Mag-log inเอเดน ราล์ฟ จำใจต้องหมั้นหมายกับ พริ้มพราว คลาร์ก ลูกสาวเพื่อนสนิทของพ่อเพื่อความมั่นคงของตำแหน่งประธานบริหารธุรกิจสายการบินและโลจิสติกส์ข้ามประเทศซึ่งเขาครอบครองอยู่แม้จะต้องเลิกรากับคนรักก็ตาม นั่นจึงเป็นเหตุผลให้เขาไม่ค่อยชอบหน้าทายาทมาเฟียคนสวยนักและรับรู้ได้ว่าเธอเองที่ไม่ได้เต็มใจหมั้นหมายกับเขาสักนิด...ก็รู้สึกไม่ต่างกัน แต่เหมือนทุกอย่างมันจะไม่ง่ายดายขนาดนั้น เพราะน้องชายต่างแม่ที่พร้อมจะแย่งชิงอำนาจไปจากเขาตลอดเวลา ดันหลงรักว่าที่คู่หมั้นคนสวยที่เขาไม่ได้รู้สึกอะไรด้วย แต่ก็ไม่อาจยกผู้หญิงคนนั้นให้น้องชายได้เช่นกัน แถมคนรักของเขาที่พ่อไม่ยอมรับเพราะเธอมีเชื้อสายตระกูลของศัตรูกลับไม่ยอมจบความสัมพันธ์ ทุกอย่างจึงยังคงคาราคาซังแม้จะผ่านพ้นวันหมั้นหมายของเขากับผู้หญิงอีกคนไปแล้วก็ตาม มาเฟียหนุ่มมัวแต่รับมือกับเรื่องวุ่นวายในบริษัทที่ยังหาต้นตอไม่ได้ แถมยังต้องรับมือกับคู่หมั้นที่ทั้งเย่อหยิ่งและแสนพยศจนต้องลงมือกำราบบ่อยครั้ง รู้ตัวอีกทีก็ดันมีความรู้สึกกับคู่หมั้นคนสวยไปเสียแล้ว แล้วคราวนี้...เขาจะทำอย่างไรกับความสัมพันธ์ที่ไม่ได้มีเพียงแค่...คนสองคน
view more“อะไรนะครับ พ่อ”
เอเดน ราล์ฟ มาเฟียหนุ่มผู้ดำรงตำแหน่งประธานบริหารธุรกิจสายการบินและโลจิสติกส์ข้ามประเทศที่คนใช้บริการอันดับหนึ่งจ้องใบหน้าของบิดาเขม็ง หัวคิ้วกดเข้าหากันหลังได้ฟังคำพูดบางคำที่ชาตินี้ไม่คิดว่าจะได้ยินมาก่อน
“พ่อบอกให้แกหมั้นกับพริ้มพราว ลูกสาวของอาพีท”
ดวงตาคมกริบทรงเสน่ห์วาววับ กรามแกร่งขบแน่นจนสันขึ้นนูนหลังได้ฟังภาษาไทยสำเนียงแปร่งหูอีกครั้ง
“พ่อก็รู้ว่าผมมีแฟนแล้ว ผมกับดาคบกันมาหลายปี เรารักกันมาก อยู่ ๆ พ่อจะทำเหมือนไม่เคยรับรู้ว่าผมมีแฟนแล้วบังคับให้ผมหมั้นกับผู้หญิงที่ไหนไม่รู้ แบบนี้มันไม่ถูกต้อง”
ใบหน้าที่คล้ายคนเป็นพ่อดูดุดันน่ากลัวจนคนเป็นแม่ซึ่งนั่งอยู่ข้างกันบนโซฟาตัวยาวต้องยื่นมือไปแตะแขนเพื่อเรียกสติ
