LOGIN
งานเลี้ยงเนื่องในโอกาสเพิร์ธแข่งชนะดำเนินการมาถึงกลางดึก ที่ทุกคนกำลังเมามายกันอย่างได้ที่ หลังบรั่นดีผ่านลำคอลงกระเพาะไปไม่รู้กี่แก้วต่อกี่แก้ว หนึ่งในนั้นคือเหนือเมฆที่เตรียมใจมาเมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ
“ถ้าพี่คีมาอีกคนน่าจะดีนะพี่”
เพิร์ธในสภาพกำลังโอนเอนนั่งไม่ค่อยจะตรง เอ่ยขึ้นมาทำลายความเงียบ ที่ตอนนี้หลายคนเมาจนคอพับ เหลือแค่เขากับรุ่นพี่ที่เทรนให้จนทำให้เขาได้รับชัยชนะ เหนือเมฆคลี่ยิ้มพลันหัวเราะในลำคอหลังฟังจบ เพราะเสียงนั้นของเพิร์ธค่อนข้างอู้อี้ฟังไม่ได้ศัพท์ จนเขาต้องจับใจความเอาเอง
“ไอ้คีน่ะนะจะมา ไม่ใช่คลับโซนวีไอพีมันไม่นั่งมั่วๆกับใครหรอก คนไม่ชอบขี้หน้ามันเยอะ”
“ผมลืมไป พี่เขาเป็นนักธุรกิจ คงมีแต่คนหมายหัว”
“อืม อีกอย่างแม่เมียมันป่วยด้วย ส่วนมันติดเมียคงยากที่จะออกไปไหน เพราะเมียมันติดแม่”
“โอเค ผมเข้าใจแล้ว” เพิร์ธพยักหน้าช้อนตามองร่างสูงที่เอาแต่นั่งนิ่ง โดยใช้ท้องนิ้ววนปากแก้วเหล้าที่ถืออยู่ “อยากมีเมียให้ติดกับเขาบ้าง”
“มึงจีบคนนั้นไม่ติด?”
คำถามนี้ออกมาจากปากของคนโตกว่า เพิร์ธไม่รู้ว่ากำลังถูกเขาหยั่งเชิง จนสะอึกไปทีหนึ่งพลางสั่นหน้ารัวๆ
“ท่าจะแห้วว่ะ เขาดูยาก ผมพยายามแล้ว เย็นชาสุดๆ”
“เย็นชา?” เหนือเมฆทวนคำ พลางแค่นหัวเราะ “มึงไม่ใช่สเปคเธอหรือเปล่า”
“พี่พูดเหมือนไปรู้อะไรมา”
แต่กลับต้องชะงักเสียเอง เมื่อถูกคนนั่งข้างหันมาถามอย่างจริงจัง
“เปล่า กูเห็นมึงหน้าตาดี ไม่ได้ดูแย่อะไร แต่เสือกจีบไม่ติด กูก็อดคิดไม่ได้”
“พูดแบบนี้ผมเขินนะ”
เพิร์ธยิ้มกว้าง ก่อนหงายการ์ดท้ายทอยหนุนพนักเก้าอี้เพราะถูกอีกคนผลักหัว
“เอาเป็นว่ากูขอเตือนไว้อย่างหนึ่ง”
“อะไรวะพี่” หรี่ตามองรุ่นพี่ที่ตอนนี้สีหน้าและน้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมา ยกแก้วบรั่นดีจิบขณะสายตาทอดมองไปข้างหน้า “แค่พี่บอก ผมจะเก็บมาพิจารณาเป็นพิเศษ”
“ถ้าเป็นไปได้.. ถ้ามึงยังไม่ได้ชอบเธอมาก แนะนำถอยออกมา”
“ทำไมวะ”
