LOGIN“พระแม่ลักษมีท่านสงสารหนูนะ รับรู้ว่าหนูเจ็บปวดและโหยหาความรักที่ดี พื้นที่ปลอดภัย ท่านเลยอยากส่งผู้ชายคนนั้นมาให้จริง ๆ อยากให้หนูสมหวัง”
“แล้วก็หนูเคยขอกับท่านไปก่อนหน้านี้แล้วใช่ไหม ที่ไม่ใช่ครั้งล่าสุดที่ไปมา” แม่หมอมองตรงพร้อมรอยยิ้มเมื่อได้รู้อะไรบางอย่างมาเพิ่มจากญาณทิพย์ของตนที่สื่อสารออกมาเป็นคำตอนหลับตาปล่อยหิน “ป้าเห็นเหรอคะ.. ใช่ค่ะ หนูเคยตั้งจิตขอผ่านโทรศัพท์ก่อนจะไปไหว้ท่านที่ห้างไรแลนด์ค่ะ..” แม่หมอเอ่ยถามโดยที่ใยไหมยังไม่บอกเลยว่าก่อนหน้านั้นเธอทำอะไรมาแล้วพรอะไรที่เธอไปขอ แต่แม่หมอกลับเอ่ยออกมาก่อนอย่างกับตาเห็น ก็ใช่ที่แม่หมออาจจะรู้ว่าพระแม่ลักษมีกำลังโด่งดังเรื่องความรัก แต่แม่หมอไม่มีทางรู้เลยว่าจิตใจเธอตอนขอเป็นยังไงหรือที่เธอขอก่อนไปไหว้สถานที่จริง “ใช่ เพราะว่าพระแม่ท่านมากระซิบบอดว่าเคยทำให้ทั้งสองคนเจอไปแล้วหนึ่งครั้ง” แม่หมอยิ้มกรุ้มกริ่ม นอกจากเธอจะได้ยินเห็นคำพูดเธอยังสามารถเห็นภาพในอดีตและอนาคตที่จะเกิดขึ้นได้ อาจมีคลาดเคลื่อนเล็กน้อย “ฮะ!! จริงเหรอคะ!! ทำไมหนูไม่รู้ตัวเลย เจอกันตอนไหนคะ??!!” คนตัวเล็กเบิกตาโตอ้าปากค้าง แม่หมอหลับตารวบหินทั้ง 7 ก้อน ใส่มือแล้วปล่อยลงพื้นเพื่อดูคำตอบให้ใยไหม ก้อนหินเรียงกันเป็นวงกลม ส่วนคนตัวเล็กตื่นเต้นยิ่งกว่าเดิมที่ได้รู้ว่าเธอเคยเจอกับเนื้อคู่มาแล้ว ‘ฮือ เจอตอนไหนเนี่ย’ “ตอนเจอกันเขาไม่ได้เปิดเผยหน้าตาให้ได้เห็นชัด เหมือนจะมีหมวกมีแว่นตาบดบังนะที่ป้าเห็นน่ะ เหมือนจะเป็นการเข้ามาช่วยอะไรหนูสักอย่าง เป็นระยะเวลาสั้น ๆ แต่ดูหนูก็ยังจำเขาได้นะ..” “..” เพียงคำพูดนั้นของแม่หมอก็ทำให้ใยไหมนึกออกทันที ต้องเป็นผู้ชายคนนั้นอย่างแน่นอน คนที่เข้ามาช่วยเธอ สัมผัสอบอุ่นที่เธอไม่เคยลืม.. “แล้วจะได้เจอกันไหมคะ.. นานหรือเปล่าคะ..” “หนูได้เจอเขาอีกแน่นอน ไม่เกินหนึ่งเดือน แล้วการเจอกันครั้งนี้จะไม่ใช่แค่ผิวเผินเหมือนอย่างที่ผ่านมา..” “ป้าอวยพรให้หนูสมหวังนะลูก” “หนูก็หวังให้เป็นอย่างนั้นค่ะ..” “เขาอายุมากกว่าหนูใช่ไหมคะ..” “อายุมากกว่า แล้วก็ไม่ใช่คนไทย” “โอเคเลยค่ะ พอใจที่สุดคำตอบนี้ ฮ่า ๆ” หลังดูดวงเสร็จใยไหมอยู่ทานข้าวกลางวันกับแม่หมอก่อนจะแยกย้ายกลับหอในมหาวิทยาลัยเจเนซิส ในใจเอาแต่เฝ้ารอว่าจะได้เจอกับเขาคนนั้นเมื่อไหร่ 1 เดือนที่ฟังดูไม่นานตอนนี้กลับคล้าย 1 ปี แต่ก็มีความกังวล หวังว่าเขาจะไม่ใช่พวกอาจารย์หรอกนะ แต่ตอนนั้นเจอว่าเขาเดินเข้าไปในมหาวิทยาลัย