Mag-log inKILAI Part
บรื้นนนนน... รถยนต์ขับไปท้องถนนที่เต็มไปด้วยรถมากมาย สายตาคมดุมองทางด้านหน้าด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง แต่ภายในใจเต็มไปด้วยความหงุดหงิดเมื่อเขาเหลือบมองกระจกหลังที่เห็นผู้หญิงทั้งสองคนนั่งคุยกันอยู่ "หนูอยู่แถวนี้เหรอจ๊ะ" "อะ...อ่อ ใช่ค่ะ แต่ว่าคุณน้าไม่จำเป็นต้องมาส่งหนูก็ได้นะคะ หนูกลับเองได้จริงๆ" "ไม่ได้หรอก หนูช่วยฉันนะจ๊ะ อีกอย่างฉันอยากจะขอโทษแทนลูกชายฉันด้วย" "ถึงจะอย่างนั้นก็เถอะค่ะ แต่ว่าหนูเกรงใจจริงๆ" "หึ! มารยา!" เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่หมั่นไส้ เพราะผู้หญิงคนนี้ไม่ได้เป็นอย่างที่พูดจริงๆ "พะ...พูดอะไรของคุณน่ะ!" "คิไล" เอี๊ยดดดด! รถยนต์เหยียบเบรกกะทันหันเมื่อเขาขับเข้ามาจอดที่หน้าบ้านหลังใหญ่แห่งหนึ่ง สายตาเขามองไปด้านในนั้นก่อนที่จะแสยะยิ้มออกมา เพราะคิดไม่ถึงจริงๆ ที่เธอจะมาไม้นี้ "เอ๊ะ! หนูอยู่บ้านหลังนี้เหรอจ๊ะ" "ใช่ค่ะ" "ไม่น่าเชื่อเลยนะ ฉันลืมถามชื่อหนูเลยแล้วหนูชื่ออะไรเหรอจ๊ะ" "อ่อ ชื่อพะ..." "ลงไปได้แล้ว!" "เอ่อ...ขอบคุณที่มาส่งนะคะ งั้นหนูลาล่ะค่ะ" เธอพูดอย่างรัวเร็วแล้วลงจากรถไปทันทีโดยที่ยังไม่ได้บอกชื่อแม่ของเขา กึกๆๆ เสียงเคาะกระจกฝั่งที่นั่งคนขับ แต่ชายหนุ่มกลับนิ่งเฉยแล้วทำท่าจะขับออกไป แต่ทว่า...กลับถูกผู้เป็นแม่เอ่ยขึ้นมาเสียงดัง "คิไลดูเหมือนว่าเด็กคนนั้นจะพูดอะไรนะลูก" พรึ่บ! "ขะ...ขอบคุณที่มาส่งนะคะ ถะ...ถึงแม้จะไม่ได้อยากมาส่งก็ตาม" เธอพูดเสร็จแล้วเดินเข้าไปในบ้านทันที "มีมารยาทจริงๆ แม่ว่าเด็กคนนี้คงเป็นลูกของเพื่อนแม่แน่นอนคิไล" "......" เขานิ่งเงียบ ไม่พูดอะไรออกมา "แม่ยังไม่ได้นัดเพื่อนแม่มาทานข้าวด้วยกันเลย เอาไว้ถ้าลูกว่างแล้วทางฝั่งนั้นว่างแม่จะนัดมานะ เราจะได้คุยเรื่องพวกลูกๆ ด้วย" "แม่" เขาถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย เพราะแม่ของเขาเอาแต่พูดถึงเรื่องที่จะจับคู่เขากับเพื่อนของท่าน "ลองคุยกันไปก่อนก็ได้คิไล เด็กคนนี้ถูกใจแม่มากนะ แม่หวังว่าลูกจะลองพิจารณาดูนะ" ท่านพูดด้วยท่าทางที่อารมณ์ดี ดูเหมือนว่าท่านจะถูกใจเด็กคนนั้นจริงๆ แต่สำหรับเขาเด็กนั่นก็แค่เสแสร้งเท่านั้น! แม่ของคิไลยังคงพูดถึงเด็กผู้หญิงที่เพิ่งลงจากรถไป เพราะท่านคิดว่าเป็นลูกของเพื่อนท่านที่อยู่บ้านหลังที่เธอเพิ่งเดินเข้าไป แต่เขารู้ว่าไม่ใช่เด็กคนนั้น แต่เป็นอีกคน! หลายวันก่อนท่านเรียกให้เขาไปคุยกับท่านที่บ้านใหญ่และเรื่องที่คุยกันนั้นก็เป็นเรื่องที่จะให้เขาหมั้นกับลูกสาวของเพื่อนท่าน ซึ่งเรื่องนี้เขาคาดเดาไว้แล้วและให้คนไปสืบประวัติครอบครัวฝั่งนั้นมาหมดแล้วด้วยเหมือนกัน เพื่อนของท่านดูเหมือนจะไม่ธรรมดาด้วยสิ หึ! คนอย่างเขาไม่มีวันยอมให้ใครมาบังคับได้ ไม่เว้นแม้แต่แม่ของเขาเอง! KILAI Part End ______________ พรึ่บ! กึก! "บ้าจริง! ไม่มีสมาธิเลยแฮะ" หญิงสาววางแปรงสีลงทันทีแล้วจ้องมองภาพที่เธอวาดอย่างเลื่อนลอยก่อนที่จะเลื่อนไปมองมือตัวเองที่มีแผลถลอกจากการโดนผลักก่อนหน้านี้ ตอนนี้เธอไม่มีสมาธิในการวาดภาพเลย เพราะยังรู้สึกขนลุกกับสายตาของผู้ชายคนนั้นอยู่เลย เธอรู้สึกคุ้นมากกับสายตาของผู้ชายคนที่ขับรถส่งเธอเมื่อตอนกลางวัน เขาเป็นลูกชายของคุณน้าที่เธอช่วยตอนที่ท่านกำลังจะล้ม แต่ว่าทั้งสายตาและท่าทางของเขากลับดูน่ากลัวอย่างบอกไม่ถูก เธอไม่เคยรู้สึกประหม่าหรือหวาดกลัวกับสายตาดุดันคู่นั้นแบบนี้มาก่อน เว้นเสียแต่ว่าคนที่เธอเคยคุยกับเขาแค่ไม่กี่ประโยคที่นิวยอร์กในตอนนั้นที่สายตาเขาดูเหมือนกับผู้ชายคนนี้มากๆ คิไลงั้นเหรอ... ติ๊ง! จู่ๆ เสียงข้อความในโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ทำให้เธอสะบัดไล่ความคิดพวกนั้นออกไป <ฉันใกล้จะถึงแล้ว ออกมาได้เลย> เธออ่านข้อความจากเพื่อนสนิทของเธอเสร็จก็เหลือบมองนาฬิกาก็ต้องรีบไปเปลี่ยนชุดทันที ตอนนี้เป็นเวลาเกือบ 6 โมงเย็นแล้ว เพราะเธอต้องเข้างานจึงต้องรีบทันที....15 นาทีต่อมา... ตอนนี้เธอนั่งอยู่ในรถของเพื่อนสนิทที่มารับเธอ เพราะเราทั้งคู่ทำงานด้วยกัน เพื่อนเธอจึงอาสามารับตลอดและเธอเองก็ไม่อยากนั่งรถไปเองคนเดียว ยิ่งเป็นเวลากลางคืนยิ่งน่ากลัวเข้าไปใหญ่ เธอจึงไม่คิดที่จะปฏิเสธ "คืนนี้แกเลิกดึกหน่อยใช่มั้ย" "อืม ฉันอยู่เวรแทนพี่เขาน่ะ เห็นว่ามีธุระด่วน" "งั้นเดี๋ยวฉันรอด้วยดีกว่า ยังไงพรุ่งนี้ก็มีเรียนบ่ายนู่น" "ขอบใจมากนะเพื่อนรัก ^_^" "แล้วออกมานี่คุณหญิงที่บ้านไม่ว่าอะไรเหรอ" "ไม่อยู่น่ะสิ ขืนอยู่ฉันว่าคงไม่ได้ออกมาง่ายๆ หรอกนะ แกก็น่าจะรู้ดี" พอพูดถึงเรื่องที่บ้านเมื่อไหร่ร่างบางจะมีท่าทีที่เปลี่ยนไปทันที เธอรู้ดีว่าตัวเองอยู่ที่บ้านหลังนั้นในฐานนะอะไร และต้องทำตัวยังไงก็คนในบ้านถึงแม้คุณลุงของเธอที่เป็นสามีของคุณหญิงแต่กลับไม่ได้มีอำนาจหรือมีปากเสียงมากพอที่จะช่วยเหลือเธอได้ เธอตั้งใจไว้ว่าเดือนหน้าเธอจะย้ายออกจากบ้านหลังนั้นเพราะยังไงคุณหญิงก็ไม่ได้ชอบหน้าเธออยู่แล้วถึงแม้ว่าจะยอมให้เธออยู่บ้านหลังเล็กนั้นก็ตาม แต่เธอก็ไม่ได้อยากจะตัดขาดอะไรหรอกนะ แค่อยากย้ายเพื่อให้ท่านสบายใจเท่านั้นเอง "ว่าแต่คืนนี้จะเจอพี่สาวแกอีกมั้ยเนี่ย" "ไม่เจอน่ะสิแปลก" "เจ้าแม่ปาร์ตี้จริงๆ" "ว่าแต่แกเถอะ ทำไมวันนี้มารับช้าล่ะ" "ไปรับเพื่อนที่สนามบินมาน่ะ" "หืม ใครอ่ะ" "แกไม่รู้จักหรอก หมอนั่นเป็นเพื่อนวัยเด็กฉันน่ะ ตอนนี้กลับมาเรียนที่ไทยแล้ว" "งั้นคงมาเรียนที่มอเราด้วยน่ะสิ" "ไม่ใช่" "อ้าวเหรอ" "แกทำหน้าเหมือนเสียดายเลยนะยัยพรีม" "เปล่า ฉันก็แค่อยากทำความรู้จักเฉยๆ ต่างหากล่ะ" "หึ! เดี๋ยวก็คงได้เจอกันนั่นแหละ ไว้จะนัดมาให้รู้จักก็แล้วกัน" "อื้ม" หลังจากที่คุยเล่นกันรถก็มาจอดที่โรงรถเรียบร้อยแล้ว ทั้งสองคนเดินเข้าไปในผับแห่งหนึ่งที่ตอนนี้ยังไม่เปิดให้บริการจนกว่าจะถึงเวลาเปิดจริงๆ ร่างบางเดินเข้าไปด้านในที่มีพนักงานกำลังช่วยกันจัดเตรียมเพื่อจะได้เปิดในเวลาไม่ถึงชั่วโมงนี้แล้ว ส่วนหน้าที่ของเธอกับเพื่อนก็คือเสิร์ฟเครื่องดื่มต่างๆ ผับแห่งนี้เปิดมานานแล้ว เป็นผับที่ค่อนข้างดังโดยเฉพาะในหมู่วัยรุ่นที่มักจะมาเที่ยวกันที่นี่ประจำ เธอทำงานที่นี่ได้เดือนกว่าแล้ว เพราะเห็นว่ามีสวัสดิการดีมากๆ ถึงแม้ว่าความปลอดภัยค่อนข้างจะน้อยก็ตาม แต่เพราะรายได้ดีเธอจึงอยากจะเก็บเงินไปเรื่อยๆ พอถึงเวลาค่อยเปลี่ยนงานใหม่ก็ยังไม่สาย ______________ เสียงดนตรีดังสนั่นขึ้นอย่างเมามัน มีดีเจประจำของร้านมาสร้างสีสัน โดยมีเพลงหลากหลายแนวพร้อมกับกลุ่มวัยรุ่นมากมายที่กำลังเต้นกันอย่างรื่นเริงที่หน้าเวที ส่วนบางกลุ่มก็นั่งดื่มและพูดคุยกันอย่างสนุก "น้องค็อกเทลโต๊ะ วิสกี้โต๊ะ 2" "ค่ะ" เธอรับเครื่องดื่มมาแล้วเดินไปเสิร์ฟเหมือนอย่างที่เคยทำประจำ เธอทำหน้าที่นี้ตลอดหลายชั่วโมงที่ผ่านมา จนกระทั่งจะได้เวลาเลิกงานของเธอแล้ว ซึ่งมีเสิร์ฟโต๊ะสุดท้ายเป็นโต๊ะวีไอพี ที่เธอเพิ่งเคยเสิร์ฟเป็นครั้งแรก เพราะเขาจะให้คนที่ทำงานมานานมากกว่าถึงจะให้เสิร์ฟ แต่เพราะคืนนี้เธอทำงานแทนพี่คนนั้น หน้าที่นี้จึงตกเป็นของเธอ "อย่าให้พลาดนะน้อง โต๊ะนั้นวีไอพีของจริง" "ค่ะ" เธอเดินอย่างระมัดระวังกับเครื่องดื่มที่กำลังจะไปเสิร์ฟ เมื่อมาถึงโต๊ะวีไอพีเธอจึงค่อยๆ วางมันลงอย่างเบาๆ พรึ่บ! ตุบ! ซ่าาาา! "เฮือกกก!!" พรีมตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ "แม่ง!" เธอรีบขยับออกห่างพร้อมกับก้มหัวขอโทษกับคนที่เธอเผลอทำค็อกเทลหกใส่กางเกงเขาอย่างรู้สึกผิด ก่อนที่จะหันกลับไปมองด้านหลังเพราะรู้สึกเหมือนมีคนมาชนเธอมากกว่า แต่ทว่า...คนคนนั้นกลับทำให้เธอถึงกับนิ่งไปทันที "เพิ่งมาใหม่เหรอครับ" "เอ่อ...ค่ะ ขอโทษด้วยนะคะ" "มึงจะปล่อยคนซุ่มซ่ามแบบนี้ไป" เสียงเข้มเอ่ยขึ้น เขาเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอจ้องมองเธอพร้อมกับแสยะยิ้มออกมา สายตาของร่างบางมองไปรอบๆ ก็เห็นว่าตอนนี้มีสายตาหลายคู่ที่อยู่บริเวณใกล้ๆ มองมาที่เธอพร้อมกับซุบซิบกัน รวมถึงเจ้าของร้านที่กำลังเดินเข้ามาหาเธอพร้อมกับขอโทษคนตรงหน้าทั้งสองคน "กูว่าไม่ควรปล่อยไปวะ" พรึ่บ! ซ่าาาาา! "นะ...นี่คุณ!/ไอ้คิไล!" ค็อกเทลสีแดงถูกราดลงบนหัวของร่างบางโดยฝีมือของผู้ชายคนนั้นที่กำลังมองเธอด้วยสายตาเรียบนิ่ง แต่เมื่อรอยยิ้มเย็นยะเยือกปรากฏบนใบหน้าของเขา มันทำให้เธอถึงกับตัวแข็งทื่อไปทันที "หึ! แบบนี้ค่อยน่าพอใจหน่อยวะ!"♦️♦️♦️♦️♦️😤ทำแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะคะ!▪️คิไล+พรีม▪️ฝากเรื่องไว้ด้วยน๊าาา😍1 สัปดาห์ต่อมา... ข่าวคราวของคิไลและพรีมดังกระฉ่อนไปทั่วมหาวิทยาลัย ต่อจากข่าวของดีเคย์และเลิฟ ถึงแม้ว่าจะมีข่าวเรื่องความรักของพวกเขา แต่ยังไงการใช้ชีวิตของเธอก็เป็นปกติตามเดิม "พวกฉันกลับก่อนนะพรีม" "อื้ม" เธอโบกมือให้กับเพื่อนทั้งสอง ก่อนที่ตัวเองจะเดินเข้าไปที่ใต้ตึกสภาเพื่อรอคนรัก