“เป็นไงบ้างพวกไม่เจอกันนาน สบายดีมั้ย” พอตเตอร์รุ่นพี่ปีสี่เดินเข้ามาตบไหล่ของคิรัณและพูดทักทายด้วยความสนิทสนม
“ก็ไม่เท่าไรครับเฮีย” คิรัณยิ้มตอบกลับเล็กน้อยตามมารยาท รถถังที่เดินตามมาก็ทำตัวเก้ ๆ กัง ๆ เพราะไม่ยังไม่รู้ว่าควรทำตัวอย่างไร ดูเหมือนว่าเขาจะเป็นน้องเล็กสุดของกลุ่มนี้
“อ่อ นี่รถถัง ผมหิ้วมาจากลานกิจกรรมเมื่อกี้ ดูเหมือนว่าจะมีบางคนชอบทำตัวกร่าง ๆ น่ะครับ”
คิรัณเน้นคำว่ากร่าง ทันทีที่เห็นว่ากวินเดินเข้ามาในกลุ่มของรุ่นพี่ที่พวกเขายืนคุยกันอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่
“สวัสดีครับ ผมรถถัง ฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับ” รถถังกล่าวทักทายรุ่นพี่อย่างพอตเตอร์ด้วยความนอบน้อม ซึ่งพอตเตอร์ก็เพียงพยักหน้ารับไหว้และหันมาคุยกับคิรัณต่อ
“ฮะ ฮะ ฮ่า ฉันเห็นละ ไวรัลเมื่อเช้านี้ ไหนว่าอยากมาเงียบ ๆ แต่ดันไปออกโรงปกป้องยัยตัวแซ่บประจำคณะบริหาร” พอตเตอร์หัวเราะร่วนทันทีเมื่อนึกถึงวีรกรรมของรุ่นน้องที่เขาเห็นหน้าฟีดมหาลัยเพราะมีคนส่งมาให้ดู และถามว่าใช่คิรัณหรือเปล่า?
“ครับ”
“ถ้ามึงอยากอยู่อย่างสงบก็อย่าไปยุ่งกับเธอมาก เธอก็ใช่ย่อย กลัวจะติดโรคเอา”
“ไม่หรอกครับ คนที่น่าจะติดโรคน่าจะเพื่อนเฮียมากกว่า ดูคอเสื้อเขาสิ ยังมีรอยลิปสติกอยู่เลย”
‘ปึงงงงงงง’ กวินก้มมองเสื้อตัวเองทันทีเพราะเมื่อเช้านี้เขาเพิ่งนัวเนียกับสาวคนใหม่ที่เพิ่งควงมา หรือว่าเธอจะทิ้งรอย การกระทำนั้นอยู่ในสายตาของคิรัณตลอด
“คนไหนละฮึ ใครแม่งทำอะไรประเจิดประเจ้อให้น้องมันอำได้ว่ะ” พอตเตอร์แกล้งถามทั้ง ๆ ที่รู้ว่าคิรัณหมายถึงใคร
“ผมก็พูดไปเรื่อย เฮียอย่าใส่ใจเลยครับ” เขายักไหล่อย่างไม่แคร์ แต่ทำให้กวินหน้าถอดสีเพราะคนอื่น ๆ ที่ยืนอยู่หันมามองเขาตอนที่เขากำลังมองหารอยบนเสื้อเป็นตาเดียว
“เค ๆ กลับมาคราวนี้ มึงจะมาช่วยกูดูแลชมรมรถแข่งด้วยใช่มั้ย?"
