Mag-log inเวลาล่วงเลยผ่านไปจนแอลกอฮอล์เริ่มสูบฉีดเข้าเส้นเลือด เลออนนั่งพิงโซฟาอยู่ที่มุมเดิม ในมือถือแก้วเหล้าที่ชงจากขวดราคาแพงซึ่งเขาเปิดกินแยกต่างหาก ไม่คิดจะไปมั่วสุมกับของรวมบนโต๊ะ
ปัง!
เสียงกระแทกของแข็งลงบนโต๊ะดังลั่นจนทุกคนชะงัก เลออนตวัดสายตาขึ้นมอง ก็เห็นพายุที่นั่งหน้าตึงมาพักใหญ่ผุดลุกขึ้นยืน มันกวาดสายตามองพวกเขารายตัวด้วยรอยยิ้มมุมปาก
"วันนี้กูมีเกมมาให้พวกมึงเล่น"
พูดจบ ไอ้พายุก็เอื้อมมือมาฉวยขวดเหล้าส่วนตัวของเลออนไปหน้าตาเฉย เท่านั้นไม่พอ แม่งยังจัดการเทเหล้าราคาแพงที่เหลือรินแจกจ่ายใส่แก้วเพื่อนทุกคนจนเกลี้ยงขวด เพียงเพื่อจะเอาขวดเปล่ามาหมุนเล่น
"ไอ้เหี้ยพายุ มึงทำส้นตีนอะไร?" เลออนขมวดคิ้วแน่น สบถด่าเสียงแข็ง เขาพุ่งมือจะคว้าขวดเหล้าตัวเองคืน แต่ไอ้เพื่อนตัวดีกลับเบี่ยงหลบไปอย่างหน้าด้านๆ
"รวมหัวกันทิ้งกูดีนักนะพวกมึง" พายุชี้หน้าคาดโทษเรียงตัว ก่อนจะชูขวดเปล่าในมือขึ้น
"เกม Truth or Dare... กติกาง่ายๆ ถ้ากูหมุนขวดแล้วปากขวดไปหยุดที่ใคร คนนั้นต้องทำตามคำสั่ง"
มันเว้นจังหวะ ขยิบตากวนประสาทใส่ทุกคนในวง
"ถ้าใครไม่กล้า หรือไม่ยอมทำ... ต้องเหมาจ่ายค่าเหล้ารอบโต๊ะคืนนี้ทั้งหมด... พวกมึงเงียบ ถือว่าตกลงตามนี้"
"มึงไม่มีตังค์ก็พูดมา" รามที่นั่งเงียบอยู่นานพูดสวนขึ้นมาหน้าตาเฉย ทำเอาเลออนหลุดแค่นหัวเราะในลำคอ เพราะต่างคนต่างรู้สันดานไอ้พายุดีว่าเวลาช็อต แม่งก็ชอบใช้มุกนี้ตลอด
พายุไม่สะทกสะท้าน มันจัดการวางขวดลงบนโต๊ะแล้วออกแรงหมุนทันที
จากตอนแรกที่เลออนกะจะแค่นั่งดูพวกมันเล่นกันเงียบๆ แต่พอเห็นขวดเริ่มหมุน สายตาของทุกคนในวงก็เผลอมองตามเป็นตาเดียว
แกรก... แกรก... แกรก...
