LOGINEcho was a ghost but she had no idea till Lorenzo moved into her house and she realized that he is the only one that can see her. She had no idea how and when she died or why her ghost is still in her house but Lorenzo took it upon himself to help her figure it out. A billionaire turned ghost, a hope of being reborn, a possibility of love but most importantly, the mystery surrounding her death is what she hoped Lorenzo can help her figure out but how will she handle the fact that he might be doing it for his selfish interests. Will she be able to accept her new life, can she handle all the betrayal and will she be capable of forgiveness?
View Moreการพบกันครั้งใหม่
- 1 -
“พี่ภูดูสิๆ วันนี้ป๊ากับม๊าซื้อตุ๊กตาหมีตัวใหญ่เบิ้มมาให้หนูด้วย น่ารักมั้ย”
เสียงเล็กๆ แหลมๆ ของเด็กหญิงวัย5ขวบเจื้อยแจ้วพร้อมกับโชว์ตุ๊กตาหมีตัวโตให้ผมดู เธอยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดีกับตุ๊กตาตัวโตที่ได้รับ สาวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มน่ารัก ผิวขาว ปากนิดจมูกหน่อย มัดผมแกะยาวสลวยสองข้าง กับชุดกระโปรงสีแดงน่ารักสดใสเหมือนเจ้าหญิงทำให้ผมยิ้มตอบอย่างอารมณ์ดี
“น่ารักมากเลย แล้วนี่ตั้งชื่อหรือยัง จะให้ตุ๊กตาตัวนี้ชื่ออะไรดี”
ผมพูดพลางลูบหัวน้องสลับกับตุ๊กตาอย่างเอ็นดู พร้อมกับยิ้มให้
“พี่ภูตั้งให้หน่อยสิ หนูไม่รู้จะตั้งชื่ออะไรดี”
เด็กน้อยหันมามองผมด้วยสายตาแป๋วแหว๋วบ้องแบ๊ว ทำให้น่าเอ็นดูเพิ่มขึ้นไปอีก ผมลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพลางใช้ความคิดช่วยน้องสาวคิดชื่อไปด้วย สองเท้าก้าวเดินออกจากม้านั่งผมเดินไปเรื่อยๆอย่างใช้ความคิด ว่าจะตั้งชื่อตุ๊กตาให้น้องว่าอะไรดี
ปี๊ดดดดดดดดดด!! โคร๊ม!!!
ผมสะดุ้งตื่นในเวลาตี2 กับความฝันเดิม ๆ ของตัวเอง ผมฝันเรื่องเดิมซ้ำๆ มาตลอด 15 ปี เหตุการณ์เหมือนจริงมากจนผมอดคิดถึงเด็กผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ ผมรู้สึกผิดมาโดยตลอดเหตุการณ์นั้นฝังอยู่ในหัวใจและสายตาของผม ภาพเด็กผู้หญิงวัยกำลังน่ารัก เปียกโชกได้ด้วยเลือดอาบหน้า สองมือกอดตุ๊กตาหมีสีน้ำตาลแน่น เธอไม่มีน้ำตาแม้แต่น้อยทั้งที่เธอเป็นเพียงเด็กเล็ก ๆ คนหนึ่ง กับเสียงสั่น ๆ ที่ลอดผ่านเรียวปากจิ้มลิ้มเบา ๆ 'พี่..ภู'
กริ๊งงงงงงง!