"ตั้งแต่มึงไป พวกกูขาดคนมีฝีมือทำรถกับแข่งรถเลย”
“ครับ” เขาพยักหน้าน้อย ๆ
เมื่อเห็นดังนั้น พอตเตอร์ก็ยิ้มอย่างพึงพอใจ และหันกลับไปหากวินที่ตอนนี้ทำหน้าบอกบุญไม่รับไปเรียบร้อยแล้ว
“มึงนะ ถ้ายังอยากมีชีวิตปกติสุข ก็อย่าไปมีเรื่องกับไอ้คิรัณเลย เพราะไม่เคยมีใครรอดสักคน เชื่อกู” พอตเตอร์พูดกับกวินด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
“เออ บอกมันเถอะว่าอย่ามายุ่งเรื่องของกู”
“งั้นฝากบอกเพื่อนเฮียว่าอย่ามารุ่มร่ามกับคนของผมอีกก็พอ”
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ มึงเจอของจริงแล้วไอ้กวิน” พอตเตอร์ได้แต่หัวเราะกลบเกลื่อนเพราะเขารู้ดีว่าหากรุ่นนี้ได้โกรธใครสักคน มันส่งไปคุยกับรากมะม่วงแน่ ถ้าไม่หยุดตามที่มันบอก
“เออ วันนี้น่าจะมีแค่รับน้อง ถ้ามึงไม่อยากเข้าก็ไม่ต้องเข้า กูถือว่ามึงเคยเข้าร่วมแล้วตอนปีหนึ่ง” พอตเตอร์เดินไปนั่งลงตรงม้าหินอ่อนใต้ต้นไม้ เพราะเขารู้สึกเมื่อยที่ยื่นคุยอยู่นานสองนาน (แล้วทำไมไม่นั่งตั้งแต่แรก ไรต์บ่นให้ 555+)
“ครับ รถถังด้วยนะครับ ผมลากน้องมันออกมาด้วย ถ้ากลับไปโดนรุ่นพี่ว้ากเล่นงานพอดี”
“ตามใจมึง ถ้ามึงจะกลับก่อนก็ได้ หรือมึงจะอยู่รอไปกินเหล้ากับพวกกูตอนเย็นก็ได้ มึงด้วยไอ้รถถัง ไหน ๆ ก็ตามมันมาแล้ว ไปด้วยกันก็ได้”
“ผมว่าจะแวะเข้าไปดูสนามแข่งของชมรมหน่อย และเดี๋ยวรอไปกินเหล้ากับเฮียตอนเย็นเลย"
"ไปด้วยกันมั้ย รถถัง” คิรัณหันมาถามรถถังที่ตอนนี้ยืนแข็งทื่อเป็นท่อนไม้ไปแล้ว
“ไปครับไป”
ตกเย็น
“วันนี้เป็นไรที่น่าเบื่อมากอ่ะแก” โกโก้หันไปพูดกับโมเน่ ที่ตอนนี้กำลังเตรียมตัวจะลุกออกจากห้องเรียนในคาบสุดท้ายของวัน แต่เพื่อนตัวดีของเธอก็ยังไม่ลุกขึ้นอยู่ดี
“ฮะ อะไรนะ” โมเน่ที่กำลังดูมือถืออยู่ขานรับเพื่อนอย่างงง ๆ
“ฉันบอกว่าน่าเบื่อ แกทำอะไรอยู่ไม่ฟังฉัน”
“ก็เรื่องเมื่อเช้าไง ขึ้นเต็มฟีตมหาลัยเลย”
“ไหน ๆ ฉันส่องหน่อย” โกโก้หยิบมือถือของโมเน่ไปเลื่อนดู ก็เป็นจริงอย่างที่โมเน่บอก ในคอมเมนต์มีทั้งชมความหล่อของคิรัณ และหลายคอมเมนต์ก็บอกว่าให้คิรัณหนีไปเพราะโมเน่สกปรก
“เป็นเพราะข่าวลือนั่นใช่มะ”
“ใช่ แต่ฉันไม่แคร์หรอก เพราะพวกผู้ชายขี้แพ้มันก็เป็นแบบนี้ล่ะ ถึงฉันจะแรด แต่ฉันก็ไม่มั่วผู้ชายค่ะ ฉันจะเก็บความซิงให้พ่อของลูกเท่านั้น”
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ แกไปบอกเด็กอนุบาลมันยังไม่เชื่อแกเลย แกเล่นทำทรงแซ่บขนาดนี้” โกโก้กำลังจะส่งมือถือคืนเพื่อนสาวแต่ข้อความไลน์กลับเด้งขึ้นมา จนเธอสงสัย
‘ไอ้หมาบ้า’
“ตึ๊ง”
“แกตั้งชื่อใครหมาบ้า” โทรศัพท์ถึงมือหญิงสาวแล้ว แต่ว่าความสงสัยของโกโก้ยังคงอยู่
“ก็ไอ้เด็กเมื่อเช้าไง ที่แกพามันไปหาข้าวกินนะ”