“ก็ไม่ทำไม” สายตาคมกริบจ้องไปยังแก้วของเขา หลังกลืนของเหลวรสชาติขมฝาดผ่านลำคอลงไป “กลัวมึงจะถูกปั่นหัว มึงรู้ไหมว่านั่นมันตัวแรร์ ไก่แก่แม่ปลาช่อน”
คนถูกเตือนชะงักกึก หรี่ตามองคนพูด หากแต่ตอนนั้นเห็นเพียงเสี้ยวหน้าด้านข้างกับริมฝีปากที่ค่อยๆคลี่ยิ้มออกมา ก่อนจะยกแก้วในมือกระดกทิ้งท้ายอีกที ภาพนั้นผ่านม่านตาที่พร่ามัวของเพิร์ธ ทว่ากลับสื่อความหมายบางอย่างให้เขารู้สึกแปลกๆ ราวกับร่างสูงนึกขบขันระคนสมเพช โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าในความคิดตอนนี้ของเหนือเมฆคิดอะไร และแน่นอนถ้าหยั่งรู้ได้จะเห็นว่าเรื่องที่เหนือเมฆกำลังนึกถึง คงหนีไม่พ้นเรื่องที่เขาเอาตัวเองเข้าไปแส่ เพื่อช่วยเหลือเธอจากผู้ชายอีกคน แต่ก่อนหน้านั้นกลับเห็นเธอขึ้นรถไปกับอีกคน ซึ่งเป็นผู้ชายคนเดียวกันกับที่อยู่ในร้านสัก
“เหอะ”
ช่วงสายในวันต่อมา
เหนือเมฆตื่นขึ้นมาในห้องนอนของตัวเอง เปลือกตาที่หนักอึ้งค่อยๆเปิดออกและปรับแสงจนมันกลายเป็นปกติ จากนั้นสิ่งแรกที่เขาทำคือการควานหาโทรศัพท์
ติ้ง!
เพียงแค่สัมผัสหน้าจอ เสียงแจ้งเตือนมากมายก็สั่นสะเทือน ปกติแล้วจะเลือกที่มันสำคัญ ซึ่งหนีไม่พ้นกลุ่มของโรงพยาบาล แผนก และแคบลงมาหน่อยคงเป็นกลุ่มระดับศาสตราจารย์แพทย์ ทว่าวันนี้กลับกลายเป็นน้องสาว ซึ่งแน่นอนว่าก่อนหน้านี้จะเป็นระดับท้ายๆ ที่เขาจะสนใจ อีกอย่างข้อความของหล่อนแทบจะไม่โผล่มา เขาแตะเข้าไปอ่านก่อนคนอื่นเพียงเพราะประโยคแรกที่เห็นเพียงประโยคเดียว
‘เรื่องอะไร แย่งผู้หญิงกันเหรอ’
หัวคิ้วเข้มเรียงกันเป็นเส้นขมุกขมัว ท้องนิ้วหัวแม่มือแตะเข้าไปภายใน เพียงแค่เห็นเนื้อหาทั้งหมด ลมหายใจเข้าออกเป็นจังหวะปกติก็สะดุดทันที พลางกดโทรออกไปยังเจ้าของเรื่อง
“ภาพนี้อยู่ที่ไหนบ้าง”
เสียงถอนหายใจของใต้น้ำดังเล็ดลอดผ่านโทรศัพท์ออกมา เขาพอเดาออกว่าหล่อนกำลังขับรถเพราะได้ยินเสียงสัญญาณไฟเลี้ยว
(ตอนแรกก็ว่อนเน็ตแหละ แต่พ่อสั่งคนลบหมดแล้ว เย็นนี้เข้าไปบ้านสิ)
“เรื่องอะไรต้องไป ฆ่าตัวตายชัดๆ”
หญิงสาวหัวเราะ จากนั้นจึงจะเงียบไปอึดใจหนึ่ง
(พี่สะใภ้เหรอ?)
