Share

บทที่ 9

Penulis: Phat_sara
last update Tanggal publikasi: 2025-05-04 16:35:49

ตอนนี้นับเงินเด็กนักศึกษาปี 3 มหาวิทยาลัยรัฐบาลแห่งหนึ่งได้พาตัวเองในชุดนักศึกษาปกติบ้าน ๆ เสื้อพอดีตัวกับกระโปรงทรงเอยาวระดับเข่าและคัทชูสีดำมาหยุดอยู่หน้าตึกสำนักงานใหญ่ของโรงแรมหรูที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศ ยืนตรงนี้ฉันเหมือนมดตัวเล็กกระจี๊ดริ๊ดไม่มีผิด

“เฮ้อ! ใครจะบ้าให้เด็กนักศึกษาเข้าไปสัมภาษณ์แบบไม่มีปี่มีขลุ่ยวะ” ฉันถอนหายใจออกมา ความหวังริบหรี่ค่ะ ถึงจะรู้ว่าต้องมาสัมภาษณ์ใครแต่ความตื่นเต้นตรงนั้นมันหายไปแล้วเพราะรู้ดีว่าการเข้าไปขอสัมภาษณ์มันยากกว่า

“ติดต่ออะไรคะ” เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ด้านหน้าถามฉันด้วยรอยยิ้ม สูดลมหายใจเข้าลึกๆ นับเงิน

“สวัสดีค่ะ คือหนู...” ฉันแจ้งรายละเอียดให้พี่ประชาสัมพันธ์คนสวยฟังซึ่งมันดีมากที่พี่เขารับฟังฉันด้วยรอยยิ้ม ไม่มีอาการเหวี่ยงเพราะฉันไม่ใช่ลูกค้าของบริษัท

“พี่ไม่แน่ใจนะคะว่าท่านประธานจะสะดวกให้สัมภาษณ์รึเปล่า” พี่เขาตอบกลับมาด้วยรอยยิ้มที่แสดงความเห็นใจ หนูรู้ค่ะพี่ หนูรู้อยู่แล้ว

“หนูรู้ค่ะพี่ อาจารย์โยนงานยากให้จริง ๆ ค่ะ” ฉันบอกพี่เขาด้วยน้ำเสียงเศร้า เอา F หรือ D ไปกินเถอะนะนับเงิน

“แต่ยังไงน้องลองขึ้นไปยื่นเอกสารที่เลขาท่านประธานก่อนเนอะ ไหน ๆ ก็มาแล้ว ที่นี่มีกฎว่าถ้าต้องการพบท่านประธานให้ยื่นเอกสารหรือติดต่อผ่านเลขาได้โดยตรงอยู่แล้ว” พี่เขาส่งยิ้มให้ฉันเพื่อให้กำลังใจ พี่เขาใจดีเหมือนนางฟ้าเลย ถึงความหวังมันจะริบหรี่ไม่มีแสงที่ปลายอุโมงค์แต่ก็ยังพอมีแสงเทียนเล็ก ๆ ระหว่างทางอยู่บ้าง

“จริงเหรอคะพี่” ฉันถามด้วยความดีใจ อย่างน้อยถึงไม่ได้สัมภาษณ์ฉันก็พอเอาหลักฐานไปบอกอาจารย์ได้บ้างว่าฉันได้พยายามเต็มที่แล้ว

“ค่ะ เดี๋ยวน้องแลกบัตรแล้วขึ้นลิฟต์ไปชั้น 34 แล้วก็ยื่นเอกสารไว้ที่เลขาหน้าห้องท่านนะคะ” พี่เขาใจดีแนะนำดีมาก พนักงานช่างแตกต่างจากเจ้าของบริษัทเหมือนหน้าผากตรงไรผมกับตาตุ่มด้าน ๆ เลยค่ะ

ฉันเดินตัวเกร็งขึ้นมาที่ชั้น 34 ทั้งชั้นตกแต่งหรูหรามากแต่ก็ค่อนข้างเงียบ สมกับเป็นโซนผู้บริหารจริง ๆ ขอไปยื่นเอกสารแล้วก็ขอเลขาถ่ายรูปเป็นหลักฐานเอาไปให้อาจารย์ดูก็พอค่ะ ให้อาจารย์รู้ว่าพยายามแล้วแต่เขาไม่ให้เข้าพบจากนั้นก็ขอเปลี่ยนไปสัมภาษณ์คนอื่นแทน

