Share

บทที่ 3

Author: Barbadbie
last update Petsa ng paglalathala: 2026-04-17 11:38:14

(ปัจจุบัน….)

“นี่!!!” ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยประกายความขุ่นเคือง เหมือนแมวที่โกรธจนขนฟู

ผู้ชายคนนี้ปากร้ายจริงๆ!

คนถูกมองเขม่นไม่สะทกสะท้าน สายตาคมกริบจ้องมองราวกับจะอ่านทะลุถึงสิ่งที่อยู่ในใจ

เดย์เคยเจอผู้หญิงมาเยอะ ผู้หญิงบางคนตอนแรกก็ดูเรียบร้อยอ่อนต่อโลกแต่พอรู้จักจริงๆแล้วไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลย เธอคนนี้เป็นคนประเภทไหน เขาไม่แน่ใจเหมือนกัน

“ปลายฝน~” รอยยิ้มผุดขึ้นที่ริมฝีปากหนาหลังจากเอ่ยเรียกชื่อเธอออกไป

เขาจ้องมองไม่ละสายตา…จนเธอเป็นฝ่ายหลบตาก่อน

“ถอยออกไปหน่อยได้ไหม” เจ้าของชื่อรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องอีกทั้งเกิดความประหม่าโดยไม่ทราบสาเหตุ

ไม่รู้ว่าเขารู้ชื่อเธอได้ยังไง?

“อ้อ~..โทษที” ร่างสูงยอมขยับตัวถอยออกห่าง แบมือทั้งสองด้านยกขึ้นมาในระดับเดียวกับใบหน้า ทำเหมือนกับคนร้ายที่ยอมมอบตัวกับตำรวจ

โคตรกวนประสาท!

“ไปคุยกันบนรถได้ไหม”

“คุยไรอะ ไม่เห็นมีเรื่องไรให้คุย” เธอมองไม่ออกหรือไงว่าผู้ชายคนนี้มันไม่น่าไว้ใจ ทำไมถึงได้กล้าชวนผู้ชายแปลกหน้าขึ้นรถ

“ที่นัดมาที่นี่หรือว่าคุณอยากให้ฉันเลี้ยงเหล้า?”

เรียวคิ้วเข้มขมวด สายตาคมกริบจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโต คำถามแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวเขาคือ 'หรือกูดูเหมือนคนไม่มีจะแดก'

“ใครเขาอยากได้เงินเธอวะ”

เธอแม่งโคตรจะซื่อบื้อเลย แถมยังดูหัวอ่อนตามไม่ทันคนด้วยซ้ำ

“ไม่รู้หรือไงว่าการที่ผู้ชายมันนัดมาในสถานที่แบบนี้มันต้องการอะไร” ถ้าเธอไม่ได้มาเพราะคิดเหมือนกันก็แยกย้ายกันตรงนี้

เดย์มองผู้หญิงตรงหน้าด้วยสายตาเสียดาย ก่อนจะละสายตาหันหลังเดินออกไป

“เดี๋ยวก่อน..” เสียงเรียกรั้งชายหนุ่มร่างสูงโปร่งให้หันกลับมาอีกครั้ง

ทั้งที่พูดออกไปชัดเจนขนาดนั้นแล้ว หรือเธอยังไม่เข้าใจอีก

“ฉันไม่ชอบติดค้างใคร”

“แล้ว?” จะเอาไรอีกครับเธอ

“ขอเลี้ยงข้าวสักมื้อก็แล้วกัน ฉันจะได้สบายใจ”

คำพูดของเธอทำสายตาของเสือหิวโซเพราะเนื้อชิ้นดีหลุดมือแปรเปลี่ยนเป็นมีประกายหวังขึ้นมาอีกครั้ง

มุมปากหยักกระตุกยิ้ม “ฉันเองก็เป็นพวกไม่ชอบปฏิเสธใครซะด้วยสิ”

เธอเลือกเองนะ หลังจากนี้ก็อย่าหาว่าไม่เตือน…

ในเมื่อปล่อยไปแล้ว แต่ไม่ยอมไป ก็เตรียมรับมือให้ดีล่ะ…

ยัยกวางน้อย

••••

(บนรถ)

