Masukพรีมพยายามดันผมออก แต่ยิ่งดันผมก็ยิ่งจูบเธอแนบแน่นขึ้น เพียงไม่นานพรีมก็ผ่ายแพ้ มือที่ดันอกผมไว้เปลี่ยนมาคล้องคอ ก่อนจะขยับปากเบา ๆ เหมือนจะจูบตอบผม “ยั่วจัง เธอกำลังทำให้ฉันไม่อยากอาบน้ำนะ” ผมกระซิบเสียงพร่าชิดกับริมฝีปากของพรีม พรีมค้อนให้ผมหนึ่งที ก่อนจะตอบเสียงเบา “นายก็ไม่ได้ตั้งใจเข้ามาอาบ
Chris Part . ข้อดีของความรักที่ไม่ได้เริ่มจากร้อย คือเวลาผ่านไปมันจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับไม่มีที่สิ้นสุด . เช้าวันเสาร์ วันนี้พอใจและพีทไปนอนที่บ้านพ่อและแม่ของพรีม ส่วนน้องพอร์ชก็ไปนอนที่บ้านของป๊ากับหม่าม้า เท่ากับว่าวันนี้เราสองคนจะได้ใช้ชีวิตด้วยกันแบบที่ไม่มีลูกอยู่ด้วย ผมรักลูกมากนะ
เวลาเดินเร็วจนใจหาย เผลอแปปเดียวพอใจและพีทก็ต้องเข้าโรงเรียนแล้ว คริสปรึกษากับพรีมค่อนข้างจริงจังสำหรับเรื่องนี้ ทั้งอายุที่ควรให้ลูกเข้าอนุบาลหนึ่ง หรือโรงเรียนที่จะให้ลูกเรียน แต่ในที่สุดก็ได้ข้อสรุปว่าช่วงสามถึงห้าขวบจะหาครูมาสอนเด็ก ๆ ที่บ้านเพื่อเตรียมตัวก่อนเข้าโรงเรียนจริง และให้ลูกเริ่มเข้าอ
“ขา ว่าไงคะลูก” พอใจไม่ตอบ แต่กลับซุกตัวเข้าหาอ้อมกอดของผมเหมือนจะอ้อน ไม่บ่อยนักที่พอใจจะทำแบบนี้กับผม ส่วนมากจะมีแต่พีทที่ชอบอ้อนป๊า พอใจอ้อนแค่แม่ของเขา วันนี้มาแปลกแหะ... ผมหรี่ตาลงด้วยความสงสัย แต่มือก็ยังลูบแผ่นหลังเล็กนั้นไปมาเบา ๆ “ป๊ะ” คราวนี้เป็นเสียงของลูกชาย ก่อนที่เจ้าตัวเล็กจะปร
ผมรับกระดาษแผ่นเล็กมาดู ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่ามันคืออะไร “พรีม...นี่มัน” “ฉันว่า นายคงต้องสั่งทำจี้เพิ่มแล้วล่ะ” “พรีม...” “หืม” หมับ! ผมดึงร่างของพรีมเข้ามากอดทันที น้ำตาคลอด้วยความดีใจเมื่อความฝันกำลังจะเป็นจริง พรีมกำลังจะมีลูกให้ผมอีกคนหนึ่งแล้ว “แต่ยังไม่รู้เพศหรอกนะ เพิ่งส
“ให้มันเพิ่มเดี๋ยวมันก็อ้วนตาย” “โฮ่ง!” “เอ๊ะ! บอกว่าอย่าเห่า พูดไม่รู้เรื่องหรือยังไง” “ก็นายไปว่ามันอ้วน มันเลยเห่าไง” ผมมองหน้าพรีมอย่างเหลือเชื่อ นี่ผมกำลังจะตกกระป๋อง กลายเป็นสามีและพ่อหัวเน่าเพราะหมานี่ใช่ไหมเนี่ย “ไปกันเถอะ” ผมมองพรีมที่เดินนำที่รถ ก่อนจะหันไปชี้หน้าหมานิสัยไม่ดีอย่าง
ผมคิดทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมา ช่วงที่ผมกลับมาที่ไทยผมใช้เวลาว่างไปลงคอร์สดูแลเด็กแรกเกิด ดูแลแม่ท้องแก่ ดูแลแม่ที่เพิ่งคลอดบุตร และอีกหลาย ๆ อย่างที่จำเป็น ผมไม่อยากปล่อยเวลาให้สูญเปล่าไป กลับไปจะได้พร้อมที่จะดูแลพรีมกับลูกได้ทันที ผมได้ลองไปเลี้ยงเด็กอ่อนในสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้ามาด้วย และผมก็พบว่าก
“เฮ้ เหม่ออีกแล้วนะ” ฉันสะดุ้ง ก่อนจะรีบก้มหัวขอโทษอีกคน “ขอโทษค่ะบอส” “พักไหมพิมมี่” นิโคลัสมองมาด้วยความห่วงใยอย่างจริงใจจนฉันรับรู้ได้ “ออกไปสูดอากาศข้างนอกกับผมไหม” “ไม่เป็นไรดีกว่าค่ะบอส เรายังต้องคุยงาน...” “ลืมเรื่องงานไปก่อน ลืมว่าผมคือเจ้านาย ลืมว่าคุณคือลูกน้อง คิดว่าเราเป็นพี่น้อง
“แล้วหนูพรีมล่ะ” “นั่นสิ หนูพรีมอยู่ที่นั่นคนเดียวนะคริส ทางนี้ม้าจัดการเองก็ได้” หม่าม้าไม่เห็นด้วยที่ผมจะอยู่ต่อ แต่ผมเองก็ไม่เห็นด้วยที่หม่าม้าจะเป็นคนคุยกับลูกค้าเหมือนกัน หม่าม้าไม่ถนัดงานตรงนี้เลยเพราะเป็นคนใจร้อน ถ้าลูกค้าเรื่องมากเยอะ ๆ เข้าคงปรี๊ดแตกจนเสียเรื่อง “ผมฝากพรีมไว้กับแซนดี้คร
“...” นิโคลัสเงียบและตั้งใจฟัง ฉันเชื่อแล้วว่าเขาเป็นคนรับฟังที่ดีจริง ๆ “คริสยังกลับมาไม่ได้เพราะเรื่องงานที่ยังไม่เสร็จดี แต่บางทีอาจจะไม่ใช่ เขาอาจจะมีใครอยู่ที่ไทยก็ได้” “ทำไมถึงคิดแบบนั้น” นิโคลัสขมวดคิ้ว ไม่รู้ว่าเขาจะคิดว่าฉันคิดมากไปหรือเปล่า ผู้ชายยังไงก็ต้องเข้าข้างผู้ชายด้วยกันมากกว่า







