LOGINช่วงแรกทุกคนยังมีแรง
ซัมเมอร์รื้อเสื้อผ้าออกจากกล่อง
เอมิจัดของใช้ในครัว
ส่วนมีนาแกะของออกมาวางทีละชิ้น และหยุดถ่ายรูปเป็นระยะจนซัมเมอร์เริ่มทนไม่ไหว
“แกจะจัดห้องหรือทำคอนเทนต์”
“ทำพร้อมกันได้”
“แล้วเมื่อไรจะเสร็จ”
“ไม่รู้”
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป
มีเพียงทางเดินจากประตูถึงโซฟาที่โล่งขึ้น
สองชั่วโมงผ่านไป
ซัมเมอร์เริ่มเปิดกล่องแล้วนั่งจ้องของด้านในโดยไม่รู้ว่าจะเอาไปวางตรงไหน
ส่วนเอมิที่ดูจริงจังที่สุดตั้งแต่แรกก็ค่อย ๆ ใช้เวลานั่งพักนานกว่าจัดของ
พอท้องฟ้าด้านนอกมืดสนิท ทั้งสามก็หมดสภาพไม่ต่างกัน
ซัมเมอร์ทิ้งตัวลงนั่งพิงโซฟา
“พรุ่งนี้ค่อยทำต่อได้ไหม”
เอมิหยุดมือ
“เห็นด้วย”
มีนานอนแผ่อยู่บนโซฟาด้านหลัง
“ฉันเลิกทำตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงที่แล้ว”
ซัมเมอร์เงยหน้าขึ้นไปมอง
“รู้”
“แล้วไม่ด่า?”
“ไม่มีแรง”
มีนาหัวเราะอ่อน ๆ
ไม่นานเสียงท้องของใครคนหนึ่งก็ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ
ทั้งสามหยุดพร้อมกัน
เอมิหันไปหามีนา
“ของแกใช่ไหม”
“ไม่รู้ อาจจะซัมเมอร์”
“ของแกชัด ๆ”
มีนาไม่ได้เถียง
“ก็หิว”
ซัมเมอร์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
“กินอะไร”
“อะไรก็ได้”
เอมิหัวเราะทันที
“ไม่เอาคำนี้”
มีนาหันมอง
“ทำไม”
“เมื่อวานแกพูดอะไรก็ได้ แล้วไม่เอาสามร้าน”
“ก็มันไม่น่ากิน”
“งั้นเลือกเอง”
มีนาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดแอปได้ไม่ถึงสิบวินาทีก็วางกลับลงบนอก
“ขี้เกียจ”
ซัมเมอร์มอง
“งั้นอด”
“ใจร้าย”
เสียงเถียงกันเรื่องอาหารดังต่ออยู่พักหนึ่ง
ไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่าจบลงตรงไหน
ความเหนื่อยตลอดทั้งวันค่อย ๆ เอาชนะทุกอย่าง
ซัมเมอร์จำได้เพียงว่าตัวเองยังนั่งพิงโซฟาอยู่
จากนั้นภาพตรงหน้าก็ค่อย ๆ เลือนหายไป
เธอตื่นขึ้นมาอีกครั้งเพราะแรงสั่นจากโทรศัพท์ที่วางอยู่ใกล้มือ
ครืด…
ครืด…
ซัมเมอร์ขยับตัวหนีอย่างรำคาญ แต่โทรศัพท์ไม่ยอมหยุด
ไม่นานแรงสั่นก็เปลี่ยนเป็นเสียงเรียกเข้า
เธอจึงยอมลืมตา
ภายในห้องมืดลงมากแล้ว มีเพียงแสงจากเมืองด้านนอกส่องผ่านกระจกเข้ามาจาง ๆ
เอมินอนอยู่บนพรมอีกฝั่ง
มีนากอดหมอนหลับอยู่บนโซฟา
ซัมเมอร์ควานมือหาโทรศัพท์จนเจอ ก่อนยกหน้าจอขึ้นมอง
ชื่อที่ปรากฏทำให้ความง่วงหายไปบางส่วน
LEE HYUNG
นิ้วของเธอค้างอยู่ใกล้ปุ่มรับสาย
แต่สุดท้ายก็ไม่ได้กด
เสียงเรียกเข้าดังต่อไปจนเงียบลงเอง
ห้องกลับมาสงบได้ไม่ถึงสิบวินาที หน้าจอก็สว่างขึ้นอีกครั้ง
Lee Hyung : นอนหรือยังครับที่รัก?
