Mag-log inLabis ang galak sa puso ni Tamarah when she found out she's pregnant. She wanted to surprise her husband on their upcoming wedding anniversary, pero ganoon na lamang ang gulat nya nang makita ang asawa sa hospital kasama ang maid nila—Their maid is pregnant with her husband's child! Tamarah left the country. Two years later and she's back with her triplets, at sisiguraduhin niyang magbabayad ang dati niyang asawa.
view more1
หวนคืน
“ถึงจวนแม่ทัพแล้ว”
รถม้าไม้เก่าๆ แล่นมาหยุดอยู่หน้าจวนแม่ทัพหยาง หยางซูซินเลิกม่านที่ทำจากผ้าฝ้ายเนื้อหยาบขึ้นมอง ดวงตาของนางสงบราบเรียบ แต่ในใจกลับกำลังครุ่นคิดถึงเรื่องราวเมื่อครั้งยังเยาว์วัย นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้ย่างกายเข้ามาเหยียบจวนนี้ หากจะนับจริงๆ ก็น่าจะสิบปีเห็นจะได้
สิบห้าปีก่อน ในคืนที่นางและหยางซินเหยาลืมตาดูโลก ท่ามกลางเสียงพายุฝนที่โหมกระหน่ำจวนแม่ทัพ เหมยอี๋เหนียงผู้เป็นอนุภรรยาได้อาศัยจังหวะชุลมุนสลับทารกในห่อผ้าไหม นำบุตรสาวตนเองไปวางไว้บนฟูกหนานุ่มของหลินฟูเหริน แล้วชิงเอาทารกที่ควรจะเป็นคุณหนูสายเลือดเอกมาไว้ในอ้อมอก
ห้าปีต่อมานางกลับหวาดกลัวว่าความลับจะรั่วไหล เพราะหยางซูซินได้เติบโตขึ้นมาและมีเค้าโครงหน้าเหมือนมารดาผู้ให้กำเนิด เหมยอี๋เหนียงจึงยอมวางอุบายให้ตนเองถูกขับไล่ไปอยู่ชนบทที่ห่างไกล เพื่อจะกันซูซินออกไปให้พ้นจากสายตาของผู้คนในตระกูลหยาง
"คุณหนูสี่เชิญข้างในเจ้าค่ะ ฮูหยินและทุกคนรออยู่ที่โถงรับรองแล้ว"
สาวใช้คนหนึ่งเอ่ยขึ้น น้ำเสียงนั้นแฝงไปด้วยความประหม่าที่ปนมากับความขัดตาเมื่อเห็นสภาพของคุณหนูคนใหม่ นางมองหยางซูซินตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ไม่รู้ว่าสายตาที่มองมานั้นในใจคิดอะไรอยู่ อาจจะเต็มไปด้วยความเวทนาหรือสมเพชก็เป็นได้ เพราะสภาพของหยางซูซินนั้นดูเหมือนคุณหนูสูงศักดิ์ที่เสียที่ไหนกัน
หยางซูซินเดินผ่านซุ้มประตู สวนดอกไม้ในจวนถูกจัดแต่งอย่างประณีต มีม้านั่งหินอ่อนและศาลาแปดเหลี่ยมริมสระบัวที่ดูร่มรื่น ทว่านางกลับไม่ได้หยุดมองความงามเหล่านั้นแม้แต่น้อย
นางเดินเข้ามาถึงโถงรับรองหลัก ความเงียบงันทำให้รู้สึกได้ถึงความกดดัน บนเก้าอี้ไม้สลักลายหลินฟูเหรินที่นั่งอยู่มีสีหน้าซีดเผือด ในอ้อมแขนของนางยังมีหยางซินเหยาซบหน้าสะอื้นไห้อยู่ไม่ห่าง ส่วนข้างกายมีชายหนุ่มสองคนยืนขนาบข้างด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"ซูซินคารวะท่านแม่ พี่ใหญ่ และพี่รองเจ้าค่ะ"
หยางซูซินย่อกายทำความเคารพอย่างพองาม กิริยามารยาทที่นางแอบฝึกฝนมาในระหว่างเดินทางจากชนบทนั้นไร้ที่ติ
"ซูซินเจ้ามาถึงแล้วหรือ"
หลินฟูเหรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ มองดูลูกสาวในไส้ที่มีใบหน้าคล้ายคลึงกับตนเองในวัยเยาว์ราวกับถอดแบบมา ทว่าแววตาที่แข็งกร้าวของซูซินกลับทำให้นางรู้สึกใจสั่นอย่างบอกไม่ถูก
"ลำบากเจ้าแล้วจริงๆ ที่ต้องไปตกระกำลำบากอยู่ชนบทเนิ่นนานเพียงนั้น"
"ไม่ลำบากเลยเจ้าค่ะ ที่นั่นอากาศดี งานในไร่นาสอนให้ข้าต้องอดทนและตื่นรู้เสมอ"
ซูซินตอบเสียงเรียบพลางปรายตามองซินเหยาที่เงยหน้าขึ้นจากอกของหลินฟูเหริน ดวงตาของซินเหยาแดงก่ำดูน่าสงสารยิ่งนัก กิริยาแบบนี้ช่างอ่อนแอสมกับเป็นคุณหนูที่ถูกเลี้ยงในห้องหอมานานถึงสิบห้าปีเสียจริง
"น้องสี่ข้าต้องขอโทษแทนแม่ของข้าด้วยที่ทำเรื่องไร้ความระอายใจเช่นนั้นกับเจ้า ตำแหน่งคุณหนูสามที่ข้าครองอยู่สิบห้าปีความจริงมันควรเป็นของเจ้า ข้ายินดีจะคืนทุกอย่างให้เจ้า" ซินเหยาเอ่ยเสียงสั่นและกำลังจะเดินเข้ามากุมมือซูซิน
"เหยาเอ๋อร์เจ้าไม่ต้องทำถึงขนาดนั้น!"