เสียงขวดแก้วหมุนช้าลงเรื่อยๆ ก่อนจะหยุดกึก และปากขวดก็ชี้เป้ามาหยุดที่หน้าของ เลออน พอดิบพอดี
"ฮ่าๆๆๆๆ!" พายุระเบิดเสียงหัวเราะลั่นอย่างสะใจ มันเดินอ้อมโต๊ะมาตบไหล่เขาแรงๆ จนเลออนต้องจิ๊ปากด้วยความหงุดหงิด นัยน์ตาสีดำสนิทตวัดมองไอ้คนเริ่มเกมที่กำลังยืนนึกบทลงโทษให้เขาอย่างหมั่นไส้
"ไอ้เหี้ยเลออน... มึงจะต้องนอนกับผู้หญิงที่กูเลือกให้ในแอปหาคู่"
พายุแสยะยิ้มชั่วร้าย ไวกว่าความคิด มันฉวยจังหวะที่เลออนเผลอ คว้าโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูบนโต๊ะมากดรหัสปลดล็อกอย่างรวดเร็วราวกับเป็นเจ้าของเสียเอง
ก่อนจะกดเข้าแอปพลิเคชันลับเฉพาะที่เลออนมักจะใช้หา 'คู่นอน' ชั่วคราวอยู่เสมอ นิ้วโป้งไถหน้าจอไปมาอย่างรวดเร็วเพื่อหาเหยื่อ
"เอาคืนมาไอ้สัส เล่นห่าอะไรปัญญาอ่อน"
เลออนขมวดคิ้ว ทำท่าจะคว้าโทรศัพท์คืน แต่เจย์กับมังกรก็ช่วยกันล็อกแขนเพื่อนเอาไว้ท่ามกลางเสียงหัวเราะสะใจ ไม่กี่วินาทีต่อมา พายุก็จัดการรัวนิ้วพิมพ์อะไรบางอย่างลงไป ก่อนจะโยนโทรศัพท์คืนลงบนโต๊ะ
"อ่ะ เอาไป... กูแมตช์ให้แล้ว" พายุยักคิ้วกวนส้นตีน
เลออนถอนหายใจพรืด นัยน์ตาสีดำสนิทก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์ตัวเอง ก่อนที่หัวคิ้วเข้มจะขมวดเข้าหากันแน่นกว่าเดิม...
โปรไฟล์เหี้ยอะไรวะเนี่ย? หน้าตาก็ไม่มี ข้อมูลเหี้ยอะไรก็ไม่ใส่ แม่งไม่มีห่าอะไรเลยนอกจาก รูปต้นไม้???
"เหี้ยอะไรวะเนี่ย!" เลออนสบถด้วยความหงุดหงิดขั้นสุด มือหนาคว้าโทรศัพท์ขึ้นมา เตรียมจะกดอันแมตช์และบล็อกไอ้โปรไฟล์ต้นไม้บ้านี่ทิ้งให้พ้นสายตา
แต่ทว่า... จังหวะที่สายตาตวัดลงมามองในช่องแชท นิ้วที่กำลังจะกดลบทิ้งก็ต้องชะงักค้าง เมื่อเห็นประโยคแรกที่ไอ้เพื่อนเวรมันกดพิมพ์ทักแชทส่งไปหาผู้หญิงโปรไฟล์ต้นไม้คนนั้นเรียบร้อยแล้ว
LN: ผมมีแฟนแล้วนะครับ แต่ผมอยากมีอะไรกับคุณ คุณติดมั้ย?
เลออนกัดฟันกรอด ขมับเต้นตุบ... ข้อความแม่งโคตรหยาบคายและท้าทายศีลธรรมสุดๆ
เขาคิดไว้แล้วว่าเจอประโยคส้นตีนแบบนี้เข้าไป อีกฝั่งคงไม่คิดจะตอบ หรือไม่ก็ด่ากราดสวนมาแล้วกดบล็อกทิ้งแน่นอน ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นก็ดี... เพราะต่อให้เขาต้องยอมเสียค่าเหล้ารอบโต๊ะ มันก็ยังดีกว่าต้องไปนอนกับใครก็ไม่รู้ที่ไม่มีแม้แต่รูปโปรไฟล์ให้ดู อย่างน้อยถ้าเขาจะเอากับใคร มันก็ต้องได้เห็นหน้าค่าตากันก่อนปะวะ
แต่ผิดคาด... ใต้ข้อความระยำนั่น มุมซ้ายล่างของหน้าจอโทรศัพท์ดันขึ้นสถานะว่า 'กำลังพิมพ์...' ตอบกลับมาแทบจะในเสี้ยววินาที
Anonymous: ฉันไม่ติดค่ะ... เพราะเซ็กส์ก็แค่ความสนุก ฉันไม่คิดจะผูกพันอยู่แล้ว
นัยน์ตาสีดำสนิทที่เคยมองหน้าจอด้วยความรำคาญชะงักค้างไปชั่วขณะ มุมปากหยักที่มักจะเรียบตึงอยู่เสมอกระตุกขึ้นนิดๆ อย่างลืมตัว
"หึ..." เลออนหัวเราะในลำคอ
ความหงุดหงิดที่โดนเพื่อนปั่นประสาทเมื่อกี้จางหายไปเกินครึ่ง ถูกแทนที่ด้วยความสนใจที่ถูกจุดขึ้นมาดื้อๆ คำตอบที่โคตรจะเย่อหยิ่ง ใจกล้า และไร้ความรู้สึกของอีกฝ่าย ทำเอาคนเย็นชาอย่างเขาถึงกับต่อมกระตุก...