ซัมเมอร์มองข้อความนั้นอยู่นิ่ง ๆ
อีกข้อความตามมา
Lee Hyung : ถ้ายังไม่นอน วิดีโอคอลกันไหม
จากนั้นไม่กี่วินาที
Lee Hyung : พี่คิดถึง
คำว่า ที่รัก เคยเป็นคำที่เธอคุ้นชิน
เมื่อก่อนมันธรรมดาเสียจนแทบไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายใช้เรียกบ่อยแค่ไหน
แต่ตอนนี้กลับให้ความรู้สึกเหมือนเป็นคำที่ไม่ควรปรากฏอยู่ตรงนี้อีกแล้ว
ซัมเมอร์ถอนหายใจ ก่อนพิมพ์ตอบ
Summer : มีอะไรหรือเปล่า?
อีกฝ่ายอ่านข้อความทันที
ราวกับกำลังถือโทรศัพท์รออยู่แล้ว
Lee Hyung : คิดถึงครับ
Lee Hyung : อีกไม่กี่วันพี่จะไปไทยนะ
ปลายนิ้วของซัมเมอร์หยุดอยู่เหนือหน้าจอ
ความรู้สึกบางอย่างเคลื่อนผ่านกลางอกช้า ๆ
ไม่ได้ทำให้ดีใจ
แต่ก็ไม่ใช่ความรู้สึกที่สามารถมองผ่านได้ง่าย ๆ
เธอเคยรักเขา
เคยอยู่ข้างเขานานพอให้ชีวิตหลายส่วนเปลี่ยนไปตามโลกของอีกฝ่าย
เพราะอย่างนั้น ต่อให้เลิกกันแล้ว ความทรงจำก็คงไม่หายไปเพียงเพราะเปลี่ยนสถานะ
แต่การยังรู้สึกอะไรบางอย่างกับคนในอดีต ไม่ได้หมายความว่าอยากกลับไป
เรื่องนั้นเธอรู้ดี
บอสเองก็ดูเหมือนจะเข้าใจว่าโดนแซว จึงเพียงยิ้มแล้วนั่งลงโดยไม่ต่อความไม่กี่นาทีต่อมา มิกกี้กับวูล์ฟก็ตามมาสมทบโต๊ะที่ตอนแรกมีแค่สี่คนจึงแน่นขึ้นอีกครั้งซัมเมอร์ขยับเก้าอี้ให้“พวกพี่ไม่มีโต๊ะอื่นแล้วเหรอคะ”มิกกี้ลากเก้าอี้เข้ามา“มี”“แล้วทำไมต้องโต๊ะนี้”“โต๊ะนี้สนุกกว่า”เอมิที่นั่งตรงข้ามเงยหน้าขึ้น“พูดเหมือนพวกหนูเป็นรายการตลกเลยนะคะ”“ก็เกือบใช่”“พี่มิกกี้”“ล้อเล่นครับ”เขายกมือยอมแพ้วูล์ฟนั่งลงข้างกันโดยไม่ร่วมวงแซว แต่หลังจากกินไปได้พักหนึ่ง กลับเป็นคนพูดประโยคที่ทำให้ทุกคนหันมาสนใจพร้อมกัน“เย็นนี้ฝนน่าจะหนัก”เขาวางโทรศัพท์ไว้กลางโต๊ะบนหน้าจอเป็นแผนที่พยากรณ์อากาศ มีแนวฝนสีเข้มปกคลุมหลายพื้นที่มีนาหันไปมองด้านนอก“ตอนเช้ายังดูดีอยู่เลย”“อากาศช่วงนี้เปลี่ยนเร็ว”บอสพูด ก่อนมองมาทางสามสาว“มีร่มกันไหม”ฝั่งเด็กปีหนึ่งเงียบพร้อมกันมิกกี้หัวเราะ“ไม่มีสักคน?”เอมิยกมือเล็กน้อย“หนูมีร่มพับค่ะ แต่คงไม่พอสามคน”มีนาพยักหน้าอย่างจริงจัง“ไม่เป็นไร แกถือคนเดียวก็ได้”เอมิหันมอง“ขอบคุณมากนะ”ซัมเมอร์หัวเราะ ก่อนเหลือบออกไปนอกอาคารเมฆสีเทากำลังไล่กลืนพื้นที่บนท้องฟ้าไปเรื
