LOGINความสัมพันธ์ของฉันกับเก้าไม่ควรมากกว่า.. คนที่หวังดีต่อกัน แต่ออมสินคนนี้ดันตั้งใจก้าวขาเข้าไปในพื้นที่อบอุ่นราวกับไมโครเวฟที่เก้าเป็น เพิ่งรู้ว่ามันพลาดก็ตอนที่ฉัน.. รักเขาหมดหัวใจและก้าวขาขึ้นมาจากหลุมรักที่เขาขุดเอาไว้ไม่ไหวอีกเลย "ชอบเหรอ" "แล้วใครจะไม่ชอบบ้าง ทำไม.. ยายังไม่หมดฤทธิ์หรือไง" "อาจจะใช่ล่ะมั้ง" "ไม่หยุดแล้วนะ" "ไม่ได้อยากให้หยุดอยู่แล้ว" "ห้ามมางอแงทีหลัง"
View More'หาห้องพักรายเดือนนักศึกษาอาศัยอยู่ ขอไม่เก่า ไม่มีผี เพื่อนบ้านน่ารักไม่ประสาทแ*กเหมือนคนแถวนี้ ราคาย่อมเยาว์ ใครมีห้องดีๆ แนะนำหลังไมค์ออมสินทีค่ะ'
ฉันนั่งอ่านข้อความที่พิมพ์ขึ้นมาเองทวนซ้ำไปมา มั่นใจว่าไม่มีตกหล่นความต้องการก็กดโพสต์บนหน้าเฟซบุ๊คส่วนตัว ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างรำคาญใจแล้วหันมองผ้าห่มผืนใหญ่ที่ถูกแขวนอยู่บนราวตากผ้าซึ่งขณะนี้ได้แปรเปลี่ยนหน้าที่เป็นฉากกั้นระหว่างเตียงนอนสองหลัง
"ก็ดีที่แกยังคิดได้ว่าต้องเป็นคนย้ายออก"
เสียงของใครบางคนลอยมาจากอีกฝั่ง ฉันที่มีอาการไข้กินจากการยืนตากฝนนานนับครึ่งชั่วโมงถอนหายใจอีกหนแล้วพลิกตัวตะแคงข้างหันหลังให้
"คิดได้ว่าแกมันนิสัยเสีย ไม่ควรอยู่ใกล้ให้ติดเชื้อโรค"
"ปากดีนะอีออม"
พรึบ! ผ้าห่มถูกเลื่อนเปิด หัวไหล่ของฉันถูกอีกฝ่ายจับหมับให้กลับมานอนหงาย
"โดนตบสักทีแกคงคิดได้ว่าอย่ามาปากดีใส่ฉัน"
"เอาสิอีฝ้าย มึงตบ.. กูต่อย"
ฝ้ายง้างมือขึ้นเตรียมตบฉัน ส่วนฉันง้างกำปั้นเตรียมต่อย อยากรู้เหมือนกันว่าแรงคนปกติกับคนป่วยใครจะมีมากกว่ากัน
แต่เพราะฝ้ายเป็นคนเก่งแต่ปาก พอเจอของจริงมักใจปอดจึงออกอาการฟึดฟัดแล้วกลับไปนั่งลงบนเตียงขนาดสามฟุตของตัวเอง
ฉันด่ามันในใจไปหลายประโยคแล้วพลิกตัวกลับมาทางเดิม อาการไข้เล่นงานเอาฉันเกือบแย่ หากถามว่าทำไมถึงซื่อบื้อไปยืนตากฝน เหตุผลก็มาจากคนที่ใช้พื้นที่หายใจร่วมกันอยู่ในตอนนี้
ย้อนกลับไปสามสัปดาห์ก่อน ฝ้ายญาติผู้พี่มีสถานะเป็นรูมเมทใช้ห้องพักร่วมกันมานานถึงหนึ่งปีเริ่มมีพฤติกรรมไม่เกรงใจ คุยโทรศัพท์เสียงดังและเริ่มซกมก.. ด้วยการถอดกางเกงในเหวี่ยงทิ้งบนเตียงนอน ก่อนนี้เราอยู่กันอย่างสงบสุข ฝ้ายทำงานกลางคืนกลับมาตีสองตีสาม ส่วนฉันเรียนหนังสือเราจึงไม่ค่อยได้เจอะเจอกัน แต่พักหลังนานครั้งฝ้ายจะไปทำงานและทำอย่างที่ว่าให้ฉันรำคาญในช่วงหัวค่ำที่กลับมาพักผ่อน