“สวัสดีค่ะ” ฉันยกมือไหว้ผู้หญิงที่เป็นเลขาหน้าห้อง สวยมาก แต่งหน้าก็สวย แต่ติดตรงที่ปากแดงไปหน่อยนะ ซึ่งคุณเลขาคนสวยก็ปรายตาฉันมามองฉันแล้วก็มองสำรวจฉันด้วยท่าทางไม่ค่อยเป็นมิตร

“มีอะไร” น้ำเสียงเหวี่ยงฟาดใส่หน้าฉันโดยที่ฉันไม่รู้สาเหตุ ทำเอาฉันเริ่มทำตัวไม่ถูก

“คือฉันมายื่นเอกสารขอสัมภาษณ์คุณครินทร์ค่ะ” ฉันตอบเธอไป พยายามไม่ใส่ใจกับน้ำเสียงนั้นแล้วก็ยื่นซองเอกสารไปให้

“เอากลับไปเถอะท่านไม่ได้มีเวลาว่างมานั่งให้นักศึกษาสัมภาษณ์เล่นหรอกนะแค่คนเดียวก็มากพอแล้ว!” ผู้หญิงคนนั้นใช้ปลายนิ้วเขี่ยซองเอกสารเบา ๆ เหมือนมันมีเชื้อโรคให้เลื่อนกลับมาทางฉัน เฮ๊ย! กับคนที่เพิ่งเห็นหน้ากันทำแบบนี้มันเกินไปรึเปล่า

“พี่คะ หนูแค่มายื่นเอกสารเองนะคะ ประธานบริษัทพี่เขาไม่ว่างหนูก็เข้าใจค่ะ แต่หนูแค่อยากยื่นมันไว้ ไม่เห็นต้องทำท่าทางแบบนี้ใส่กันเลย” ฉันพูดกลับไปอย่างเหลืออด คนเหมือนกันนะเว๊ย!

“ก็รู้นี่ว่าท่านไม่ว่างแล้วจะมาทำไมยะ หรือหวังอะไร” ยัยเลขาปากแดงคนนี้พูดจาได้น่าเกลียดที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมาเลยค่ะ คนเป็นเลขากล้าพูดกับคนที่มาติดต่อด้วยคำพูดแบบนี้คงไม่ใช่แค่เลขาธรรมดาสินะ

“คุณเลขาคะ” ฉันพยายามสงบสติอารมณ์กับคำพูดน่าเกลียดของผู้หญิงคนนี้ แต่ก็ทำได้แค่พูดออกไปเท่านั้น เพราะคำอื่นมันโดนใจที่กำลังเดือดของฉันกดลงไปหมดแล้ว

“มีอะไรกันคะ” ฉันกำลังยืนจ้องตากับเลขาคนนี้ก็มีเสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นพอหันไปก็แทบตะลึงเพราะเธอสวยมาก นอกจากความสวยแล้วความเซ็กซี่ของเธอมันก็พุ่งออกมาจนฉันที่เป็นผู้หญิงด้วยกันยังไม่อยากละสายตาไปจากเธอ

“ไม่มีอะไรค่ะ” ยัยเลขาหน้าห้องตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเบา แต่ฉันสัมผัสได้ว่าเธอดูไม่ค่อยอยากจะตอบผู้หญิงคนนี้เท่าไหร่ ส่วนคนสวยที่มาใหม่ก็มองฉันแล้วก็ส่งยิ้มสวย ๆ กลับมาให้

“ไม่มีได้ไงคะ เมื่อกี้ฉันได้ยินคุณเลขาพูดจิกน้องคนนี้อยู่เลย จะตอบดี ๆ หรืออยากลองดีกับฉันคะ” เธอหันไปพูดกับยัยเลขาเสียงเย็นซึ่งยัยเลขาก็ดูจะไม่พอใจแต่ก็ไม่กล้าพูดอะไรโต้ตอบ

“เด็กคนนี้มาขอสัมภาษณ์ท่านประธานค่ะ แต่ท่านไม่ว่างก็เลยให้กลับ...ค่ะ”

“แล้วท่านประธานของคุณกำลังทำอะไรอยู่คะ” พี่คนสวยโคตรเซ็กซี่เอียงคอถาม

“วันนี้มีนักศึกษามาขอสัมภาษณ์แล้วค่ะ กำลังสัมภาษณ์อยู่” ยัยเลขาตอบมาแบบไม่พอใจ อ้าวก็ให้สัมภาษณ์นี่แล้วทำไมกับฉันถึงไม่แม้แต่จะรับเรื่อง!