เพราะทั้งสองนัดกันไว้ว่าจะไปทานข้าวกับแม่ของเขาที่บ้าน สายตาหลายคู่มองมาที่เธอแล้วหันไปกระซิบกระซาบกัน แต่เธอก็ไม่ได้สนใจอะไร เพราะเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ก่อนที่เธอจะก้มหน้าทำอะไรบางอย่างเพื่อรอเขา "ทำไมไม่โทรมา" เสียงเข้มเอ่ยขึ้น ทำให้เธอรีบเก็บกระดาษวาดภาพของตัวเองทันทีเพื่อไม่ให้เขาเห็น "พรีมไม่ได้รอนานค่ะ อ่ะ สวัสดีค่ะพี่เลิฟ" "จ๊ะ ไว้ถ้าว่างตรงกันเมื่อไหร่ไปเที่ยวกันนะ" "ค่ะ" "เอ่อ...คิไล ดีเคย์?" "อยู่ข้างบน" "อ่อ งั้นพี่ไปก่อนนะ" เธอยิ้มให้กับพี่เลิฟ แฟนของพี่ดีเคย์ ก่อนที่จะลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปหาพี่คิไลที่กำลังมองเธออยู่ "ไปกันเถอะค่ะ คุณน้าคงรอนานแล้ว" "วันนี้วันอะไร" จู่ๆ คิไลก็ถามเธอขึ้นมา แต่เมื่อเห็นสีหน้าของเธอ เขาก็ถึงกับถอนหายใจแล้วเดินไปข้างหน้าทันที "
ซ่าาาา...ซ่าาาา ซ่าาาา... "กรี๊ดดดดด ฮ่าฮ่าฮ่า" เสียงคลื่นทะเลที่ซัดกระทบฝั่งอย่างแรงทำให้หญิงสาวที่กำลังเล่นน้ำทะเลอยู่ส่งเสียงร้องออกมาแล้วก็หัวเราะคนเดียว พอหันกลับไปมองลืมตาชายหนุ่มที่นั่งมองเธออยู่เธอก็ยิ้มให้เขาแล้วตะโกนเรียกให้มาเล่นน้ำทะเลด้วยกัน "มาเล่นด้วยกันสิคะพี่คิไล วันนี้วันสุดท้ายแล้วนะคะ!" เมื่อคืนก่อนหลังจากที่พวกเพื่อนๆ รวมถึงครอบครัวของพี่ดีเคย์ที่มาเซอร์ไพรส์ให้กับพี่เลิฟในการขอแต่งงานก็เสร็จสิ้นไปด้วยดี ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในคืนนั้นสร้างความประทับใจให้กับเธอจริงๆ เธอคิดว่าต่อจากนี้ชีวิตของรุ่นพี่ทั้งสองจะต้องมีความสุขที่สุด เพราะมีของขวัญสุดแสนจะพิเศษที่อยู่ในท้องของพี่เลิฟด้วย "ขึ้นมาได้แล้ว เดี๋ยวจะเป็นหวัด" เสียงเข้มเอ่ยเรียกเธอ "ขออีก 10 นาทีค่ะ" เธอต่อรองเวลาราวกับเด็กน้อย ซึ่งเขาก็ยอมให้อยู่ดี หญิงสาวก็ยังคงเล่นต่ออีกสักพัก ซึ่งเธอเล่นมาประมาณ 2 ชั่วโมงแล้วและตอนนี้ก็เริ่มมืดมากแล้ว เพราะเธอเลือกที่จะเล่นน้ำในช่วงเย็นแทนที่จะเล่นในตอนกลางเช้าหรือกลางวัน เพราะเธอมัวแต่ไปเที่ยวที่อื่นกับชายหนุ่ม หลังจากที่ได้เล่นน้ำทะเลอย่างพอใจแล้ว ร่างบางเดินเข้า
