LOGINโชนก็ถึงกับยกโทรศัพท์ออกห่างจากหูเลยทีเดียว เมื่อเธอด่าเสียงดังขนาดนี้ เห็นนิ่งๆเงียบๆดูขี้เขินแต่ไม่คิดว่าเธอจะด่าเก่งแบบนี้
“ด่าเก่งเหมือนกันนะเนี่ย...เล่นเอาแสบแก้วหูเลย” โชนพูดหยอกเธอไป เพื่อให้เธอรู้ว่าคนที่รับสายไม่ใช่น้องชายของเธอ
“อ่อ ขอโทษค่ะ พอดีฉันคิดว่าน้องชายฉันรับน่ะค่ะ...ไม่ทราบว่าคุณเป็นใครคะ ใช่พี่ที่ทำงานที่อู่ไหมคะ” บิวถามไป เพราะน้องชายบอกว่าพี่ที่อู่จะมาส่งนิ
“อืมใช่...ตอนนี้ฉันมาส่งน้องชายเธอที่หน้าหอแล้ว ลงมาเปิดประตูให้หน่อย พวกเราขึ้นไปไม่ได้” โชนบอกไปด้วยเสียงเรียบ เพราะเขาไม่ได้พักหอนี้เลยไม่มีคีย์การ์ดเข้าไป ต้องมีคนในลงมารับถึงจะขึ้นไปได้
“อ่อค่ะๆ เดี๋ยวฉันจะรีบลงไปเลยค่ะ รอแปปนะคะ” บิวก็รีบตอบรับแล้วเธอก็รีบลุกลงจากเตียงทันที ก่อนจะเดินไปหยิบคีย์การ์ดแล้วออกจากห้องไป แล้งรอลิฟต์ลงไปชั้นล่าง
ด้านโชนก็ยิ้มออกมาแบบเจ้าเล่ห์เมื่อบิวกำลังลงมาแล้ว เขาก็มองไปที่บาสที่นอนอยู่ในรถก่อนจะเอาโทรศัพท์ยัดกลับเข้าไปที่กระเป๋ากางเกง
“พี่สาวนายลงมารับแล้ว..ไปกันเถอะ...พรึบ...อื้อ...ไอ้นี่ตัวหนักเอาเรื่องเลยแฮะ” โชนบอกไปก็เอามือดึงแขนบาสให้ลุกขึ้นมา แล้วเขาก็เอามือสอดเข้าไปโอบกอดแล้วดึงตัวบาสออกมาจากรถ แล้วเขาก็ประคองไว้แบบหนักหน่วง เมื่อบาสนั้นหลับไปแบบทิ้งตัวไม่มีแรงจะยืนเองด้วยซ้ำ
จากนั้นโชนก็ค่อยๆประคองบาสไว้แล้วปิดประตูรถแล้วกดล็อครถของเขาทันที แล้วเขาก็ค่อยๆประคองบาสเดินไปที่หน้าประตูเข้าหอ จนเขาเห็นบิวออกมาจากลิฟต์แล้วเดินตรงออกมาที่ประตู
“พรึบ...ขอบคุณมาส่งน้องชายฉันนะคะ...เห้ย...” บิวเดินออกมาแล้วรีบพูดขอบคุณ แต่พอเธอเห็นหน้าคนที่ประคองน้องชายเธอก็ทำให้เธอตกใจมาก เพราะคนที่ส่งคือโชน ผู้ชายที่เธอพึ่งจะเจอเขาไปเมื่อตอนบ่ายนี้เอง
โชนเห็นเธอทำหน้าตกใจที่เห็นเขาก็แบบงงๆว่าเธอจะตกใจอะไรกัน ก่อนจะมองชุดที่เธอใส่มาแบบจดจ้อง เพราะเขาเดาไม่ได้เลยว่าภายใต้เสื้อยืดสีขาวตัวใหญ่ๆนี่ เธอจะมีรูปร่างแบบไหนกัน แล้วเธอจะใส่กางเกงไว้หรือเปล่า โชนมองไปก็คิดไปแบบอดไม่ได้
“ตกใจอะไรของเธอห้ะ หน้าฉันเหมือนผีหรือไง” โชนสลัดความคิดแล้วพูดกับเธอ