คุณชายรองหยางเฟิงเอ่ยขัดขึ้นทันที เขาขยับเข้ามาขวางระหว่างพี่สาวน้องสาว นิสัยของหยางเฟิงนั้นมุทะลุและรักครอบครัวมาก โดยเฉพาะซินเหยาที่เขาปกป้องมาตั้งแต่เล็ก
"ท่านแม่ ซูซินกลับมาก็เป็นเรื่องดีแต่เหยาเอ๋อร์ก็ไม่ได้ทำอะไรผิด นางเองก็เป็นเหยื่อของการสลับตัวเหมือนกัน…พี่ใหญ่ท่านว่าจริงไหม" ประโยคสุดท้ายหยางเฟิงหันไปถามพี่ชายคนโต
“ที่เจ้าว่ามาก็ถูก”
หยางหยุนพี่ชายคนโตผู้สุขุมเยือกเย็น มองดูภาพตรงหน้าแล้วเห็นด้วย เขาเดินเข้าหาซูซินแล้ววางมือลงบนบ่าของนางเบาๆ
"เจ้าสี่ เรื่องที่เกิดขึ้นมันเป็นตราบาปของตระกูลเราจะชดเชยให้เจ้าอย่างดีที่สุด เพียงแต่ตอนนี้เหยาเอ๋อร์เองก็ได้รับความสะเทือนใจไม่แพ้กัน ในเมื่อเจ้ากลับมาแล้วก็ขอให้เราเริ่มกันใหม่ในฐานะพี่น้องเถิด"
ซูซินมองมือของพี่ใหญ่ที่วางบนบ่าก่อนจะเบี่ยงกายออกอย่างสุภาพ นางไม่ได้โกรธเคืองพี่ชายทั้งสอง เพราะนางรู้ว่าความผูกพันสิบห้าปีเทียบไม่ได้กับจดหมายแค่ฉบับเดียว แต่สิ่งที่นางยอมรับไม่ได้คือความลำเอียงที่ฉายชัดในแววตาของมารดาต่างหาก
"พี่ใหญ่ พี่รอง ข้าขอบคุณในความเมตตา ข้าไม่ได้ต้องการมาแย่งชิงความสุขของใคร และไม่ได้ต้องการให้ใครมาสงสาร แต่ความจริงก็คือความจริง ข้าจำเป็นต้องถามถึงความถูกต้องในฐานะบุตรสาวของฮูหยินเอกตระกูลหยาง ส่วนใครจะได้รับผลกระทบจากการที่ความจริงถูกเปิดเผย ข้าเกรงว่านั่นไม่ใช่หน้าที่ของข้าที่ต้องรับผิดชอบเจ้าค่ะ"
หลินฟูเหรินหน้าถอดสีเมื่อได้ยินประโยคนั้น นางเปลี่ยนจากท่านั่งสบายๆ เป็นยืดตัวมองลูกสาวในไส้ด้วยแววตาจริงจัง
"ซูซินเจ้าพูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร เหยาเอ๋อร์เปราะบางนัก นางไม่เคยออกไปเผชิญโลกภายนอกเหมือนเจ้า เจ้าจะให้นางไปอยู่ที่ไหนได้"
"ข้าไม่ได้บอกให้นางไปที่ไหนเจ้าค่ะ เพียงแต่สถานะในจวนต้องชัดเจน ว่ากันตามความถูกต้องข้าคือคุณหนูสามผู้เป็นบุตรสาวที่เกิดจากครรภ์ของภรรยาเอก ข้าเกิดก่อนนางสมควรเป็นพี่สาว ส่วนซินเหยานางคือบุตรสาวของอนุเหมย แม้ท่านแม่จะรักนางมากเพียงใด แต่ตำแหน่งและลำดับอาวุโสในงานสังคมหรืองานสมรสในอนาคตจะปล่อยให้คลุมเครือไม่ได้ หรือท่านแม่จะให้ข้าที่ลำบากมาสิบปีต้องมายืนก้มหัวให้นางที่เป็นลูกของคนที่ทำให้ข้าต้องพลัดพรากจากบ้านไป"
คำพูดของซูซินเหมือนเข็มที่ทิ่มแทงเข้าไปในใจของทุกคนในโถง หยางหยุนและหยางเฟิงต่างก้มหน้านิ่ง พวกเขาไม่มีเหตุผลใดมาหักล้างความชอบธรรมของนางได้เลย จึงทำได้แค่อ้าปากส่งเสียงอึกอักคล้ายอยากพูดแต่สรรหาคำพูดดีๆ มาแก้ต่างให้ซินเหยาไม่ได้
"ข้าเข้าใจน้องสี่ ข้าจะย้ายไปอยู่เรือนเล็กท้ายจวน ข้าจะยอมรับฐานะลูกอนุ" พอได้ยินแบบนั้นซินเหยาร้องไห้หนักกว่าเดิม
"ไม่ต้องทำขนาดนั้นหรอก จวนแม่ทัพออกจะใหญ่โตเพียงนี้ ท่านแม่อยากจะเลี้ยงดูใครไว้ก็สุดแล้วแต่เถิด เพียงแต่ข้าวของเครื่องใช้หรือแม้แต่ชื่อเสียงที่ข้าควรได้รับคืนมา ข้าขอให้ท่านแม่จัดการให้ถูกต้องตามทำนองคลองธรรมด้วยเจ้าค่ะ"
ทุกคนต่างพูดไม่ออกไปตามๆ กัน ผ่านไปครู่ใหญ่หลินฟูเหรินจึงพูดทำลายความเงียบ นางหันไปทางสาวใช้แล้วบอก ในน้ำเสียงนั้นมีความอัดอั้นตันใจไม่น้อย