"พี่รักเธอ พรีมายา" "พี่รักเธอ พรีมายา" หมับ! "พรีม!" "เฮือกกก!!" "เป็นอะไรของแกยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เชียว อย่าบอกนะว่าเขินที่พี่คิไลบอกรักอ่ะ" "เฟิร์น!" ฉันไม่น่าบอกยัยเพื่อนคนนี้เลยจริงๆ ถึงแม้ว่าจะผ่านมาหลายอาทิตย์แล้วก็ตาม แต่คำพูดที่พี่คิไลบอกรักเธอในคืนนั้นมันก็ยังคงดังก้องกังวานอยู่ในหัวของเธอมาตลอด เธอคิดว่าตอนนั้นตัวเองอาจจะหูแว่วไปด้วยซ้ำ แต่เขาก็ยังย้ำคำเดิมมันถึงทำให้เธอช็อกจนทำตัวไม่ถูกมาจนถึงทุกวันนี้ ที่พอเจอหน้าเขาทีไรเธอก็จะหน้าแดง หัวใจเต้นรัวเร็วตลอดแม้ว่าตอนนี้เธอจะอยู่ที่เดียวกับเขาก็ตาม "ฮ่าฮ่าฮ่า ฉันดูแกออกนะ" "ฉันไม่น่าเล่าให้แกฟังเลย" "แกไม่เล่าฉันก็พอดูออกแหละ แต่ไอ้เรื่องที่บอกรักเนี่ย พี่เขาบอกรักแกยังไงเหรอ?" เฟิร์นคาดคั้นจะเอาคำตอบให้ได้ "ไม่บอก! กลับกันได้แล้ว" "โอเคๆ" หลังจากนั้นทั้งสองสาวก็เดินออกจากห้างแล้วเฟิร์นที่เป็นเพื่อนของพรีมก็ไปส่งเธอที่บ้านหลังหนึ่งที่เธอเคยมาส่งเมื่อวันก่อน กึก! "ขอบใจนะที่ไปช่วยเลือกเป็นเพื่อน" "สบายมาก อ่อ มีชุดหนึ่งที่ฉันอยากให้แกใส่เป็นพิเศษ อย่าลืมเอาไปด้วยล่ะ" "หืม? ชุดอะไรเหรอ แกช่วยฉันเลือกแค่ชุดว่ายน
1 สัปดาห์ต่อมา... หลังจากที่ผ่านสถานการณ์เลวร้าย ทุกอย่างก็กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง แต่ยังมีเรื่องหนึ่งที่ทำให้หญิงสาวนั่งเหม่อคิดเรื่องอะไรบางอย่างในหัวตลอดช่วงสองสามวันที่ผ่านมานี้ก็คือเรื่องของครอบครัวลุงเธอ ที่ตอนนี้ยังอยู่ในเรือนจำและพอเธอจะขอเยี่ยมก็ไม่ได้อีก เพราะทั้งสองคนไม่อยากพบเธอ ไหนจะเรื่องของพี่แพทที่ตอนนี้กำลังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลเพราะปัญหาสุขภาพจิตที่เธอไม่เคยรู้มาก่อนมันทำให้เธอรู้สึกไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ เพราะครอบครัวนั้นก็เป็นคนเลี้ยงดูเธอมาจนถึงทุกวันนี้ ชายหนุ่มที่สังเกตเธอมาตลอดตัดสินใจถามเธอ เพราะตอนแรกเขาคิดว่าเธอจะเล่าให้เขาฟังเอง แต่เธอกลับเก็บมันไว้ในใจคนเดียว "เหม่ออะไร" "เปล่าค่ะ แล้วนี่เราจะไปกันได้หรือยังคะ?" เธอเปลี่ยนเรื่องทันที "อืม" "ไปกันเถอะค่ะ" "ชุดนี้?" "ค่ะ" พรีมยิ้มให้กับกับชายหนุ่ม แล้วเดินนำออกไปข้างนอกทันที เพราะถ้าขืนอยู่ที่ห้องต่อมีหวังเธอได้กลับไปเปลี่ยนชุดอีกแน่ เพราะก่อนหน้านี้เธอถูกเขาบอกให้เปลี่ยนไปสองชุดแล้วน่ะสิ! หลังจากนั้นทั้งสองคนก็ขึ้นรถไปโดยที่ชายหนุ่มที่เป็นคนขับยังคงทำหน้าบึ้งตลอดทางจนมาถึงที่ผับของเพื่อนเขา และเมื่อ
