Masukงานแต่งงานของทายาทมาเฟียทั้งสองตระกูลถูกจัดขึ้นอย่างอลังการในโรงแรมห้าดาวชื่อดัง เจ้าบ่าวสั่งให้เนรมิตห้องจัดเลี้ยงเป็นสวนสวรรค์ตกแต่งด้วยดอกไม้สีขาวนานาชนิดส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วงานแขกผู้มีเกียรติมองเจ้าสาวในชุดเกาะอกผ้าลูกไม้ฝรั่งเศสสีขาวงาช้างยืนตัดเค้กเคียงข้างเจ้าบ่าวในชุดสูทสีน้ำตาลอ่อนช่างดูเหมาะสมราวเจ้าหญิงเจ้าชายก็ไม่ปานเจ้าบ่าวเจ้าสาวจูบกันดูดดื่มเมื่อตัดเค้กเสร็จ แสงแฟลชจากกล้องราคาแพงสว่างวาบทั่วบริเวณ ก่อนพิธีการบนเวทีจะสิ้นสุดลงเมื่อถึงเวลาอันเหมาะสมในห้องหอที่ถูกจัดเตรียมไว้เหลือเพียงเจ้าบ่าวเจ้าสาวป้ายแดงเมื่อพิธีส่งตัวจบลง เอเดนรั้งเอวบางเข้าหา มือประคองกรอบหน้าแล้วโน้มลงละเลียดจูบด้วยสัมผัสลึกซึ้งแสนหวานทำคนตัวบางสั่นเทา“ที่รัก คืนนี้เราเป็นของกันและกันอย่างสมบูรณ์แล้วนะครับ”“ค่ะ”สิ้นสุดเสียงตอบรับแผ่วเบา ชุดแต่งงานบานฟูฟ่องก็ถูกถอดลงกองแทบเท้า เขาช้อนอุ้มเธอขึ้นไปนอนบนเตียงกว้างที่โรยด้วยกลีบกุหลาบสีแดง กวาดตามองเรือนร่างเปลือยเปล่าแล้วลุกขึ้นยืนถอดเสื้อผ้าของตนออกจากกายทีละชิ้นอย่างช้า ๆพริ้มพราวมองเสื้อสูทที่ถูกถอดทิ้งลงบนพื้น เบนสายตากลับมามองคนตัวโตที่ค่อ
อาชวินจับมือพารจเลขเข้ามาเดินเล่นในสวนสาธารณะใจกลางกรุงเทพฯ ที่ประดับไฟสวยงามตลอดคืน“พี่วิน นึกยังไงถึงพารจมาที่นี่”ร่างบอบบางเดินตามอยู่ก้าวหนึ่ง มองมือที่จับกันก่อนเงยขึ้นมองแผ่นหลังกว้างที่เธอสวมกอดมานับครั้งไม่ถ้วน“มันเงียบสงบดี ไฟก็สวย รจชอบไหม”“ชอบค่ะ แต่นี่ก็ดึกแล้วนะคะ ไม่เห็นมีใครมาเดินเล่นอย่างเราเลย รจว่าเรากลับกันเถอะ”“เดี๋ยวสิ จะรีบกลับไปไหนล่ะ อยู่กับพี่ก่อน”คนตัวโตหมุนกายกลับมาหา มองเธอด้วยแววตาอ่านไม่ออก รู้แค่ว่ามันทำเธอรู้สึกวูบวาบไปทั้งร่าง“เอ่อ ค่ะ”“รจลาออกจากบริษัทพราวได้ไหม”“ให้ลาออกแล้วรจจะไปทำอะไรล่ะคะ งานสมัยนี้หายากจะตาย”“ก็มาทำงานกับพี่ไง เป็นเลขาพี่แทน”“ไม่เอาหรอกค่ะ เจอหน้ากันทุกวัน เบื่อขี้หน้าพี่แย่”“นี่เธอกล้าเบื่อหน้าพี่เหรอ รจเลข”อาชวินชี้หน้ารจเลข มุมปากยกยิ้มชอบใจในความดื้อรั้นปากร้ายของอดีตคู่กัด อยากเปลี่ยนสถานะจนแทบทนไม่ไหว อุตส่าห์วางแผนให้เธอมาทำงานใกล้ตัวเพื่อที่เธอจะได้ไม่สามารถหนีเขาไปไหนได้อีกแท้ ๆ แต่คนตัวบางกลับไม่ได้ควบคุมง่ายอย่างนั้น“ค่ะ เบื่อ แล้วถ้ารจไปเป็นเลขาพี่ เกิดพี่เอาสาว ๆ มาที่บริษัท รจทำสาว ๆ พี่กระเจิงจะว่ายัง