“อ่อ แล้วน้องส่งมาว่าไร อยากรู้ด้วยได้ป่ะ” โกโก้ทำหน้าตาออดอ้อนเพื่อขอดูข้อความในมือถือของเพื่อนรัก
“เย็นนี้ผมกลับดึกนะ ไปกินกับพี่ ๆ ที่คณะ พี่ปิดไฟเลย” โมเน่กดอ่านข้อความ ด้วยน้ำเสียงที่ดังเพื่อให้เพื่อนรักของเธอได้ยินด้วย
“งั้นเย็นนี้แกก็ว่างดิ ไปผับกัน ชดเชยรอบที่แล้วฉันติดธุระอ่ะ” โกโก้ยืนข้อเสนอให้กับโมเน่
“ได้ แต่ขอไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน เจอกันสองทุ่มผับ Yupp”
ตัดมาที่ผับ Yupp
สองสาวเดินเข้าผับมาด้วยความคุ้นชินเพราะพวกเธอมากันบ่อยมาก เมื่อเลือกที่นั่งในโซนที่ต้องการได้เเล้ว ก็ทำการสั่งเครื่องดื่มมาดื่มกันสองคน วันนี้ภายในผับคนไม่ค่อยพลุกพล่านเท่าไร อาจจะเป็นเพราะช่วงหัวค่ำ ทำให้คนยังไม่เยอะมาก
“นี่โมเน่ ฉันว่าฉันเห็นหมาแกอ่ะ”
“ฮะ อะไรนะ”เพราะเสียงมันดังทำให้เธอไม่ได้ยินอะไรเลย โมเน่จึงขยับตัวเข้าหาโกโก้ เพื่อให้ได้ยินสิ่งที่เธอพูด
“ฉันบอกว่า ฉันเห็นหมาแกตรงโซนวีไอพี กับพวกไอ้พอตเตอร์น่ะ” โกโก้ขยับตัวเข้าหาเช่นกันและตะโกนเสียงดังขึ้นเพื่อให้โมเน่ได้ยิน
“อ่อ ช่างมันสิ ฉันไม่ชอบเล่นกับหมา หมามันชอบเลียปาก 5555 มาก็ดี ฉันจะโชว์ให้มันเห็นว่าตัวแม่มันเป็นยังไง ชน ๆ ชน ๆ ”
ด้านคิรัณที่นั่งอยู่ตรงโซนวีไอพีมองเห็นสองสาวตั้งแต่เดินเข้ามา สายตาเขาคอยมองอยู่ตลอดเวลา เพื่อดูว่าจะมีใครเข้ามายุ่งวุ่นวายมั้ย แต่เขาก็เห็นมีแต่สองสาวที่ออกสเต็ปเต้นยั่วยวนที่โต๊ะ และมีบรรดานักดื่มทั้งหลายที่วนเวียนกันมาขอชนแก้ว
“มึงมองอะไรไอ้คิรัณ กูเห็นมึงมองตั้งนานละ ให้กูเรียกเด็กให้มั้ย”
“ไม่เอาครับ เฮียเอาเลย มึงเอามั้ยรถถัง” คิรัณหันไปถามเพื่อนใหม่ที่ตอนนี้มันดูตื่นตาตื่นใจกับสถานที่แห่งนี้แถมยังโยกหัวไปมาเหมือนไม่เคยมาที่แบบนี้มาก่อน
“มะ ไม่เอา ไม่กล้า ขอบคุณครับ” รถถังโบกมือเป็นพัลวันเพื่อปฏิเสธ
“เออดี ไม่เปลื่อง” และพวกเขาก็นั่งดื่มกันจนดึกดื่น ตอนนี้คิรัณเห็นโมเน่ออกสเต็ปเต้นกลางฟลอร์โดยมีผู้ชายคนนึงยื่นเต้นเหมือนจะเล้าโลมเธอ คิรัณเห็นท่าไม่ดีจึงขอตัวพอตเตอร์ว่าขอกลับก่อนโดยอ้างว่าเกรงใจคนที่อาศัยอยู่ด้วยทั้ง ๆ ที่จริงแล้วเขาจะพาเจ้าของห้องกลับห้องไปทำโทษ
คิรัณเดินมาหาสองสาวที่ตอนนี้กำลังเต้นกันอย่างเมามัน ผู้ชายที่เต้นกับโมเน่เมื่อเห็นคิรัณเดินมาเขาก็หลบไปเพราะรับรู้ได้ถึงรังสีอำมหิตที่ออกมาจากตัวเขา
“ปะ พี่เมาแล้วกลับห้องกันเถอะ” คิรัณเดินไปโอบตัวของโมเน่และพยายามลากเธอกลับห้อง แต่ก็ไม่ลืมที่จะฝากให้รถถังพาพี่โกโก้ไปส่งที่หอพักด้วย
“ม่าย ยังไม่เมา”
“พี่กลับกับผม ถ้าไม่กลับผมจะลากพี่กลับเดี๋ยวนี้ล่ะ”
“อือออ กลับก็ กลาบบบบ โกโก้กลับบ้านกานน” โมเน่ที่สติเหลืออยู่เพียงน้อยนิด พยายามประคองตัวเองเพื่อเดินหาเพื่อนรัก
