LOGINเช้าวันรุ่งขึ้น ณ มหาวิทยาลัยชื่อดัง...
เสียงฮือฮาดังระงมไปทั่วคณะ เมื่อรถสปอร์ตคันหรูสีดำขลับขับมาจอดเทียบหน้าตึกเรียน ทันทีที่ประตูเปิดออก 'ฮันนี่' ในลุคกางเกงหนังสีดำรัดรูปคู่กับเสื้อเชิ้ตซีทรูบางเบาที่เผยให้เห็นรอยสักปีกนกจางๆ ก็ก้าวลงมาพร้อมกับแว่นกันแดดราคาแพง เธอกะพริบตาให้สาวๆ ที่ยืนกรี๊ดอยู่แถวนั้นหนึ่งที ก่อนจะเดินไปเปิดประตูฝั่งคนขับให้ 'เอก้า' ที่พยายามจะมุดหน้าหนีสายตาประชาชี "ฮันนี่... ทำไมต้องเอารถคันนี้มาด้วยเนี่ย คนมองทั้งคณะแล้ว!" เอก้ากระซิบดุ "ก็บอกแล้วไงว่าฉันมาทวงสิทธิ์" ฮันนี่ไม่พูดเปล่า แต่กลับคว้าเอวบางของเอก้าเข้ามากอดไว้แน่นจนตัวติดกัน "ไปเรียนได้แล้ว เดี๋ยวเลิกเรียนฉันมารับ... อ้อ แล้วจำที่สั่งไว้ได้ใช่มั้ย?" "สั่งอะไร?" เอก้าเลิกคิ้ว "ห้ามใครเข้าใกล้เกินสามเมตร" ฮันนี่โน้มลงมากระซิบข้างหู "โดยเฉพาะไอ้เดือนคณะที่ชื่อ 'ท็อป' อะไรนั่นน่ะ... ถ้าฉันเห็นมันมาแตะตัวเธอแม้แต่ปลายนิ้ว ฉันจะส่งมันไปทัศนศึกษาที่นรกทันที" "นี่! อย่ามาพาลคนอื่นนะฮันนี่ ท็อปเขาก็แค่เพื่อน..." "เพื่อน... ที่จ้องจะงาบเมียฉันน่ะเหรอ?" ฮันนี่สวนกลับหน้าตาย จนเอก้าหน้าแดงแป๊ดไปถึงหู ยังไม่ทันที่เอก้าจะอ้าปากเถียง ฮันนี่ก็อาศัยจังหวะที่เอก้าเผลอ กดจูบหนักๆ ลงบนแก้วใสของเอก้าจนเกิดเสียง ฟอด ใหญ่ต่อหน้าคนทั้งคณะ! "ไปเรียนไป... ยัยเพื่อนพิเศษ" ฮันนี่โบกมือลาพร้อมรอยยิ้มผู้ชนะ ทิ้งให้เอก้ายืนแข็งทื่อเป็นหินท่ามกลางเสียงซุบซิบที่ดังกว่าเดิมสิบเท่า ตลอดทั้งวัน เอก้าแทบไม่มีสมาธิเรียน เพราะไม่ว่าจะเดินไปทางไหนเธอก็รู้สึกเหมือนมี 'ดวงตา' คู่หนึ่งคอยจับจ้องอยู่ตลอดเวลา และที่แปลกกว่านั้นคือ... ไม่ว่าใครที่พยายามจะเข้ามาทักหรือเดินเฉียดใกล้เธอเกินระยะสามเมตร ต่างก็มีอันเป็นไปอย่างประหลาด! บางคนเดินสะดุดลมตัวเองล้มคว่ำ บางคนจู่ๆ ก็ทำกาแฟหกใส่เสื้อตัวเอง ทั้งที่ยืนอยู่เฉยๆ จนกระทั่งถึงเวลาเลิกเรียน 'ท็อป' เดือนคณะสุดหล่อก็เดินตรงเข้ามาหาเอก้าพร้อมช่อดอกไม้ในมือ "เอก้าครับ... เย็นนี้ว่างมั้ย ท็อปอยากชวนไป..." เปรี้ยง! จู่ๆ แจกันดอกไม้บนโต๊ะข้างๆ ก็แตกกระจายออกมาเองอย่างไร้สาเหตุ ท็อปสะดุ้งสุดตัวจนดอกไม้หลุดมือ ทันใดนั้น เงาร่างของหญิงสาวผมบลอนด์ก็ปรากฏตัวขึ้นข้างหลังเอก้าอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย "โทษทีนะ พอดีน้องเขาไม่ว่าง... ตลอดชีวิตเลยล่ะ" ฮันนี่กอดอกมองท็อปด้วยสายตาเย็นชาที่ทำให้คนมองรู้สึกเหมือนถูกมีดน้ำแข็งปักเข้าที่กลางใจ ท็อปหน้าซีดเผือดก่อนจะรีบวิ่งหนีไปอย่างไม่คิดชีวิต "ฮันนี่! เธอทำเกินไปแล้วนะ!" เอก้าหันมาแหวใส่ "เกินไปยังไง? ฉันยังไม่ได้หักคอใครสักหน่อย" ฮันนี่ไหวไหล่อย่างไม่ยี่หระ ก่อนจะคว้ามือเอก้าไปกุมไว้แน่น "กลับบ้านกันเถอะ... อยู่ที่นี่นานๆ แล้วกลิ่น 'ขยะ' มันแรง ฉันอยากกลับไปดมกลิ่นเธอที่ห้องมากกว่า"สิบปีผ่านไป จังหวัดระนองเปลี่ยนจากเมืองพักผ่อนเงียบๆ กลายเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของภาคใต้ ทุกคนรู้จัก "อาณาจักรพิกุลทอง" ไม่ใช่ในฐานะแค่ร้านกาแฟ แต่เป็นสัญลักษณ์ของการยกระดับชุมชน เอก้านั่งอยู่ในห้องทำงานผนังกระจกที่มองเห็นวิวปากน้ำระนอง บนโต๊ะของเธอไม่มีเพียงเอกสารร้อยล้าน แต่มีรูปถ่ายครอบครัวที่มีเธอ วิน และ "น้องพิกุล" ลูกสาววัย 7 ขวบที่กำลังฉายแววความอัจฉริยะ วินเดินเข้ามาพร้อมถ้วยกาแฟสูตรพิเศษที่เขาคั่วเองกับมือ "เอก้า... สาขาที่ 99 ที่ลอนดอนเปิดตัวเรียบร้อยแล้วนะ คนต่อแถวยาวไปสามบล็อก เพียงเพราะอยากชิมกาแฟที่ 'มีกลิ่นอายของความรัก' แบบที่เราเขียนไว้ในปรัชญาบริษัท" เอก้ายิ้มพลางรับกาแฟมาจิบ "ไม่ใช่แค่ความรักหรอกค่ะวิน แต่มันคือ 'จิตวิญญาณ' ของระนองที่เราใส่ลงไปต่างหาก" น้องพิกุลไม่ได้เป็นเพียงเด็กธรรมดา เธอเกิดมาพร้อมกับความเฉลียวฉลาดที่เกินวัย และบางครั้งเธอมักจะพูดคุยกับ "เพื่อนในจินตนาการ" ที่เธอเรียกว่า ลุงปีกทอง กับ น้าสาวไฟลุก เอก้ารู้ดีว่านั่นไม่ใช่จินตนาการ แต่เป็นพรที่กาเบรียลและฮันนี่ทิ้งไว้ให้เพื่อคุ้มครองลูกสาวของเธอ "แม่คะ... วันนี้ลุงปีกทองบ
ในขณะที่เทือกเขาแอลป์สั่นสะเทือนด้วยพลังของสองอมนุษย์ ห่างออกไปครึ่งค่อนโลก... จังหวัดระนองกลับถูกปกคลุมด้วยม่านฝนที่แสนโรแมนติก กลิ่นดินที่ชุ่มชื้นหลอมรวมกับกลิ่นดอกพิกุลที่บานสะพรั่งรอบคฤหาสน์ไม้สักหลังงามของเอก้า ค่ำคืนนี้ไม่ใช่เพียงคืนแห่งการเฉลิมฉลอง แต่เป็นคืนที่เอก้าจะมอบ "ทั้งหมดของชีวิต" ให้กับผู้ชายที่เธอกล้าพูดได้เต็มปากว่ารักที่สุด "คุณหนูคะ... เจ้าบ่าวรออยู่ที่ห้องหอแล้วค่ะ" ป้าแม่บ้านเอ่ยชมด้วยรอยยิ้ม เอก้ามองตัวเองในกระจกอีกครั้ง ชุดเจ้าสาวบาบ๋าสีขาวนวลถูกถอดออก