"นำทางคุณหนูสี่ไปที่เรือนพักเถิด"
“เจ้าค่ะฮูหยิน”
เมื่อเงาร่างของซูซินเดินพ้นประตูโถงรับรองไป หลินฟูเหรินทรุดกายลงนั่งอย่างหมดแรง ดูเหมือนว่าบุตรสาวในไส้คนนี้ฉลาดเป็นกรดและทันคนยิ่งกว่าใคร ความแข็งกระด้างที่ได้มาจากชนบทนั้นทำให้นางกลายเป็นคนที่ควบคุมได้ยากยิ่ง อนาคตจะต้องมีเรื่องวุ่นวายกว่านี้แน่
"ท่านแม่ ข้าว่าเจ้าสี่นางไม่ได้ประสงค์ร้ายเพียงแต่นางยึดมั่นในเหตุผล เราควรให้นางได้พักผ่อนและค่อยๆ ปรับตัว นางอยู่ในชนบทมานานเกินไปยังไม่เข้าใจกฎระเบียบของจวน"
หยางหยุนเอ่ยขึ้นเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ ส่วนหยางเฟิงเดินเข้าไปปลอบซินเหยาที่ยังคงสะอึกสะอื้นอยู่ข้างๆ โดยที่ไม่มีใครทันสังเกตเห็นแววตาของซินเหยาที่เปลี่ยนจากความโศกเศร้าเป็นแค้นเคืองเพียงชั่วพริบตา
ในขณะเดียวกัน ที่เรือนพักหลังเล็กที่เพิ่งถูกจัดเตรียมไว้อย่างเร่งด่วน ซูซินนั่งลงบนเตียงไม้ที่ปูด้วยฟูกนุ่มๆ สถานที่นี้ดีกว่าที่นางเคยอยู่มาตลอดสิบปี แต่ก็เทียบไม่ได้เลยกับเรือนที่ซินเหยาและพี่ชายทั้งสองอาศัยอยู่ นางมองดูปลายนิ้วที่หยาบกร้านจากการทำงานหนักของตนเองแล้วได้แต่ทอดถอนใจ
ความรักที่ท่านแม่มีให้ซินเหยาคือความผูกพัน แต่ความแค้นที่นางมีต่อโชคชะตาคือความจริง นางใช้ชีวิตในชนบทมาสิบปี ผ่านความลำบากมามากมายจนฝ่ามือสากหยาบกระด้าง ช่างน่าขันนัก…พอความจริงปรากฎกลับไม่มีผู้ใดเห็นใจในความลำบากเลยสักคน เอาแต่ประคบประหงมตัวปลอมจนออกนอกหน้า
Napatitig ako sa labas ng bahay habang umiinom tsaa. Malamig ang simoy nang hangin. Tahimik ang buong paligid at tanging ingay lang mula sa mga ibon at insekto ang siyang nagbibigay nang musika ngayong umaga.Antok na antok pa ako pero kailangan ko na bumangon. Hindi rin ako nakatulog kagabi. I felt the uneasiness, especially when the plane landed here, in the Philippines. I'm back, finally.After two years ay bumalik na ako. Wala pa rin namang nagbago, tulad parin noon. Hindi ko rin naman maikakaila na namiss ko rin ang lugar na ito kahit halos madurog ako ritoSinulyapan ko ang anak mga anak ko na mahimbing pa rin natutulog sa kama. I walked over to them at hinaplos nang maharan ang mga buhok nila. Bahagya namang gumalaw si Tasha, pero ang dalawa ay mahimbing pa rin ang patulog. I knew Tasha loves the feeling of combing her hair with my fingertips. Napansin ko na iyan noon pa nang maliit pa sya. Siya rin ang pinakaiyakin sa tatlong magkakapatid. Kapag hindi siya noon nakakatulog ay
