองที่เหมาะสม ทั้งฐานะและหน้าตาทางสังคม ซึ่งผมไม่ชอบเอาซะเลย และในตอนนี้ผมก็พร้อมที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่กับเธอคนนี้ หากปล่อยเวลาให้ผ่านไปสิ่งที่ผมอยากทำก็อาจจะไม่ได้ทำมันอย่างที่แม่ผมบอก ดังนั้นผมจะไม่ปล่อยให้มันสูญเปล่าไปอีกแล้ว เป็นไงเป็นกันเพื่อคนที่ผมรัก @ห้องโถงใหญ่ "สวยกว่าที่แม่คิดอีกนะเนี่ย หนูเซร่าใช่ไหมจ๊ะ""ค...ค่ะ หนูชื่อเซร่า สวัสดีค่ะคุณผู้หญิง"เซร่ารีบไหว้ทักทายด้วยเสียงที่สั่นเครือ
....... @สวนสนุก ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ต่างหลั่งไหลกันเข้าสวนสนุกแห่งนี้ เป็นสถานที่ผ่อนคลายกายและใจเป็นอย่างดีเช่นเดียวกับชายหนุ่มอายุขึ้นเลขสี่และหญิงสาววัยยี่สิบ ทั้งสองเดินจูงมือกันขึ้นเครื่องเล่นต่างๆ ด้วยความสนุกสนานเพียงแค่เห็นรอยยิ้มอีกฝ่ายตรงหน้า เรื่องเครียดและทุกข์ใจมากมายก็พลันหายไปโดยปริยาย ฝ่ามือทั้งสองสอดประสานกันตลอดเวลา ไม่อาจจะปล่อยให้อีกฝ่ายได้ห่างตัว "ฮ่าฮ่า กินสายไหมเลอะปากหมดแล้วค่ะ""ไม่ใช่หนูเหรอครับ ที่อยากกินแต่ก็กินไม่หมดสุดท้ายพี่ต้องรับผิดชอบเนี่ย""แง ก็หนูกลัวอ้วนนี่คะ"เดี๋ยวคนแก่จะอุ้มไม่ไหว "หึ ไหวสิครับรอบห้องเกือบทั้งคืนยังไหวมาแล้ว""บ้า!"ฝ่ามือเรียวตีเข้าที่แขนแกร่งคนพี่ ทำเอาสิงโตร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บปวด"โอ๊ย! ยัยเด็กพี่เขินแล้วรุนแรงนะเนี่ย""เพราะพี่นั่นแหละ พาหนูเข้าบ้านผีสิงเลย""อะ...เออ"ได้ยินดังนั้นคนพี่ที่มีสีหน้าร่าเริงถึงกับซีดเซียวจนคนน้องจับสังเกตได้"อย่าบอกนะว่า....พี่สิงกลัวผีอะ""เปล๋า! ใครกลัวไม่มี๋!!"เสียงสูงบวกสีหน้าตื่นตระหนกนั้นเป็นคำยืนยัน เห็นแบบนั้นสาวลูกครึ่งไม่รอช้าคว้าข้อมือคนพี่เดินเข้าบ้านผีสิงไปในทันที "ไม่ไป!