“อ่อเปล่าๆ ฉันแค่ตกใจเพราะไม่คิดว่านายจะเป็นคนมาส่งน้องชายฉันน่ะสิ น้องชายฉันบอกว่าพี่ที่อู่จะมาส่งน่ะ..นายก็ทำงานที่อู่เดียวกับน้องชายฉันเหรอ” บิวอธิบายเขาแล้วเอ่ยถามอย่างสงสัย
“ฉันเป็นเจ้าของอู่...” โชนตอบไปตรงๆ นี่เธอไม่รู้จักเขางั้นเหรอ ถึงคิดว่าเขาจะไปทำงานที่อู่น่ะ เขาดูขัดสนขนาดนั้นเลยเหรอ โชนคิดในใจ
“อ่อ จริงด้วย นายเป็นลูกหลานนักธุรกิจนิเนอะ จะไปทำงานที่อู่ได้ยังไง ฉันไม่น่าถามเลย” บิวก็ตอบแบบอายๆที่เธอถามเขาแบบนั้น
“เธอจะถามฉันอีกนานไหม น้องชายเธอไม่ได้ตัวเบาๆเลยนะ ฉันจะไม่ไหวแล้วเนี่ย มาช่วยกันประคองหน่อย” โชนแกล้งพูด ทั้งที่เขานั้นยังประคองไหว
“โทษที...พรึบ..งั้นนายช่วยฉันประคองน้องฉันขึ้นไปที่ห้องหน่อย.....” บิวเข้าไปจับแขนของน้องชายไว้ แล้วเธอก็บอกเขา
“อืม...รีบไปกันเถอะ...” โชนก็ประคองบาสเดินไปที่หน้าประตู บิวก็รีบไปแตะคีย์การ์ดแล้วเปิดประตูให้โชนพาน้องชายของเธอเข้ามาในตึก
จากนั้นบิวก็เข้าไปช่วยโชนประคองตัวของน้องชายเข้าลิฟต์ไปด้วยกัน บาสก็เมาหลับไม่ได้สติจนบิวมองแล้วอยากจะตบสั่งสอนมันจริงๆ รู้ทั้งรู้ว่าตัวเองคอไม่แข็งมันก็ยังจะดื่มจนเมาไม่รู้เรื่องแบบนี้อีก บิวคิดไปจนกระทั้งประตูลิฟต์เปิดออก เธอและโชนก็ประคองบาสออกไปแล้วเลี้ยวไปทางห้องพักของพวกเธอ ไม่นานทั้งสองก็พาบาสไปนอนที่เตียงได้ในที่สุด
“พรึบ...เฮ้อ...ถึงสักที..ขอบใจนายมากนะที่มาส่งน้องชายฉันน่ะ” บิวบ่นไปแล้วเอามือท้าวเอวมองน้องชาย ก่อนจะหันไปขอบคุณโชน
โชนก็มองหน้าเธอแล้วยิ้มให้ เพราะเธอได้ปลุกความเป็นนักล่าในตัวเขาแล้ว ดังนั้นคืนนี้เธอจะต้องเป็นเหยื่อที่แสนอร่อยของเขา โชนคิดในใจก็คิดว่าเขาควรจะเดินเกมล่าเหยื่อของเขาได้แล้ว
“ไม่เป็นไร ฉันรับปากน้องชายเธอว่าจะมาส่งฉันก็ต้องมาส่งมันตามสัญญาอยู่แล้ว...แต่นี่ก็ดึกแล้วฉันก็เมามากเลยด้วย คืนนี้ฉันจะนอนกับไอ้บาสละกัน...เธอช่วยหาผ้าเช็ดตัวกับเสื้อผ้าของไอ้บาสมาให้ฉันสักชุดได้ไหม” โชนได้จังหวะก็พูดบอกเธอทันที เพราะส่งบบาสแล้วต่อไปก็เป็นเวลาของเขาแล้ว