"พบศพนายภพพิพัฒน์และลูกน้องถูกยิงเสียที่โรงแรมร้างแห่งหนึ่ง โดยคาดว่าคนร้ายจะเป็นคู่อริ ตอนนี้ยังตามจับตัวไม่ได้....." พรึ่บ! "ครอบครัวของนายภพพิพัฒน์ถูกตั้งข้อหาสมรู้ร่วมคิดในการฆาตกรรมนายอัครเดชที่เสียชีวิตเมื่อ 2 ปีก่อน...." ไม่ว่าจะเปิดเข้าโซเชียลแต่ละแพลตฟอร์มหรือเปิดทีวีแต่ละช่องก็มีแต่ข่าวของนายภพพิพัฒน์และครอบครัวของเขา ที่ตอนนี้กำลังเป็นข่าวดังอย่างมาก พรึ่บ! กึก! "ในที่สุดผลกรรมก็ตามทันคนแบบนี้จนได้สินะ" เดม่อนเอ่ยขึ้น "ไม่ใช่กรรมแต่เป็นคิไลมากกว่านะ" ดีเคย์พูดพร้อมกับนั่งจิบกาแฟมองหน้าคิไล ตอนนี้ทั้งสามหนุ่มกำลังนั่งพูดคุยกันเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมาที่คอนโดที่พวกเขาชอบมาสิงสถิตกันที่นี่ เพราะหลังจากเกิดเรื่องผ่านไป 1 วันข่าวก็เผยแพร่ในทันที โดยที่มีเดม่อนและดีเคย์ให้ความช่วยเหลือคิไลในเรื่องของคดี "กูได้ยินว่ายัยแพทไม่ยอมพูดอะไรเลย? มึงอย่าบอกนะว่ายัยนั่นเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด?" เดม่อนถามคิไล "อืม" "คนไม่เคยเจออะไรแบบนี้คงช็อกไปเหมือนกัน แล้วถ้ายัยนั่นให้การว่าเป็นมึงที่ฆ่าพี่ชายตัวเอง?" "คงไม่มีใครเชื่อ" "เพราะมึงทำให้ยัยนั่นเป็นบ้าน่ะสิวะ กูเห็น
บรื้นนนน! ปัง! ปัง! เพล้ง! เอี๊ยดดด! รถยนต์จอดสนิทที่ริมทางเพราะถูกยิงที่ยางรถ ทำให้ชายหนุ่มและพวกลูกน้องที่ตามมาด้านหลังลงจากรถแล้วกระหน่ำยิงไปที่บุคคลที่อยู่ตรงหน้า ทำให้เกิดการปะทะกันอย่างดุเดือด "ผมจะยิงสกัดพวกมันไว้ คุณคิไลตามมันไปกับคนที่เหลือของเรา!" ปัง! ปัง! เพล้ง! เพล้ง! คิไลกับพวกของเขาตามพวกมันที่ไปทางโรงแรมร้างที่อยู่ข้างทางด้านใน โดยเขาให้ลูกน้องแยกกันไปอีกทางหนึ่ง "จับเป็นไม่ได้ก็จับตายให้หมด!!" น้ำเสียงที่เอ่ยกับลูกน้องเต็มไปด้วยความแข็งกร้าว ตึก...ตึก...