“เปล่า แค่เจอเข้าโดยบังเอิญ กำลังโดนสามีทำร้าย ก็เลยเข้าไปแส่”
(เป็นคนดีอะไรอย่างนี้นะพี่ชายเรา แต่รูปที่ออกมา เหมือนเธอจะรู้จักกับพี่นะ)
เหนือเมฆก้มลงมองรูปนั้นอีกครั้ง ที่ไม่รู้คนถ่ายมันเก่ง หรือบังเอิญถ่ายติดมุมนั้นพอดี ถึงได้ออกมาให้คนเข้าใจผิดคล้ายเป็นการแย่งร่างเล็กตรงกลาง ทั้งที่เธอแค่ถลาเข้ามาห้าม ไม่มีอะไรไปมากกว่านั้น
“ไม่รู้จัก”
คนเป็นพี่เอ่ยเสียงทุ้ม และนั่นทำให้คนเป็นน้องรู้สึกโล่งใจ
(ดีแล้วล่ะ เพราะเทรดแบบนี้ มองจากดาวอังคารยังดูรู้เลยว่าพี่จะต้องเหนื่อยใจแน่ๆ..คุณสรวงสมรท่านคงไม่ปลื้ม และต่อต้านร้อยเปอร์เซ็น)
และแล้วงานวิวาห์ก็เกิดขึ้น งานถูกจัดแบบไม่อลังการมาก แต่ก็ไม่น้อยหน้าใคร ด้วยสินสอดที่ใครๆต่างต้องตาลุก นี่มันตกถังขาวสารน้ำหนักสามตันชัดๆ วันหนึ่งได้บ้านพักตากอากาศ เงินสด ทองคำ เพชร และเป็นเจ้าของโฉนดที่ดินอีกหลายแห่ง รอบถึงรถอีกสามคัน ไม่พอยังมีห้องเพนท์เฮาส์ที่เธอเคยอยู่ถูกยกให้ด้วย เรียกได้ว่าถอดชุดเจ้าสาวก็สวมเดรสส้นเข้ม เดินนวยนาดสะบัดผมได้เลยบอกตามตรงว่าเธอเองก็เพิ่งจะรู้ว่าเหนือเมฆรวยกว่าที่คิดก็วันนี้ไหนจะสมบัติจากพินัยกรรมที่พ่อแม่ทิ้งเอาไว้ให้เขาอีกและงานวันนี้คนที่ตกใจคงไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นโจกับตู๋ เพื่อนที่ทำงานเก่าของเธอ เพราะรู้ทีเดียวก็ตอนการ์ดเชิญถึงมือพวกเขาแล้ว แน่นอนว่ากว่าตู๋จะยอมมา และแสดงความเย็นดี เล่นเอาโจพูดจนปากเปียกปากแฉะ เกือบสิ้นพระชนม์“ยินดีด้วยนะพี่”เขายอมรับว่าวันนี้วันหนึ่งสวยที่สุด แต่ความยินดีกลับมีขีดจำกัดให้มากไม่ได้ ตู๋ยังคงมีความเสียใจแฝงอยู่ภายในนั้น แต่เพราะเชื่อว่าการรักใครสักคนต้องให้คนคนนั้นได้ดี ยินดีกับความสุขของกันและกัน ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะไหน นั่นถึงจะเรียกว่ารักที่บริสุทธิ์เขายอมมาเพื่อให้วันหนึ่งสบายใจใช้ชีวิตข้างหน้าอย่างไม่
วันที่ท้องฟ้าแจ่มใส หลังผ่านฤดูฝนมาได้ไม่นาน แม้โบราณจะบอกว่าฟ้าหลังฝนย่อมดีเสมอ แต่กลับไม่ใช่กับเธอคนนี้ธาดา กับหน้าท้องนูนๆของเธอที่ยืนอยู่หน้าหลุมฝังศพของสามีภรรยา ผู้วายชนม์คู่หนึ่งซึ่งเธอมีส่วนรวมต่อการจากไปของพวกเขากว่าจะมายืนตรงนี้ได้มันไม่ง่ายเลย เธอจะต้องหลบหลีกผู้คนหายหน้าหายตาไปจากสังคม ตอนคลอดก็ต้องห่างไกลจากเมืองเหนือเมฆคงกำลังพลิกแผ่นดินหา และแน่นอนว่าสิ่งนั้นต้องเป็นไปไม่ได้เธอได้สัญญากับสรวงสมรแม่ของเขาเอาไว้แล้ว จะไม่โผล่หน้าออกมาให้ใครเห็นเลยสักคน