“ห้ะ..นายจะนอนกับน้องชายฉันเนี่ยนะ นายจะนอนได้เหรอ ห้องเล็กแค่นี้เอง แล้วเตียงมันก็ไม่ได้ใหญ่ด้วย นายนอนยัดกับน้องชายฉันบนเตียงไม่ได้หรอกมั้ง ” บิวทำหน้าตกใจ ก็ถามเขาทันที
“หรือเธอจะให้ฉันไปนอนกับเธอล่ะ เตียงน่าจะพอดีเลยนะ หึๆ” โชนตอบไปแล้วมองเธอด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่มแบบหยอก
“จะบ้าเหรอ..เราจะมานอนด้วยกันได้ยังไงล่ะ นายเป็นผู้ชายนะ” บิวทำหน้าตื่นๆแล้วพูดไปเสียงดัง ก่อนจะมองค้อนใส่เขาไป นี่เขากล้าพูดแบบนี้ออกมาได้ยังไงนะ บิวคิดในใจ
“เป็นผู้ชายแล้วไงก็นอนด้วยกันได้นิ เธอตัวเล็ก ฉันตัวใหญ่ นอนบนเตียงด้วยกันก็น่าจะเข้ากันได้พอดีไม่ใช่เหรอ..” โชนพูดบอกไปด้วยรอยยิ้มทะเล้นๆ
“เข้ากันได้บ้าอะไรล่ะ ถ้านายเมาแล้วก็ไปอาบน้ำอาบท่าซะไป จะได้มีสติพูดมากกว่านี้ เดี๋ยวฉันจะไปหาชุดให้นายใส่” บิวบอกไปแบบเขินๆ ก่อนจะหลบสายตาของเขาแล้วเดินไปที่หน้าตู้เสื้อผ้าของน้องชาย
“อืม...ไม่ต้องเอากางเกงในนะ ฉันไม่ชอบใส่ของคนอื่น เดี๋ยวคืนนี้ฉันไม่ใส่กางเกงในนอนก็ได้” โชนแกล้งพูดไปด้วยรอยยิ้มกวนๆ
มือของบิวที่กำลังจะเปิดประตูพอได้ยินเขาพูดแบบนั้นก็หลับตาลงอย่างข่มความเขินอาย เพราะคำพูดของเขาที่พูดมาแต่ล่ะอย่างมันทำให้เธอนั้นคิดดีไม่ได้เลย
“นายจะใส่หรือไม่ใส่ นายไม่ต้องบอกรายละเอียดฉันขนาดนี้ก็ได้...” บิวตอบกลับเขาก็เปิดตู้แล้วค้นหาชุดนอนของน้องชายมาให้เขา
ส่วนโชนก็มองเธอหาชุดเขาก็เอามือดึงเสื้อออกจากกางเกงแล้วรีบปลดกระดุมเสื้อออกแล้วถอดออกไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเอามือปลดกระดุมกางเกงแล้วรูดซิบลง
“ฉันได้ชุดแล้ว...ว้าย...นี่นายมาถอดเสื้อผ้าอะไรตรงนี้เนี่ย ฉันยังอยู่นี่ทั้งคนนายไม่อายหรือไงห้ะ” บิวหันมาพูดก็ร้องตกใจ
เมื่อเธอเห็นเขาถอดเสื้อจนเห็นร่างกายท่อนเอ็นที่เปลือยเปล่า แถมกางเกของเขาก็ถูกปลดแล้วด้วย และตรงใต้สะดือของเขาก็มีขนรำไรเป็นเส้นลงไป บิวก็มองแล้วเลียริมฝีปากที่แห้งผากของตัวเอง ทำไมเขาหุ่นแซ่บขนาดนี้เนี่ย บิวคิดในใจอย่างอดไมได้
“จะให้อายอะไรล่ะ ฉันก็แค่ถอดเสื้อเองนะ...เธอสิที่ต้องอาย มองฉันตาแทบจะไม่กระพริบซะขนาดนี้น่ะ..ชอบล่ะสิ...” โชนยิ้มมุมปากแล้วพูดไปพร้อมกับค่อยๆเดินเข้าไปหาเธอ