ทำเอาอยากเห็นหน้าขึ้นมาเลยแฮะ ว่าผู้หญิงแบบไหนกันแน่ที่ซ่อนอยู่หลังรูปโปรไฟล์ต้นไม้โง่ๆ นี่
ความสนใจของเลออนถูกดึงกลับมาที่เกมบนโต๊ะอีกครั้ง ร่างสูงจัดการเก็บโทรศัพท์มือถือยัดลงกระเป๋ากางเกง ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าขวดเหล้าเปล่าตรงกลางโต๊ะมาถือไว้
"ตาต่อไปกูหมุนนะ... มึงโดนแน่ไอ้เหี้ยพายุ" เลออนพูดเสียงเรียบแต่มุมปากกลับยกยิ้มร้าย
มือหนาออกแรงหมุนขวดแก้วบนโต๊ะ
แกรก... แกรก... แกรก...
รอบนี้ขวดค่อยๆ ชะลอความเร็วลง ก่อนจะหยุดกึก และชี้เป้าไปทางไอ้คนที่เพิ่งจะโยนบทลงโทษให้เขาเมื่อกี้พอดิบพอดี
"เป็นไงล่ะ โดนซะบ้างนะมึง" เจย์หัวเราะลั่นตบโต๊ะสะใจ
พายุตวัดสายตามองมาทางเขาทันที เลออนเอนหลังพิงพนักโซฟา มุมปากหยักกระตุกยิ้มขึ้นมาอย่างเจ้าเล่ห์ เพราะตั้งใจจะหาเรื่องเอาคืนอยู่แล้ว
“กูรู้นะว่ามึงมันเสือเงียบไอ้พายุ นัดผู้หญิงแทบจะทุกคืน...” เลออนเคาะนิ้วลงบนพนักวางแขน
“งั้นมึงช่วยกดโทรออกเบอร์ล่าสุดและพูดกับปลายสายไปว่า ‘คืนนี้มานอนที่ห้องพี่ไหมครับ?’ มึงกล้าไหมครับเพื่อน”
“ไอ้สัด! มึงไม่คิดว่าจะเป็นเบอร์แม่กูบ้างหรอวะ” พายุโวยวายสวนทันควัน
“ถ้าเบอร์แม่มึงจริง เดี๋ยวกูพูดสวัสดีแม่มึงเพราะๆ เลย” เลออนตอกกลับหน้าตาย
พายุถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ มันมีท่าทีอึกอักอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะหันไปมองทอดสายตาลงไปยังฟลอร์ด้านล่าง เลออนหรี่ตามองตามพฤติกรรมแปลกๆ ของเพื่อน แต่ก็ไม่ได้สนใจจะซักไซ้ว่าไอ้พายุมันกำลังมีปัญหาอะไรกับใคร
ความอบอุ่นที่สาดซัดเข้ามาทำลายกำแพงน้ำแข็งในใจจนละลายหายไปจนหมดสิ้น ความรู้สึกปลอดภัยและถูกรักอย่างแท้จริงเติมเต็มช่องโหว่ในอกจนล้นปรี่ เซียร่าสูดลมหายใจเข้าลึก มือเล็กล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ ก่อนจะหยิบเอา 'ปลอกคอหนังสานสีน้ำตาล' ที่สลักชื่อลัคกี้ออกมา... สิ่งยึดเหนี่ยวที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดในอดีต ซึ่งบัดนี้เธอพร้อมที่จะปล่อยมันไปแล้ว เลออนมองปลอกคอในมือเธอแล้วพยักหน้าเบาๆ อย่างเข้าใจ ชายหนุ่มไม่ได้ถามอะไรให้มากความ เขาเดินนำเธอไปที่ใต้ต้นสนใหญ่ริมหน้าผา ก่อนจะย่อตัวลงแล้วใช้กิ่งไม้และมือเปล่าๆ ช่วยขุดหลุมดินขนาดเล็กให้โดยไม่กลัวเปื้อน หญิงสาวทรุดตัวลงนั่งคุกเข่า วางปลอกคอเส้นนั้นลงในหลุมอย่างเบามือ แล้วค่อยๆ เกลี่ยดินกลบมันจนมิด "หลับให้สบายนะลัคกี้..." เซียร่ากระซิบเสียงแผ่วเบาทว่าหนักแน่น "ไม่ต้องห่วงฉันแล้วนะ... ฉันไม่เป็นไรแล้วจริงๆ" เมื่อกล่าวคำบอกลาและทิ้งบาดแผลทั้งหมดไว้เบื้องหลัง หญิงสาวก็หยัดกายลุกขึ้น หันกลับมามองผู้ชายตัวโตที่ยืนล้วงกระเป๋ารออยู่... ในจังหวะนั้นเอง เลออนก็รูดซิปกระเป๋าเป้อวกาศที่เขาวางไว้บนพื้นหญ้
เลออนหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ นัยน์ตาคมกริบที่มักจะดุดันเสมอ บัดนี้ทอดมองเธอด้วยความอ่อนโยน ก่อนที่มือหนาจะยื่น ‘ดอกหญ้าสีขาว’ ดอกเล็กๆ ที่เพิ่งเด็ดมาจากริมทางมาตรงหน้าเธอ มันไม่ใช่กุหลาบช่อโตราคาแพง หรือดอกไม้หรูหราที่ถูกจัดเตรียมมาอย่างดี... มันเป็นแค่ดอกไม้ป่าธรรมดาๆ ทว่ากลับทนทานและผลิบานได้อย่างงดงามท่ามกลางดินหิน “ให้...” เสียงทุ้มเอ่ยสั้นๆ ติดจะขัดเขินนิดหน่อย ชายหนุ่มยกมืออีกข้างขึ้นเกาหลังคอตัวเองแก้เก้อ “ฉันว่ามันเข้ากับเธอดี” "มันเป็นแค่ดอกไม้ป่า... แต่ต่อให้โลกจะใจร้ายหรือแห้งแล้งแค่ไหน มันก็ยังเอาตัวรอดและผลิบานได้สวยงามเสมอ... เหมือนเธอไง เซียร่า" ชายหนุ่มกระตุกยิ้มบางๆ เซียร่ากะพริบตา มองดอกไม้ป่าดอกเล็กในมือเขาสลับกับใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังเบือนหนีไปทางอื่น ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้าไปในก้อนเนื้ออกซ้ายที่เคยด้านชา หญิงสาวค่อยๆ เอื้อมมือไปรับดอกไม้นั้นมาถือไว้อย่างทะนุถนอม... แม้จะไม่ได้พูดคำว่าขอบคุณ แต่นิ้วเรียวที่ลูบกลีบดอกไม้เบาๆ ก็แทนความรู้สึกทั้งหมดได้เป็นอย่างดี เลออนอมยิ้ม ก่อนจะกลับขึ้นไปคร่อมจักรยานแล้วออกแรงปั่
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องลอดผ่านทิวสน ท้องฟ้าโปร่งใสไร้เมฆหมอก อากาศบนหุบเขาเย็นสบายและสดชื่นจนทำให้ความรู้สึกหนักอึ้งที่เคยมีค่อยๆ เจือจางลง บนถนนดินลูกรังสายเล็กที่ทอดยาวลัดเลาะไปตามแนวเขา รถจักรยานคันเล็กกำลังเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างไม่เร่งรีบ เลออนรับหน้าที่ปั่น โดยมี 'กระเป๋าเป้อวกาศ' ที่บรรจุเจ้าก้อนขนสองตัวสะพายอยู่ด้านหน้าแผงอก โดยมีเซียร่านั่งอยู่บนเบาะซ้อนท้าย สองมือเล็กจับชายเสื้อยืดของเขาเอาไว้หลวมๆ เพื่อทรงตัว สายลมเย็นที่พัดมาปะทะใบหน้า กลิ่นไอดินและธรรมชาติรอบข้าง... ผสานกับแผ่นหลังกว้างที่คอยบังลมหนาวอยู่เบื้องหน้า ทำเอาเซียร่าเผลอซบหน้าผากลงกับแผ่นหลังของเขาอย่างลืมตัว ภาพความทรงจำเมื่อห้าปีก่อนย้อนกลับมาฉายชัดในหัวอีกครั้ง... วันวานที่เธอเคยซ้อนท้ายจักรยานเขา... แม้ในตอนนั้นโลกทั้งใบของเธอจะเต็มไปด้วยบาดแผลและความอ้างว้าง แต่การได้นั่งอยู่ตรงนี้ กลับเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่สายลมช่วยพัดพาความเจ็บปวดให้จางหาย และทำให้เธอรู้สึกสงบลงได้ชั่วขณะ... เส้นทางข้างหน้าเริ่มเปลี่ยนเป็นเนินลาดชันที่ต้องใช้พละกำลังมากขึ้นจนคิดว