“หนูพราวไม่ใช่ผู้หญิงที่ไหนไม่รู้ พ่อขอน้องไว้ให้หมั้นหมายกับแกตั้งแต่ยังเด็กแล้ว แกกับผู้หญิงคนนั้นต่างหากที่คบกันอย่างไม่ถูกต้อง”
“ผมไม่ได้รับรู้ด้วย อีกอย่างผมมีแฟนแล้ว เรื่องบ้า ๆ นี่ก็ควรถูกยกเลิก”
“แกก็รู้ว่าพ่อไม่เคยยอมรับแฟนแก”
“ทำไมครับพ่อ ดาไม่ดีตรงไหน”
“ก็ไม่ดีตรงที่เป็นลูกหลานไอ้คนตระกูลสมิธไง พ่อห้ามแกตั้งกี่ครั้งแล้ว แกก็ไม่ยอมฟัง ยังจะดึงดันคบ พ่อบอกแกแล้วใช่ไหมว่าถ้าขืนคบกันไปก็ไม่มีทางได้แต่ง ทีนี้แกเชื่อพ่อหรือยัง”
แอรอน มาเฟียสัญชาติอเมริกันวัยกลางคนที่ยกตำแหน่งการบริหารให้ลูกชายทั้งสองคนตบโต๊ะดังปัง ทำเอาภรรยาที่แต่งงานอยู่กินกันเพราะถูกจับคลุมถุงชนสะดุ้งโหยง เอเดนจึงขยับเข้าใกล้แล้วโอบกอดแม่แนบอกเพื่อปลอบใจ
“แล้วถ้าผมไม่หมั้นล่ะครับ”
“เอเดน...”
สิริมาเรียกลูกชายเสียงเบา ขืนตัวออกจากอ้อมกอด สบตาลูกชายแล้วส่ายหน้าห้าม
“แม่ครับ พ่อกับแม่ถูกจับแต่งงานแบบคลุมถุงชน ชีวิตครอบครัวไม่มีความสุข พ่อมีเมียน้อย มีลูกชายโผล่ขึ้นมาอีกคนนอกจากผม มีแต่เรื่องวุ่นวายในบ้าน แค่นี้มันยังไม่มากพอที่จะทำให้พ่อกับแม่ได้รู้อีกเหรอครับว่าไม่ควรบังคับใครแต่งงานกันทั้งที่ไม่ได้รัก”
“เอเดน มันจะมากเกินไปแล้วนะ” คนเป็นพ่อที่ไม่อยากจะยอมรับความผิดตบโต๊ะอีกครั้งแล้วสบถออกมาเป็นภาษาอังกฤษ
“ไม่มากไปหรอกครับ แต่ถ้าพ่ออยากได้ผู้หญิงคนนั้นนัก ก็แต่งงานเองเลยสิ มีเมียเพิ่มอีกสักคนคงไม่ทำให้ผมกับแม่เสียใจไปมากกว่านี้แล้ว”
สองพ่อลูกจ้องตากันเขม็ง แววตากร้าวดุของเอเดนทำให้แอรอนรู้ได้ในทันทีว่าเรื่องนี้จะไม่มีทางบังคับขืนใจลูกชายได้ง่าย ๆ หากไม่งัดไม้เด็ดมาใช้
“แกคงไม่รู้ว่าหนูพราวมีความสำคัญแค่ไหน ลูกสาวตระกูลคลาร์กที่มีทั้งอำนาจและเงินทองมหาศาลอยู่ในมือ ต้องได้เป็นมาดามของประธานอาร์เอฟกรุ๊ปเท่านั้น แล้วถ้าแกไม่ยอมแต่ง พ่อก็จะให้แอนดริวแต่งแทน แกอยากสลับหน้าที่กับน้องก็ได้ ตามใจแก แกคงสบายใจถ้าลดตัวเองลงไปเป็นรองประธานแล้วได้แต่งงานกับคนที่แกรัก ถ้าแกยอมแลก พ่อก็จะเอาตามนั้น” สำเนียงแปร่งหูดังขึ้นอีกครั้ง
