เข้าสู่ระบบKILAI Part
ชายหนุ่มนั่งมองใครบางคนเดินห่างออกไปด้วยสายตาเรียบนิ่ง ไม่ได้แสดงความรู้สึกอะไรออกมา ก่อนที่จะกระดกค็อกเทลขึ้นดื่มราวกับว่าไม่เคยมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น "ต้องขอโทษแทนพนักงานด้วยนะครับคุณคิไล คุณเดม่อน" "ไม่เป็นไร ไปเถอะ" "ครับๆ" หลังจากที่ผู้จัดการร้านเดินจากไป เพื่อนของคิไลก็จ้องมองเขาอย่างสงสัยจึงถามออกไปด้วยความอยากรู้ เพราะปกติแล้วคิไลไม่เคยสนใจเรื่องพวกนี้เลย "มึงรู้จักเด็กคนนั้นเหรอวะ" "ไม่" "อ้าว! แล้วมึงเอาค็อกเทลไปเทราดใส่หัวเขาเนี่ยนะเพื่อน" "....." เขาไม่ตอบ แต่กลับกระดกแก้วดื่มหน้าตาเฉย "กูไม่ถามมึงก็ได้วะ ถามแม่งไม่ได้คำตอบตลอด กูจะคิดเอาแล้วกันว่ามึงรู้จักกับเด็กคนนั้น เพราะถ้าไม่รู้จักกันมึงคงไม่ยุ่งกับเรื่องเล็กน้อยแบบนี้ ทั้งๆ ที่ไม่ใช่เรื่องของตัวเอง!" "พูดมากไปแล้วว่ะ" "หึ! แล้วนี่มึงไม่คิดจะเข้าเรียนบ้างเหรอวะ กูได้ยินไอ้ดีเคย์มันบ่นถึงมึงประจำ" "ถ้าว่างก็จะไป มันก็รู้ว่าตอนนี้กูทำอะไรอยู่" เพื่อนของเขาอีกคนนอกจากเดม่อนที่นั่งดื่มกับเขาแล้วก็มีอีกคนคือดีเคย์ที่พวกเราสนิทกัน "แบบนี้มึงออกเถอะว่ะ" "เสือก!" "อ้าว! ไอ้นี่!" "ตกลงมีเรื่องจะคุยกับกูแค่นี้?" "อ้าวเดม่อน" "หืม ไม่เจอกันนานเลยนะแพท" พรึ่บ! ชายหนุ่มที่นั่งดื่มเงียบๆ ไม่ได้สนใจใคร เงยหน้าขึ้นจากหน้าจอโทรศัพท์แล้วมองผู้หญิงตรงหน้าที่ยืนยิ้มให้เขากับเดม่อนอยู่ จากนั้นใบหน้าที่เรียบนิ่งกลับเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มร้ายกาจออกมา "นี่เพื่อนฉันคิไล ส่วนคนนี้แพท เป็นเพื่อนที่กูรู้จักมานานแล้ว" เดม่อนแนะนำคิไลกับแพทให้รู้จัก ก่อนที่จะเหลือบสายตามองไปที่ผู้หญิงอีกคนที่มากับแพทแล้วความคิดอะไรบางอย่างก็ผุดขึ้นมาในหัว "สวัสดีค่ะ ฉันแพทริเซีย เรียกสั้นๆ ว่าแพทก็ได้นะ ส่วนคนนี้ สายตาแบบนี้คงไม่หวังจะกินเพื่อนฉันหรอกนะเดม่อน" แพทริเซียพูดด้วยรอยยิ้ม "คนนี้กี้ เพื่อนของฉันเอง" "หวัดดีครับ" "ขอนั่งด้วยได้มั้ย ฉันไม่ได้จองวีไอพีด้วยสิ เห็นคนข้างล่างแล้วรู้สึกวุ่นวายยังไงไม่รู้" "ตามสบาย" คิไลตอบแทนเดม่อนที่กำลังจะอ้าปากพูด นั่นจึงทำให้ชายหนุ่มทั้งสองคนมองหน้ากันและดูเหมือนว่าพวกเขาจะเข้าใจความคิดของกันและกัน เพราะพวกเขาคบกันมานานและรู้นิสัยกันดี! "เราเคยเจอกันมาก่อนหรือเปล่าคะ?" แพทริเซียพอได้นั่งปุ๊บเธอก็ยิงคำถามใส่เขาทันที "....." "เอ่อ...