ถึงฉันจะเป็นน้อง แต่ห้องนี้เป็นฉันที่มาเช่าอยู่ก่อน ฝ้ายมาขออาศัย ฉันต่อว่าพี่สาวผู้ซึ่งเป็นลูกสาวของลุง เราทะเลาะกันเล็กน้อยมาตลอด จนกระทั่งเมื่อวานนี้ที่ฝ้ายโทรมาบอกว่าจะพาแฟนมาที่ห้อง เรื่องอะไรฉันจะยอม ห้องคือสถานที่ส่วนตัวของฉัน เราจึงทะเลาะกันอย่างรุนแรงหน้าหอพักท่ามกลางสายฝนเทกระหน่ำ
และได้รู้เหตุผลที่ฝ้ายทำพฤติกรรมแบบนั้นเพราะอยากบีบให้ฉันย้ายออกเพื่อจะเอาแฟนมาอยู่ด้วย ฝ้ายทำสำเร็จเพราะฉันไม่อยากอยู่อาศัยกับยัยคนนี้อีกต่อไป ถึงขั้นตัดขาดไม่นับญาติด้วย
ติ๊ง! หลับไปได้ตื่นใหญ่ เสียงข้อความแชทปลุกฉันให้ตื่นขึ้นมา อันดับแรกพลิกตัวไปมองด้านหลัง ห้องมืดสนิทเหมือนฝ้ายจะไม่อยู่แล้ว
ก็ดี.. เผื่ออาการไม่สบายจะทุเลาลงบ้างจากการไม่อยู่ของอีกคน ฉันหันมาสนใจข้อความแชท มันปรากฏรูปโปรไฟล์ของ..
"เก้าเหรอ" ฉันพลิกตัวนอนหงาย ขยี้ดวงตาให้มองเห็นชัดเจนว่าคนที่ส่งแชทมาหาฉันคือเขาคนนั้นใช่หรือไม่ แต่ก็ต้องยอมรับว่าใช่เมื่อได้ทั้งอ่านชื่อและอ่านแชทของเขา
NineSweet : เรามีคอนโดว่างอยู่นะ ถ้าสนใจ วันจันทร์เลิกเรียนมารอใต้ตึก
"คอนโดเลยเหรอ แพงน่ะสิ"
คิดได้ดังนั้น ฉันก็ตอบกลับเขา
AomsinJaja : ขอบคุณนะ แต่ค่าเช่าน่าจะไม่ย่อมเยาว์
เก้าอ่านทันทีและตอบกลับมาทันทีเช่นกัน
NineSweet : มาดูก่อน เผื่อชอบ ค่าเช่าค่อยว่ากัน
Aomsinjaja : ก็ได้ๆ เราเลิกเรียนบ่ายสอง
NineSweet : เจอกันครับ
เราคุยกันแค่นี้ ฉันก็นอนต่อยาวๆ ยันเช้าเอาแรงไปทำงานพิเศษในวันเสาร์อาทิตย์
พอถึงวันจันทร์แพรวเพื่อนซี้ปึกเพียงคนเดียวก็ถามไถ่ฉันอย่างห่วงใยเพราะคนที่แบกฉันไปส่งหอพักเมื่อวานนี้ก็ยัยนี่กับแฟนหนุ่ม
"ฉันนอนยาวๆ วันนี้เลยดีขึ้น"
แพรวเอาหลังมือออกจากหน้าผากของฉัน เอาไปแนบหน้าผากของตัวเองวัดอุณหภูมิเพราะคิดว่าฉันจะสตรอว์เบอร์รี่
"เออ ตัวเย็นแล้วแหะ"
"เมื่อวานเกือบตีกับมันเหมือนกัน ฉันยกหมัดสู้ มันเลยถอย"
"เฮ้อ! ย้ายออกก็ดีแล้วล่ะ เมื่อคืนฉันคุยกับเดย์ เห็นว่าวินซ์เป็นเจ้าของ Sw คอนโด เดี๋ยวเขาจะไปถามให้ว่าขอโควต้าเพื่อนสนิทได้บ้างไหม ย้ายไปอยู่ที่นั่นน่าจะดี"
"แล้วเก้าล่ะ"
"เก้าทำไม" แพรวย่นคิ้วสงสัย
"เก้าก็ส่งแชทมาหาฉันบอกว่ามีคอนโดว่างอยู่เหมือนกัน แกไม่ได้ให้เดย์ไปคุยไว้เหรอ"
