Masukเขา ชายหนุ่มผู้มีใบหน้านิ่ง เพียงแค่ปรายตามองใครๆ ต่างก็เกรงกลัว แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังเป็นที่ชื่นชอบของสาวๆ หลายคน แต่เขาก็ไม่เคยคิดจะสนใจใคร แค่เอาเสร็จก็จบ! เขาไม่เคยมีอะไรซ้ำกับผู้หญิงคนไหน ยกเว้นเธอ ที่เขาเผลอไปมีอะไรด้วยในคืนนั้น ซึ่งเป็นน้องสาวของว่าที่คู่หมั้นเขาในอนาคต เหตุการณ์ต่างๆ ระหว่างเขากับเธอมันทำให้เธอทั้งสองเริ่มใกล้ชิดกันมากขึ้นจนกลายเป็นความผูกพันธ์ที่เขาไม่คิดว่าตัวเองจะเปลี่ยนไปมากขนาดนี้…
Lihat lebih banyakAmerica;
New York City หญิงสาวในชุดเสื้อโค้ทสีน้ำตาลยาว ใบหน้าเล็กแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางเบาบางกับผมยาวที่ปล่อยสยายลงถึงกลางหลังกำลังยืนมองหิมะที่ตกลงมาอย่างตื่นเต้น เธอกระชับเสื้อโค้ทเข้าหาตัวเองมากขึ้นแล้วเดินไปตามทางเดินท่ามกลางหิมะที่โปรยปรายลงมา เพราะอากาศที่หนาวจัด เนื่องจากช่วงนี้เป็นฤดูหนาวของที่นี่ ซึ่งมีอุณหภูมิต่ำกว่า 0 องศา พื้นที่จึงปกคลุมเต็มไปด้วยหิมะสีขาวบริสุทธิ์และช่วงที่เธอมานั้นเข้าใกล้ช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ ทั้งสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง ห้างสรรพสินค้าหรือร้านอาหารต่างๆ ต่างประดับด้วยแสงไฟระยิบระยับไปทั่วทั้งเมือง บรรยากาศจึงดูสวยงาม แต่เสียดายที่เธอไม่ได้อยู่ถึงวันงานเทศกาล พรึ่บ! "ทำไมมาช้าแบบนี้ล่ะพรีม!" น้ำเสียงที่ติดจะหงุดหงิดเอ่ยขึ้นมาทันทีที่หญิงสาวมาถึงที่นัดหมาย "พรีมกำลังทำเรื่องเอกสารให้ทุกคนอยู่น่ะค่ะก็เลยมาช้า" พรีม หรือพรีมายา คือชื่อของเธอ และคนที่กำลังพูดกับเธออยู่นั้นก็คือพี่สาวของเธอ แพท หรือแพทริเซีย คือพี่สาวคนสนิทของเธอ ซึ่งมีอายุห่างกัน 3 ปี ตอนนี้พวกเธอไม่ได้อยู่ที่ไทย แต่เป็นอเมริกา เพราะมาเที่ยวกันในวันหยุดที่นี่เป็นเวลา 1 อาทิตย์ แล้ววันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายแล้ว เพราะพรุ่งนี้เธอก็ต้องกลับกันแล้วจึงรีบทำเรื่องเอกสารต่างๆ ให้เสร็จ ไม่ใช่แค่ของเธอ แต่เป็นของทุกคนที่มาด้วย "เรียบร้อยดีใช่มั้ย?" "ค่ะ" "ดีล่ะ งั้นก็รีบไปกันเถอะ เพื่อนฉันคงรอนานแล้ว" "แล้วคุณลุงกับคุณหญิงล่ะคะ?" เธอถามหาท่าน เพราะคิดว่าพวกท่านจะมาด้วย "พวกท่านไปอีกที่หนึ่งน่ะ" "อ่อ ค่ะ งั้นเราไปกันเลยมั้ยคะ" "อืม" สาวสวยทั้งสองคนที่มีสไตล์การแต่งตัวและบุคลิกท่าทางแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่ถึงอย่างนั้นทั้งสองคนก็ดูสวย น่ารักและมีเสน่ห์กันคนละแบบ เธอทั้งคู่กำลังเดินเข้าไปในย่านแห่งหนึ่งที่ไม่ค่อยมีผู้คนเดินผ่านกันสักเท่าไหร่ กึก! "F*ck!!" เสียงอะไรบางอย่างที่ดังขึ้นมาเหมือนกับกำลังทะเลาะกันตรงหน้า ทำให้ทั้งสองสาวมองหน้ากันนิ่ง พอเดินไปเพียงไม่กี่ก้าวเธอก็พึมพำออกมาทันทีด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ "มะ...