โดยเฉพาะเหนือเมฆและใต้น้ำลูกๆของเธอ แลกด้วยเงินจำนวนหนึ่ง ที่สามารถอยู่ได้อีกหลายปี และเลี้ยงลูกในท้องให้สบายไปจนโต หากไม่ฟุ่มเฟือยอยู่โรงเรียนที่เยอะค่าใช้จ่าย แต่เลือกโรงเรียนรัฐทั่วไป คงอยู่ได้จนถึงมหาลัย และที่แย่ไปกว่านั้นคือ เธอจะต้องไม่ให้ลูกของเธอใช้นามสกุลเดียวกันกับพวกเขา ป้องกันการหาเจอ หากเป็นไปได้เธอจะต้องไปเปลี่ยนชื่อตัวเองข้อแม้และเงื่อนไขมีเพียงแค่นั้น ซึ่งยอมรับว่าภายในใจลึกๆเลี่ยงไม่ได้ว่าเธอนั้นน้อยใจ เพราะเธอจะไม่ได้เจอแม้กระทั่งวันหนึ่งเพื่อนสนิท และไม่สามารถกลับมาเยี่ยมเด็กๆกับผู้มีพระคุณที่บ้านเ
“อยากมีลูกเหรอคะ” ร่างเล็กเอ่ยถามหลังจากนอนอยู่ใต้ร่าง คนตัวสูงที่คร่อมลงมาทาบทับกัน เขาผงกศีรษะยันตัวขึ้นมาเล็กน้อย “มันก็ดีไม่ใช่เหรอครับ จะได้ไม่เหงา” “มันก็ดี แต่หนึ่งยังไม่พร้อมเลยอะ ยังไม่อยากถูกแย่งความรักไป อีกอย่าง คิดว่ายังเป็นแม่ที่ดีไม่ได้” กลีบปากหยักยกยิ้ม คำตอบของเธอช่างน่าเอ็นดู จนเขาต้องบีบปลายจมูกเชิดรั้นนั้นเบาๆ แล้วโน้มตัวลงมาใหม่ “รอให้หนูพร้อม เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นครับ พี่ไม่ได้รีบ” สิ่งที่เขารีบตอนนี้ คือการสอดใส่เข้าไปในตัวเธอต่างหาก ท่อนลำร้อนทั้งดุ้นของเขาตึงเครียด ตอนนี้ผงาดพองเต็มเป้ากางเกงจนอึดอัดหายใจไม่ออกแล้ว “คนดี.. คืนนี้ขอทำถึงเช้าได้ไหมครับ แบบหลายๆรอบ” มือบางถูกมือหนาดึงเข้าไปภายใน เพียงแค่นิ้วเธอสัมผัส ความเสียวซ่านก็แทรกแซงจนต้องแหงนหน้าสูดปาก เขากำลังบอกให้เธอรู้ว่าไอ้เจ้านี่ตอนนี้มันทนไม่ไหวแล้ว ขืนเธอยังชักช้าไม่สานต่อสักที เขาอาจขาดใจตายเป็นแน่ “ทำไมน้องใหญ่ขึ้นกว่าเดิมคะ” “น้อง?” “ใช่ค่ะน้อ
มื้อค่ำคืนนั้นเต็มไปด้วยความสุขและเป็นกันเองเป็นอย่างมาก อาคีรารวยล้นฟ้านับแสนล้านแต่ทำตัวกึ่งติดดิน เหนือเมฆเคยเล่าว่าเขาเปลี่ยนไปมากทุกวันนี้เพราะภรรยา เนื่องจากเธอมาจากที่ธรรมดา และแน่นอนว่าสิ่งนี้เป็นผลพลอยได้ของวันหนึ่งในค่ำคืนนี้ด้วย ก็ลองคิดดูว่าหากเขาถือตัว ดูเข้าถึงยากสิ เธอที่ไม่ค่อยสุงสิงกับผู้คนมาแต่ไหนแต่ไร จะเป็นอย่างไร ไม่ประหม่าตายเลยรึ “อันนี้อร่อย” เหนือเมฆตักเนื้อกุ้งให้ ซึ่งอยู่ในห่อหมกทะเล เธอขยับปากขอบคุณเขาเบาๆ และทานอย่างเงียบๆ สลับกับตักให้เขาบ้าง ต่างฝ่ายต่างถามไถ่ใส่ใจซึ่งกันและกัน “ขอบคุณค่ะ”สลับกับการชำเลืองมองอีกคู่ ที่พูดคุยกันอย่างน่ารัก หวานน้ำตาลแว่น ด้วยบทสนทนาสนิทสนม เป็นกันเอง แต่ใครฟังแล้วเป็นอันต้องยิ้มตามทว่าพอหันมาทางคนของตัวเองเหมือนว่าไม่แตกต่าง คนคนนี้ก็เอาใจเก่ง ประหนึ่งเธอนั้นคือเจ้าหญิงที่พลัดพรากจากพระราชวังให้ตาย “ทานเยอะๆครับ” “พี่ก็ด้วยนะ”หลังจากนั้น ทั้งสี่ก็นั่งคุยกันตามปกติ ท่ามกลางเสียงคลื่นและลมทะเล พูดคุยกันถึงแผนการของวันพรุ่งนี้ และเล่าเรื