แพรวส่ายหน้า "ให้คุยกับวินซ์ สำรองคือไฟเพราะไฟก็มีคอนโดให้เช่าเหมือนกัน"
"งั้นเก้าคงเห็นที่ฉันโพสต์ล่ะมั้งเลยแนะนำ"
"แล้วเอายังไงดีล่ะ"
"ฉันนัดกับเก้าไว้แล้ว เลิกเรียนฉันว่าจะเกาะขาแกไปตึกวิศวะด้วย"
"ได้อยู่แล้ว.. กับเก้าก็ดีนะ ดูน่าเชื่อถือสุดในกลุ่ม"
"มากกว่าผัวแกด้วย"
ยัยแพรวมองค้อนขวับตาขวางเมื่อฉันเอ่ยถึงเดย์แฟนหนุ่มเด็กวิศวกรรมศาสตร์ที่เลื่อนจากสถานะเพื่อนมาเป็นแฟนเมื่อไม่นาน ที่ฉันแซวเพราะเดย์เคยทำให้ยัยนี่ลดความเชื่อใจไปช่วงหนึ่ง และในกลุ่มแก๊งนั้นที่มีห้าคน.. เก้าดูน่าเชื่อถือที่สุดจริงๆ
เราสองคนมาตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ในเวลาบ่ายสองสิบห้านาที เดย์ส่งข้อความมาบอกแพรวว่าพวกเขายังคงเรียนอยู่ให้พวกเรานั่งรอกันก่อน ฉันเลยใช้เวลาว่างส่งแชทคุยกับพ่อ บอกกล่าวให้ท่านรู้เสียหน่อยว่าฉันตัดสินใจจะย้ายที่อยู่เพราะทะเลาะกับหลานรัก
"คิกคิก แกดูพ่อฉันสิ" ฉันยื่นมือถือให้แพรวดูข้อความที่พ่อตอบกลับมาพลางหัวเราะคิกคักไปด้วย
พระบิดา : ไม่เสียแรงที่ผลิตอย่างตั้งใจ
"ไม่ด่าเลยเหรอ"
"ไม่อ่า พ่อฉันสปอยลูกสุด แกรู้ว่ายัยฝ้ายมันเอาแต่ใจเพราะลุงตามใจ ไม่พ้นไปบ่นลุงชัวร์"
"น่าอิจฉา"
แพรวตีหน้าเศร้า เล่นเอาฉันรู้สึกผิด ลืมไปสนิทเลยว่าครอบครัวแพรวมีปัญหา ฉันกอดปลอบใจเพื่อนได้ไม่นานก็มีคนเดินลงมาจากบันไดโผล่หน้าออกมาทีละคนอย่างกับเปิดตัวพระเอกซี่รี่ส์เกาหลี
คนแรกคือเดย์เดินเข้ามานั่งลงข้างแพรว มาถึงก็จับมือเพื่อนฉันไปจูบ ไอ้อาการเศร้าเมื่อครู่จึงหายเป็นปลิดทิ้ง
คนที่สองคือไฟ ผู้ชายหน้าโหดแต่.. หล่อกร้าวใจ คนที่สามคือมังกร เขาคนนี้ดูนักเลงและจากที่เคยได้ยินการพูด.. ปากห่ามอย่าบอกใคร คนที่สี่คือวินซ์ผู้มีฉายาว่านักรัก อย่างตอนนี้ก็ส่งยิ้มโปรยปรายให้สาวๆ ที่เดินผ่านด้านหน้าตึกคณะอยู่
คนสุดท้ายคือเก้า นิยามของเขาคนนี้คือ.. ไมโครเวฟตรงตัวที่สุด สามคนนั้นเดินไปทางที่จอดรถของคณะ เก้าเดินตรงเข้ามาหาฉันพร้อมกับส่งยิ้มหล่อมาแต่ไกลให้หัวใจเต้นระรัวเล่น
