LOGIN"ขายอวัยวะมาใช่ไหม ติดหนี้ใครมารึเปล่า ?" นานะถามแบบไม่เว้นช่วงให้อีกฝ่ายคิดคำแก้ตัวใด ๆ"แกเพ้อเจ้ออะไรวะ ดูหนังมากไปรึไง?"“โน้น ๆ เจ้านายแกมาตามไปทำงานโน้นแล้ว..ไว้ฉันแชร์โลเคชั่นให้อีกที” ไอโตะรีบบ่ายเบี่ยงและเดินกลับออกไปทันที“เจอกันนะ แล้วก็อย่าไปสายละ” ไอโตะรีบวิ่งออกไปก่อนที่นานะจะถามอะไรไปมากกว่านี้“มันอาจจะแค่ฝันแหละ ช่วงนี้เราน่าจะเครียดไป” นานะเดินใจลอยกลับเข้ามาในร้านยังไม่ทันจะได้ตั้งสติเสียงเอ็ดเบาๆ ผู้จัดการร้านก็ดังขึ้น"นี่ปล่อยให้ลูกค้านั่งรอแบบนี้ได้ยังไง... รีบเอาเมนูไปรับออเดอร์ลูกค้าเลยนะ ฉันเสิร์ฟคุกกี้ไปแล้ว แต่ลูกค้ายังไม่ได้สั่งอะไร เธอรีบ ๆ ไปดูแลเลยไป..ฉันจะรีบออกไปซื้อของเข้าครัว”"เอ่อ..ขะ... ขอโทษค่ะผู้จัดการ นานะจะรีบไปเดี๋ยวนี้ค่ะ" เธอก้มหัวผงกๆ รีบคว้าสมุดเมนูและถาดกาน้ำชาเดินตรงไปยังโต๊ะโซฟามุมที่ลึกที่สุดในร้านมันก็น่าแปลกเหมือนกันที่ บรรยากาศในร้านเงียบสงัดผิดปกติ ไม่มีลูกค้าคนอื่นอยู่เลยแม้แต่คนเดียว ทั้งที่ปกติแล้วร้านแทบไม่เคยว่างมาก่อนเลยนานะก้าวเท้าเข้าไปใกล้โต๊ะตัวนั้น แต่แล้วสายตาของเธอกลับไปสะดุดเข้ากับจานขนมที่วางอยู่บนโต๊ะ...ซึ่งน
ติ๊ด... ติ๊ด...คริดดด เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือที่หน้าจอสว่างวาบซ้ำ ๆดึงสติของนานะกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง"ตายแล้ว! สายแล้ว!!"เธอเบิกตากว้างเมื่อเห็นเวลาบนหน้าจอ รีบกระโดดลงจากเตียง สลัดภาพผู้ชายทรงเสน่ห์ทั้งสี่คนออกจากหัวแล้ววิ่งเข้าห้องน้ำไปจัดการตัวเองอย่างรวดเร็วเพียงไม่กี่นาทีต่อมา นานะก็อยู่ในชุดยูนิฟอร์มเดรสสีชมพูอ่อนประดับลูกไม้สีขาวสไตล์เมดคาเฟ่ซึ่งเป็นชุดทำงานพาร์ทไทม์ที่ร้านเบเกอรี่เล็ก ๆ แห่งหนึ่ง เธอรีบคว้ากระเป๋าผ้าแล้ววิ่งหน้าตั้งออกจากห้องเช่าไป..........................................................>>> ฝันร้าย กลายรัก ณ ร้านเบเกอรี่Çreamy Çloundกลิ่นเนยสดและวานิลลาหอมอบอวลไปทั่วร้าน นานะยืนนวดแป้งคุกกี้อยู่หลังเคาน์เตอร์ด้วยท่าทีเหม่อลอยแม้ร่างกายจะทำงานง่วนอยู่กับการอบขนมและชงกาแฟให้ลูกค้า แต่ภายในใจกลับสลัดเรื่องราวในความฝันเมื่อคืนออกไปไม่ได้เลยมันก็เป็นฝัน ร้านที่ทำให้หัวใจเธอเต้นแรงและร่างกายร้อนผ่าวทุกครั้งที่นึกถึงแววตาของ'เขา' ในวินาทีสุดท้ายด้วยความเหม่อลอย ปลายนิ้วเล็ก ๆ ที่เปื้อนแป้งก็เผลอเขียนตัวอักษรลงบนถาดคุกกี้ก่อนนำเข้าเต