ไม่ทันแล้วสิ" "บ้าเอ๊ย! ทำไมต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ด้วยเนี่ย!" พรึ่บ! ทั้งสองสาวที่กำลังลังเลว่าจะไปทางเดิมดีไหมนั้นถึงกับหยุดชะงักทันที เพราะตอนนี้ภาพที่พวกเธอเห็นก็คือกลุ่มที่กำลังยืนทะเลาะกันจริงๆ โดยที่ฝั่งหนึ่งยืนอยู่ตัวคนเดียว ส่วนอีกฝั่งนั้นมีกันอยู่ถึง 3 คน! "ฉันว่าเรารีบเดินกลับไปทางเดิมดีกว่า..." "ข้างหลัง! ระวัง!!" ไม่ใช่สิ "Be Careful!!" ผู้เป็นน้องไม่ได้ฟังคำพูดของพี่สาวคนสนิท เธอตะโกนออกไปจนสุดเสียงด้วยความตกใจจนลืมไปว่าตอนนี้เธอไม่ได้อยู่ไทย เพราะเห็นว่ามีผู้ชายอีกคนที่ยืนอยู่ข้างหลังผู้ชายคนนั้นพร้อมกับอะไรบางอย่างที่เธอเห็นไม่ค่อยชัดทำให้เธอตะโกนเตือนเขา หมับ! "จะส่งเสียงดังทำไม!" แพทริเซียชักสีหน้าใส่ทันทีที่เห็นพรีมายาทำอะไรแบบนั้น "กรี๊ดดดด! นะ...นั่นมะ...มีดนี่!" เสียงกรีดร้องของแพทริเซียทำให้ผู้ชายพวกนั้นหันมามองพวกเธอ เธอจึงหลบไปอยู่ข้างหลังน้องสาวด้วยความกลัว "เฮือกกก!!" ผู้เป็นน้องสาวนั้นได้แต่ยืนตัวแข็งทื่อด้วยความกลัว เธอไม่สามารถพูดหรือขยับตัวไปไหนได้ ตุบ! ผลัวะๆๆ ตุบตับๆๆ เธอยืนมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง ไม่ใช่เพราะคนพวกนั้นจะมาทำร้ายเธอ แต่เป็นเพราะผู้ชายคนนั้นกำลังต่อสู้กับคนอีก 4 คนที่มีอาวุธครบครัน แต่เขาสู้กับคนพวกนั้นด้วยมือเปล่า! "ทะ...ทำไมเงียบไปล่ะพรีม พะ...พวกนั้นไปแล้วใช่มั้ย" "ค่ะ" เธอได้แต่ยืนอึ้งกับภาพตรงหน้าที่แทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนคนนั้นจะเก่งกาจมากขนาดนี้ นี่คงไม่ได้ถ่ายละครกันอยู่ใช่มั้ย... สายตาของร่างบางมองไปที่ผู้ชายพวกนั้นที่กำลังพาตัวเองที่สะบักสะบอมวิ่งหนีออกไป ส่วนผู้ชายอีกคนที่เธอเตือนนั้นเธอรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติกับเขา แต่เพราะอยู่ห่างมากจึงทำให้เธอเห็นไม่ชัด "ฟู่~ โล่งอกไปที" พรึ่บ! ตุบ! "อ๊ะ! ซี๊ดดดด!" เธอเซล้มลงกับพื้นทันที เพราะถูกพี่สาวผลักอย่างแรง "พี่แพท ทำอะไรของพี่คะ!" "เมื่อกี้เธอจะตะโกนทำไม! ดีนะที่พวกมันไม่มาทำร้ายฉันน่ะ! รีบออกไปจากที่นี่หันได้แล้ว!" พรึ่บ! "ขอโทษค่ะพรีมไม่ทันคิด แต่พรีมว่าผู้ชายคนนั้นน่าจะบาดเจ็บนะคะ เราไป..." "อย่าไปยุ่งเรื่องของพวกขี้ยาแบบนั้น