Compartir

บทที่ 1

Autor: Xiaohlinz
last update Fecha de publicación: 2026-08-11 05:42:06

บทที่ 1

เมื่อเวลาผ่านไปครบสองชั่วโมงครึ่งเครื่องยนต์คันหรูที่ฉันนั่งมาก็หักเลี้ยวเข้าไปในคฤหาสน์หลังใหญ่โตโอ่อ่าที่คาดว่าน่าจะเป็นบ้านของคุณคนที่นั่งอยู่ทางด้านหลัง

ผู้ชายคนนั้นเปิดประตูก้าวขาลงทันทีที่รถจอดสนิท อาจเพราะฉันมัวแต่มองตามหลังเขาไปเลยไม่ทันได้รู้ตัวว่ามีคุณลุงใจดีคนหนึ่งเดินมาเปิดประตูรถให้

รู้สึกเกรงใจจัง..

“ขะ..ขอบคุณมากนะคะคุณลุง แต่เดี๋ยวรอบหน้าเจ้าขาเปิดเองค่ะ” ผู้ใหญ่มีน้ำใจมาเด็กอย่างฉันก็ต้องรู้จักกล่าวคำขอบคุณ

คุณลุงดูตกใจมากหลังฟังฉันพูดจบ ก่อนจะรีบพูดว่า “โอ้! อย่าพูดแบบนั้นเลยครับคุณหนู แล้วก็ไม่ต้องขอบคุณลุงอีกนะ มันเป็นหน้าที่ของลุงอยู่แล้ว” เขาดูเกรงใจและมีกลิ่นไอความหวาดกลัวปะปนอยู่เล็กน้อย

ทำไมคุณลุงถึงได้มีท่าทีแบบนี้กัน..

ขณะที่ริมฝีปากของฉันกำลังจะอ้าขึ้นเพื่อเอ่ยถาม เสียงแหลมเล็กก็ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะเข้าเสียก่อน

“คุณเจ้าขาคะ คุณท่านให้ดิฉันมาตามค่ะ” เจ้าของเสียงมีดวงหน้าที่สวยสง่า รู้ได้ทันทีจากยูนิฟอร์มที่เธอสวมใส่ว่ามีตำแหน่งเป็นแม่บ้าน

“อ๋อค่ะ ๆ ขอบคุณนะคะ” ฉันเลิกสำรวจเธอเมื่อนึกขึ้นได้ว่าคุณคนนั้นหรือที่แม่บ้านสาวเรียกว่า ‘คุณท่าน’ กำลังรออยู่ ขาเรียวรีบก้าวฉับ ๆ เข้าไปด้านในคฤหาสน์ทันทีโดยมีแม่บ้านสาวคอยนำทาง

“พยายามยิ้มเข้าไว้เยอะ ๆ นะคะ คุณติณท์ชอบคนยิ้มเก่งค่ะ” เธอเอ่ยขึ้นเมื่อเราเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องห้องหนึ่ง ซึ่งฉันค่อนข้างแปลกใจกับสิ่งที่เธอบอกอยู่ไม่น้อย แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ถามอะไรกลับไปนอกจากกล่าวคำขอบคุณและสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าลูกบิดประตูแล้วเปิดดันเข้าไป

แกร๊ก

พอเปิดเข้ามาก็พบว่าเขากำลังนั่งหันหลังอยู่บนเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่ ไม่รู้ว่าทำไมหัวใจฉันมันถึงได้เต้นระรัวและถี่ยิบขนาดนี้ ฉันค่อย ๆ ก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้ ๆ เขาแล้วกล่าวทักทายอย่างเก้ๆกังๆ “สะ..สวัสดีค่ะ”

พลันคุณคนนั้นหันเก้าอี้กลับมาเผชิญหน้ากัน วูบหนึ่งความหล่อเหลาของเขาทำให้ฉันชะงักไป แต่ก็รีบดึงสติกลับมาได้อย่างรวดเร็ว

ใช่.. เขาเป็นคนที่มีใบหน้าหล่อเหลาและงดงามมาก ราวกับเจ้าชายที่อยู่ในนิทานก็ไม่ปาน