บรรยากาศภายในรถเงียบมาตลอดทางตั้งแต่ปลายฝนขับรถออกมา…รถของเธอดูเล็กขึ้นทันตาเมื่อมีร่างสูงของใครบางคนขึ้นมานั่งด้วย

คนข้างๆปรับที่นั่งในท่าที่สะดวก เสี้ยวหน้าคร้ามคมหันไปมองคนขับรถ เรียวนิ้วยาวเคาะลงบนหน้าขาครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

ในเมื่อเธอกล้าชวน ผู้ชายอย่างเขาจะปฏิเสธได้ยังไงกัน วินาทีนี้ไม่ว่าเธอจะพาไปขึ้นสวรรค์หรือลงนรกก็พร้อมจะไปด้วยความเต็มใจ

“อยากกินอะไรเหรอคะ” คนโดนมองเริ่มรู้สึกทำตัวไม่ถูก ต้องหาอะไรมาพูดทำลายบรรยากาศน่าอึดอัด

“แน่ใจไหมอ่ะว่าถ้าบอกแล้วจะพาไปกิน”

เรียวคิ้วสวยขมวดเหลือบสายตาไปมองแวบนึงก็ดึงสายตาไปขับรถต่อ วินาทีต่อมาคล้ายกับได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอของคนที่นั่งข้างๆ

ไอ้คนขี้แกล้ง! ดูเหมือนเขาจะมีความสุขมากเวลาที่ได้แกล้งคนอื่น!

“ทำไมคะ อาหารที่คุณอยากกินมันพิศดารคนทั่วไปเขาไม่กินกันเหรอ” เรื่องไรเธอต้องยอมให้เขากวนประสาทอยู่ฝ่ายเดียว

เดย์หัวเราะ เอนศีรษะลงบนเบาะ สายตาคมไล่มองสำรวจใบหน้าด้านข้างของคนถาม “ถ้าตอบออกไปตามที่คิด เธออาจจะไล่พี่ลงจากรถ”

เขาแทนตัวเองว่า'พี่'และดำเนินบทสนทนาได้อย่างลื่นไหลเป็นธรรมชาติ แตกต่างจากคนฟังที่ชะงักไป…

“ปกติชอบกินไรอ่ะ ไปร้านประจำที่เธอกินบ่อยๆก็ได้้”

“ร้านที่ฉันไปกินประจำเป็นร้านราเมง” เธอเหลือบมองพร้อมกับถามย้ำอีกครั้ง “จะกินไหม”

“กินดิ~ ไม่งั้นจะขึ้นรถมาทำไมอะ”

ปลายฝนเผลอย่นจมูก รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกกวนประสาทจากเขาอยู่ตลอดเวลา ชักเริ่มจะไม่แน่ใจว่าเราพูดเรื่องเดียวกันไหม

เดย์ละสายตาหันไปมองทางกระจก มุมปากยกสูงขึ้นเรื่อยๆ ก็ไม่รู้ตัวเหมือนกันว่ายิ้มทำไม

…..

ใช้เวลาประมาณเกือบจะหนึ่งชั่วโมงกว่าจะมาถึงร้านราเมง แต่พอมาถึงตัวร้านกลับมืดสนิท ป้ายหน้าร้านขึ้นคำว่า CLOSE (ปิด) ตัวโต

“อ้อจริงสิ~ ลืมไปเลยว่าวันนี้ร้านปิด” ปลายฝนทำหน้าผิดหวังมองผ่านทะลุกระจกรถยนต์ฝั่งตัวเองเข้าไปยังร้านราเมงที่ปิดไฟมืดสนิท

“….” หัวคิ้วคนฟังขมวด ไหนเธอบอกเป็นร้านที่มากินประจำแล้วลืมได้ไงว่าร้านปิดวันนี้ แถมยังขับรถอ้อมไปอ้อมมาอย่างกับคนไม่คุ้นชินเส้นทาง

“เอาไงดีคะ จะเปลี่ยนร้านอื่นไหม คุณหิวหรือเปล่า?”

“เรียกอย่างอื่นได้ไหมฟังแล้วขัดใจ”

“คะ?”

