Share

บทที่ 4

Author: Lovemotu2
last update publish date: 2026-03-05 21:55:55

“เป็นไงบ้างพวกไม่เจอกันนาน สบายดีมั้ย” พอตเตอร์รุ่นพี่ปีสี่เดินเข้ามาตบไหล่ของคิรัณและพูดทักทายด้วยความสนิทสนม

“ก็ไม่เท่าไรครับเฮีย” คิรัณยิ้มตอบกลับเล็กน้อยตามมารยาท รถถังที่เดินตามมาก็ทำตัวเก้ ๆ กัง ๆ เพราะไม่ยังไม่รู้ว่าควรทำตัวอย่างไร ดูเหมือนว่าเขาจะเป็นน้องเล็กสุดของกลุ่มนี้

“อ่อ นี่รถถัง ผมหิ้วมาจากลานกิจกรรมเมื่อกี้ ดูเหมือนว่าจะมีบางคนชอบทำตัวกร่าง ๆ น่ะครับ”

คิรัณเน้นคำว่ากร่าง ทันทีที่เห็นว่ากวินเดินเข้ามาในกลุ่มของรุ่นพี่ที่พวกเขายืนคุยกันอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่

“สวัสดีครับ ผมรถถัง ฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับ” รถถังกล่าวทักทายรุ่นพี่อย่างพอตเตอร์ด้วยความนอบน้อม ซึ่งพอตเตอร์ก็เพียงพยักหน้ารับไหว้และหันมาคุยกับคิรัณต่อ

“ฮะ ฮะ ฮ่า ฉันเห็นละ ไวรัลเมื่อเช้านี้ ไหนว่าอยากมาเงียบ ๆ แต่ดันไปออกโรงปกป้องยัยตัวแซ่บประจำคณะบริหาร” พอตเตอร์หัวเราะร่วนทันทีเมื่อนึกถึงวีรกรรมของรุ่นน้องที่เขาเห็นหน้าฟีดมหาลัยเพราะมีคนส่งมาให้ดู และถามว่าใช่คิรัณหรือเปล่า?

“ครับ”

“ถ้ามึงอยากอยู่อย่างสงบก็อย่าไปยุ่งกับเธอมาก เธอก็ใช่ย่อย กลัวจะติดโรคเอา”

“ไม่หรอกครับ คนที่น่าจะติดโรคน่าจะเพื่อนเฮียมากกว่า ดูคอเสื้อเขาสิ ยังมีรอยลิปสติกอยู่เลย”

‘ปึงงงงงงง’ กวินก้มมองเสื้อตัวเองทันทีเพราะเมื่อเช้านี้เขาเพิ่งนัวเนียกับสาวคนใหม่ที่เพิ่งควงมา หรือว่าเธอจะทิ้งรอย การกระทำนั้นอยู่ในสายตาของคิรัณตลอด

“คนไหนละฮึ ใครแม่งทำอะไรประเจิดประเจ้อให้น้องมันอำได้ว่ะ” พอตเตอร์แกล้งถามทั้ง ๆ ที่รู้ว่าคิรัณหมายถึงใคร

“ผมก็พูดไปเรื่อย เฮียอย่าใส่ใจเลยครับ” เขายักไหล่อย่างไม่แคร์ แต่ทำให้กวินหน้าถอดสีเพราะคนอื่น ๆ ที่ยืนอยู่หันมามองเขาตอนที่เขากำลังมองหารอยบนเสื้อเป็นตาเดียว

“เค ๆ กลับมาคราวนี้ มึงจะมาช่วยกูดูแลชมรมรถแข่งด้วยใช่มั้ย?"

"ตั้งแต่มึงไป พวกกูขาดคนมีฝีมือทำรถกับแข่งรถเลย”

“ครับ” เขาพยักหน้าน้อย ๆ

เมื่อเห็นดังนั้น พอตเตอร์ก็ยิ้มอย่างพึงพอใจ และหันกลับไปหากวินที่ตอนนี้ทำหน้าบอกบุญไม่รับไปเรียบร้อยแล้ว

“มึงนะ ถ้ายังอยากมีชีวิตปกติสุข ก็อย่าไปมีเรื่องกับไอ้คิรัณเลย เพราะไม่เคยมีใครรอดสักคน เชื่อกู” พอตเตอร์พูดกับกวินด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

“เออ บอกมันเถอะว่าอย่ามายุ่งเรื่องของกู”