“ไม่รู้เหมือนกัน” โรมันตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่า แต่แววตาของเขากลับอธิบายความรู้สึกทุกอย่างที่ชัดเจนว่าเขารักเธอ..แม้จะไม่ได้เป็นความรักที่เหมือนคนอื่นทั่วๆไป แต่มันชัดเจนแล้วว่าเขายอมตายเพื่อเธอได้โดยไม่ต้องหยุดคิดแม้สักนิดในเวลาเดียวกันนั้นเอง"มึงต่างหากที่ต้องตาย"เจสซี่คลั่งจะฆ่านานะให้ได้ปัง..ปัง.ปืนยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่องและร่างของลอนดอนกระตุกเฮือกเมื่อกระสุนจากการยื้อแย่งลั่นเจาะเข้าที่หน้าท้องของเขาอย่างแรงเลือดสีสดทะลักออกมาก่อนที่ร่างสูงจะทรุดฮวบลงกับพื้นพร้อมกับกุมบาดแผลไว้"กรี๊ดดด! ไม่นะลอนดอน!ไม่นะ" เจสซี่ เมียของเขากรีดร้องด้วยความตกใจหนักกว่าเดิม“เพราะแก..เพราะแกคนเดียว” เจสซี่ยังคงมองที่นานะอย่างคับแค้นใจเธอหันปากกระบอกปืนที่ยังเหลือกระสุนไปทางนานะที่อยู่ในอ้อมกอดของโรมันด้วยมือที่สั่นเทา"โรมัน!ลอนดอน!" แฟรงก์เฟิร์ตและมอสโกตะโกนลั่นด้วยความเดือดดาลถึงขีดสุดเขาเตะอัดบอดี้การ์ดจนสลบแล้วแย่งปืนจากเอวของมันขึ้นมา ยิงบอดี้การ์ดของเจสซี่ทั้งหมดปัง!! เสียงปืนดังขึ้นอีกนัด ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!แม้ว่าเสียงปืนจะดังสนั่น แต่สติของนานะ มันริบหรี่ลงอย่างช
หลายคู่กำลังวิ่งกระหืดกระหอบตรงมา เสียงประตูโถงถูกกระชากเปิดออกพร้อมกับเสียงตะโกนลั่นที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและบ้าคลั่งของใครบางคน... หรืออาจจะหลายคนโรมัน... ลอนดอน... มอสโก... แฟรงก์เฟิร์ต…สติของนานะค่อย ๆ เลือนรางลงทุกที ภาพรองเท้าที่กระทืบลงมาเริ่มพร่ามัวเสียงด่าทออื้ออึงราวกับมาจากที่ไกลแสนไกล…ในห้วงสุดท้ายของลมหายใจ... เธอได้ยินเสียงฝีเท้าหนัก ๆ หลายคู่กำลังวิ่งกระหืดกระหอบตรงมาเสียงประตูโถงถูกกระชากเปิดออก พร้อมกับเสียงตะโกนลั่นที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและบ้าคลั่งของใครบางคน...หรืออาจจะหลายคน"หยุดเดี๋ยวนี้นะ..เจสซี่!!!"