เอเดนกัดกรามกำมือแน่น แววตาลุกโชน หากเขาต้องยกทุกอย่างให้น้องชายซึ่งเป็นลูกเมียน้อยที่เข้ามาแย่งความรักและทำร้ายให้แม่ผู้แสนดีของเขากลายเป็นผู้หญิงที่ทุกข์ตรมที่สุด เขายอมตายดีกว่า
“ครับพ่อ ผมจะหมั้นกับผู้หญิงคนนั้นตามที่พ่อต้องการ”
“คุณคะ ไม่บังคับลูกไม่ได้เหรอ” สิริมาพยายามช่วยพูด แม้เธอจะไม่เคยมีบทบาทสำคัญในครอบครัวเลยก็ตาม
“แล้วคุณอยากให้ลูกแต่งงานกับทายาทปลายแถวของศัตรูเรางั้นเหรอ คุณสิ”
“เรื่องมันตั้งแต่สมัยคุณพ่อแล้ว ผ่านมาแทบจะเท่าอายุเราแล้วนะคะ ฝ่ายนั้นเองก็ห่างจากทางอเมริกามาตั้งแต่พ่อของรดายังเด็ก ฉันว่าทางนั้นอาจจะไม่คิดอะไรเรื่องนี้แล้วก็ได้”
“เพราะคุณกับลูกประมาทแบบนี้ไง ถึงมีเรื่องวุ่นวายในครอบครัวและบริษัทเราไม่จบไม่สิ้น”
“เรื่องวุ่นวายในบ้านก็ไม่ใช่เพราะเมียน้อยพ่อเหรอครับ ส่วนเรื่องในบริษัทก็ไม่ใช่เพราะไอ้ลูกชายสุดที่รักของพ่อหรือไง อย่าคิดว่าผมไม่รู้นะครับว่ามันจ้องจะแย่งตำแหน่งของผม”
“แกเป็นพี่ชายประสาอะไร ไม่เคยรักน้อง” คนเป็นพ่อตวาดก้อง
“เพราะแม่มันทำแม่ผมเสียใจไงครับ จะให้ผมรักมันได้ยังไง”
“พอ แกเลิกพูดเรื่องแบบนี้เสียที พ่อไม่อยากฟัง แล้วตกลงจะยกตำแหน่งประธานบริหารกับมาดามคนใหม่ของราล์ฟให้แอนดริวไหม พ่อจะได้จัดการให้”
“ไม่ครับ ทั้งตำแหน่งประธานบริหาร ทั้งมาดามคนใหม่ของราล์ฟ ผมไม่ยกให้ใครทั้งนั้น”
“ดี งั้นก็เตรียมตัว พ่อจะพาแกกับแม่ไปหาอาพีทที่บ้าน ไม่ได้ไปนานแล้วนี่ เคยเจอน้องแค่ตอนเด็ก ๆ ตอนนี้น้องโตเป็นสาวแล้ว สวยมาก ถ้าแกเห็นหน้าน้องอาจจะลืมแฟนแกไปเลยก็ได้”
“ครับ แต่ผมบอกพ่อไว้ก่อนว่าเรื่องผู้หญิงคนนั้นอย่ามาคาดหวังอะไรกับผมมาก ผมไม่ได้รัก ไม่ได้ชอบ เผลอ ๆ อาจจะเกลียด ถ้าผมทำผู้หญิงคนนั้นเสียใจ พ่อก็ไปแก้ตัวกับคุณอาเอาเองแล้วกันนะครับ ผมไม่เกี่ยว”
พูดจบก็ลุกขึ้นเดินออกจากบ้าน จุดหมายปลายทางคือผับหรูแห่งประจำที่นัดกับเพื่อนไว้
*****************
“ไม่เอา พราวไม่หมั้น”
พริ้มพราววางช้อนเสียงดัง ทั้งยังถลึงตาใส่คนเป็นพ่อที่เลี้ยงดูเธออย่างตามใจราวเจ้าหญิง แต่วันนี้กลับจะบังคับให้เธอหมั้นหมายและแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่เคยรู้จัก