“ก็ว่างให้นักศึกษาสัมภาษณ์อยู่ไม่ใช่เหรอคะคุณเลขา”

“ก็สัมภาษณ์ไปหนึ่งคนแล้วนี่คะ ท่านไม่ได้ว่างมาก” ยัยเลขาบอกด้วยน้ำเสียงไม่พอใจแต่ดูจะไม่ค่อยกล้ากับพี่คนสวยคนนี้เท่าไหร่ เธอเป็นใครกันนะ

“น้องคะ คุณเลขาบอกน้องว่ายังไงคะ” พี่คนสวยไม่สนใจคำตอบของยัยเลขาแต่หันมาถามฉันแทน ฉันเลยอ้ำอึ้งไม่กล้าพูด

“พูดมาเถอะค่ะ ไม่มีใครทำอะไรน้องหรอก” พี่เขายิ้มให้ฉัน แสดงว่าพี่เขาต้องเจ๋งพอตัวถึงได้กล้าขนาดนี้ หรือว่าจะเป็น...

“คุณเลขาให้กลับไปค่ะ ไม่ให้ยื่นเอกสารเอาไว้” ฉันตอบเสียงเบาแล้วก็ไม่กล้าสบตากับเธอ สวยขนาดนี้กล้าเชือดเลขาหน้าห้องท่านประธานขนาดนี้จะเป็นใครไปได้ล่ะถ้าไม่ใช่คนสำคัญของเจ้าของบริษัท

“คุณเลขานี่ทำงานดีเสมอต้นเสมอปลายจริง ๆ นะคะ เห็นคนสวยหน่อยก็ไม่ให้เข้าพบท่านประธาน” เธอหันไปพูดกับยัยเลขาด้วยน้ำเสียงสดใส แต่ฟังแล้วเหวอแทนยัยเลขาจริง ๆ

“น้องไปนั่งรอตรงนี้กับพี่นะคะ เดี๋ยวคนที่สัมภาษณ์เขาออกมาพี่จะพาเข้าไปขอสัมภาษณ์เอง” เธอหันมาจับข้อมือฉันดึงไปนั่งที่โซฟาตรงโถงหน้าห้องในทันทีที่พูดจบจนฉันตกใจเกร็งไปทั้งตัว

“เอ่อ...ขอบคุณนะคะ แต่ถ้าท่านประธานเขาไม่ว่างฉันไม่รบกวนดีกว่าค่ะ แค่มีหลักฐานว่ามายื่นเรื่องเอาไว้แล้วอาจารย์ก็ไม่ว่าอะไร” ฉันบอกเธอหลังจากที่เรานั่งลงที่โซฟาเรียบร้อยแล้ว ความจริงแล้วฉันแค่จะมาเอาหลักฐานแล้วหาเรื่องเปลี่ยนคนไม่ได้อยากเข้าไปสัมภาษณ์เขาจริง ๆ สักหน่อย

“ได้ไง มาถึงที่แล้วนะจ้ะ ไม่ต้องเกร็งหรอก ประธานบริษัทนี้ใจดีมากเชื่อพี่” เธอยิ้มเอ็นดูฉันแล้วก็หยิบโทรศัพท์มาเล่น ฉันเลยต้องนั่งเกร็งใจสั่นระรัวต่อไป

แอด~

เสียงประตูห้องทำงานใหญ่ดังขึ้นทำให้ฉันและผู้หญิงคนนั้นหันไปมองแล้วก็เห็นนักศึกษาคนหนึ่งเดินออกมาพร้อมกับผู้ชายคนหนึ่งที่ใส่ชุดสูทดูภูมิฐานมาก ๆ ผู้ชายที่ทำให้ใจฉันตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ผู้ชายที่โคตรไม่อยากเห็นหน้า ฉันหันไปมองแค่เสี้ยววินาทีก็รีบหันหน้ากลับเลย