รีบไปกันเถอะ" ผู้เป็นพี่พูดตัดบทด้วยความโมโหที่เกือบจะทำให้เธอเป็นอันตรายแล้ว พรึ่บ! เธอหันกลับไปมองก็เห็นว่าชายคนนั้นเดินห่างออกไปแล้ว "เดี๋ยวเราไปเจอกันที่ที่พักเลยนะคะ พรีมไปซื้อของให้เพื่อน" "เดี๋ยวสิพรีม! ยัยพรีม!" หญิงสาวไม่ได้ฟังเสียงพี่สาว แต่กลับสาวเท้าเดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ความกลัวก่อนหน้านี้หายไปโดยปริยาย เพราะคนพวกนั้นก็วิ่งกรูกันออกไปแล้ว ทำให้เธอนั้นไม่มีความกลัว หมับ! "เดี๋ยวก่อนค่ะ!" เธอคว้าข้อมือผู้ชายตัวสูงที่เธอคิดว่าเป็นคนที่มีเรื่องเมื่อกี้นี้ แต่ที่เธอพูดภาษาไทยกับเขา เพราะคิดว่าเขาน่าจะเป็นคนไทยหรืออาจจะฟังภาษาไทยออก เพราะตอนที่เธอตะโกนเตือนเขาให้ระวังข้างหลังนั้นเขาหันไปอย่างรวดเร็ว โดยที่เธอยังไม่ได้พูดภาษาอังกฤษด้วย "Damn!!" เสียงชายหนุ่มสบถออกมาทำให้เธอตกใจอย่างมาก จึงกลั้นใจถามเขาอย่างตะกุกตะกัก "มะ...ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรใช่มั้ยคะ" "น่ารำคาญ!" พลั่ก! ตุบ! "อ๊ะ! ซี๊ดดดด!" เธอล้มลงไปกับพื้นหิมะอย่างแรง เพราะแรงผลักจากผู้ชายตรงหน้า ก่อนที่จะมองเขาด้วยความไม่พอใจ วันนี้มันวันซวยอะไรของฉันเนี่ย! "ทำอะไรของคุณเนี่ย! ฉันก็แค่เป็นห่วงกลัวว่าจะได้รับบาดเจ็บ" พรึ่บ! เธอลุกขึ้นยืนแล้วจ้องมองผู้ชายตรงหน้าด้วยความไม่พอใจ ถึงแม้จะไม่เห็นใบหน้าที่ชัดเจนเพราะเขาสวมหมวกกันหนาวปิดบังไว้จึงเห็นเพียงแค่ดวงตาและจมูกโด่งเป็นสันนั้น เธอคิดว่าผู้ชายคนนี้น่าจะเป็นคนที่หล่อมากแน่นอน แต่ทว่า...สายตาที่ดุดันของเขานั้นมันก็ทำให้เธอกลัวมากเหมือนกัน "มะ...ไม่ได้เป็นอะไรก็ดีแล้วค่ะ" เสียงของเธอเปลี่ยนไปในทันทีเมื่อได้สายตากับเขา "....." "เอ่อ...ฟังภาษาไทยออกใช่มั้ยคะ" เธอถามเขาออกไป เพราะตอนนี้ตัวเองพูดภาษาไทยกับเขา แต่เขานั้นไม่ได้พูดอะไรกับเธอเลยนอกจากคำสบถที่ออกมาจากปากเขา "ถ้าฟังไม่ออก ฉันคงไม่ยืนฟังเธอพูดนานขนาดนี้หรอกนะ! เสียเวลา!" น้ำเสียงที่ติดจะหงุดหงิดเอ่ยออกมาเสียงดัง จนคนที่ยืนฟังอยู่ถึงกับตกใจปนแปลกใจไปด้วย "ก็พูดได้นี่นา นึกว่าจะฟังออกอย่างเดียวซะอีก" "....." "ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้วค่ะ งะ...งั้นฉันไปก่อนนะ" เธอเลือกที่จะเดินหันหลังกลับ เพราะตอนแรกคิดว่าผู้ชายคนนั้นจะได้รับบาดเจ็บ แต่ก่อนที่เธอจะเดินไปสุดทางเดินที่เธอมานั้น เธอไม่วายหันกลับไปหาชายคนนั้นแต่กลับไม่พบเขาแล้ว เธอจึงเลิกสนใจแล้วกลับไปตามนัดของพี่สาวเธอเหมือนเดิม แค่สายตากับน้ำเสียงก็น่ากลัวอยู่แล้ว ถ้าเห็นใบหน้าเขาชัดๆ คงจะน่ากลัวขึ้นมากกว่าเดิมอีกแฮะ....