ไม่มีใครพาหลงอีกแล้วมีนาเดินนำอย่างภูมิใจตั้งแต่มาถึงทางแยกแรก“เห็นไหม ฉันจำทางได้แล้ว”เอมิเดินตามมาติด ๆ“ก็เมื่อวานเดินผิดจนจำได้ทุกทางแล้ว”“แกเลิกพูดเรื่องนี้ได้ไหม”ซัมเมอร์หัวเราะ“คงอีกนาน”“เพื่อนที่ดีควรลืมเรื่องน่าอายของเพื่อนบ้าง”“งั้นแกเลือกเพื่อนผิดแล้ว”“รู้ตัวช้าไปไหม”เสียงหัวเราะของทั้งสามดังไปตลอดทางเมื่อมาถึงหน้าคณะ บรรยากาศต่างจากวันกิจกรรมอย่างเห็นได้ชัดไม่มีเสียงเพลงไม่มีรุ่นพี่ยืนถือไมค์ไม่มีเด็กปีหนึ่งถูกลากออกไปทำกิจกรรมกลางลานเหลือเพียงเสียงฝีเท้า เสียงเปิดปิดประตูห้องเรียน กลิ่นกาแฟจากร้านใต้ตึก และนักศึกษาที่เดินสวนกันด้วยสีหน้าเหมือนยังตื่นไม่เต็มที่ซัมเมอร์กลับชอบภาพแบบนี้มากกว่ามันธรรมดาวุ่นวายและไม่มีใครสนใจชีวิตใครมากนักตรงนี้เธอไม่ต้องเป็นอดีตแฟนของนักแสดงชื่อดังไม่ต้องเป็นลูกสาวบ้านไหนไม่ต้องเป็นคนที่ใครรู้จักจากข่าวเป็นแค่นักศึกษาปีหนึ่งธรรมดาคนหนึ่งก็พอ“ซัมเมอร์!”เสียงเรียกดังมาจากอีกด้านฟ้าใสเดินเข้ามาพร้อมแก้วกาแฟเย็นในมือ“วันนี้ไม่หลงแล้วใช่ไหม”มีนาหยุดทันที“ทำไมแกก็เอาด้วย”ฟ้าใสหัวเราะ“ก็เมื่อวานแกพาหลงจริง”“ฉันพาหาทาง
มีนาหมุนช้อนในมือไปมา“แกเปลี่ยนไปเยอะเหมือนกันนะ”“เรื่องไหนอีก”“ถ้าเป็นเมื่อก่อน พี่กันต์ถามว่าอยากให้อยู่ต่อไหม แกคงหาเรื่องรั้งไว้แล้ว”เอมิปรายตามองมีนาเหมือนเตือนว่าไม่ต้องขุดต่อก็ได้แต่ซัมเมอร์กลับไม่ได้หลบคำถามเธอเดินกลับมาเก็บแก้วของตัวเองจากโต๊ะ“ก็คงใช่”คำตอบตรงเกินกว่าที่มีนาคาดไว้ซัมเมอร์ยกแก้วขึ้นมองรอยน้ำตรงก้นแก้วอยู่ครู่หนึ่งตอนนั้นเธอพยายามมากจริง ๆหาเรื่องไปโรงฝึกถามพี่ออกัสว่ากันต์จะมาบ้านหรือเปล่าทำเหมือนบังเอิญอยู่แถวเดียวกัน ทั้งที่รู้ตารางอีกฝ่ายแทบทุกอย่างพอย้อนกลับไปคิดตอนนี้ บางครั้งก็รู้สึกเหนื่อยแทนตัวเองในวันนั้นเหมือนกัน“แต่ฉันไม่อยากทำแบบนั้นแล้ว”เสียงของเธอนิ่งกว่าปกติ“รอมานานแล้วมันก็เหนื่อยนะ”มีนาวางช้อนลงแววตากวน ๆ หายไปจากใบหน้าเอมิเป็นคนตัดบทก่อนที่บรรยากาศจะหนักเกินไป“ใครจะอาบน้ำก่อน”มีนายกมือทันที“ฉัน”ซัมเมอร์หัวเราะ“พอเป็นเรื่องห้องน้ำแกเร็วตลอด”“ต้องรักษาสิทธิ์”“เมื่อเช้าแกยังเกือบทำพวกฉันสาย”“แต่ก็ไม่สายนี่”“เพราะเอมิปลุก”“รายละเอียดเล็กน้อย”เสียงเถียงของสามสาวกลับมาดังขึ้นอีกครั้งเรื่องของกันต์จึงถูกทิ้งไว้ตรงนั้น
หลังมื้อเย็นจบลง ห้องครัวเล็ก ๆ ก็เต็มไปด้วยร่องรอยของการใช้งานกลิ่นกระเทียมกับอาหารผัดยังลอยจาง ๆ อยู่ในอากาศ จานชามใบใหม่ที่เพิ่งแกะกล่องเมื่อช่วงบ่ายถูกวางกองรออยู่ข้างอ่าง ส่วนบนโต๊ะอาหารก็ยังมีแก้วน้ำ ถุงขนม และกล่องของหวานที่มีนาเปิดค้างไว้เหมือนยังตัดสินใจไม่ได้ว่ามื้อเย็นจบแล้วหรือยังกันต์ยืนอยู่หน้าอ่างล้างจานเสียงน้ำไหลเบา ๆ สลับกับเสียงมีนากับเอมิที่กำลังเถียงกันว่าจะเก็บขนมไว้ตรงไหน เพราะชั้นในตู้ครัวเริ่มไม่พอตั้งแต่วันแรกที่ซื้อของเข้าห้องซัมเมอร์เดินผ่านมาพอดี ก่อนจะหยุดมองแผ่นหลังกว้างของคนที่กำลังล้างกระทะอยู่“พี่ทำอาหารแล้ว ยังต้องล้างเองอีกเหรอ”กันต์เหลือบมองข้ามไหล่“แล้วจะให้ใครล้าง”ซัมเมอร์ไม่ตอบ แต่หันไปทางโต๊ะอย่างมีเป้าหมายมีนาซึ่งกำลังตักพุดดิ้งเข้าปากชะงักทันที“มองฉันทำไม”“ก็แกกินเยอะสุด”“แล้ว?”“ล้างสิ”มีนาวางช้อนลงอย่างไม่ยอมแพ้“ตอนกินก็กินด้วยกันทั้งห้อง ทำไมตอนล้างเหลือฉันคนเดียว”เอมิที่กำลังรวบกล่องอาหารเข้าตู้เย็นหัวเราะเบา ๆ ก่อนหันไปหากันต์“เดี๋ยวหนูช่วยเก็บที่เหลือให้ก็ได้ค่ะพี่กันต์”“ไม่เป็นไรครับ เหลืออีกนิดเดียว”กันต์ปิดน้ำ ก่อนว
ทุกอย่างกลายเป็นความธรรมดาจนเขาไม่เคยหยุดคิดจริง ๆ ว่า คนที่เขาดูแลมาตลอดกำลังโตขึ้นเรื่อย ๆ“มองอะไร”เสียงของซัมเมอร์ดึงเขากลับมากันต์รู้ตัวว่ามองอยู่นานกว่าปกติจึงละสายตาออก“เปล่า”เธอหรี่ตา“วันนี้ทุกคนชอบตอบแต่เปล่า”“แล้วอยากให้พี่ตอบว่าอะไร”“ไม่รู้”“งั้นก็เปล่า”ซัมเมอร์ส่ายหน้าอย่างหมั่นไส้ ก่อนเดินกลับเข้าไปด้านในกันต์ยังยืนอยู่ตรงระเบียงอีกครู่หนึ่งสายตาเลยไปยังระเบียงห้องข้าง ๆ โดยไม่ตั้งใจเมื่อคืนซัมเมอร์ยืนคุยกับบอสตรงนี้ทั้งสองอยู่ห่างกันเพียงผนังกั้นบางส่วนจากนั้นก็แลกไลน์กันเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมเรื่องนั้นถึงผุดขึ้นมาในหัวตอนนี้เหมือนตอนที่ได้ยินว่าเธอกลับจากโรงพยาบาลด้วยรถบอสหรือเมื่อครู่ ตอนเห็นอีกฝ่ายเอาตัวล็อกประตูมาให้ถึงห้องความรู้สึกรำคาญเล็ก ๆ เหล่านั้นไม่มีเหตุผลนักกันต์พยายามหาเหตุผลที่ง่ายที่สุดให้ตัวเองเขาคงยังไม่ชินซัมเมอร์เพิ่งเข้ามหาวิทยาลัยเพิ่งเริ่มมีสังคมใหม่เริ่มรู้จักผู้ชายที่เขาไม่รู้จักมันเป็นธรรมดาที่คนซึ่งรับปากเพื่อนว่าจะช่วยดูแลน้องสาวให้ จะระวังแทนอยู่บ้างแค่นั้นเองกันต์เดินกลับเข้าไปในห้องเสียงของซัมเมอร์กับมีนากำลังเ
เมื่อประตูปิดลง ซัมเมอร์ก็หันกลับมาคนแรกที่สบตาเธอคือมีนาสีหน้าของอีกฝ่ายชัดเจนจนแทบไม่ต้องเดาว่าอยากพูดอะไรซัมเมอร์ชี้หน้าไว้ก่อน“ไม่ต้อง”มีนากะพริบตา“ฉันยังไม่ได้พูดเลย”“ก็รู้ว่าจะพูดอะไร”เอมิหัวเราะ“เก็บไว้ก่อน”มีนาถอนหายใจ“ไม่มีใครให้ฉันพูดอะไรเลย”กันต์หยิบตัวล็อกขึ้นมาดู“ห้องข้าง ๆ ใจดีจังนะ”ซัมเมอร์หันไปน้ำเสียงไม่ได้ผิดปกติชัดเจน แต่กลับฟังแข็งกว่าปกตินิดหนึ่งเธอไม่ได้ใส่ใจนัก“พี่บอสก็ใจดีอยู่แล้ว”นิ้วของกันต์ที่กำลังพลิกดูอุปกรณ์หยุดไปเพียงเสี้ยววินาที“เหรอ”“อือ”ซัมเมอร์มองหน้าเขา“ทำไม”“เปล่า”เขาเดินไปทางระเบียง“ไขควงอยู่ไหน”ซัมเมอร์ยืนคิดอยู่ครู่หนึ่ง“น่าจะอยู่ในกล่องเครื่องมือ”“กล่องไหน”เธอหันไปมองกล่องหลายใบที่กองอยู่ใกล้ผนังแล้วก็เงียบกันต์มองตาม“อย่าบอกว่าไม่รู้”“ก็เพิ่งซื้อของมา”“แล้วไม่รู้ว่าเก็บอะไรไว้ไหน?”“เดี๋ยวก็หาเจอ”“นี่แหละที่พี่บอกให้จัดของให้เรียบร้อย”ซัมเมอร์หันกลับมา“อย่าเริ่มบ่น”“พี่ยังไม่ได้บ่น”“น้ำเสียงคือบ่นแล้ว”กันต์หัวเราะสุดท้ายเอมิเป็นคนหาไขควงเจอจากกล่องเล็กตรงครัวกันต์จึงถือของเดินออกไปที่ระเบียง โดยมีซัมเม