ฉันแค่รู้สึกว่าคุณหน้าคุ้นๆ น่ะค่ะ เหมือนเคยเจอกันมาก่อน" แพทริเซียจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาของคิไลอย่างหลงเสน่ห์และเขาดูเหมือนใครบางคนที่เธอเคยเห็นมาก่อน แต่คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก "ชนแก้วมั้ยคะ" "หึ!" เคร้ง! "คุณมาเที่ยวที่นี่บ่อยเหรอคะ" "ไม่" "แล้วชอบเที่ยวที่ไหนเหรอ หืม" เธอชวนเขาคุยพร้อมกับขยับตัวเข้าหาชายหนุ่มอย่างชำนาญ "ฉันไม่ชอบเที่ยวที่แบบนี้" "แล้วแบบนี้เราจะได้เจอกันอีกมั้ยล่ะคะ" "อยากเจอ?" "แล้วคุณอยากเจอฉันอีกมั้ยล่ะค่ะ" พรึ่บ! "หึ! น่าสนใจ" เขาพูดแล้วแสยะยิ้มออกมา สายตาของเขามองการกระทำของผู้หญิงคนนี้อย่างไร้อารมณ์ ถึงแม้เธอจะพยายามยั่วเขาขนาดไหนแต่เขากลับไม่รู้สึกอะไรและยังคงให้เธอยั่วเขาแบบนั้นโดยไม่ได้ว่าอะไร เพราะอยากรู้ว่าผู้หญิงแบบนี้จะทำยังไงต่อ เขาไม่คิดว่าเธอจะหยุดแค่นี้แน่! "เธอไม่คิดจะคุยกับเพื่อนบ้างเหรอวะแพท" "ก็ฉันเห็นนายคุยอยู่ ไม่อยากขัด" "หึ! แล้วมึงจะกลับเมื่อไหร่วะคิไล อย่าบอกนะว่าสนใจแพท" "พูดอะไรของนายน่ะเดม่อน" "ไม่สิ ดูท่าทางคนที่สนใจจะเป็นเธอมากกว่าสินะแพทริเซีย" "หยุดพูดเถอะน่า ฉันว่าเคมีระหว่างเราสองคนก็พอได้อยู่นะ จริงมั้ยคิไล" "หึ! คิดว่างั้น?" พรึ่บ! "แล้วนายไม่คิดแบบนั้นเหรอ" น้ำเสียงแหบพร่ากระซิบข้างหูเขาอย่างยั่วยวน เพราะเธอมีความอยากได้ผู้ชายคนนี้อยากมาก และเธอต้องได้ คิไลและเดม่อนต่างมองหน้ากัน แต่ดูเหมือนเดม่อนจะมองออกว่าเพื่อนของเขานั้นไม่ได้สนใจผู้หญิงอย่างแพทริเซีย ไม่รู้ว่าทำไม แต่เขารู้สึกเหมือนมันคิดอะไรอยู่ในหัวและความคิดนั้นไม่ใช่เรื่องดีแน่! หลังจากนั้นทั้งสี่คนที่อยู่โต๊ะเดียวกันนั้นต่างชนแก้วกันไปมาพลางพูดคุยกันไปด้วยราวกับว่ารู้จักกันมานาน แต่จะมีอยู่คนหนึ่งที่น้อยคำมากที่เขาจะเอ่ยออกมา และมันยิ่งทำให้ผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างเขานั้นสนใจมากกว่าเดิมหลายเท่า "คิไลคะ ไปเป็นเพื่อนแพทหน่อยได้มั้ยคะ?" ".....?" "แพทอยากเข้าห้องน้ำจังเลย จะให้กี้ไปด้วยก็คงจะไม่ได้แล้วสิ" ตอนนี้เพื่อนของเขากับผู้หญิงคนนั้นกำลังนัวเนียกันอยู่ แต่สำหรับเขาเรื่องแบบนี้มันธรรมดามากกับผู้ชายที่ชื่อเดม่อน "อยากให้ไปส่งจริงๆ" "ได้มั้ยล่ะค่ะ" "หึ! ไปสิ" หลังจากนั้นคิไลก็เดินเข้าไปส่งเธอที่ห้องน้ำ โดยที่ไม่ได้สนใจสายตาของพวกผู้หญิงที่มองมาทางเขาเลย