“ใครชอบ? ฉันเปล่าชอบนะ...ฉัน..ฉันก็แค่มองเฉยๆ...นายจะเข้ามาใกล้ฉันทำไม ถอยไปนะโชน..” บิวบอกเขา แล้วก็ค่อยถอยหลังจนชนกับตู้เสื้อผ้า เธอก็รู้สึกร้อนใจขึ้นมาทันที ไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับสถานการณ์แบบนี้แล้ว คุณพระช่วย ใจเธอมันเต้นจนแทบจะทะลุออกมาแล้วนะ
“ฉันก็แค่จะเอามาเสื้อผ้าที่จะใส่เฉยๆ...เธอคิดว่าฉันจะเข้าใกล้เธอเพราะจะทำอะไรงั้นเหรอบิว...” โชนเข้าไปใกล้เธอแล้วจงใจยื่นหน้าเข้าไปหา พร้อมกับพูดบอกเธอด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“ฉันจะรู้เหรอ..นี่ชุดนอนของบาสนายเอาไปใส่นอนคืนนี้ละกัน พรึบ...ฉันจะกลับห้องแล้ว เชิญนายตามสบายเลยก็แล้วกัน” บิวก็เอาเสื้อผ้ายื่นใส่หน้าอกของเขาแล้วเธอก็ผลักเขาออกห่าง ก่อนจะรีบถอยหนี
“พรึบ...เดี๋ยวก่อนสิ จะรีบไปไหนล่ะ...อยู่เป็นเพื่อนฉันก่อนสิ หอนี่มันน่ากลัวอ่ะ ฉันไม่อยากอยู่คนเดียว” โชนจับมือเธอรั้งไว้แล้วขอร้องให้เธออยู่เป็นเพื่อนเขา
“ฉันว่าหอนี่มันไม่น่ากลัวเท่ากับนายตอนนี้หรอกโชน...” บิวมองหน้าเขาแล้วพูดในใจอย่างอดไม่ได้ เพราะการกระทำและสายตาบวกกับคำพูดของเขาที่พูดกับเธอมันก็ไว้ใจไม่ได้เลย
ร้านเหล้า....พอทะเลาะกับหยกแล้วออกมาจากหอพักของเธอ คิวก็โทรเรียกเพื่อนๆของเขามาดื่มที่ร้านเหล้า คิวก็ดื่มเอาๆจนเอกและฟาร์มงงว่าเพื่อนเขาไปอารมณ์เสียอะไรมา ถึงได้ดื่มราวกับเหล้าเป็นน้ำเปล่าแบบนี้“แกเป็นอะไรวะไอ้คิว ทำไมแกดื่มเยอะจังวะ ปกติแกไม่ดื่มหนักแบบนี้เลยนะโว้ย” ฟาร์มถามเพื่อน“ก็วันนี้ฉันอยากดื่ม...แม่ง...ไปเจอผู้หญิงน่ารำคาญมาน่ะสิ พูดแล้วก็เจ็บใจ ยังไม่เคยมีใครทำกับฉันแบบนี้มาก่อนเลย” คิวบ่นไปก็ยกเหล้าดื่มแบบรวดเดียวหมดแก้ว“ที่แกบอกว่าไปทำธุระนี่ไปเจอผู้หญิงมาเหรอวะ แล้วผู้หญิงที่ไหนกล้ามาทำให้แกอารมณ์เสียแบบนี้วะ” เอกถามเพื่อนแบบเดาๆ“ก็ยัยเด็กเสิร์ฟที่ร้านสนุกของฉันไงวะ ฉันอุตส่าห์จะเลี้ยงไว้ให้มีชีวิตดีๆสบายๆกลับไม่เอา พูดแล้วก็น่าโมโหจริงๆ” คิวก็บอกเพื่อนไปตรงๆ เพราะเขาอยากระบายความไม่พอใจนี้“นี่แกฟาดเด็กเสิร์ฟคนนั้นไปแล้วเหรอวะ แม่ง...