“งั้นฝากบอกเพื่อนเฮียว่าอย่ามารุ่มร่ามกับคนของผมอีกก็พอ”

“ฮ่า ๆ ๆ ๆ มึงเจอของจริงแล้วไอ้กวิน” พอตเตอร์ได้แต่หัวเราะกลบเกลื่อนเพราะเขารู้ดีว่าหากรุ่นนี้ได้โกรธใครสักคน มันส่งไปคุยกับรากมะม่วงแน่ ถ้าไม่หยุดตามที่มันบอก

“เออ วันนี้น่าจะมีแค่รับน้อง ถ้ามึงไม่อยากเข้าก็ไม่ต้องเข้า กูถือว่ามึงเคยเข้าร่วมแล้วตอนปีหนึ่ง” พอตเตอร์เดินไปนั่งลงตรงม้าหินอ่อนใต้ต้นไม้ เพราะเขารู้สึกเมื่อยที่ยื่นคุยอยู่นานสองนาน (แล้วทำไมไม่นั่งตั้งแต่แรก ไรต์บ่นให้ 555+)

“ครับ รถถังด้วยนะครับ ผมลากน้องมันออกมาด้วย ถ้ากลับไปโดนรุ่นพี่ว้ากเล่นงานพอดี”

“ตามใจมึง ถ้ามึงจะกลับก่อนก็ได้ หรือมึงจะอยู่รอไปกินเหล้ากับพวกกูตอนเย็นก็ได้ มึงด้วยไอ้รถถัง ไหน ๆ ก็ตามมันมาแล้ว ไปด้วยกันก็ได้”

“ผมว่าจะแวะเข้าไปดูสนามแข่งของชมรมหน่อย และเดี๋ยวรอไปกินเหล้ากับเฮียตอนเย็นเลย"

"ไปด้วยกันมั้ย รถถัง” คิรัณหันมาถามรถถังที่ตอนนี้ยืนแข็งทื่อเป็นท่อนไม้ไปแล้ว

“ไปครับไป”

ตกเย็น

“วันนี้เป็นไรที่น่าเบื่อมากอ่ะแก” โกโก้หันไปพูดกับโมเน่ ที่ตอนนี้กำลังเตรียมตัวจะลุกออกจากห้องเรียนในคาบสุดท้ายของวัน แต่เพื่อนตัวดีของเธอก็ยังไม่ลุกขึ้นอยู่ดี

“ฮะ อะไรนะ” โมเน่ที่กำลังดูมือถืออยู่ขานรับเพื่อนอย่างงง ๆ

“ฉันบอกว่าน่าเบื่อ แกทำอะไรอยู่ไม่ฟังฉัน”

“ก็เรื่องเมื่อเช้าไง ขึ้นเต็มฟีตมหาลัยเลย”

“ไหน ๆ ฉันส่องหน่อย” โกโก้หยิบมือถือของโมเน่ไปเลื่อนดู ก็เป็นจริงอย่างที่โมเน่บอก ในคอมเมนต์มีทั้งชมความหล่อของคิรัณ และหลายคอมเมนต์ก็บอกว่าให้คิรัณหนีไปเพราะโมเน่สกปรก

“เป็นเพราะข่าวลือนั่นใช่มะ”

“ใช่ แต่ฉันไม่แคร์หรอก เพราะพวกผู้ชายขี้แพ้มันก็เป็นแบบนี้ล่ะ ถึงฉันจะแรด แต่ฉันก็ไม่มั่วผู้ชายค่ะ ฉันจะเก็บความซิงให้พ่อของลูกเท่านั้น”

“ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ แกไปบอกเด็กอนุบาลมันยังไม่เชื่อแกเลย แกเล่นทำทรงแซ่บขนาดนี้” โกโก้กำลังจะส่งมือถือคืนเพื่อนสาวแต่ข้อความไลน์กลับเด้งขึ้นมา จนเธอสงสัย

‘ไอ้หมาบ้า’

“ตึ๊ง”

“แกตั้งชื่อใครหมาบ้า” โทรศัพท์ถึงมือหญิงสาวแล้ว แต่ว่าความสงสัยของโกโก้ยังคงอยู่

“ก็ไอ้เด็กเมื่อเช้าไง ที่แกพามันไปหาข้าวกินนะ”

“อ่อ แล้วน้องส่งมาว่าไร อยากรู้ด้วยได้ป่ะ” โกโก้ทำหน้าตาออดอ้อนเพื่อขอดูข้อความในมือถือของเพื่อนรัก