ตกกลางคืน... อากาศบนภูเขาเริ่มเย็นจัดจนเกิดหยาดน้ำค้าง ชายหนุ่มปล่อยให้เซียร่านั่งพักอยู่บนโซฟา โดยมีผ้าห่มผืนหนาคลุมทับไว้ให้ความอบอุ่น ร่างสูงเดินหายเข้าไปในโซนครัว ก่อนจะกลับออกมาพร้อมกับชามข้าวต้มหมูสับกลิ่นหอมกรุ่นที่เขาลงมือทำเองแบบง่ายๆ วางลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้าเธอ พร้อมกับยาหลังอาหารและแก้วน้ำ "กินซะ จะได้กินยา" เลออนเอ่ยบอกเสียงเรียบพลางยื่นช้อนให้ เซียร่ามองชามข้าวต้มสลับกับใบหน้าของเขา หญิงสาวรับช้อนมาถือไว้แล้วตักข้าวต้มเข้าปากเงียบๆ โดยมีเลออนนั่งเท้าคางมองอยู่ฝั่งตรงข้าม คอยให้เธอจัดการมื้ออาหารจนเสร็จ เมื่อข้าวต้มพร่องไปเกือบครึ่งชาม เซียร่าก็วางช้อนลง เลออนหยิบเม็ดยาส่งให้ถึงมือ หญิงสาวรับมากินและดื่มน้ำตามอย่างว่าง่าย ท่าทีดื้อรั้นและพยศที่เคยมีหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความเหนื่อยล้าที่เกาะกินไปทั้งร่าง เลออนรับแก้วน้ำไปวางไว้บนโต๊ะ ก่อนจะขยับตัวเข้าไปนั่งเบียดชิดเคียงข้างเธอ ฝ่ามือหนายกขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าออกให้อย่างเบามือ “รีบๆ หายล่ะ ฉันคิดถึงเซียร่าคนที่ปากหมาๆ” เซียร่าอยากจะอ้าปากด
หนึ่งอาทิตย์ผ่านไป... รถสปอร์ตคันหรูถูกจอดทิ้งไว้หน้าบ้านพักตากอากาศส่วนตัวกลางหุบเขาที่เงียบสงบ เลออนตัดสินใจพับเก็บความวุ่นวายในเมืองหลวง แล้วพาเซียร่าหนีมาซ่อนตัวอยู่ที่นี่ ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา เซียร่ายอมพูดคุยกับจิตแพทย์ผ่านวิดีโอคอลตามที่ชายหนุ่มคอยจัดการให้ แน่นอนว่าบาดแผลที่ถูกกรีดลึกมาทั้งชีวิต... ไม่มีทางรักษาสมานได้ในเวลาแค่ไม่กี่วัน บางคืนเธอยังคงสะดุ้งตื่นมาพร้อมกับคราบน้ำตา อาการเหม่อลอยและหวาดระแวงยังคงมีให้เห็น ทว่าความเงียบสงบของธรรมชาติรอบตัว ผนวกกับการดูแลที่ไร้เงื่อนไขของเลออน ก็ช่วยประกอบเศษซากจิตใจของเธอให้ค่อยๆ เข้ารูปเข้าทีทีละนิด ลมเย็นเยียบของป่าสนพัดโชยมากระทบผิว ระเบียงไม้กว้างขวางที่ยื่นออกไปรับวิวทิวเขาคือมุมโปรดมุมใหม่ของเซียร่า ร่างบางในชุดเสื้อฮู้ดตัวโคร่งของเลออนกำลังนั่งกอดเข่าอยู่บนพื้นระเบียง ท่อนขาขวาที่เพิ่งถอดเฝือกออกถูกวางเหยียดเอาไว้อย่างระมัดระวัง นัยน์ตาคู่สวยทอดมอง 'เต้าหู้' กับ 'โคล่า' สองก้อนขนจรจัดที่กำลังวิ่งไล่ตะครุบใบไม้แห้งกันอยู่บนพื้นไม้กระดาน เซียร่านั่งเหม่อลอย ปล่อยให้สา