ผมเอื้อมมือไปปิดนาฬิกาปลุกอย่างเคยชิน บิดซ้ายบิดขวาขับไล่ความเมื่อยล้า สองเท้าก้าวลุกขึ้นจากที่นอนอย่างอิดโรย เพราะเมื่อคืนกว่าจะหลับต่อได้ก็ปาไปเกือบตี5
ครืด ครืด
ผมหันไปมองตามเสียงสั่นของโทรศัพท์ ไม่ต้องเดาก็รู้เลยว่าคนที่โทรมาเป็นใคร ผมยิ้มเล็กๆ ที่มุมปาก ก่อนจะเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์ที่หัวเตียง แล้วก็จริงอย่างที่ผมคิด คนที่โทรมาคือคนที่ผมรักมากที่สุด
“อรุณสวัสดิ์ครับคุณนายแม่ คิดถึงลูกชายเหรอครับ”
“ก็คิดถึงนะสิ ภูไม่กลับบ้านมาหาแม่2เดือนแล้วนะ เนี่ยพ่อแกก็บ่นกับแม่ทุกวันว่าแกไม่กลับบ้านเลย”
แม่บ่นอุบอิบตามประสาที่ลูกชายคนเดียวอย่างผมไม่ได้กลับบ้านเลยมา2เดือนเต็ม
“ช่วงนี้ที่ร้านกำลังยุ่งๆ ครับแม่ พนักงานกำลังจะลาออก1คน แม่ช่วยภูหาพนักงานมาทำงานที่ร้านสิ ภูจะได้มีเวลาไปหาแม่ด้วยนะครับ”
ผมพูดออดอ้อนคนเป็นแม่ตามความเคยชิน ผมชื่อภูผา ตอนนี้ประกอบอาชีพเปิดร้านอาหารเกาหลี แต่เมื่อ1อาทิตย์ก่อน มีพนักงานที่ร้านมาแจ้งลาออกเพราะต้องกลับไปดูแลแม่ที่เพิ่งจะออกจากห้องผ่าตัด จึงเป็นเหตุให้ผมต้องรีบหาพนักงานมาทดแทน ผมคุยกับแม่ไปสองมือหยิบไอแพดมาประกาศรับสมัครพนักงานไปด้วย ผมเลือกที่จะประกาศรับสมัครพนักงานลงในเว็บหางานน่าจะได้คนไวกว่า ร้านของผมเป็นร้านเล็ก ๆ อยู่ใจกลางเมือง เพราะทำเลนี้นักท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะ มีหลายคนถามผมว่าทำไมถึงเปิดร้านอาหารเกาหลี อย่างแรกเลยคือตัวของผมเองนั้นผมชอบทำอาหาร อย่างที่สอง ผมชอบเวลาเห็นคนมีความสุขกับอาหาร
“ไปอาบน้ำแต่งตัวได้แล้วภู แล้วก็หาเวลามาหาแม่บ้าง แม่คิดถึง”
“รับทราบครับผมคุณนาย ภูรักแม่นะครับ จุ๊บ!”
ผมกดวางสายทันทีหลังจากส่งจูบใส่มือถือให้คุณนายแม่อย่างเคยชิน พร้อมกับตรวจดูใบรับสมัครในเว็บอีกเล็กน้อย พอเห็นว่ายังไม่มีคนมาสมัคร ผมก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวสีเทาผืนใหญ่ และเดินเข้าห้องน้ำเพื่อที่จะจัดการธุระส่วนตัวอย่างเคยชิน
30 นาที ผ่านไป
ครืด ครืด
ผมเดินไปหยิบมือถือที่ถูกวางทิ้งไว้บนเตียงนอนขนาดใหญ่ มากดรับทันทีเมื่อเห็นว่าปลายสายคือปันหยา เธอเป็นหุ้นส่วนของร้านและยังเป็นเพื่อนสนิทของผมเอง
“ว่าไง จะให้ไปรับเหรอ”
ผมพูดติดตลกกับปลายสาย เพราะผมรู้อยู่แล้วว่าวันนี้เธอจะต้องให้ผมไปรับอย่างแน่นอน เพราะเมื่อวานในกลุ่มไลน์เธอเพิ่งบอกรถเสีย ให้ช่างมาลากไปตอนเช้านี่เอง
“ใช่สิ แกต้องมารับ ไม่งั้นฉันจะโดดงานนะเว้ย”
เสียงแว๊ด ๆ ของเธอทำให้ผมต้องยกมือถือออกจากหูเล็กน้อย นี่คือปันหยา เพื่อนผู้หญิงเพียงคนเดียวในกลุ่ม ที่นิสัยไม่ได้หวานหรือน่ารักเหมือนชื่อเลยสักนิด
“เออครับ รับทราบครับเจ้านายแต่งตัวให้ไวเลยครับ อีกสิบนาทีถึง”
ผมกรอกเสียงลงไปถึงปลายสายก่อนจะกดวางสาย ผมเอื้อมมือไปหยิบไอแพดขึ้นมาเช็กอีกครั้ง หน้าจอเมลที่ผมรับสมัครพนักงานเด้งขึ้นมาว่ามีคนส่งเรซูเม่มา 1 คน เป็นผู้หญิง ที่มีแววตากลมโต หวานหยอดที่เป็นเอกลักษณ์ ผมเพ่งมองรูปของผู้หญิงตรงหน้าอยู่นานพอสมควร ก่อนจะตอบกลับเมลไปให้เธอเข้ามาสัมภาษณ์งานที่ร้าน แล้วก็เดินไปหยิบกุญแจรถ มือถือ ไอแพด และออกจากห้องเพื่อไปรับปันหยา
“หาคนได้ยังวะภู ให้ฉันช่วยไหม”
ปันหยายิงคำถามทันทีที่ขึ้นมาในรถ เราเป็นหุ้นส่วนกันก็จริงแต่จะแยกกันทำคนละส่วน ผมดูแลในส่วนของพนักงาน และความเรียบร้อยของร้านโดยรวม ส่วนปันหยาดูแลเรื่องสวัสดิการ และค่าใช้จ่าย และหุ้นส่วนอีกคนของผมคือมาวิน รายนั้นจะดูแลเรื่องเกี่ยวกับการตลาดและโฆษณา