“เรียกพี่ได้ป่ะครับ” ไม่ใช่แค่พูดแต่ยื่นหน้าเข้าใกล้จนอีกฝ่ายต้องย่นคอหนี

รอยยิ้มผุดขึ้นที่ริมฝีปากหนา เดย์ลากสายตามองสำรวจใบหน้าเธอเงียบๆ ก่อนจะพูดออกมาตามสิ่งที่คิด “น่ารัก~”

คนฟังหายใจไม่ทั่วท้อง ปลายฝนรู้สึกประหม่าจนทำตัวไม่ถูก ลำตัวแนบชิดไปกับด้านข้างประตูรถไม่สามารถขยับตัวเลี่ยงหนีไปทางไหนได้

“พี่หมายถึงดวงตา.. ตาเธอสวย มองแล้วนึกถึงกวาง” จนเสือตัวนี้อยากขย้ำให้จมเขี้ยว

“อื้ม~” ปลายฝนกระแอมในลำคอ ก่อนจะพูดเปลี่ยนเรื่องทำเหมือนไม่ได้ยินประโยคก่อนหน้า “งั้นเปลี่ยนไปกินร้านอื่นกัน”

“หึ ตามใจเธอเลย พี่กินได้ทุกอย่าง ทุกที่..ไม่ติด~” เสียงทุ้มต่ำพูดเน้นทีละคำก่อนจะทิ้งรอยยิ้มมุมปากขยับตัวกลับมานั่งที่เดิม กลัวว่าอยู่ท่านั้นนานกว่านี้ใครบางคนจะจมหายเข้าไปกับตัวรถ

ปลายฝนกลืนน้ำลายลงคอ แพขนตางอนกระพริบถี่รัว กลับมานั่งท่าเดิมสองมือกำพวงมาลัยรถแน่นเรียกสติตัวเอง ก่อนจะเหยียบคันเร่งขับรถออกมา

แต่จู่ๆสายฝนก็โหมกระหน่ำตกลงมาอย่างหนักแทบจะมองไม่เห็นอะไรเลย

“พี่ขับให้ได้นะ”

ปลายฝนพยักหน้ารับ ตีไฟเลี้ยวจอดข้างทาง ให้เขาขับน่าจะปลอดภัยกว่ามือใหม่หัดขับรถอย่างเธอ

ในจังหวะที่กำลังเปิดประตูรถข้อมือถูกจับรั้งเอาไว้ “พี่ลงไปเอง”

พูดจบเขาก็ถอดเสื้อคลุมตัวนอกออกก่อนจะเป็นฝ่ายเปิดประตูลงจากรถตากฝนเดินวนมาฝั่งคนขับ

แม้จะใช้เวลาไม่กี่วินาทีแต่เขาก็เปียกไปหมดเกือบทั้งตัวเพราะรอให้เธอย้ายตัวเองไปนั่งอีกฝั่งก่อนถึงจะเปิดประตูเข้ามา

หยดน้ำไหลลงมาตามเส้นผมที่ลงมาปรกใบหน้าหล่อ เสื้อสีดำเปียกชุ่มตั้งแต่ลาดไหล่ลงมาถึงแผ่นอก

ปลายฝนเอี่ยวตัวเอื้อมไปหยิบกระดาษทิชชู่ตรงเบาะหลังรถยื่นให้ แต่เขากลับยื่นหน้าตัวเองมา..

ไม่ต้องถามอะไรให้มากความ.. มือเล็กยกกระดาษทิชชู่ซับหยดน้ำลงตรงปลายคิ้ว ไล่ลงมาบริเวณข้างแก้ม

เธอทำทุกอย่างอ่อนโยนทะนุถนอมราวกับคนตรงหน้าบอบบางทั้งที่ความจริงตัวโตเหมือนควาย

“ใส่เสื้อไว้สิ” เขาหยิบเสื้อแจ็กเก็ตหนังตัวเองยื่นมาให้ทั้งที่ตัวเองเปียกปอน

“ไม่เป็นไร พี่ใส่เถอะ”

เหมือนคำพูดของเธอไม่ได้เข้าหู เขาเอาเสื้อแจ็กเก็ตคลุมลงมาบนเรียวขา พร้อมกับกดปรับอุณภูมิเครื่องปรับอากาศ

ครืดๆ เสียงโทรศัพท์ร้องแผดเสียงดังออกมาจากกระเป๋าสะพาย ปลายฝนหยิบออกมาดูพร้อมกับกดตัดสายทันที ก่อนจะเหลือบหันไปมองคนข้างๆ ที่เขาเองก็มองมาด้วยสายตาเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม

“เธอกับมันเป็นไรกัน” เดย์เห็นชัดเต็มสองตาว่าปลายสายที่โทรเข้ามาเป็นใคร

ปลายฝนส่ายหน้าตอบ โดยที่ไม่ต้องอธิบายเพิ่มเติมว่ามันที่เขาหมายถึงคือใคร

บรรยากาศในรถตกอยู่ในความเงียบไม่มีคำพูดหลุดออกมามีเพียงสายตาสานสบกัน เสียงสายฝนตกกระทบกับหลังคารถยนต์ ด้านนอกรถมืดสลัวแทบจะมองไม่เห็นอะไรนอกจากสายฝนที่โหมกระหน่ำ

“ฝนตกหนักแบบนี้…” นัยน์ตาดำขลับจดจ้องมองสะกด “….ไปกินอะไรร้อนๆที่ห้องพี่ไหม”

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • Only Day อย่าเล่นกับระบบ   บทที่ 214

    (ห้าปีผ่านไป) คีย์ Part @คลีนิคทันตกรรม พ่อคร้าบ...ไนท์กลัว “ “ไม่ต้องกลัว ไม่เห็นมีอะไรน่ากลัวเลย เชื่อพ่อนะครับคนเก่ง” “จริงเหรอครับ” มิดไนท์ คือลูกชายชองผมกับน้องฟ้าใส ตอนนี้เจ้าตัวเล็กห้าขวบเเล้ว “ไม่เห็นมีอะไรเจ็บเลย สุดหล่อของน้าเเคร์” ที่นี่เป็นคลีนิคทันตกรรมของเเป้งเเคร์ น้องสา

  • Only Day อย่าเล่นกับระบบ   บทที่ 213

    พี่คีย์กำลังจุดเตาพิงไฟให้ ตอนนี้ฉันกำลังนั่งอยู่บนโซฟาหน้าเตาผิง พอจุดเตาเสร็จ พี่คีย์ก็เข้ามานั่งโอบกอดฉันเอาไว้ ฉันเเทบจะไม่สนใจพี่คีย์ เพราะสนใจเเต่ไอศครีมในมือ "พอเเล้วครับ พี่ไม่ให้กินเเล้ว เดี๋ยวน้องก็เเพ้อีก" พี่คีย์เอาไอศครีมออกจากมือของฉัน เเล้วเขาก็พามันออกไปทิ้งต่อหน้าต่อตาของฉ

  • Only Day อย่าเล่นกับระบบ   บทที่ 212

    ฟ้าใส Part -ช่วง Winter ฤดูหนาวในปีนึง- ว้าว~ วิวสวยสุดยอดไปเลย...ตอนนี้เราอยู่ประเทศญี่ปุ่น อากาศตอนนี้ติดลบสององศา เรามากันในช่วง Winter (หน้าหนาว) ตอนนี้อากาศค่อนข้างเย็น ติดลบไปประมาณสององศา เเต่ยังไม่มีหิมะตกลงมา คนอะไรนับวันยิ่งหล่อ มีเสน่ห์ขึ้นเรื่อยๆ พี่คีย์ดูไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนไปเลย

  • Only Day อย่าเล่นกับระบบ   บทที่ 211

    ตอนนี้ฉันเรียนจบเเล้ว ...ก็เข้ามาทำงานที่บริษัทของครอบครัวนี่เเหละ บริษัทของพ่อเป็นบริษัทที่ผลิตทั้งละคร ผลิตทั้งดารานักแสดงเเถวหน้ามากมาย เเละก็ตรงกับสายที่ฉันเรียน ...ฉันเริ่มทำงานจากการฝึกเเละเรียนรู้งานเเทบจะทุกเเผนก ..เเต่ในส่วนของฉันไม่ได้หนักมาก ...เพราะฉันมีฟ้าครามคอยช่วยในงานด้านบริหาร