แต่มหาวิทยาลัยไม่มีนักศึกษาต่างชาตินี่นา.. ‘โอ๊ย เครียด อยากเจอคุณแล้ว.. คุณเบบี๋’“เหี้ย! แม่ง!” อาร์เดลเผลอสบถคำหยาบคายออกมาเมื่อแก่นกายใหญ่ที่ตั้งใจใส่เข้าไปสุด มันกลับใส่ไปได้แค่เพียงครึ่งเดียว ช่องทางรักของเธอมันคับแคบมากบีบรัดแก่นกายเขาแน่น“ฮึก มันเจ็บมากเลยค่ะ” เธอน้ำตาไหลซึม จิกมือลงบนผ้าห่มที่ปูลองอยู่ด้านล่างระบายความเจ็บที่ถูกของแข็งกระแทกเข้ามา“ชู่ว~ อย่าเกร็งสิครับ” ไม่ใช่แค่เธอหรอกนะที่เจ็บเขาก็ทรมานจนจะเป็นบ้าแล้ว อยากจะตอกเอ็นอุ่น ๆ ใส่รูเล็กรัว ๆ “ฮึก ก็หนูเจ็บ อื้อ” ความเจ็บแผ่ซ่านมาถึงหัว มันทั้งแสบทั้งจุกและแน่นจนเธอต้องเกร็งหน้าท้อง“โอเค งั้นจะให้พี่หยุดไหมครับ” เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย“พี่หยุดให้ได้นะ ถ้าใยไหมไม่อยากทำต่อแล้ว” แม้จะเข้าไปได้ครึ่งหนึ่งแล้วแต่ถ้าอีกฝ่ายไม่ต้องการเขาก็ไม่ได้อยากบีบบังคับเธอ แต่จะให้เขาเชื่อว่าเธอยังไม่เคย ก็ยังจะตอบเหมือนเดิมว่า ‘ไม่’“..ไม่ค่ะ พี่อาร์เดลทำต่อได้เลย แต่ช่วยกระแทกมันเข้ามาทีเดียวเลยนะคะ..” เธอเงียบไปสักพักก่อนจะสูดหายใจเข้าปอดลึกมาก ๆ แล้วผ่อนลมหายใจออกมาแล้วตอบออกมาด้วยน้ำเสียงมั่นใจแม้จะยังมีสีหน้าเจ็บปวดปนกังวล เธอหลับตาสนิทเม้มริมฝีปากรอรับความจริงที่จะเข้ามาอีกครึ่ง..ที่บอกให้เขาทำ
เมื่ออาร์เดลเอ่ยพูดจบประโยคเขาก็ช้อนคนตัวเล็กขึ้นอุ้มพาเดินออกจากห้องอาบน้ำด้วยร่างกายเปลือยเปล่าทั้งคู่ เดินผ่านโถงทางห้องรับรองตรงกลางไปยังห้องนอนรับแขก เขาวางเธอลงบนเตียงนอนขนาดประมาณ 5 ฟุต ถูกปูด้วยผ้าสีขาวดึงเรียบตึงจัดเข้ามุมอย่างเป็นระเบียบ วางทับด้วยผ้านวมหนานุ่มสีขาวจากนั้นวิศวะหนุ่มรุ่นพี่พลิกตัวกลับหลังหันไปแตะสัมผัสชั้นเก็บของติดผนังห้องระบบดิจิทัล เมื่อนิ้วแตะโดนเบา ๆ ชั้นเด้งเปิดออก เผยให้เห็นว่าในนั้นเป็นที่จัดเก็บกล่องคอนดอมสีดำเงาเรียงเป็นระเบียบมากกว่า 20 กล่อง เรียกได้ว่าเขาสามารถหยิบใช้ได้แบบ Unlimited ทั้งคืนอย่างไม่ต้องหวาดหวั่นว่าถุงยางอนามัยจะหมดกลางคันแควก! เขาฉีกซองคอนดอมยี่ห้อ Durexx Kingterr XXL เป่าลมออกจากปากใส่ถุงยางให้พองเล็กน้อยก่อนสวมใส่เข้ากับแก่นกายใหญ่ ที่มีรอบวงประมาณ 60 mm. ท่อนเอ็นร้อนที่ขยายตัวยาวถึง 19 cm. แก่นกายตั้งชูชันจนเห็นเส้นเลือดแสดงว่าเขาพร้อมจะกระแทกมันใส่ร่องสวาทของคนตัวเล็กส่วนคนตัวเล็กทำได้แค่เพียงนอนรอบนเตียงเงียบ ๆ สองแขนเรียวเล็กโอบกอดบดบังเต้านมเต่งตึงใหญ่ของเธอที่เด้งสะท้อนกับไฟบนเพดาน พร้อมกับหันหน้าออกไปทางประตูห้องนอนเพ