เพราะดูเหมือนว่าแพทริเซียจ้องจะทำตัวเป็นเจ้าของเขาด้วยการควงแขนเดินไปอย่างมั่นใจ พรึ่บ! ปัง! ประตูห้องน้ำถูกปิดลงพร้อมกับมือบางที่ดันตัวชายหนุ่มเข้าไปติดกับผนังแล้วเอาคล้องคอเขาอ่อยไปด้วย "ฉันสนใจคุณ แล้วคุณล่ะสนใจฉันหรือเปล่า" พรึ่บ! ตุบ! "อ๊ะ!" คิไลพลิกตัวเธอให้หันหลังไปพร้อมกับจับกดที่ต้นคอเธออย่างแรงพร้อมกับกระซิบที่ข้างหูเธอ "อยากรู้เหรอว่าฉันสนใจเธอมั้ย" "ฉันคิดไว้แล้วเชียวว่าคุณต้องชอบแบบนี้" "หึ! เธอเป็นผู้หญิงที่น่ากลัวจริงๆ นะ" "แล้วคุณกลัวมั้ยล่ะ หืม" เมื่อเขาปล่อยแพทริเซียให้เป็นอิสระ เธอจึงหันกลับมาแล้วทำท่าจะจูบเขา แต่ทว่า...เขาเร็วกว่าจึงหลบได้ทัน ทำให้เธอหน้าเสียทันที แต่เธอก็ไม่ยอมแพ้ยังคงอ่อยเขาอีกครั้ง เพราะความต้องการของเธอต่อเขานั้นมันสูงมากเหลือเกิน "คิไล อย่าฝืนตัวเองเลยน่า ฉันรู้ว่าคุณก็ต้องการเหมือนกับฉัน" คนอย่างเขางั้นเหรอที่จะฝืนใจตัวเอง สำหรับเขาถ้าอยากมากขนาดนั้นก็แค่ต้องสนองให้ แต่ถ้าคิดจะเป็นมากกว่านั้น ฝันไปเถอะ! พรึ่บ! มือของเธอลูบไล้เป้ากางเกงของชายหนุ่มอย่างยั่วยวน ก่อนเธอจะขยับตัวลงมานั่งคุกเข่าลงตรงหน้าเขาแล้วปลดกระดุมกางเกงของเขาออกอย่างช้าๆ เพราะต้องการยั่วอารมณ์ เขามองการกระทำของเธอ ผู้หญิงแบบนี้งั้นเหรอที่แม่เขาจะให้หมั้นด้วย ไม่มีทาง! "ฉันจะสงเคราะห์ความร่านเธอให้ก็ได้นะ!" พรึ่บ! ตุบ! "อ๊ะ!" เขาผลักเธอให้ชิดติดกับผนังห้องน้ำก่อนที่จะหมุนตัวเธอให้หันหลังอีกครั้งแล้วเปิดประโปรงพร้อมกับถกกางเกงในเธอออกโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว "อย่าลืมป้องกัน!" เธอบอกเขาเสียงสั่นด้วยความเสียว แควกกกก! เขาฉีกถุงยางอนามัยออกแล้วใส่มันเข้าไปในแก่นกายของตัวเอง จากนั้นไม่รอช้าที่จะยัดมันเข้าไปในร่องของเธออย่างแรง สวบบบบบ! "อ๊าาาาส์!" "คงอยากมากสินะ หึ!" ปั่ก! ปั่ก! ปั่ก! ปั่ก! ปั่ก! แก่นกายกระแทกเข้าใส่ร่องสาวด้านหลังอย่างรุนแรง มืออีกข้างกดลงเข้าที่ต้นคอของเธออย่างแรง "อ๊ะ! อ๊าาา ลึกมาก อ๊าาา อุ๊ปส์!" "หุบปาก!!" เขาเอามือปิดปากเธอพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงดุดันที่ทำเอาเธอถึงกับเงียบไปตามคำสั่งของเขา ได้แต่กลั้นเสียงร้องครางของตัวเองอย่างยากลำบาก "คะ...