“มีนัดมาสัมภาษณ์ที่ร้านวันนี้หนึ่งคน ไม่ต้องห่วงหรอก น่าจะได้อยู่”
ผมหันไปตอบแบบยิ้มๆ ให้กลับเธอ ถึงเธอจะดูแข็งแกร่ง เป็นผู้หญิงสายลุย แต่ปันหยาคือคนที่ขี้กังวลมาก ๆ คนหนึ่งเช่นกันถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับร้าน
“อืม พี่นัดจะออกอีก3วันแล้ว ถ้าไม่ได้คนเราจะแย่นะ ไอ้วินทำใบปลิวไปแจก ลูกค้าแน่นร้านทุกวัน สงสารเด็กๆ ที่ร้าน”
ผมได้แต่ยิ้ม ๆ ให้เธอ เพราะผมรู้มาตลอดว่าปันหยานั้นเธอคือคนที่จิตใจดี เป็นห่วงทุกคนมาตลอด เราถึงได้คบกันมาได้นาน จนบางครั้งผมก็คิดว่าถ้าเราอยู่กันไปแบบนี้นานกว่านี้ ผมอาจจะต้องตกหลุมรักเธอขึ้นมาสักวัน
“สวัสดีค่ะพี่ภู พี่ปันหยา”
น้ำขิง พนักงานที่ร้านกล่าวทักทายทันทีที่ผมกับปันหยาเดินเข้ามาในร้าน ผมยิ้มให้น้องขิงก่อนจะโบกมือ เป็นสัญลักษณ์ให้เธอไปทำงานของเธอต่อ แล้วเดินเข้าไปในห้องทำงานของตัวเอง ถึงเราจะเป็นร้านกลาง ๆ ไม่ค่อยใหญ่โตมากเท่าไหร่นัก แต่พวกเราลงมติแล้วว่าจะแยกห้องกันทำงาน เพื่อความไม่วุ่นวาย
ห้องทำงานของพวกเราจะเป็นห้องกระจกใสเรียงกัน 3 ห้องอยู่ชั้นสองของร้าน เป็นห้องที่สามารถมองลงไปในร้านได้รอบด้าน เพื่อตรวจตราความเรียบร้อยได้ตลอดเวลา
แต่คนด้านนอกจะมองไม่เห็นด้านบน จะเห็นแค่เป็นกระจกที่จะหมุนวนประดับด้วยป้ายไฟ และของตกแต่งอย่างสวยงามตามเทศกาลเท่านั้น เพื่อความเป็นส่วนตัวของเราด้วย อันนี้ก็ได้ความคิดมาจากมาวิน เพราะรายนั้นบอกว่าจะเอาไว้ดูลูกค้าและความปลอดภัย แต่ก็นะมันคือเหตุผลแอบแฝงนั่นและทำไมผมจะไม่รู้นิสัยมัน
ในส่วนของห้องทำงานของเรานั้น เริ่มที่ห้องแรกหลังจากขึ้นบันไดมาจะเป็นของปันหยา ถัดมาจะเป็นของมาวิน และห้องสุดท้ายจะเป็นผม ผมเดินเข้ามาในห้องก่อนจะทิ้งตัวบนโซฟาขนาดใหญ่ โยนมือถือและไอแพด รวมถึงกุญแจรถไว้บนโซฟาอย่างขอไปที วันนี้กว่าจะมาถึงร้านได้ ผมก็ต้องฟังปันหยาบ่นเรื่องรถติดบ้าง งานในร้านบ้างไปเกือบชั่วโมง เพราะรายนั้นบ่นได้ทุกอย่างจริง ๆ บ่นได้อย่างไม่มีข้อแม้
กริ๊ง กริ๊ง
เสียงโทรศัพท์ภายในของร้านดัง ผมค่อย ๆ เหลือบไปมองยังต้นตอของเสียง ก่อนจะลุกจากโซฟานุ่ม ๆ เพื่อไปรับสาย
“ภูผารับครับ”
ผมกรอกเสียงเข้าไปในโทรศัพท์พร้อมกับมองลงไปด้านล่าง เพื่อดูว่าใครที่เป็นคนโทรขึ้นมา ก็เห็นว่าเป็นพี่นัดที่ต่อสายขึ้นมา ด้านข้างของพี่นัดมีผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ด้วย เดาว่าน่าจะเป็นคนที่นัดมาสัมภาษณ์งานวันนี้
“มีคนมาสัมภาษณ์งานครับคุณภู”
“ให้เขาขึ้นมาห้องผมเลยครับ ขอบคุณมากครับพี่นัด”
ผมพูดจบก่อนจะกดวางสาย และเดินมาทิ้งตัวลงที่เก้าอี้ทำงานเพื่อรอสัมภาษณ์งานพนักงานใหม่
ก๊อก ก๊อก
“เชิญครับ”
ทันทีที่ได้รับอนุญาตจากผม ประตูกระจกบานใหญ่ก็เปิดออกทำให้ผมเห็นคนที่จะมาสัมภาษณ์งานอย่างชัดเจน ครั้งแรกที่ผมเห็นเธอนั้น ร่างกายของผมเหมือนโดนไฟฟ้าช็อต เป็นความรู้สึกที่เย็นวาบตั้งแต่หัวจรดเท้า เพราะใบหน้าของเธอคนนี้เหมือนเด็กผู้หญิงคนนั้น คนที่ผมฆ่าเธอไปเมื่อ15ปีก่อน เธอช่างเหมือนมาก เธอเหมือนมาก ๆ ถึงแม้ว่าใบหน้าที่เห็นตรงหน้าจะดูโตเป็นสาว แต่โครงหน้าของเธอก็ยังคล้ายกับเด็กผู้หญิงที่ติดอยู่ในใจของผมคนนั้น ทั้งที่ผมเห็นรูปเธอในเรซูเม่แล้ว แต่พอเจอตัวจริงเธอกลับเหมือนมากกว่าที่ผมคิด
“สวัสดีค่ะ ชื่อยาหยี มาสัมภาษณ์งานค่ะ”
Lorenzo’s POVI devoured her... There’s no other word for it.The second her lips touched mine, I lost every bit of self-control I had been pretending to have since the day I saw her in the bathroom wearing that sinful, microscopic black nightwear that ruined my entire existence.I grabbed her face, kissed her like my survival depended on her breath, and lifted her clean off the floor... Her legs wrapped around me instantly... God, like she had been waiting too. Longing for this moment.I shoved her back against the nearest wall, then another, and then another, tasting her, swallowing her sighs, running my hands down this new body that should have been illegal.“Fuck,” I growled against her mouth, “you are so sexy.”She murmured, soft and breathless, “Thanks… but let me shower first. I feel filthy.”“I can’t wait,” I muttered, kissing down her neck, already tugging at her clothes like they offended me. Then I stopped tugging and just ripped the damn thing open. Buttons flew. Fabric to
Echo’s POVStanding in the living room with the boys felt… wrong and right at the same time.Wrong because I couldn’t see Adrian... I knew there was a possibility that only one of us would get a body first but the fact that we might end up not seeing the other person still a ghost b very crossed my mind but I am glad that at least Lorenzo could still see and hear him.But it felt right because... God... my feet were on the floor. Solid. Warm. Mine.Well… not mine. But still… mine.I flexed my toes just to feel the ground again... to make sure it wasn’t a dream. I touched the couch. The wall. The throw pillow. Everything felt like a miracle... texture, warmth, weight. Life. But the miracle didn’t sit well in my chest.Because Adrian wasn’t beside me.He was here, technically. Somewhere. Hovering. Talking. Joking. Being his ridiculous goofy self but I couldn’t see him. And that hurt more than I thought it would.“How can we celebrate,” I said, voice cracking, “when Adrian isn’t human ye
Adrian’s POVThe moment the three of us drifted outside the hospital, I swear my soul was doing two completely different things at once... celebrating and crying.I was excited because this was supposed to be it. The day I finally stopped being a floating breeze with opinions.Disappointed because… well… I walked into that hospital ready to possess something. Anything. A toe. A kneecap. A body missing half a soul. I wasn’t picky.And guess what? Nothing... Not a single body that fit. Everything either felt wrong or already taken.So yeah, the disappointment punched me right in the ghostly chest but when the agreed time came and Lorenzo and Echo weren’t outside where they were supposed to meet me, something inside me twisted. Something was wrong. Something was off.So I went back in and checked everywhere... Room to room. Door to door.Until... I found there.There she was. Echo... Alive. Breathing.Blurry-eyed and looking like a beautiful confused newborn deer and Lorenzo beside her,