เสียงของลอนดอนตวาดลั่นอย่างตกใจกลัวลอนดอน... มอสโก... แฟรงก์เฟิร์ต… พุ่งพรวดเข้ามาอย่างพร้อมเพรียงกันภาพร่างที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดของนานะทำเอาหัวใจของชายฉกรรจ์ทั้งสี่กระตุกวูบหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มความโกรธแค้นและจิตสังหารแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วบริเวณ“ฉันไม่หยุด ทำไม..แค่คนใช้คนเดียว..ทำไมฉันจะฆ่ามันไม่ได้?”เมียของลอนดอนเบิกตากว้างเมื่อเห็นสามีตัวเองและพี่น้องของเขาวิ่งเข้ามาด้วยแววตาโกรธเคืองความริษยาและโทสะทำให้เธอขาดสติอย่างสมบูรณ์ เธอพุ่งไปกระชากปืน
ร่างบอบช้ำของนานะถูกชายฉกรรจ์สองคนหิ้วปีก ลากร่างบางออกมาจากห้องพักแคบ ๆ ไปตามระเบียงทางเดิน รอยครูดตามพื้นซีเมนต์สร้างความแสบสันให้ผิวเนื้อที่เต็มไปด้วยรอยช้ำและรอยรักจากค่ำคืนที่ผ่านมา แต่ร่างกายที่ชาหนึบจากพิษไข้ทำให้นานะแทบจะไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดทางกายอีกต่อไปแล้วตุบ! ร่างของเธอถูกเหวี่ยงลงไปกองกับพื้นโถงกว้างอย่างแรง หญิงสาวนิรนามในชุดเดรสหรูหราเดินกรีดกรายตามมายืนค้ำหัว สายตาเหยียดหยามมองกดลงราวกับนานะไม่ใช่คน“...” นานะเงยหน้ามองเธอนิ่ง ๆ เธอไม่ได้มีความรู้สึกกลัวอะไรเลยแม้แต่นิดฟุ่บ รองเท้าส้นเข็มเหยียบลงบนไหล่บอบบางของนานะและออกแรงขยี้เบา ๆ"ฉันคือภรรยาของลอนดอน! เป็นผู้หญิงที่เขาแต่งงานและยกย่องให้ออกหน้าออกตา ไม่ใช่อีขี้ข้าชั้นต่ำ... ที่คอยอ้าขาให้ผู้ชายในบ้านนี้ไปทั่วแบบแก!" หญิงสาวตวาดลั่นด้วยความโกรธและเกลียดอย่างชัดเจนเพียะ! ฝ่ามือที่ประดับด้วยแหวนเพชรเม็ดโตฟาดฉาดลงบนใบหน้าหวานอย่างเต็มแรงจนหน้าหัน เลือดสีสดซึมออกมาจากมุมปากที่แตกช้ำ"แกกล้าดียังไงถึงเอาร่างกายสกปรกของแก..มาใช้ผัวร่วมกับฉัน" เธอกระชากจิกกลุ่มผมยาวสลวยของนานะขึ้นมาอย่างแรง บังคับให้ใบหน้าที่เปื้อนเลือดเงยข
นานะกัดฟันข่มความเจ็บปวด พยุงร่างที่เปลือยเปล่าลุกขึ้นนั่งอย่างทุลักทุเลมือสั่นเทาเอื้อมไปหยิบเศษซากชุดเมดที่ถูกฉีกขาดวิ่นซึ่งกองอยู่บนพื้นขึ้นมาสวมใส่ลวกๆ เพื่อปกปิดเรือนร่างที่เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งราคะ เธอใช้มือยันกำแพงห้องเพื่อพยุงตัวให้ลุกขึ้นยืน..