คุณทำฉันเสียวคิไล" ปั่กๆๆๆๆ เขาเอาแต่กระแทกแก่นกายเข้าใส่ร่องเธอไม่ยั้งโดยไม่ได้ตอบอะไรเธอ อีกทั้งใบหน้าที่ไร้อารมณ์และไร้ความรู้สึกของเขาในตอนนี้ที่หญิงสาวใต้ร่างไม่รู้เลยว่าตัวเองนั้นไม่ได้อยู่ในความสนใจเขาเลยแม้แต่นิด ที่ทำแบบนี้ก็เพื่อสงเคราะห์ให้กับความร่านของเธอก็เท่านั้นเอง!! "อ๊าาาาาส์!" พรึ่บ! ตุบ! หญิงสาวล้มตัวลงบนพื้นห้องน้ำอย่างหมดแรง แต่ชายหนุ่มกลับไม่แยแสเขาแค่จัดการกับกางเกงตัวเองและเสื้อผ้าให้เรียบร้อย จากนั้นจึงเปิดประตูแล้วเดินออกไปทันที ทิ้งให้หญิงสาวผู้หมดแรงนั้นอยู่ในห้องน้ำนั้นตามลำพัง.... KILAI Part End 🔷🔷🔷🔷 📢เป็นยังไงกันบ้างคะรีดทุกคน 📍ตั้งแต่ EP6เป็นขึ้นไปไรท์จะทำการติดเหรียญเหมือนเดิมงับ 👇ยังไงก็คอมเมนต์กันเข้ามาได้น๊าา ฝากติดตามกันต่อไปด้วยนะง๊าบบ 😊✌️😘1 สัปดาห์ต่อมา... ข่าวคราวของคิไลและพรีมดังกระฉ่อนไปทั่วมหาวิทยาลัย ต่อจากข่าวของดีเคย์และเลิฟ ถึงแม้ว่าจะมีข่าวเรื่องความรักของพวกเขา แต่ยังไงการใช้ชีวิตของเธอก็เป็นปกติตามเดิม "พวกฉันกลับก่อนนะพรีม" "อื้ม" เธอโบกมือให้กับเพื่อนทั้งสอง ก่อนที่ตัวเองจะเดินเข้าไปที่ใต้ตึกสภาเพื่อรอคนรัก เพราะทั้งสองนัดกันไว้ว่าจะไปทานข้าวกับแม่ของเขาที่บ้าน สายตาหลายคู่มองมาที่เธอแล้วหันไปกระซิบกระซาบกัน แต่เธอก็ไม่ได้สนใจอะไร เพราะเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ก่อนที่เธอจะก้มหน้าทำอะไรบางอย่างเพื่อรอเขา "ทำไมไม่โทรมา" เสียงเข้มเอ่ยขึ้น ทำให้เธอรีบเก็บกระดาษวาดภาพของตัวเองทันทีเพื่อไม่ให้เขาเห็น "พรีมไม่ได้รอนานค่ะ อ่ะ สวัสดีค่ะพี่เลิฟ" "จ๊ะ ไว้ถ้าว่างตรงกันเมื่อไหร่ไปเที่ยวกันนะ" "ค่ะ" "เอ่อ...คิไล ดีเคย์?" "อยู่ข้างบน" "อ่อ งั้นพี่ไปก่อนนะ" เธอยิ้มให้กับพี่เลิฟ แฟนของพี่ดีเคย์ ก่อนที่จะลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปหาพี่คิไลที่กำลังมองเธออยู่ "ไปกันเถอะค่ะ คุณน้าคงรอนานแล้ว" "วันนี้วันอะไร" จู่ๆ คิไลก็ถามเธอขึ้นมา แต่เมื่อเห็นสีหน้าของเธอ เขาก็ถึงกับถอนหายใจแล้วเดินไปข้างหน้าทันที "
ซ่าาาา...ซ่าาาา ซ่าาาา... "กรี๊ดดดดด ฮ่าฮ่าฮ่า" เสียงคลื่นทะเลที่ซัดกระทบฝั่งอย่างแรงทำให้หญิงสาวที่กำลังเล่นน้ำทะเลอยู่ส่งเสียงร้องออกมาแล้วก็หัวเราะคนเดียว พอหันกลับไปมองลืมตาชายหนุ่มที่นั่งมองเธออยู่เธอก็ยิ้มให้เขาแล้วตะโกนเรียกให้มาเล่นน้ำทะเลด้วยกัน "มาเล่นด้วยกันสิคะพี่คิไล วันนี้วันสุดท้ายแล้วนะคะ!" เมื่อคืนก่อนหลังจากที่พวกเพื่อนๆ รวมถึงครอบครัวของพี่ดีเคย์ที่มาเซอร์ไพรส์ให้กับพี่เลิฟในการขอแต่งงานก็เสร็จสิ้นไปด้วยดี ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในคืนนั้นสร้างความประทับใจให้กับเธอจริงๆ เธอคิดว่าต่อจากนี้ชีวิตของรุ่นพี่ทั้งสองจะต้องมีความสุขที่สุด เพราะมีของขวัญสุดแสนจะพิเศษที่อยู่ในท้องของพี่เลิฟด้วย "ขึ้นมาได้แล้ว เดี๋ยวจะเป็นหวัด" เสียงเข้มเอ่ยเรียกเธอ "ขออีก 10 นาทีค่ะ" เธอต่อรองเวลาราวกับเด็กน้อย ซึ่งเขาก็ยอมให้อยู่ดี หญิงสาวก็ยังคงเล่นต่ออีกสักพัก ซึ่งเธอเล่นมาประมาณ 2 ชั่วโมงแล้วและตอนนี้ก็เริ่มมืดมากแล้ว เพราะเธอเลือกที่จะเล่นน้ำในช่วงเย็นแทนที่จะเล่นในตอนกลางเช้าหรือกลางวัน เพราะเธอมัวแต่ไปเที่ยวที่อื่นกับชายหนุ่ม หลังจากที่ได้เล่นน้ำทะเลอย่างพอใจแล้ว ร่างบางเดินเข้า
"พี่รักเธอ พรีมายา" "พี่รักเธอ พรีมายา" หมับ! "พรีม!" "เฮือกกก!!" "เป็นอะไรของแกยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เชียว อย่าบอกนะว่าเขินที่พี่คิไลบอกรักอ่ะ" "เฟิร์น!" ฉันไม่น่าบอกยัยเพื่อนคนนี้เลยจริงๆ ถึงแม้ว่าจะผ่านมาหลายอาทิตย์แล้วก็ตาม แต่คำพูดที่พี่คิไลบอกรักเธอในคืนนั้นมันก็ยังคงดังก้องกังวานอยู่ในหัวของเธอมาตลอด เธอคิดว่าตอนนั้นตัวเองอาจจะหูแว่วไปด้วยซ้ำ แต่เขาก็ยังย้ำคำเดิมมันถึงทำให้เธอช็อกจนทำตัวไม่ถูกมาจนถึงทุกวันนี้ ที่พอเจอหน้าเขาทีไรเธอก็จะหน้าแดง หัวใจเต้นรัวเร็วตลอดแม้ว่าตอนนี้เธอจะอยู่ที่เดียวกับเขาก็ตาม "ฮ่าฮ่าฮ่า ฉันดูแกออกนะ" "ฉันไม่น่าเล่าให้แกฟังเลย" "แกไม่เล่าฉันก็พอดูออกแหละ แต่ไอ้เรื่องที่บอกรักเนี่ย พี่เขาบอกรักแกยังไงเหรอ?" เฟิร์นคาดคั้นจะเอาคำตอบให้ได้ "ไม่บอก! กลับกันได้แล้ว" "โอเคๆ" หลังจากนั้นทั้งสองสาวก็เดินออกจากห้างแล้วเฟิร์นที่เป็นเพื่อนของพรีมก็ไปส่งเธอที่บ้านหลังหนึ่งที่เธอเคยมาส่งเมื่อวันก่อน กึก! "ขอบใจนะที่ไปช่วยเลือกเป็นเพื่อน" "สบายมาก อ่อ มีชุดหนึ่งที่ฉันอยากให้แกใส่เป็นพิเศษ อย่าลืมเอาไปด้วยล่ะ" "หืม? ชุดอะไรเหรอ แกช่วยฉันเลือกแค่ชุดว่ายน
1 สัปดาห์ต่อมา... หลังจากที่ผ่านสถานการณ์เลวร้าย ทุกอย่างก็กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง แต่ยังมีเรื่องหนึ่งที่ทำให้หญิงสาวนั่งเหม่อคิดเรื่องอะไรบางอย่างในหัวตลอดช่วงสองสามวันที่ผ่านมานี้ก็คือเรื่องของครอบครัวลุงเธอ ที่ตอนนี้ยังอยู่ในเรือนจำและพอเธอจะขอเยี่ยมก็ไม่ได้อีก เพราะทั้งสองคนไม่อยากพบเธอ ไหนจะเรื่องของพี่แพทที่ตอนนี้กำลังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลเพราะปัญหาสุขภาพจิตที่เธอไม่เคยรู้มาก่อนมันทำให้เธอรู้สึกไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ เพราะครอบครัวนั้นก็เป็นคนเลี้ยงดูเธอมาจนถึงทุกวันนี้ ชายหนุ่มที่สังเกตเธอมาตลอดตัดสินใจถามเธอ เพราะตอนแรกเขาคิดว่าเธอจะเล่าให้เขาฟังเอง แต่เธอกลับเก็บมันไว้ในใจคนเดียว "เหม่ออะไร" "เปล่าค่ะ แล้วนี่เราจะไปกันได้หรือยังคะ?" เธอเปลี่ยนเรื่องทันที "อืม" "ไปกันเถอะค่ะ" "ชุดนี้?" "ค่ะ" พรีมยิ้มให้กับกับชายหนุ่ม แล้วเดินนำออกไปข้างนอกทันที เพราะถ้าขืนอยู่ที่ห้องต่อมีหวังเธอได้กลับไปเปลี่ยนชุดอีกแน่ เพราะก่อนหน้านี้เธอถูกเขาบอกให้เปลี่ยนไปสองชุดแล้วน่ะสิ! หลังจากนั้นทั้งสองคนก็ขึ้นรถไปโดยที่ชายหนุ่มที่เป็นคนขับยังคงทำหน้าบึ้งตลอดทางจนมาถึงที่ผับของเพื่อนเขา และเมื่อ
"พบศพนายภพพิพัฒน์และลูกน้องถูกยิงเสียที่โรงแรมร้างแห่งหนึ่ง โดยคาดว่าคนร้ายจะเป็นคู่อริ ตอนนี้ยังตามจับตัวไม่ได้....." พรึ่บ! "ครอบครัวของนายภพพิพัฒน์ถูกตั้งข้อหาสมรู้ร่วมคิดในการฆาตกรรมนายอัครเดชที่เสียชีวิตเมื่อ 2 ปีก่อน...." ไม่ว่าจะเปิดเข้าโซเชียลแต่ละแพลตฟอร์มหรือเปิดทีวีแต่ละช่องก็มีแต่ข่าวของนายภพพิพัฒน์และครอบครัวของเขา ที่ตอนนี้กำลังเป็นข่าวดังอย่างมาก พรึ่บ! กึก! "ในที่สุดผลกรรมก็ตามทันคนแบบนี้จนได้สินะ" เดม่อนเอ่ยขึ้น "ไม่ใช่กรรมแต่เป็นคิไลมากกว่านะ" ดีเคย์พูดพร้อมกับนั่งจิบกาแฟมองหน้าคิไล ตอนนี้ทั้งสามหนุ่มกำลังนั่งพูดคุยกันเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมาที่คอนโดที่พวกเขาชอบมาสิงสถิตกันที่นี่ เพราะหลังจากเกิดเรื่องผ่านไป 1 วันข่าวก็เผยแพร่ในทันที โดยที่มีเดม่อนและดีเคย์ให้ความช่วยเหลือคิไลในเรื่องของคดี "กูได้ยินว่ายัยแพทไม่ยอมพูดอะไรเลย? มึงอย่าบอกนะว่ายัยนั่นเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด?" เดม่อนถามคิไล "อืม" "คนไม่เคยเจออะไรแบบนี้คงช็อกไปเหมือนกัน แล้วถ้ายัยนั่นให้การว่าเป็นมึงที่ฆ่าพี่ชายตัวเอง?" "คงไม่มีใครเชื่อ" "เพราะมึงทำให้ยัยนั่นเป็นบ้าน่ะสิวะ กูเห็น
บรื้นนนน! ปัง! ปัง! เพล้ง! เอี๊ยดดด! รถยนต์จอดสนิทที่ริมทางเพราะถูกยิงที่ยางรถ ทำให้ชายหนุ่มและพวกลูกน้องที่ตามมาด้านหลังลงจากรถแล้วกระหน่ำยิงไปที่บุคคลที่อยู่ตรงหน้า ทำให้เกิดการปะทะกันอย่างดุเดือด "ผมจะยิงสกัดพวกมันไว้ คุณคิไลตามมันไปกับคนที่เหลือของเรา!" ปัง! ปัง! เพล้ง! เพล้ง! คิไลกับพวกของเขาตามพวกมันที่ไปทางโรงแรมร้างที่อยู่ข้างทางด้านใน โดยเขาให้ลูกน้องแยกกันไปอีกทางหนึ่ง "จับเป็นไม่ได้ก็จับตายให้หมด!!" น้ำเสียงที่เอ่ยกับลูกน้องเต็มไปด้วยความแข็งกร้าว ตึก...