“เย็นนี้ผมกลับดึกนะ ไปกินกับพี่ ๆ ที่คณะ พี่ปิดไฟเลย” โมเน่กดอ่านข้อความ ด้วยน้ำเสียงที่ดังเพื่อให้เพื่อนรักของเธอได้ยินด้วย

“งั้นเย็นนี้แกก็ว่างดิ ไปผับกัน ชดเชยรอบที่แล้วฉันติดธุระอ่ะ” โกโก้ยืนข้อเสนอให้กับโมเน่

“ได้ แต่ขอไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน เจอกันสองทุ่มผับ Yupp”

ตัดมาที่ผับ Yupp

สองสาวเดินเข้าผับมาด้วยความคุ้นชินเพราะพวกเธอมากันบ่อยมาก เมื่อเลือกที่นั่งในโซนที่ต้องการได้เเล้ว ก็ทำการสั่งเครื่องดื่มมาดื่มกันสองคน วันนี้ภายในผับคนไม่ค่อยพลุกพล่านเท่าไร อาจจะเป็นเพราะช่วงหัวค่ำ ทำให้คนยังไม่เยอะมาก

“นี่โมเน่ ฉันว่าฉันเห็นหมาแกอ่ะ”

“ฮะ อะไรนะ”เพราะเสียงมันดังทำให้เธอไม่ได้ยินอะไรเลย โมเน่จึงขยับตัวเข้าหาโกโก้ เพื่อให้ได้ยินสิ่งที่เธอพูด

“ฉันบอกว่า ฉันเห็นหมาแกตรงโซนวีไอพี กับพวกไอ้พอตเตอร์น่ะ” โกโก้ขยับตัวเข้าหาเช่นกันและตะโกนเสียงดังขึ้นเพื่อให้โมเน่ได้ยิน

“อ่อ ช่างมันสิ ฉันไม่ชอบเล่นกับหมา หมามันชอบเลียปาก 5555 มาก็ดี ฉันจะโชว์ให้มันเห็นว่าตัวแม่มันเป็นยังไง ชน ๆ ชน ๆ ”

ด้านคิรัณที่นั่งอยู่ตรงโซนวีไอพีมองเห็นสองสาวตั้งแต่เดินเข้ามา สายตาเขาคอยมองอยู่ตลอดเวลา เพื่อดูว่าจะมีใครเข้ามายุ่งวุ่นวายมั้ย แต่เขาก็เห็นมีแต่สองสาวที่ออกสเต็ปเต้นยั่วยวนที่โต๊ะ และมีบรรดานักดื่มทั้งหลายที่วนเวียนกันมาขอชนแก้ว

“มึงมองอะไรไอ้คิรัณ กูเห็นมึงมองตั้งนานละ ให้กูเรียกเด็กให้มั้ย”

“ไม่เอาครับ เฮียเอาเลย มึงเอามั้ยรถถัง” คิรัณหันไปถามเพื่อนใหม่ที่ตอนนี้มันดูตื่นตาตื่นใจกับสถานที่แห่งนี้แถมยังโยกหัวไปมาเหมือนไม่เคยมาที่แบบนี้มาก่อน

“มะ ไม่เอา ไม่กล้า ขอบคุณครับ” รถถังโบกมือเป็นพัลวันเพื่อปฏิเสธ

“เออดี ไม่เปลื่อง” และพวกเขาก็นั่งดื่มกันจนดึกดื่น ตอนนี้คิรัณเห็นโมเน่ออกสเต็ปเต้นกลางฟลอร์โดยมีผู้ชายคนนึงยื่นเต้นเหมือนจะเล้าโลมเธอ คิรัณเห็นท่าไม่ดีจึงขอตัวพอตเตอร์ว่าขอกลับก่อนโดยอ้างว่าเกรงใจคนที่อาศัยอยู่ด้วยทั้ง ๆ ที่จริงแล้วเขาจะพาเจ้าของห้องกลับห้องไปทำโทษ

คิรัณเดินมาหาสองสาวที่ตอนนี้กำลังเต้นกันอย่างเมามัน ผู้ชายที่เต้นกับโมเน่เมื่อเห็นคิรัณเดินมาเขาก็หลบไปเพราะรับรู้ได้ถึงรังสีอำมหิตที่ออกมาจากตัวเขา