........ วันต่อมา @สวนดอกไม้ชายร่างแกร่งนั่งเหม่อมองทุ่งหญ้าหนาแน่นบนพื้นด้วยจิตใจที่เหม่อลอย สายลมผ่านพัดปะทะใบหน้าชวนให้คิดถึงสาวลูกครึ่งร่างอวบ หากเป็นสิงโตคนเก่าเขาคงกระวนกระวายออกไปหาเสพสวาทนอกบ้านตั้งแต่เมื่อคืน แต่ครั้งนี้เขากลับเปลี่ยนไปภายในใจเอาแต่คิดถึงรอยยิ้มแสนหวานและใบหน้าเรียวมนของเซร่าทุกวินาทีที่หายใจ จนไม่มีเวลาคิดถึงเรื่องกามอารมณ์แม้แต่นิด ผู้เป็นแม่ที่เห็นอาการที่แปลกไปของลูกชายไม่อาจจะทนไหวเดินเข้ามาถามไถ่ถึงความเป็นไปกับลูกชายหน้าคมเข้มด้วยน้ำเสียงที่แสนอบอุ่น "เป็นอะไรไปครับคุณสิงโตสุดหล่อ วันนี้มาแปลกนะนั่งหงอยอย่างกับคนอกหักแน่ะ""อกหักงั้นเหรอครับ เราสามารถอกหักกับผู้หญิงที่ไม่มีสถานะได้เหรอครับ"สิงโตถามขึ้นด้วยแววตาไร้อารมณ์ชฎาพรเห็นท่าไม่ดีจึงนั่งลงพักที่ข้างกายแกร่งของลูกชาย "บางครั้งคนเรามักจะนิยามผู้คนด้วยสถานะใช่ไหมล่ะ แต่หัวใจมันไม่ได้เป็นแบบนั้นหรอกนะ"ใบหน้าคมเข้มเหลือบมองคนเป็นแม่ด้วยสีหน้างุนงงกับคำตอบ "ที่แม่กำลังจะบอกก็คือ บางครั้งน่ะเรารู้สึกกับเขามากกว่าสถานะที่เรานิยามเข้าไปแล้ว แต่เป็นเราเองที่ไม่รู้จักหัวใจตัวเองซะมากกว่า อย่างเช่นลู
........@โรงเรียนนานาชาติ "เฮ้อ""เป็นอะไรหรือเปล่าเซร่า ตั้งแต่กลับมาจากห้องพยาบาลดูเหนื่อยๆ"เห็นเพื่อนสาวดูมีเรื่องกังวลใจลินาจึงเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง"ก็นิดหน่อยน่ะ ว่าแต่ลินาจะกลับบ้านเลยไหม""อื้ม วันนี้ต้องรีบกลับไปช่วยแม่ขายของน่ะ""ดีจัง ส่วนเราจะไปห้าง L สักหน่อยน่ะ""ไปซื้อของเหรอ""
....... @ห้องพยาบาล ตุ้บบ!"เฮ้อ เกือบตายแล้วไหมล่ะ"กระเป๋าสะพายข้างถูกโยนทิ้งลงบนเตียงพยาบาล ตามไปด้วยร่างอวบซึ่งกำลังขยับตัวขึ้นไปนอนเกยหน้าผาก เริ่มคิดวิธีการพูดแก้ตัวให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ในคืนนี้ แต่ไม่ว่าจะคิดอย่างไรเธอก็ไม่อาจจะหาข้อสรุปเป็นคำพูดที่สวยหรูได้เสียที กระทั่งเธอต้อง
..... @อาคารธุรการ "อ้าว เด็กๆ มากันแต่เช้าเลยนะ""ไม่เห็นจะเช้าเลยค่ะครู"ลินาตอบกลับไปหน้าใสซื่อ ทำเอาครูสาวคนดังกล่าวถึงกับหน้าเจื่อน ด้วยปากและสีหน้าที่เฉยชาของลินาทำให้ทุกคนเลือกที่จะหันหลังให้กับเธอ ต่างจากเซร่าสาวลูกครึ่งอย่างสิ้นเชิง"ว่าแต่ครูกำลังจะไปไหนเหรอคะ"เซร่าเอ่ยถามครูสาวขึ้นก่อน
...... @บ้านหลังใหญ่ "วันนี้แกต้องเข้าไปสอนนักเรียน"ทันทีที่เห็นลูกชายเดินผ่านโต๊ะทานข้าวผู้เป็นพ่อ ยันต์ตรี เอ่ยปากบอกลูกชายขึ้นมาลอยๆ กลางอากาศ ชายร่างกำยำรังสีดูเป็นนักธุรกิจมั่งมี ทั้งตัวสวมใส่ไปด้วยของแบรนด์เนม หากรวมมูลค่าทั้งหมดในการแต่งตัวแต่ละวัน คงจะเฉลี่ยวันละเกือบสิบล้าน จึงไม่แปลกที