“ชื่อเจ้าขาใช่ไหม” นี่คือประโยคแรกที่หลุดออกจากปากเขา

“ชะ..ใช่ค่ะ..จัทร์เจ้าขา..เอ่อ..ไม่มีนามสกุล” ก็ฉันเป็นเด็กกำพร้านี่เนอะ..จะไปมีนามสกุลได้ยังไง

“ฉันชื่อติณนภพ เรียกติณท์เฉย ๆ ก็ได้” เขาแนะนำตัวอย่างเรียบง่าย ทว่าฉันกลับรู้สึกประหม่าและกดดันอย่างไม่ทราบสาเหตุ

“ค่ะคุณติณท์..” รับคำเขาแล้วก็ต้องเงียบไปเพราะไม่รู้จะพูดอะไรต่อ ครั้นคุณติณท์เองก็ไม่ได้พูดอะไรไปมากกว่านั้นด้วย

อา..อึดอัดจัง

แต่แล้วเขาก็ไม่ได้ปล่อยให้บรรยากาศภายในห้องปกคลุมด้วยความเงียบนานมากนัก สุ้มเสียงทุ้มก็ดังลอดผ่านช่องว่างริมฝีปากออกมาอีกครั้ง “จริง ๆ เธอเรียกฉันว่าพ่อก็ได้นะ” ฉันชะงักและรู้สึกราวกับร่างกายถูกแช่แข็งจนไม่อาจขยับไปไหนได้เมื่อได้ยินเช่นนั้น

มะ..เมื่อกี้นี้เขาพูดว่าอะไรนะ..

แต่ต่อมาก็ได้รับคำตอบที่ทำให้หายเคลือบแคลงใจลงอยู่บ้าง

“เพราะฉันกับ..เอื้อมดาวตั้งใจจะรับเธอมาดูแลในฐานะลูกบุญธรรม” คุณติณท์แอบเว้นระยะการพูดเล็กน้อยในตอนเอ่ยถึงพี่เอื้อมดาว

ลึก ๆ แล้วเขาก็คงจะยังทำใจไม่ได้สินะ..

“เอ่อ..นะ..หนูขอเรียกว่าคุณป๋าแทนได้ไหมคะ” เรียกพ่อแล้วฉันรู้สึกว่ามันไม่ค่อยชินปากน่ะ

“จะเรียกอะไรก็ได้ตามใจเธอ แล้วนี่อายุเท่าไหร่นะ”

“ยี่สิบแล้วค่ะ”

“อยากเรียนหนังสือไหม?” อยากสิ อยากเรียนมากที่สุด แต่จะใครจะกล้าพูดกันล่ะ ฉันน่ะขี้เกรงใจคนเป็นที่หนึ่ง

“นะ..หนูคงไม่..”

“กฎของข้อหนึ่งของฉันที่เธอควรรู้เอาไว้ก็คือฉันไม่ชอบคนโกหก”

ได้ยินเช่นนั้นแล้ว คำตอบที่ว่า ‘หนูคงไม่มีความรู้มากพอที่จะเรียน’ ก็ถูกกลืนลงคอไปอย่างรวดเร็ว

“อยากเรียนค่ะ” และนี่คือคำตอบที่ฉันได้พูดออกไป ซึ่งก็ดูเหมือนว่าจะทำให้คุณป๋าพอใจอยู่ไม่น้อย

“ฉันจะส่งเธอเรียนหนังสือ เริ่มจากการจ้างครูมาติวพื้นฐานให้เธอเรียนที่บ้านก่อน จากนั้นค่อยเข้ามหา’ลัย โอเคไหม?”