♦️♦️♦️♦️📍ฝากติดตามนิยายเรื่องใหม่คู่ 2🖤คิไล+พรีม🤍🔶สำหรับนิยายเซตนี้เป็นการดำเนินเรื่องพร้อมกันนะคะ ผิดพลาดประการใดขออภัยไว้ณ ที่นี้🙏อย่าลืมกดไลก์ 👍👇คอมเม้นกันเข้ามาเยอะๆ น๊าาบรื้นนนน! ปัง! ปัง! เพล้ง! เอี๊ยดดด! รถยนต์จอดสนิทที่ริมทางเพราะถูกยิงที่ยางรถ ทำให้ชายหนุ่มและพวกลูกน้องที่ตามมาด้านหลังลงจากรถแล้วกระหน่ำยิงไปที่บุคคลที่อยู่ตรงหน้า ทำให้เกิดการปะทะกันอย่างดุเดือด "ผมจะยิงสกัดพวกมันไว้ คุณคิไลตามมันไปกับคนที่เหลือของเรา!" ปัง! ปัง! เพล้ง! เพล้ง! คิไลกับพวกของเขาตามพวกมันที่ไปทางโรงแรมร้างที่อยู่ข้างทางด้านใน โดยเขาให้ลูกน้องแยกกันไปอีกทางหนึ่ง "จับเป็นไม่ได้ก็จับตายให้หมด!!" น้ำเสียงที่เอ่ยกับลูกน้องเต็มไปด้วยความแข็งกร้าว ตึก...ตึก...ตึก เขาค่อยๆ เดินเข้าไปด้านในที่เต็มไปด้วยฝุ่นคละคลุ้งไปทั่ว ดูเหมือนว่าที่นี่จะเป็นที่ซ่อนตัวชั้นดีเลยสำหรับไอ้ภพพิพัฒน์! กึก! พรึ่บ! ปัง! ปัง! ปัง! เพล้ง! "damn!!" คิไลสบถออกมาเมื่อถูกลอบยิงจากด้านหลัง แต่เขาก็สามารถหลบลูกกระสุนได้ แล้วโต้กลับสวนไปในทันที ปัง! กึก! "วันนี้มึงได้ตายตามพ่อมึงไปแน่ไอ้คิไล!!" ภพพิพัฒน์ตะโกนขึ้นมาเสียงดังด้วยความเกลียดแค้น คิไลไม่ได้โต้ตอบอะไร เขาเพียงแค่ฟังเสียงที่มันพล่ามเพื่อหาต้นตอของเสียงนั้น "มึงอยากรู้มั้ยทำไมกูถึงฆ่าพ่อมึง!" "คุณคิไล..." ชู่~~ "ทางนั
จุ๊บ! ริมฝีปากของชายหนุ่มจูบซับน้ำตาของเธอที่ไหลอาบแก้มด้วยความอ่อนโยน "พี่..." "หึ! ไม่เคยคิดเลยด้วยซ้ำว่าเธอจะร่วมมือกับคนพวกนั้น" "....." พรีมยังคงยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น ในหัวกำลังประมวลกับเหตุการณ์ ตุบ! "คนบ้า! ฮืออออ ฮึก!" เธอทุบอกแกร่งอย่างแรงด้วยความโมโหที่เขาหลอกเธอแบบนี้ หมับ! "หยุดร้องไห้ได้แล้ว งอแงเป็นเด็กไปได้นะ หืม" "ก็มันเพราะใครกันล่ะ ฮึก!" "หึหึหึ" "ยังจะมาหัวเราะอีกนะคะพี่คิไล ฮืออออ!" พรึ่บ! เขาสวมกอดเธอทันที โดยที่พยายามปลอบเธอ เพราะเขาแค่อยากแกล้งเธอก็เท่านั้น เขาไม่คิดว่าเธอจะมีส่วนร่วมหรือรู้เห็นกับไอ้ภพอย่างแน่นอน หลังจากที่ทั้งสองปรับความเข้าใจกันเสร็จ คิไลก็พาเธอออกไปเที่ยวเล่นเพื่อปรับอารมณ์ของเธอ แต่ถึงอย่างนั้นตลอดการเดินทางเธอก็ยังคงเอาแต่ถามเรื่องของเขาตลอด และเขาเองก็เล่าให้เธอฟังทุกอย่างโดยไม่ปิดบังอะไร "แล้วพี่จะทำยังไงต่อไปคะ รื้อคดี?" "อืม พี่ให้คนของไอ้เดม่อนช่วยอีกที ไอ้ภพมันไม่ใช่นักธุรกิจธรรมดา มันมีอิทธิพลมากกว่าที่คิด" "พรีมไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคุณภพจะกล้าทำอะไรแบบนี้ ไม่คิดเลยจริงๆ..." เธอพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาพลางมองไปที่โ