ที่วินซ์บอกจัดการไม่ยากคือเรื่องจริง อีกวันตำรวจสามารถจับตัวนิธิได้พร้อมกับพนักงานโรงแรมที่รับเงินค่าจ้างผสมยาในขวดน้ำเปล่าที่รินใส่แก้วให้ฉัน เก้าพาฉันไปชี้ตัวคนทำผิดที่สถานีตำรวจ ป้าแม่บ้านก็ยืนยันว่าใช่ด้วยเช่นกัน สุดท้ายยอมจำนนทั้งพยานหลักฐานและพยานบุคคลยอมรับสารภาพว่ามอมยาฉันเพื่อหวังขืนใจจริงๆตั้งแต่เกิดเรื่องฉันก็ยังไม่ได้รับงานแฟนเดย์อีกเลย กระทั่งคุณโรมส่งข้อความแชทเข้ามาทวงคิวงานที่บอกจะยกยอดไปวันอื่น ฉันก็เลยแจ้งกฏการจ้างแฟนเดย์พร้อมเรทราคาให้เขาใหม่ ปักหมุดสถานที่เป็น Nine Sweet Cafe ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะตอบตกลงอย่างง่ายดายสิบโมงฉันก็เลยติดรถเก้ามาที่คาเฟ่ด้วย แต่เวลานัดหมายคือสิบเอ็ดโมงก็เลยมีเวลานั่งเล่นกับเจ้าแมวเหมียวที่ถูกปล่อยให้ออกมาเดินเผ่นผ่านรอเล่นกับลูกค้า"นี่ยัยอ้อน ได้ข่าวว่าแกชอบอ้อนผู้ชายเหรอ"ฉันอุ้มเจ้าเหมียวตัวสีเทาขึ้นมา ลูบหัวมันเบาๆ อย่างเอ็นดู แม้จะไม่ได้รักแมว แต่ก็ชอบความน่ารักของมันอยู่ไม่น้อย"แกเป็นแมวที่โชคดีนะยังมีผู้ชายให้อ้อน ฉันนี่สิ.. ได้เขาเป็นผัวแต่เขาไม่เอาฉัน"ประโยคหลังฉันกระซิบพลางเหล่ตามองเก้าที่กำลังอบรมพนักงานอยู่ ตั้งแต่คืนนั้นเร
เรามาต่อกันในห้องนอนอีกหลายรอบโดยไม่มีปัญหาเรื่องถุงยางอนามัยเพราะก่อนนี้เก้าเคยอยู่ที่นี่ ลิ้นชักของโต๊ะเขียนหนังสือชั้นล่างสุดที่ฉันไม่เคยเปิด นั่นคือจุดเก็บถุงยางอนามัยของเขาในอดีต เรานอนด้วยกันในห้องของฉัน เข้าใจความรู้สึกของคนที่อยากตื่นมาเจอหน้าคนรักเป็นคนแรกว่าเป็นอย่างไรก็วันนี้ เราไม่ได้กอดกัน แต่มือของเขาวางแนบศีรษะของฉันตลอดคืน ฉันมีความสุขมากจนไม่รู้จะอธิบายยังไง แม้ว่าฉันกับเก้าจะมีสถานะแค่คนที่หวังดีต่อกันเท่านั้น"ออม คุยกันหน่อยได้ไหม"เก้านั่งลงบนเก้าอี้ตำแหน่งจานข้าวของเขาวางอยู่บนโต๊ะ ท่าทางซีเรียสของเก้าทำฉันใจไม่ค่อยดีเท่าไหร่แต่ก็ยอมนั่งลงฝั่งตรงข้ามเขา พอมาเจอหน้าจังๆ ก็เกิดอาการเขินอายไม่กล้าสบตาตรงๆ"คุยสิ""เมื่อคืนเราเมา ขอโทษนะ""อื้อ" ฉันตอบรับอย่างว่าง่าย เมื่อคืนได้กลิ่นแอลกอฮอล์จากเขา ฉันรู้ว่าเขาไปดื่มมาและตัวกระตุ้นอารมณ์ของเขาก็คงเป็นมันแอบเจ็บ แต่ฉันเองที่เป็นคนเริ่มจูบเขาจนเราสองคนเลยเถิดกัน"เราก็ขอโทษที่มึนยาอะไรก็ไม่รู้จนลวนลามนาย""ไม่โกรธเราใช่ไหม""โกรธ.. แต่โกรธตัวเองนะ ดูนายลำบากใจ"เก้าแสดงออกแบบนั้นจริงๆ และฉันก็เสียเซลฟ์มาก ถึงตอนนั้นเข