“ปะ พี่เมาแล้วกลับห้องกันเถอะ” คิรัณเดินไปโอบตัวของโมเน่และพยายามลากเธอกลับห้อง แต่ก็ไม่ลืมที่จะฝากให้รถถังพาพี่โกโก้ไปส่งที่หอพักด้วย

“ม่าย ยังไม่เมา”

“พี่กลับกับผม ถ้าไม่กลับผมจะลากพี่กลับเดี๋ยวนี้ล่ะ”

“อือออ กลับก็ กลาบบบบ โกโก้กลับบ้านกานน” โมเน่ที่สติเหลืออยู่เพียงน้อยนิด พยายามประคองตัวเองเพื่อเดินหาเพื่อนรัก

“ผมให้เพื่อนไปส่งแล้ว กลับเถอะ” โชคดีที่วันนี้เขาเข้าไปที่สนามแข่งรถและเอารถลูกรักของเขามาด้วย ไม่งั้นมีหวังเขาต้องแบกยัยป้านี่ขึ้นแท็กซี่หรือไม่ก็โบลท์ และก็อาจจะโดนพาขึ้นสน.มากกว่าพากลับห้องแน่ หญิงสาวดิ้นเล็กน้อยเมื่อคิรัณพยายามประคองตัวของเธอไปขึ้นรถที่จอดอยู่ที่ลานจอดรถของผับ แค่นั้นก็ไม่เกินความสามารถของเขากับแค่ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่เมามาย เมื่อเขาจับเธอยัดใส่รถได้ก็ออกเดินทางไปยังคอนโดทันที

เมื่อถึงคอนโด คิรัณดันตัวหญิงสาวให้เข้าไปในห้องก่อนที่เขาจะทำการปิดประตูลงและเปิดสวิตไฟกลางห้อง แสงไฟสลัว ๆ ทำให้โมเน่เห็นภาพของคิรัณไม่ชัดประจวบกับมึนเมาจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้เธออุทานเสียงดัง

“ว้าย ผีหลอก” โมเน่สะดุ้งตัวทันทีที่คิรัณปิดประตูและเดินเข้ามาใกล้ ๆ เธอ

“ผีที่ไหนจะหล่อขนาดนี้ครับ” คิรัณเดินก้าวเข้ามาหาเธอ ริมฝีปากบางยกยิ้มมุมปากอย่างขบขันในอาการมึนเมาของเธอ จนทำให้แผ่นหลังของโมเน่ชนกับผนังห้องอย่างจัง

“ถอยทำไมครับ ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ”

“ฉันแค่ตกจาย ลืมไปว่ามีนายอยู่ด้วย” โมเน่ผลักอกเขาเล็กน้อย แต่ด้วยความมึนเมาทำให้ตัวของเธอเซถลาตามแรงผลักนั้นเข้าหาร่างสูง

“เรามาด้วยกันเมื่อกี้ป้านี่ปลาทองจริง ๆ ผมพยุงไปส่งมะ สภาพนี้ไม่น่าจะเดินถึงห้องไหว” เขาเอื้อมมือมาประคอง แต่ตัวแม่อย่างโมเน่จะยอมให้ใครช่วยง่าย ๆ ได้ยังไง เธอสะบัดตัวออกจากเขา และพยายามเดินเอง ทว่าเจ้าตัวกลับสะดุดขาตัวเองล้มหน้าห้องนอนของตัวเอง “ตุ้บ”

“โอ๊ย”

“นายเอาอะไรมาวางหน้าห้องเนี่ย เกะกะชะมัด” คนล้มยังคงโวยวายอย่างไม่ได้สติ คิรัณได้แต่ส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนจะเดินเข้าไปพยุงเธอขึ้นและพาเข้าห้องนอนแต่เธอก็สะบัดเขาออกอีกครั้ง จนทำให้คิรัณปล่อยหญิงสาวให้เดินไปตามที่ต้องการ และดูว่าจะเดินไปไหน “เมาขนาดนี้ สะดุดขาตัวเองยังโทษคนอื่น ยัยป้าเอ้ย”

หญิงสาวเดินเลยห้องตัวเองไปและเดินเปิดประตูเข้าไปยังห้องของชายหนุ่ม หลังจากนั้นก็พยายามจะถอดเสื้อผ้าของตัวเองออก โชคดีที่ชายหนุ่มคว้าไว้ทัน และจับเธอนอนลงบนที่นอน แต่เธอก็ยังไม่หยุดความพยายามที่จะยั่วยวนเขา โดยการเอามือคล้องคอเขาให้เข้าไปหาจนปากของทั้งคู่สัมผัสกันและกลายเป็นจูบที่ดูดดื่มที่คิรัณมอบให้หญิงสาว

“อืม อืออ หวานจัง” โมเน่ที่ไม่เคยสัมผัสการจูบกับใครมาก่อนกลับคล้อยตามรสจูบนั้น และต้องการมากกว่าเดิม

“อืมมม เอาอีก” เธองอแงเป็นเด็กน้อยที่อยากได้ขนมหวาน

“พี่ต้องการอย่างนั้นจริง ๆ หรอ” ครัณถอนจูบของเขาออกมาและถามเธอเพื่อความมั่นใจ โมเน่พยักหน้าเบา ๆ แทนคำตอบ
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • One Night แล้วไง…ก็จะเอา (หมาเด็กไม่ยอม)   บทที่ 43

    “พี่โมเน่เป็นไรไป ทำไมทำหน้าตาลุกลี้ลุลนแบบนั้น” คิรัณถามโมเน่ในขณะที่เขากำลังจะเปิดประตูเข้าบ้านสวนที่เมืองกาญ วันนี้เป็นวันนัดรวมตัวกินข้าวของครอบครัวกัน โดยมีแม่ของเขา คาเทียร์ และแม่ของโมเน่ “ตื่นเต้นนิดหน่อย ฉันกลัวทำตัวไม่ถูก เพราะไม่ได้เจอนานตั้งแต่ตอนเด็ก ๆ เลยนะ”โมเน่รู้สึกตื่น

  • One Night แล้วไง…ก็จะเอา (หมาเด็กไม่ยอม)   บทที่ 42

    เมื่อโมเน่ฟังมาถึงตอนนี้เธอจำได้แล้ว มันเป็นเรื่องราวของเธอเองนิน่า ย้อนกลับไปวันเกิดเหตุวัยเด็ก “นี่คิรัณ นายดูนะ พี่จะกระโดดจากพื้นตรงนี้ไปตรงหินโต๊ะนู้น เหมือนกบเลย” โมเน่ตั้งท่าเตรียมตัวกระโดดให้เขาดู “อย่านะมันลื่น ผมเคยแล้วได้แผลด้วย นี่” เด็กห

  • One Night แล้วไง…ก็จะเอา (หมาเด็กไม่ยอม)   บทที่ 41

    “นี่ คิรัณ หลังจากที่นายเดินไปเมื่อตอนบ่ายอ่ะ พี่นายก็เดินตามมาง้อยัยโกโก้ต่อ” โมเน่นั่งคร่อมลงบนตัวชายหนุ่มที่โซฟากลางห้อง ตอนนี้พวกเขากลับมาจากการเรียนและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้สบายตัวเรียบร้อยแล้ว และกำลังจะนั่งดูเน็ตฟลิกซ์ด้วยกัน แต่โมเน่อยากจะเม้าท์มอยเรื่องการง้อของพอตเตอร์ก่อน “ก็ดีแล้

  • One Night แล้วไง…ก็จะเอา (หมาเด็กไม่ยอม)   บทที่ 40

    ผ่านมาหลายวันแล้วที่คิรัณลงรูปบนไอจี เพื่อนที่อยู่ในไอจี หรือแก๊งที่เคยไปเที่ยวกับโมเน่ต่างเข้ามาแซวว่าในที่สุดเจ้าของก็มีหมาหวง ซึ่งก็ฟังดูแปลก ๆ แต่ก็นั่นละ เพื่อนเธอแซวมา โมเน่ก็ได้แต่ยิ้มขำ ๆ ไป แต่เพื่อนรักอย่างโกโก้นี่สิที่โมเน่เหมือนจะจับไต๋ได้เรื่องที่แอบคบกับพอตเตอร์ยังคงเป็นปริศนาที่ไม่ยอม

  • One Night แล้วไง…ก็จะเอา (หมาเด็กไม่ยอม)   บทที่ 39

    “ขอชิมเค้กหน่อยสิ” คิรัณเอ่ยปากขอโมเน่ที่กำลังจะตักเค้กเข้าปาก “ไหนว่าไม่กิน จะแย่งทำไม” “คำเดียวเอง” คิรัณคว้ามือหญิงสาวและเอาเค้กเข้าปากตัวเอง แต่จังหวะนั้นคาเทียร์ที่มือไวถ่ายรูปไว้ทัน และเธอก็ถ่ายไว้อีกหลายรูปเลย จากนั้นเธอก็ส่งมันไปยังเครื่องของพี่ชาย พร้อมข้อความทวงค่าจ