ไอ้นี่กินเงียบเลยนะมึง” เอกก็ทำหน้าอึ้งๆแล้วพูดว่าเพื่อน“นั่นสิวะ แกถึงขั้นยอมเลี้ยงดูแบบนี้คงจะถูกใจมากเลยล่ะสิ หึๆ แต่ทำเขาปฏิเสธแกวะ หรือว่าแกลีลาไม่เด็ดพอวะไอ้คิว เขาเลยไม่สนใจ ฮ่าๆ” ฟาร์มพูดแซวเพื่อนแบบขำๆ“กูกระแทกจนหอยแทบพังเอาอะ
จากนั้นบิวก็ลุกออกไปแล้วดันประตูออกไปคุยโทรศัพท์ด้านนอก“ฮัลโหลแก ว่าไงจ้ะ” บิวรับสายเพื่อนด้วยรอยยิ้มสดใส“ฮือๆ...บิว...แกอยู่ไหน...แกมาหาฉันหน่อยได้ไหม ฉันไม่อยากอยู่คนเดียวอ่ะ อือๆ...” หยกร้องไห้อือขณะบอกเพื่อน เพราะเธอต้องการเพื่อนในเวลานี้“เกิดอะไรขึ้นหยก ไอ้บ้านั่นมันทำอะไรแก” บิวถามเพื่อนแบบร้อนใจขึ้นมาทันที ที่ได้ยินแบบนั้น“มันทำให้ฉันเสียใจอ่ะแก ฮือๆ....แกมาหาฉันได้ไหมบิว ฉันเสียใจอ่ะ...อือๆ...” หยกตอบเพื่อนแล้วร้องไห้โฮใส่แบบทนไม่ไหว“โอเคๆ ฉันจะไปหาแกตอนนี้เลย แกอยู่ที่หอใช่ไหม” บิวก็ถามแบบรนราน และต้องการตำแหน่งที่ชัดเจน“ใช่....ฉันอยู่ที่ห้อง...แกรีบมานะ ฉันต้องการแก” หยกบอกเพื่อนด้วยเสียงเศร้า“โอเคๆ ฉันจะไปเดี๋ยวนี้เลย แกรอฉันแปปนึงนะ เดี๋ยวฉันจะรีบไป...” บิวบอกเพื่อน“อืม ฉันจะรอแกนะบิว...อือๆ...” หยกก็ตอบรับแล้วกดวางสายไปบิวก็รู้สึกใจคอไม่ดีเลย เพราะปกติหยกเป็นคนใจแข็งมาก ถึงขั้นร้องไห้แบบนี้คิวต้องทำอะไรเพื่อนเธอเสียใจแน่ๆ บิวคิดแบบนั้นเธอก็รีบกลับไปด้านในห้องทันที“พรึบ...โชน...ฉันต้องไปหาหยกที่หอตอนนี้เลย ฉันขอยืมรถนายหน่อยสิ” บิวเข้าไปหาโชนแล้วพูดด้วยความร้อนใจ
หยกได้ยินเขาตอบแบบนั้นก็ปวดใจมาก เพราะเธอหวังให้เขาตอบในคำตอบที่เธอต้องการ แต่พอเขาตอบมาแบบนี้มันก็จบแล้ว เธอไม่มีอะไรจะต้องพูดกับเขาอีกแล้ว“งั้นนายก็ออกไปได้แล้ว...และอย่ามายุ่งกับฉันอีก...ไปสิ” หยกก็พูดบอกเขาเสียงดังก็ชี้มือไล่เขาออกไป“แล้วเธอจะเสียใจที่เลือกแบบนี้...” คิวบอกหยกด้วยเสียงทุ่มในลำคอ แล้วเขาก็มองเธอจนขบกรามแน่นเป็นสันนูน จากนั้นเขาก็เดินไปหยิบเสื้อของเขามาสวมใส่แบบลวกๆ แล้วเขาก็เดินออกไปแล้วจากห้องของเธอแล้วปิดประตูเสียงดัง “ปัง!”“ไอ้คนเฮงซวย....