“พราว อย่าทำกิริยาแบบนี้ใส่พ่อ” คนเป็นแม่ปราม
“แม่คะ แม่เข้าข้างพ่อเหรอคะ หรือแม่เองก็เห็นดีเห็นงามกับพ่อที่จะจับพราวคลุมถุงชนกับลูกชายมาเฟีย”
ลูกสาวคนรองเสียงดัง น้ำตาเอ่อคลอหน่วย ทำเอาคนเป็นพ่อเกือบใจอ่อน
“แม่ก็ไม่ได้เห็นด้วยกับพ่อ แต่ในเมื่อผู้ใหญ่ตกลงกันนานแล้ว แถมตอนนี้คุณลุงยังมาทวงสัญญา จะให้พ่อผิดคำพูดเหรอลูก”
“แล้วทำไมไม่มีใครถามพราวก่อนสักคำที่จะรับหมั้นคุณลุงล่ะคะ คุณลุงนี่ก็ยังไง นายเอเดนนั่นหน้าตาขี้เหร่นักเหรอคะ อายุตั้งสามสิบแล้วยังหาแฟนไม่ได้ เลยมาทวงสัญญากับพ่อ”
“เขาไม่ได้ขี้เหร่สักนิด หล่อมาก หน้าออกฝรั่งคล้าย ๆ คุณลุงนั่นแหละ พี่เจอหน้าหลายครั้งแล้วในงานเลี้ยง”
พิพัฒน์ตอบคำถามน้องสาวแทนพ่อแม่ แม้จะไม่เห็นด้วยที่จะจับน้องสาวหมั้นหมายกับคนที่ไม่ได้รัก แต่ถ้าเป็นเอเดนคนนี้ก็ไม่มีอะไรน่ารังเกียจเลยสักนิด
“พี่พอร์ชเองก็เป็นไปด้วยเหรอ พราวไม่เชื่อพี่พอร์ชหรอก”
“หล่อจริงพี่พราว ผมเคยเจอแล้ว ในงานปาร์ตี้ล่าสุดผมกับพี่พอร์ชก็ยังเจอ แต่เอ๊ะ พ่อครับ ผมว่าพี่เขาอาจจะมีแฟนแล้วนะ เห็นควงผู้หญิงไปด้วย” พิธานเอ่ยค้าน
“อืม มีแฟนแล้ว แต่ลุงแอรอนของพวกแกไม่ยอมรับ ก็สายตระกูลไม่ลงรอยกันนั่นแหละ เลยมาทวงสัญญาจากพ่อ อยากให้เอเดนรีบแต่งงานกับยัยพราว จะได้เลิกยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงคนนั้น”
“ฮะ อะไรนะคะ นี่พ่อแม่เห็นดีเห็นงามให้พราวแย่งแฟนชาวบ้านเหรอคะ” พริ้มพราวโวยวาย
“ฮึ่ม ยังไงสองคนนั้นก็ไม่มีทางไปกันรอด ลุงแอรอนไม่ยอมให้แต่ง ยังไงก็ต้องเลิก ต่อให้ไม่ใช่พราว ยังไงเอเดนก็ต้องแต่งงานกับผู้หญิงที่ครอบครัวหาให้อยู่ดี” พิรัชย์พูดกับลูกสาวอย่างใจเย็น หวังให้เจ้าหญิงผู้แสนเอาแต่ใจสงบลง
“งั้นก็ไปหาผู้หญิงคนอื่นสิคะ พราวไม่เต็มใจ พราวไม่อยากแย่งแฟนใคร แล้วก็ยังไม่อยากแต่งงานด้วย” เอ่ยอย่างมีความหวัง แต่ก็ต้องหน้ามุ่ยอีกครั้งเมื่อพ่อไม่เห็นด้วย