  • One Night แล้วไง…ก็จะเอา (หมาเด็กไม่ยอม)   บทที่ 38

    “พี่คิรัณ แวะคาเฟ่นี้ให้น้องหน่อย น้องจะพาที่โมเนกินเค้กและก็ถ่ายรูป” เด็กสาวที่ตอนนี้ทำหน้าที่เป็นไกด์จำเป็นบอกแก่พี่ชายที่ทำหน้าที่ขับรถไปส่งเธอที่บ้านสวนจังหวัดกาญจนบุรี “ได้สิ โลมายัง” คิรัณที่ตอนนี้ทำหน้าที่เป็นคนขับรถให้สองสาวถามขึ้น “เรียบร้อย พี่ไม่ต้องรีบหรอก แม่ไม่อ

  • One Night แล้วไง…ก็จะเอา (หมาเด็กไม่ยอม)   บทที่ 15

    “ถ้ารู้ว่าจะเงียบง่ายขนาดนี้นะ ใช้วิธีนี้นานละ” คิรัณยิ้มและอุ้มหญิงสาวในท่าเจ้าสาวก่อนที่จะนำไปวางลงที่โซฟาอย่างเบามือ หญิงสาวช้อนตามองชายหนุ่มเล็กน้อยและก้มลงจัดการกับเสื้อผ้าตัวเองให้เรียบร้อย ก่อนที่เขาจะจัดการเธออีกครั้งจนไม่ได้ไปซ้อมขับรถ“พี่แต่งตัวให้เรียบร้อย เดี๋ยวไปนั่งรอดูผะ อุ้ยสามีคนนี

  • One Night แล้วไง…ก็จะเอา (หมาเด็กไม่ยอม)   บทที่ 5

    “พี่ต้องการอย่างนั้นจริง ๆ เหรอ?” คิรัณถอนจูบของเขาออกมาและถามเธอเพื่อความมั่นใจ โมเน่พยักหน้าเบา ๆ แทนคำตอบ ทำให้คิรัณไม่ลังเลที่จะสานต่อกิจกรรมเข้าจังหวะกับคนตัวเล็ก ในเมื่อเธอเองก็ไม่ใช่สาวบริสุทธิ์ แค่คืนเดียวคงไม่เป็นไร“หึ ถึงผมจะไม่ใช่คนแรก แต่ผมก็เด็ดไม่แพ้ใครเหมือนกัน” ชายหนุ่มรำพึงรำพันกับ

  • One Night แล้วไง…ก็จะเอา (หมาเด็กไม่ยอม)   บทที่ 3

    “มอนายเปิดเทอมแล้วหรอ” โมเน่ที่เดินออกมาจากห้องเห็นคิรัณเตรียมตัวจะออกจากห้องไปมหาลัยเอ่ยทักขึ้น เพราะอันที่จริงเธอก็กำลังจะไปมหาลัยเช่นกัน“นี้พี่แก่แล้วจริง ๆ ด้วย ผมเรียนที่เดียวกับพี่ พี่เปิดเทอม ผมก็เปิดสิ” คิรัณเลิ่กคิ้วถาม“ห๊ะ จริงหรอเนี้ย” โมเน่อุทานด้วยความตกใจ เพราะเธอไม่ได้ใส่ใจเรื่องที่

  • One Night แล้วไง…ก็จะเอา (หมาเด็กไม่ยอม)   บทที่ 2

    โมเน่เปิดประตูกว้างออกเพื่อให้ชายหนุ่มที่ลากกระเป๋าใบโตเข้ามาในห้อง และทันทีที่ชายหนุ่มลากกระเป๋าใบโตผ่านหน้าเธอไปกลิ่นน้ำหอมจาง ๆ แบบผู้ชายลอยมาแตะจมูก เธอเผลอมองตามแผ่นหลังกว้างที่ตั้งตรง ไหล่หนาได้สัดส่วน และความสูงที่ทำให้เขาดูเกินคำว่า “เด็ก” ไปไกลนี่น่ะหรือ ‘เด็ก’ ในความหมายของแม่เธอเม้มริมฝ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status