อือๆ...” หยกก็ด่าเขาแล้วร้องไห้ออกมาทันที เพราะเธอทนรับความรู้สึกแย่ๆแบบนี้ไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว“ฉันไม่มีค่าพอสำหรับนายเลยสินะ...ฮือๆ...ฉันไม่น่าไปคาดหวังอะไรกับคนเลวๆแบบนายเลยจริงๆ...ไอ้คนเลว...อือๆ....” หยกก็พร่ำบ่นออกมาขณะที่ร้องไห้เสียใจ แล้วเธอก็นั่งลงที่โซฟาอย่างอ่อนแรง แล้วก็เอาหน้าฟุบแล้วร้องไห้แบบนั้นคนเดียวด้านคิวที่ปิดประตูห้องหยกเสียงดังแล้วก็หันไปมองประตูห้องของเธอแบบโกรธๆ ก่อนจะเดินไปที่ลิฟต์ด้วยความหงุดหงิด เพราะแทนที่เธอจะเชื่อฟัง กลับมาต่อต้านเขาจนมันกลายเป็นแบบนี้“อย่าคิดว่าฉันจะง้อเธอนะ ฝันไปเถอะ...สักวันเ
หยกได้ยินแบบนั้นก็คิดว่าเขาจะปฏิเสธซะอีก พอเขาตอบมาแบบนี้มันก็ทำให้เธอไปต่อไม่เป็นเลย นี่เขาหมายความว่าเขาหลงเสน่ห์เธอเข้าแล้วงั้นเหรอเนี่ย จริงดิ หยกพูดในใจก็มองเขาแบบจดจ้อง“อย่ามาพูดแบบนี้นะ...ฉันจะคิดว่านายชอบฉันนะ...” หยกก็พูดเสริมต่อ“ถ้าฉันไม่ชอบเธอ...แล้วฉันจะเสียเงินเพื่อให้ได้ตัวเธอมาทำไมเยอะแยะขนาดนั้นหึ...ฉันไม่เคยทุ่มให้ใครมากเท่าเธอมาก่อนเลยนะรู้ไหม...” คิวก็ตอบไปตรงๆ ก็เพราะเขาชอบเธอนั่นแหละเขาถึงได้ลงทุนกับเธอเยอะขนาดนั้น“ชอบเพราะอยากได้ตัวฉันสินะ...หึ...คนอย่างคุณเคยชอบใครแบบคนรักบ้างไหม ฉันถามจริงๆ” หยกถามเขา เพราะคำตอบของเขามันไม่ทำให้เธอรู้สึกดีเลย เขาก็แค่ชอบเพราะอยากได้เซ็กส์จากเธอ เขาไม่ได้ชอบแบบที่จะพัฒนาไปมากกว่านี้ได้“เคย แต่เขาไม่ได้ชอบฉัน เขาชอบคนอื่น...” พอโดนถามแบบนั้นคิวก็นิ่งไป ก่อนจะตอบเธอ เพราะมันทำให้เขานึกถึงอันนาขึ้นมาทันที“อย่าบอกนะว่าผู้หญิงที่คุณชอบ เขาไปชอบโชนน่ะ...” หยกได้ยินเขาตอบแบบนั้นก็ถามเขาทันที เพราะเธอได้ยินเรื่องที่เขาชอบผู้หญิงคนเดียวกันกับโชนจนเลิกคบกันไปและไม่ถูกกันตั้งแต่นั้นมา“หึ เธอเดาเก่งดีนิ...มันเดาง่ายขนาดนั้นเหรอ” คิวก็