Echo’s POVThe moment the words left my mouth ... “I am… I am feeling something.” ... Lorenzo froze like he had just been unplugged from reality.For a second, I couldn’t even breathe because this… this was what I had been imagining since the day Adrian first told me what “the pull” should feel like.Except imagining it and feeling it were two very different things.My entire body ... or whatever counts as a ghost body ... felt like it had been caught in a soft, invisible current... A gentle drag at first, then sharper. Deeper and hotter.Like something was hooking into my soul and tugging me forward with a greedy insistence, a magnetic ache that pulled from inside my chest and settled low in my stomach like a knot tightening and tightening...My vision pulsed... My breath trembled and the hallway ahead glowed faintly, like someone turned up the contrast on only that part of the world.Lorenzo blinked rapidly and whispered, “What?”His voice sounded far away... Underwater. Or maybe I
ECHO'S POV "Echo, Echo... Where are you?" Enzo called and I am usually happy to see and hear from him but not today, I feel so sad and alone in this world.How, how exactly did I end up like this? What happened to me and why am I even here when I obviously can't interact or do anything tangible?
LORENZO'S POV Her eyes went wide in shock when she understood my suggestion, I mean I am just joking but she's obviously thinking that I am serious. "You are kidding right?" She asked but I shook my head. Honestly, I am dying to laugh but her shocked face is really cute and I just want to see it a
ECHO'S POV I can't believe it, the whole world is crashing down on me and I don't know why, I am dead, I am a ghost and now my best friend has stolen my identity but why? Why is she doing this to me? I thought we were best friends.I really have to prove to Enzo that I am the real Echo because he
LORENZO'S POV I have never seen a more sad looking person before or should I say ghost, she has been sitting on the floor when she finally stopped levitating. I don't know anything about her but I feel sorry for her, she has been crying and her eyes are red and puffy.I know it's not easy for her






Welcome to GoodNovel world of fiction. If you like this novel, or you are an idealist hoping to explore a perfect world, and also want to become an original novel author online to increase income, you can join our family to read or create various types of books, such as romance novel, epic reading, werewolf novel, fantasy novel, history novel and so on. If you are a reader, high quality novels can be selected here. If you are an author, you can obtain more inspiration from others to create more brilliant works, what's more, your works on our platform will catch more attention and win more admiration from readers.