“พี่คริช สวัสดีค่ะ” ผู้หญิงคนนั้นยืนขึ้นแล้วก็เดินไปทักทายเขาส่วนฉันก็ยังนั่งอยู่ที่เดิมเพราะยังทำใจไม่ได้ แถมยังก้มหน้าเล็บมือเล็บเท้าจิกเกร็งไปหมด

“อ้าวขนม มาได้ไงครับ”

“พี่วินมาคุยกับลูกค้าแถวนี้ค่ะขนมก็เลยแวะมารอพี่วินที่นี่ ขี้เกียจไปนั่งกร่อยอยู่คนเดียวเลยว่าจะมาชวนพี่คริชไปเป็นเจ้ามือเลี้ยงข้าว” เสียงหวานเซ็กซี่พูดรัวได้อย่างเป็นธรรมชาติ เธอดูเซ็กซี่แต่กลับมีความน่ารักได้อย่างลงตัวที่สุด

“อ้าวเหรอ งั้นไปทานพร้อมกันเลยพี่กำลังจะไปทานข้าวเที่ยงพอดี”

“ไม่เป็นไรดีกว่าค่ะ ท่าทางพี่คริชจะมีนัดแล้ว อิอิ” พี่เขาพูดออกมาแล้วก็ทำน้ำเสียงล้อนิดหน่อยหรือว่าเธอจะไม่ใช่แฟนของเขางั้นเหรอ

“อ้อขนมคุยเพลินเลย พอดีมีน้องนักศึกษามาขอสัมภาษณ์พี่คริชน่ะค่ะ นั่งรอสักพักแล้ว น้องคะ” พี่เขาบอกผู้ชายคนนั้นแล้วก็เรียกฉันที่นั่งหันหลังอยู่จนฉันสะดุ้งตัว ต้องเจอหน้ากันอีกครั้งแล้วสินะ...

ฉันลุกขึ้นยืนแล้วก็สูดลมหายใจช้า ๆ ก่อนที่จะหันไปมองหน้าเขา

“สวัสดีค่ะ” ฉันเดินไปหยุดอยู่ใกล้พี่คนสวยคนนั้นแล้วก็ยกมือไหว้เขา พยายามทำตัวให้ปกติทำให้เหมือนเราไม่เคยรู้จักกัน พอมองเขาฉันก็เห็นเขามองฉันไม่วางตาอยู่ก่อนแล้วด้วยแววตาที่ฉันไม่เข้าใจว่ามันหมายความว่ายังไง

...อึดอัดเป็นบ้า อยากหายไปจากตรงนี้ที่สุด

“เพื่อนคณะเดียวกันกับซิลเวียร์เองค่ะ” เสียงนักศึกษาที่ยืนข้างเขาดังขึ้นเมื่อกี้ฉันรีบหันกลับเลยไม่ทันได้มองว่านักศึกษาคนนั้นเป็นใครแต่ตอนนี้เห็นชัดแล้ว ซิลเวียร์ดาวคณะที่ชอบพูดจากระแนะกระแหนฉันเป็นประจำ ทำไมเจอแต่เจ้ากรรมนายเวรวะนับเงินเอ๊ย ต้องทำบุญด้วยโลงศพกี่ร้อยโลงถึงจะหลุดพ้น -_-

“อ้อเหรอครับ” เขาหันไปมองหน้าซิลเวียร์แล้วก็ยิ้มรับเหมือนเป็นเรื่องทั่วไป

“พี่คริชสะดวกให้น้องเขาสัมภาษณ์ไหมคะ วันหลังก็ได้” พี่คนสวยที่อีตาคุณคริชเรียกว่าขนม และฉันขอเรียกพี่เขาว่าพี่ขนมเลยแล้วกันนะคะ ถามอีตานั่นต่อเพื่อช่วยฉัน

“จะสัมภาษณ์เหรอ” เขาพูดลอย ๆ ขึ้นมา แต่คำนี้ก็คงถามฉันสินะ

“ค่ะ” ฉันตอบเบา ๆ พยายามไม่ไปสบตาเขาให้มันมากนัก เดี๋ยวความเกลียดที่มีจะพุ่งชนเขาได้

“มีสคลิปหรือหัวข้อมารึเปล่า” น้ำเสียงเย็นชาถามกลับมาอีกครั้ง

“มีค่ะ”

“อืม” เขาอืมสั้น ๆ แค่นั้น

“วันนี้พี่ไม่ว่างครับตอนบ่ายมีประชุม ให้น้องเขามาพรุ่งนี้แล้วกันนะขนม” ฉันยืนอยู่ตรงนี้ก็ควรบอกฉันเลยไหมแต่กลับบอกพี่ขนมแทน เหอะ! ไอ้เฮงซวย ไอ้ฟันแล้วทิ้ง ไอ้คนตอแหลว่านกเขาไม่ขัน!