เหลือเพียงชุดคลุมผ้าไหมบางเบาที่วินเป็นคนเลือกให้ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะผลักประตูไม้บานใหญ่เข้าไป พบกับวินที่ยืนอยู่ริมระเบียง สายตามองฝ่าสายฝนออกไปยังท้องทะเลอันดามัน วินหันกลับมาเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า แววตาของเขาที่เคยสุขุมกลับวาวโรจน์ไปด้วยความปรารถนาที่ซ่อนเร้นมานาน เขาเดินตรงเข้ามาหาเอก้าพลางรวบเอวบางเข้าไปชิดอกแกร่ง "วันนี้คุณสวยจนผมแทบหยุดหายใจเลยนะเอก้า... ขอบคุณนะครับที่เลือกทางเดินที่มีผมอยู่ข้างๆ" "เอก้าต่างหากที่ต้องขอบคุณวิน... ที่ทำให้เอก้ารู้ว่ารักแท้มันไม่ต้องแลกด้วยวิญญาณ แ
ท่ามกลางพายุหิมะที่พัดกระหน่ำอยู่ภายนอกคฤหาสน์หินอ่อนหลังงามบนยอดเขาแอลป์ กาเบรียลยืนกอดอกมองดูเกล็ดหิมะที่โปรยปรายผ่านหน้าต่างบานยักษ์ เขาสลัดชุดบาริสต้าทิ้งไปอย่างถาวร บัดนี้เขาอยู่ในชุดคลุมผ้าไหมสีขาวบริสุทธิ์ที่เผยให้เห็นแผงอกกว้างและกล้ามเนื้อที่เรียงตัวสวยงามดุจเทวรูปที่สลักจากหินที่แข็งแกร่งที่สุดในสวรรค์ "คิดถึงยัยเด็กนั่นอยู่เหรอ กาเบรียล?" เสียงหวานทว่าแหบพร่าดังขึ้นจากเงามืดหลังโซฟากำมะหยี่สีแดง ฮันนี่เดินออกมาในชุดที่ทำเอาอากาศในห้องที่เปิดฮีตเตอร์อยู่แล้วร้อนระอุขึ้นไปอีก เธอสวมเพียงชุดชั้นในลูกไม้สีดำบางเฉียบที่แทบจะปิดบังอะไรไว้ไม่ได้เลย ผิวพรรณสีน้ำผึ้งของเธอดูตัดกับสีขาวของหิมะเบื้องหลัง แววตาซาตานสาวฉายแววท้าทายและโหยหาอย่างปิดไม่มิด "ผมแค่คิดว่า... เราใช้เวลาพิทักษ์คนอื่นมานานเกินไป จนลืมไปว่าเราเองก็น่าจะพิทักษ์ 'ความต้องการ' ของเราเองบ้าง" กาเบรียลหันกลับมามองพลางเดินเข้าไปหาฮันนี่ช้าๆ ทุกย่างก้าวของเขามีแสงสีทองเรืองรองจางๆ ออกมา "งั้นจะรออะไรล่ะ?" ฮันนี่หัวเราะร่วนพลางใช้เรียวนิ้วไล้ไปตามสาบเสื้อคลุมของกาเบรียล "นรกน่ะไม่มีคำว่ารอคอยนะทูตสวรรค์... ม
ท่ามกลางแสงไฟสลัวของห้องสมุดในเวลาเช้ามืด เอก้านอนลืมตาโพลงอยู่บนเตียงไม้หนานุ่ม ร่างกายของเธอยังคงทิ้งร่องรอยความร้อนแรงจากสัมผัสของกาเบรียลและฮันนี่เอาไว้ แต่ในใจลึกๆ เธอกลับรู้สึกถึง "ความว่างเปล่า" ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกจังหวะที่ทูตสวรรค์และซาตานสาวโถมเข้าหาเธอมันเต็มไปด้วยอำนาจและการครอบครอง แต่กับ "วิน" เดือนคณะบริหารคนนั้น... สัมผัสของเขามันคือความถวิลหาที่อ่อนโยนและให้เกียรติ "ทำไมฉันถึงลืมสัมผัสของวินไม่ได้เลยนะ..." เอก้าพึมพำพลางเอามือลูบคลำริมฝีปากตัวเองที่เคยถูกวินจูบอย่างแผ่วเบา รสสัมผัสที่นุ่มนวลและกลิ่นน้ำหอมจางๆ ของเขายังคงวนเวียนอยู่ในโสตประสาท ยิ่งถูกห้าม... เอก้ายิ่งโหยหา การแอบพบกันในเงามืด: เมื่อหัวใจแปรพักตร์ บ่ายวันต่อมา เอก้าฉวยโอกาสที่กาเบรียลกำลังยุ่งอยู่กับการคัดเลือกเมล็ดกาแฟสวรรค์ และฮันนี่ที่กำลังไปข่มขู่พวกลัทธิมืด แอบนัดพบกับวินที่ดาดฟ้าตึกคณะบริหารที่ลับตาคน วินยืนรออยู่ด้วยสีหน้ากังวลแต่เมื่อเห็นหน้าเอก้า รอยยิ้มที่อบอุ่นที่สุดเท่าที่มนุษย์จะให้ได้ก็ปรากฏขึ้น "เอก้า... ผมคิดว่าผมจะไม่ได้เจอคุณอีกแล้ว" วินเดินเข้ามาสวมกอดเอก้าอย่างเบามือ
บรรยากาศในมหาวิทยาลัยยามค่ำคืนช่วงสอบไฟนอลดูจะเงียบเหงาสำหรับคนทั่วไป แต่ไม่ใช่สำหรับ "เอก้า" ที่วันนี้เธอนึกสนุกอยากจะประชดบอดี้การ์ดทั้งสองที่ชอบทำตัวเป็นเจ้าชีวิต หลังจากที่เธอแอบไปติวหนังสือกับ "วิน" เดือนคณะบริหารสุดหล่อที่เคยมาจีบเธอที่โรงอาหาร ความใกล้ชิดและความอ่อนโยนแบบมนุษย์ธรรมดาของวินเริ่มทำให้เอก้าหวั่นไหว และนั่นคือชนวนเหตุของเรื่องราวทั้งหมดในคืนนี้ ที่ดาดฟ้าตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ ฮันนี่ในชุดช็อปที่ถูกปลดกระดุมลงจนเห็นความอวบอิ่มยืนพิงระเบียงพลางจ้องมองภาพเบื้องล่างผ่านเนตรซาตาน เธอเห็นเอก้านั่งหัวร่อต่อกระซิกอยู่กับวินใต้ตึกคณะบริหาร ความร้อนรุ่มที่มากกว่าเพลิงนรกสุมอยู่ในทรวงจนเธอแทบจะคุมพลังไม่อยู่ "เหอะ... ไอ้หน้าจืดนั่นมันมีดีอะไรนักหนา? แค่จับมือนิดหน่วยทำเป็นเขิน" ฮันนี่สบถพลางกระชากโซ่ดำออกมาฟาดลงบนพื้นดาดฟ้าจนเกิดประกายไฟ "ใจเย็นครับคุณฮันนี่... ผมเองก็รู้สึก 'ไม่สงบ' เหมือนกัน" กาเบรียลเดินออกมาจากเงามืด ชุดบาริสต้าของเขาถูกทิ้งไป เหลือเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวที่เปียกโชกไปด้วยเหงื่อจากความโกรธาที่พยายามสะกดไว้ "การเห็นเอก้าอยู่กับชายอื่น... มันให้ความรู
หลังจากที่วัยรุ่นคู่กรณีถูกวาร์ปออกไปทิ้งกลางทุ่งนาในสภาพทุลักทุเล กลิ่นอายของ "ความปรารถนา" ที่ทิ้งร่องรอยไว้ในซอกชั้นหนังสือหมวดประวัติศาสตร์กลับไม่ได้สลายไปง่ายๆ แต่มันกลับทำหน้าที่เป็นเชื้อไฟชั้นดีที่ปลุกสัญชาตญาณดิบของซาตานสาวและทูตสวรรค์จอมเจ้าเล่ห์ขึ้นมาแทน "เหอะ... ไอ้พวกเด็กพวกนั้นทิ้งกลิ่นคาวโลกีย์ไว้ซะเหม็นคลุ้งไปหมด" ฮันนี่เอ่ยเสียงพร่า พลางปลดกระดุมเสื้อช็อปออกทีละเม็ดจนเผยให้เห็นบราลูกไม้สีดำสนิทที่โอบอุ้มหน้าอกอวบอิ่มไว้ แววตาของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยตัณหาที่ถูกสะกดกลั้นมานาน "กาเบรียล... ฉันว่า 'การชำระล้าง' ของแกมันยังไม่สะอาดพอนะ" กาเบรียลที่ปกติจะดูเนี๊ยบกริบ บัดนี้เขากลับถอดแว่นสายตาออกแล้วขยี้ผมจนยุ่งเหยิง แววตาสีทองฉายแสงแห่งความต้องการออกมาอย่างปิดไม่มิด เขาเดินเข้าไปประชิดตัวฮันนี่พลางรวบเอวบางของเธอเข้าหาตัว "นั่นสิครับคุณฮันนี่... ในเมื่อที่นี่ถูกแปดเปื้อนด้วย 'ความรักชั้นต่ำ' ไปแล้ว เห็นทีเราคงต้องใช้ 'ความรุ่มร้อนชั้นสูง' มาชะล้างมันออกไปให้หมด" เอก้าที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ถึงกับขาอ่อนแรง เมื่อเห็นสองขั้วอำนาจเริ่มเปลี่ยนโหมดจากผู้คุมกฎกลายเป
ลมทะเลพัดพาสัมผัสเค็มจาง ๆ มาปะทะใบหน้าขณะที่รถสปอร์ตสีดำของฮันนี่เลี้ยวเข้าสู่เขตบ้านพักตากอากาศส่วนตัวติดริมชายหาดอันเงียบสงบ เอก้าตัดสินใจลางานพาร์ทไทม์และโดดเรียนช่วงบ่ายเพื่อพาฮันนี่มาพักผ่อน (หรือจริง ๆ คืออยากพามาซ่อนจากสายตาคนทั้งคณะมากกว่า) "ว้าว... ไม่เลวเลยนี่เอก้า บ้านริมทะเลเหรอ? กล
เช้าวันจันทร์ที่แสนจะสดใส (สำหรับคนอื่น) แต่เป็นเช้าที่นรกแตกสำหรับเอก้า เมื่อเธอตื่นขึ้นมาพบว่า 'ฮันนี่' ไม่ได้อยู่ในชุดเกราะหนังหรือชุดกันเปื้อนลายลูกหมี แต่เธอกลับอยู่ในชุดนักศึกษาถูกระเบียบ กระโปรงพลีทยาวเลยเข่า เสื้อเชิ้ตสีขาวติดกระดุมเม็ดบนสุด (ที่ดูอึดอัดแทน) พร้อมผมบลอนด์ที่รวบเป็นหางม้าอย่
หลังจากค่ำคืนที่แสนจะตึงเครียด (และเกือบจะเสียตัว) ผ่านพ้นไป เช้าวันใหม่ที่ควรจะสดใสของเอก้ากลับเริ่มต้นด้วยเสียง... ตู้ม! เอก้าสะดุ้งสุดตัวหลุดจากเตียง รีบวิ่งออกไปที่ห้องครัวทันที ภาพที่เห็นคือควันสีดำคลุ้งไปทั่วห้อง พร้อมกับซาตานสาวผมบลอนด์ที่ยืนถือซาก "เครื่องปิ้งขนมปัง" ที่บิดเบี้ยวเหมือนโ
บรรยากาศภายในรถสปอร์ตคันหรูที่กำลังมุ่งหน้ากลับคอนโดเงียบสนิทจนได้ยินเพียงเสียงลมหายใจของคนสองคน 'เอก้า' นั่งกอดอกมองออกไปนอกหน้าต่าง ความโกรธที่สะสมมาตั้งแต่ที่มหาวิทยาลัยยังไม่จางหายไปง่ายๆ ในขณะที่ 'ฮันนี่' ยังคงขับรถด้วยมือเดียวอย่างผ่อนคลาย มุมปากหยักยิ้มเหมือนกำลังสนุกที่ได้เห็นคนข้างๆ หัวเสี