“ไม่ต้องเขินหรอก ยังไงก็ต้องเห็นทั้งหมดอยู่แล้ว”“พี่อาร์เดลละลายพฤติกรรมเร็วไปไหมคะ!?”“แล้วมันไม่ดีเหรอครับ แบบนั้นยิ่งทำให้เราสนิทกันมากขึ้น” มือหนาลูบไล้ต้นแขนเลื่อนลงมากุมมือและยกมือน้อยขึ้นมาแล้วก้มไปจูบลงบนหลังมือของใยไหม อาร์เดลจูงมือเธอเดินเข้าไปในเพนท์เฮาส์ที่ตั้งตระหง่านอยู่ชั้นบนสุดของคอนโดมิเนียมไรแลนด์ ราวกับที่นี่ถูกแยกตัวออกจากโลกด้านล่างภายในเงียบงันไม่มีใคร มีเพียงแสงไฟสีขาวนวลที่ซ่อนตัวอยู่ตามเพดาน และมีแชนเดอเลียร์เพชรสะท้อนกับพื้นหินอ่อนขาวลายเทา โถงกลางเปิดโล่งสูงถึงสองชั้น โซฟาหนังสีดำทรงใหญ่เรียงตัวอย่างเป็นระเบียบ โต๊ะกลางผิวเงาวางแก้วคริสตัลข้างขวดแชมเปญ บันไดลอยทำขึ้นมาจากหินอ่อนสีดำส่วนราวจับเป็นกระจกทอดตัวยาวขึ้นไปชั้นบน การตกแต่งที่ดูเรียบหรูไม่ต้องใช้ลูกเล่นเกินจำเป็น เพราะอำนาจไม่จำเป็นต้องอธิบายตัวเอง..“ได้มองเมืองหลวงจากข้างบนสวยขนาดนี้เลยเหรอคะ” กระจกใสเผยให้เห็นแสงไฟของเมืองยามค่ำคืนที่กะพริบอยู่ไกลลิบ โลกภายนอกที่ใยไหมเห็นตอนนี้ดูเล็กลงเมื่อเธอได้ยืนมองจากจุดที่สูงสุดของเมือง“พี่อาร์เดลอยู่ที่นี่คงไม่รู้สึกเบื่อเลยใช่ไหม..”“ใครว่าล่ะ ออกจะเหงาด
Ryland Penthouse | ไรแลนด์ เพนท์เฮาส์“มีอะไรหรือเปล่าคะ.. หรือว่าเขาไม่ให้คนนอกเข้า..”“ไม่มีอะไรหรอกครับ ใยไหมไม่ต้องใส่ใจเรื่องอื่น”“..” เมื่อไม่ได้รับคำตอบเธอจึงเลือกเงียบ แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเขาคุยอะไรกัน แล้วเธอพาตัวเองมาตรงนี้โดยไม่รู้กลัวอะไรเลยได้ยังไง เจอเขานับครั้งได้ แถมวันนี้ยังเป็นครั้งแรกที่ได้พูดคุย แต่เพราะความเชื่อเรื่องพรหมลิขิตทำให้เธอตัดสินใจอย่างรวดเร็วแบบไม่เผื่อใจ‘มันต้องใช่สิ คนนี้แหละ’อาร์เดลหันมองคนตัวเล็กด้านข้างที่ยืนก้มหน้าเงียบยืนและถอยห่างออกไปจากเขาสองก้าว คาดเดาได้เลยว่าเธอคงกำลังคิดมากเรื่องก่อนหน้านี้ที่บอดี้การ์ดของเขากระทำหยาบคายเรื่องการตรวจเช็กกระเป๋าและเขายังพูดภาษาเยอรมันแทนภาษาไทยทำให้เธอไม่สามารถเข้าใจสิ่งที่พวกเขาพูดหมับ! อาร์เดลคว้าเอวเล็กดึงเข้ามาแนบชิดข้างกายพร้อมกับยื่นหน้าเข้าไปใกล้เธอแล้วเอ่ยเสียงโทนทุ้มต่ำไม่ว่าผู้หญิงคนไหนได้ยินก็ต้องเคลิบเคลิ้ม“สนใจแค่เรื่องที่เราจะทำกันข้างบนดีกว่านะครับ :)”“พี่อาร์เดลพูดว่าไงนะคะ!!!” พรึบ!เธอเงยหน้ามองคนตัวสูงเป็นจังหวะเดียวกับที่อาร์เดลก้มหน้าลงมา ทำให้สายตาเธอได้สบเข้ากับนัยน์ตาสีเทาอ