"Good Morning, hot momma!"Gumuhit ang ngiti ko sa labi nang marinig ang boses ni Eli. Nakilala ko si Eli noong sinasamahan ako ni Kuya na magcheck up, simula noon ay hindi na kami mapaghiwalay."Good morning, Eli! How was Japan?" I asked her before sipping on my mug. Agad ko ding ibinaba iyon sa babasaging mesa."Everything is good—but someone has to ruin it."Nahimigan ko ang inis sa kanyang boses na syang ikinatawa at ikinailing ko. Alam ko naman kasi kung sinong tinutukoy nya eh. Wala namang ibang nakakapainis kay Eli kundi si Kuya lang."Bakit ba kasi parati kang naiinis kay Kuya? Mabait naman ang kuya ko ah?" I told her laughing, earing a glare from her beautiful emerald eyes.Maganda naman kasi si Eli, agaw pansin iyong kurba nya sa katawan. Haba ang kanyang straight na buhok, maputi ang balat at nakakaakit tignan ang kanyang berdeng mga mata.Mga mata ng tao anv ikinagiliwan kong tignan noon nung ipinagbubuntis ko ang triplets. Bawat nakikita kong may magandang mata ay hinihin
Malawak ang ngiti sa labi ko habang hawak-hawak ang ultrasound result. Hindi ko din maiwasang mapahawak sa tyan ko sa sobrang sayang nararamdaman ngayon. Pakiramdam ko ay sasabog ang puso. I've been thank God from here to there for the blessing he gave me, us—For me and my husband.Mommy na ako! Hindi lang isa, hindi lang dalawa, kundi tatlo! I'm carrying triplets!Tiyak na matutuwa si Seb sa balita ko. Sebastian Alcaraz is my husband, he is one of the richest businessmen in Asia. Hindi ako mayaman, ang asawa ko lang. Isa lamang akong katulong ng mga Alcaraz noon, but love had a different way connecting me to him.Namatay ang mga magulang ko dahil sa pagbagsak nang eroplanong kanilang kinakulunanan noon kasama nang nag-iisa kong Kuya. Si Kuya Gold. Dalawa lang kasi kaming magkapatid.In some what way I still miss them and will always miss them.Tatlong taon narin kaming kasal nang asawa ko at alam kong gustong-gusto nya nang magka-anak kami. Ang totoo ay active naman ang sex life nami
Maligayang pagdating sa aming mundo ng katha - Goodnovel. Kung gusto mo ang nobelang ito o ikaw ay isang idealista,nais tuklasin ang isang perpektong mundo, at gusto mo ring maging isang manunulat ng nobela online upang kumita, maaari kang sumali sa aming pamilya upang magbasa o lumikha ng iba't ibang uri ng mga libro, tulad ng romance novel, epic reading, werewolf novel, fantasy novel, history novel at iba pa. Kung ikaw ay isang mambabasa, ang mga magandang nobela ay maaaring mapili dito. Kung ikaw ay isang may-akda, maaari kang makakuha ng higit na inspirasyon mula sa iba para makalikha ng mas makikinang na mga gawa, at higit pa, ang iyong mga gawa sa aming platform ay mas maraming pansin at makakakuha ng higit na paghanga mula sa mga mambabasa.
Rebyu