ตอนนี้บรรยากาศในรถเงียบสงบ จนร่างบางที่ทนกับความอึดอัดไม่ไหวจึงเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นมาก่อน "พี่ต้องการอะไรกับพรีมคะ" "....." "พรีมจะไปหาลุงของพรีม ท่านไม่สะ..." "แน่ใจเหรอว่ายัยนั่นพูดคือเรื่องจริง" ".....?" เธอมองเขาอย่างมึนงง "ฉันจะเป็นคนพาไปเองถ้ามันคือเรื่องจริง" "หมายความว่าไงคะ" เธอถามเขาอีกครั้งอย่างไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพูด แต่เขาไม่ได้ตอบกลับโทรหาใครก็ไม่รู้ "อืม มึงปล่อยข่าวมันได้เลย!" เธอมองเขาคุยโทรศัพท์อย่างสงสัย เพราะสีหน้าเขาเปลี่ยนไปทันทีหลังจากที่วางสาย "ตกลงจะบอกได้หรือยังคะว่าที่พี่พูดหมายถึงอะไร พรีมไม่เข้าใจ" "สมกับเป็นเธอจริงๆ" "พี่คิไล!" "ลุงเธอตอนนี้ยังทำงานที่บริษัท จะป่วยได้ยังไงวะ" "แต่พี่แพท..." "เธอคงไม่คิดว่ายัยนั่นใจดีจะมารับเธอไปหาลุงหรอกนะพรีม" "....." เธอเงียบไปทันทีแล้วคิดตามสิ่งที่พี่คิไลพูด เพราะเธอเองตอนแรกยังแปลกใจอยู่เลยว่าทำไมพี่แพทจะต้องมารับเธอถึงที่ แล้วถ้านิสัยของพี่แพทจริงๆ แล้วก็คงไม่บอกเธออยู่แล้ว "เคยบอกแล้วใช่มั้ยว่าไม่ให้เข้าใกล้ครอบครัวนั้นอีก" "พี่มีเรื่องอะไรกับคุณภพ" เธอย้อนถามเขากลับ เพราะจากที่ฟังพี่คิไลพูดก่อนหน้
เช้าวันต่อมา... แกร๊ก! "หนูจ๊ะ ว้ายตายแล้ว! คุณคิไล!!" เสียงดังไปทั่วห้องทำให้คนทั้งสองที่นอนกอดกันอยู่บนเตียงนั้นลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกันอย่างงัวเงีย "เสียงดังอะไร คิไล! หนูพรีม!" ภาพที่คุณหญิงเห็นทำให้ท่านตกใจอย่างมากจนแทบจะเป็นลูกเมื่อเห็นชายหญิงนอนกอดกันอยู่บนเตียงเดียวกันแล้วดูเหมือนว่าทั้งสองคนจะไม่รู้ตัว ไม่ใช่สิ ฝ่ายหญิงคงไม่รู้แน่นอน แต่ฝั่งลูกชายตัวดีของท่านนั้นไม่แน่! ".....!!" ร่างบางหันกลับไปมองตามสายตาของคุณหญิงกับป้าแม่บ้าน เธอก็ต้องเบิกตากว้างขึ้นอย่างตกใจ เธอมองไปตามแขนตัวเองที่กำลังกอดผู้ชายคนนั้นอยู่แล้วก็ต้องรีบผละออกทันที พรึ่บ! "พี่คิไล!" "คิไล! รีบจัดการตัวเองทุกอย่างให้เสร็จแล้วไปเจอแม่ที่ห้องโถง!" ท่านพูดจบก็ถึงกับส่ายหน้าอย่างเอือมระอากับลูกชายตัวดีจริงๆ "ส่วนหนูพรีม ดีขึ้นแล้วใช่มั้ย?" "ค่ะ..." เธอพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาก่อนที่จะเหลือบไปมองคนข้างกายด้วยความมึนงง เธอยังไม่เข้าใจสถานการณ์ตอนนี้เลยว่าพี่คิไลมานอนที่นี่ได้ยังไงแล้วเขาเข้ามาตอนไหน! "เป็นอะไร!" เสียงเข้มเอ่ยขึ้น "พูดเบาๆ หน่อยคิไล ทั้งสองคนรีบจัดการตัวเองให้เสร็จแล้วเดี๋ยวมาคุยกัน" ท่