“ไม่ได้ พราวกับเอเดนเป็นคู่หมายกัน ยังไงภรรยาเอเดนก็ต้องเป็นพราว อีกอย่างลูกสาวของพ่อก็เหมาะกับตำแหน่งมาดามตระกูลราล์ฟที่สุด เหมือนกับเอเดนที่เหมาะกับตำแหน่งเขยตระกูลคลาร์กที่สุดนั่นแหละ”
พริ้มพราวทิ้งแผ่นหลังพิงพนักเก้าอี้ ถอนหายใจพรืด ไม่คิดเลยว่าพ่อจะเป็นเอามากขนาดนี้ ทั้งที่ตัวเองได้แต่งงานกับคนที่รัก ไม่มีใครบังคับอะไรได้ด้วยซ้ำ แต่กลับมาทำกับคนเป็นลูกอย่างเธอได้ลงคอ
“พ่อใจร้าย”
“หมั้นกับพี่เขาไปก่อน พ่อไม่ได้เร่งให้ลูกสองคนรีบแต่งงาน ใช้โอกาสนี้ทำความรู้จักกัน ถ้าวันหนึ่งลูกเข้ากันไม่ได้จริง ๆ พ่อก็จะไปปฏิเสธงานแต่งกับลุงแอรอนด้วยตัวของพ่อเอง”
เพราะในอดีตดันรับคำของพี่ชายที่สนิทสนมกันดีจนกลายเป็นบ่วงรัดคอลูกสาว แต่จะให้ปฏิเสธตอนนี้ก็เสียผู้ใหญ่ จึงจำต้องยอมให้ลูกหมั้นหมายกับอีกฝ่ายเพื่อเรียนรู้กันก่อน หากวันหนึ่งไม่เป็นไปอย่างที่ผู้ใหญ่คิด เขาเองก็พร้อมที่จะทวงอิสระคืนให้ลูกเช่นกัน
“สัญญาแล้วนะคะพ่อ ถ้าพราวเข้ากับนายมาเฟียนั่นไม่ได้ พ่อต้องถอนหมั้นให้พราวด้วย”
ในที่สุด พริ้มพราวก็ยอมทำตามความต้องการของพ่อ ด้วยรู้ดีว่าคำสัตย์สัญญามีความสำคัญมากแค่ไหน ไม่แน่ว่าฝ่ายชายที่มีคนรักเป็นตัวเป็นตนอาจเป็นฝ่ายทนไม่ได้จนต้องขอถอนหมั้นกับเธอไปก่อนก็เป็นได้
งานแต่งงานของทายาทมาเฟียทั้งสองตระกูลถูกจัดขึ้นอย่างอลังการในโรงแรมห้าดาวชื่อดัง เจ้าบ่าวสั่งให้เนรมิตห้องจัดเลี้ยงเป็นสวนสวรรค์ตกแต่งด้วยดอกไม้สีขาวนานาชนิดส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วงานแขกผู้มีเกียรติมองเจ้าสาวในชุดเกาะอกผ้าลูกไม้ฝรั่งเศสสีขาวงาช้างยืนตัดเค้กเคียงข้างเจ้าบ่าวในชุดสูทสีน้ำตาลอ่อนช่างดูเหมาะสมราวเจ้าหญิงเจ้าชายก็ไม่ปานเจ้าบ่าวเจ้าสาวจูบกันดูดดื่มเมื่อตัดเค้กเสร็จ แสงแฟลชจากกล้องราคาแพงสว่างวาบทั่วบริเวณ ก่อนพิธีการบนเวทีจะสิ้นสุดลงเมื่อถึงเวลาอันเหมาะสมในห้องหอที่ถูกจัดเตรียมไว้เหลือเพียงเจ้าบ่าวเจ้าสาวป้ายแดงเมื่อพิธีส่งตัวจบลง เอเดนรั้งเอวบางเข้าหา