ตึก เขาค่อยๆ เดินเข้าไปด้านในที่เต็มไปด้วยฝุ่นคละคลุ้งไปทั่ว ดูเหมือนว่าที่นี่จะเป็นที่ซ่อนตัวชั้นดีเลยสำหรับไอ้ภพพิพัฒน์! กึก! พรึ่บ! ปัง! ปัง! ปัง! เพล้ง! "damn!!" คิไลสบถออกมาเมื่อถูกลอบยิงจากด้านหลัง แต่เขาก็สามารถหลบลูกกระสุนได้ แล้วโต้กลับสวนไปในทันที ปัง! กึก! "วันนี้มึงได้ตายตามพ่อมึงไปแน่ไอ้คิไล!!" ภพพิพัฒน์ตะโกนขึ้นมาเสียงดังด้วยความเกลียดแค้น คิไลไม่ได้โต้ตอบอะไร เขาเพียงแค่ฟังเสียงที่มันพล่ามเพื่อหาต้นตอของเสียงนั้น "มึงอยากรู้มั้ยทำไมกูถึงฆ่าพ่อมึง!" "คุณคิไล..." ชู่~~ "ทางนั
เช้าวันต่อมา... ชายหนุ่มกำลังยืนมองคราบเลือดที่ติดบนผ้าปูที่นอนด้วยสายตาเรียบนิ่ง เขาดูออกทันทีว่าเหตุการณ์เมื่อคืนคงรุนแรงมาก เขาไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนและถ้าจะโทษใครสักคนก็คงเป็นยัยนั่น! เพราะพี่สาวเธอเองนะพรีมายา! ถึงแม้ว่าภาพเหตุการณ์เมื่อคืนมันเลือนราง แต่เขากลับจำสัมผัสของเธอได้ ไม่รู้ว่าทำ
เปรี้ยงงง! เสียงฟ้าผ่าลงมาระหว่างที่ร่างบางกำลังจะออกจากคาเฟ่แห่งหนึ่ง ก่อนที่เธอจะกลับเข้าไปในร้านต่อด้วยความตกใจ หลังจากนั้นไม่กี่นาทีฝนก็เทกระหน่ำลงมา ทำให้เธอถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่ายทันที ไม่คิดว่ามันจะตกลงมาเร็วขนาดนี้ เธอคาดการณ์ไว้ว่าจะกลับถึงบ้านก่อนที่ฝนจะตกซะอีก เฮ้ออออ...คบ
กุกกัก! เคร้ง! "เฮ้ออออ!" พรึ่บ! เสียงถอนหายใจของหญิงสาวในชุดผ้ากันเปื้อนที่ใบหน้าเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ เธอนั่งลงที่เก้าอี้ด้วยความเมื่อยแล้วมองนาฬิกาก็เห็นว่าเป็นเวลา 6 โมงเย็นแล้ว ซึ่งแขกต่างๆ ที่เป็นเพื่อนสนิททั้งของคุณหญิงและคุณภพก็เริ่มพากันเข้ามาในบ้านกันแล้ว "หนูกลับไปอาบน้ำแต่งตัวได้แล้
มหาวิทยาลัย ตึก...ตึก...ตึก หญิงสาวในชุดนักศึกษากำลังเดินไปที่ลานคณะวิศวะซึ่งมีเพื่อนๆ อยู่กันบางส่วน เธอดูนาฬิกาที่ข้อมือก็เห็นว่าเป็นเวลาเกือบ 4 โมงเย็นแล้ว เธอจึงเดินเข้าไปหาเพื่อนผู้ชายเพื่อจะเอาไฟล์งานกลุ่มให้ เพราะยังไม่ถึงเวลานัด ซึ่งเหลือประมาณ 30 นาทีเพื่อจะเข้าร่วมกิจกรรมรับน้องของคณะ
![My Engineerรักร้ายนายจอมโหด [ต้าร์พินอิน]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