คุณป๋ายื่นข้อเสนอที่ดีขนาดนี้มาให้ มีเหรอคนอย่างฉันจะไม่รับ

“โอเคค่ะ ขอบคุณคุณป๋ามากนะคะที่เมตตาหนู” ฉันยกมือไหว้ขอบคุณเขาจากใจจริง แม้การแสดงออกทางสีหน้าและแววตาของคุณป๋าจะดูไม่ค่อยชอบใจฉันสักเท่าไร แต่เขาก็ทำดีกับฉันมาก

ดังนั้นฉันจึงไม่อาจไปรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจหรือคาดหวังให้เขารักฉันเหมือนลูกแท้ ๆ ได้

“เธอควรที่จะขอบคุณเอื้อมดาวให้มาก ๆ เพราะทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่เอื้อมดาวขอฉันเอาไว้ก่อนตาย ฉันก็แค่มีหน้าที่ทำให้เธอที่จากไปแล้วสบายใจ” พอได้ฟังคุณป๋าพูดแล้วฉันก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองโชคดีเข้าไปใหญ่ที่ได้มารู้จักกับคนดี ๆ อย่างพี่เอื้อมดาว

สัญญาเลยว่าทั้งชีวิตนี้ฉันจะไม่มีวันลืมบุญคุณของเธอ..

“ค่ะ แต่ยังไงหนูก็ต้องขอบคุณคุณป๋าด้วยอยู่ดี” เพราะถึงแม้พี่เอื้อมดาวจะฝากฝังฉัน แต่คุณป๋าก็ไม่จำเป็นต้องทำตามก็ได้จริงไหมล่ะ? แต่เขาก็เลือกที่จะทำ

ฉันต้องสำนึกในบุญคุณของเขาให้พอ ๆ กับสำนึกในบุญคุณของพี่เอื้อมดาว

“ฉันให้คนจัดห้องไว้ให้แล้ว อยู่ที่นี่อย่าทำตัวดื้อ และที่สำคัญ..” คุณป๋าลากเสียงยาวแล้วเงียบลงไปครู่หนึ่ง “อย่าแต่งตัวล่อแหลม เพราะฉันมันเป็นพวกความอดทนทางเพศต่ำ..”

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • Oh! Dad | คุณป๋าขา..อย่ากินหนู   บทที่ 89 (จบตอนพิเศษ)

    เขาถามด้วยสีหน้าและแววตาที่โคตรเจ้าเล่ห์ เพียะ! จันทร์เจ้าขาหมั่นไส้และเขินอายจนอดที่จะยื่นมือไปตีแขนเขาไม่ได้ “คุณป๋าพูดอะไรคะลูกยังไม่หลับนะ” เธอทำเสียงดุใส่ “แง๊! แง๊!” ภพจันทร์ที่เห็นแม่ตีพ่อแถมยังทำเสียงดุก็เข้าใจในแบบเด็กๆ ว่าทั้งคู่กำลังทะเลาะกัน จึงเบ้หน้าแล้วร้องไห้โฮเสียงดังลั่น “โอ๋ๆ ภพจันทร์ไม่ร้องนะลูก แม่ไม่ได้ตีพ่อนะคะ” จากที่ง่วงๆ จันทร์เจ้าขาก็ถึงกับตาสว่าง เธอรีบดันตัวลุกขึ้นนั่งแล้วพยายามปลอบลูกสาวด้วยการกอดและการหอม “ภพจันทร์ไม่ร้องนะลูกน้า” ติณนภพช่วยปลอบอีกแรง เขาหยิบเป็ดน้อยที่เพิ่งอาบน้ำด้วยกันเมื่อครู่มาเขย่าตรงหน้าลูก ทว่าทารกน้อยก็ไม่ยอมหยุดงอแงเสียที สิบนาทีผ่านไป...ภพจันทร์ยังคงร้องไห้ไม่ยอมหยุดจนจันทร์เจ้าขาและติณนภพเริ่มถอดใจ ไม่รู้ว่าลูกเป็นอะไรทำไมถึงได้ปลอบยากกว่าเดิม ทุกทีหากเป็นเมื่อก่อนใช้เพียงเวลาไม่นานเจ้าตัวเล็กก็ยอมเงียบและผล็อยหลับไปนานแล้ว “คุณป๋าคะเอายังไงดี ลูกไม่ยอมหยุดร้องเลย” สีหน้าผู้เป็นแม่มีความกังวลอย่างเห็นได้ชัด “ป๋าก็ไม่รู้เหมือนกัน เมื่อกี้ลูกร้องเพราะหนูตีป๋าจริงๆ น่ะเหรอ” ติณนภพทำท่าครุ่นคิด “ก็แล้วถ้าใช่เราจ