  • Only Day อย่าเล่นกับระบบ   บทที่ 210

    ฉันเป็นฝ่ายจูบ …จูบชนิดที่ว่าเอาใจพี่คีย์สุดๆ เขาจะใจเเข็งได้สักเเค่ไหนเชียว ฉันช้อนสายตาขึ้นไปมองสบตากับพี่คีย์ ในขณะที่ริมฝีปากก็ยังคงจูบ เเต่ฉันจูบไม่เก่งไง ฉันสอดใส่ลิ้นเข้าไปขนาดนี้เเล้วจะไม่จูบตอบกลับมาจริงๆ เหรอ สายตาฉันก็ยั่วยวน อีกทั้งหน้าอกหน้าใจก็เเนบลงบนอก เเต่พี่คีย์ยังคงนิ่ง… (ห้

  • Only Day อย่าเล่นกับระบบ   บทที่ 209

    “ไม่เอา…มันน่าเกียจอ่ะ ฟ้าไม่อยากให้พี่เห็น” คนตัวเล็กส่ายหน้าร้องไห้งอเเงออกมาอย่างหนัก “ฟังพี่นะ ในสายตาของพี่ไม่ว่าเธอจะเป็นยังไงเธอก็เป็นเธอ” “เเต่ตอนนี้มันน่าเกียจอ่ะ…ผื่นขึ้นเต็มไปหมดเเล้ว” “พี่จะทำให้หายเอง …เเค่นี้ไม่ได้ทำให้พี่มองน้องเปลี่ยนไปหรอก” “จะ…จริงนะ” “อืม” “กอดหน่อยได้

  • Only Day อย่าเล่นกับระบบ   บทที่ 57

    ยูโร : ผู้หญิงที่อยู่ในรูปก็เหมือนกันเขาเป็นเชียร์ลีดเดอร์ พวกฉันก็แค่ถ่ายรูป หน็อย! ไอรีน : จะเอาใช่ไหม ยูโร : ใครเริ่มก่อน ไอรีน : ยังไม่ได้ทำอะไรเลย แค่ถ่ายรูปอ่ะ ยูโร : ฉันก็ยังไม่ได้ทำอะไรเหมือนกัน แค่นั่งดูบอล ไอรีน : ได้! กลับบ้านมาเมื่อไหร่เจอกัน! ยูโร : เจอกันครับ ปลายฝน

  • Only Day อย่าเล่นกับระบบ   บทที่ 56

    (18.00 น.) “กว่าจะลงมา” “โทดที มีเรื่องคุยยาวไปหน่อย” ไอรีนตอบก่อนจะมองเขม่นไปทางด้านหลังซึ่งยูโรกำลังเดินตามลงมา “คุยกันท่าไหน คอไอ้ยูโรถึงได้แดงขนาดนั้น” “พูดมาก รีบไปกันสักที” “เจ้กูวีนไรอีกแล้ว” วิลถามเอาคำตอบจากยูโร “ยังไม่ชินอีกรึไง” “หึ ให้มึงชินคนเดียวเหอะ” หลังจากส่งพวกส

  • Only Day อย่าเล่นกับระบบ   บทที่ 54

    “ในที่สุดก็ได้เจอน้องปลายฝนตัวจริงสักที” “เธอเคยเจอแล้ว” “หืม? ตอนไหน” เดย์ยิ้มมุมปาก วาดวงแขนลงบนพนักพิงโซฟาด้านหลังแฟนตัวเอง “ยังไง ตอนไหน” ไอรีนเร่งเร้าอยากรู้ แต่เพื่อนตัวดีก็ลีลาอยู่ได้ “ลิฟต์ตึกกิจกรรม” ไอรีนขมวดคิ้วนิ่งนึกตาม “อ้อออออ วันนั้นอ่ะน่ะ จริงด้วยทำไมฉันถึงลืมหน้าน้องปลา

  • Only Day อย่าเล่นกับระบบ   บทที่ 51

    หลายวันผ่านไป….. “จริงเหรอ พี่เดย์” “จะถามกี่รอบ” “ชิ ก็อยากรู้อ่า ขอใครก็ได้นะแต่ไม่เอายัยดารานั่น” “ไม่ใช่ไง ไม่ต้องพูดถึงแล้ว” “โอเค๊ ไม่พูดก็ไม่พูดแล้ว ว่าแต่ผู้หญิงคนนั้นที่พี่จะพาไปเจอพ่อกับแม่คือใครอ่า” คนเป็นน้องสาวแทบจะไม่อยากเชื่อหูตอนที่แม่เล่าให้ฟังว่าพี่ชายจะพาสาวไปเจอ “

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status