มือประคองกรอบหน้าแล้วโน้มลงละเลียดจูบด้วยสัมผัสลึกซึ้งแสนหวานทำคนตัวบางสั่นเทา“ที่รัก คืนนี้เราเป็นของกันและกันอย่างสมบูรณ์แล้วนะครับ”“ค่ะ”สิ้นสุดเสียงตอบรับแผ่วเบา ชุดแต่งงานบานฟูฟ่องก็ถูกถอดลงกองแทบเท้า เขาช้อนอุ้มเธอขึ้นไปนอนบนเตียงกว้างที่โรยด้วยกลีบกุหลาบสีแดง กวาดตามองเรือนร่างเปลือยเปล่าแล้วลุกขึ้นยืนถอดเสื้อผ้าของตนออกจากกายทีละชิ้นอย่างช้า ๆพริ้มพราวมองเสื้อสูทที่ถูกถอดทิ้งลงบนพื้น เบนสายตากลับมามองคนตัวโตที่ค่อ
อาชวินจับมือพารจเลขเข้ามาเดินเล่นในสวนสาธารณะใจกลางกรุงเทพฯ ที่ประดับไฟสวยงามตลอดคืน“พี่วิน นึกยังไงถึงพารจมาที่นี่”ร่างบอบบางเดินตามอยู่ก้าวหนึ่ง มองมือที่จับกันก่อนเงยขึ้นมองแผ่นหลังกว้างที่เธอสวมกอดมานับครั้งไม่ถ้วน“มันเงียบสงบดี ไฟก็สวย รจชอบไหม”“ชอบค่ะ แต่นี่ก็ดึกแล้วนะคะ ไม่เห็นมีใครมาเดินเล่นอย่างเราเลย รจว่าเรากลับกันเถอะ”“เดี๋ยวสิ จะรีบกลับไปไหนล่ะ อยู่กับพี่ก่อน”คนตัวโตหมุนกายกลับมาหา มองเธอด้วยแววตาอ่านไม่ออก รู้แค่ว่ามันทำเธอรู้สึกวูบวาบไปทั้งร่าง“เอ่อ ค่ะ”“รจลาออกจากบริษัทพราวได้ไหม”“ให้ลาออกแล้วรจจะไปทำอะไรล่ะคะ งานสมัยนี้หายากจะตาย”“ก็มาทำงานกับพี่ไง เป็นเลขาพี่แทน”“ไม่เอาหรอกค่ะ เจอหน้ากันทุกวัน เบื่อขี้หน้าพี่แย่”“นี่เธอกล้าเบื่อหน้าพี่เหรอ รจเลข”อาชวินชี้หน้ารจเลข มุมปากยกยิ้มชอบใจในความดื้อรั้นปากร้ายของอดีตคู่กัด อยากเปลี่ยนสถานะจนแทบทนไม่ไหว อุตส่าห์วางแผนให้เธอมาทำงานใกล้ตัวเพื่อที่เธอจะได้ไม่สามารถหนีเขาไปไหนได้อีกแท้ ๆ แต่คนตัวบางกลับไม่ได้ควบคุมง่ายอย่างนั้น“ค่ะ เบื่อ แล้วถ้ารจไปเป็นเลขาพี่ เกิดพี่เอาสาว ๆ มาที่บริษัท รจทำสาว ๆ พี่กระเจิงจะว่ายัง
“คุณพาฉันมาที่นี่ทำไมคะ”อินทิราเอ่ยถามขึ้นเมื่อแอนดริวเดินจับมือพาเธอเข้ามานั่งข้างกันที่เก้าอี้ในสวนริมแม่น้ำ“แค่อยากพาคุณมานั่งชมวิว ที่นี่บรรยากาศดีนะครับ”ดึกแล้ว บรรยากาศรอบกายจึงหนาวเย็นกว่าปกติ แอนดริวจึงถอดเสื้อสูทคลุมทับไหล่บอบบางให้“บรรยากาศดีจริงด้วยค่ะ”“หนาวไหมครับ”“ไม่หนาวแล้วค่ะ คุณให้เสื้อฉันมาแล้วนี่”“แต่ผมหนาวจัง”“งั้นเอาเสื้อคืนไปสิคะ”อินทิราจะถอดเสื้อสูทคืนให้ แต่แอนดริวกลับยกร่างบางขึ้นมานั่งตักแล้วกอดเธอแน่น ๆ แทน“คุณแอนดริว เดี๋ยวใครเห็น ที่นี่ที่สาธารณะนะ”“ก็ไม่ได้จะทำอะไรนี่ครับ แค่นั่งตักเอง ผมหนาว ขอกอดคุณให้อุ่นหน่อยสิ”“ฉันว่าคุณจะเจ้าเล่ห์เกินไปแล้วนะคะ”คนตัวบางตวัดสายตาค้อนขวับอย่างไม่จริงจังนัก แอนดริวหัวเราะเบา ๆ ก่อนรั้งคางเรียวให้หันกลับมาหา“พอพี่ชายใกล้จะแต่งงาน ผมก็เริ่มอยากแต่งบ้างแล้วสิ”“แล้วมาบอกฉันทำไมคะ อยากแต่งก็ให้พ่อคุณหาภรรยาให้แบบพี่ชายคุณสิ”“แน่ใจหรือครับที่อยากให้ผมทำอย่างนั้น”อินทิราเม้มปาก สะบัดหน้าหนี แอนดริวจึงได้โอกาสไต่จูบแผ่วเบาบนซอกคออย่างต้องการหยอกเย้า เธอยันอกแกร่งแล้วเอนกายหนี แต่เขากลับรั้งต้นคอเล็กเข้ามารับจู
มือใหญ่กุมมือเล็กเดินเข้ามาจนถึงโต๊ะตัวที่เพื่อนนั่งอยู่ ก่อนอาชวินจะยกมือเกาท้ายทอยด้วยความเขินที่ทุกสายตาจับจ้องมายังเขาเขม็ง“มองอะไรกันขนาดนั้นเล่า”“นี่มันอะไร แกกับรจ อย่าบอกนะว่าแกสองคนเป็นแฟนกัน” อินทิราเป็นฝ่ายซักฟอก“อือ ที่จริงก็คบกันมาได้สักพักแล้ว”“สถานะแฟน?” อินทิราเลิกคิ้วถาม“จริง ๆ ก็ยังไม่เคยคุยกันเรื่องสถานะ”“เฮ้ย ได้ไงวิน ตอนไหน ทำไมฉันไม่รู้ ยัยรจทำงานอยู่กับฉันทุกวันก็ไม่เคยเห็นพิรุธ รู้ว่าคุยกับหนุ่ม ที่แท้ก็แกนี่เองเหรอ”“อืม ก็ตั้งแต่วันนั้นนั่นแหละ” อาชวินอ้ำอึ้ง“วันไหน”“ก็วันที่แกงอนคุณเอเดนแล้วหนีไปนอนห้องฉันไง คืนนั้นแกนอนคนเดียว ฉันลากรจไปนอนด้วย”“พี่วิน...”รจเลขที่ถูกอาชวินบังคับให้เรียกพี่แถมยังบังคับให้ขนของไปอยู่ด้วยฟาดต้นแขนล่ำดังเพียะ เธออับอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปแทรกไว้ที่ไหน“อุ๊ย พี่วิน...เขาเรียกกันพี่ด้วยว่ะ” อินทิราเอ่ยแซวทำคนตัวบางแทบม้วน“อิน เลิกแซวสักที รจอายหมดแล้วเนี่ย” อาชวินปรามเพื่อนรัก“แอบมี Something กันมาตั้งนานแต่เก็บเงียบเลยนะ ไม่ให้ฉันแซวได้ไง เมื่อก่อนกัดกันอย่างกับอะไรดี ไปตกหลุมพรางอีท่าไหนล่ะยัยรจ” อินทิรายังคงเอ่ยแซว
Rebyu