“คุณพาฉันมาที่นี่ทำไมคะ”อินทิราเอ่ยถามขึ้นเมื่อแอนดริวเดินจับมือพาเธอเข้ามานั่งข้างกันที่เก้าอี้ในสวนริมแม่น้ำ“แค่อยากพาคุณมานั่งชมวิว ที่นี่บรรยากาศดีนะครับ”ดึกแล้ว บรรยากาศรอบกายจึงหนาวเย็นกว่าปกติ แอนดริวจึงถอดเสื้อสูทคลุมทับไหล่บอบบางให้“บรรยากาศดีจริงด้วยค่ะ”“หนาวไหมครับ”“ไม่หนาวแล้วค่ะ คุณให้เสื้อฉันมาแล้วนี่”“แต่ผมหนาวจัง”“งั้นเอาเสื้อคืนไปสิคะ”อินทิราจะถอดเสื้อสูทคืนให้ แต่แอนดริวกลับยกร่างบางขึ้นมานั่งตักแล้วกอดเธอแน่น ๆ แทน“คุณแอนดริว เดี๋ยวใครเห็น ที่นี่ที่สาธารณะนะ”“ก็ไม่ได้จะทำอะไรนี่ครับ แค่นั่งตักเอง ผมหนาว ขอกอดคุณให้อุ่นหน่อยสิ”“ฉันว่าคุณจะเจ้าเล่ห์เกินไปแล้วนะคะ”คนตัวบางตวัดสายตาค้อนขวับอย่างไม่จริงจังนัก แอนดริวหัวเราะเบา ๆ ก่อนรั้งคางเรียวให้หันกลับมาหา“พอพี่ชายใกล้จะแต่งงาน ผมก็เริ่มอยากแต่งบ้างแล้วสิ”“แล้วมาบอกฉันทำไมคะ อยากแต่งก็ให้พ่อคุณหาภรรยาให้แบบพี่ชายคุณสิ”“แน่ใจหรือครับที่อยากให้ผมทำอย่างนั้น”อินทิราเม้มปาก สะบัดหน้าหนี แอนดริวจึงได้โอกาสไต่จูบแผ่วเบาบนซอกคออย่างต้องการหยอกเย้า เธอยันอกแกร่งแล้วเอนกายหนี แต่เขากลับรั้งต้นคอเล็กเข้ามารับจู
มือใหญ่กุมมือเล็กเดินเข้ามาจนถึงโต๊ะตัวที่เพื่อนนั่งอยู่ ก่อนอาชวินจะยกมือเกาท้ายทอยด้วยความเขินที่ทุกสายตาจับจ้องมายังเขาเขม็ง“มองอะไรกันขนาดนั้นเล่า”“นี่มันอะไร แกกับรจ อย่าบอกนะว่าแกสองคนเป็นแฟนกัน” อินทิราเป็นฝ่ายซักฟอก“อือ ที่จริงก็คบกันมาได้สักพักแล้ว”“สถานะแฟน?” อินทิราเลิกคิ้วถาม“จริง ๆ ก็ยังไม่เคยคุยกันเรื่องสถานะ”“เฮ้ย ได้ไงวิน ตอนไหน ทำไมฉันไม่รู้ ยัยรจทำงานอยู่กับฉันทุกวันก็ไม่เคยเห็นพิรุธ รู้ว่าคุยกับหนุ่ม ที่แท้ก็แกนี่เองเหรอ”“อืม ก็ตั้งแต่วันนั้นนั่นแหละ” อาชวินอ้ำอึ้ง“วันไหน”“ก็วันที่แกงอนคุณเอเดนแล้วหนีไปนอนห้องฉันไง คืนนั้นแกนอนคนเดียว ฉันลากรจไปนอนด้วย”“พี่วิน...”รจเลขที่ถูกอาชวินบังคับให้เรียกพี่แถมยังบังคับให้ขนของไปอยู่ด้วยฟาดต้นแขนล่ำดังเพียะ เธออับอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปแทรกไว้ที่ไหน“อุ๊ย พี่วิน...เขาเรียกกันพี่ด้วยว่ะ” อินทิราเอ่ยแซวทำคนตัวบางแทบม้วน“อิน เลิกแซวสักที รจอายหมดแล้วเนี่ย” อาชวินปรามเพื่อนรัก“แอบมี Something กันมาตั้งนานแต่เก็บเงียบเลยนะ ไม่ให้ฉันแซวได้ไง เมื่อก่อนกัดกันอย่างกับอะไรดี ไปตกหลุมพรางอีท่าไหนล่ะยัยรจ” อินทิรายังคงเอ่ยแซว