12.00 น. แสงแดดจัดจ้าของช่วงเที่ยงวันสาดส่องเข้ามาเต็มพื้นที่ ภายในห้องพักหลงเหลือเพียงความเงียบงันและกลิ่นคาวโลกีย์ที่คละคลุ้ง เซียร่านอนสลบไสลจมดิ่งอยู่ในห้วงนิทรา ร่างกายบอบช้ำเต็มไปด้วยรอยรักสีเข้มและคราบความเร่าร้อนที่สาดกระเซ็นไปทั่ว เลออนในสภาพที่ควรจะหมดเรี่ยวแรง กลับขยับตัวเข้าหาแผ่นหลังบางที่เปลือยเปล่า ชายหนุ่มทาบทับแผงอกลงไปเบียดชิด ค่อยๆ แนบใบหน้าและใบหูลงบนแผ่นหลัง ฝั่งที่ตรงกับก้อนเนื้อข้างซ้ายของเธอ... ฟังเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เสียงนั้นราวกับเครื่องยืนยันว่าเธอยังคงอยู่ตรงนี้ อยู่ในอ้อมกอดของเขา ท่อนแขนแกร่งตวัดกอดรัดร่างที่อ่อนปวกเปียกเข้ามาแนบอกแน่น หวงแหนและปรารถนาจะครอบครองเธอไว้เพียงผู้เดียว หวังเพียงว่าเซ็กส์ที่ดุเดือดตลอดค่ำคืนที่ผ่านมา จะช่วยเยียวยาและลบฝันร้ายออกจากใจเธอได้ ทว่าความลุ่มหลงในกายชายกลับไม่ยอมสงบลงง่ายๆ เลออนสูดกลิ่นกายหอมกรุ่นจากซอกคอขาวเนียน เขาขยับจัดแจงท่านอนของตัวเองอย่างระมัดระวังที่สุด เพื่อให้มั่นใจว่าน้ำหนักตัวของเขาจะไม่เผลอไปกดทับท่อนขาขวาที่เพิ่งถอดเฝือกของเธอแม้แต่มิลลิเ
ลานหน้าเต็นท์ที่เคยครึกครื้น จึงเหลือแค่พวกเขาทั้งสองคนที่ยังนั่งจ้องหน้ากันอยู่ท่ามกลางความเงียบ "พอ... ไม่เล่นแล้ว เหนื่อย!" เซียร่าโยนโทรศัพท์มือถือทิ้งลงบนโต๊ะพับอย่างไม่ไยดี หญิงสาวทิ้งแผ่นหลังพิงพนักเก้าอี้ หอบหายใจเบาๆ ใบหน้าสวยเฉี่ยวแดงระเรื่อลามไปถึงลำคอ
เซียร่ายืนมองคนที่กำลังง่วนอยู่กับการประกอบเต็นท์เงียบๆ แต่พอกวาดสายตามองกองสัมภาระบนพื้น คิ้วเรียวก็เริ่มขมวดเข้าหากัน "เดี๋ยวนะ..." เซียร่าทักขึ้นมาเสียงห้วน "ทำไมถึงมีเต็นท์แค่หลังเดียว" มือหนาที่กำลังต่อโครงเหล็กชะงัก เลออนวางอุปกรณ์ในมือลงแล้วยืดตัวขึ้นเต็มความสูง
หนึ่งอาทิตย์ผ่านไป… ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับนาเดียร์เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ นาเดียร์มักจะเป็นฝ่ายส่งข้อความหาเขาเสมอ บางครั้งก็โทรมาคุยเรื่องสัพเพเหระ ตอนแรกเขาก็กะจะแค่คุยด้วยตามมารยาท แต่เอาเข้าจริง... มันก็ไม่ได้รู้สึกแย่อะไร นาเดียร์เรียนเก่ง คุยสนุก ไม่ทำตัวงี่เง่าน่ารำคา
ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้ขยับสะโพกสั่งสอนคนอวดเก่ง หญิงสาวที่ดูเหมือนกำลังเสียเปรียบกลับพลิกสถานการณ์อย่างคาดไม่ถึง มือเรียวที่เคยวางดันแผงอกเปลี่ยนมาจิกทึ้งลาดไหล่กว้าง อาศัยจังหวะที่เขาเผลอ ออกแรงพลิกตัวผลักร่างหนาให้หงายหลังล้มลงไปจมฟูกเตียงแทนอย่างรวดเร็ว พรึ่บ! เลออ