“ผมให้เพื่อนไปส่งแล้ว กลับเถอะ” โชคดีที่วันนี้เขาเข้าไปที่สนามแข่งรถและเอารถลูกรักของเขามาด้วย ไม่งั้นมีหวังเขาต้องแบกยัยป้านี่ขึ้นแท็กซี่หรือไม่ก็โบลท์ และก็อาจจะโดนพาขึ้นสน.มากกว่าพากลับห้องแน่ หญิงสาวดิ้นเล็กน้อยเมื่อคิรัณพยายามประคองตัวของเธอไปขึ้นรถที่จอดอยู่ที่ลานจอดรถของผับ แค่นั้นก็ไม่เกินความสามารถของเขากับแค่ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่เมามาย เมื่อเขาจับเธอยัดใส่รถได้ก็ออกเดินทางไปยังคอนโดทันที
เมื่อถึงคอนโด คิรัณดันตัวหญิงสาวให้เข้าไปในห้องก่อนที่เขาจะทำการปิดประตูลงและเปิดสวิตไฟกลางห้อง แสงไฟสลัว ๆ ทำให้โมเน่เห็นภาพของคิรัณไม่ชัดประจวบกับมึนเมาจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้เธออุทานเสียงดัง
“ว้าย ผีหลอก” โมเน่สะดุ้งตัวทันทีที่คิรัณปิดประตูและเดินเข้ามาใกล้ ๆ เธอ
“ผีที่ไหนจะหล่อขนาดนี้ครับ” คิรัณเดินก้าวเข้ามาหาเธอ ริมฝีปากบางยกยิ้มมุมปากอย่างขบขันในอาการมึนเมาของเธอ จนทำให้แผ่นหลังของโมเน่ชนกับผนังห้องอย่างจัง
“ถอยทำไมครับ ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ”
“ฉันแค่ตกจาย ลืมไปว่ามีนายอยู่ด้วย” โมเน่ผลักอกเขาเล็กน้อย แต่ด้วยความมึนเมาทำให้ตัวของเธอเซถลาตามแรงผลักนั้นเข้าหาร่างสูง
“เรามาด้วยกันเมื่อกี้ป้านี่ปลาทองจริง ๆ ผมพยุงไปส่งมะ สภาพนี้ไม่น่าจะเดินถึงห้องไหว” เขาเอื้อมมือมาประคอง แต่ตัวแม่อย่างโมเน่จะยอมให้ใครช่วยง่าย ๆ ได้ยังไง เธอสะบัดตัวออกจากเขา และพยายามเดินเอง ทว่าเจ้าตัวกลับสะดุดขาตัวเองล้มหน้าห้องนอนของตัวเอง “ตุ้บ”
“โอ๊ย”
“นายเอาอะไรมาวางหน้าห้องเนี่ย เกะกะชะมัด” คนล้มยังคงโวยวายอย่างไม่ได้สติ คิรัณได้แต่ส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนจะเดินเข้าไปพยุงเธอขึ้นและพาเข้าห้องนอนแต่เธอก็สะบัดเขาออกอีกครั้ง จนทำให้คิรัณปล่อยหญิงสาวให้เดินไปตามที่ต้องการ และดูว่าจะเดินไปไหน “เมาขนาดนี้ สะดุดขาตัวเองยังโทษคนอื่น ยัยป้าเอ้ย”
หญิงสาวเดินเลยห้องตัวเองไปและเดินเปิดประตูเข้าไปยังห้องของชายหนุ่ม หลังจากนั้นก็พยายามจะถอดเสื้อผ้าของตัวเองออก โชคดีที่ชายหนุ่มคว้าไว้ทัน และจับเธอนอนลงบนที่นอน แต่เธอก็ยังไม่หยุดความพยายามที่จะยั่วยวนเขา โดยการเอามือคล้องคอเขาให้เข้าไปหาจนปากของทั้งคู่สัมผัสกันและกลายเป็นจูบที่ดูดดื่มที่คิรัณมอบให้หญิงสาว
“อืม อืออ หวานจัง” โมเน่ที่ไม่เคยสัมผัสการจูบกับใครมาก่อนกลับคล้อยตามรสจูบนั้น และต้องการมากกว่าเดิม
“อืมมม เอาอีก” เธองอแงเป็นเด็กน้อยที่อยากได้ขนมหวาน
“พี่ต้องการอย่างนั้นจริง ๆ หรอ” ครัณถอนจูบของเขาออกมาและถามเธอเพื่อความมั่นใจ โมเน่พยักหน้าเบา ๆ แทนคำตอบ