และแล้วก็ถึงวันไปเที่ยว หลังส่งใต้น้ำขึ้นเครื่องไปฝรั่งเศสได้สองวัน เหนือเมฆ วันหนึ่ง อาคีรา และพะแพง ก็มุ่งหน้าสู่เกาะส่วนตัว “เสียดายจังที่พี่สาติดงาน” พะแพงบ่นอุบ เมื่อรายนั้นที่จัดว่าเปรี้ยวจี๊ดเสียวฟันไม่มีโอกาสได้มาทริปนี้ด้วย ทั้งที่ยากแสนยากกว่าจะได้รวมตัวกัน “อือ น่าจะหลายเดือนกว่าสัญญาจะหมด” “คราวนี้ไปถ่ายละครใช่ไหม” “เห็นว่าอย่างนั้น” วันหนึ่งนั่งอมยิ้ม ขณะฟังสองสามีภรรยาหันหน้าพูดคุยกัน ขนาดแค่ผิวเผิน เรื่องที่คุยดูปกติแต่ทำไมช่างน่ารัก อาจเป็นเพราะน้ำเสียงอาคีราอ่อนโยนมาก ดูทะนุถนอมภรรยา แถมพะแพงเองเองก็เป็นผู้หญิงที่ร่าเริง คำพูดคำจาสมวัย รอยยิ้มจึงดูสดใสไปหมด “พี่หนึ่งพาบิกีนีมาไหมคะ” “คะ?” แต่เหตุไฉนจู่ๆถึงหันมาทางเธอล่ะ ร่างเล็กที่กำลังเหม่อลอยมองพวกเขาเพลินๆถึงกับสะดุ้ง หันขวับมองอีกคนอย่างลืมตัว และแน่นอนเขาเองก็มองอยู่เหมือนกัน ราวกับกำลังรอคำตอบไม่ต่างจากคนถาม “บิกีนี? คือพี่..ไม่เคยใส่” “โหพี่หนึ่ง รูปร่างดีขนาดนี้ถ้าใส่คง
กว่าจะได้นำศพของพ่อและแม่มาทำตามพิธีทางศาสนาได้ เหนือเมฆต้องฝ่าด่านอุปสรรคมากมายหลายอย่างเลย เนื่องจากศพนั้นถูกอายัด เพื่อหาเหตุผลทางคดี ตอนนี้ทุกอย่างจบแล้ว คดีต่างๆถูกรื้อฟื้น ทรัพย์สินหลายอย่างถูกรื้อถอน สมบัติบางอย่างที่ได้มาด้วยความมิชอบธรรมก็ถูกยึดไป รวมถึงลูกน้องคนสนิทของพวกเขาด้วยที่ถูกจับเข้าตะราง เว้นก็แต่ธาดาเท่านั้นที่หาไม่เจอ ไม่รู้ว่าหล่อนเป็นตายร้ายดีอยู่ที่ไหน แน่นอนว่าในเมื่อพยายามหาแล้วยังไม่เจอ คนที่เรื่องตัวเองก็ยังยุ่งเหยิงมากพอกว่าจะเข้าที่เข้าทาง ความใส่ใจย่อมไม่ละเอียดสักเท่าไหร่นัก คงได้แต่รอและภาวนาให้หล่อนนั้นปลอดภัย และติดต่อกลับมาเองหนึ่งอาทิตย์ให้หลัง วันนี้เป็นวันที่เขากลับมายังคฤหาสน์ เป็นบ้านหลังที่เขาเกิดมาและเติบโตอยู่ที่นี่แค่วัยเด็ก หลังจากนั้นก็ไปโตที่เมืองนอกกับคุณปู่ของเขา “จะขายจริงเหรอวะ” อาคีราถาม หลังจากเงียบกันไปพักใหญ่ เขารู้มาบ้างว่าเหนือเมฆได้ทำการจ่ายเงินก้อนโตให้กับเหล่าบริวารพ่อบ้านแม่บ้าน เพื่อไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ข้างนอก แต่เรื่องจะขายคฤหาสน์ให้ทางภาครัฐเพื่อสร้างพิพิธภัณฑ์