  • Oh! Dad | คุณป๋าขา..อย่ากินหนู   บทที่ 88 (ตอนพิเศษ)

    ตอนพิเศษ ห้าปีต่อมา หาดทรายสีขาวถูกย้อมเป็นสีทองด้วยแสงจากพระอาทิตย์ที่กำลังจะตกดิน กลิ่นไอจากน้ำทะเลและสายลมบางเบาที่พัดผ่านช่วยทำให้ผู้คนบริเวณนั้นรู้สึกสดชื่นไปตามๆ กัน ทารกน้อยวัยหนึ่งขวบกำลังคลานเตาะแตะอยู่บนผ้าปูขนฟูนุ่ม ฝ่ามือน้อยๆ สัมผัสลงบนเม็ดทรายเนียนละเอียด ภพจันทร์เอียงคอมองภาพตรงหน้าด้วยความสงสัย ก่อนที่สองมือเล็กจะยกขึ้นแล้วตีลงบนหาดทรายเบาๆ เสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากดังตามหลังมาบ่งบอกถึงความชอบใจ “แอ๊ะ~ แอ๊ะ~” ภพจันทร์ส่งเสียงเรียกชายหนุ่มและหญิงสาวที่นั่งอยู่ใกล้ๆ แล้วชูมืออวบอั๋นขึ้นให้ดูเม็ดทรายที่เกาะอยู่ตามผิวเนียน “ภพจันทร์ลูก เล่นทรายไม่ได้นะคะ” จันทร์เจ้าขารีบคว้าตัวลูกสาวขึ้นมาอุ้ม พร้อมใช้ทิชชูเปียกสำหรับเด็กเช็ดทรายออกจากมือให้อย่างอ่อนโยน ด้วยกลัวว่าลูกจะเผลอเอาเข้าปาก ทว่าความหวังดีของเธอกลับทำให้เด็กน้อยปั้นหน้าบูดหน้าบึ้ง ก่อนจะคำรามร้องไห้โฮออกมาเสียงดังลั่น “แง๊! แง๊!” ภพจันทร์ดีดดิ้นทำทีจะไปหาคนเป็นพ่อ เพราะภาพจำของเธอคือพ่อมักจะคอยตามใจอยู่เสมอ “ภพจันทร์อย่าดื้อได้มั้ยคะ แม่บอกว่าเล่นไม่ได้ไง” คนเป็นแม่เริ่มทำเสียงดุกับกิริยาที่ไม่น่ารักของ

  • Oh! Dad | คุณป๋าขา..อย่ากินหนู   บทที่ 87 (ตอนจบ)

    ชาญฉลาดรีบวิ่งเข้ามาช่วยพยุงชายหนุ่ม “ไม่ต้องห่วงไม่ต้องร้อง กระสุนโดนแค่เฉียดๆ ฉันไม่ตายหรอก” พูดจบติณนภพก็หมดสติลงเนื่องจากเสียเลือดมาก จันทร์เจ้าขาแทบหัวใจสลายร้องเรียกเขย่าตัวเขาเท่าไหร่ก็ไร้การตอบสนอง ชาญฉลาดจึงรีบพาชายหนุ่มไปส่งโรงพยาบาลทันที โชคดีที่มาถึงทันเวลา เขาไม่ได้เป็นอะไรมาก กระสุนก็โดนแค่ถากๆ เสียเลือดเยอะไปหน่อย แต่ที่โรงพยาบาลก็มีเลือดสำรองให้ ดังนั้นติณนภพจึงพ้นขีดอันตรายและไม่นานเขาก็ฟื้นขึ้นมาเจอคนรัก สองเดือนต่อมา รีสอร์ท สองชายหนุ่มหญิงสาวยืนโอบกันดูพระอาทิตย์ตกดินยามเย็นที่ระเบียงบ้านอย่างเฉกเช่นทุกวัน วันนี้เขากอดเธอแน่นขึ้นกว่าเดิมหน่อยเพราะอากาศเริ่มหนาวเย็นแล้ว กลัวว่าจะไม่สบายก่อนถึงวันหมั้น เขาไม่อยากรีรออะไรอีกแล้ว “คุณป๋าคะ” จันทร์เจ้าขาเอ่ยเรียกเสียงหวาน “ครับ” “รักเจ้าขามั้ย” “รักสิ ยังต้องถามอีกหรือไง” ติณนภพยิ้มกรุ้มกริ่มก่อนจะจูบริมฝีปากว่าที่คู่หมั้นเบาๆ หนึ่งที “ถามสิคะ ถึงแม้เจ้าขาจะรู้ได้จากการกระทำของคุณป๋าแล้ว แต่พอได้ยินกับหูมันก็รู้สึกใจฟูไปอีกแบบนะ” เธอคลี่ยิ้มหวานพร้อมเขย่งเท้าขึ้นไปจุ๊บเขาคืนบ้าง “รักครับ คุณป