"นี่ห้องน้ำหญิง เดี๋ยวฉันเข้าไปดูให้ดีกว่าค่ะ"สิ้นเสียงของผู้หญิง ฉันก็นั่งตัวเกร็ง ใบหูได้ยินเสียงประตูแต่ละบานถูกผลักเปิดจนมาถึงห้องข้างๆ ฉันตัดสินใจยื่นมือไปปลดล็อกกลอนและประตูก็ถูกผลักเข้ามา ผู้หญิงมีอายุที่คาดว่าเป็นแม่บ้านตกใจที่เห็นฉัน เธอนิ่งไปชั่วครู่แล้วดึงประตูปิดให้ ฉันกดล็อกกลอนอีกครั้ง ถอนหายใจอย่างโล่งใจแล้วเอามือถือมาแนบหูพูดคุยกับเก้าเสียงกระซิบ"ฮึก! เก้า.. ต้องมานะ"[เราจะถึงแล้ว]"ไม่มีใครอยู่ในห้องน้ำเลยค่ะคุณ ลูกคุณอาจจะกลับบ้านไปแล้วก็ได้นะ" เสียงแม่บ้านคนนั้นลอยมาอีกครั้ง"ขอบคุณมาก"แต่พอได้ยินเสียงคุณนิธิหัวใจก็เต้นตุ้มๆ ต่อมๆ หวังว่าเขาจะถอดใจแล้วไปจากตรงนี้ ไม่นานประตูห้องน้ำก็ถูกเคาะ"หนูๆ เขาไปแล้ว ออกมาได้แล้ว"ในเมื่อมีคนช่วยฉันจึงไม่รีรอเปิดประตู ป้าแม่บ้านรีบเข้ามาช่วยพยุงฉันออกมาตรงหน้ากระจก"ไหวไหมหนู ป้าไปแจ้งผู้จัดการโรงแรมให้ดีไหม"ฉันวักน้ำล้างหน้าให้รู้สึกดีขึ้นเสร็จก็เงยหน้าขึ้นพนมมือไหว้"ขอบคุณนะคะ เดี๋ยวรอเพื่อนหนูมาถึงก่อนดีกว่า""หนูก็ฉลาดนะที่ชูข้อความในมือถือให้ป้าเห็น ไม่งั้นป้าคงตะโกนเรียกให้คนนั้นรู้ตัว ไปอยู่แถวลอบบี้น่าจะปลอดภัยกว
@บ้านเขมราชย์เก้ากลับบ้านอีกครั้งในรอบเดือนเพราะถูกมารดาโทรตามให้มารับประทานอาหารเย็น ในค่ำคืนนี้สวนข้างตัวบ้านจึงถูกเนรมิตเป็นพื้นที่ปาร์ตี้ในครอบครัวอีกครั้งหลังจากที่มันถูกใช้งานไปแล้วในลักษณะเดียวกันเมื่อสองเดือนก่อนครอบครัวเขมราชย์ผู้ประกอบธุรกิจผลิตเครื่องหนังส่งออก มีความสัมพันธ์อันดีกับครอบครัวรินนทีมายาวนานด้วยเพราะหัวเรือใหญ่ของทั้งสองครอบครัวเป็นเพื่อนกันไม่บ่อยที่สองครอบครัวจะนัดหมายพบปะได้แบบครบองค์ประชุม โดยเฉพาะลูกชายคนเล็กของบ้านเขมราชย์ที่การเรียนและการงานรัดตัวจนหาตัวจับยากไม่มีเวลาว่างค่ำคืนนี้เก้าก็ใช่ว่าจะว่าง งานที่คาเฟ่เป็นหลักหากไม่สำคัญจริงๆ เขาไม่มีทางทิ้งแต่เพราะมารดาขู่เข็ญว่าจะยึดที่ดินตรงคาเฟ่คืนหากเขาไม่โผล่มา ณ เวลานี้เก้าจึงนั่งอยู่ข้างแก้วกัลยาพี่สาวของเขา ฝั่งตรงข้ามคือครอบครัวรินนทีผู้มีลูกสาวหนึ่งคนอายุไล่เลี่ยกับเก้าชื่อว่าคนึงนิตหรือน้องนิดของทุกคน"ยินดีด้วยนะน้องนิด ดูสิ.. เจออีกทีก็จะแต่งงานซะแล้ว พี่ยังจำภาพเราวิ่งไล่จับกับเก้าได้อยู่เลย"แก้วกัลยาแซวคนึงนิตผู้ที่เป็นคนสำคัญของการนัดกินข้าวในค่ำคืนนี้คนึงนิตผู้จัดการบริษัทนำเข้าอาหารสัต