“ขอบคุณแทนน้องด้วยนะคะพี่คริช กี่โมงดีคะ” พี่ขนมยิ้มแฉ่งใส่อีตานั่นแถมยังถามเวลาให้เสร็จสรรพ

“เช้าแล้วกัน มาถึงก็นั่งรอหน้าห้อง” เขาพูดเสียงขรึมพร้อมกับปรายตามองฉัน เหอะ! พูดกับฉันสินะ

“พี่ไปก่อนนะขนม เราไปทานข้าวกันดีกว่าครับซิลเวียร์” เขาบอกลาพี่ขนมแล้วก็หันไปพูดเสียงหวานกับซิลเวียร์แล้วก็พากันเดินผ่านหน้าฉันไปทำเหมือนฉันไม่มีตัวตน...

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์   บทที่ 121

    “อ๋อ สินสอดไงครับ”“อ้าว พี่คริชไม่เอาไปเก็บเหรอคะ”“เก็บทำไมไม่ใช่ของพี่ สินสอดหนูก็ต้องให้หนูเก็บสิครับ คนของคุณแม่ที่ดูแลสินสอดในงานเขายกเข้ามาให้”“ของนับอะไรคะของพี่คริชต่างหาก รีบเก็บเลยค่ะมันอันตราย” ฉันรีบบอกพี่เขาที่เอาแต่พูดเล่น ถ้าบอกว่าเป็นกระเป๋าสินสอดฉันก็อยากให้รีบเก็บในที่ปลอดภัย คือ

  • So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์   บทที่ 120

    “ยังไม่เคยทำได้สักครั้งเลยนะคะพี่คริช นับกินยาคุมดีกว่าค่ะ แล้วนั่นถุงอะไรคะถุงร้านขายยารึเปล่าทำไมมันใบใหญ่จังเลย” ฉันเพิ่งสังเกตเห็นถุงที่พี่คริชวางไว้ที่โต๊ะ ถุงจากร้านขายยาแต่ใบใหญ่ ไม่รู้พี่คริชเป็นอะไรรึเปล่า“อ๋อ ถุงของใช้ส่วนตัวพี่ หนูอยากดูไหม” พี่คริชยิ้มแล้วก็ยื่นถุงร้านขายยามาให้ฉัน ของใ

  • So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์   บทที่ 119

    ​“ว่าไงครับ แต่งงานกับพี่ได้ไหม เราแต่งงานกันนะ” พี่คริชกอดฉันพร้อมกับจูบที่ผมแล้วก็พูดออกมา น้ำเสียงของเขามันมีแต่ความอบอุ่น ฉันอุ่นใจทุกครั้งที่ได้ยิน เฮียเร่งให้ตอบน้องก็อยากตอบ อยากตอบตั้งแต่เฮียพูดคำแรกแล้วแต่มันมัวแต่ตะลึงตื่นเต้นดีใจร้องไห้น้ำตาไหลพรากเลยไม่ทันได้ตอบไงคะ“แต่งค่ะ นับจะแต่งงาน

  • So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์   บทที่ 118

    หมับ!“ไม่ต้องกิน” พี่คริชคว้าข้อมือฉันที่กำลังจะลุกวิ่งเอาไว้พร้อมกับพูดเสียงแข็ง“คะ?” พูดมาว่า ไม่ต้องกิน แสดงว่าพี่เขาเข้าใจสินะว่าฉันหมายถึงอะไร“พี่บอกว่าไม่ต้องกินไงครับ ห้ามกินพี่ไม่ให้หนูกิน”“กินฉุกเฉินแค่วันนี้แล้วค่อยกินแบบปกติค่ะ ไม่ได้กินยาคุมฉุกเฉินมานานแล้วไม่อันตรายหรอกนะคะ” ลืมไปค่