  • Oh! Dad | คุณป๋าขา..อย่ากินหนู   บทที่ 86

    บทที่ 86 คฤหาสน์บรมรักษ์ 20:00น. รถยนต์คันหรูขับเข้ามาจอดเทียบหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ ถึงเวลาที่ต้องแยกกันแล้ว ร่างสูงใจแป้วอย่างเฉกเช่นทุกวันยามที่ต้องส่งเธอขึ้นนอน เพราะนี่หมายความว่าอีกหนึ่งชั่วโมงเขาต้องกลับไปอยู่ตัวคนเดียวที่บ้านของตัวเอง “ไม่อยากแยกจากหนูขาเลย อยากให้เรากลับไปอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม” เขาทำเสียงอ้อนพร้อมเอนศีรษะไปซบที่ไหล่ของคนตัวเล็ก “อยากอยู่ด้วยกันเหมือนเดิมก็รีบยกขันหมากมาขอสิคะ” เธอพูดปนขำเล็กน้อยพร้อมดันศีรษะเขาออกเบาๆ ก่อนจะเปิดประตูเดินลงจากรถ ติณนภพนึ่งอึ้งก่อนจะตบหน้าตัวเองแรงๆ เพื่อเตือนว่าเขาไม่ได้ฝันไป เมื่อรู้แจ้งแล้วก็รีบร้อนวิ่งตามเธอลงไปด้วยใบหน้าแช่มชื่น ทว่า... “กลับกันมาแล้วเหรอ กูรอพวกมึงตั้งนาน” ร่างของมิเชลปรากฏขึ้นพร้อมกับมือที่จับปืนจ่อไปทางจันทร์เจ้าขา หญิงสาวที่กำลังจะเดินเข้าบ้านชะงักฝีเท้า หน้าซีดเผือดโดยพลัน “ม..มิเชล!” “เจ้าขา!” ติณนภพรีบวิ่งไปบังร่างของจันทร์เจ้าขาเอาไว้ทันที ไม่รู้ว่าคนบ้าอย่างยายนี่จะลั่นปืนออกมาตอนไหน อย่างไรเธอก็ต้องปลอดภัยไว้ก่อน “แหม รักกันดีจังเลยนะถึงขั้นยอมตายแทนกันได้เลยเหรอ?” เจ้า