ตึก...ตึก เขาค่อยๆ เดินเข้าไปด้านในที่เต็มไปด้วยฝุ่นคละคลุ้งไปทั่ว ดูเหมือนว่าที่นี่จะเป็นที่ซ่อนตัวชั้นดีเลยสำหรับไอ้ภพพิพัฒน์! กึก! พรึ่บ! ปัง! ปัง! ปัง! เพล้ง! "damn!!" คิไลสบถออกมาเมื่อถูกลอบยิงจากด้านหลัง แต่เขาก็สามารถหลบลูกกระสุนได้ แล้วโต้กลับสวนไปในทันที ปัง! กึก! "วันนี้มึงได้ตายตามพ่อมึงไปแน่ไอ้คิไล!!" ภพพิพัฒน์ตะโกนขึ้นมาเสียงดังด้วยความเกลียดแค้น คิไลไม่ได้โต้ตอบอะไร เขาเพียงแค่ฟังเสียงที่มันพล่ามเพื่อหาต้นตอของเสียงนั้น "มึงอยากรู้มั้ยทำไมกูถึงฆ่าพ่อมึง!" "คุณคิไล..." ชู่~~ "ทางนั
เปรี้ยงงง! เสียงฟ้าผ่าลงมาระหว่างที่ร่างบางกำลังจะออกจากคาเฟ่แห่งหนึ่ง ก่อนที่เธอจะกลับเข้าไปในร้านต่อด้วยความตกใจ หลังจากนั้นไม่กี่นาทีฝนก็เทกระหน่ำลงมา ทำให้เธอถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่ายทันที ไม่คิดว่ามันจะตกลงมาเร็วขนาดนี้ เธอคาดการณ์ไว้ว่าจะกลับถึงบ้านก่อนที่ฝนจะตกซะอีก เฮ้ออออ...คบ
KILAI Partบรื้นนนนน...รถยนต์ขับไปท้องถนนที่เต็มไปด้วยรถมากมาย สายตาคมดุมองทางด้านหน้าด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง แต่ภายในใจเต็มไปด้วยความหงุดหงิดเมื่อเขาเหลือบมองกระจกหลังที่เห็นผู้หญิงทั้งสองคนนั่งคุยกันอยู่"หนูอยู่แถวนี้เหรอจ๊ะ""อะ...อ่อ ใช่ค่ะ แต่ว่าคุณน้าไม่จำเป็นต้องมาส่งหนูก็ได้นะคะ หนูกลับเองได้
1 สัปดาห์ต่อมา ตึก...ตึก...ตึก หญิงสาวในชุดนักศึกษาที่สวมทับด้วยเสื้อช๊อปคณะของวิศวะกับกระโปรงทรงเอสั้นอย่างถูกระเบียบกับรองเท้าผ้าใบตัวโปรด ผมยาวถูกมัดรวบตึงเพราะเธอเป็นคนขี้ร้อนเอามากๆ นานๆ ทีจึงจะปล่อยผมกับใบหน้าที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางอ่อนๆ เพราะเธอเป็นคนไม่ค่อยแต่งเท่าไหร่ แต่ถ้าไปมหาลัยแ
ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก"เข้ามา!"แกร๊ก!ประตูถูกเปิดเข้ามาจากการตอบรับของชายที่นั่งอยู่ในห้องทำงานของตัวเอง ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง คิ้วหนารับกับใบหน้าเรียบนิ่ง แต่นัยน์ตานั้นแฝงไปด้วยความดุดันที่เมื่อใครก็ตามที่ถูกเขาจ้องมองเป็นอันต้องหลบสายตาทุกครั้ง "ผมไปสืบมาแล้วครับ แต่ว่าดูเหมือนจะไม่ใช่จอร์น แ
![Evil Engineerร้ายรักวิศวะเลว [ไนต์]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