แค่กลืนน้ำลายลงคอคราบราคะที่ฝากไว้ในริมฝีปากก็ทำให้เธอเหนียวคอจนกลืนแทบไม่ลงทันทีที่ก้าวพ้นประตูห้องเก็บไวน์ ความเย็นยะเยือกของอากาศภายนอกก็ปะทะเข้ากับร่างกายที่บอบช้ำทำให้นานะหนาวสั่นไปถึงขั้วกระดูก เธอเดินโซซัดโซเซไปตามโถงทางเดินที่เงียบสงัดราวกับร่างไร้วิญญาณขาที่อ่อนแรงแทบจะพยุงน้ำหนักตัวไม่ไหว ทุกย่างก้าวคือความทรมานที่แสนสาหัส ร่องรอยความเจ็บปวดเสียดแทงขึ้นมาที่ช่วงล่างทุกครั้งที่ขยับตัวเมื่อกลับมาถึงห้องพักส่วนตัว นานะรีบตรงดิ่งเข้าห้องน้ำ เปิดฝักบัวให้น้ำเย็นไหลผ่านร่างกายเพื่อชำระล้างคราบไคลและร่องรอยแห่งราคะที่เปรอะเปื้อนไปทั่วตัวน้ำที่ไหลลงสู่ท่อระบายน้ำกลายเป็นสีแดงจางๆ จากคราบไวน์และเลือดฝาด...ผสมกับคราบขาวขุ่นที่เกาะกรังตามผิวเนื้อ..แต่ทุกสัมผัสของพวกเขากลับทำให้เธอรู้สึกหวิวๆ ในช่องท้องแบบยากที่จะอธิบายคล้ายกับว่า
เราสองคนนอนขนาบข้างเจ้าลูกชายตัวน้อย " คืนนี้ใครจะเล่านิทานให้มาร์คัสฟังล่ะครับ? " มาร์คัสหยิบไอแพดของตัวเองมาเปิดนิทานหน้าที่ค้างเอาไว้ มาและหันหน้าถามระหว่างพ่อกับแม่ " เดี๋ยวแม่เล่าให้ฟังก็ได้จ่ะ " ฉันหยิบไอแพดมาก่อนจะลูบผมของลูกชายเบาๆ " เย้ๆๆ "มาร์คัสก็ยิ้มแย้มอย่างมีความสุข เราสามคนมีความ
" พอดี พี่ก็เพิ่งรู้เนี่ยแหละว่า ลูกสะใภ้เป็นลูกสาวบุญธรรมของมาดามคอร์ " คุณหญิงพยายามฝืนยิ้มเล็กน้อย แต่ก็ยังหลบสายตาของฉัน " ไม่ใช่ลูกบุญธรรมนะคะ แซมมี่เนี่ย เป็นลูกสาวแท้ๆของฉันเลย" มาดามเดินเข้ามาร่วมวงด้วยทันที " และยังมีสิทธิ์ในทรพัย์สมบัติทั้งหมดของทั้งฉัน และสามีอีกด้วย เพราะเราไม่มีทายาท
@ โรงพยาบาล " ขอบคุณหนูเอวาลีนมากๆเลยนะลูก ที่มาอยู่เฝ้ามาร์คัสให้ทั้งคืนเลย" เสียงของแม่ผมที่กำลังพูดอยู่กับเอวาลีน " ผมก็มานอนเฝ้านะครับ แม่ "ไอ้แอลตัลได้ทีก็พูดขัดแม่ผมทันที " จริงด้วยแม่ ขอบคุณแค่คนเดียวแบบนี้ ไอ้แอลมันก็น้อยใจน่ะสิ " ผมเดินเข้ามาในห้องทันทีเพราะไม่อยากให้แม่พูดอะไรต่อ แม่ช
ผมมองเธอขึ้นไปบนเวที ราวกับเธออยู่สูงกว่า ดีไซน์เนอร์และนางแบบต่างเดินมารวมตัวกันตั้งเป็นแถวตรง ก่อนที่มาดามชาวไทยพร้อมกับท่านไมเคิลคอร์ นักธุรกิจมือชื่อของประเทศฝรั่งเศสจะเดินขึ้นบนเวที เพื่อตัดริบบิ้นสีแดงให้งานเปิดตัวสุดอลังการนี้ ท่านไมเคิลคอร์ขึ้นกล่าวเป็นภาษาฝรั่งเศส ถ้าตามที่ผมพอฟังออก ท่า