“คุณรอยด์ครับ ผมพร้อมดูแลคุณดุจดาวกับคุณดา แต่เรื่องแต่งงานคุณรอยด์อย่าบังคับคุณดาเลยครับ ผมเป็นแค่บอดี้การ์ด ไม่มีอะไรคู่ควรกับคุณดาสักอย่าง วันหนึ่งคุณดาก็ต้องเจอคนที่เหมาะสมคู่ควรและทำให้คุณดารักได้ ที่ไม่ใช่ผม”รดาเหลือบมองบอดี้การ์ดส่วนตัวแล้วเงยหน้าขึ้นมองพ่อ ในแววตาเต็มไปด้วยความสับสน“เอาล่ะ เรื่องนี้ก็ตัดสินใจกันเอาเอง ฉันจะไม่บังคับฝืนใจใครอีกแล้ว ถ้านายไม่อยากแต่งงานรับผิดชอบยัยดาที่เคยทำยัยดาท้องก็ไม่เป็นไร”“ไม่ใช่อย่างนั้นครับคุณรอยด์ แต่ผม เอ่อ ผม...”“พอ ๆ บอกแล้วไงว่าไปตัดสินใจกันเอาเอง ฉันจะไม่ยุ่ง แต่ขออย่างเดียว ไม่ว่าเรื่องนี้จะจบอย่างไร ฉันฝากนายดูแลเมียกับลูกของฉันด้วย”“ครับ เรื่องนี้คุณรอยด์ไม่ต้องเป็นห่วง ผมจะดูแลคนที่คุณรอยด์รักให้ดีที่สุด”เมื่อรอยด์และดุจดาวกลับไปพักผ่อนที่บ้านเพื่อเตรียมตัวเกี่ยวกับเรื่องคดีความ ในห้องพักผู้ป่วยจึงเหลือเพียงมาร์ตินและรดาอีกครั้ง“นายไม่คิดจะรับผิดชอบชีวิตฉันใช่ไหม ตอนนี้ไม่มีลูกแล้วเลยลอยตัวสินะ”มือใหญ่ที่กำลังห่มผ้าให้คนป่วยชะงัก สบตาเธอด้วยสายตาเจ็บปวดตัดพ้อ“แค่ผมทำคุณดาท้องก็เลวมากพอแล้วครับ ตอนนี้คุณดาเป็นอิสระจากคน
แอนดริวมองพี่ชายที่ยังไม่มีท่าทีจะฟื้นแม้จะถูกย้ายออกมาอยู่ในห้องพักผู้ป่วยหลายวันแล้ว พริ้มพราวยืนข้างเตียง ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดใบหน้าขาวซีดไร้เลือดฝาด เธอมาอยู่เฝ้าเอเดนทุกวันไม่ยอมห่างไปไหนเพื่อให้แอรอนและสิริมาได้มีเวลาไปจัดการกับเรื่องคดีความเขมมิกายืนมองร่างใหญ่ที่ยังไม่ได้สติแล้วเหยียดยิ้ม สะกิดแขนลูกชายให้เดินตามออกมายังทางเดินหนีไฟ“แม่ว่าไอ้แอนดริวมันนอนเป็นผักแบบนี้ก็ดีแล้ว นี่เป็นโอกาสของเราที่จะฮุบทุกอย่างมาจากมัน ทำไมมันไม่ตาย ๆ ไปเลยนะ จะรอดมาเป็นหนามตำใจแม่ทำไม”ดวงตาที่ตกแต่งด้วยเครื่องสำอางราคาแพงวาววับ ความเคียดแค้นชิงชังฉายชัดในแววตาแอนดริวถอนใจพรืด ในเมื่อมันมาถึงขั้นนี้แล้วเขาควรทำให้ทุกอย่างมันกระจ่างเสียที“แม่ครับ ผมจะไม่แย่งชิงตำแหน่งประธานกับพี่เอเดนอีก”เขมมิกาหันขวับมองหน้าลูกชาย“นี่มันอะไร แค่มันเอาตัวบังกระสุนแทนแกก็ซาบซึ้งกับความดีของมัน จนลืมเรื่องที่มันกับแม่ของมันทำกับแกและแม่แล้วเหรอ แกอย่าลืมสิว่าแม่มันทำอะไรกับแม่ไว้บ้าง แม่เจ็บปวดที่มันคอยรังแกแม่ตลอดเวลาแกก็เห็น อีกอย่างมันไม่เคยรักแก มันเกลียดแก ขนาดรถบังคับที่พ่อซื้อให้มันยังทำของแกพัง แถมมันยั