ส่วนหยกที่นอนอยู่ก็ลืมตาตื่นขึ้นมาแบบงัวเงียเพราะได้ยินเสียงเคาะประตูดัง เธอก็เห็นคิวเดินไปที่ประตูเธอก็คิดว่าเธอน่าจะหูแว่วไปเองก็หลับตานอนต่อแบบชิวๆ “แกร๊ก!...” คิวเปิดประตูแล้วเขาก็เห็นผู้ชายหน้าตาดียืนอยู่ตรงหน้า “พี่หยกผมเอา....อ่าว...แล้วนี่ใครล่ะเนี่ย ผมก็ไม่ได้มาห้องผิดนิ” บาสเงยหน้าพูดแล้วก็หยุดชะงักไปเมื่อเห็นผู้ชายมาเปิดประตู เขาก็แลมองที่เลขห้องเขาก็มาถูกห้องแล้วนิ “อย่าบอกนะว่านี่คือแฟนของพี่หยกน่ะ” บาสคิดในใจแล้วมองหน้าอกของชายตรงหน้ามีรอยจ้ำแดงๆลามไปถึงคอก็เดาได้เลยว่าผู้ชายคนนี้น่าจะเป็นแฟนของหยก จะใช่คนที่เขารับสายตอนนั้นไหมนะ ด้านหยกที่นอนอยู่พอได้ยินแบบนั้นก็ลืมตาตื่นอีกครั้งแบบตกใจ ก่อนจะมองไปที่ประตูแต่ก็เห็นแค่แผ่นหลังของคิวที่ทันบังอยู่เต็มหน้าประตู แต่เธอพอได้ยินเสียงของบาสใจเธอมันก็หล่นวูบเลย นี่บาสมันจะมาไม่ได้จังหวะอะไรขนาดนี้เนี่ย “ตายๆแน่ๆ ไอ้บ้าคิวมันจะหาเรื่องบาสไหมเนี่ย” หยกคิดไปก็รีบดึงผ้าห่มมาแล้วพยายามลุกไปแบบปวดเมื่อยตัวสุดๆ เพราะกลัวว่าคิวจะหาเรื่องบาส เธอก็รีบลุกไปดึงเสื้อคลุมมาสวมใส่แบบเร่งรีบ ส่วนคิวก็มองหน้าเด็กหนุ่มแบบดุดัน เพราะมั
“คะ? ไปทำงานกับพี่ทอยเหรอคะ งานอะไรคะ หนูบอกไว้ก่อนนะคะว่าหนูไม่ได้ขายตัวนะคะพี่” เซย่าก็ทำหน้างงๆ ก็รีบถามเขาทันที นี่เขาจะใจดีให้งานเธอจริงๆเหรอ “จะบ้าหรือไง....คิดไปไกลแล้วนะเธอเนี่ย ฉันไม่ได้จะซื้อตัวเธอสักหน่อย แบบเธอน่ะไม่ใช่สเปคฉันเลย ฉันจะเอามาทำห่าพระแสงอะไรล่ะ” ทอยเจอเดกสาวพูดแบบนั้นกหน้าแดง ก็รีบปฏิเสธไป เพราะเขาไม่ได้คิดแบบนั้นกับเธอสักหน่อย “ก็อยู่ๆพี่ก็ชวนหนูแบบนั้น ในหัวหนูมันก็คิดดีไม่ได้เลยน่ะสิคะ ถ้าพี่ไม่ได้คิดแบบนั้นก็แล้วไปค่ะ แล้วพี่จะให้หนูไปทำงานอะไรกับพี่เหรอคะ” เซย่าก็ทำหน้าโล่งใจกับคำตอบของเขา “งานที่อู่รถของฉันกับไอ้โชนน่ะ....ตอนนี้ฉันกำลังขาดคนตรวจสอบรายการของในร้านพอดี เธอก็ไปทำหลังเลิกเรียนวันละ 2ชั่วโมง และก็ทุกวันเสาร์ก็แล้วกัน...ฉันให้เดือนละหมื่น” ทอยบอกไป เพราะเห็นเธอกำลังหาเงินจ่ายค่าเทอม แล้วเด็กมันก็น่าสงสารเขาเลยอยากจะช่วย เซย่าได้ยินแบบนั้นก็ดีใจมาก เพราะเดือนล่ะหมื่นเลยนะ นอกจากเธอจะเก็บเงินไปจ่ายค่าเทอมได้แล้ว เธอยังเหลือสำหรับใช้จ่ายอื่นๆอีก เขาใจดีกับเธอมากจริงๆ “จริงเหรอคะพี่ทอย...พี่จะให้หนูทำงานที่อู่ของพี่จริงๆเหรอคะ” เซ