00:55เวลาผ่านไปนานเกือบชั่วโมงนับจากที่อาร์เดลทิ้งท้ายคำพูดนั้นไว้เขาก็นั่งมองคนตัวเล็กเพลิดเพลินกับเสียงดนตรีจนเธอหมดแรง อาร์เดลยกแก้วเหล้าที่มีปริมาณเหลือเพียงก้นแก้วขึ้นมาดื่มเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเอ่ยถามคนตัวเล็กที่ดื่มไม่มากกว่าสิบแก้ว จากที่เธอมีอาการเคอะเขินไม่กล้าเข้าใกล้เขาเกินไป กลับกำลังนั่งพิงที่ไหล่เขา ซึ่งอาร์เดลไม่ได้ต่อว่าหรือผลักออก แต่รู้สึกชอบด้วยซ้ำ“ได้คำตอบหรือยังครับ”“ได้แล้วค่ะ ใยไหมจะกลับไปกับพี่อาร์เดล”“เป็นคำตอบที่พี่พอใจมากเลยครับ”ระหว่างนั้นใยไหมก็เดินออกมาเพราะคำชวนของอาร์เดล... มาเจอเพื่อนสนิทกำลังนั่งก้มหน้ารัวแชต ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าใครคือผู้รับข้อความพวกนั้น“ยัยดาว” ใยไหมเอ่ยเรียกชื่อเพื่อนสนิทเบา ๆ“จะกลับแล้วเหรอ” “ใช่...”“ดาว โอเคไหม” ใยไหมถามแววตาบ่งบอกว่าสงสารเพื่อน“ยังไหว รู้แค่ว่าจะต้องไม่ยอม”เงยหน้าตอบเพื่อน แต่เมื่อเห็นว่ามีคนเดินออกมาด้วยก็รู้เลยว่าวันนี้ใยไหมคงไม่กลับไปนอนกับเธอแล้ว“ให้อยู่เป็นเพื่อนไหม”ใยไหมสองจิตสองใจไม่รู้ว่าจะต้องเลือกเดินออกไปเลยไหมเพราะอาร์เดลก็ยืนรอ แต่ก็เป็นห่วงความรู้สึกเพื่อนมากเช่นกัน‘เพื่อนกับแฟนในอนา
sozone club“ลองเรียก ‘พี่’ สิครับ”หัวใจดวงน้อยรู้สึกพองโตขึ้นมาเมื่อได้รับความอ่อนโยนจากเพศตรงข้ามครั้งแรกในชีวิต สาบานได้เลยว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาจนอายุ 19 ปี ใยไหมไม่เคยได้รับการแสดงออกที่อบอุ่นใจอย่างนี้มาก่อน มันยิ่งตอกย้ำในความเชื่อว่าเขาคือ ‘คุณเนื้อคู่’ ของเธอจริง ๆ แค่ได้คุย ได้นั่งใกล้ เธอก็รับรู้ได้ถึงความใส่ใจของเขาที่ออกมาจากคำพูดและการกระทำ..“พี่อาร์เดล..”“ถ้าเจอกันข้างนอกก็เรียกพี่แบบนี้ได้เลยนะครับ” อาร์เดลโน้มลงไปกระซิบข้างใบหูเล็ก ทำให้ปลายจมูกโด่งสันคมราวกับแกะสลักของเขาเฉียดโดนข้างแก้มเนียนด้วยความตั้งใจ“คะ..ได้ค่ะ พี่อาร์เดล”“แล้ววันนี้กลับยังไงครับ” คำถามที่ชวนให้คนที่ได้ยินรู้สึกคิดไปไกลว่าเขากำลังเอ่ยจะไปส่งเธอหรือเปล่า..“น่าจะกลับกับเก็บดาวค่ะ” เอ่ยตอบแล้วเม้มริมฝีปากแน่น พลางสะกดความคิดในหัวไม่ให้คิดไปเอง เขาอาจจะเพียงแค่ถามเธอเฉย ๆ‘อย่าคิดเข้าข้างตัวเองสิใยไหม’“อืม..” ตอบรับพลางยกแก้วเหล้าด้านหน้าขึ้นมาจิบ เพราะต้องขับรถกลับเพนท์เฮ้าส์เองเขาเลยไม่สามารถดื่มได้มากกว่าสองแก้ว“แล้วพี่อาร์เดลกลับยังไงคะ” คนตัวเล็กรีบเอ่ยถามเขากลับ ไม่อยากให้บทสนทนาระหว่าง