  • So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์   บทที่ 117

    ไม่อยากจะบอกแต่ก็ต้องบอกว่าสาว ๆ ที่นี่จ้องพี่คริชตาเป็นมันกันทั้งนั้น ซึ่งมันก็เรื่องปกตินะคะไม่มองสิแปลกผู้ชายของนับเงินหล่อลากไส้ หล่อระทดนกเขาระทวยขนาดนี้ ฮ่า ๆๆ“คริช~ ไม่เจอกันนานเลยนะคะ นีน่าคิดถึงจังเลย” นั่งสวีทกันได้สักพักก็มีผู้หญิงที่ไหนไม่รู้ใส่ชุดเดรสสีแดงเพลิงเดินเข้ามาทักพี่คริช อื้อ

  • So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์   บทที่ 116

    “เลิกหื่นก่อนค่ะ หิวรึยังคะ” ฉันดุเบา ๆ แล้วก็ถามพี่คริชที่กำลังเอามือมาปัดปอยผมให้ฉัน“หิวแล้วครับ แต่ที่จริงขอไข่ลวกสัก 10 ฟองกับนมสัก 2 ก็น่าจะพอนะ” พี่คริชบอกแล้วก็ลดสายตาลงมองหน้าอกของฉัน“พี่คริช!”“ฮ่า ๆๆ ไม่เขินสิที่รัก มา ๆ มาให้ผัวโอ๋เร็ว” พี่คริชหัวเราะอารมณ์ดีแล้วก็ดึงฉันไปกอด นึกว่าจะจบ

  • So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์   บทที่ 108

    “ครับ พี่เข้าใจ ไอ้อาร์ตมันไม่โดนจับเข้าคุกหรอก พี่เอามันมาจัดการแล้วก็ปล่อยมันไปแล้วล่ะ”“จัดการ?...จัดการยังไงคะ” พอได้ยินว่าพี่คริชจัดการเองฉันเลยถามด้วยความรู้สึกที่เริ่มสยอง“ทีแรกแค่จะเอามาบีบไข่ให้ช้ำในแล้วส่งตำรวจ แต่พอเห็นหน้ามันแล้วพี่โมโหมันเอาแต่เพ้อว่าทำแบบนี้เพราะหนูเข้ามาในชีวิตพี่เอง

  • So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์   บทที่ 107

    “เฮ้อ! เด็กดื้อ” พี่คริชถอนหายใจออกมาแล้วก็พูดเสียงดุ“เข็ดไหม” สายตาพี่เขาลดความเย็นชาลง พอดุด้วยคำว่าเด็กดื้อ อยู่ดี ๆ ใจฉันก็เริ่มเต้นแรงอีกครั้ง รู้สึกเหมือนมองเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์“เข็ดค่ะ” ฉันตอบเบา ๆ“ดีไม่โดนแทงไส้แตก”“ค่ะ แต่หน้าคงเสียโฉม”“ไม่เสียหรอกมีรอยมีดกรีด 2 รอย ลึกหนึ่งกับไม

  • So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์   บทที่ 105

    เกิดมาอีแมนนี่ไม่เคยตอแหลอะไรแบบนี้เลยค่ะ แต่เพราะรักและหวังดีอยากให้ลูกสาวโตขึ้นเลยต้องยอมมุสา ทั้งที่ความจริงพี่คริชมานอนหลับเฝ้าอยู่หน้าห้องปลอดเชื้อทุกคืน เพิ่งมีวันนี้แหละที่ยังไม่ได้มาเยี่ยมเพราะเฮียแกเล่นไม่เข้าบริษัทเลยตลอด 4 วัน ทั้งจัดการอีอาร์ตี้ทั้งมาเฝ้าเมีย เอกสารสำคัญที่รอท่านประธานเซ

  • So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์   บทที่ 104

    “คุณแม่ขา แล้วที่พี่คริชเคยบอกหนมว่าจะตัดไข่ที่อาร์ตไม่อยากใช้ล่ะคะ ตัดรึเปล่า” ขนมแย้มถามคุณแม่พร้อมหน้าสยอง ๆ“พี่ผัวหล่อนนะยะ ทำไมไม่ถามเอง”“หนมไม่กล้านี่คะ”“ไม่ตัด” พอคุณแม่บอกไปขนมก็ทำหน้าโล่งใจ คนอื่นก็ด้วย คงสงสารอีอาร์ตี้เพราะแค่ข้างหลังก็น่ากลัวสุดๆ ทำเอาใจตุ๊ดกับชะนีเสียไปเลย“แต่เอาแลคซ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status