  • Oh! Dad | คุณป๋าขา..อย่ากินหนู   บทที่ 85

    บทที่ 85 เธอเสียงสั่นด้วยความกลัวจัด เห็นแบบนี้แต่ก็ขวัญอ่อนเอาเรื่อง “ไม่มีอะไรน่ากลัวหรอก ตามมาเร็ว” พูดจบก็จูงมือพาเธอเดินต่อไปอีกหน่อย ไม่นานก็เห็นคนคุ้นเคยที่นัดกันไว้ยืนรออยู่ “ป้าศรีไพร” เขาเอ่ยเรียกคนสูงวัยเสียงทุ้มอ่อน ทำเอาคนข้างหลังเบิกตาหน้าซีด เธอจำได้แม่นว่าป้าศรีไพรและสาวใช้อีกคนไม่ชอบเธอขนาดไหน “คุณติณท์” หญิงแก่เห็นเจ้านายที่คิดถึงก็คลี่ยิ้มใจดีให้ “ขับรถมาเหนื่อยมั้ยคะ ป้าจัดเตรียมของไว้ให้แล้ว” มือเหี่ยวย่นยกถาดพวงมาลัยยื่นให้เขา “ขอบคุณครับ” ร่างสูงปล่อยมือจันทร์เจ้าขาแล้วรับถาดจากป้าศรีไพรมาถือไว้ ก่อนหันไปพูดกับคนข้างหลัง “เจ้าขาไหว้ป้าศรีไพรสิ”กระต่ายน้อยก้าวขาออกมาอย่างกล้าๆกลัวๆ เม็ดเหงื่อผุดพรายตามกรอบหน้า ถ้อยคำในวันนั้นของหญิงชราเธอยังจำมันได้ดี แต่เธอก็ไม่อาจโกรธหรือเสียมารยาทกับท่านได้ สองมือเล็กประนมขึ้นพร้อมโค้งศีรษะไหว้ผู้ใหญ่อย่างนอบน้อม “สวัสดีค่ะป้า ไม่เจอกันนานสบายดีนะคะ” “สบายดีค่ะคุณเจ้าขา ไม่ต้องเกร็งนะคะ ป้าต้องขอโทษคุณเจ้าขาด้วยที่ตอนนั้นคิดไม่ดีกับคุณเจ้าขา ยังไงอภัยให้ป้านะคะ” หญิงแก่ประสบการณ์อย่างศรีไพรมองปราดเดียวก็รู้ว่าจันทร์เ

  • Oh! Dad | คุณป๋าขา..อย่ากินหนู   บทที่ 84

    บทที่ 84หลังมือเล็กยกขึ้นปาดคราบน้ำตาออกจากแก้ม พูดขู่เขาด้วยน้ำเสียงแข็งขึง ก่อนจะรีบหันหลังเดินออกไป ทินกรอยากตามไปใจแทบขาดแต่ก็กลัวว่าคำข่มขู่ของเธอจะกลายเป็นเรื่องจริง “โธ่เว้ย!” คฤหาสน์บรมรักษ์หลังจากทานข้าวเช้าฝีมือติณนภพจนอิ่มท้องอิ่มใจแล้ว จันทร์เจ้าขาก็กลับขึ้นไปในนอนฝันหวานต่อ ก่อนจะตื่นขึ้นมาอีกครั้งในช่วงเวลาเกือบสิบนาฬิกา ร่างเล็กเดินลงมาชั้นล่างด้วยความสดใสกว่าทุกวัน “ตื่นแล้วเหรอครับที่รัก หิวอีกหรือยัง” ติณนภพที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ในห้องรับแขกเอ่ยทักทายคนรักเสียงหวาน “ค..คุณป๋า! นี่ยังไม่กลับไปอีกเหรอคะ” หญิงสาวขมวดคิ้วพร้อมอุทานด้วยความตกใจ ทำไมเขายังไม่กลับไปอีก ว่างงานนักหรือไง “โธ่ที่รัก ทำไมทักกันแบบนี้ล่ะ” ร่างสูงวางหนังสือพิมพ์ แกล้งทำเสียงสำออยตรงเข้าไปหากระต่ายน้อยที่บัดนี้กลายเป็นนางแมวจอมเจ้าเล่ห์อย่างออดอ้อน “คุณป๋าไม่ไปทำงานเหรอคะ” เธอยังคงข้องใจ แต่ก่อนเห็นงานหนักนักหนา เดี๋ยวนี้มีเวลาว่างให้เธอแล้วหรือไง“ไม่ไปครับ วันนี้จะใช้เวลาอยู่กับเมีย” เขายื่นหน้าเข้าไปใกล้แล้วฉีกยิ้มจนตาหยี หารู้ไม่ว่ารอยยิ้มนี้ทำหัวใจคนมองเต้นผิดจังหวะแค่ไหน “เลิกเ

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status